“วราวุธ” รมว.พม. เปิดอบรมหลักสูตรล่ามภาษามือชุมชน เร่งปั้นเพิ่มทั่วประเทศ ช่วยคนพิการทางการได้ยิน

วันที่ 30 พฤษภาคม 2567 ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานเปิดตัวโครงการอบรมหลักสูตรล่ามภาษามือชุมชน 135 ชั่วโมง เพื่อขับเคลื่อนพัฒนาบริการล่ามภาษามือ และผลักดันสู่การผลิตล่ามภาษามือชุมชน ประจำปี 2567 จัดโดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีนายกันตพงศ์  รังษีสว่าง อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายแพทย์สมเกียรติ ลีละศิธร ผู้อำนวยการสถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และ ผศ.ดร.เกยูร วงศ์ก้อม หัวหน้าศูนย์การศึกษาพิเศษ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวถึงความร่วมมือ อีกทั้ง คณะผู้บริหารกระทรวง พม. และผู้แทนหน่วยงานภาคีเครือข่ายเข้าร่วม

นายวราวุธ กล่าวว่า ปัจจุบันคนพิการที่ขึ้นทะเบียน มีบัตรประจำตัวคนพิการ มีจำนวนทั้งสิ้น 2,304,268 คน โดยในจำนวนนี้ เป็นคนพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย 427,363 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เม.ย. 67) ขณะเดียวกันสถานการณ์การจัดบริการล่ามภาษามือในปัจจุบัน มีล่ามภาษามือชุมชนที่จดแจ้งกับกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) จำนวน 178 คน เนื่องจากมีล่ามภาษามือชุมชนจำนวนมากที่ยังสอบไม่ผ่านการประเมินความรู้และทักษะการเป็นล่ามภาษามือชุมชนตามระเบียบที่กำหนดไว้ และในพื้นที่ 76 จังหวัดและกรุงเทพมหานคร มีล่ามภาษามือ จำนวน 41 จังหวัด และไม่มีล่ามภาษามือ จำนวน 36 จังหวัด ซึ่งล่ามภาษามือส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 

“ในช่วงที่ผ่านมา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระวโรกาสให้เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท เพื่อถวายรายงานผลการดำเนินงานกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พร้อมทั้งพระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านคนพิการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของคนพิการ รวมถึงความร่วมมือกับสถาบันราชสุดา คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ในการผลิตล่ามภาษามือ“ นายวราวุธ กล่าว

นายวราวุธ กล่าวว่า กระทรวง พม. จึงได้มุ่งเป้าเร่งขับเคลื่อนการผลิตล่ามภาษามือให้เพียงพอต่อการให้บริการคนพิการ วันนี้มีการเปิดตัวโครงการอบรมหลักสูตรล่ามภาษามือชุมชน 135 ชั่วโมง โดยความร่วมมือกับสถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการคนพิการจังหวัด หน่วยบริการล่ามภาษามือ หน่วยงานที่ให้บริการล่ามภาษามือ และผู้สนใจ สามารถสื่อสารกับคนพิการทางการได้ยินที่มารับบริการ และต่อยอดไปสู่การเข้ารับการสอบประเมินความรู้และทักษะการเป็นล่ามภาษามือ เพื่อจดแจ้งเป็นล่ามภาษามือชุมชนเพิ่มมากขึ้น สำหรับโครงการอบรมล่ามภาษามีการจัดอบรมรวม 6 รุ่น รุ่นละ 30 คน จำนวน 180 คน (ระหว่างเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2567) โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 77 จังหวัด โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ศูนย์บริการคนพิการ หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดทุกจังหวัด 

นายวราวุธ กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการอบรมล่ามภาษามือในรุ่นต่อไป จำนวน 500 กว่าคน นับเป็นเรื่องที่ดี แต่เป้าหมายของเรา คือ ต้องการผลิตล่ามภาษามือให้ได้ 40,000 กว่าคน เพื่อบริการคนพิการทางการได้ยินให้ทั่วถึง อย่างไรก็ตาม การเป็นล่ามภาษามือ ยังสามารถเป็นอาชีพที่มีรายได้เลี้ยงดูตนเอง และเป็นการแสดงให้เห็นว่าสังคมไทยได้เดินไปข้างหน้า โดยเราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

#ข่าวพม #พม #ศรส #esshelpme #1300 #วราวุธศิลปอาชา #วราวุธรับฟังทำจริง #พมพอใจให้ทุกวัยพึงพอใจในพม #พมหนึ่งเดียว #คนพิการ #ล่ามภาษามือ

Share:

กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่กับอิตาเลียนพาวิลเลียน ร่วมสัมผัสอรรถรสแห่งความอร่อยของอาหารอิตาเลียนอร่อยระดับพรีเมียมจากอิตาลีแบบจัดเต็มที่ ในงาน THAIFEX-Anuga Asia 2024

สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียน (www.ice.it) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย (www.ambbangkok.esteri.it) นำเสนออิตาเลียนพาวิลเลียน ณ ฮอลล์ 8 บูท W01-37 and V02-40 อิมแพ็ค เมืองทองธานีในงาน THAIFEX-Anuga Asia 2024 ระหว่างวันที่ 28 พค - 1 มิย 2567 

ในปีนี้อิตาเลียนพาวิเลียนได้ขนทัพบริษัทชั้นนำด้านอาหารและเครื่องดื่มจากอิตาลีกว่า 31บริษัท 

อาทิ CIRIO, ANDREA MILANO, SAMMONTANA, PASTIFICIO LIGUORI, TRUFFLEAT, GENNARO AURICCHIO, BEST ITALIAN SELECTION SRL, BLOG SRL, CAMPO D'ORO SRL, COMEX COMPANY SRL, CONSAR SPA, COPPOLA FOODS, DAVIA S.P.A., ELLEBI SAS DI BIFULCO MICHELE & C,FIAMMA VESUVIANA, FORMEC BIFFI S.P.A., GENNARO AURICCHIO S.P.A., GERMINAL GROUP, GIULIANO TARTUFI S.P.A., ITALIAN TASTY ALIMENTS SRL, LA RUSTICHELLA WORLD WIDE SRL, MOLINO F.lli CHIAVAZZA SPA, MUSICO DI MARTINI GUIDO, NEARTH TARTUFI SRL, PASTIFICIO FRATELLI DE LUCA SRL, SELEKTIA ITALIA, STEFANIA CALUGI TRUFFLES, STERILTOM SRL, TEDESCO SRL, TERRE CEVICO, VALGRI – COPPOLA ENTERPRISE SRL, WADI EL NILE ITALIA SRL ที่จะมานำเสนอสุดพรีเมียมตั้งแต่พาสต้า ซอส ไอศกรีมเจลาโต้ จนถึงทรัฟเฟิลอร่อยเลิศ ไปจนถึงบริการนำเข้าส่งออกอาหารอิตาเลียน และแพทฟอร์มสินค้าอาหารอิตาเลียน 

ผู้เข้าร่วมงานจะได้ดื่มด่ำกับรสชาติอิตาเลียนแบบต้นตำหรับตลอดทั้ง 5 วันผ่านกิจกรรมไฮไลท์ต่างๆ เช่น

การสาธิตทำอาหารอิตาเลียนต้นตำรับโดยเชฟชื่อดังจากสถาบันการศึกษาด้านอาหารระดับโลก เช่น The Alma และ The Food School รวมถึงเชฟจากร้านอิตาเลียนยอดนิยม ซึ่งจะมาแชร์เคล็ดลับการประกอบอาหารอิตาเลียนระดับโลกและสร้างสรรค์รสชาติอร่อยเลิศรสด้วยวัตถุดิบพรีเมียมคุณภาพ 'Made in Italy' จากผู้จัดแสดงสินค้าอิตาเลียน

มาสเตอร์คลาสไวน์สุดพิเศษสำหรับคนรักไวน์ โดยซอมเมอลิเยร์มืออาชีพจะนำเสนอไวน์พรีเมียมคุณภาพจากผู้ผลิตไวน์ชั้นนำของอิตาลี ให้ผู้เข้าร่วมได้ดื่มด่ำกับรสชาติไวน์ระดับเวิลด์คลาสและเรียนรู้เรื่องราวเบื้องหลังการผลิตไวน์อย่างลึกซึ้ง

ติดตามรายละเอียดกิจกรรมทั้ง 5 วันที่ Facebook page ITA Bangkok ช่วงวันที่ 28-31 พฤษภาคม จะเน้นให้บริษัทผู้ประกอบการเข้าชมงานและเจรจาธุรกิจ ส่วนวันสุดท้ายคือ 1 มิถุนายน จะเปิดการจำหน่ายปลีกสำหรับบุคคลทั่วไป ผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน THAIFEX-Anuga 2024 สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้แสดงสินค้าของ Italian Pavilion ได้จากแคตตาล็อกตามลิ๊งค์ bit.ly/E-Catalogue-ItalianPavilionatThaifex2024 

Share:

“SACIT Concept 2024 : Geographical Indications of Art and Craft”

 

SACIT ขอเชิญชวนเข้าร่วมนิทรรศการแสดงผลงานแสดงกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ จากผลงานผู้ประกอบการสินค้าหัตถกรรม 30 ราย กับนักออกแบบ 10 ราย ผู้ผ่านการคัดเลือก Craft Design Pitching & Matching 

กรุงเทพฯ 9 พฤษภาคม 2567 : สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ สศท. จัดกิจกรรมคัดเลือก และกิจกรรมการจับคู่ Pitching & Matching ระหว่างผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการสินค้าหัตถกรรมกับนักออกแบบ ในโครงการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อการต่อยอดเชิงพาณิชย์ (SACIT Concept 2024 : Geographical Indications of Art and Craft) ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคยุคใหม่ในปัจจุบัน

นางสาวนฤดี ภู่รัตนรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เผยว่า โครงการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์ เพื่อการต่อยอดเชิงพาณิชย์ (SACIT Concept 2024 : Geographical Indications of Art and Craft) ภายใต้ธีม GI Smart Craft Combinations: คราฟต์ ผสมผสาน อย่างชาญฉลาด เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีประสบการณ์ด้านการออกแบบรวมถึงผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการสินค้าหัตถกรรมได้มีโอกาสผสมผสานร่วมกันระหว่างเทคนิค วัสดุ ฯลฯ 

สำหรับการคัดเลือก และกิจกรรมการจับคู่ Pitching & Matching ในรอบนี้สถาบันได้รับเกียรติจาก คณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิ 5 ท่าน ร่วมในการตัดสิน ได้แก่ หม่อมหลวงคฑาทอง ทองใหญ่ นักวิชาการพาณิชย์ เชี่ยวชาญ นางกิติยาพร สาธุเสน ผู้อำนวยการกองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์กระทรวงพาณิชย์ ผู้แทนจาก King Power นายภูสิษฐ์(พีรวงศ์) จาตุรงคกุล ที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมการออกแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผศ.ดร.ดุจหทัย วงษ์กะพันธ์ หัวหน้าภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

กรรมการได้ทำการคัดเลือกผู้ประกอบการสินค้าหัตถกรรม 30 ราย กับนักออกแบบ 10 ราย โดยหลักเกณฑ์การพิจารณาสำหรับผู้ผลิต ผู้ประกอบการสินค้าหัตถกรรม แนวความคิด เรื่องราว ภูมิปัญญา และ

แรงบันดาลใจ, ข้อมูลประกอบด้านเทคนิค และวัสดุที่ใช้ผสมผสานในการผลิตผลงาน, รูปภาพผลงาน ผลิตภัณฑ์ที่เคยสร้างสรรค์ มีความสวยงาม ปราณีต และโดดเด่น, ประสบการณ์ ผลิตภัณฑ์ที่มีมาตราฐานรับรอง และรางวัลที่เคยได้รับ หลักเกณฑ์การพิจารณาสำหรับนักออกแบบ แนวคิด และแรงบันดาลใจในการผลิตผลักดันคุณค่าของผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยรวมถึงเทคนิคและวัสดุที่ใช้ผสมผสานในการผลิตผลงานเพื่อให้เกิดความยั่งยืนและต่อยอดเชิงพาณิชย์, รูปภาพผลงาน ผลิตภัณฑ์ที่เคยสร้างสรรค์ มีความสวยงาม ปราณีต และโดดเด่น, ประสบการณ์ และรางวัลที่เคยได้รับ และได้พิจารณาจับคู่ (Pitching & Matching) ระหว่างผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการสินค้าหัตถกรรมกับนักออกแบบ 

สถาบัน กำหนดจัดนิทรรศการแสดงกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ภายใต้ SACIT Concept จากผลงานผู้ประกอบการสินค้าหัตถกรรม 30 ราย กับนักออกแบบ 10 ราย ผู้ผ่านการคัดเลือก Craft Design Pitching & Matching ในงาน Craft Bangkok 2024 นางสาวนฤดี ภู่รัตนรักษ์ กล่าวปิดท้าย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) 

ที่อยู่ 59 หมู่ 4 ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13290 ; โทรศัพท์. 0 3536 7054-9; โทรสาร. 0 3536 7050-1; สายด่วน. 1289; อีเมล. info@sacit.or.th


Share:

งานเลี้ยงต้อนรับคณะชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว (ช.ส.ท.) ในวันเสาร์ที่ 11 พฤษภาคม 2567 เวลา 18.00 น. ณ โรงแรมเมอร์เคียว เกาะช้าง ไฮด์อเวย์ จังหวัดตราด

นางวรางคณา สุเมธวัน ประธานชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว (ช.ส.ท.) 
ได้กล่าวถึงการจัดกิจกรรมนำคณะสื่อมวลชน 35 คน และสมาชิกวัยเก๋าของ ช.ส.ท. 45 คน รวมทั้งสิ้น 80 คน เดินทางทัศนศึกษาภาคตะวันออก 3 จังหวัด คือ ระยอง จันทบุรีและตราด ระหว่างวันที่ 9 - 12 พฤษภาคม 2567 
เพื่อเป็นศึกษาข้อมูลในการสนับสนุนการประชาสัมพันธ์ข่าวสารในการส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดในภาคตะวันออกให้กว้างขวางมากขึ้น พร้อมจะได้นำข้อมูลการท่องเที่ยวไปเผยแพร่ประสัมพันธ์ในทุกสื่อให้กว้างขวางมากขึ้น โดยในวันนี้ (11 พ.ค.67) ได้รับเกียรติอย่างยิ่งจากคณะผู้บริหารและภาคธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัดตราด นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดตราด (นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร) คณะผู้บริหาร ททท. ประกอบด้วยผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก ททท. ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตราด คณะผู้บริหารองค์กรเอกชน-ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดตราด และสื่อมวลชนท้องถิ่น มาต้อนรับในงานเลี้ยงที่โรงแรมเมอร์เคียว เกาะช้าง ไฮด์อเวย์ อย่างอบอุ่นเป็นกันเอง
 
นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด
กล่าวว่า แผนพัฒนาจังหวัดตราด พ.ศ. 2566 - 2570 กำหนดเป้าหมายการพัฒนาว่า "เมืองท่องเที่ยว การเกษตร เศรษฐกิจสังคมตราดมีคุณภาพคุณธรรม และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม" โดยขับเคลื่อนผ่านประเด็นการพัฒนา 5 ด้าน คือ ด้านการท่องเที่ยว ด้านการเกษตร ด้านการค้าและการค้าชายแดน ด้านสังคม และด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผลักดันเมืองท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างมีระบบเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน พัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดตราดให้เติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน      
                 
จังหวัดตราดเน้นการท่องเที่ยวที่สะอาดปลอดภัย
เป็นจังหวัดที่ติดชายทะเลหมู่เกาะในภาคตะวันออกของประเทศไทย ตราดเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (ไม่มีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่) เมือง Low Carbon มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ทั้งทางบกและทางทะเล เหมาะแก่การท่องเที่ยว ทั้งชายทะเลบนฝั่งและพื้นที่หมู่เกาะน้อยใหญ่ หาดทรายสวย-ชายทะเลสะอาดใส ผืนทรายขาวนวลเนียน นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วิถีท่องเที่ยวชุมชน เกษตร สุขภาพ อาหารพื้นถิ่น อาหารทะเลสดใหม่ และผลไม้นานาชนิด ตลอดจนการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสและใช้วิถีชีวิตแบบชาวตราด ประกอบกับจังหวัดตราดมีศักยภาพด้าน Wellness Tourism เป็นอย่างดี การท่องเที่ยวชุมชน ร้านอาหาร โรงแรม หรือแม้แต่ธุรกิจสปา นวดไทย นวดสมุนไพร จึงเป็นสิ่งที่ดีในการต่อยอดสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง ท่องเที่ยวตราดเมืองน่ารัก ขยายวันพักเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะวันธรรมดาตราดน่าเที่ยว สามารถสร้างเม็ดเงินให้กับภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดได้อีกช่องทางหนึ่ง ปัจจุบันการท่องเที่ยวจังหวัดตราดคึกคัก
                  
ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด
ขอฝากประชาสัมพันธ์การจัดงาน “วันระกำหวาน ผลไม้ และของดีเมืองตราด ประจำปี 2567” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 -22 พฤษภาคม 2567 บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดตราด เป็นงานเทศกาลผลไม้ประจำปีที่ขึ้นชื่อของจังหวัดตราด มายาวนาน  ในงานปีนี้จะมีกิจกรรมมากมาย ได้แก่ การประกวดผลไม้ ประกอบด้วย ระกำหวาน ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง เงาะพันธุ์โรงเรียน มังคุดผิวมัน มังคุดผิวลาย และสับปะรดพันธุ์ตราดสีทอง การจัดบุฟเฟ่ต์ผลไม้ 3 ชนิด คือ เงาะ มังคุด และทุเรียน ชนิดละ 2 ตันให้ผู้ร่วมงานได้ชิมฟรี กิจกรรมส่งเสริมทางด้านการตลาดให้กับเกษตรกรชาวสวนผลไม้ และผู้ผลิตสินค้าชุมชน และท้องถิ่นของจังหวัดตราด การส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด นิทรรศการด้านการเกษตรหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การจำหน่ายผลไม้คุณภาพ พืชผักปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ปศุสัตว์ราคาประหยัด การประกวดผลไม้ การประกวดธิดาระกำหวาน การประกวดสุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน การแข่งขันประกอบอาหาร แข่งขันตำส้มตำลีลา การจัดมุมชิมผลไม้ฟรี กิจกรรมปั่นจักรยานแรลลี่ท่องเที่ยวสวนเกษตร การออกร้านสินค้าราคาถูก นอกจากนี้ยังมี การประกวดอาหารคาวหวานจากสับปะรดตราดสีทอง กิจกรรมตอบคำถามด้านปศุสัตว์ การแข่งขันตำส้มตำผลไม้ลีลา กิจกรรมปั่นจักรยานแรลลี่ท่องเที่ยวสวนเกษตร การประกวดสุนัขพันธุ์ไทยหลังอาน เรียกว่าเป็นงานประจำสุดยิ่งใหญ่อีกงานของจังหวัดตราด ที่ต้องวางแผนจัดโปรแกรมไปเยี่ยมชมให้ได้อีกงาน
 
นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
เปิดเผยว่า ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออก ได้กระตุ้นและส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวสู่ภาคตะวันออก กับ สโลแกน “คัลเลอร์ฟูลบูรพา : สีสันตะวันออก กับ (1.) ยืนหนึ่งเรื่องกิน (2.) สุดฟินเรื่องเที่ยว (3.) เต็มเหนี่ยวสายศรัทธา(มู) (4.) เรียนรู้เรื่องรักษ์”  เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนส่งเสริมการตลาดท่องเที่ยวในภาพรวมของภูมิภาคภาคตะวันออก ปี 2567สู่ ปี 2568 สอดรับกับแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของชาติ “ททท.เป็นผู้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวไทย ในการสร้างประสบการณ์ทรงคุณค่าและมุ่งสู่ความยั่งยืน“ ซึ่งในปี 2567 ททท.ยังใช้แนวคิดการเสิร์ฟเมนูประสบการณ์ท่องเที่ยว “สุขทันทีที่เที่ยวภาคตะวันออก” เพิ่มความสุขแบบไร้ขีดจำกัด ด้วยการเพิ่มกลยุทธ์ 3 ด้าน คือ
1.กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว
โดยการเพิ่มความถี่และจำนวนนักท่องเที่ยว ให้กระจายตัวของนักท่องเที่ยวทั้งช่วงเวลาและพื้นที่ ทำให้ภาคตะวันออกมีความรู้สึกว่า ”เที่ยวง่าย เที่ยวใกล้ เที่ยวได้สะดวก-สบาย สมกับคำว่า สีสันตะวันออก” ออกแบบให้แต่ละจังหวัดมี จุดขายที่ต่างกัน เที่ยวภาคตะวันออกแล้วได้สัมผัสกับความสนุกๆและมีความสุขเที่ยวได้ตลอด365วัน 
2.ขยายวันพักค้าง 
โดย เพิ่มกิจกรรมทำให้เกิดการพักค้าง เปลี่ยนจุดแข็งให้เป็นจุดขาย สร้างจุดขายพิเศษเพื่อเสนอขายขยายวันพักค้างให้มากขึ้นในหลายๆมิติ เน้นสุขภาพและปลอดภัย
3.ใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น 
โดย เพิ่มจุดขายใหม่ๆเจาะกลุ่มตลาดไฮเอนด์ ( High-End Market ) ค้นหาสินค้าท่องเที่ยวและบริการใหม่ๆที่เกิดขึ้นทุกๆปีมานำเสนอ(เพราะสินค้า+จุดขายใหม่ไม่มีใครต่อ(ราคา)) Soft Power และสินค้าท่องเที่ยวชุมชนศึกษาเรียนรู้ประสบการณ์ STG ท่องเที่ยวอย่างรู้คุณค่าใส่ใจสิ่งแวดล้อมสู่ความยั่งยืน เช่น นำเสนอจุดขายใหม่ มุมลับตะวันออก และ ทะเลหวานตะวันออก เป็นต้น
ในวันนี้ ทุกภาคส่วนในจังหวัดตราดให้ความสำคัญเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ททท.ได้รับการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว (ช.ส.ท.) ร่วมจัดกิจกรรมนำเที่ยวนำสื่อมวลชน 30 กว่าท่าน และสมาชิกชมรมสื่อมวลชนเพื่อการท่องเที่ยว รวม 80 ท่าน เดินทางมาท่องเที่ยวภาคตะวันออกนับตั้งแต่จังหวัดจันทบุรีมาจนถึงจังหวัดตราด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจังหวัดตราด เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยวและชุมชนท่องเที่ยวท้องถิ่น รวมไปถึงด้านความปลอดภัย จังหวัดตราดได้เตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้านเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวดุจยังญาติมิตร โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หรือ Wellness Tourism ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกต่อไป

นายพรชัย เขมะพรรค์พงษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด
 กล่าวว่าคณะกรรมการด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดตราด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราด สำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดตราด สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด ได้ดำเนินการจัดเวทีชี้แจงให้ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวจังหวัดตราด ให้ทราบถึงเทรนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความปลอดภัย และดำเนินการตรวจประเมินสถานประกอบการที่มีความประสงค์เข้ารับการประเมินมาตรฐานการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ TRAT WELLNESS AND SAFETY TOURISM (TSWT) เป็นมาตรฐานการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของจังหวัดตราด ที่คำนึงถึงสุขภาพที่ดี และความปลอดภัยควบคู่กัน เพื่อเป็นการขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด ในอีก 1 มิติ จังหวัดตราดจะก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความปลอดภัยทั้งในประเทศ และต่างประเทศ โดยผ่านการขับเคลื่อนโดย Soft Power ของจังหวัดตราด ดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงให้เดินทางเข้ามาในจังหวัดตราดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีสถานประกอบการที่ผ่านมาตรฐาน จำนวน 46 ราย
จากข้อมูลสถิติของ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า จังหวัดตราดมีรายได้จากท่องเที่ยวในปี 2566 มากถึง 19.7 ล้านบาท ซึ่งการเปิดตัวการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดในอีก 1 มิติ ที่เป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความปลอดภัย จะทำให้จังหวัดตราดสามารถดึงเอานักท่องเที่ยวสายรักสุขภาพมาเพิ่มมูลค่า สร้างรายได้ให้กับการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดอีกทางนึง โดยชูจุดแข็ง และจุดขาย Soft Power ของจังหวัดตราด ได้แก่
- วิถีบำบัดด้วยแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ (Nature Therapy, Waterfall Bath Therapy, Forest Bath Therapy) กิจกรรมทางน้ำพายซัพ คายัค ดำน้ำ เดินป่า ก็เป็นการบำบัดร่างกาย จิตใจ (Mind - body & Soul Therapy) ด้วยการสัมผัสกับสุขภาพ
- อาหาร อาหารถิ่น ผลไม้ GI ทุเรียนชะนีเกาะช้าง สับปะรดตราดสีทอง ปลาย่ำสวาท การทำความสะอาดร่างกายด้วยอาหาร (Detoxification Therapy) อาหารเป็นยา (Food Therapy)
- การท่องเที่ยวชุมชน (Friendship from Community) การเข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่น ที่จะสร้างความประทับใจและเกิดมิตรภาพที่ดี และเกิดการบอกต่อเรื่องราวต่าง ๆ สู่โลกออนไลน์
- การผ่อนคลายด้วยการนวดไทย นวดสปา นวดอโรมา หินร้อน หรือ Hydro Pool (Wellness – Retreat - Recharge Therapy)
รวมไปถึงการใช้บริการจาก โรงแรมที่พัก รีสอร์ท ร้านอาหาร สถานบริการนวด นวดสปา เป็นต้น

ว่าที่ ร.ต.กรกฏ โอภาส ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตราด 
ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า  ททท.สำนักงานตราดมีโปรโมชั่นส่งเสริมการขายหลากหลายกิจกรรมรอต้อนรับนักท่องเที่ยว  "สุขทันทีที่เที่ยวจังหวัดตราด" โดยช่วงนี้ ททท. ตราดตั้งใจชูจุดขายความอุดมสมบูรณ์ของ Soft Power "F-Food" อาหารการกินถิ่นเมืองตราด “Colorful Burapha” สีสันตะวันออก โดยปลุกกระแส “ยืนหนึ่งเรื่องกิน” ดึงไฮไลต์ฤดูกาลผลไม้ ด้วยกิจกรรมอร่อยทุกไร่ชิมไปทุกสวน " มีเป้าหมายให้นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบอาหารและผลไม้ รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่มีไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวสวนผลไม้ เที่ยวสายกินเมนูลับ ชิมอาหารถิ่น อาหารแปลก ชื่นชอบสำรวจย่านเมืองเก่า ถนนคนเดิน ได้ออกค้นหาเสน่ห์ของแหล่งกำเนิดอาหารและวัตถุดิบในจังหวัดตราด ที่โดดเด่นด้วยรสชาติความสดอร่อยจากต้น เพิ่มแรงส่งทางการท่องเที่ยวต้อนรับฤดูกาลผลไม้ของภูมิภาคในเดือนพฤษภาคมของทุกปีสายกินห้ามพลาดกับแคมเปญ #อร่อยทันทีที่เที่ยวตราด เสนอเหล่าผลไม้ที่เป็นสินค้า GI ของจังหวัดตราด ทุเรียนสายพันธุ์ชะนีเกาะช้าง ระกำหวาน เงาะ มังคุด สัปปะรดตราดสีทอง และน้องใหม่ “ทุเรียนหมอนทองเขาบรรทัด” เป็นสินค้า GI ลำดับที่ 3 ของจ.ตราด ต่อจากสินค้าสับปะรดตราดสีทอง และทุเรียนชะนีเกาะช้าง พร้อมโปรโมชันพิเศษจาก ททท. สำนักงานตราด แพ็กเกจทัวร์ 16 สวนผลไม้ตราด และบุฟเฟ่ต์เมืองตราด อร่อยสะหงาด ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม – 30 มิถุนายน 2567 ผนวกแคมเปญเที่ยวฟินบินตราด หนีร้อนไปนอนทะเล ทะเลสวย น้ำใส อาหารทะเลสุดว้าว สัมผัสเสน่ห์วิถีชุมชน ช้อปชิมผลไม้ฉ่ำๆ รับส่วนลด 300 บาท/Booking เพียงกรอกรหัสส่วนลด TATTDX300 เมื่อซื้อบัตรโดยสารเครื่องบิน Bangkok Airways เส้นทางเข้าหรือออก กรุงเทพฯ – ตราด โดยสามารถจองและใช้โค้ดส่วนลดตั๋วเครื่องบินได้ตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม ถึงวันที่ 15 มิถุนายน 2567

Share:

ดองกิ มอลล์ ทองหล่อ (DONKI MALL THONGLOR) ศูนย์การค้าสไตล์ญี่ปุ่นที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องญี่ปุ่น ชวนช้อปฟิน ลุ้นบินเจแปน พร้อมลุ้น 2 ต่อ กับแคมเปญใหญ่ฉลองครบ 5 ปี วันนี้ ถึง 31 พ.ค. 67


ช้อปคุ้มค่าดับองศาหน้าร้อน ลุ้นรับแพ็กเกจเที่ยวญี่ปุ่น!! กับ แคมเปญ “DONKI MALL Thonglor 5th Anniversary Have Fun In Japan” Get-Grab-Go! ศูนย์การค้า ดองกิ มอลล์ ทองหล่อ (DONKI MALL THONGLOR) ฉลองครบรอบ 5 ปี คืนกําไรให้แก่นักช้อป ซัมเมอร์นี้ต้องไม่พลาดทั้ง กิน-เที่ยว-ช้อป แบบฟิน ๆ ที่ ดองกิ มอลล์ ทองหล่อ ศูนย์การค้าสัญชาติญี่ปุ่นที่ไม่ได้มีดีแค่เรื่องญี่ปุ่น แต่ยังมีร้านค้าและบริการที่หลากหลาย เพลิดเพลินกันได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิต ไม่ว่าจะเป็น

ดอง ดอง ดองกิ (DON DON DONKI) เปิดให้บริการ 24 ชม. มีทุกอย่างทั้งของกิน ของใช้ เสมือนยกเอาประเทศญี่ปุ่นมาตั้งไว้กันเลยทีเดียว

ร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น อาทิ MA MAISON, Komugi Udon, Tajimaya, FUKUYA หรือจะสายชาบูหม่าล่าเลิฟเวอร์อย่าง Loong Mala ร้านดังที่พี่แจ็คสัน หวัง เคยมาเยือน นอกจากนี้เรายังมี TOKKI ร้านอาหารและคาเฟ่น่านั่งสุดคิ้วท์ที่มาเอาใจสายเกาหลีเกาใจกันอีกด้วย

บริการด้านสุขภาพและความงาม อาทิ Kutz Barber, MP Care, Aura Bangkok Clinic, Head Onsen, Jet Fitness หรือมาสนุกได้ทุกเพศทุกวัยที่ D-Sports Stadium ศูนย์กีฬาในร่มที่มีกิจกรรมมากมายให้ได้เลือกเล่น

ตกดึกปิดจบชวนมาดื่มมาดริ้งก์กับค่ำคืนสุดพิเศษที่ Muin Bangkok Club สำหรับสายแฮงค์เอ้าท์และขาแดนซ์ห้ามพลาด! 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่น้ำจิ้ม เพราะที่ ดองกิ มอลล์ ทองหล่อ ยังมีร้านค้า ร้านอาหาร และบริการอื่น ๆ อีกเพียบ! รอให้คุณมาสัมผัสแบบฟินสุด ๆ ครบ จบ ที่เดียว ช้อปแล้วอย่าลืมเก็บใบเสร็จเพื่อมาลุ้นรางวัลกันได้ถึง 2 ต่อ! ต่อที่ 1 ลุ้นรับคูปองแทนเงินสด Gift Voucher จำนวน 700 ใบ มูลค่ารวมกว่า 350,000 บาท ต่อที่ 2 รับคูปองชิงโชค ลุ้นรับรางวัลใหญ่แพ็คเกจเที่ยวญี่ปุ่น สำหรับ 2 ท่าน มูลค่ากว่า 100,000 บาท และของรางวัลอื่นๆ มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 ที่ ดองกิ มอลล์ ทองหล่อ เท่านั้น! 

จับรางวัลในวันพุธ ที่ 5 มิถุนายน 2567 และประกาศรายชื่อผู้โชคดีภายในวันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายน 2567 ทาง Facebook https://www.facebook.com/donkimallthonglor/ 

ติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขการร่วมลุ้นรางวัลแคมเปญ DONKI MALL Thonglor 5th Anniversary Have Fun In Japan” Get-Grab-Go! เพิ่มเติมได้ที่: 

เฟซบุ๊ก DONKI MALL THONGLOR: https://www.facebook.com/donkimallthonglor/ 


Share:

ยูเนี่ยนแพน ฯ จับมือ 3 แบรนด์ยักษ์ใหญ่ Power Buy-ไทวัสดุ-BnB Home ลดท้าร้อน Summer Sale ในงาน “Furniture Expo”

ยูเนี่ยนแพนฯ ผู้จัดงานแฟร์ อิมแพ็ค ประสานพลังครั้งสำคัญ กับ 3 แบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับหัวแถวของประเทศ “Power Buy” ผู้นำด้านศูนย์รวมเครื่องใช้ไฟฟ้า ไอทีและเทคโนโลยีดิจิตอลครบวงจร “ไทวัสดุ” ศูนย์รวมสินค้าเพื่อการก่อสร้าง และ “BnB Home” ศูนย์รวมสินค้าเพื่อการตกแต่งบ้านมาจัดใหญ่ จัดเต็มให้กับ Furniture Expo งานแฟร์ เฟอร์ ครบ และคุ้ม ที่ครั้งนี้ มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “แข่งกันซื้อ แข่งกันขาย”  ที่มาพร้อมโซนงาน “Wedding Expo” ที่ขนทัพชุดเจ้าบ่าว-เจ้าสาว และแพ็คเกจการจัดงานวิวาห์ ในราคาแสนประหยัด และ “Korea To Thailand” มาให้ทุกคนได้ช้อปปิ้ง กันอย่างถูกใจ ที่ลดกระหน่ำกว่า 50-70% ต้อนรับ Summer Sale  ระหว่างวันที่ 11-19 พฤษภาคม 2567 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคาร 9-10 คาดเงินสะพัดภายในงาน กว่า 400 ล้านบาท

นางวชิรา จิตศักดานนท์ กรรมการบริหาร บริษัท ยูเนี่ยนแพน เอ๊กซิบิชั่นส์ จำกัด ผู้นำด้านการจัดงานแสดงสินค้า  กล่าวว่า งาน  Furniture Expo ครั้งนี้  โดยครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือกับ 3 แบรนด์ธุรกิจชั้นนำของประเทศไทย อย่าง Power Buy ไทวัสดุ และ BnB Home ที่นอกจาก การนำสินค้าเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้า  อุปกรณ์เพื่อการสร้างบ้าน อุปกรณ์ครัว ของตกแต่งบ้าน   มาจัดควบคู่กับ งาน Furniture Expo เพื่อให้ผู้บริโภค ได้เลือกซื้อสินค้ารุ่นใหม่ล่าสุด ในราคาสุดคุ้มค่า ที่ผู้ประกอบการพร้อมใจกัน นำสินค้ามาลดราคาแบบเทหมดหน้าตัก สูงสุด 70% ตามคอนเซ็ปต์ “แข่งกันซื้อ แข่งกันขาย” ที่จะทำให้ผู้บริโภค ไม่เพียงรู้สึกถึงความคุ้มค่า เพราะราคาสินค้าที่นำมาจำหน่ายมีราคารถูกกว่าท้องตลาดแล้ว แต่ทุกคน ยังจะได้สนุกกับกิจกรรมมากมาย และสิทธิประโยชน์ภายในงานอีกมากมาย ดังนี้ 

1. งาน Furniture Expo  ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “งานแฟร์ เฟอร์ ครบ และ คุ้ม” ที่มีผู้ประกอบการกว่า 100 บริษัทชั้นนำ พร้อมกับเฟอร์นิเจอร์หลากดีไซน์ ตั้งแต่ ชุดห้องนอน เครื่องนอน ชุดรับแขก ชุดรับประทานอาหาร ชุดครัว และชุดสำนักงาน ที่มีทั้งแนวโมเดิร์น และคอนเทมโพรารี่ ตลอดจน ยังมีโปรโมชั่นสุดพิเศษ Summer Sale ...ลดท้าร้อน! และโปรโมชั่น ยิ่งซื้อ ยิ่งลด ที่จะทำให้ทุกคนตะลึง! อาทิ  ช็อปสินค้า 10,000 บาท ภายในงาน Power Buy รับสิทธิ์แลกซื้อที่นอนแบรนด์ Nice Sleep  ราคา 19,500 บาท ขึ้นไป พร้อมแถมที่นอนสปริงเสริมยาง ขนาด 5 ฟุต ราคา 12,000 บาท ฟรี , ช็อปสินค้า 10,000 บาท ในงาน Power Buy รับ Gift Voucher มูลค่า 3,000 บาท สำหรับส่วนลดการซื้อโซฟา และโคมไฟ  ร้านเกรท ลิฟวิ่งดีไซน์  เป็นต้น  โดยมีร้านค้าเข้าร่วมโปรโมชั่นกว่า 20 บริษัทชั้นนำ

2. Power Buy Summer Sale โซนสำคัญกับสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้ากว่า 30 แบรนด์ชั้นนำ มาพร้อมส่วนลดสูงสุดถึง 70% ที่ผู้ประกอบการทุกแบรนด์พร้อมใจกันจัดโปรโมชั่น ลดท้าร้อน ลดราคาสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด รวมถึง เครื่องปรับอากาศ จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ในราคาต่ำกว่า ท้องตลาด ตลอดจนยังแจกของขวัญ ของพรีเมี่ยม และสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิต กับแคมเปญ “ลดแลกพ้อยท์” หรือ ผ่อน 0% นาน 36 เดือน  นอกจากนี้ยังมีบริการซื้อสินค้าวันนี้ รับสินค้าเพียงวันดียว กับบริการจัดส่งสินค้าฟรี รวมถึง บริการหลังการขายอีกด้วย 

3. ไทวัสดุ x BnB Home โซนสินค้าเกี่ยวกับบ้าน  อุปกรณ์ช่าง, อุปกรณ์เพื่อการก่อสร้าง  และของตกแต่งบ้าน ที่เป็นอีกหนึ่งความร่วมมือจากเครือเซ็นทรัล รีเทล ในการนำสินค้าที่มีจำหน่ายในร้านไทวัสดุ และ BnB Home ที่เป็นสินค้าขายดี มาจำหน่ายในแคมเปญสุดพิเศษ “ลดท้าลมร้อน” Home Sale สูงสุดกว่า 50%  กับสินค้าจากแบรนด์ใหญ่ ยิ่งซื้อ ยิ่งลด  รับโปรพิเศษ อาทิ ช็อปสินค้า 10,000 บาท  ภายในงาน รับส่วนลด 1,000 บาท ทุก ๆ 10,000 บาท สูงสุด 3,000 บาท เพื่อซื้อที่นอนและเก้าอี้ ที่ ร้าน EKALUK MATTRESS  เป็นต้น

4. Wedding Expo โซนสำหรับคู่รักที่วางแผนจัดงานวิวาห์ ที่ ซึ่งถือเป็นการรวมตัวกันครั้งสำคัญของผู้ประกอบการ สตูดิโอชั้นนำในประเทศไทย อาทิ คลาสสิค สตูดิโอ, โมนิค สตูดิโอ, เฌอติน ไบรดอล, อิมเมจิ้น สตูดิโอ, เดอะโมเม้นท์ สตูดิโอ และโคโค ชิค สตูดิโอ  ที่ให้บริการด้านงานวิวาห์ ที่ครบวงจรที่สุด มาพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ โดยมาพร้อมคอนเซ็ปต์ “แข่งกันลด แย่งกันรับ กับโปรโมชั่นดีๆ”  พร้อมโปรพิเศษ ยิ่งซื้อ  ยิ่งลด อาทิ จองแพ็กเกจแต่งงานมูลค่าใดก็ได้  และมาซื้อ ที่นอน หรือโซฟา ทุกรุ่น ที่มีมูลค่า 20,000 บาทขึ้นไป จาก บูธ Zeno แจกฟรี หมอนขนห่านเทียม มูลค่าใบละ 1,990 บาท 2 ใบ ทันที ฯลฯ

5. Korea To Thailand นับเป็นความร่วมมือครั้งแรกของ บริษัทนำเข้าสินค้าจากเกาหลี กับยูเนี่ยนแพนฯ ในการนำสินค้าพรีออเดอร์ สินค้าเด่นดังของเกาหลี มาจำหน่ายภายในโซน โดยครั้งนี้ มีสินค้ามาจำหน่ายมากกว่า 50,000 ชิ้น จำนวนกว่า 2,000 รายการ ในราคาลดสูงสุดกว่า 90% เพื่อเอาใจสายช้อปปิ้ง ที่ไม่จำเป็นต้องบินไปเกาหลี และไม่ต้องพรีออเดอร์อีกแล้ว


นางวชิรา กล่าวอีกว่า
ทั้ง 5 งานยิ่งใหญ่นี้   ยังมีกิจกรรม เวิร์คช้อป สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ ซึ่งทั้งหมดสอนให้ฟรี วันละ 3 รอบ เช่น งานประดิษฐ์  เดคูพาจ   ซึ่งผู้เข้าชมงาน สามารถเข้ามาร่วมกิจกรรม ได้ฟรีตลอดการจัดงาน 

นอกจากนี้  หากซื้อสินค้าภายในงานตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป จนถึง 80,000 บาท สามารถนำใบเสร็จมารับของสมนาคุณ  ที่ทางยูเนี่ยนแพนฯ เตรียมไว้ให้กว่า 4,000 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 5 แสนบาท  งาน  จัด่ขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 19  พฤษภาคม 2567 ณ  อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคาร 9-10 



Share:

Recent Posts

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

📲 (+66) 081 4345154
✉️ Insightoutstory@gmail.com

Add Line📲 Click 👇👇

Translate

🚉 ช.ส.ท.พาเที่ยว นครฯ

Review By Nichapa

POPULAR NEWS

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก