วธ. จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 5 ธันวาคม ทั่วประเทศ

 

นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์และกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ถวายพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 5 ธันวาคม เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย โดยร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนพสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วประเทศ ร่วมกันสวดเจริญพระพุทธมนต์บำเพ็ญกุศลถวายพระราชกุศลฯ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยในส่วนกลางร่วมกับวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติถวายพระราชกุศล ในวันอังคารที่ 5 ธันวาคม 2566 ประกอบด้วย พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และสดับปกรณ์ (พิธีการทอดผ้าบังสุกุล) กิจกรรมจิตอาสาทำความสะอาดลานวัด ศาลาการเปรียญ พระอุโบสถ ห้องน้ำ-ห้องสุขา และตัดแต่งกิ่งไม้ภายในบริเวณวัด

สำหรับส่วนภูมิภาค ได้สนับสนุนสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศ ดำเนินการจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เช่นเดียวกับส่วนกลาง และจัดกิจกรรมตามวันเวลาและสถานที่ตามความเหมาะสมในพื้นที่ อาทิ กิจกรรมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ จัดนิทรรศการหรือจัดทำวีดิทัศน์น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และกิจกรรมเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้ ได้ขอความร่วมมือให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดทั่วประเทศ ใช้ดอกดาวเรืองหรือดอกไม้สีเหลืองจัดทำพานพุ่มและตกแต่งสถานที่ประกอบพิธี ซึ่งดอกดาวเรืองเป็นดอกไม้ประจำพระองค์ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีสีเหลืองตรงกับ “วันจันทร์” ซึ่งเป็นวันพระบรมราชสมภพ แสดงถึงพระจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ ที่เรียบง่ายและพอเพียง และถือเป็นต้นไม้มงคลที่เชื่อกันว่าเป็นดอกไม้ที่มาจากสรวงสวรรค์ หากปลูกไว้ก็จะนำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองแก่ตนเองและครอบครัว มีความอยู่ดี กินดี และอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่ออีกว่า ตลอดรัชสมัยของพระองค์ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ทรงอุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของราษฎร ทุกหนทุกแห่งบนผืนแผ่นดินไทยที่รอยพระบาทได้ประทับลง เป็นไปเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ของอาณาประชาราษฎร์ และพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรือง จึงขอเชิญชวนพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ร่วมกันทำความดีถวายพระราชกุศล อันเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อให้ประชาชนของพระองค์มีความอยู่ดีกินดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้ศาสนิกชนทุกคนได้ร่วมรำลึกถึงพระบรมราโชวาท น้อมนำมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน มีจิตอาสาเสียสละ มุ่งประโยชน์ส่วนรวม ช่วยเหลือกันและกัน อยู่ร่วมกันอย่างสามัคคี

Share:

GAC AION ขนที่สุดของซูเปอร์คาร์รถไฟฟ้า Hyper SSR ขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม.ต่อชั่วโมง ภายในเวลา 1.9 วินาที ให้ผู้ขับได้สัมผัสแรงกระชากในระดับ 1.7 G ในงาน Motor Expo 30 นี้

GAC AION มาเหนือเมฆขนขุมพลังแห่งรถไฟฟ้า 100% ระดับไฮเอน Hyper SSR ด้วยขุมพลัง 1,225 แรงม้า 0-100 กม. ต่อชั่วโมง ภายในเวลา 1.9 วินาที ให้ผู้ขับได้สัมผัสแรงกระชากในระดับ 1.7 G และรถในตระกลู Hyper GT รถสปอร์ตซีดานไฟฟ้า ที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่ดูดุดันและสง่างาม และ , Hyper HT เอสยูวีไฟฟ้าประตูปีกนก วิ่งไกลสูงสุดถึง 1,000 กิโลเมตร พร้อมปล่อยตัว AION Y Plus 490 Premium ที่งาน Motor Expo 2023 เพื่อเป็นการแสดงถึงศักยภาพของแบรนด์ และเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นของ GAC AION ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะแห่งอนาคตเข้าสู่ตลาดโลก

งาน Motor Expo 2023 ปีนี้ GAC AION เตรียมเผยโฉม Hyper SSR ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้า 100% ระดับเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด ถือเป็นรถซูเปอร์คาร์สมรรถนะสูงระดับไฮเอนด์รุ่นแรก ภายใต้แบรนด์ Hyper จาก GAC AION บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ระดับแถวหน้าจากประเทศจีน

Hyper SSR มาพร้อมกับดีไซน์ที่ดูโฉบเฉี่ยวและเป็นเอกลักษณ์ ตัวถังภายนอกผลิตขึ้นจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์คุณภาพสูง 100% ให้ความแข็งแรงและมีน้ำหนักที่เบากว่าเหล็กทั่วไปมากถึง 2.5 เท่า โดดเด่นด้วยประตูแบบปีกผีเสื้อ (Butterfly Doors) ที่สามารถเปิดหรือปิดเพียงแค่กดปุ่มบริเวณประตู, หรือเหยียบแป้นเบรกให้ลึกขึ้นในขณะจอดรถ ประตูก็จะเปิดโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบ Active Spoiler ซึ่งสามารถสร้างแรงกดบริเวณท้ายรถได้มากถึง 100 กิโลกรัม และไม่น่าเชื่อว่า Hyper SSR มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (cd) เพียงแค่ 0.146 เท่านั้น

ขุมพลังของ Hyper SSR จะมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ที่ให้พละกำลังสูงสุดมากถึง 1,225 แรงม้า ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลา 1.9 วินาที ให้ผู้ขับได้สัมผัสแรงกระชากในระดับ 1.7 G

ตามด้วย Hyper GT รถสปอร์ตซีดานไฟฟ้า ที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่ดูดุดันและสง่างาม เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ด้วยราคาประมาณ 1,100,000 – 1,700,000 บาท (ในประเทศจีน) สร้างเสียงฮือฮาเป็นอย่างมาก และทำยอดขายไปได้มากถึง 2,000 คันในเดือนแรกของการเปิดตัว ถือเป็นรถสปอร์ตซีดานไฟฟ้าระดับไฮเอนด์ที่ทำยอดขายได้เร็วที่สุดนับตั้งแต่เปิดตัว

ดีไซน์ภายนอกและภายในของ Hyper GT แฝงไว้ด้วยเส้นสายที่ดูสปอร์ต ผสานกับความหรูหราไว้ได้อย่างลงตัว พร้อมด้วยประตูแบบปีกผีเสื้อ (Butterfly Doors) ที่สามารถเปิด-ปิด ได้ด้วยการกดปุ่มเพียงครั้งเดียว รวมถึงสปอยเลอร์หลังแบบแอคทีฟ ที่จะทำงานเมื่อถึงความเร็วที่กำหนด หรือเลือกเปิด – ปิด ได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่

ขุมพลังของ Hyper GT จะมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว มอบพละกำลังสูงสุด 340 แรงม้า พร้อมด้วยแรงบิด 320 นิวตัน-เมตร ให้อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 4.9 วินาที ขับเคลื่อนล้อหลัง จับคู่กับแบตเตอรี่ขนาด 80 kWh ให้ระยะทางวิ่งสูงสุด 710 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC) นอกจากนี้ยังได้ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ NDA ทำงานควบคู่กับกล้อง LIDAR 3 ตัวที่สามารถปรับโฟกัสสำหรับการตรวจหาวัตถุได้ทั้งในระยะใกล้และระยะไกล พร้อมด้วยชิปประมวลผล AI คุณภาพสูงจาก Huawei มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบาย และปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้ขับและผู้โดยสาร

และ Hyper HT เอสยูวีขุมพลังไฟฟ้า 100% ระดับไฮเอนด์ รุ่นแรกจาก Hyper แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงจาก GAC AION ที่มาพร้อมกับดีไซน์ สมรรถนะ และออปชั่น ที่เหนือกว่า โดยรถคันนี้ถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม AEP 3.0 ที่ทาง GAC AION วิจัยและพัฒนาขึ้นมาสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ พร้อมด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ Xingling ซึ่งจะมาพร้อมกับเซ็นเซอร์มากถึง 39 ตัว, ทำงานควบคู่กับกล้อง LIDAR 3 ตัว ให้ความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้ขับและผู้โดยสาร

Hyper HT ได้สร้างมาตรฐานใหม่ ในตลาดเอสยูวีไฟฟ้า 100% โดยได้ชูจุดเด่น 4 ประการได้แก่ ดีไซน์และการออกแบบที่หรูหรา, วัสดุและการตกแต่งระดับพรีเมียม, สมรรถนะการขับที่ยอดเยี่ยม และระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ชาญฉลาด มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ขับและผู้โดยสาร สอดคล้องกับ DNA ของแบรนด์ Hyper ได้แก่ Advanced , Trendy , Fun , High-grade

นอกจากนี้ยังมียังได้เปิดตัว AION Y Plus 490 Premium เป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ GAC AION สร้างขึ้นเพื่อตลาดประเทศไทยโดยเฉพาะ สะท้อนให้เห็นว่าGAC AION มีความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคและตลาดอย่างลึกซึ้ง GAC AION จึงมอบความสะดวกสบายสูงสุดให้กับลูกค้า ด้วยการอัพเกรดออปชันอัจฉริยะและการปรับแต่งใหม่มากถึง 24 รายการ โดย AION มองว่าในตลาดประเทศไทย รถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะที่ใช้ในการเดินทางเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของคุณภาพชีวิตและบ่งบอกถึงไลฟ์สไตล์อีกด้วย 

AION Y Plus 490 Premium จึงให้ความสำคัญกับการผสมผสานระหว่างไลฟ์สไตล์และสมรรถนะในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ทั้งในด้านการออกแบบและวัสดุอุปกรณ์ รวมถึงออปชันที่เลือกใช้ในทุกรายละเอียดตั้งแต่ภายนอกไปจนถึงภายใน ถูกออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หรูหรา สะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพ

สิ่งที่จะพลาดไม่ได้เลยของ AION Y Plus 490 Premium ก็คือ รถคันนี้มาพร้อมกับการอัพเกรดระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะและระบบความบันเทิง โดยได้มีการเพิ่มฟังก์ชันเด่นๆอย่าง ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันจนถึงจุดหยุดนิ่ง (ACC With Stop&Go), ระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะ (ICA), ระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCW), ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ (AEB), ระบบช่วยขับขี่ในสภาพการจราจรติดขัด (TJA), ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW), และระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในเลน (LKA) เป็นต้น ทำให้ AION Y Plus 490 Premium รุ่นใหม่ ครบครันทั้งด้านความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ อีกทั้งยังมาพร้อมระบบควบคุมและสั่งการด้วยเสียงอัจฉริยะ พร้อมด้วยฟังก์ชันควบคุมรถจากระยะไกลผ่านโทรศัพท์มือถือ ที่สามารถรองรับได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อมอบประสบการณ์ความสะดวกสบายที่มากยิ่งขึ้นให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย นอกจากนี้ GAC AION ยังได้มอบสายชาร์จฉุกเฉิน (EMERGENCY CHARGER) และอุปกรณ์เชื่อมต่อ V2L แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของ GAC AION

เตรียมพบกับ AION Y Plus 490 Premium รุ่นใหม่ ในงาน Motor Expo 2023 เชิญมาสัมผัสนวัตกรรม และเทคโนโลยีสุดล้ำของ AION และ Hyper ได้ที่บูธ GAC AION (E03) ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม 2566 โดยท่านสามารถรับชมพิธิเปิดตัวบูธ พร้อมชมการเปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ AION Y Plus 490 Premium ในวันที่ 29 พฤศจิกายน เวลา 14.30 น. ผ่านทาง Live สดบน Facebook : AION Thailand งานนี้ไม่ควรพลาด!!!

Share:

Garrett Popcorn Shops® เดินหน้าเสิร์ฟความอร่อยระดับโลกให้แฟน ๆ ทั่วประเทศไทย


พบกับหน้าร้านใหม่ทั่วกรุงเทพฯ และเพลิดเพลินไปกับการสั่งป๊อปคอร์นรสโปรดบนช่องทางออนไลน์ ที่พร้อมส่งตรงถึงประตูบ้านคุณ

กรุงเทพฯ – 21 พฤศจิกายน 2566 – Garrett Popcorn Shops® สานต่อตำนานชิคาโกมาตั้งแต่ปี 2492 ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำป๊อปคอร์นคั่วด้วยมือแสนอร่อยถึงมือคนไทย! เปิดหน้าร้านใหม่ 3 แห่งในกรุงเทพฯ และเว็ปไซต์อีคอมเมิร์ซที่ให้คุณสั่งป๊อปคอร์นรสโปรดได้ง่าย ๆ พร้อมส่งตรงถึงบ้านคุณทั่วไทย

นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2557 Garrett Popcorn ได้รับความรักอย่างล้นหลามจากคนไทย ด้วยรสชาติยอดนิยมอย่าง คาราเมลคริสพ์™, ชีสคอร์น และชิคาโกมิกซ์™ ซึ่งเป็นการผสมผสานที่ลงตัวของคาราเมลคริสพ์และชีสคอร์น ด้วยสูตรพิเศษและกระป๋องสะสมที่เป็นเอกลักษณ์ ความนิยมของ Garrett Popcorn ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2566 ได้เปิดสาขาใหม่ที่เซ็นทรัลเวสต์เกต, เมกาบางนา และสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ซึ่งการขยายสาขาทั้ง 3 สาขานี้เป็นการตอบรับความต้องการของแฟน ๆ ทั้งในและรอบ กรุงเทพฯ

Garrett Popcorn ขยายโอกาสให้แฟน ๆ ทั่วประเทศไทย ด้วยการเปิดตัวเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ พร้อมบริการสุดพิเศษ อย่างบริการคั่วป๊อปคอร์นและจัดส่งในวันเดียวกัน เพื่อให้แฟน ๆ ทั่วประเทศสามารถสั่งป๊อปคอร์นสุดพิเศษที่เป็นได้ทั้งของว่างและของขวัญ ส่งตรงถึงบ้านคุณ นอกจากนี้ ยังมอบบริการจัดส่งฟรีสำหรับการสั่งซื้อเพื่อเติมเต็มความสุขในช่วงเทศกาล

"เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ Garrett Popcorn ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากลูกค้าในประเทศไทย และตื่นเต้นที่จะเปิดตัวหน้าร้านใหม่ 

Share:

ตอกย้ำ 10 ปี แห่งความยิ่งใหญ่กับงานวิชาการฮาลาลที่ดีที่สุดในไทย/“Thailand Halal Assembly 2023” งานประชุมวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลและนวัตกรรมฮาลาลนานาชาติ


จัดขึ้นเป็นปีที่ 10 จนได้ชื่อว่าเป็นงานฮาลาลที่ดีที่สุดในประเทศไทยกับ “งานประชุมวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลและนวัตกรรมฮาลาล ปีที่ 10” หรือ “Thailand Halal Assembly 2023” ภายใต้ธีมงาน “ฮาลาลจากแนวคิดสู่ดิจิทัลสู่ความวางใจ” (Digitalizing Halal Initiatives for Fostering Halal Trust) ระหว่างวันที่ 2-3 ธันวาคม 2566 ณ โรงแรมนูโว ซิตี (ซอยสามเสน 2) ซึ่งงานนี้จะถือได้ว่าเป็นเวทีนำเสนอแนวคิดฮาลาลในโลกยุคดิจิทัลที่จะทำให้ทุกคนเข้าถึงฮาลาลได้มากขึ้น !!

รศ.ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานจัดงาน Thailand Halal Assembly 2023 กล่าวว่า ตลอด 10 ปี .. ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) เป็นเจ้าภาพหลักจัดงานประชุมวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลที่ดีที่สุดในประเทศไทย จนเป็นที่กล่าวขวัญว่าเป็นอีกหนึ่งงานใหญ่ปลายปีที่ไม่ควรพลาด ... โดยปีนี้ “Thailand Halal Assembly 2023” ภายใต้ธีมที่โด่ดเด่นและทันยุคทันสมัย กับธีม “ฮาลาลจากแนวคิดสู่ดิจิทัลสู่ความวางใจ” (Digitalizing Halal Initiatives for Fostering Halal Trust) เป็นการแสดงจุดเด่นของประเทศไทยในฐานะผู้นำด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล และผู้พัฒนาระบบฮาลาลดิจิทัลอันเป็นไปตาม 3 มติคณะรัฐมนตรี ได้แก่ มติวันที่ 2 มิถุนายน 2558, วันที่ 10 กันยายน 2562 และวันที่ 8 สิงหาคม 2566

ภายในงานประกอบด้วย 3 การประชุมวิชาการ ได้แก่ 1) งานประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮาลาล The International Halal Science and Technology Conference 2023 (IHSATEC 2023) เป็นการนำเสนอผลงานวิชาการและวิจัยเพื่อตีพิมพ์เผยแพร่ใน วารสารวิชาการระดับนานาชาติ ซึ่งในงานปีนี้ วารสาร JHASIB ฉบับปฐมฤกษ์ ค.ศ.2023 จะเปิดตัวผ่านทางออนไลน์รวมทั้งตีพิมพ์บางส่วน นับจากนี้ ศวฮ.จะนำเสนอวารสาร JHASIB ปีละ 2 ฉบับโดยรวบรวมบทความวิจัยและวิชาการที่นักวิจัยและนักวิชาการชาติต่างๆ นำเสนอในงาน THA แต่ละปี 2) The 16th Halal Science and Business International Conference (HASIB) พบกับ SPEAKER มากความสามารถจากนานาชาติ มากกว่า 10 ประเทศ กับหัวข้อน่าสนใจหลากหลายแขนง 3) การประชุมนานาชาติว่าด้วยมาตรฐานและการตรวจรับรองฮาลาล : The 9th International Halal Standards Convention และการจัดนิทรรศการ showcase นวัตกรรมดิจิทัล 3 ชิ้น ได้แก่ (1) Thailand Diamond Halal Through HAL-Q Plus Halal Standardization System อันเป็นผลจากมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 2 มิถุนายน 2558, (2) Diamond Halal Blockchain อันเป็นผลจากมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 10 กันยายน 2562, (3) Halal Route อันเป็นผลจากมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 8 สิงหาคม 2566 ซึ่งจากการจัดนิทรรศการทั้ง 3 ชิ้นนี้ จะเห็นได้ชัดเจนว่า ศวฮ.ยังคงมุ่งมั่นสร้างความเชื่อมั่นด้านฮาลาล (Halal Trust) เป็นปณิธานที่ไม่เคยสิ้นสุด นับเนื่องมาจากมติคณะรัฐมนตรีในวันที่ 13 สิงหาคม 2546 อันเป็นวันที่ ศวฮ.ถือกำเนิดขึ้นมาโดยตลอดอย่างไม่เคยเปลี่ยนแปลง และการจัดงานครั้งนี้เราเชื่อว่าจะเป็นการเปลี่ยนแนวคิดวิถีฮาลาลแบบเดิมๆ ให้ทันสมัยและล้ำกว่าใคร เพราะ Thailand Halal Assembly เป็นเสมือนเวทีนำเสนอแนวคิดฮาลาลในโลกยุคดิจิทัลที่จะทำให้ทุกคนเข้าถึงฮาลาลได้มากขึ้น 

ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกท่านจะไม่พลาดงานครั้งนี้ ที่จะทำให้เราเติบโต และเป็นผู้นำในการส่งออกด้านผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาล ที่ไม่ได้นับเฉพาะผู้บริโภคมุสลิมเท่านั้น แต่รวมไปถึงประชากรโลกกว่าสองพันล้านคน และสำหรับผู้สนใจเข้าร่วมงาน สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ Website: https://thailandhalalassembly.com/ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-218-0618 และ info.thailandhalalassembly@gmail.com รวมถึงติดตามข่าวสารต่างๆ ของงานได้ที่ www.Thailandhalalassembly.com , Facebook : Thailand Halal Assembly รศ.ดร.วินัย กล่าวปิดท้าย

Share:

Emphasizing 10 Years of Greatness in Thailand's Best Halal Academic Conference “Thailand Halal Assembly 2023” An International Conference on Halal Science and Innovations.

The event marks its 10th year and has been recognized as the premier Halal conference in Thailand, named "Thailand Halal Assembly 2023 (THA2023)" The conference will be held under the theme "Digitalizing Halal Initiatives for Fostering Halal Trust." It is scheduled to take place on December 2 – 3, 2023 at Nouvo City Hotel (Soi Sam Sen 2), Bangkok, Thailand. This event will serve as a platform for presenting Halal concepts in the digital era, aiming to make Halal more accessible to everyone!!

Assoc.Prof.Dr.Winai Dahlan, Director of The Halal Science Center Chulalongkorn University and the Chairman of THA2023 states that for 10 consecutive years, the Halal Science Center Chulalongkorn University (HSC-CU) has been the leading host of the most remarkable Halal Science conference in Thailand, earning accolades as an event not to be missed at the year's end. This year's "Thailand Halal Assembly 2023" under the visionary and contemporary theme of "Digitalizing Halal Initiatives for Fostering Halal Trust" showcases Thailand's strengths as a frontrunner in Halal science and as a developer of digital Halal systems, in alignment with three cabinet resolutions on June 2, 2558 (2015), September 10, 2562 (2019), and August 8, 2566 (2023).

there will be three academic conferences to be highlighted:

1. The 10th International Halal Science and Technology Conference 2023 (IHSATEC 2023) is a program for presenting academic research and studies for publication in an international academic journal. In this year's event, the inaugural edition of the Journal of Halal Science, Industry, and Business (JHASIB) for the year 2023 will be launched online and partially printed. Going forward, the Halal Science Center will present two issues of the JHASIB journal annually, consolidating research articles and academic contributions presented by researchers and scholars at the THA event each year.

2. The 16th Halal Science and Business International Conference (HASIB) features highly prominent speakers from more than 10 countries, addressing a variety of intriguing topics.

3. The 9th International Halal Standards Convention, focusing on standards and certification in Halal, will be part of the conference.

 

Another highlight features the showcase of 3 digital innovations (1) Thailand Diamond Halal Through HAL-Q Plus Halal Standardization System a result of the cabinet resolution on June 2, 2015., (2) Diamond Halal Blockchain stemming from the ministerial resolution on September 10, 2019, (3) Halal Route a consequence of the cabinet resolution on August 8, 2023. From the exhibition of these three pieces, it is evident that the Halal Science Center remains steadfast in creating Halal Trust, a commitment that has persisted since the cabinet resolution on August 13, 2003. This commitment has been unwavering and unchanged, and we believe this event will revolutionize traditional perceptions of Halal, making them contemporary and more advanced. The Thailand Halal Assembly 2023 will serve as a stage for presenting Halal concepts in the digital era, aiming to make Halal more accessible to everyone.

We earnestly hope that everyone will not miss this event, which will contribute to our growth and leadership in exporting Halal products and services. These are not only for Muslim consumers but also for the global population of over two billion. 

For those interested in participating in the event, registration is available at Website: https://thailandhalalassembly.com/, for more information please call +6602-218-0618 and info.thailandhalalassembly@gmail.com, Facebook: Thailand Halal Assembly..Dr.Winai ends the remark.  

Share:

ZTE โชว์ Cutting-edge data Center และ Server Solutions สุดล้ำในงาน W.Media Thailand Cloud & Datacenter Convention

 

ZTE สนับสนุนการจัดงาน W. Media Convention สะท้อนความมุ่งมั่นการให้บริการในประเทศไทย

ZTE ให้บริการ Data Center และ Server Solutions ตอบสนองความต้องการธุรกิจในประเทศไทย                        

นำเสนอ ประสิทธิภาพ ความยั่งยืน ความชาญฉลาด ความปลอดภัย และ ความน่าเชื่อถือ มากยิ่งขึ้น 


กรุงเทพฯ ประเทศไทย - ZTE Corporation ผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารชั้นนำระดับโลก ในฐานะผู้สนับสนุนการจัดงาน W.Media Thailand Cloud & Datacenter Convention พร้อมร่วมจัดนิทรรศการเชิงกลยุทธ์ เพื่อแสดงเทคโนโลยีและโซลูชัน ด้าน Data Center ศักยภาพสูง สู่ตลาดในประเทศไทย 


W.Media Thailand Cloud & Datacenter Convention งานแสดงเทคโนโลยี Data Center ที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียง เปิดโอกาสให้ ZTE ได้เป็นผู้ให้การสนับสนุนและนำเสนอ Cutting-edge Data Center Solutions, Innovative Models และ High-Performance Servers โดยตอกย้ำความมุ่งมั่นในการให้บริการและขยายธุรกิจ Data Center และ Server Solutions ที่มีประสิทธิภาพสูงในประเทศไทย 

ZTE ในฐานะผู้นำในอุตสาหกรรม Data Center มีความมุ่งมั่นต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมและจัดหาโซลูชันที่มีศักยภาพสูง เพื่อให้บริการที่ตอบสนองความต้องการของธุรกิจ โดยพัฒนาเทคโนโลยี Data Center ผ่านประสบการณ์แห่งความสำเร็จมากมาย อาทิ พ.ศ 2557 ให้บริการศูนย์ Modular Data Center ใหญ่ที่สุดในเอเชีย, พ.ศ. 2558 ให้บริการ end-to-end data center solutions ยิ่งไปกว่านั้น ZTE ยังคงมุ่งมั่นต่อการยกระดับมาตรฐานการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดย พ.ศ.2560 ZTE กลายเป็นบริษัทแรกที่ให้บริการ Fully-Modular Data Center และ พ.ศ. 2563 ZTE คือบริษัทแรกที่นำ แอปพลิเคชัน Data Center ให้บริการ Fully-Modular Data Center ระหว่างประเทศในรูปแบบ edge-DCs.


ในแถบเอเชีย หลายประเทศ มีรายได้เติบโตจาก Data Ceter อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ 5G, cloud computing, big data, AI, and VR/AR, โดยผลักดันให้เกิดความต้องการใช้ server ที่มีประสิทธิภาพสูงมากขึ้น ZTE จึงได้นำเสนอบริการ server และ Data Center อย่างครบวงจร รวมไปถึง General-Purpose Server, Heterogeneous Servers, Liquid Cooling Servers, All-flash Storage, Mixed-flash Storage และ Distributed Disk Array เพื่อรองรับการจัดเก็บข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะ


ตั้งแต่ พ.ศ. 2548 ZTE ได้ดำเนินการติดตั้ง Server ในระดับภูมิภาค จำนวนมากกว่า 50 ประเทศ ครอบคลุม ด้านการสื่อสาร, อินเทอร์เน็ต, การเงิน, พลังงาน, กิจการภาครัฐ, การขนส่ง และอุตสาหกรรมอื่น ๆ สำหรับ ในปีนี้ ZTE เปิดตัว Server ใหม่ จำนวน 5 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ R5200 G5 high-density server, R5300 G5 full-scenario universal server, R5500 G5 mass storage server, R6500 G5 heterogeneous computing power server, and R8500 G5 high-performance server ทั้งนี้ ได้นำมาจัดแสดงในนิทรรศการ ในงาน W.Media Thailand Cloud & Datacenter Convention






ศูนย์ข้อมูลแบบ Modular และ Prefabricated Data Centers : อนาคตอันทรงประสิทธิภาพ

โซลูชันศูนย์ข้อมูลของ ZTE ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรม โดยมี Modular เป็นแกนหลักการปรับความต้องการใช้พื้นที่และพลังงานให้เหมาะสม อีกทั้ง พัฒนาการใช้งานด้วยส่วนประกอบที่ผสานรวมกันได้อย่างลงตัว ศูนย์ข้อมูลแบบ Modular ของ ZTE สามารถช่วยลดเวลาและต้นทุนในการติดตั้งได้อย่างมาก นับเป็นทางเลือกของธุรกิจที่ต้องการตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น ในการประมวลผลข้อมูลอย่างไร้ข้อจำกัด 


ศูนย์ข้อมูลสีเขียวและประหยัดพลังงาน: อนาคตที่ยั่งยืน

ความยั่งยืน นับเป็นหัวใจสำคัญของโซลูชัน ดังนั้น Data Center ของ ZTE จึงใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อสร้างศูนย์ข้อมูลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยลดการใช้พลังงานและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ด้วยการนำระบบทำความเย็นที่ประหยัดพลังงาน การบูรณาการพลังงานหมุนเวียน และการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ จึงกลายเป็นทางเลือกสำหรับธุรกิจที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกัน ยังช่วยประหยัดในการดำเนินงานอย่างอย่างมากอีกด้วย


การปรับใช้อย่างรวดเร็ว: ตอบสนองความต้องการความเร็ว

ปัจจุบัน ธุรกิจมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ความเร็ว คือสิ่งสำคัญ ดังนั้น Data Center ของ ZTE จึงได้รับการออกแบบมาเพื่อการใช้งานที่รวดเร็ว ทำให้เกิดความมั่นใจ และพร้อมกับการทำงานในเวลาที่สั้น คุณสมบัติในการประมวลผลได้เร็ว ตอบโจทย์และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อธุรกิจที่มีความต้องการประมวลผลข้อมูลเร่งด่วน รวมไปถึง ผู้ที่ต้องการขยายขีดความสามารถของ Data Center ในทันที


การดำเนินงานและการบำรุงรักษาอัจฉริยะ: แนวทางที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้น

Data center solutions ของ ZTE มาพร้อมระบบการทำงานและบำรุงรักษาอัจฉริยะ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและเชื่อถือได้ โดยระบบปฏิบัติการ ZTE's iDCIM Data Center Intelligent ได้การรับรองความปลอดภัยเครือข่ายอุตสาหกรรม IEC 62443 ในระดับสากล จากองค์กรที่เชื่อถือได้ ทั้งนี้ ระบบสามารถติดตามและจัดการจากระยะไกล การบำรุงรักษาเชิงคาดการณ์ และการตรวจจับข้อผิดพลาด ทำให้มั่นใจได้ว่า การทำงานจะไม่หยุดชะงักและช่วยลดเวลาพักการทำงานให้เหลือน้อยที่สุด ด้วย ZTE's intelligent solutions จะอำนวยให้ธุรกิจต่าง ๆ สามารถเผชิญหน้ากับปัญหาที่อาจเกิดขึ้น อีกทั้งยังรักษาประสิทธิภาพของศูนย์ข้อมูลให้อยู่ในระดับสูงสุดอีกด้วย


ความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ: การปกป้องข้อมูลของคุณ

ความปลอดภัยของข้อมูล คือสิ่งสำคัญสูงสุดยุคดิจิทัล โดย ZTE's Data Center Solutions สร้างด้วยมาตรการรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญของคุณ ลดความซ้ำซ้อนในระบบไฟฟ้าและระบบทำความเย็น ความปลอดภัยทางกายภาพ และเทคโนโลยีดับเพลิงขั้นสูง ได้รับการบูรณาการ เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้งาน Data Center ได้อย่างต่อเนื่อง

ประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการประมวลผลอันทรงพลัง เซิร์ฟเวอร์ซีรีส์ G5 ใหม่ของ ZTE มีโปรเซสเซอร์ Intel® Xeon® รุ่นที่สี่ที่ปรับขนาดได้ล่าสุด พร้อมกลไกเร่งความเร็วในตัวที่ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของแอปพลิเคชันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยรองรับคอร์สูงสุด 120 คอร์ในสองซ็อกเก็ต เซิร์ฟเวอร์เหล่านี้มอบพลังการประมวลผลที่ทรงพลังและแบนด์วิธหน่วยความจำสูงด้วยการออกแบบที่มีสล็อตหน่วยความจำ DDR5 32x ด้วยอัตราความเร็วสูงสุด 4,800MT/s ประสิทธิภาพแบนด์วิธเพิ่มขึ้น 50% และรองรับหน่วยความจำถาวร Intel® Optane™ ซีรีส์ 300 (Crow Pass) นอกจากนี้ PCIe 5.0 ใหม่ยังปรับปรุงแบนด์วิธได้ถึง 150% และมอบความสามารถในการเร่งความเร็วด้วยฮาร์ดแวร์อันทรงพลัง

มีเสถียรภาพและเชื่อถือได้สำหรับคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานสูง

เซิร์ฟเวอร์ซีรีส์ G5 ล่าสุดได้รับการปรับให้เหมาะสมเพื่อรวมการปรับปรุงการออกแบบการกระจายความร้อน โมดูลพลังงาน และโครงร่างของเมนบอร์ด โมดูลจ่ายไฟรองรับการสำรองข้อมูล 1+1 และพัดลมรองรับการสำรองข้อมูล N+1 ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบได้อย่างมาก ฮาร์ดดิสก์และแหล่งจ่ายไฟของส่วนประกอบหลักรองรับการสับเปลี่ยนทันที นอกจากนี้ เซิร์ฟเวอร์ ยังติดตั้งฮีตไปป์ทองแดงประสิทธิภาพสูงที่ลดความต้านทานความร้อนลง 15% และอุณหภูมิของ CPU ลง 5°C ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดการกระจายความร้อนของ CPU ด้วยกำลังสูงสุด 350W ของซีรีส์ EagleStream

เทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลว สำหรับโซลูชั่นระบายความร้อนด้วยของเหลวของศูนย์ข้อมูล

เซิร์ฟเวอร์ซีรีส์ G5 ใหม่ยังรองรับเทคโนโลยีระบายความร้อนด้วยของเหลวอีกด้วย เทคโนโลยีนี้ซึ่งอาศัยแผ่นทำความเย็นสามารถให้ PUE ที่ดีกว่าได้ นอกจากนี้ สามารถเชื่อมต่อแผ่นทำความเย็นและท่อ สามารถตรวจสอบท่อทั้งระบบได้อย่างชาญฉลาด อีกทั้ง ยังแจ้งเตือน ในกรณีที่เกิดมีของเหลวรั่วไหล ด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ เซิร์ฟเวอร์ซีรีส์ G5 ของ ZTE นำเสนอโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนต่ำ ในขณะเดียวกันก็รับประกันความมั่นใจในการใช้สินค้าอย่างเต็มที่ 

ในการที่ ZTE เป็นผู้สนับสนุน การจัดงาน W.Media Thailand Cloud & Datacenter Convention ในประเทศไทย เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะให้บริการในประเทศไทย โดย ให้บริการ Data Center และ Server Solutions มีความโดดเด่นและให้ความมั่นใจในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็น ประสิทธิภาพ ความยั่งยืน ระบบอัจฉริยะ และความปลอดภัย สามารถตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจในประเทศไทย ในการนำเสนอนวัตกรรมของ ZTE พิสูจน์ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นต่อการให้บริการ เพื่อนำเสนอโซลูชั่นเทคโนโลยี ที่ล้ำสมัยในประเทศไทย


Share:

"ห้างเซ็นทรัล" เอาใจนักช้อปคนเก่ง ชวนมาเลือกไอเทมที่ชอบ แบรนด์ที่ใช่กับงาน “CENTRAL BLACK MIDNIGHT SALE” คอนเซ็ปต์ “GIFT IT YOURSELF” จัดกระเช้าเอาใจตัวเอง เริ่มศุกร์ที่ 24 พ.ย.66 – 5 ธ.ค. 66 ที่ห้างเซ็นทรัล และทุกช่องทางช้อปปิ้ง

@....ไม่ต้องรอหรือง้อของขวัญจากใครอีกต่อไป เพราะ รวิศรา จิราธิวัฒน์ บอสสาวเก่งห้างเซ็นทรัล เตรียมจัดใหญ่กับซิกเนเจอร์แคมเปญระดับตำนานครั้งสุดท้ายของปีแบบปังๆ กับ “BLACK MIDNIGHT SALE” ในคอนเซ็ปต์ “GIFT IT YOURSELF” ชวนลูกค้าช้อปของขวัญ มอบรางวัลตอบแทนตัวเองที่ตั้งใจทำงานมาตลอดปีให้หายเหนื่อยด้วยกระเช้าที่มีแต่ของที่คุณชอบ เรียกว่าจะหยิบจับ Pick up ไอเทมไหน แบรนด์ใดก็เต็มที่เพราะจัด ดีลครบ! ทั้งแผนกบิวตี้ แฟชั่น แอคเซสเซอรี่ แก็ดเจ็ต โฮม และอีกมากมาย 

ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะคอลฯ ใหม่ลดสูงสุด 30% สินค้าเฉพาะรุ่นลดสูงสุดถึง 70% แถมมีกิจกรรมสนุกและมุมมิดไนต์คาเฟ่ ให้ถ่ายภาพลงโซเชียลชิคๆ เริ่มวันศุกร์ที่ 24 พ.ย. 66 – 5 ธ.ค. 66 ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขาทั่วประเทศ และทุกช่องทางการช้อปปิ้งสุดสะดวกของห้างฯ 

Share:

“ห้างเซ็นทรัล” ชวนจัดกระเช้าเอาใจตัวเอง เลือกของชอบ ช้อปของที่ใช่กับงานเซลยิ่งใหญ่ “CENTRAL BLACK MIDNIGHT SALE” ครั้งสุดท้ายของปี 2023 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “GIFT IT YOURSELF”

หมดยุคนั่งรอของขวัญจากใครๆ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ส่งท้ายปี 2023 ด้วยแคมเปญซิกเนเจอร์ระดับตำนานอย่าง “CENTRAL BLACK MIDNIGHT SALE” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “GIFT IT YOURSELF” ชวนทุกคนจัดกระเช้าเอาใจตนเอง มาช้อปของขวัญตอบแทนตัวเองที่ตั้งอกตั้งใจเรียนหรือทำงานอย่างเต็มที่มาตลอดทั้งปี ฮีลหัวใจ ด้วยกระเช้าของขวัญที่ให้สายช้อปทุกสไตล์สามารถหยิบเพลินทุกไอเทมที่ชอบกับแบรนด์ที่ใช่จากทุกหมวดหมู่สินค้า ทั้งจากแผนกบิวตี้ แฟชั่น แอคเซสเซอรี่ แก็ดเจ็ด โฮม และอีกมากมาย มาพร้อมดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟแห่งปี ลดสูงสุด 70% ตลอดจนความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์บัตรเครดิตชั้นนำ มอบข้อเสนอสุดพิเศษเฉพาะแคมเปญนี้ ระหว่างวันที่ 24 พ.ย. 66 –  5 ธ.ค. 66 ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา หรือช้อปสะดวก 24/7 ผ่านช่องทางออมนิแชแนลของห้างเซ็นทรัล

งานนี้ พลาดไม่ได้ กับมุมเช็คอินสุดคูล “MIDNIGHT CAFÉ” และรับเครื่องดื่มสุดพิเศษ จากร้าน CAFÉ ชั้นนำ เมื่อช้อปครบ 3,000 บาทขึ้นไปตามเงื่อนไข เฉพาะที่ห้างเซ็นทรัล 7 สาขา ได้แก่ ชิดลม, ลาดพร้าว, เซ็นทรัล แอท เซ็นทรัลเวิลด์, ปิ่นเกล้า, บางนา, เฟสติวัลเชียงใหม่, อุดรธานี  

จดลิสต์! เตรียมช้อป ในแคมเปญ “CENTRAL BLACK MIDNIGHT SALE” อาทิ

•สินค้าแบรนด์ชั้นนำ ทั้งไทยและต่างประเทศ สินค้าคอลเลกชั่นใหม่ ลดสูงสุด 30% และสินค้าเฉพาะรุ่นลดสูงสุด 70% 

•ใช้คะแนนลดเพิ่มและรับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 30% จากเดอะวัน และบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

•รับ Digital Coupons หรือคูปองแทนเงินสดและเครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิต เซ็นทรัล เดอะวัน รวมสูงสุด 21% ตามเงื่อนไข

•รับ Card Holder มูลค่า 295 บาท หรือกระบอกน้ำ G.I.Y มูลค่า 490 บาท เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไข

•พิเศษ! ช้อปผ่าน Central App และ www.central.co.th ลูกค้าใหม่ช้อปครั้งแรกลดเพิ่ม 12% และเมื่อ ช้อปครบ 8,000  บาท ลดสูงสุด 1,000 บาท พร้อมส่งฟรีทุกออเดอร์ เมื่อช้อป 699 บาทขึ้นไป และอีกมากมาย 

พบกับงาน “CENTRAL BLACK MIDNIGHT SALE” ที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา Central App และหลากหลายช่องทางการช้อปปิ้งสุดสะดวกของห้างเซ็นทรัล อาทิ www.central.co.th, แชทมาช้อปที่ Central Chat & Shop, Personal Shopper On Demand โทร.1425 หรือช้อปผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์และอินบ็อกซ์ของห้างเซ็นทรัล Facebook Page : Central Department Store คลิก https://www.facebook.com/CentralDepartmentStore

Share:

โคลเวอร์ โซลูชั่น และ ขนมปังโกลด์เบรด จัด ESPORTS WHAT? SCHOOL TOUR 2024 ลุยขับเคลื่อนอีสปอร์ตสู่การพัฒนาเป็นอาชีพปีที่ 2

เมื่อวันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ณ ลานแกรนด์สเตชั่น ชั้น 2 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ รามอินทรา บริษัท “โคลเวอร์ โซลูชั่น” ร่วมกับขนมปังโกลด์เบรด พร้อมด้วยสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จัดงานแถลงข่าวโครงการ ESPORTS WHAT? SCHOOL TOUR 2024 ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ซึ่งเป็นโครงการจัดแข่งขันเกมและให้ความรู้ด้านกีฬาอีสปอร์ต จากบุคลากรในแวดวงอีสปอร์ตโดยตรงที่มีประสบการณ์ เพื่อแนะนำและมอบทักษะองค์ความรู้ต่างๆ นำไปต่อยอดสร้างเป็นแนวทางอาชีพให้กับน้องๆ ได้ในอนาคต

งานนี้ได้รับเกียรติจากคุณสันติ โหลทอง นายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย (TESF) ผู้ก่อตั้งสมาคมและเป็นผู้ผลักดันให้กีฬาอีสปอร์ตเป็นที่ยอมรับในฐานะกีฬา จนสามารถสร้างชื่อเสียงได้ในระดับประเทศ จนเป็นที่ประจักษ์ นำไปสู่การสร้างมาตรฐานให้นักกีฬาอีสปอร์ต ไม่ด้อยไปกว่ากีฬาชนิดอื่นๆ โดยนายกสมาคมฯ ได้ร่วมเป็นเกียรติเป็นประธานเปิดงานโครงการนี้ และกล่าวถึงช่วงเวลาแห่งการเติบโตของอีสปอร์ตในประเทศไทย ให้ผู้ร่วมงานและสื่อมวลชนได้เห็นถึงทิศทางอีสปอร์ต ที่กำลังจะก้าวไปในอนาคต

คุณประสพโชค จันทรมงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคลเวอร์ โซลูชั่น จำกัด ได้กล่าวถึงความสำเร็จจากโครงการครั้งแรก ที่ได้นำร่องไว้ ทำให้เห็นถึงประโยชน์ที่ควรสานต่อในโครงการครั้งนี้ให้ดียิ่งขึ้น “กล่าวถึงความสำเร็จจากปีที่แล้ว และในปีนี้มีอะไรที่น่าสนใจยิ่งขึ้น และพร้อมผลักดันให้ Esport เป็น Soft Power” 

โครงการครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ใหญ่ใจดีอย่าง คุณสุทัศน์ นันชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.เอส.โกลด์เบรด จำกัด ผู้ผลิต ขนมปังโกลด์เบรด ที่เล็งเห็นถึงกีฬาอีสปอร์ตที่กำลังเติบโต และเยาวชนไทย ก็ควรได้รับการส่งเสริมและพัฒนาอย่างตรงจุดจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อส่งต่อกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของประเทศ

โดย คุณสุทัศน์ นันชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.เอส.โกลด์เบรด จำกัด กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์โกลด์เบรด ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากการร่วมสนับสนุนโครงการอีสปอร์ตครั้งที่ผ่านมา และพร้อมผลักดันโครงการที่เกิดขึ้นในวันนี้ว่า “กล่าวถึงแรงสนับสนุนของ GoldBread ที่เกิดปรากฏการณ์ใหม่ๆและแรงสนับสนุนที่เพิ่มมากจากโครงการครั้งนี้”

ทางด้าน ดร. นิยม ไผ่โสภา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษา กรุงเทพมหานคร เขต 1 (สพฐ.) ได้ร่วมแสดงความยินดีและกล่าวถึงประโยชน์ของโครงการครั้งนี้ที่ช่วยผลักดันให้เยาวชนมีพื้นที่เรียนรู้เกี่ยวกับกีฬาอีสปอร์ตอย่างถูกต้อง และนำไปต่อยอดในสายอาชีพได้ “กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงเมื่อวงการกีฬาอีสปอร์ตเข้ามาสร้างความแตกต่างให้เยาวชนได้เข้าถึงเกมได้อย่างมีคุณภาพ และต่อยอดเป็นอาชีพได้ในอนาคต”

ทั้งนี้ คุณสันติ โหลทอง นายกสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทยผู้เป็นประธานเปิดงาน ได้กล่าวถึงทิศทางการเติบโตของกีฬาอีสปอร์ตในประเทศไทยว่า  “กล่าวถึงการเติบโตครั้งสำคัญของอีสปอร์ตในประเทศไทย ทำให้เกิดความก้าวหน้าของอีสปอร์ตในประเทศ และทิศทางที่สมาคมร่วมกันส่งเสริม”

อีกส่วนสำคัญในงานแถลงข่าวครั้งนี้ ทางโครงการได้เชิญเกมเมอร์วัยเรียน ที่มีความประพฤติสมควรเป็นแบบอย่าง ในโครงการ “เกมเมอร์ทำดี” ซึ่งเป็นโครงการที่ดี ที่บรรจุไว้ในกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อเป็นกำลังสำคัญ ในการถ่ายทอดเรื่องราวดีๆ ของคนเล่นเกม ที่ยังคงเป็นเกมเมอร์และทำหน้าที่รับผิดชอบตนเองและครอบครัวอย่างเหมาะสม ส่งพลังบวกให้เกมเมอร์ที่มีความประพฤติดี ซึ่งมีอยู่อีกมากให้ผู้คนทั่วไปได้รับรู้

เมื่อเข้าสู่ช่วงเวลาพิธีเปิดประธานในงานได้ร่วมกันเปิดโครงการอย่างยิ่งใหญ่ต่อหน้าสื่อมวลชนหลากหลายสำนัก ก่อนที่จะถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึกและให้สื่อมวลชนได้สัมภาษณ์ถึงรายละเอียดของโครงการครั้งนี้ และในช่วงท้ายมีการแสดงของวงบอยกรุ๊ปอย่าง Zolar มาร่วมสร้างสีสันภายในงาน นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมของบูธสปอนเซอร์ให้ผู้ร่วมงานได้ร่วมสนุกกันอีกด้วย

​สำหรับโครงการในปีที่ 2 นี้มีกำหนดเริ่มต้นโครงการโรงเรียนแรก ในเดือนธันวาคม ปี 2566 โดยยังคงเน้นไปที่ประโยชน์ของน้องๆ นักเรียนที่จะได้รับเป็นหลักสำคัญ อาทิ การให้น้องๆ มีส่วนร่วมในการจัดการเตรียมการแข่งขันกีฬาอีสปอร์ต เรียนรู้ถึงขั้นตอนต่างๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดเวทีบรรยายของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์และนักกีฬาอีสปอร์ตที่มาให้ความรู้น้องๆ อย่างเต็มที่ โดยร่วมกับอีก 1 ผู้สนับสนุนอย่าง บริษัท เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ ประเทศไทย จำกัด ผู้ผลิตนมพร้อมดื่มแมกโนเลียกิงโกะ ก็ยังคงร่วมส่งเสริมกิจกรรมครั้งนี้ไปตลอดโครงการเช่นเคย

นอกจากนั้นในโครงการก็ยังสนับสนุนกิจกรรมที่สร้างสรรค์ด้านอื่นๆ เช่น กิจกรรมวงดนตรีนักเรียน หรือ โคฟเวอร์แดนซ์ ซึ่งได้รับผลตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากโครงการครั้งที่ผ่านมา และจะเป็นกิจกรรมที่ทำควบคู่กันไปจนสิ้นสุดโครงการ อย่างไรก็ดีกีฬาอีสปอร์ตก็ยังคงเป็นอีก 1 กีฬาที่สำคัญและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาลต่อประเทศ การแปรเปลี่ยนจากปรากฏการเด็กติดเกมในช่วงยุคหนึ่งของประเทศ สู่ยุคที่คนเล่นเกมสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ เป็นกีฬาที่มีแบบแผนกฎกติกาเป็นที่ยอมรับ มีหลายหน่วยงานสนับสนุน ทั้งองค์การภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง กว่าจะเดินทางมาถึงจุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย หากในทุกภาคส่วนไม่ร่วมมือ ใช้ความพยายาม ช่วยกันผลักดันจนมาถึงทุกวันนี้ ทำให้สถานการณ์ทุกวันนี้ สังคมมองคนเล่นเกมเปลี่ยนไป เพราะได้แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาสามารถต่อยอด พัฒนาทักษะ เกิดประโยชน์และก้าวสู่อาชีพที่มั่นคงได้ ในอนาคตได้จริง

โปรดติดตามการแข่งขันโครงการ E-sports What? School Tour 2024 ในแต่ละโรงเรียนได้ที่เพจ ขนมปังโกลด์เบรด : GoldBread, Clover Solution และ TESF

Share:

ไฮเออร์ ประเทศไทย มอบความสุขส่งท้ายปีไปกับ “Haier Happiness Festival ช้อปสุดคุ้ม แชร์ความสุขไปกับไฮเออร์”

 

กรุงเทพฯ ประเทศไทย - ไฮเออร์ (ประเทศไทย) ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกและแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลกติดต่อกัน 14 ปีซ้อน จัดกิจกรรม "Haier Happiness Festival ช้อปสุดคุ้ม แชร์ความสุขไปกับไฮเออร์" เพื่อส่งมอบความสุขในเทศกาลปีใหม่ให้แก่ผู้บริโภค กับข้อเสนอสุดพิเศษที่ไม่ควรพลาด!

โดยกิจกรรมในครั้งนี้ ท่านจะได้รับส่วนลดสูงสุดถึง 40% ในการซื้อผลิตภัณฑ์ไฮเออร์ และยังสามารถผ่อนชำระ 0% ในระยะเวลาสูงสุดถึง 10 เดือน นอกจากนี้ยังสามารถรับของพรีเมียมฟรี ณ จุดขายอีกด้วย

นอกจากนั้น สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าตู้เย็นรุ่นที่ร่วมรายการ จะได้รับเครื่องบดอาหารรุ่น FP7723A มูลค่า 2,990 บาท ฟรี! และสำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าเครื่องซักผ้ารุ่นที่ร่วมรายการ จะได้รับเครื่องปั่นอเนกประสงค์รุ่น HBL-1402 มูลค่า 2,190 บาท ฟรี! โปรโมชันนี้มีระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2566 ถึง 31 มกราคม 2567 นี้เท่านั้น 

*หมายเหตุ โปรโมชันอาจมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละร้านค้า โปรดศึกษารายละเอียด ณ จุดขาย และบริษัทฯ   ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข ยกเลิกได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสาร โปรโมชัน และกิจกรรมต่าง ๆ จากไฮเออร์ได้ที่ Facebook: Haier Thailand, Instagram: @haierthailand_official, X (Twitter): @ThailandHaier, TikTok: @haier_thailand และ Line OA: @haierthailand หรือ ดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติม ได้ที่ https://www.haier.com/th

Share:

ไมเนอร์ โฮเทลส์ รังสรรค์ “ลองจิวิตี้ ฮับ บาย คลินิก ลา แพรรี” แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นำศาสตร์แห่งความอ่อนเยาว์ส่งตรงจากสวิตเซอร์แลนด์

กรุงเทพฯ 21 พฤศจิกายน 2566 – ไมเนอร์ โฮเทลส์ พร้อมเผยโฉม ลองจิวิตี้ ฮับ บาย คลินิก ลา แพรรี (Longevity Hub by Clinique La Prairie) ศูนย์ดูแลสุขภาพระดับอัลตราลักชูรีจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บนพื้นที่ชั้น 15 ของโรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ด้วยการนำเสนอบริการเหนือระดับ กับโปรแกรมลองจิวิตี้ เมมเบอร์ชิป เพื่อสร้างประสบการณ์การดูแลแบบองค์รวมเฉพาะรายบุคคล เพื่อคืนความอ่อนเยาว์ที่ลึกถึงระดับเซลล์ เริ่มต้นจากการประเมินดัชนีอายุยืน (Longevity Index Assessment) ไปจนถึงการฟื้นฟูและเสริมภูมิคุ้มกัน พร้อมก้าวสู่เส้นทางของการชะลอวัยที่ได้ผลอย่างมีประสิทธิภาพ  

ก่อนหน้าที่จะรีแบรนมาเป็น ลองจิวิตี้ ฮับ บาย คลินิก ลา แพรรี ศูนย์สุขภาพแห่งนี้เปิดตัวเมื่อปี พ.ศ. 2563 สานต่อความตั้งใจของ คลินิก ลา แพรรี (Clinique La Prairie) ซึ่งใช้เวลากว่า 91 ปี ที่ได้ทำการวิจัยมุ่งเน้นศาสตร์การชะลอวัยมาอย่างต่อเนื่อง และยังคงพัฒนาสร้างชื่อเสียงระดับโลก ก้าวข้ามขอบเขตความเป็นเลิศ พร้อมกับนวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่นำเสนอโปรแกรมการชะลอวัยเพื่อคงความอ่อนเยาว์ ด้วยเครื่องมือต่างๆ และบุคลากรที่เชี่ยวชาญ ตามหลักการของ Professor Dr. Paul Niehans ผู้สร้างตำนานในศาสตร์ของ “Cellular Therapy” ต้นกำเนิดของ Clinique La Prairie Longevity Method โปรแกรมที่มีความก้าวหน้าที่สุดในการชะลอวัย สามารถคงความอ่อนเยาว์และการมีสุขภาพดีแบบองค์รวม นับเป็นความภาคภูมิใจที่เราได้นำศาสตร์นี้มาให้บริการลูกค้าของเราที่ ลองจิวิตี้ ฮับ กรุงเทพฯ แห่งนี้ 

ศาสตร์การชะลอวัยเริ่มต้นด้วยการประเมินค่าดัชนีอายุยืน (Longevity Index Assessment) เพื่อตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสุขภาพโดยรวมของแขกแต่ละท่าน และนำมาประเมินองค์ประกอบของร่างกายด้วยการคัดกรองโลหะ แร่ธาตุ และวิตามิน การวิเคราะห์ผิวหนังด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง การสแกนร่างกายแบบ 3 มิติที่ทันสมัย และแบบสอบถามจากผู้เชี่ยวชาญที่จะลงรายละเอียดประวัติสุขภาพ ไลฟ์สไตล์ สุขลักษณะในการใช้ชีวิตประจำวัน และโภชนาการ ซึ่งข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้ช่วยให้ Longevity Coach ของลองจิวิตี้ ฮับ กรุงเทพฯ สามารถออกแบบการเดินทางสู่การชะลอวัยอย่างมีแบบแผน ซึ่งประกอบไปด้วย องค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ Longevity– Wellbeing- Aesthetic

Longevity Protocols เดินทางสู่การมีอายุยืน ด้วยการดริปวิตามิน เพื่อสุขภาพที่ดี ซึ่งเป็นวิตามินสูตรเฉพาะ จาก ลองจิวิตี้ ฮับ กรุงเทพฯ การใช้เครื่องออกซิเจนความดันสูง (Oxygen Therapy) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนหลับ รวมถึงการฟื้นฟูร่างกายและเสริมระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ยังมี เครื่องความเย็นในระดับ -110 องศาเซลเซียส (Single Chamber Technology) มีชื่อเรียกว่า Cryotherapy ที่มีจุดเด่นช่วยปรับฮอร์โมนของทั้งชายหญิงในช่วงวัยทองได้เป็นอย่างดี (Menopause therapy)

Wellbeing Protocols ไขกุญแจสู่สุขภาวะที่ดี ด้วยการฟื้นฟูร่างกายอย่างล้ำลึก ด้วย Cellular ทรีตเม้นทั้งผิวกายและผิวหน้า 

Aesthetic Protocols กระบวนการสร้างความงามและย้อนอายุผิวให้อ่อนเยาว์กว่าวัย ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย ที่ช่วยแก้ปัญหาผิว พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยให้ผิวที่หย่อนคล้อยดูกระชับยิ่งขึ้น กลับคืนสู่สภาพสมดุล

แซนดี้ โจแฮนเนสสัน (Sandie Johannessen) ผู้อำนวยการกลุ่มงานสปาและเวลเนส เอ็มสปา อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า “ถือเป็นความร่วมมือกันระหว่างไมเนอร์ โฮเทลส์ และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพระดับตำนานอย่างคลินิก ลา แพรรี ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เรามีความยินดีอย่างยิ่ง ที่จะได้เป็นผู้มอบประสบการณ์ เพื่อช่วยทุกท่านให้ได้ฟื้นฟูสุขภาพร่างกาย และเป็นส่วนหนึ่งที่จะนำพาให้ทุกท่านมีอายุที่ยืนยาวอย่างมีความสุข ร่วมค้นพบศาสตร์แห่งการชะลอวัยพร้อมกับนวัตกรรมชั้นนำของเรา และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดย ลองจิวิตี้ ฮับ กรุงเทพฯ พร้อมมอบคำตอบและขั้นตอนสู่การมีสุขภาพที่ดี”

“เราพร้อมสร้างประสบการณ์ที่พิเศษสุดให้กับสมาชิกด้วยโปรแกรมที่จัดขึ้นเฉพาะแต่ละบุคคล รวมถึงการดูแลอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นรายสัปดาห์ หรือรายเดือน และลูกค้าที่ต้องการรับบริการสปาทรีตเมนต์ ที่ ลองจิวิตี้ ฮับ กรุงเทพฯ เรายังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำศาสตร์แห่งการชะลอวัย พร้อมเฟ้นหาแนวทางการบำบัดใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องกับการแลกเปลี่ยนความรู้กับทีมผู้เชี่ยวชาญ และทีมแพทย์จากคลินิก ลา แพรรี สำนักงานใหญ่ ที่เมืองมองเทรอซ์ (Montruex) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่จะมาให้คำปรึกษาอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นที่มั่นใจของลูกค้าระดับ VVIP จากทั่วประเทศ” แซนดี้ กล่าวทิ้งท้าย

ลองจิวิตี้ ฮับ บาย คลินิก ลา แพรรี กรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนชั้น 15 ของโรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ บนพื้นที่กว่า 1,500 ตร.ม. ให้บริการแบบองค์รวมเฉพาะบุคคล เพื่อการดูแลสุขภาพและความงามทั้งภายในและภายนอก รวมถึงการบริการในรูปแบบสมาชิก 12 เดือน ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ โปรแกรม ลองจิวิตี้ พริวิเลจ ที่รวมการตรวจประเมิน ติดตามผลอย่างต่อเนื่องในหนึ่งปีกับผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์ ด้วยแผนการดููแลเฉพาะบุคคลแบบครอบคลุุมรายเดือน และสิทธิพิเศษที่เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ในอัตราค่าสมาชิก 195,000 บาทต่อปี และ ลองจิวิตี้ พรีเมียม ที่รวมการตรวจประเมิน ติดตามผลอย่างต่อเนื่องในหนึ่งปีกับผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์ ด้วยแผนการดููแลเฉพาะบุคคลแบบครอบคลุุมรายอาทิตย์ และสิทธิพิเศษที่เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ อีกทั้งได้รับสิทธิพิเศษในการรักษาและบริการ การบำบัดด้วยความเย็นทุกอาทิตย์ ในอัตราค่าสมาชิก 635,000 บาทต่อปี 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ ลองจิวิตี้ ฮับ บาย คลินิก ลา แพรรี กรุงเทพฯ โทร 02-207-7779 หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติม www.cliniquelaprairiebangkok.com

Share:

TikTok Shop เปิดตัวแคมเปญ “เทรนด์มา กดตะกร้า TikTok Shop” ตอกย้ำภาพความเป็น Trendy Ecommerce Destination ที่นำทุกเทรนด์ เข้าถึงทุกไลฟ์สไตล์


TikTok Shop เปิดตัวแคมเปญใหม่ “เทรนด์มา กดตะกร้า TikTok Shop” ตอกย้ำความเป็น Trendy E-Commerce Platform ในงาน “Trendshopper Event เทรนด์มา กดตะกร้า TikTok Shop” เมื่อวันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ณ สามย่านมิตรทาวน์

บรรยากาศในงานเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีการแจกคูปองสุดพิเศษจากทาง TikTok Shop เป็นส่วนลดสูงสุด 500 บาท มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท ให้แก่นักช็อปทุกคน เพียงแค่สแกน QR Code ที่ตะกร้า TikTok Shop Installation ยักษ์ที่เป็นพระเอกของงาน

พร้อมทั้งเหล่า Content Creator ชื่อดังที่มาร่วมพูดคุย แชร์ประสบการณ์การช้อปของอินเทรนด์สุดคุ้มบน TikTok Shop นำโดย คุณมิลค์ เจ้าของช่องแมวสุดป่วนชื่อดังอย่าง Albo and Jerry, คุณอิ๊งค์ เจ้าของแบรนด์ ingu (อิงกุ) และ คุณเป๊ป เขมิกา เจ้าแม่ไลฟ์สดบนแพลตฟอร์ม Tiktok เสริมทัพด้วย Creator ชื่อดังอีกมากมายที่เข้ามาสร้างสีสันให้กับผู้ร่วมงาน

ในงานยังมีมินิคอนเสิร์ตสุด Exclusive จากศิลปินรุ่นใหม่ขวัญใจวัยรุ่นอย่าง “DIDIxDADA” “Praesun (แพรซัน)” และ “PERSES” ที่เตรียมโชว์พิเศษมาเซอร์ไพรส์ชาว TikTok Shop โดยเฉพาะ

ติดตามโปรโมชันพิเศษ สินค้าอินเทรนด์ และดีลดี ๆ จาก TikTok Shop ได้เพิ่มเติมที่:

https://www.facebook.com/tiktokshopthailandofficial

Share:

Recent Posts

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

📲 (+66) 081 4345154
✉️ Insightoutstory@gmail.com

Add Line📲 Click 👇👇

Translate

🚉 ช.ส.ท.พาเที่ยว นครฯ

Review By Nichapa

POPULAR NEWS

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก