แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การท่องเที่ยว แสดงบทความทั้งหมด

ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบ 66 ปี การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

วันที่ 18 มีนาคม 2569 ณ อาคาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร นางวรางคณา สุเมธวัน ประธานชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว ได้นำคณะกรรมการบริหารชมรมฯ เข้าร่วมแสดงความยินดีในงานวันคล้ายวันสถาปนา ททท. ครบรอบ 66 ปี ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และอบอุ่น ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจขององค์กรด้านการท่องเที่ยวระดับประเทศ

ภายในงานมีผู้บริหารระดับสูงของ ททท. พร้อมด้วยบุคลากร หน่วยงานพันธมิตร และแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายภาคส่วน เข้าร่วมแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง สะท้อนถึงความร่วมมืออันแข็งแกร่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ในโอกาสสำคัญนี้ ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว ยังได้ร่วมสมทบทุนเข้ากองทุนสงเคราะห์ของ ททท. เพื่อใช้ในการช่วยเหลือและพัฒนาสวัสดิการของพนักงาน ลูกจ้าง และครอบครัวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย อันเป็นการแสดงถึงความห่วงใยและการสนับสนุนด้านสังคมควบคู่ไปกับการส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ


ความเป็นมาของการสถาปนา ททท.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2503 โดยมีภารกิจหลักในการส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ ตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษที่ผ่านมา ททท. มีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ กระจายรายได้สู่ชุมชน และยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวชั้นนำของโลก

จากจุดเริ่มต้นของการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวพื้นฐาน สู่การพัฒนากลยุทธ์การตลาดเชิงรุกในยุคดิจิทัล ททท. ได้ปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เชิงสุขภาพ เชิงอนุรักษ์ หรือการท่องเที่ยวเมืองรอง เพื่อสร้างสมดุลและความยั่งยืนให้กับระบบเศรษฐกิจท่องเที่ยวไทย

ไฮไลต์และความน่าสนใจภายในงาน

งานวันคล้ายวันสถาปนาในปีนี้ นอกจากพิธีการแสดงความยินดีแล้ว ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ

  • การจัดนิทรรศการแสดงผลงานและความสำเร็จของ ททท. ตลอด 66 ปี
  • การนำเสนอแนวคิดและทิศทางการท่องเที่ยวไทยในอนาคต
  • การพบปะเครือข่ายพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวทั้งภาครัฐและเอกชน
  • การแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างสื่อมวลชนและหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความร่วมมืออันดีระหว่างทุกภาคส่วน สะท้อนถึงพลังของเครือข่ายที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยให้ก้าวไกลในเวทีโลก

บทบาทของสื่อมวลชนต่อการท่องเที่ยวไทย

การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ของชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว ถือเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์และถูกต้อง สื่อมวลชนมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดเรื่องราว ความงดงาม และเอกลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวไทยไปสู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ

ในโอกาสครบรอบ 66 ปีของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการเดินหน้าสู่อนาคต ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อผลักดันประเทศไทยให้คงความเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับโลกอย่างยั่งยืนต่อไป

Share:

ททท. ร่วมกับ สทท. จัดประชุม Update สินค้าและบริการท่องเที่ยวภาคใต้ ส่งเสริมการขายกับตัวแทนจำหน่ายเตรียมกระตุ้น “ไทยเที่ยวใต้” ผ่าน ห้าง ททท.Online ชั้น 7 โปรโมชั่นสุดพิเศษนำร่อง Theme “หรอยแรงแหล่งใต้”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคใต้ ร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) จัดประชุม Update สินค้าและบริการท่องเที่ยวภาคใต้  ส่งเสริมการขายกับตัวแทนจำหน่ายเตรียมกระตุ้น “ไทยเที่ยวใต้” ผ่าน ห้าง ททท.Online ชั้น 7 โปรโมชั่นสุดพิเศษนำร่อง Theme “หรอยแรงแหล่งใต้” เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2566 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กทม. โดยมี ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์) เป็นประธานการประชุมพร้อมมอบนโยบาย เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวชาวไทยให้เดินทางไปท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ นำร่อง ผ่านการเสนอขายของ Travel Agent ทั้ง Online และ Offline 

โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ มากกว่า 200 บริษัท สาระสำคัญในการประชุมครั้งนี้  คือ การนำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวคุณภาพในพื้นที่ภาคใต้ ตามแนวคิด “14 x 24 x 365 : หรอยแรง” หรือ “หรอยแรงแหล่งใต้” เพื่อรองรับการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยจากทั่วประเทศ และเกิดกระแส “ไทยเที่ยวใต้” อย่างเป็นรูปธรรม โดยจะเน้นการเสนอขายผ่านช่องทาง Online ที่สอดคล้องกับกระแสการตลาดในปัจจุบัน โดย ททท. จะนำเสนอขายผ่าน “ห้าง ททท. – TAT Department Store” ที่จะช่วยให้การกระจายสินค้าและบริการท่องเที่ยวเข้าถึงทุกกลุ่มลูกค้าได้อย่างกว้างขวาง 

นอกจากนี้ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์) และ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ ททท.(นายสมชาย ชมภูน้อย) พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้นำเสนอสินค้าใหม่ภาคใต้  รูปแบบห้าง ททท.Online  และนวัตกรรมการเสนอขาย Online ที่เป็น Friendly User สำหรับ Travel Agent เพื่อให้ “ใครๆ ก็ขายได้” นอกจากนี้ ยังได้เปิดโอกาสให้มีการเจรจาธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการ แบบ Free Flow ด้วย 

ททท. และ สทท. มั่นใจว่า การประชุม Update สินค้าและบริการท่องเที่ยวภาคใต้ ครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้าสู่พื้นที่ภาคใต้ แบบ Quick Win และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเร่งสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ตามนโยบายรัฐบาล  

โดยเฉพาะเปิดโปรโมชั่นพิเศษรับประกันความพึงพอใจผ่าน ห้าง ททท.Online ชั้น 7รูปแบบ :- ห้าง ททท. (Tourism Department Store)

ห้าง ททท.Online โครงสร้างแบ่งออกเป็น 7 ชั้น (5 ภูมิภาคท่องเที่ยว คือ ภาคเหนือ - ภาคกลาง - ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ - ภาคตะวันออก -ภาคใต้) ประกอบด้วย :-

ชั้น 7 โปรโมชั่นพิเศษ (คือ โปรโมชั่นพิเศษ นำสินค้ามาลดราคาพิเศษ จัดรายการพิเศษเพื่อให้ ห้าง ททท.น่าสนใจ อาจลิ้งค์กับการ Liveสด 1 ชั่วโมงนาทีทอง แจกของฟรี เล่นเกมส์ วันที่ 1 เดือน 1 หรือ 2 เดือน 2 )

ชั้น 6 บริษัททัวร์ (คือ โปรแกรมทัวร์ที่บริษัททัวร์DMCในพื้นที่ขาย)

ชั้น 5 แหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรม (คือ แหล่งท่องเที่ยวSTG แหล่งท่องเที่ยวชุมชน สวนน้ำ สวนสนุก สนามกอล์ฟ ฯลฯ)

ชั้น 4 ช้อปปิ้ง&สินค้าของฝาก (คือ ร้านขายของฝาก OTOP สินค้า GI สวนผลไม้ ฯลฯ)

ชั้น 3 โรงแรม ที่พัก (คือ โรงแรม รีสอร์ต โฮมสเตย์ รถบ้าน แค้มป์ปิ้ง ที่พักอุทยานฯ กฟผ. ฯลฯ)

ชั้น 2 ร้านอาหารและเครื่องดื่ม (คือ ร้านอาหาร(แนะนำ) ร้านมิชลิน ร้านกาแฟ Workation ฯลฯ)

ชั้น 1 พาหนะเดินทาง (คือ รถตู้เช่า เรือ บขส.รถไฟ สนามบิน ฯลฯ)

Share:

2-6 สิงหาคมนี้ ! ททท. ชวนเที่ยวงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 41 ประจําปี2566” จัดเต็มทุกมิติท่องเที่ยว ยกความมหัศจรรย์เมืองไทยไว้ในงานเดียว ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์

เย็นวานนี้ (2 สิงหาคม 2566) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีเปิด “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 41 ประจำปี 256” โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนสัมผัสความมหัศจรรย์ของการท่องเที่ยวไทยทุกมิติ 

ภายใต้แนวคิด “นวัฒนธรรม”   นำนวัตกรรมเทคโนโลยีสมัยใหม่ร่วมถ่ายทอดอัตลักษณ์ของ 5 ภูมิภาคในมุมมองสุดอันซีน ตอกย้ำหมุดหมายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมส่งมอบประสบการณ์ท่องเที่ยวไร้ขีดจำกัด เหนือความคาดหมาย และน่าประทับใจ ระหว่างวันที่ 2-6 สิงหาคม 2566 

ณ ฮอลล์ 5-8 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

📍เทศกาลเที่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 41 ประจำปี 2566 จะเป็นกิจกรรมการตลาด (Event Marketing) ที่จะช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวไทยตลอดทั้งปี จากการสร้างรับรู้ความเป็นเอกลักษณ์ของภูมิภาคในประเทศไทย ผ่านแหล่งท่องเที่ยว ศิลปวัฒนธรรม อาหาร และความร่วมมือของทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมฯ ภายใต้นโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG Model สู่การพัฒนาการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน (Sustainable Tourism) 

ครั้งนี้ ททท. ยกความมหัศจรรย์ของประเทศไทยมาไว้ด้วยแนวคิด “นวัฒนธรรม” (นวัตกรรม+วัฒนธรรม) หรือ Inno-Cultural for Sustainable Tourism โดยนำเสนอมุมมองแปลกใหม่ของการท่องเที่ยวไทย บอกเล่าถึงแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่เคยเห็น (Unseen) เรื่องราวที่ไม่เคยรู้ (Untold) และแกะกล่องการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ ๆ (Unbox) สัมผัสกับประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบไร้ขีดจำกัด (Unlimited) เหนือความคาดหมาย (Unpredictable) น่าสนใจอย่าง
ไม่น่าเชื่อ (Unbelievable) รวมทั้งพบกับสินค้าและบริการทางการท่องเที่ยวจากทั่วประเทศแบบเกินต้าน จนหยุดเที่ยวไม่ได้ (Unstoppable) และเก็บเกี่ยวความทรงจำอันน่าประทับใจแบบลืมไม่ลง (Unforgettable)

#amazingthailand 
#เทศกาลเที่ยวเมืองไทย
#โมเมนต์ที่ใช่สร้างได้ไม่ต้องรอ


Share:

อุตสาหกรรมท่องเที่ยวบูม ดันธุรกิจโรงแรม-อาหาร-บริการปรับตัวรับการเติบโต องค์กรธุรกิจท่องเที่ยวและอินฟอร์มา เปิดกลยุทธ์ดึงนักท่องเที่ยวเข้าไทย พร้อมร่วมจัดงานฟู้ด แอนด์ ฮอสพิทาลิตี้ ไทยแลนด์ 2023 เพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ

สมาคมโรงแรมไทย สมาคมภัตตาคารไทย และ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผสานพลังสร้างกลยุทธ์ สร้างการท่องเที่ยวมูลค่าสูงขับเคลื่อนเร็ว จับกระแส Maga Trend ส่งเสริม Soft Power อาหารไทย พร้อมร่วมมือจัดงาน Food & Hospitality Thailand 2023 ดึงผู้ผลิตสินค้า บริการและโซลูชั่นระดับโลก ร่วมโชว์ผลิตภัณฑ์ใหม่ นวัตกรรม-เทคโนโลยีล่าสุด คาดปีนี้มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 28,000 คน 

ในงานเสวนาพิเศษ “รวมพลังสร้างกลยุทธ์เพิ่มมูลค่า เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย” ซึ่งร่วมกันจัดขึ้นโดย สมาคมโรงแรมไทย สมาคมภัตตาคารไทย และ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย พร้อมแถลงความร่วมมือการจัดงาน Food & Hospitality Thailand 2023 โดยเนื้อหาในการเสวนากล่าวถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ขับเคลื่อนได้รวดเร็ว เป็นอีกกลยุทธ์สำคัญของการท่องเที่ยวไทย โดยต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ประกอบการในภาคท่องเที่ยวทั้งระบบ 

นางมาริสา สุโกศล หนุนภักดี นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวถึงแนวโน้มของกลุ่มนักท่องเที่ยวที่กำลังเติบโตขณะนี้ว่า เป็นกลุ่มการท่องเที่ยวพร้อมทำงาน (Work from Anywhere) ซึ่งเป็นวิถีชีวิตและการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่ไม่ยึดติดกับสถานที่ คนเหล่านี้เรียกว่า Digital Nomad มักเลือกแหล่งท่องเที่ยวที่ใช้งานอินเตอร์เน็ตได้ ค่าครองชีพไม่สูง อากาศดี มาตรการวีซ่าไม่ยุ่งยาก และจะใช้เวลาการท่องเที่ยวนานกว่านักท่องเที่ยวปกติ ซึ่งไทยก็เป็นหนึ่งในจุดหมายของการท่องเที่ยวของคนกลุ่มนี้ ส่วนแนวโน้มการท่องเที่ยวของโลกนั้น การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Travel) กลายเป็นกระแสหลักที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตระหนักถึงและช่วยกันผลักดันให้ผู้เกี่ยวข้องเข้าสู่ระบบนิเวศ (Ecosystem) เดียวกัน ดังนั้นภาครัฐและผู้ประกอบการไทยต้องเร่งส่งเสริมเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดขยะ ใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า รักษาแหล่งท่องเที่ยวและธรรมชาติให้สมบูรณ์ หากเราทำได้ดีก็จะมีแต้มต่อในการสนับสนุนการท่องเที่ยวไทยจากทั่วโลกและยังส่งผลดีต่อทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวด้วย

สำหรับการสนับสนุนและร่วมจัดงาน Food & Hospitality Thailand นั้น ถือเป็นวาระสำคัญของสมาคมฯ เพราะนอกจากจะได้ติดตามแนวโน้มการท่องเที่ยว พบกับสินค้าและบริการจากบริษัทชั้นนำแล้ว ปีนี้ยังเป็นปีพิเศษฉลองครบรอบ 60 ปี ของสมาคม พร้อมมีการจัดประชุมใหญ่ประจำปีและกิจกรรมให้ความรู้กับสมาชิกและผู้สนใจ โดยร่วมกับ มูลนิธิใบไม้สีเขียว ในหัวข้อเกี่ยวกับการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การคำนวณคาร์บอนในการเข้าพัก การลดการใช้ทรัพยากรและพลังงาน  รวมถึงการจัด Hospitality Digital Day ที่พูดถึง Digital Marketing สำหรับธุรกิจโรงแรมทุกแง่มุม การแข่งขัน Thailand & AHRA ASEAN Hotel Bartenders’ Championships 2023 เพื่อพัฒนาทักษะพนักงานบาร์เทนเดอร์โรงแรมด้วย

นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวถึง การส่งเสริมอาหารไทยให้เป็น Soft Power ด้านการท่องเที่ยวไทยว่า อาหารไทย (Food) เป็นหนึ่งใน 5F ของ Soft Power เป้าหมายที่ ททท. วางไว้ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านความอุดมสมบูรณ์ของวัฒนธรรมอาหารไทย หรือ การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ซึ่ง 20% ของค่าใช้จ่ายที่นักท่องเที่ยวต่างชาติจ่ายในการท่องเที่ยวไทยมาจากอาหาร โดยในปี 2562 นักท่องเที่ยวต่างชาติมีการใช้จ่ายด้านอาหารในไทยสูงถึง 6 แสนล้านบาท ซึ่งในการการพัฒนาอาหารไทยให้เป็น Soft Power นั้น ต้องร่วมกันสร้างมาตรฐานพัฒนาทั้งระบบ ทั้งด้านสาธารณสุข ความสะอาด ปลอดภัย รสชาติ ฯลฯ รวมถึงประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อที่เข้าถึงง่าย อาทิ ภาพยนตร์  ซีรีย์ ดารานักร้อง รายการอาหาร และรางวัลอาหารระดับโลก อาหารไทยมีข้อได้เปรียบหลายด้าน ทั้งอาหารไทยแท้และเกิดจากการผสมผสานหลายวัฒนธรรมดัดแปลงร่วมกับวัตถุดิบท้องถิ่นจนมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ โดยปีนี้อาหารไทยติด  10  Best Rated Curries     ถึง 5    อันดับ ได้แก่ แกงพะแนง ข้าวซอย แกงเขียวหวาน แกงมัสมั่น และแกงส้ม ความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเป็นเสน่ห์ที่ชวนให้หลงไหลและทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเพื่อสัมผัสกับรสชาติที่แท้จริงของอาหารเหล่านี้

ส่วนการจัดงาน Food & Hospitality Thailand นั้น สมาคมฯ ให้การสนับสนุนมาตลอด มีการเชิญสมาชิกให้เข้าร่วมงานเพื่อหาความรู้รับทราบแนวโน้มธุรกิจใหม่ๆ พร้อมร่วมประชุมและร่วมกิจกรรม โดยกิจกรรมที่น่าสนใจปีนี้ คือ การเชิญวิทยากรที่เป็นนักธุรกิจอาหาร ซึ่งประสบความสำเร็จ มาสร้างแรงบันดาลใจ แนะนำการบริหารและการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ จึงขอเชิญให้ผู้สนใจติดตามและเข้าร่วมกิจกรรมที่จะจัดขึ้นในครั้งนี้

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า งาน Food & Hospitality Thailand มีเป้าหมายการในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้เป็นกำลังสำคัญของธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวของโลก แต่เราจะสร้างความประทับใจ สร้างแรงดึงดูดใจ และรักษาตำแหน่งนี้ไว้ได้อย่างไร การจัดงาน Food & Hospitality Thailand แต่ละครั้งผู้จัดงานจึงต้องทำงานกันอย่างหนัก ทั้งรวบรวมฐานข้อมูลการจัดงานและผู้ประกอบการจากทั่วโลกมาประมวลผลสรุปเป็นแนวทางจัดงาน พร้อมนำเสนอแนวโน้ม ทิศทาง และโอกาสใหม่ๆ ของธุรกิจการท่องเที่ยวให้แก่ผู้เข้าร่วมงานได้รับทราบ เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ธุรกิจก่อนเสมอ 

สำหรับแนวคิดในการจัดงานฯ ครั้งนี้ คือ เชื่อมโยงสู่อนาคต (Connecting the Future) เนื่องจากปีนี้การท่องเที่ยวมีการเดินหน้าต่อเนื่องหลังฟื้นตัวจากช่วงโควิด ทำให้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยถึง 30 ล้านคน ด้วยสัญญาณบวกนี้ส่งให้งานฯ ปีนี้มีความสำคัญมากขึ้น ผู้ประกอบการต่างมองหาผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชั่นระดับพรีเมียมไว้รองรับและสร้างความพึ่งพอใจให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามามากขึ้นในช่วงปลายปีนี้และปีหน้า ทั้งยังเป็นการขานรับและดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกันกับกลยุทธ์ที่ทาง ททท. และ องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยววางไว้ 

ดังนั้นงาน Food & Hospitality Thailand 2023 จึงได้รับความสนใจจากผู้ผลิตสินค้าและบริการระดับพรีเมียมในการเข้าร่วมจัดแสดงงานกว่า 2,000 แบรนด์ จาก 20 ประเทศทั่วโลก ในโซนต่างๆ ของการจัดงานฯ ได้แก่ Coffee & Bakery Thailand (CBT), Restaurant & Bar Thailand (RBT) และ 2 โซนใหม่ Shop & Retail Thailand (SRT), และ Cleaning & 

Hygiene Thailand (CHT) ที่เกิดขึ้นครั้งแรก ส่วนความพิเศษในปีนี้ คือ  การจับมือกับพันธมิตรรายใหญ่ยักษ์ใหญ่จากจีน ที่นำงาน Hotel & Shop Plus Thailand งานแสดงสินค้าและผลิตภัณฑ์สำหรับการออกแบบตกแต่งอาคาร โรงแรมและพื้นที่เชิงพาณิชย์ มาร่วมจัดแสดง  นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมงานสัมมนา การประชุม เวิร์กชอป และการแข่งขันที่น่าสนใจมากมาย อาทิ สัมมนาพิเศษจาก ททท. หัวข้อ “โอกาสการเติบโตของธุรกิจอาหารออร์แกนิกและความเป็นคลังอาหารของประเทศไทย รวมถึงการเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism)”, การแข่งขันทำอาหาร Thailand's 27th International Culinary Cup (TICC),  การแข่งขัน Latte Art และ Coffee in Good Spirits, การทำเบเกอรี่ ไอศกรีม ศิลปะการตกแต่งอาหาร บาริสต้าและบาเทนเดอร์เวิร์กชอป ฯลฯ โดยการจัดงานฯ ครั้งนี้คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 28,000 คน 

โดยงาน Food & Hospitality Thailand 2023 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 สิงหาคม 2566 ณ ฮอลล์ 1-3 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ผู้สนใจรายละเอียดการจัดงานฯ สามารถติดตามข้อมูลได้ที่ www.fhtevent.com 

Share:

ททท. ปลุกกระแส 5F เปิดตัวโครงการ Soft Power Tourism Booster Shot เพิ่มมูลค่าสินค้าวัฒนธรรม อัดแน่นกิจกรรมชวนสัมผัสเสน่ห์เที่ยวไทยทุกมิติ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา เป็นประธานในงานแถลงข่าวและเปิดตัวโครงการ Soft Power Tourism Booster Shot โดยมี นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และนางสาวเพชรรัตน์ สายทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วม ณ Quartier Avenue ชั้น G ศูนย์การค้า The EmQuartier ชูศักยภาพ Soft Power ไทยทุกมิติ ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเชื่อมโยง 5F ทั้ง Online และ On-site พร้อมเปิดตัวแคมเปญ Year of Thai Gastronomy ย้ำความอุดมสมบูรณ์ของวัฒนธรรมอาหารไทยผ่านการท่องเที่ยว เชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) สอดรับปีท่องเที่ยวไทย 2566

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การเปิดตัวโครงการ Soft Power Tourism Booster Shot ภายใต้แนวคิด Local to Global เชื่อมไทยสู่โลก ส่งเสริมวัฒนธรรม Soft Power ของไทยให้กลายเป็นสินค้าทางการส่งออกที่สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและกระตุ้นการยกระดับห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพตามแนวคิด BCG Model และเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศไทยกระจายไปยัง 5 ภูมิภาคและมุ่งสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพอย่างยั่งยืน ตามเป้าหมายขององค์กรในปีท่องเที่ยวไทย 2566 

สำหรับโครงการ Soft Power Tourism Booster Shot ประกอบด้วย กิจกรรม 2 ส่วนหลัก ได้แก่ กิจกรรมสร้างการรับรู้ทางสื่อออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่น Tiktok โดยใช้ Celebrity Marketing ผนึกกำลังตัวแทน Soft Power 3 มิติหลัก เรื่อง F-Food F-Fashion และ F-Fight และ กิจกรรมส่งเสริมการตลาด ทั้งรูปแบบ Online และ On-site ร่วมกับผู้ประกอบการท่องเที่ยว ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

กิจกรรมออนไลน์ร่วมกับ Influencer ผ่านแอปพลิเคชั่น Tiktok โดยเริ่มต้นส่งเสริม F-Food ผ่าน การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy) โดยเชิญอินฟลูอินเซอร์สายกิน พีช-ภูณทัศน์ วิวัฒพัฒนอนันต์ หรือเจ้าของช่อง Youtube "พีช อีท แหลก" ตัวแทน “Gastronomer”ที่จะพาทุกคนเดินทางออกไป ตามรอย ความอร่อย ลิ้มรสเสน่ห์ของอาหารคาวหวานทั่วไทย พร้อมชวนร่วมกิจกรรมแบ่งปันพิกัดอร่อยบอกต่อผ่านแฮชแท็ก #Gastronomer และ #(ชื่อเมนูที่ชอบ) เพื่อลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1.5 ล้านบาท โดยรางวัลต่อที่ 1 รับโค้ดส่วนลด สำหรับสั่งซื้ออาหารบนแอปพลิเคชัน Robinhood มูลค่า 50 บาท รวม 10,000 รางวัล ร่วมสนุกได้ ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 มิถุนายน 2566 และต่อที่ 2 ลุ้นรับ Voucher สำหรับใช้บริการร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการฯ มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 100 รางวัล โดยกำหนดประกาศผลรางวัลต่อที่ 2 ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2566


ต่อด้วยกิจกรรมที่ 2 ส่งเสริมวัฒนธรรมการแต่งกายงามอย่างไทยส่งเสริม F- Fashion
ด้วยกิจกรรม “ใส่ผ้าไทยไปเที่ยว” พบกับ เขื่อน-ภัทรดนัย เสตสุวรรณ ที่จะมาร่วมปลุกกระแสฟีเว่อร์ผ้าไทยอย่างต่อเนื่อง ชวนทุกคนออกไปเที่ยวทั่วไทยด้วยการแต่งกายชุดผ้าไทยหรือผ้าท้องถิ่น และนำเสนอเป็นวิดีโอคอนเทนต์ ผ่านแอปพลิเคชั่น Tiktok พร้อมติด #ใส่ผ้าไทยไปเที่ยว เพื่อลุ้นรับรางวัลโค้ดส่วนลด Lazada มูลค่า 100 บาท สำหรับการซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์ผ้าไทย และสินค้า OTOP บนแอปพลิเคชั่น Lazada จำนวน 5,000 โค้ด และ ลุ้นรับกางเกงช้าง กางเกงแฟชั่นไทยยอดฮิต จำนวน 4,000 ตัว ร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม – 14 สิงหาคม 2566

และ F- Fight ในกิจกรรมที่ 3 กับ “Muay Thai Dance Challenge” กับ บัวขาว-สมบัติ บัญชาเมฆ เพียงถ่ายวิดีโอ Dance Challenge ท่าเต้นมวยไทยสนุกๆ ตามวิดีโอต้นแบบของ บัวขาว บัญชาเมฆ และโพสต์ลง แอปพลิเคชั่น TikTok พร้อมติด #MuayThaiDanceChallenge เพื่อลุ้นรับรางวัลมูลค่ากว่า 1.5 ล้านบาท จำนวน 335 รางวัล อาทิ กางเกงมวยไทยพร้อมลายเซ็นบัวขาว บัญชาเมฆ บัตรสมาชิก Dual Club Class membership Fitness First บัตรชมมวยเวทีราชดำเนิน เป็นต้น 


นอกจากนี้ ททท. ยังได้จัด กิจกรรมส่งเสริมการตลาด 5F นำเสนอโปรโมชั่นและมอบส่วนลดพิเศษสำหรับใช้บริการโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ร่วมกับผู้ประกอบการทั่วไทย ระหว่างเดือนมิถุนายน - กันยายน 2566 ทั้งรูปแบบ On-site และ Online ผ่านแอปพลิเคชัน Robinhood และ Lazada  

โดยนำเสนออัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ 5 ภูมิภาค 5 จังหวัด ได้แก่ F-Fashion ภาคเหนือ จ.แพร่ ชวนใส่ผ้าไทย ไปแอ่วเหนือ พร้อมตื่นเต้นกับ “เสน่ห์วันวานเมืองเหนือ” Fashion Show ผ้าไทย และสนุกไปกับ TAT Mirror Thai Fabric ถ่ายรูปกับ effect ชุดผ้าไทย ผ่านตู้ถ่ายภาพสุดล้ำสมัย / F-Food ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น เปิดประสบการณ์กับอาหารอีสานขนานแท้ ยกระดับอาหารถิ่น Local to Royal กับ กิจกรรม Esan Food Testing ชิมอาหารอีสานกับเชฟอาหารอีสานชื่อดัง / F-Fight ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร ร่วมสนุกไปกับบูธกิจกรรมมวยไทย พร้อมบูธขายสินค้าและบริการเพื่อสุขภาพ อุปกรณ์กีฬา และอาหารไทย / F-Festival ภาคตะวันออก จ.ชลบุรี สัมผัสประสบการณ์เทศกาลผ่านเทคโนโลยีทันสมัย AR เสมือนจริง และ F-Film ภาคใต้ จ.นครศรีธรรมราช ชวนประชันความคิดสร้างสรรค์กับกิจกรรม Thai Film Soft Power คลิปแหล่งท่องเที่ยว ตามรอยหนังไทย ลุ้นรางวัลเงินสด มูลค่ารวมกว่า 1 แสนบาท และสุดพิเศษกับนิทรรศการจัดแสดงผลงานที่ร่วมโครงการฯ 


ภายในงานแถลงข่าวฯ ททท. ยังได้เปิดตัวแคมเปญ Year of Thai Gastronomy
ตอกย้ำปีท่องเที่ยวไทย 2566 สะท้อนความสมบูรณ์ของวัฒนธรรมอาหารไทย ชวนนักท่องเที่ยวเดินทางท่องเที่ยวตามรอยอาหารถิ่นทั่วไทย พบกับส่วนลดร้านอาหารทั่วประเทศ จำนวน 350 ร้าน และจุดสแกน QR Code เพื่อรับส่วนลดมากมาย รวมทั้ง จะนำเสนอวัฒนธรรมอาหารในทุกพื้นที่การจัดงาน มีการเปิดเวทีเสวนาหัวข้อ “Soft Power Tourism Booster Shot” โดยมี นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. พีช-ภูณทัศน์ วิวัฒพัฒนอนันต์ อินฟลูเอ็นเซอร์ด้านอาหาร เขื่อน-ภัทรดนัย เสตสุวรรณ อินฟลูเอ็นเซอร์ด้านแฟชั่น และ บัวขาว-สมบัติ บัญชาเมฆ ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และข้อมูล Soft Power แต่ละด้าน ทั้งนี้ ททท. ยังได้นำร่องจัดกิจกรรม “Thailand Soft Power Week” ออกบูธกิจกรรมและจำหน่ายสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยว พร้อมจัดโชว์พิเศษ Soft Power 5F ระหว่างวันที่ 13 - 19 มิถุนายน พ.ศ.2566 ณ Quartier Avenue ชั้น G ศูนย์การค้า The EmQuartier 


บรรยากาศกิจกรรมโครงการ Soft Power Tourism Booster Shot
ได้รับความสนใจจากประชาชนมากมาย นอกจาก ผู้อำนวยการภูมิภาค และจาก 5 ภูมิภาค การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ยังมีอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมาร่วมเป็นพันธมิตร อาทิ ปานตา จองศิริเลิศ TikTok Brand Partnerships Manager. อรวรรณ เกลียวปฏินนท์ จาก อีโวลูชั่น เวลล์เนสส์,และวิลาสินี จิวานนท์


สำหรับผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดโครงการ Soft Power Tourism Booster Shot เพิ่มเติมได้ที่ www.tourismthailand.org/thailandsoftpower หรือ TAT Contact Center โทร. 1672 Travel Buddy

Link Video : https://youtu.be/461S9WkJqms

Share:

ททท. ร่วมกับเซ็นทรัลพัฒนา ปั้นกลยุทธ์ “Sustainable Tourism Ecosystem” ดันเที่ยวไทยบูมทั่วประเทศ ปั้นเมืองรอง กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น พร้อมเผยงบสนับสนุนการพัฒนาชุมชนทั่วประเทศ 400 ล้านบาทต่อปี

วันนี้ (7 มิถุนายน 2566) นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้เกียรติกล่าวเปิดงานแคมเปญ "เที่ยวไทยถึงถิ่น เที่ยวได้ทั้งปี" GO LOCAL, LOVE LOCAL โดยมี ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด คุณอุทัยวรรณ อนุชิตานุกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารความเป็นเลิศและการพัฒนาอย่างยั่งยืนบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงภาพรวมของแผนงาน ปั้นเมืองรอง กระตุ้นท่องเที่ยว กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ชูจุดแข็งศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ภายใต้ 3 แนวคิด ได้แก่  

1) Retail-Led Tourism: ชูศูนย์การค้าเป็นเดสติเนชั่นสร้างเครือข่ายท่องเที่ยวชุมชน

2) Cross-Region Mode!: ส่งเสริมการท่องเที่ยวข้ามถิ่นข้ามภาค และ

3) National Soft Power ดึง DNA เมืองรอง จับมือท้องถิ่นสร้างอีเว้นท์ดึงดูดตลอดปี

โดยแคมเปญ "GO LOCAL, LOVE LOCAL" นำร่องเฟสแรก 4 จังหวัด ได้แก่ 

1. นครศรีธรรมราช - ดื่มด่ำเสน่ห์แห่ง “ธรรมะ-ธรรมชาติ-วัฒนธรรม” ที่ไม่ธรรมดา โปรโมท ธรรมะแลนด์มาร์กที่สายมูต้องไม่พลาด , “ธรรมชาติ” สุดอันซีน เห็นแล้วต้องอยากแชร์ให้ลูกรู้, และ “วัฒนธรรม” สัมผัสไลฟ์สไตล์ของคนท้องถิ่นแบบอินไซด์

2. อยุธยา - ท่องเที่ยวกรุงเก่าด้วยมุมมองใหม่ได้อรรถรส สัมผัสเมืองมรดกโลก, ไหว้พระทำบุญชมโบราณสถาน,สายคาเฟ่-สายกิน ฟินของอร่อย และท่องเที่ยวสไตล์วิถีชุมซน

3. อุบลราชธานี -สัมผัสสน่ห์กับ 4 แสงแห่งดินแดนอีสานใต้ ได้แก่ แสงแรกยามรุ่งอรุณ, แสงธรรมจากเกิจิอาจารย์ดัง, แสงเทียนแห่งประเพณีสุดงดงาม, และแสงอาทิตย์สุดล้ำเพื่อพลังงานสะอาด

4. จันทบุรี - อินและฟินกับเมืองท่องเที่ยวเนื้อหอมแห่งภาคตะวันออก ไม่ว่าจะเป็นดื่มต่ำความงดูงามแห่งธรรมชาติสุดหลากหลาย, เต็มอิ่มกับผลไม้เลื่องชื่อเมืองจันท์ และมนต์เสน่ห์ชุมชนริมน้ำสุดคลาสสิก

แคมเปญ ดังกล่าวฯ ที่เป็นต้นแบบที่ดีการส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแบบได้ประโยชน์ทั้ง ห่วงโซ่อุปทาน ช่วย ททท. ไม่ว่าจะด้วยเรื่อง Dive Demand , Shape Supply หรือแม้แต่การ

Thieve for Excellence ททท.จะเดินคู่ไปกับหน่วยงาน พันธมิตร แบบ 360 องศา ร่วมกันพัฒนา ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ กับแผนยุทธศาสตร์ ของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด(มหาชน) ผลักดัน การท่องเที่ยวชุมชน "เที่ยวไทยถึงถิ่น เที่ยวได้ทั้งปี" (Go Local , LoveLocal) ซึ่งสอดรับกับนโยบาย The Link การเชื่อม Local To Global เพื่อให้ประเทศไทยเป็นสวรรค์ทางการท่องเที่ยวได้ทั้งปี Thailand All Year Round , 365 มหัศจรรย์ เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน และพร้อมส่งมอบประสบการณ์ Tourism Experience ให้กับผู้เยี่ยมเยือนทุกท่านได้ประทับใจ กลายเป็นความทรงจำและอยากจะกลับมาอีกทุกครั้งที่คิดถึง

#TheLinkLocaltoGlobal
#partnership360
#GoLocalLoveLocal

Share:

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Recent Posts

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

📲 (+66) 095 469 4415
✉️ Insightoutstory@gmail.com

Add Line📲 Click 👇👇

Translate

🚉 ช.ส.ท.พาเที่ยว นครฯ

Review By Nichapa

POPULAR NEWS

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก