อิมแพ็คฯ ชวนเปิดโลกใหม่ไปกับเหล่าน้องหมานักเวทย์ ที่พร้อมจะร่ายเวทมนตร์สะกดทุกสายตาในงาน มหกรรมคนรักสุนัขอันดับ 1 ของประเทศไทย SmartHeart presents Thailand International Dog Show ครั้งที่ 22

 กลับมาอีกครั้งกับงานมหกรรมคนรักสุนัขอันดับ 1 ของประเทศไทยประจำปี 2567 SmartHeart presents Thailand International Dog Show ครั้งที่ 22 ภายใต้ธีม “ดินแดนเวทมนตร์แห่งโลกอนาคต” 

ที่มาพร้อมกับการจัดงานภายใต้แนวคิด B2B2C  ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันที่ 4 – 7 กรกฎาคม 2567

คุณกุลวดี จินตวร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า “สำหรับงาน SmartHeart presents Thailand International Dog Show 2024 ปีนี้ เดินทางมาเป็นครั้งที่ 22 โดย บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ร่วมมือกับพันธมิตรที่เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงในไทยให้แข็งแกร่ง ได้แก่ สมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข (ประเทศไทย), สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย (TPIA), บริษัท เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัด, ชมรมพัฒนาช่างตัดแต่งขนสุนัขแห่งประเทศไทย, Ultimate Dog Club & Weight Pull Thailand รวมถึงผู้สนับสนุน ผู้ร่วมแสดงงานและหน่วยงานพันธมิตรอื่น ๆ จากทั้งไทยและต่างประเทศ ร่วมกันจัดงานในปีนี้ขึ้น ที่รวบรวมสินค้าและบริการสัตว์เลี้ยงทั้งไทยและต่างประเทศ ด้วยสินค้ากว่า  250 บูธ และมากกว่า 500 แบรนด์ บนพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร ในครั้งนี้มาพร้อมกิจกรรมที่ต่อยอดและสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจสัตว์เลี้ยงแบบ B2B2C (Business to Business to Customer) หรือ การจัดงานที่เชื่อมระหว่างธุรกิจสู่ธุรกิจจนถึงผู้บริโภค เข้าด้วยกันในงานเดียว ซึ่งเป็นครั้งแรกของประเทศไทย  โดยธีมของงานปีนี้จะช่วย Connect ระหว่างโลกของ B2B และ B2C เข้าด้วยกัน นั้นก็คือ ‘ดินแดนเวทมนตร์แห่งโลกอนาคต’ ผสมผสานความสนุกในมุมของ โลกแห่งเวทมนตร์ ที่เหล่าสุนัขและเจ้าของสามารถแต่งตัวมาร่วมงานเป็นแม่มด หรือพ่อมดได้ รวมถึงการตกแต่งภายในงาน ที่จะทำให้ทุกท่าน เพลิดเพลินไปในดินแดน เวทมนตร์ในครั้งนี้ แต่ก็ยังไม่ทิ้งความเป็นธุรกิจ   ที่เราต้องการพัฒนาและร่วมกำหนดทิศทางตลาดสัตว์เลี้ยงของไทยให้ดีขึ้นในอนาคต ซึ่งเวทมนตร์ เปรียบเสมือนลูกค้าและผู้ประกอบการ จะเป็นตัวช่วยกำหนดทิศทางอนาคตของตลาดสัตว์เลี้ยงในไทยนั่นเอง” 

นอกจากนี้ยังมีการจัดสัมมนาหัวข้อ “How to Win-Win ในตลาดสัตว์เลี้ยง” ที่จะเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้การทำธุรกิจในตลาดสัตว์เลี้ยง,การประกวดสุนัขสวยงามนานาชาติทุกสายพันธุ์ชิงแชมป์ประเทศไทย, การคัดเลือกสอบวัดระดับหาสุดยอด Groomers ระดับนานาชาติชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 4, การประกวดบูลลี่กล้ามสวย และ การแข่งขันพิทบูลจอมพลังลากน้ำหนักชิงแชมป์ประเทศไทย, การแข่งขันสนุก ๆ ที่จะร่วมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเจ้าของและสัตว์เลี้ยง ได้แก่ การแข่งขันหมาเลีย, วิ่งแข่งสุนัขมาหาแม่มา และกิจกรรมใหม่ “ชั่งเถอะนะ”   และกิจกรรมอีกมากมายตลอดการจัดงาน 4 วัน 

คุณศุภกฤต อัศวชัยพร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท เพอร์เฟค   คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “ไม่ว่ายุคไหน ๆ ผู้บริโภคที่เลี้ยงสุนัขทุกคนต่างก็ต้องการอาหารที่ดีและมีประโยชน์สำหรับสุนัขของเขาซึ่งอาหารที่ดีนั้นคืออาหารที่ทำให้สุนัขมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง และสะท้อนออกมาภายนอก คือ ขนที่สวย ผิวหนังที่มีสุขภาพดี รวมถึงอารมณ์ที่ดีของสุนัขด้วย ดังนั้น ตลอดระยะเวลากว่า      20 กว่าปี อาหารสุนัข SmartHeart และอาหารสัตว์เลี้ยงที่ผลิตโดย  บริษัท เพอร์เฟค คอมพาเนียน กรุ๊ป จำกัด ผ่านการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้สินค้ามีคุณภาพและมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยในแต่ละปีเรามีสินค้าใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด เพื่อให้ทันกระแสความต้องการของผู้บริโภคในประเทศ และทันกับกระแสต่างชาติ ซึ่งในปีนี้เราก็ยังปฏิเสธไม่ได้ว่าเทรนด์ของการเลี้ยงแบบ Humanization หรือเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเหมือนคนในครอบครัวยังเป็นเทรนด์ที่ผู้บริโภคต้องการ แต่สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาก็คือการสร้างอาหารสุนัขให้มีความ Premium มากขึ้น ดูแลสุขภาพเฉพาะทางมากยิ่งขึ้น และให้อาหารมีความน่ากินใกล้เคียงอาหารคนมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทาง SmartHeart ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และจะพัฒนาให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป อย่างในปีนี้เราได้เปิดตัว SmartHeart Signature ซึ่งเป็นอาหารสุนัขชนิดเปียกแบบซอง (Pouch) ที่ทำจากเนื้อไก่ล้วนและมีความน่าทานมากจากการใส่ผักต่าง ๆ ลงไปในสูตรอาหาร ไม่ว่าจะเป็นฟักทอง แครอท มันฝรั่ง หรือแม้กระทั่งปลาทูน่า ซึ่งพบว่าได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดีมาก ๆ ภายใต้ราคาที่จับต้องได้ 

สำหรับกิจกรรมของทาง SmartHeart ในปีนี้ก็จัดยิ่งใหญ่เหมือนทุก ๆ ปี ไม่ว่าจะเป็นการจัดโปรโมชั่น  ลด แลก แจก แถม เราได้เตรียมให้ลูกค้าที่เดินเที่ยวงานปีนี้ได้ซื้อสินค้าราคาพิเศษติดไม้ติดมือกลับไปบ้านกัน  ทุกท่านอย่างแน่นอนครับ และที่สำคัญทุกท่านจะได้พบกับ Presenter ของ SmartHeart คุณเจมส์ จิรายุ         ในวันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคม 2567 ด้วยครับ”

คุณสุธีศักดิ์ ภักดีเทวา รองนายกสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข (ประเทศไทย) กล่าวถึงการประกวดภายในงานปีนี้ว่า “ที่งาน SmartHeart presents Thailand International Dog Show เป็นสนามแห่งเดียวที่มีการแข่งขันระดับสากลใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จัดขึ้นเพียงปีละครั้ง จึงกลายเป็นสนามที่เหล่าผู้เข้าประกวดตั้งตารอ เพื่อเตรียมความพร้อมและวางแผนในการดูแลสุนัขของผู้เข้าประกวดได้เข้ามารับการตัดสินจากกรรมการระดับโลก ที่ไม่ได้มีโอกาสแบบนี้ที่ไหน ยกเว้นที่นี่เท่านั้น ทำให้การประกวดของเรามีความน่าเชื่อถือและเป็นที่รอคอยของเหล่า

ผู้เข้าประกวด และยังเป็นเวทีที่จะผลักดันสุนัขจากสนามการแข่งขันในไทยสู่การแข่งขันสนามระดับโลก ซึ่งงาน SmartHeart presents Thailand International Dog Show เอง ก็มีส่วนที่ทำให้การประกวด ฯ ประสบความสำเร็จ

มาโดยตลอด ทั้งในเรื่องของสถานที่ การอำนวยความสะดวก รวมถึงการโปรโมท จนทำให้สนามนี้เป็นที่รู้จักและประสบความสำเร็จขึ้นในทุก ๆ ปี ในการประกวดครั้งนี้ มีการเชิญคณะกรรมการจาก 8 ประเทศ จำนวน 9 ท่าน มาร่วมตัดสิน ซึ่งผมคาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมอยู่ที่ 5,000 กว่าท่านตลอดงานทั้ง 4 วัน โดยสมัครมาจากรอบโลก สำหรับท่านใดที่สนใจเข้าประกวดพันธุ์สุนัขสวยงามชิงแชมป์ประเทศไทย สามารถติดตามรายละเอียดที่สมาคม

พัฒนาพันธุ์สุนัข (ประเทศไทย) ได้ที่เว็บไซต์ของสมาคม https://kathailand.org/

คุณนิติพงศ์ เลาหวิศิษฏ์ อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงไทย กล่าวว่า “ผู้บริโภคตอนนี้ใส่ใจสุขภาพสุนัขมากขึ้น โดยเริ่มมองหาสินค้าอาหารสำเร็จรูปมากขึ้น ทำให้เทรนด์อาหารสำเร็จรูปโตมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารเม็ด หรืออาหารแช่แข็ง หรืออาหารอุ่นไมโครเวฟของสุนัข โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 พบว่ามีการเติบโตของจำนวนสุนัขเป็นอย่างมาก เพราะคนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตและทำงานอยู่ที่บ้านมากขึ้น ทำให้มีเวลาดูแลสุนัข

มากขึ้น มีเจ้าของธุรกิจอื่น ๆ ที่ไม่ใช่วงการสัตว์เลี้ยงโดยตรง เช่น วงการเครื่องสำอาง หรือค้าขายสัตว์เลี้ยง เป็นต้น ได้เข้ามาในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์สินค้าใหม่ หรือร้านค้าใหม่ สำหรับประเทศไทยตอนนี้ในวงการสัตว์เลี้ยง ถึงแม้จะมีธุรกิจประเภทหนึ่งที่มีการแข่งขันสูง อย่างอาหารและขนมสัตว์เลี้ยง แต่ธุรกิจที่ยังมีโอกาสเติบโตในตลาดสัตว์เลี้ยงต่อไปได้ คือ ธุรกิจที่เป็นการให้บริการด้านตัดขนและอาบน้ำสัตว์เลี้ยง ธุรกิจเกี่ยวกับคลินิกสัตว์เลี้ยง และโรงพยาบาลสำหรับสัตว์เลี้ยง เป็นต้น”

การเที่ยวชมกิจกรรมภายในงาน SmartHeart presents Thailand International Dog Show ครั้งที่ 22 นี้ มีค่าเข้าชมท่านละ 20 บาท (สัตว์เลี้ยงและเด็ก เข้าชมฟรี)  โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะร่วมบริจาคช่วยเหลือสัตว์จรจัดใน “โครงการ 1 บาทเพื่อเจ้าตูบที่หิวโหย”  และมีโอกาสลุ้นเป็นผู้โชคดีรับ Apple iPad Air 13 (M2) และรางวัลอื่น ๆ มูลค่ากว่า 1 แสนบาท นอกจากนี้ ยังมีโซนน้องหมาหาบ้าน ที่เปิดโอกาสให้ให้น้องหมาไร้บ้านจากมูลนิธิต่าง ๆ ได้มีโอกาสหาบ้านและผู้อุปการะไปเลี้ยงดู และยังมีกิจกรรม “1 น้ำใจ รับไป 1 ถุง” เพียงแค่คุณบริจาคให้กับโครงการฯ คุณจะได้รับของที่ระลึกและความอิ่มใจกลับบ้านกันอีกด้วย

งานมหกรรมคนรักสุนัขอันดับ 1 ของประเทศไทย ประจำปี 2567 SmartHeart presents Thailand International Dog Show ครั้งที่ 22” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 – 7 กรกฎาคม 2567 ตั้งแต่ 10.00 น. - 20.00 น.      ณ อาคาร 5 - 6 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยปีนี้มีเปิดให้ลงทะเบียนฟรีสำหรับเข้าร่วมงานสัมมนา ผู้เข้าชมงาน

เพื่อธุรกิจ และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามความเคลื่อนไหวของงานผ่าน https://thailand-dogshow.com/ หรือ Facebook : @ThailandInternationalDogShow หรือ LINE Official : @Dogshow 


Share:

งานเปิดตัว “กรอบความปลอดภัยรอบด้านในสถานศึกษา ฉบับภาษาไทย” โดยเครือข่ายโรงเรียนปลอดภัยแห่งประเทศไทย

กรุงเทพมหานคร, 10 มิถุนายน 2567 – เครือข่ายโรงเรียนปลอดภัยแห่งประเทศไทย (Thailand Safe School Network: TSSN)  ซึ่งเป็นกลไกความร่วมมือระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียระดับประเทศ ในการผลักดันเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา ที่จัดตั้งขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 มีความภูมิใจอย่างยิ่งในการจัดงานเปิดตัว “กรอบความปลอดภัยรอบด้านในสถานศึกษา ปี พ.ศ.2565 – 2573 ฉบับภาษาไทย” โดยกรอบความปลอดภัยรอบด้านในสถานศึกษาฉบับนี้ มีเป้าหมายเพื่อเป็นแนวทางให้กับหน่วยงานการศึกษา และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ ในการปรับใช้มาตรการด้านความปลอดภัยในสถานศึกษาในบริบทของประเทศไทย ความสำเร็จในครั้งนี้ เป็นผลจากความความร่วมมือระหว่างองค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากพรูเด็นซ์ ฟาวน์เดชั่น (Prudence Foundation) และ Save the Children Thailand (มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก ประเทศไทย) ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยงานช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการคุ้มครองพลเรือนของคณะกรรมาธิการยุโรป (ECHO) งานเปิดตัวครั้งนี้ ได้จัดขึ้นในวันที่ 10 มิถุนายน 2567 ที่ห้องราชา 2 โรงแรมปรินซ์พาเลซ กรุงเทพฯ ประเทศไทย

ทั้งนี้ กรอบความปลอดภัยรอบด้านในสถานศึกษา ปี พ.ศ. 2565 – 2573 เริ่มพัฒนาจากความพยายามผลักดันเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2533 ผ่านการนำของ Asia Coalition for School Safety (APCSS) และได้รับการรับรองจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี พ.ศ. 2555 ตั้งแต่นั้นมา หน่วยงานด้านการศึกษาในกว่า 60 ประเทศ รวมถึงองค์กรระหว่างรัฐบาลระดับภูมิภาคทั้งในเอเชียแปซิฟิก ละตินอเมริกา และแคริบเบียน ได้นำกรอบความปลอดภัยรอบด้านในสถานศึกษาฉบับดังกล่าวไปปรับใช้

นอกจากนี้ เพื่อปรับปรุงเรื่องความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อุบัติเพิ่มขึ้นทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อเด็กและนักเรียนในหลายพื้นที่ หน่วยงาน Global Alliance for Disaster Risk Reduction and Resilience in the Education Sector (GADRRRES) จึงได้ดำเนินการปรับปรุงกรอบความปลอดภัยรอบด้านในสถานศึกษา (Comprehensive Schools Safety Framework: CSSF) ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2563 เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือจากหน่วยงานด้านมนุษยธรรมและหน่วยงานด้านการพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนด้านการศึกษา ส่งผลให้กรอบความปลอดภัยรอบด้านในสถานศึกษา ปี พ.ศ.2565 – 2573 ฉบับแก้ไข เสร็จสมบูรณ์และเผยแพร่ครั้งแรกในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2565 ต่อมาได้มีการเปิดตัวเอกสารดังกล่าวอย่างเป็นทางการในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2566 โดยได้รับความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่าง ๆ ได้แก่ รัฐบาล หน่วยงานด้านการพัฒนา หน่วยงานด้านการศึกษา เจ้าหน้าด้านการศึกษา และเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 

ทั้งนี้ กรอบความปลอดภัยรอบด้านในสถานศึกษา ปี พ.ศ.2565 – 2573 ได้นำเสนอแนวทางเชิงกลยุทธ์แก่ผู้รับผิดชอบและหน่วยงานต่าง ๆ ที่ทำงานในประเด็นนี้ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ อย่างปลอดภัย เท่าเทียม และต่อเนื่องสำหรับทุกคน กรอบความปลอดภัยรอบด้านในสถานศึกษาฉบับนี้ ใช้แนวทาง “ความเสี่ยงและภัยพิบัติทุกรูปแบบ”  ซึ่งมุ่งเน้นการจัดการภัยในหลากหลายรูปแบบ และยังสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และกรอบงานระดับโลกอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็กและการคุ้มครองเด็ก ภายในเนื้อหาประกอบไปด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ หลักการพื้นฐาน ซึ่งกล่าวถึงระบบและนโยบายที่เอื้ออำนวยให้เกิดความปลอดภัยในสถานศึกษา และเสาหลักทั้ง 3 ประกอบไปด้วย เสาหลักที่ 1 โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกทางการเรียนรู้ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น เสาหลักที่ 2 การบริหารจัดการความปลอดภัยในสถานศึกษาและความต่อเนื่องทางการศึกษา และเสาหลักที่ 3 การศึกษาการลดความเสี่ยงและการรู้รับปรับตัว

เครือข่ายโรงเรียนปลอดภัยแห่งประเทศไทย ประกอบไปด้วยหน่วยงาน 6 องค์กรหลัก ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย องค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) Save the Children Thailand และองค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ได้ดำเนินการตรวจสอบและรับรองกรอบความปลอดภัยรอบด้านในสถานศึกษา ปี พ.ศ.2565 – 2573 เสร็จสิ้นแล้วและมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะเผยแพร่เอกสารฉบับนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนคนไทยต่อไป ซึ่งนับว่าเป็นก้าวที่สำคัญในการยกระดับความปลอดภัยของสถานศึกษาทั่วประเทศไทย

Share:

ปั๊ม ปตท.สระแก้ว (ปั๊มเฮียพลสั่งลุย ซ้อน้องจัดเต็ม มั่งมีศรีสุข) เปิดให้บริการแล้ว หนึ่งเดียวในประเทศ เปิดเรือนรับรองพระสงฆ์ ชูธุรธรรม นำธุรกิจ

วันที่  8  มิถุนายน  2567 บริษัท เฮียพลสั่งลุย ซ้อน้องจัดเต็ม มั่งมีศรีสุข จำกัด นำโดย นายสุรพล ตังคะประเสริฐ ประธานฯ  นางวรินทร ตังคะประเสริฐ รองประธานฯ พร้อมด้วย นายอรรถวัฒน์ ตังคะประเสริฐ นายกันตภณ ตังคะประเสริฐ นายรัชพล ตังคะประเสริฐ และครอบครัว ได้ทำพิธีเปิด “PTT STATION”  เฮียพลสั่งลุย ซ้อน้องจัดเต็ม มั่งมีศรีสุข ปั๊มน้ำมัน  . ใจกลางเมืองสระแก้ว  อย่างเป็นทางการ 

ซึ่งเป็นปั๊มน้ำมันแห่งแรกที่มีแนวคิดในการทำห้องพักรับรองพระสงฆ์  และห้องน้ำพระสงฆ์  เนื่องจากว่า พระสงฆ์ที่ต้องเดินทางไปทำกิจนิมนต์  ยังสถานที่ต่าง ๆ  ไม่ได้รับความสะดวก ในการทำกิจของสงฆ์  โดยเฉพาะการเข้าห้องน้ำ ที่ต้องปะปนกับประชาชนทั่วไป ด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังตรงกับคอนเซ็ปต์   

"ธุรธรรมนำธุรกิจ ให้มากกว่าได้มากกว่า"

ที่ใช้มาตลอดในการดำเนินธุรกิจที่ทำมา

โดยได้รับเกียรติจาก นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว มาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติ พันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ มาร่วมงานอย่างคับคัง กลางใจเมืองสระแก้ว พร้อมรับของที่ระลึก ส้มมงคล ข้าวหอมมะลิเฮียพล และน้ำดื่มเฮียพล ที่มีสโลแกนว่า สุขใจดื่มได้สุขจริง  เป็นของที่ระลึกกลับบ้าน

ทั้งนี้  ภายในงานยังมีการแสดง เชิดสิงโต มังกรทอง จัดเต็มรูปแบบ เพื่อเป็นสิริมงคลสำหรับทุกคน  นอกจากนั้นยังได้จัดเลี้ยงด้วยโต๊ะจีนชุดใหญ่ พร้อมการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมากมาย อาทิ อิน บูโดกัน มาสร้างความสุข ความสนุกสนานให้แขกผู้มีเกียรติได้อิ่มเอมกับอาหารกลางวันสุดพิเศษ และเพลิดเพลินไปกับการแสดงมากมายบนเวที ภายในโดมสีขาวติดแอร์เย็นฉ่ำ ที่ปั๊ม ปตท. เฮียพลสั่งลุย ซ้อน้องจัดเต็ม มั่งมีศรีสุข จังหวัดสระแก้ว

นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า วันนี้ ถือว่าเป็นวันดี  รู้สึกเป็นเกียรติและดีใจที่ได้มาเปิดปั๊ม ปตท.สระแก้ว ปั๊มเฮียพลสั่งลุย ซ้อน้องจัดเต็ม ปั๊มใหญ่กลางใจเมืองสระแก้ว  ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้ทำการเปิด ไทวัสดุ ก่อสร้างไป  ด้วยเมื่อ 3 ปีก่อน ยังไม่มีใครกล้าลงทุนในสระแก้ว แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เนื่องจากติดกฎระเบียบราชการ แต่มาวันนี้ ทำไมวันนี้ ถึงมีคนกล้าลงทุน เพราะกฎระเบียบในการพัฒนาบ้านเมือง และผังเมือง ได้ผ่านการแก้ไขแล้ว ผมคือ ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง ซึ่งได้ทำงานอย่างหนักมากว่า 3 ปี ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน วันนี้ ให้มองแค่ 2 กิจการ ซึ่งไทวัสดุ มีคนงานกว่า 400 คน ส่วนปั๊มปตท.ของเฮียพล ก็มีคนงานราว 200 คน ถามว่า เกือบ 600 ครอบครัวมีรายได้ มีเงิน และยังทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน มีการค้าขายที่เกิดขึ้น ซึ่งหลายท่านก็เข้าใจพวกเราว่าได้พยายามผลักดันส่งเสริมให้เกิดสิ่งเหล่านี้ แก้ไขกฎระเบียบที่ไม่เอื้อให้เกิดการพัฒนาบ้านเมือง เราก็ต้องช่วยกันทำ แต่เราไม่ได้ทำคนเดียว มีเบื้องหลัง ทั้งท่านนายกเทศบาลเมืองสระแก้ว ท่านรองนายกฯ ท่านนายอำเภอเมืองสระแก้ว รวมถึง พี่น้องคนในชุมชนที่ช่วยกันขับเคลื่อน แก้ไขปัญหาผังเมือง จนสามารถมีการลงทุนได้ในวงเงินหลายร้อยล้านบาท และก็จะเกิดขึ้นอีกต่อไปในอนาคตอย่างแน่นอน การเปิดปั๊มปตท. สระแก้ว ก็เป็นตัวอย่างที่ดีในการเปลี่ยนแปลงบ้านเมือง ทำให้เกิดการลงทุน ทำให้พี่น้องชาวสระแก้วได้มีงานทำ ซึ่งไม่เพียงแต่ในอำเภอเมืองเท่านั้น ในอำเภอต่าง ๆ ก็ได้รับการแก้ไขไปพร้อมกันด้วย เพื่อนำพาความรุ่งเรืองอย่างยั่งยืนให้แก่จังหวัดสระแก้วต่อไป

นายสุรพล ตังคะประเสริฐ ประธานกรรมการบริษัท เฮียพลสั่งลุย ซ้อน้องจัดเต็ม มั่งมีศรีสุข กล่าวว่า ปั๊มน้ำมันปตท.สระแก้ว หรือปั๊มน้ำมันปตท.เฮียพลสั่งลุย ซ้อน้องจัด เต็มมั่งมีศรีสุข เป็นปั๊มน้ำมันที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง นอกจากจะให้บริการน้ำมันแล้ว  ที่เป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุดคือ  เราได้ทำเรือนรับรองพระสงฆ์ และห้องน้ำพระสงฆ์ ที่ใช้ชื่อว่า เรือนปลดทุกข์ สำหรับพระสงฆ์   โดยสามารถประกอบกิจของสงฆ์ตามช่วงเวลาได้ที่เรือนรับรองพระสงฆ์  มีการถวายน้ำปานะ ถวายภัตตาหารเช้า ภัตตาหารเพล ให้เป็นพุทธบูชา ในแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง แดนศิลปะถิ่นธรรมแห่งนี้สืบไป

วันนี้ ผมได้สานฝันในการทำปั๊มน้ำมัน และก็จะมีฝันต่อจากนี้ไปอีกอย่างแน่นอน เพราะว่า ผมใช้ธรรมะ นำหน้าที่การงาน ธรรมะนำชีวิต และใช้ธรรมะนำธุรกิจ ผมกล้าพูดได้เต็มปาก เต็มคำและเต็มหัวใจของผมว่า ห้องน้ำสำหรับพระสงฆ์ในปั๊มน้ำมันปตท.สระแก้ว แห่งนี้ ไม่ใช่แค่เป็นที่หนึ่ง แต่เป็น ที่สุดของห้องน้ำ และที่สำคัญ นี่คือ  อนิสงส์ ที่จะส่งต่อไปถึงลูก หลาน ของผมต่อไปในภายภาคหน้า เพราะว่า เราได้ถวายที่ดินสร้างวัด เป็นศูนย์ปฏิบัติธรรมอนุตรธรรมารามแล้ว และครั้งนี้ เรามี เรือนปลดทุกข์ ในปั๊มน้ำมัน ให้พระภิกษุสามเณร ท่านหนักก็รีบเอาออก ท่านเบาก็รีบเอาทิ้ง ท่านจะได้สบายใจ พอท่านเอาออกเรียบร้อย เราก็ให้เข้าเรือนรับรอง ถวายน้ำปานะ ภัตตาหารเช้า ภัตตาหารเพล นี่คือ อนิสงส์

และที่สำคัญ ผมได้ทำห้องน้ำผู้หญิงที่เคารพ ผู้ชายที่ศรัทธา โดยได้ทำชักโครกไฟฟ้าอย่างดี สมัยใหม่ที่มีวาวล์ปิดเปิดให้กับลูกค้า ท่านจะเดินมาเข้าก็ฟรี ขับรถมาก็ฟรี หรือจะบินมาเข้า ผมก็ให้เข้าฟรี นอกจากนี้ เรายังได้จัดพนักงาน แม่บ้านดูแลทำความสะอาดตลอด 24 ชั่วโมง ห้องน้ำที่นี่จะสะอาดไม่แพ้ที่บ้านของท่าน ความงดงามเหนือกว่าใครในปฐพี อันนี้กล้าท้าทุกท่านไปสำรวจห้องน้ำผมก่อนกลับบ้าน

นอกจากนี้ยังมีร้าน อะเมซอนคาเฟ่ ผมก็ได้ออกแบบตกแต่ง ให้เป็นคอนเซ็ปต์ของผมเองว่า สุขทุกวัน เต็มคำทุกแก้ว จึงขอฝากทุกท่านไว้ด้วย  ให้แนะนำให้เพื่อน ๆ มาดู มาอุดหนุน ให้แดนศิลป์แผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง อู่ข้าวอู่น้ำบ้านเกิดเมืองนอนแห่งนี้ เกิดขึ้นให้ได้ทั่วไทย เพื่อทุกคนจะได้มาสร้างกุศลบุญ พลังบุญ ที่เหนือกว่าเสบียงอาหารชีวิต เพราะเสบียงบุญ ยิ่งเราได้สะสมมากเท่าไหร่ เราก็จะมีพลังบุญเป็นทวีคูณ ถ้าเราสะสมเงินทอง และมีการให้ เราก็จะมีเสบียงบุญที่เหนือกว่าใคร

ต้องกราบเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ท่านปริญญา โพธิสัตย์ ซึ่งท่านเป็นผู้ใหญ่ใจดี ที่ท่านได้มีเมฆตากับครอบครัวผม ในจังหวัดสระแก้วมาโดยตลอด และพ่อแม่พี่น้องทุกคนที่มาในวันนี้เหนือความคาดหมาย ผมและครอบครัวก็ยินดี และมีความสุขมาก

นายอรรถวัฒน์ ตังคะประเสริฐ กล่าวว่า ภายในปั๊มเรา มีร้านค้ามากมาย เช่น KFC ไดร์ฟทรู ซึ่งปกติมีเปิดในปตท.ไม่มาก แต่ KFC ก็มาเปิดให้เรา ก็ต้องถือว่าพิเศษจริงๆ ถึงมาเปิด และเราก็มี  อะเมซอนคาเฟ่ ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดสระแก้ว โดยเฉพาะ เรามีร้านเครื่องซักผ้าแอลจี ซึ่งถือว่าเป็นร้านที่2 ของโลกก็ว่าได้ ที่มาเปิดให้บริการในปั๊มน้ำมัน เพราะว่า ที่แรกอยู่ที่กรุงเทพฯ รวมถึง ร้านขนม ร้านของฝากทั่วไป ร้านข้าวแกง ร้านปลาช่อนที่เป็นแบรนด์หลักๆของจังหวัดสระแก้ว ที่เราคัดสรรมาแล้วว่าอร่อย

รวมถึงธรุกิจ จำหน่ายของรถมอเตอร์ไซต์ ฮอนด้าประสิทธิ์มอเตอร์สระแก้ว2554 จำกัด, ดีที่สุดคาร์แอนด์เซอร์วิส จำกัด   ซึ่งถือว่าเป็นธุรกิจแรกของคุณพ่อ  จึงนำมาเปิดในปั๊มแห่งนี้ด้วย  หามมีลูกค้าซื้อรถ ข้าง ๆ ก็มี กรุงศรี ออโต้ พร้อมให้บริการ

อย่างไรก็ตาม การทำกิจการปั๊มน้ำมันนี้ ถือเป็นการช่วยเหลือ ให้คนสระแก้วได้มีรายได้ รวมถึงช่วยกระจายรายได้ให้กับชุมชน คนสระแก้ว เพราะเราอยู่กันแบบครอบครัว แบบพี่น้อง ใครที่ได้เข้าทำงานกับเราจะมีความสุข  ซึ่งผมคิดว่าเป็นสิ่งแรกที่ทุกคนต้องการ แต่ว่าความสุข เป็นสิ่งที่คุณพ่อ คุณแม่ ของผม ทำเพื่อทุกคน ตามสโลแกน ให้มากกว่า ได้มากกว่า ยิ่งให้ยิ่งได้ ซึ่งคุณพ่อมักพูดบ่อยๆว่า คิดเอา มันหนัก แต่คิดให้ มันสบาย”  เพราะคิดเอา จะต้องคิดหลายอย่าง แต่เวลาให้ เขาแค่รับ ไม่ต้องคิดอะไรมาก อันนี้ คือสโลแกนคุณพ่อผม

ใครที่ผ่านมายังจังหวัดสระแก้ว เชิญมาที่ ปั๊มปตท. เฮียพลสั่งลุย ซ้อน้องจัดเต็ม มั่งมีศรีสุข อยู่ใจกลางเมืองสระแก้ว หาง่าย ป้ายใหญ่โดดเด่น ใครมาก็ต้องเห็น อย่างน้อยก็มาเข้าห้องน้ำ มาปลดทุกข์ มาคลายเครียด หรือมานั่งที่อะเมซอนคาเฟ่ มาดื่มเครื่องดื่มแก้วโปรดปรานภายในห้องแอร์เย็นๆ สุขทุกวัน เต็มคำทุกแก้ว และที่ขาดไม่ได้เลย มีสนามเด็กเล่น สำหรับน้อง ๆ ด้วย มีเด็กมาแล่นแล้วไม่ยอมกลับ  ในอนาคตอาจมีการขยายพื้นที่ในส่วนนี้เพิ่มอีกด้วย  รวมถึงจะมีการเพิ่มเติมบ่อปลาคราฟ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนวางระบบ

ด้าน  นายกันตภณ ตังคะประเสริฐ กล่าวเสริมว่า ด้านหน้าของเรือนปลดทุกข์ ก็คือ พาวิลเลียน ซึ่งที่ได้ออกแบบอย่างสวยงาม ตามคอนเซ็ปต์การดีไซน์และตกแต่ง ที่ได้แนวคิดมาจากพุทธศาสนา โดยจะเห็นได้ว่า มีลักษณะเหมือนใบบัว  รวมถึงแนวทางเดินจะมีเส้นโค้ง เสมือนเป็นก้านใบบัว เพราะเรานำธรรมะมาบริหารธุรกิจ ซึ่งไม่ได้เน้นการแสวงหาผลกำไรเพียงอย่างเดียว ภายในปั๊ม เฮียพลสั่งลุย ซ้อน้องจัดเต็ม มั่งมีศรีสุข  ในพื้นที่ทั้งหมดกว่า 6 ไร่ กว้างขวางสะดวกสบาย มีบริการแบบครบวงจร เมื่อท่านมาใช้บริการ ก็จะมีแต่ความสุขกลับไป

Share:

ททท. เปิดตัวแคมเปญ “9 ที่เที่ยวฝนนี้…มีดีที่ตะวันออก” ส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วง Green Season

วันนี้ (8 มิถุนายน 2567) ณ วนอุทยานเขาอีโต้ จังหวัดปราจีนบุรี คุณธนาพงษ์ รักขนาม ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดปราจีนบุรี ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี เข้าร่วมงานแถลงข่าว เปิดงาน Green Season 9 ที่เที่ยวฝนนี้มีดีที่ตะวันออก ณ อุทยานเขาอีโต้ และนายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดแคมเปญ“9 ที่เที่ยวฝนนี้…มีดีที่ตะวันออก” เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวของ

9 จังหวัดภาคตะวันออกในช่วง Green Season อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเปิดโปรโมชั่นพิเศษ “Super Deal”เพื่อสร้างบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวให้คึกคักในช่วงหน้าฝนตามนโยบายของรัฐบาลนายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก ททท. กล่าวว่า แคมเปญ “9 ที่เที่ยวฝนนี้…มีดีที่ตะวันออก” เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวในประเทศให้ออกไปสัมผัส

ความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวไทยตลอดช่วงฤดูฝน Green Season นี้ เพื่อให้รายได้ทางการท่องเที่ยวในภาคตะวันออกเติบโตอย่างต่อเนื่องจากเดือนพฤษภาคมที่ประสบความสำเร็จจากแคมเปญ “อร่อยทุกไร่ชิมไปทุกสวน” โดย จะนำเสนอทั้งแหล่งท่องเที่ยวและโปรโมชั่นเสนอขายที่หลากหลายขึ้นให้ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่ม ครอบคลุมตามแนวคิด “คัลเลอร์ฟูลบูรพา”ทั้งนี้ ภูมิภาคภาคตะวันออกจะขอนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวที่มีความครอบคลุมผ่าน 4 จุดขายหลัก คือ

“ยืนหนึ่งเรื่องกิน สุดฟินเรื่องเที่ยว เต็มเหนี่ยวเที่ยวสายศรัทธา (สายมู)  เรียนรู้เรื่องรักษ์” ของทั้ง 9 จังหวัด โดยรวบรวมมาเป็น “Green Season 9 สถานที่ 9 จังหวัดภาคตะวันออก” ที่มีทั้งแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติทะเลหมอกหน้าฝน สวนผลไม้ แหล่งท่องเที่ยวเชิงอาหาร วัฒนธรรม กิจกรรมแอดเวนเจอร์ รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวชุมชนที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ เพื่อสร้างบรรยากาศการเดินทางท่องเที่ยวไปยังภาคตะวันออกให้คึกคักรับความชุ่มฉ่ำของหน้าฝน อีกทั้งในเร็ว ๆ นี้ ททท. ยังเตรียมเสนอโปรโมชั่นสุดพิเศษ “Super Deal” เพื่อส่งเสริม

การขายในพื้นที่ภาคตะวันออกทั้ง 9 จังหวัด ในราคาสุดคุ้มให้นักท่องเที่ยวได้มีทางเลือกที่ตามมาอีกหลากหลาย โดยเตรียมพบกันได้ที่ “งานไทยเที่ยวไทย” วันที่ 27 – 30 มิถุนายน 2567 เวลา 10.00 น. – 21.00 น.ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage: เที่ยวตะวันออก https://www.facebook.com/traveleastthailand หรือ TAT Contact Center โทร. 1672

Share:

“หินซ้อน” คลิกออฟ !! แหล่งท่องเที่ยวทางน้ำแห่งใหม่สุดอันซีนตำบลหินซ้อน สำหรับคนรักสุขภาพและการผจญภัย

สระบุรี : เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวหินซ้อนร่วมกับฝ่ายปกครอง ภาคเอกชนและชาวชุมชนหินซ้อน จังหวัดสระบุรี เปิดเส้นทางท่องเที่ยวทางน้ำแห่งใหม่ เตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติและการผจญภัย ภายใต้สโลแกน หินซ้อนแหล่งท่องเที่ยวสำหรับคนรักสุขภาพและการผจญภัย a wellness adventure & ecotourism destination มีนายมนตรี ปรีดา นายอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรีเป็นประธานในพิธี 

โดยมีชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวตำบลหินซ้อน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ร่วมกับฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านอำเภอแก่งคอยและท่าคล้อ องค์การบริหารส่วนตำบลหินซ้อน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สถานีตำรวจภูธรหินซ้อน สมาคมการท่องเที่ยวจังหวัดสระบุรี เกษตรอำเภอ ป่าไม้ นิคมสร้างตนเองพระพุทธบาท บริษัทภูมิใจไทยซีเมนต์จำกัด บ้านพักผู้สูงวัยบ้านแสงทอง เรือนแสงธรรมและหน่วยงานราชการ เอกชนหลายแห่ง สมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการผจญภัย สื่อมวลชนและชาวชุมชนร่วมงานอย่างคักคัก ณ บริเวณท่าเรือตำบลหินซ้อน อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี 

นายมนตรี ปรีดา นายอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกของการเปิดกิจกรรม กิจกรรมล่องป่าสัก ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ พายเรือคายัคและแคนนู พากันมาดูหมีเหนือ เสือใต้ Unseen แห่งใหม่ของชาวสระบุรี ที่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วน 

ที่สำคัญที่สุดคือการได้เห็นบรรยากาศของความสามัคคีพร้อมเพียงของทุกคนในวันนี้ที่จะมาร่วมด้วยช่วยกัน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำแห่งใหม่ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้จังหวัดสระบุรีมีชื่อด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวทางน้ำ และเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับหมู่บ้าน ชุมชนทั้งในพื้นที่ของท่าคล้อและหินซ้อน 

วันนี้ถือเป็นวันคลิกออฟ ใน วันเสาร์ วันอาทิตย์ ต่อๆ ไปก็จะมีกิจกรรมแบบนี้ ขอขอบคุณผู้สนับสนุนทุกภาคส่วนที่มาช่วยกัน ซึ่งทางอำเภอได้จัดเตรียมงบประมาณเข้ามาเพื่อปรับปรุงสถานที่ตรงนี้ให้สมบูรณ์แบบเพิ่มขึ้น ทั้งตัวอาคาร ท่าลงน้ำ อุปกรณ์และห้องน้ำ  

นอกจากนี้เมื่อกลับไป เราจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันประชาสัมพันธ์ ส่งเสริมเพื่อให้การท่องเที่ยวทางน้ำตรงนี้ได้รับการรู้จักมากขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพของหมู่บ้านชุมชน กิจกรรมล่องป่าสัก ท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ พายเรือคายัคและแคนนู พากันมาดูหมีเหนือ เสือใต้ Unseen แห่งใหม่ของชาวสระบุรี 

ด้านนายกิตินันท์ แม้นเลขา ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวหินซ้อน เปิดเผยว่า ชมรมฯ นี้เป็นชมรมเล็กๆ ก่อตั้งขึ้นจากกลุ่มคนที่มีความรักในสิ่งเดียวกัน ที่ต้องการให้สถานที่แห่งนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์แห่งใหม่ของจังหวัดสระบุรี โดยเฉพาะที่ตำบลหินซ้อนแห่งนี้ ที่ไม่ได้ปรากฏเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยว ในแผนที่ท่องเที่ยวของจังหวัดมาก่อน

จริง ๆ แล้ว ตำบลหินซ้อน มี location ที่มีศักยภาพหลายด้าน เพียงแต่คนในพื้นที่ยังมองไม่เห็นเนื่องจากส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม แต่เรามองว่าศักยภาพตรงนี้ ซึ่งนอกจากหินซ้อนจะมีแม่น้ำป่าสัก ยังมีถ้ำญาณสังวร มีฟาร์มโคนมหลายแห่ง เป็นเกษตรกรที่ทํากสิกรรมอยู่ในพื้นที่ มีแหล่งอารยธรรมโบราณนับพันปี แต่ตําบลหินซ้อนยังไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่เป็นทาง

ภายใต้การสนับสนุนของภาครัฐและเอกชน ชมรมฯ จึงนำเสนอไอเดียด้านการจัดกิจกรรมในครั้งนี้กับทางภาครัฐตั้งแต่กํานัน ผู้ใหญ่บ้านทั้งตําบลหินซ้อนและข้างเคียง คือตําบลท่าคล้อรวมถึงอบต. อําเภอและจังหวัดและสมาชิกการท่องเที่ยวสระบุรีด้วย 

กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก ถือเป็นการนำร่องแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด เป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเป็นการต่อยอดแนวความคิดของทางผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีคนใหม่ที่ต้องการทำให้สระบุรีเป็นแซนด์บ็อกซ์ที่ลดคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็นศูนย์ในจังหวัดของเรา รวมถึงจะทำให้เกิดอาชีพและรายได้จากกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์แห่งใหม่นี้ เพื่อชุมชนที่ยั่งยืนต่อไป  

สนใจ ลงทะเบียนการจองทริปออนไลน์

https://docs.google.com/forms/d/1WMkvdj5jyPg6CzfXGqVbIRpY2LK9DIbHPSSaZg3L0Ew/edit?ts=66474914&kgs=fd6f96c03670f6c4&shem=igass&source=sh/x/gs/m3/5


Share:

Join Us for an Unforgettable Evening: 🍷 & Dine with DJ Ben G Live Performance! @The PARK NINE Hotel (สุวรรณภูมิ) วันศุกร์ 5 กรกฎาคม

 

ดื่มด่ำกับ🍷ชั้นดีจากทั่วโลก และบุฟเฟ่ต์ชั้นเลิศ🍲 พร้อมการแสดงสดโดยดีเจเบน จี!🎷

📍 ร้านอาหารอีท ดริ๊งก์ เลิฟ สุวรรณภูมิ ขอเชิญทุกท่านลิ้มรส🍷คุณภาพเยี่ยม ทานคู่กับบุฟเฟต์อาหารระดับพรีเมี่ยมหลากหลายเมนู!

ขอเชิญคอ🥂ทุกท่านร่วนชิม🍷ชั้นเลิศจากฝรั่งเศส อิตาลี อเมริกาใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ และเพลิดเพลินไปกับเมนูอาหารสุดหรูอย่างบีฟเวลลิงตัน เป็ดอบซอสส้ม บาร์บีคิวซีฟู้ด ซี่โครงหมูบาร์บีคิว และอื่นๆ อีกกว่า 20 รายการ

ร่วมขับกล่อมค่ำคืนอันแสนพิเศษไปกับ การแสดงดนตรีสด โดยดีเจเบนจีตลอดทั้งงาน 🎶

📅 วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม 

(เวลา 18:30น. – 21:00น.)

🗺 https://g.page/eat-drink-love-suvarnabhumi

🌟 ห้ามพลาดโปรโมชั่น Early Bird เพียง 990 บาทสุทธิต่อคน! [เมื่อชำระเงินเต็มจำนวนภายในวันที่ 20 มิถุนายน 2024]

📞 โทรจองโต๊ะ ของคุณตอนนี้:-

โทร.    02-119 2188

The Park Nine Hotel

599, 599/1 Lat Krabang Rd. Lat Krabang Bangkok 10520 THAILAND

Share:

Recent Posts

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

📲 (+66) 081 4345154
✉️ Insightoutstory@gmail.com

Add Line📲 Click 👇👇

Translate

🚉 ช.ส.ท.พาเที่ยว นครฯ

Review By Nichapa

POPULAR NEWS

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก