โคลเวอร์ โซลูชั่น ผนึก สเปซ เกมเมอร์ จัด ESPORTS WHAT? SCHOOL TOUR 2023 เพื่อขับเคลื่อนอีสปอร์ตจากการศึกษาสู่การพัฒนาเป็นอาชีพ

เมื่อวันพุธที่ 30 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา ณ ลานแกรนด์ สเตชั่น ชั้น 2 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ รามอินทรา บริษัท “โคลเวอร์ โซลูชั่น” ได้จับมือกับ “สเปซ เกมเมอร์” พร้อมด้วยพันธมิตร จัดงานแถลงข่าวโครงการ ESPORTS WHAT? SCHOOL TOUR 2023 เพื่อน้องๆ นักเรียนและขับเคลื่อน   อีสปอร์ตจากการศึกษาสู่การพัฒนาเป็นอาชีพ ด้วยแนวคิด ESPORTS, EDUCATE, COMPETITION  นำร่อง 20 โรงเรียนในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล เพื่อให้ความรู้ แนะแนวทักษะสาขาอาชีพต่างๆ และยังมอบประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมอีสปอร์ตจากบุคลากรสายอีสปอร์ตตัวจริง ที่มีประสบการณ์โลดแล่นมาอย่างยาวนานพร้อมจัดการแข่งขันชิงทุนการศึกษาและอุปกรณ์ประกอบการเรียนการสอนให้กับโรงเรียน 

โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก นายสันติ โหลทอง นายก สมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย (TESF) ผู้เป็นฟันเฟืองหลักสำคัญในการก่อตั้งสมาคมและผลักดันให้อีสปอร์ตกลายเป็นกีฬาอาชีพในประเทศไทย พัฒนาคุณภาพนักกีฬาอีสปอร์ตให้ทัดเทียมกับหลายๆ ประเทศ ภายใต้ภารกิจกีฬาเป็นเลิศเช่นเดียวกับกีฬาอื่นๆ ในการดูแลของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) มาร่วมเป็นประธานเปิดงาน ชี้แนะแนวทางให้ผู้ร่วมงานและสื่อมวลชนตระหนักถึงความสำคัญของกีฬาอีสปอร์ตในประเทศไทยอีกด้วย

นายประสพโชค จันทรมงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคลเวอร์ โซลูชั่น จำกัด เปิดเผยว่า “หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่าอีสปอร์ตอยู่บ่อยๆ แต่ยังไม่รู้และไม่เคยสัมผัสว่าแท้จริงแล้วอีสปอร์ตคืออะไรกันแน่ มานั่งเล่นเกมกันเฉยๆ จะมีอนาคตที่ดีได้อย่างไร บริษัทฯ จึงได้ร่วมกับ บริษัท สเปซ เกมเมอร์ จำกัด พร้อมด้วยพันธมิตรผู้สนับสนุนรายสำคัญอย่าง บริษัท เอ็น.ซี.เอส.โกลด์เบรด จำกัด และ บริษัท เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกันจัดกิจกรรม ESPORTS WHAT? SCHOOL TOUR 2023 โดยได้เชิญสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย เข้ามาร่วมเป็นประธานในการเปิดโครงการ โดยโครงการนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ความรู้น้องๆ นักเรียน ในการแนะแนวทักษะสาขาอาชีพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมเกมและ   อีสปอร์ต พร้อมทั้งยังมอบประสบการณ์จริงจากบุคลากรสายอีสปอร์ตตัวจริงที่มีประสบการณ์โลดแล่นมาอย่างยาวนาน โดยเริ่มนำร่องออกให้ความรู้กับ 20 โรงเรียนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เพื่อเฟ้นหาสุดยอดทีมอีสปอร์ตที่เป็นเบอร์หนึ่งของระดับมัธยมศึกษาจาก 20 โรงเรียนนำร่องนี้”

โครงการครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีอย่าง นายสุทัศน์ นันชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.เอส.โกลด์เบรด จำกัด ผู้ผลิต ขนมปังโกลด์เบรด ร่วมกับ บริษัท เอฟแอนด์เอ็น     แดรี่ส์ ประเทศไทย จำกัด ผู้ผลิต นมพร้อมดื่ม แมกโนเลีย กิงโกะ ที่เล็งเห็นถึงความจำเป็นของการศึกษาและการแนะแนวอาชีพให้กับเยาวชน เพื่อสร้างพลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของประเทศชาติ อีกทั้งยังเป็นสาส์นส่งไปยังเยาวชนที่มีใจรักในกีฬาอีสปอร์ต และทำให้เห็นว่ายังมีผู้ใหญ่ที่พร้อมสนับสนุนพวกเขาให้เติบโตไปบนเส้นทางอีสปอร์ตอย่างยั่งยืน

โดย คุณสุทัศน์ นันชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.เอส.โกลด์เบรด จำกัด กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ โกลด์เบรด ที่มีต่อเยาวชนและอีสปอร์ตในโครงการว่า “ทาง โกลด์เบรด ได้สนับสนุนกีฬาอีสปอร์ตมาโดยตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากทางเรามองว่าเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับเยาวชน เพราะเยาวชนกลุ่มนี้เล่นเกมเป็นกีฬา มีวินัย และเป็นตัวอย่างให้กับเยาวชนคนอื่นๆ มีความเข้าใจและแยกแยะได้ว่าการเล่นเกมเป็นกีฬากับการติดเกมแตกต่างกันอย่างไร โครงการนี้จึงเป็นโครงการที่ตอบโจทย์และวัตถุประสงค์ของทาง โกลด์เบรด อยู่แล้ว และเรามองว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเยาวชนกลุ่มมัธยมศึกษาซึ่งจะเติบโตขึ้นเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติและวงการอีสปอร์ตต่อไปได้เป็นอย่างดี”

ทางด้าน นายจักรพันธ์ ศรีจันทร์ทัพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สเปซ เกมเมอร์ จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรม ESPORTS WHAT? SCHOOL TOUR 2023 จัดด้วยแนวคิด ESPORTS, EDUCATE, COMPETITION ซึ่งเป็นการใช้กิจกรรมอีสปอร์ตเป็นตัวนำทางองค์ความรู้ด้านการจัดการ ทำให้เห็นถึงกระบวนการทำงานบนหน้างานจริง ตลอดตั้งแต่การเตรียมงาน เริ่มการแข่งขัน จนจบการแข่งขัน ซึ่งจะทำให้น้องๆ นักเรียนขับเคลื่อนอีสปอร์ตจากการศึกษาสู่การพัฒนาเป็นอาชีพได้อย่างแท้จริง สามารถนำไปปรับใช้กับกิจกรรมอื่นๆ ได้หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องใช้ในงานอีสปอร์ตเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้โครงการนี้มีโรงเรียนที่ตอบรับเข้าร่วมแล้วได้แก่ โรงเรียนสารวิทยา, โรงเรียนพระโขนงพิทยาลัย, โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี,โรงเรียนฤทธิยะวรรณาลัย, โรงเรียนสีกัน, โรงเรียนสามเสน และอีกกว่า 10 โรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล”

ส่วน นายสันติ โหลทอง นายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย ผู้เป็นประธานเปิดงาน ได้กล่าวเกี่ยวกับความสำคัญของกีฬาอีสปอร์ตในประเทศไทยว่า “การแข่งขันวิดีโอเกม หรือ การแข่งขันกีฬาอีสปอร์ต เกิดขึ้นมานานหลายสิบปี และเติบโตขึ้นในทุกปี แม้ช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ความยืดหยุ่นของเกม สามารถจัดกิจกรรมได้ทั้งออนไลน์ – ออฟไลน์ และยังสร้างความบันเทิงแก่ผู้เล่นและผู้ชมเสมอมา สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงจนเป็นที่จับตามองจากผู้คนในธุรกิจแทบทุกสาขาอาชีพ 30 กว่าปีในประเทศไทยเรา กระแสของเกมแข็งแกร่งขึ้น และยังหยิบยื่นโอกาสให้สังคมมากขึ้น เนื่องจากเกิดงาน เกิดอาชีพ มีการสร้างรายได้ขึ้นมากมาย

การเติบโตของประเทศไทยหยุดชะงักไปหลายปีจากปัญหาเด็กติดเกม ซึ่งการแก้ไขปัญหานี้อยู่ในการดูแลของหน่วยงานหลายหน่วยงานในรัฐบาล ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างประเทศไทยกับนานาชาติ การรับรองให้อีสปอร์ตเป็นหนึ่งในชนิดกีฬาเป็นการช่วยให้สังคมเกมในประเทศมีแนวทางที่ไม่ขัดต่อบทบาทหน้าที่ของทุกหน่วยงานที่มีหน้าที่ดูแลปัญหาทางสังคม ดังนั้นการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนในประเทศจึงจำเป็นจะต้องมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมให้เกิดพัฒนาการในการเรียนรู้ ควบคู่ไปกับความบันเทิงด้วย

​สมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย ยินดีสนับสนุนการขับเคลื่อนกิจกรรมของ บริษัท โคลเวอร์ โซลูชั่น จำกัด ที่วางแผนการดำเนินงานอย่างมีระบบ ถือเป็นกิจกรรมที่สร้างความเชื่อมั่นต่อกีฬาอีสปอร์ตเพิ่มขึ้น และมีความคาดหวังว่านักกีฬาจะได้ประสบการณ์ที่มีค่า นำไปต่อยอด สร้างแรงบันดาลใจในการเลือกเรียนวิชาการสาขาที่เกี่ยวข้องกับบทบาทที่จะเกิดขึ้นต่อนักกีฬาในอนาคต”

โปรดติดตามรายละเอียดการแข่งขันรายการ ESPORTS WHAT? SCHOOL TOUR 2023 และคอยติดตามรับชมการถ่ายทอดสดแข่งขันในแต่ละนัดและนัดชิงชนะเลิศได้ที่เพจ Clover Solution และ เพจSpace Gamer ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Share:

บำรุงราษฎร์ เสริมแกร่ง ICU ชูศักยภาพทีมแพทย์และสหสาขาวิชาชีพแผนกผู้ป่วยวิกฤตระบบประสาทและไขสันหลัง (NCCU) ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมรองรับผู้ป่วยฉุกเฉินด้านสมองและระบบประสาทที่เป็นอันตรายต่อชีวิต ตลอด 24 ชั่วโมง

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่าโรคทางระบบประสาทมีหลายร้อยประเภท ซึ่งหนึ่งในโรคที่พบบ่อยคือ โรคหลอดเลือดสมอง เป็นสาเหตุอันดับ 2 ของการเสียชีวิต และอันดับ 3 ของความพิการ โดยผลสำรวจในปี 2562 ทั่วโลกพบผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองมากกว่า 101 ล้านคน เป็นผู้ป่วยรายใหม่ 12.2 ล้านคน และเสียชีวิต 6.5 ล้านคน ขณะที่ประเทศไทยในปี 2563 มีอัตราการเสียชีวิตด้วยโรคหลอดเลือดสมอง อยู่ที่ 53 คนต่อประชากรแสนคน และยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ภญ. อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า “เนื่องจากระบบประสาทเป็นระบบที่ซับซ้อน มีหน้าที่ควบคุมและประสานการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย เช่น การเคลื่อนไหว ความคิด ความรู้สึก การพูด การหายใจ ซึ่งเชื่อมกับการทำงานของสมองและไขสันหลัง ดังนั้น ความผิดปกติของระบบประสาท รวมถึงข้อบกพร่องของโครงสร้าง ถือเป็นภัยเงียบที่คุกคามชีวิต ทั้งนี้ สามารถหลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรงลงได้ หากได้รับการประเมินและทำการรักษาอย่างรวดเร็วทันท่วงทีและตรงจุดโดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์เฉพาะทาง”

ในฐานะที่บำรุงราษฎร์เป็นโรงพยาบาลเอกชนที่ให้การบริบาลในขั้นจตุตถภูมิ (Quaternary Care) การก่อตั้ง ‘แผนกผู้ป่วยวิกฤตระบบประสาทและไขสันหลัง’ (Neurocritical Care Unit: NCCU) มีความสำคัญมากในการเสริมศักยภาพให้แผนกผู้ป่วยวิกฤต (ICU) เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยวิกฤตมีประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น โดยลดการบาดเจ็บทางสมองแบบทุติยภูมิ (Secondary brain injury) ซึ่งเป็นสาเหตุของความพิการและการเสียชีวิต หลังเกิดความบาดเจ็บของสมองแบบปฐมภูมิ (Primary brain injury) ขึ้นแล้วก่อนหน้านั้น นับเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ในด้านความเป็นเลิศทางการแพทย์ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ทางการรักษาที่ดีที่สุด ภายใต้คุณภาพมาตรฐานและความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหัวใจสำคัญ

นพ. ฤกษ์ชัย ตุลยาภรณ์โชติ แพทย์หัวหน้าศูนย์โรคระบบประสาทและแพทย์ชำนาญการเฉพาะทางด้านประสาทวิทยา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า “แผนก NCCU ของบำรุงราษฎร์ มีความพร้อมใน 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1. ทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์และความชำนาญขั้นสูงในการดูแลรักษาสามารถตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคได้อย่างถูกต้องแม่นยำ 2. การทำงานร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพได้อย่างมีระบบไร้รอยต่อ 3. เทคโนโลยีและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ทันสมัย และ 4. ความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยในทุกภาวะวิกฤตตลอด 24 ชั่วโมง เพราะทุก 1 นาทีที่เซลล์สมองขาดเลือด จะมีเซลล์สมองตายประมาณ 1 ล้านเซลล์ ซึ่งหมายถึง ‘นาทีชีวิต’ เพราะหากได้รับการรักษาช้า เซลล์สมองจะตายมากและนำไปสู่ความพิการหรือเสียชีวิตได้ โดยแผนก NCCU เรามีความพร้อมในการให้บริการดูแลรักษาครอบคลุมผู้ป่วยโรคและอุบัติเหตุทางสมองและระบบประสาทขั้นรุนแรงหรือฉุกเฉินเป็นอันตรายต่อชีวิต รวมถึงการผ่าตัดสมองหรือกระดูกสันหลังที่มีความเสี่ยงสูง อาทิ โรคหลอดเลือดสมองตีบและแตก, ภาวะเลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง, โรคหลอดเลือดสมองโป่งพอง, การบาดเจ็บกระดูกสันหลังเฉียบพลัน, เนื้องอกในสมอง ฯลฯ ด้วยเทคโนโลยีและอุปกรณ์การแพทย์ขั้นสูง”

รศ. นพ. ยศ นวฤทธิ์โลหะ แพทย์ชำนาญการเฉพาะทางด้านประสาทศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เล่าถึงประสบการณ์การรักษาว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมาด้วย 2 กลุ่มโรคหลัก ๆ คือ กลุ่มโรคหลอดเลือดในสมอง และโรคเกี่ยวกับหลอดเลือด โดยเฉพาะหลอดเลือดโป่งพองหรือหลอดเลือดผิดปกติ และกลุ่มโรคเนื้องอกในสมอง โดยเฉลี่ยผ่าตัดผู้ป่วยประมาณ 200 รายต่อปี ซึ่งการผ่าตัดในระบบประสาทนั้นต้องอาศัยประสบการณ์ของทีมแพทย์ ยกตัวอย่างการรักษาผู้ป่วยเนื้องอกในสมองขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 2 นิ้ว ซึ่งจะต้องทำการผ่าตัดอย่างเร่งด่วน เพราะหากปล่อยทิ้งไว้มีโอกาสเป็นอัมพฤกษ์หรืออัมพาตได้ ปัจจุบันผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตได้เป็นปกติดี ผู้ป่วยอีกรายตรวจวินิจฉัยพบภาวะหลอดเลือดสมองโป่งพองขนาดยักษ์ ใหญ่กว่า 1.25 นิ้ว โดยภาวะนี้มักเกิดขึ้นตามหลอดเลือดแดงที่สำคัญที่อยู่ลึกภายในโครงสร้างสมอง ซึ่งต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำนาญการสูง อีกทั้งระหว่างการผ่าตัดและหลังการรักษาผู้ป่วยมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ตลอดเวลา ฉะนั้น ‘แผนกผู้ป่วยวิกฤตระบบประสาทและไขสันหลัง’ จึงมีบทบาทสำคัญมากในการติดตามดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากผู้ป่วยมีความเสี่ยงที่จะเกิดเลือดออกซ้ำ และทำให้สมองเสียหายเพิ่มขึ้น และอาจเกิดอาการอ่อนแรงหรือเป็นอัมพาตที่แขนหรือขา พูดลำบาก สูญเสียการมองเห็น สูญเสียความทรงจำ และมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะสูญเสียความรู้สึกได้อีกด้วย

ศ. พญ. ศิรินธรา สิงหรา ณ อยุธยา แพทย์ชำนาญการเฉพาะทางด้านรังสีร่วมรักษาระบบประสาทและไขสันหลัง โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวเสริมว่าบำรุงราษฎร์มีแนวทางการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ นอกจากวิธีการผ่าตัด เนื่องจากมีผู้ป่วยในหลายกรณีที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัด เช่น ข้อจำกัดเรื่องอายุ หรือมีโรคประจำตัวบางโรค ซึ่งการรักษาแบบรังสีร่วมรักษาระบบประสาท (Neuro Intervention) จึงเข้ามาตอบโจทย์ผู้ป่วยกลุ่มนี้ โดยเป็นการทำงานร่วมกับทีมแพทย์อายุรกรรมและทีมแพทย์ด้านประสาทศัลยกรรม โดยการรักษาวิธีนี้จะเป็นการผ่าตัดแบบไม่เปิดกะโหลก ซึ่งเป็นศาสตร์ทางการแพทย์เฉพาะทางรังสีวิทยาเพื่อการตรวจวินิจฉัยและการรักษาโรคด้านโรคหลอดเลือดสมองและไขสันหลังโดยเทคโนโลยี Minimally Invasive Surgery (MIS) เน้นการเปิดแผลเล็ก โดยเจาะรูบริเวณเส้นเลือดต้นแขนหรือต้นขา ประมาณ 1-2 มิลลิเมตร ร่วมกับการใช้เทคโนโลยี Bi-plane เครื่องมือเอกซเรย์ 2 ระนาบ ทำให้เห็นความชัดเจนของเส้นเลือดเพื่อสอดอุปกรณ์ขนาดเล็กเท่าเส้นผมเข้าไปรักษาหลอดเลือดในสมองและไขสันหลังได้อย่างถูกต้องแม่นยำ โดยสามารถรักษาได้ทั้งโรคหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตันในระยะเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดโป่งพองในสมอง หรือเป็นปานหลอดเลือดแดงต่อดำ ตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดภายหลัง รวมถึงโรคหลอดเลือดไขสันหลัง อีกทั้งยังช่วยลดระยะเวลาพักรักษาในห้อง ICU และลดอาการแทรกซ้อนได้

ข้อดีของการรักษาแบบรังสีร่วมรักษาระบบประสาท คือสามารถรักษาได้อย่างตรงจุด แม่นยำ และช่วยให้ผู้ป่วยมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติหรือใกล้เคียงกับปกติได้มากขึ้น ทั้งนี้แพทย์จะต้องตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อพิจารณาถึงตำแหน่ง ขนาดและรูปร่างของก้อนลิ่มเลือด/หลอดเลือดที่โป่งพอง อายุ และสุขภาพของผู้ป่วย เพื่อประเมินแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ที่สำคัญ หลังการรักษาผู้ป่วยวิกฤต แผนกผู้ป่วยวิกฤตระบบประสาทและไขสันหลัง จะดูแลติดตามผลผู้ป่วยหลังการรักษาอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัย โดยห้องพักผู้ป่วยวิฤตระบบประสาท ถูกออกแบบโดยเน้นการจัดสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด พร้อมด้วยเครื่องติดตามการทำงานของหัวใจและระบบไหลเวียนโลหิตของผู้ป่วยแต่ละรายที่เชื่อมโยงกับเครื่องศูนย์กลางเพื่อติดตามสัญญาณชีพ (central vital sign monitoring) เพื่อให้พยาบาลประจำแผนกผู้ป่วยวิกฤตสามารถเฝ้าระวังอาการของผู้ป่วยหนักได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้ แผนก NCCU ได้เข้ามาเติมเต็มให้ ICU มีความแข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพในการส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับผู้ป่วย  

Share:

ชาร์จพลัง เติมความฟิน กับที่สุดของคอนเสิร์ตแห่งความชิลแห่งปี 'กอดหมอก แค้มป์ เขาค้อ'


อีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่ส่งต่อความชิล จัดต้อนรับลมเย็น ๆแห่งขุนเขา 'กอดหมอก แค้มป์ เขาค้อ' ที่เพียงแค่บ่ายแก่ ๆ เหล่า Scooter ก๊วน Biker ก็เข้ามาจับจองพื้นที่กางเต็นท์ เตรียมรับความชิลจากบทเพลงอินดี้ ที่จัดกันยาว ๆ กว่า 8 ชั่วโมงเต็ม โดยภายในงานยังมีกิจกรรมดี ๆ ให้ได้เลือก ชิม ช้อป หรือจะเลือกผ่อนคลายชาร์จพลังความสุขให้ตัวเองทั้ง Activity Zone,  Pool Bar Zone, Massage Zone, Work Shop Zone, Woodoo Zone, Wanderlust Market Zone, Slow Bar Zone เรียกว่างานนี้ได้ทั้งผ่อนคลายเคล้าเสียงดนตรีกันไปแบบเต็ม ๆ                                                

และทันทีที่แดดร่มลมตกความฟินก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณจากอคูสติคกีต้าร์เพราะ ๆ จาก 'สหายก่อ กรการ' มาขับกล่อมให้ได้เคลิ้มเปิดงาน ก่อนจะต่อด้วย 'Yamin&Nor' 2 หนุ่มอารมณ์ดีที่งัดบทเพลงแห่งทุ่งหญ้ากับดนตรีคันทรี่ความหมายดี ๆ ของการใช้ชีวิต นำมาบอกเล่า ร้อยเรียงเรื่องราวไปตลอดจนจบโชว์                                                                
ก่อนจะเข้าสู่ช่วงของคอนเสิร์ตจริง ๆ กับฟูลแบนด์วงแรก 'ดวงดาว เดียวดาย' หนุ่มเมืองเหนือ กับโชว์ที่ต้องบอกว่าเข้ากับบรรยากาศแบบสุด ๆ บทเพลงเย็น ๆ แห่งความชุ่มฉ่ำ ต่างถูกโอบล้อมไปด้วยเสียงกระซิบของแมกไม้ผ่านบทเพลงแห่งสายธารทั้ง กลับมาได้ไหม กลับมาอีกครั้งในวงโคจรเรา, เธอเอาไปทุกอย่าง, แก่จนป่านนี้คงเป็นไอ้ต้าวต่อไป วอนขอเพียงเธอด้วยหางตา ปิดท้ายโชว์ด้วย ทิ้งบางอย่างเอาไว้ให้กลายเป็นเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นก็พอ                                                                                                      

ถึงคิวของ 'อภิรมย์' ที่ขอสานต่อความอบอุ่นขึ้นมากอดหมอกท่ามกลางดวงดาวไปกับ 7 บทเพลงซึ้ง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ดวงตานั้น, ถามกันสักที, เดิมเดิม, จดหมายจากโจโจ้, GPS, 213 และ เจ้าสาวไฉไล ที่ต้องบอกว่าถึงตอนนี้อารมณ์แห่งความสุขได้พุ่งทะยานขึ้นไปสุดกราฟแล้ว

'ปลานิลเต็มบ้าน' รับหน้าที่ส่งไม้ต่อความสุขเป็นวงถัดมา ที่ถึงแม้ว่าใครไม่ได้เป็นแฟนเพลงวงนี้ ต่างก็ต้องมีผ่านหูเพลงของพวกเขากันมาบ้าง ทั้ง ที่รัก, บอก, โลกส่วนตัว, แค่นั้นเอง ก่อนจะขอปิดท้ายโชว์ไปกับเพลงสุดฮิตของวงอย่าง นาฬิกา ที่แฟนเพลงด้านล่างต่างลุกขึ้นมาขยับแข้งขายืดเส้นยืดสายกันแล้ว เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโชว์ของวงที่เอาคนดูอยู่หมัดได้ดีนักแหละ ก่อนจะลากลับเข้าหลังเวทีไป        ถัดมาจึงเป็นคิวของ 'Greasy Cafe' ศิลปินที่แมสสุดในงานนี้ แต่ก็ยังคงไม่ทิ้งคอนเซ็ปต์ของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ไป ที่ถึงตอนนี้ด้านหน้าเวทีไม่มีใครนั่งกันแล้ว ลุกขึ้นเอนจอยไปกับโชว์ของพี่เล็ก Greasy Cafe กันทุกคน ที่วันนี้ต้องบอกว่าพิเศษมาก ๆ เพราะพี่เล็กนำโชว์รูปแบบใหม่ อคูสติคร็อก ที่บัลลาดบาดใจหัวใจคนหนุ่มสาวกันเป็นแถว ไล่มาตั้งแต่เพลง ไกล, ระเบิดเวลา, วันทรงจำ, แสงของไฟ, ความเลือนลาง, หมุน, ฝืน, ภายใต้ท้องฟ้าสีดำ ก่อนจะถึงช่วงพีคสุดของโชว์กับเพลง สิ่งเหล่านี้ ที่ต้องบอกว่าทุกเพลงแฟน ๆ ต่างก็ร้องกันกระหึ่ม กลบเสียงจิ้งหรีดเรไรมิดเลยทีเดียว                                

เพิ่มอารมณ์ความพีคกันต่อกับ 'จุลโหฬาร' อีกหนึ่งวงดนตรีดี ๆ ที่ไม่ได้หาดูกันได้ง่าย ๆ ที่ขอเริ่มโชว์ด้วยเพลงชื่อเดียวกับวง 'จุลโหฬาร' ให้อารมณ์สูดเสียงพิณเคล้ากลิ่นแคนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ก่อนจะชวนแฟน ๆ แด๊นซ์กันให้ยับกับเพลง ดิ้น, สาวอีสานรอรัก, กระแซะ, กุหลาบแดง, สาวรำวง, จุลซาวด์ ที่งานนี้ขอจัดมาแบบจุก ๆ ถึง 11 เพลงด้วยกัน  เล่นเอาแฟน ๆ ขาลากกันถ้วนหน้า  

ก่อนจะปิดท้ายค่ำคืนแห่งความสุขนี้กันด้วย 'กรุงกวี' ที่ดูจะร็อกสุดในนี้งานแล้ว บอกเลยว่าไม่มียอมน้อยหน้า ส่งเพลงสาวสักลาย มาประเดิมเปิดเวที                                                                                                    
ก่อนจะตามติดมาอีกเป็น 10 บทเพลง เช่น ของปลอม, คนขี่หลังควาย, เจ้านายที่รัก, ขึ้น ๆ ลง ๆ, แว่นวิเศษ, อีสานบ้านเฮา ที่แต่ละเพลงก็ดูจะทำเอาแฟนเพลงแถวหน้าที่ทั้งเต้นและโยกหมดแรงกันเป็นแถว ๆ เลยทีเดียว  
นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานยังได้ร่วมทำบุญกันอีกด้วย เพราะรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงานในครั้งนี้ได้นำไปมอบให้กับโรงพยาบาลเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ อีกด้วย  

สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่  >>Tel: 0816922225 / 064-2926353  

สามารถติดตามข่าวสาร กิจกรรมดี ๆ จากงาน กอดหมอก แค้มป์ เขาค้อ กันต่อได้ที่ ....

>>INBOX: https://m.me/kodmhokcamp   

>> https://www.facebook.com/kodmhokcamp/     

กอดหมอก แค้มป์ เขาค้อ | Khao Kho

กอดหมอก แค้มป์ เขาค้อ, Khao Kho District. 3,383 likes · 2,090 talking about this. เทศกาลดนตรีสไตล์แค้มป์บนเขาค้อ

www.facebook.com


#กอดหมอกแค้มป์เขาค้อ

Share:

“คิตตี้ กิจติพร” นำทีม Mrs. เตรียมลงพื้นที่ อุดรธานี ในกิจกรรม “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2566

สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย จัดแถลงข่าว กิจกรรม “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2566” ซึ่งเป็นปฏิบัติการบรรเทาทุกข์ฤดูหนาวเฉลิมพระเกียรติ โดยมี “พลโท นายแพทย์อำนาจ บาลี” ผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์ และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย เป็นประธาน

คณะนางงามเวที  Mrs. Thailand World นำโดย “คุณคิตตี้ -กิจติพร นันทนนท์” ผู้อำนวยการกองประกวด “ดร.พิมพ์ขวัญ บุญจิตต์พิมล Mrs.Thailand World 2022”, “คุณ ปิโยรส ชูชัยแสงรัตน์” รองอันดับ1 “ คุณมนกานต์ บุญสนอง” รองอันดับ3 ,คุณ รวิพิมพ์ ชุมสาย ณ อยุธยา รองอันดับ4 และ  คูณรณิดา  นกไทยเจริญ  Classic Mrs.Thailand world 2022 ,Social media popular พร้อมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมแถลงข่าว การดำเนินการปฏิบัติการบรรเทาทุกข์ฤดูหนาวเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งในปีนี้จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยหนาวใน 3 อำเภอของจังหวัดอุดรธานี ได้แก่ อำเภอนายูง อำเภอน้ำโสม และอำเภอบ้านผือ เพื่อเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและส่งมอบความสุขกลับคืนสู่สังคมไทย

ในการนี้ ทางกองประกวดนางงาม Mrs. Thailand World เตรียมส่งทีมลงพื้นที่ เข้าช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ พี่น้องประชาชน  ณ จังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 6-8 ธันวาคม 2565  โดยการแถลงข่าว  กิจกรรม “หนาวนี้ทำดีเพื่อพ่อ 2566” ครั้งนี้จัดขึ้น ณ อาคารสำนักงานบรรเทาทุกข์ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย เมื่อวันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมา


Share:

เออาร์ไอพีประกาศความสำเร็จ “COMMART GAME ON” เผยยอดขายส่งท้ายปี ’65 สุดปัง


บมจ.เออาร์ไอพี ผู้จัดงาน “COMMART GAME ON” มหกรรมสินค้าไอทีสุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี เผยความสำเร็จการจัดงานเมื่อ 24-27 พฤศจิกายน 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 3,200  ล้านบาท โดยเชื่อว่ามาจากแบรนด์และร้านค้าต่างทำโปรโมชันที่ดีและคุ้มค่า อีกทั้งยังมีการอัดฉีดส่วน Commart Voucher เพิ่มเพื่อกระตุ้นการซื้อให้กับผู้บริโภค ทำให้ยอดขายส่งท้ายปีดีกว่ายอดขายช่วงกลางปี โดยมีโน้ตบุ๊คเป็นสินค้าสร้างยอดขายมากที่สุด รองลงมาเป็นคอมพิวเตอร์ประกอบ โดยมีสาวกไอทีแห่แหนเข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่องสร้างบรรยากาศสุดคึกคัก ตลอด 4 วัน  ทำให้แบรนด์และตัวแทนจำหน่ายสินค้าไอทีชั้นนำที่เข้าร่วมงาน ต่างยิ้มรับกับยอดขายถ้วนหน้า พร้อมลุยเดินหน้าจัดงานคอมมาร์ตครั้งต่อไปช่วงเดือนมีนาคม 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทคที่เดิม

นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อไอซีทีและการจัดงาน บมจ. เออาร์ไอพี เผยว่า “งาน  “COMMART GAME ON” ครั้งนี้ กระแสยังดีต่อเนื่อง แฟน ๆ ยังคงให้ความสนใจเข้าร่วมงานอย่างคึกคัก ในขณะที่พันธมิตรแบรนด์และตัวแทนจำหน่ายสินค้าไอทีที่เข้าร่วมงาน พร้อมใจกันนำสินค้าเข้างานและจัดโปรโมชั่นแบบจัดเต็ม โดยในส่วนของกลุ่มสินค้าขายดี ได้แก่ โน๊ตบุ๊คมียอดขายมากที่สุด 44%, คอมพิวเตอร์ประกอบ 30%, สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต 14%, จอภาพ 7% และอุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์มีสัดส่วน 5% ทำให้งานคอมมาร์ตครั้งนี้ทำยอดขายได้ดีกว่าช่วงกลางปี ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ทำให้งาน “COMMART GAME ON”  ประสบความสำเร็จเป็นไปตามเป้าหมาย ถือเป็นการปิดปีที่ยอดเยี่ยมของทุกๆ แบรนด์และตัวแทนจำหน่ายสินค้าไอทีที่เข้าร่วมงาน

เพื่อเป็นการขอบคุณทางผู้จัดงานได้จับรางวัลในกิจกรรม Commart Bonus สิทธิ์ในการลุ้นรางวัล Gadget เก๋ ๆ ซึ่งมีการจับสลากผู้โชคดีแบบรายวันไปเรียบร้อยแล้ว สามารถติดตามผลรางวัลได้ที่ www.commartThailand.com, www.facebook/commartThailand  

งาน COMMART มีกำหนดจัดขึ้นอีกครั้งเดือน มีนาคม 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ที่เดิม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.commartThailand.com, www.facebook.com/commartThailand , Line:@Commart, และ twitter.com/Commart

Share:

Pulitzer Center จัดนิทรรศการศิลปะ “Our Roots, Our Forest” ระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-12 ธ.ค. 65นำเสนอเรื่องราวของปัญหาป่าฝนในลุ่มแม่น้ำโขงที่กำลังดำดิ่งสู่จุดที่ไม่อาจหวนคืน

Chuu Wai ศิลปินพลัดถิ่นชาวเมียนมาร์ กับผลงาน Reignforest, 2022

กรุงเทพฯ, 24 พฤศจิกายน 2565 - Pulitzer Center องค์กรไม่แสวงหากำไรด้านสื่อสารมวลชนและการศึกษา จัดนิทรรศการศิลปะ “Our Roots, Our Rainforest” ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เพื่อนำเสนอเรื่องราวของป่าฝนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ยังไม่ได้รับการกล่าวถึงอย่างแพร่หลาย ผ่านมุมมองของศิลปินในภูมิภาคที่ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานจากการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติที่เกิดขึ้นรอบตัว ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน - 12 ธันวาคม 2565

ป่าไม้เขตร้อนเกือบ 15 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงพืช สัตว์ และสัตว์ทะเลถึง 20 เปอร์เซ็นต์ของโลกใบนี้ อยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ภูมิภาคนี้ยังมีอัตราการตัดไม้ทำลายป่าที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย โดยสูญเสียป่าฝน 1.2 เปอร์เซ็นต์ ต่อปีนับตั้งแต่ปี 2013 ประเทศในลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ ไทย และเวียดนาม กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่จากธุรกิจขนาดใหญ่ แผนการสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และธรรมาภิบาลที่อ่อนแอ จากการมุ่งเน้นในการสร้างเม็ดเงินจากทรัพยากรผืนป่าซึ่งเป็นทรัพยากรส่วนรวม ทำให้ผืนป่าไม่สามารถปกป้องผู้คนจากระดับคาร์บอนไดออกไซด์ที่พร้อมสร้างภัยอันตรายต่อมนุษย์ได้ดีเท่าเดิมอีกต่อไป 

นิทรรศการภาพวาด ประติมากรรม และภาพยนตร์ นี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากการรายงานวิกฤตสภาพภูมิอากาศของ Pulitzer Center ที่ต้องการจุดประกายให้เกิดการพูดคุยเกี่ยวกับอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของป่าฝนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในมุมมองใหม่ผ่านศิลปะและสื่อสารมวลชน เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้คนโดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ผนวกเข้ากับข้อมูลที่ได้จากงานวิจัยและรายงาน

นางสาวฟลอรา เปเรรา ผู้อำนวยการด้านการศึกษานานาชาติและการประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า “การผนวกวารสารศาสตร์ การศึกษา และศิลปะเข้าด้วยกัน จะช่วยทำให้สังคมเข้าใจเรื่องราวของสภาพอากาศและสิ่งแวดล้อมได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนช่วยให้เราเรียนรู้วิธีในการแยกแยะเรื่องจริงออกจากคำกล่าวเลื่อนลอยที่มักอ้างว่าทำเพื่อโลกและผู้คนในโลก แต่ไม่ได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย การจัดนิทรรศการเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของป่าฝนที่ไม่มีใครรู้มาก่อนผ่านงานศิลปะเป็นโอกาสที่ดีจะทำให้มนุษย์ตระหนักถึงความสัมพันธ์ของเรากับธรรมชาติที่เราอาจจะหลงลืมไป”

นิทรรศการ “Our Roots, Our Forest” เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ #ShowMeYourTree ซึ่งต้องการกระตุ้นให้ผู้คนที่อาศัยอยู่ในภูมิภาคแม่น้ำโขงและที่อื่นๆ หันมาปกป้องป่าฝน โดยจะจัดแสดงผลงานศิลปะจากหลากหลายสาขาวิชาจากศิลปินระดับภูมิภาค เช่น ภาพวาดจากศิลปินหญิงพลัดถิ่นชาวเมียนมาร์ผู้โด่งดัง Chuu Wai และภาพวาดจาก Hour Seyha ศิลปินชาวกัมพูชาที่เกิดในค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศไทย นอกจากนี้ Miguel Jeronimo ช่างภาพที่ทำงานที่ประเทศกัมพูชา และนันทิชา โอเจริญชัย นักเขียนชาวไทยและนักกิจกรรมด้านสภาพอากาศ จะนำเสนอคอลเลคชันภาพ AI และภาพยนตร์สั้นเกี่ยวกับชุมชนพื้นเมืองของประเทศไทยอีกด้วย

ในวันเปิดตัวนิทรรศการ Pulitzer Center จะจัด งานเสวนาในหัวข้อ “Our Roots, Our Forest: Why This Matters Now” ในวันที่ 1 ธันวาคม 2565 ณ SEA Junction, BACC ชั้น 3 เพื่อสนทนาเกี่ยวกับอดีต ปัจจุบัน และ อนาคตของป่าไม้ที่มีความสำคัญกับพวกเราทุกคน ร่วมเสวนาโดย ภัทชา ด้วงกลัด ผู้รับทุน SEA Rainforest Journalism Fund (RJF), วรางคณา รัตนรัตน์ ผู้อํานวยการแผนงานประเทศไทย RECOFTC (Regional Community Forestry Training Center for Asia and the Pacific), อภิสิทธิ์ เจริญสุข - ชุมชนกะเหรี่ยงพื้นเมืองบางกลอย แก่งกระจาน เพชรบุรี และ กลุ่มเยาวชนชาติพันธุ์ชาวกูย มอร์น มีน จากกำปงธม กัมพูชา

Share:

“เดอะ สตรีท รัชดา” มอบรางวัลสุดยอดโคฟเวอร์ไทย จากการแข่งขัน “The Street JK Cover Dance Contest 2022”

ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา จัดงานมอบถ้วยรางวัลและรางวัลเงินสดแก่ทีมนักเต้นโคฟเวอร์ทั้งสาย J-POP และ K-POP ที่ชนะการแข่งขัน “The Street JK Cover Dance Contest 2022” โดยมี นายไพรัช รัตตัญญู ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายขายพื้นที่เช่า และ นายเกรียงไกร ทองเที่ยงธรรม ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายบริหารอาคาร เป็นผู้มอบรางวัล ณ บริเวณชั้น 5 ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา เมื่อวันก่อน

โดยกิจกรรมนี้ เป็นการจัดขึ้นเพื่อเฟ้นหาทีมเต้นทั้งสาย J-POP และ K-POP จากทั่วประเทศที่จะสามารถคว้าความเป็นที่สุดของทีมนักเต้นโคฟเวอร์ไทย ซึ่งได้รับการตอบรับจากนักเต้นโคฟเวอร์จากทั่วประเทศมาร่วมกิจกรรมมากมาย โดยทีมชนะเลิศแต่ละประเภทได้รับถ้วยรางวัลพร้อมเงินรางวัล จำนวน15,000 บาท รางวัลรองชนะเลิศรับเงินรางวัล จำนวน 10,000 บาท รางวัลที่สามรับเงินรางวัล จำนวน 5,000 บาท รวมมูลค่าเงินรางวัลทั้งสองประเภท 60,000 บาท



Share:

29 พ.ย. - 10 ธ.ค. นี้ ชวนเที่ยวงานไหมขอนแก่น พร้อมเปิดประสบการณ์ตามไปชิม “เมนูพระรองครองใจในตำนานเมืองขอนแก่น ” ลุ้นรับตั๋วเครื่องบิน (ไป-กลับ) เส้นทาง กรุงเทพฯ – ขอนแก่น


สามารถร่วมกิจกรรมได้โดย Check In ร้านอาหารในตำนานเมืองขอนแก่น ร้านใดก็ได้ใน 5 ร้าน พร้อมโพสต์ภาพบอกเล่า Moment ประสบการณ์ ตามไปชิมเมนูพระรอง ใน Facebook ของท่าน เปิดโพสต์เป็นสาธารณะ

และติดแฮชแท็ก  #งานเทศกาลไหมขอนแก่น2565  #เมนูพระรองครองใจในตำนานเมืองขอนแก่น 

ร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน  – 10 ธันวาคม 2565


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท.สำนักงานขอนแก่น โทร. 043 227 714

Facebook เพจ :  ททท.สำนักงานขอนแก่น 


Guidebook  "เมนูพระรองครองใจในตำนานขอนแก่น" 

คลิก https://online.anyflip.com/dzrix/znqn/mobile/

Share:

พฤกษา เปิดโครงการ สนามเด็กเล่น สร้างปัญญา ชูต้นแบบ “การเล่น” วิถีธรรมชาติ ตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 สร้างความพร้อม สู่การเริ่มต้นชีวิตครอบครัว เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

พฤกษา เดินหน้าสานต่อแนวคิด “บ้านหลังแรก เพื่อชีวิตที่ดีกว่า” มุ่งให้ความสำคัญกับการเริ่มต้นวางแผนชีวิตครอบครัว พร้อมปูรากฐานสู่คุณภาพชีวิตและอนาคตที่ดีกว่า สำหรับลูกบ้านยุคใหม่อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวโครงการ พฤกษา สนามเด็กเล่น สร้างปัญญา ต้นแบบสนามเด็กเล่นส่วนกลาง ตามรอย “เล่นตามพ่อ” ของ อาจารย์ดิสสกร กุนธร ประธานมูลนิธิสนามเด็กเล่น สร้างปัญญา ซึ่งน้อมนำหลักการเลี้ยงดูในหลวงรัชกาลที่ 9 ของสมเด็จย่า มาเป็นแบบอย่าง ณ โครงการบ้านพฤกษา เทพารักษ์ – เมืองใหม

คุณธีระ ทองวิไล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัท พฤกษา มุ่งมั่นพัฒนาบ้านพักอาศัยและทาวน์โฮมคุณภาพดี คุ้มค่า ตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการสร้างครอบครัวและชุมชน ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม พร้อมยกระดับความเป็นอยู่ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทย ให้สัมผัสกับความสุข ความอบอุ่น ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของชีวิตครอบครัว ตลอดจนการวางแผนมีลูก พร้อมร่วมรณรงค์ สร้างกิจกรรม เพื่อพัฒนาความรู้ ส่งเสริมสุขภาพ พลานามัย ของเด็กปฐมวัย ให้สมบูรณ์แข็งแรง เติบโตเข้าสู่สังคมอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ด้วยพื้นที่ สนามเด็กเล่น สร้างปัญญา โดยได้รับความร่วมมืออย่างดีกับ โรงพยาบาลวิมุต, กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และ สมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์

คุณธีระ กล่าวต่อว่า สำหรับ สนามเด็กเล่น สร้างปัญญา แห่งนี้ นับเป็นโครงการต้นแบบของ บริษัทพฤกษา ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกหลายโครงการในอนาคต โดยได้นำแนวความคิด เล่นตามพ่อ ของอาจารย์ดิสสกร กุนธร ประธานมูลนิธิ สนามเด็กเล่นสร้างปัญญา ซึ่งน้อมนำหลักการเลี้ยงดูในหลวงรัชกาลที่ 9 ของสมเด็จย่า มาเป็นแบบอย่าง ต่อยอดสร้างสรรค์เป็นพื้นที่กิจกรรมสันทนาการตามวิถีธรรมชาติ สำหรับเด็กปฐมวัยช่วงอายุ 3 ขึ้นไป ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งได้นำประโยชน์ของการเล่น ปีนป่าย ขุดดิน ก่อทราย วิ่งเล่น ที่ใช้ มือ เท้า และร่างกายสัมผัส รวมไปถึงการพบปะเพื่อนใหม่ ที่ทำให้เด็กเกิด ความสุข สนุกสนาน ร่าเริง มีอิสระทางความคิด จินตนาการ ตลอดจนพัฒนากลไกการเรียนรู้ทางสมองตามธรรมชาติ พร้อมกันนี้ยังช่วยดึงดูดความสนใจให้เด็กๆ ชวน พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ออกมาทำกิจกรรมนอกบ้าน สูดอากาศบริสุทธิ์ เพื่อลดความเสี่ยงไม่ให้เด็กติดโทรศัพท์มือถือ หรือ แท็บเล็ต มากจนเกินไป ส่งผลเสียให้เด็กเกิดภาวะเครียด อารมณ์รุ่นแรง ก้าวร้าว สมาธิสั้น และมีพัฒนาการที่ช้ากว่าปกติ เป็นต้น

ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายแพทย์อุดม อัศวุตมางกุร ผู้อำนวยการกองกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, แพทย์หญิงมยุรา กุสุมภ์ นายกสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์, นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ ประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท โรงพยาบาลวิมุต โฮลดิ้ง จำกัด ร่วมกล่าวแสดงความยินดี และร่วมพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยมี ลูกบ้านในเครือ พฤกษา ตลอดจนครอบครัวยุคใหม่ร่วมงานด้ว


ทั้งนี้ บ้านพฤกษา โดย บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาองค์กร ภายใต้อุดมการณ์ พฤกษา สร้างสรรรค์ ปันสุข ด้วยโครงการทาวน์โฮม และ บ้านแฝดคุณภาพ คุ้มค่า ตอบโจทย์คนทำงานยุคใหม่ ทั้งการดีไซน์ ฟังก์ชั่นการใช้งาน ทุกตารางนิ้วผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์และออกแบบมาอย่างดี ยืดหยุ่นได้ตามความต้องการ ทุกโครงการให้ความสำคัญกับพื้นที่ส่วนกลาง ครบครัน มีการบริหารสิ่งแวดล้อม เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในวันนี้และวันพรุ่งนี้ ซึ่งทำให้คนไทยตัดสินใจมีบ้านหลังใหม่ได้ง่ายขึ้น

สำหรับผู้สนใจเยี่ยมชมโครงการ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 1739 หรือ www.pruksa.com/living-types/townhome และ www.facebook.com/PS.Baanpruksa/


Share:

นิตยสาร Business+ จับมือสถาบัน ICTI - สอท – ETDA จัดงาน “THAILAND DIGITAL TRANSFORMATION SYMPOSIUM 2022” ยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศเพื่อความสามารถการแข่งขันในอนาคต

 กรุงเทพฯ 28 พฤศจิกายน 2565 – นิตยสาร Business+ ในเครือ บมจ.เออาร์ไอพี ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่ออุตสาหกรรม (ICTI) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม จัดงาน “THAILAND DIGITAL TRANSFORMATION SYMPOSIUM 2022” ภายใต้แนวคิด “Leveraging Thailand’s Digital Economy for Future Competitiveness” “ยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยเพื่อความสามารถการแข่งขันในอนาคต” ในรูปแบบงานสัมมนาและเสวนาทางวิชาการระดับชาติ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ระหว่างผู้เชี่ยวชาญในการนำเทคโนโลยีไปใช้ในองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านเศรษฐกิจของประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล 

ดร.อรรชกา สีบุญเรือง ประธานคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Leveraging Thailand’s Digital Economy for Future Competitiveness” ว่า “ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิต และเป็นเครื่องมือในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยรัฐบาลให้ความสำคัญในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ผ่านการดำเนินโครงการต่าง ๆ ที่ผสานความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมียุทธศาสตร์และมาตรการรับมือกับการดำเนินธุรกิจใหม่ ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเรื่องของการทำธุรกรรมที่ถูกต้อง โปร่งใส มีธรรมาภิบาล   

 โดยงาน THAILAND DIGITAL TRANSFORMATION SYMPOSIUM 2022 ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ จึงเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในองค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้องค์กรทุกขนาด ทุกอุตสาหกรรมได้ปรับกระบวนการดำเนินงานและขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจของประเทศ 

นายไพฑูรย์ ศิริฉัตรชัยกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและประธานสถาบันเทคโนโลยีและการสื่อสารเพื่ออุตสาหกรรม (ICTI) กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า เป็นนิมิตรหมายที่ดีที่ผู้นำองค์กรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศระดับแนวหน้าของประเทศ ผู้บริหารกลยุทธ์การตลาด ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีในองค์กรต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน รวมทั้งผู้สนใจทั่วไปจะได้มีเวทีในการแลกเปลี่ยนความรู้และได้แชร์ประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการทำเทคโนโลยีดิจิทัลไปปรับใช้ในองค์กรจนประสบความสำเร็จสามารถ Transformation องค์กรได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลให้กับประเทศ 

นายชาติชาย สุทธาเวศ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์(ETDA) กล่าวว่า การจัดงาน “THAILAND DIGITAL TRANSFORMATION SYMPOSIUM 2022” เป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้เห็นหน่วยงานจากอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้ง ภาครัฐ เอกชน ที่นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการ Transform องค์กรจนสำเร็จ มาเป็นตัวอย่างและเป็นการสร้างความเชื่อมั่นสำหรับหน่วยงานที่อยากจะเปลี่ยนแปลงผ่านการดำเนินงานสู่รูปแบบดิจิทัล โดย ETDA พร้อมที่จะร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนในการผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการขับเคลื่อนประเทศ เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานกรรมการ บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การจัดงาน“THAILAND DIGITAL TRANSFORMATION SYMPOSIUM 2022” ภายใต้แนวคิด “Leveraging Thailand’s Digital Economy for Future Competitiveness” เพื่อยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจในอนาคต ซึ่งการจัดงานมีความมุ่งหวังให้เป็นเวทีให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัลได้มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านดิจิทัลใหม่ ๆ และสามารถนำความรู้ความเข้าใจไปปรับใช้ในองค์กร รวมทั้งในงานยังจัดให้มีการมอบรางวัล THAILAND DIGITAL TRANSFORMATION SYMPOSIUM 2022 ให้แก่องค์กรที่ปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานสู่องค์กรสู่ดิจิทัลได้อย่างดีเลิศ เพื่อให้เป็นแบบอย่างแก่องค์กรอื่น ๆ ต่อไป”

งานสัมมนา “THAILAND DIGITAL TRANSFORMATION SYMPOSIUM 2022” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 28-29 พฤศจิกายน 2565 ประกอบด้วยกิจกรรม  

• กิจกรรมสัมมนาและเสวนาทางวิชาการระดับชาติเพื่อให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารเกี่ยวข้อง Digital Transformation โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่เชี่ยวชาญและมากประสบการณ์ในด้านการปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่ยุคดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีจากหลากหลายอุตสาหกรรมที่จะมาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ แชร์มุมมองและประสบการณ์ร่วมกัน  

• การจัดแสดงนิทรรศการออนไลน์เพื่อให้ความรู้และคำปรึกษา พร้อมกับ Use case ตัวอย่างในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ในองค์กร จากหลากหลายหน่วยงานที่สนับสนุน อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ETDA, DGT, TDRI, สดช, กรมสรรพากร, บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ฯลฯ รวมถึงผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีชั้นนำ อาทิ NBTC, DataOne Asia, HPE + YIP, NUTANIX, เมืองไทยประกันชีวิต, MSI เป็นต้น

พิธีมอบรางวัล “THAILAND DIGITAL TRANSFORMATION AWRDS 2022” แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีความเป็นเลิศในด้านการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ยุคดิจิทัล โดยหน่วยงานหรือองค์กรที่ชนะการพิจารณาจะได้รับถ้วยรางวัลจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  

ผู้ที่สนใจเข้าร่วมชมงานและร่วมสัมมนาในงาน “THAILAND DIGITAL TRANSFORMATION SYMPOSUM 2022” ได้ วันที่ 28-29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 เวลา 10.00-16.30 น. ณ ห้องบอลรูม โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพ เข้าร่วมงานฟรี ลงทะเบียนเข้าร่วมงานสัมมนาหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thailanddt.com/   

รางวัล “THAILAND DIGITAL TRANSFORMATION AWARDS 2022”

จำนวน 8 องค์กร ซึ่งได้แก่

1. รางวัลด้าน Customer Experience ได้แก่ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ 

2. รางวัลด้าน Customer Centric and Values Creation ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล 

3. รางวัลด้าน Operation Transform ได้แก่ บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo) 

4. รางวัลด้าน Operation Transform ได้แก่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) 

5. รางวัลด้าน Operation Transform ได้แก่ บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน)

6. รางวัลด้าน Operation Transform ได้แก่ บริษัท นันทวัน จำกัด 

7. รางวัลด้าน Innovation & Technology ได้แก่บริษัท นูทานิคซ์ (ประเทศไทย) จำกัด 

8. รางวัลด้าน Value Creation ได้แก่ บริษัท นายเน็ต จำกัด 


Share:

Recent Posts

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

📲 (+66) 081 4345154
✉️ Insightoutstory@gmail.com

Add Line📲 Click 👇👇

Translate

🚉 ช.ส.ท.พาเที่ยว นครฯ

Review By Nichapa

POPULAR NEWS

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก