โฟรวิงส์กรุ๊ป ปั้นแบรนด์ลักชัวรี่บ้านหรู “THE PARK AVENUE PRIVATE”


ชูจุดต่าง โมเดิร์นลิฟวิ่ง ทรอปิคอล สไตล์ ริมถนนกรุงเทพกรีฑา ทำเลทองแห่งใหม่ของการพักอาศัย


บริษัท บอสตัน เอเวนิว (1987) จำกัด ในเครือ “โฟรวิงส์กรุ๊ป” ผู้คร่ำหวอดในธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์มานานกว่า 60 ปี ผู้พัฒนาโรงแรมแกรนด์โฟรวิงส์ คอนเวนชั่น ศรีนครินทร์ โรงแรมโฟรวิงส์ สุขุมวิท 26 และโครงการคอนโด เดอะ โฟรวิงส์ เรสซิเดนซ์ ศรีนครินทร์ เดินหน้าเปิดตัวโครงการบ้านหรู THE PARK AVENUE PRIVATE  ราคาเริ่มต้น 27 ล้านบาท ด้วยมูลค่าโครงการรวมกว่า 1,500 ล้านบาท เจาะกลุ่มเศรษฐีและนักธุรกิจ รับดีมานด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตั้งเป้ารายได้ธุรกิจในเครือโฟรวิงส์กรุ๊ปปีนี้ 2,500 ล้านบาท


นายบุญฤทธิ์ จิระพจชพร  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บอสตัน เอเวนิว (1987) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันการพัฒนาโครงการแนวราบประเภทบ้านหรู รูปแบบลักชัวรี่ ยังเป็นที่นิยมของบรรดาผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากการพัฒนาโครงการรูปแบบดังกล่าวนั้น ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมากนัก ขณะเดียวกันผู้ซื้อก็คำนึงถึงความคุ้มค่าเป็นหลัก โดยให้ความสำคัญกับมูลค่าสินทรัพย์
 


ที่สามารถเติบโตและสืบทอดต่อให้ลูกหลานได้ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงมุ่งพัฒนาและความแตกต่างให้กับโครงการมากขึ้น จึงทำให้บริษัทเริ่มต้นพัฒนาโครงการ “THE PARK AVENUE PRIVATE” (เดอะ พาร์ค เอเวนิว ไพรเวท) โครงการบ้านหรู ติดคอมมูนิตี้มอลล์และสนามกอล์ฟ ริมถนนกรุงเทพกรีฑา บนพื้นที่โครงการกว่า 13 ไร่ เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายคือ กลุ่มบริหารระดับสูง เจ้าของธุรกิจและผู้สืบทอดกิจการ รวมถึงกลุ่มผู้ปกครองโรงเรียนนานาชาติ ในทำเลใกล้เคียง



โครงการ  THE PARK AVENUE PRIVATE ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด The Modern Luxury Tropical Style ด้วยรูปแบบ Modernized Living  ที่ผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและการคัดสรรวัสดุที่เหมาะสมเพื่อการใช้ชีวิตที่ง่ายขึ้น ตอบรับการใช้ชีวิตแบบ Easy Life ของครอบครัวสมัยใหม่  นอกจากนี้ยังเน้น Luxurious Signature ความหรูหราที่เกิดจากความใส่ใจในรายละเอียด รวมถึงคุณภาพการคัดสรรวัสดุที่มาใช้เป็นองค์ประกอบบ้าน ความสวยงามและความหรูหรา ทรงคุณค่า เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ของผู้ครอบครองให้เกิดความภาคภูมิใจเมื่อได้สัมผัส ไปจนถึง Tropical Delight  ที่นำวิถีธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตโดยไม่ต้องค้นหาด้วยการจัดวางพื้นที่สีเขียว หรือแลนด์สเคป ให้ธรรมชาติโอบล้อมตัวบ้าน คำนึงถึงทิศทางของสายลม แสงแดด ท่ามกลางธรรมชาติ



“THE PARK AVENUE PRIVATE” เป็นโครงการเดียวในย่านนี้ที่เชื่อมการคมนาคม เข้าออกได้ 2 เส้นทางทั้งถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า และถนนกรุงเทพกรีฑา ด้วยมูลค่าการลงทุน 1,200 ล้านบาท โดยบ้านมีราคาเริ่มต้น 27 ล้านบาท ได้รับการออกแบบโดย 760i Architect & Consultant Co., Ltd. ที่เน้นความสงบส่วนตัวด้วยบ้านเพียง 36 หลัง ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของสมาชิกทุกคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งจะไม่จำกัดการใช้ชีวิตเฉพาะที่ชั้นล่างของบ้าน เพราะโครงการมีระบบ Home Lift (จาก Mitsubishi) ไว้สำหรับบ้าน Type M และ Type L โดยมีพื้นที่โครงการรวม 10 ไร่ 3 งาน 74 ตารางวา ประกอบด้วยบ้าน 3 ขนาด คือ



1. แบบบ้าน SNOWBERRY (Type S มี 21 หลัง) ที่ดินเริ่มต้น 64.7-74.4 ตารางวา มี 3 ชั้น เนื้อที่ใช้สอย 354 ตารางเมตร มี 4 ห้องนอน/ 6 ห้องน้ำ/ 3 ที่จอดรถ
2. แบบบ้าน MULBERRY (Type M มี 11 หลัง) ที่ดินเริ่มต้น 78.9-97.1 ตารางวา มี 3 ชั้น เนื้อที่ใช้สอย 439 ตารางเมตร มี 5 ห้องนอน/ 7 ห้องน้ำ / 1 ห้องแม่บ้าน / 3 ที่จอดรถ / มีลิฟท์  
3. แบบบ้าน LAUREL (Type L มี 4 หลัง) ที่ดินเริ่มต้น 102.6-141.2 ตารางวา มี 4 ชั้น เนื้อที่ใช้สอย 680 ตารางเมตร มี 4 ห้องนอน / 6 ห้องน้ำ / 4 ที่จอดรถ /1 ห้องแม่บ้าน / มีสระว่ายน้ำที่ชั้น 4 / มีลิฟท์


สำหรับความคืบหน้าโครงการอยู่ระหว่างการตกแต่ง คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่ได้ทุกหลังพร้อมกันในปลายปี 2561 นี้ ปัจจุบันมีบ้านที่ขายได้แล้วรวม 15 หลัง จากทั้งหมด 36 หลัง โดยให้ บริษัท เน็กซัส
พรอพเพอร์ตี้ เอเจนซี่ จำกัด เป็นผู้บริหารการขายโครงการ และในบริเวณดังกล่าว ยังมีที่ดินเหลืออีกประมาณ  7 ไร่ ที่เตรียมจะพัฒนาในเฟสถัดไป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบโครงการ โดยตั้งเป้ารายได้ธุรกิจเครือ
โฟรวิงส์กรุ๊ปปีนี้ที่ 2,500 ล้านบาท


นอกจากนี้ ทางบริษัทยังมีที่ดินแปลงใหญ่ที่มีศักยภาพอีกหลายแปลง อาทิ ที่ดินย่านกรุงเทพกรีฑาจำนวน 50 ไร่ อยู่ฝั่งตรงข้าม โดยมีถนนศรีนครินทร์-ร่มเกล้า (ถนนกรุงเทพกรีฑาตัดใหม่) ที่กำลังดำเนินการก่อสร้างตัดผ่าน รวมถึงมีที่ดินย่านพระราม 9 อีกกว่า 50 ไร่ ซึ่งที่ดินทั้ง 2 แปลง ทางบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านเพื่อมาพัฒนาโครงการร่วมกันปัจจุบันพื้นที่กรุงเทพตะวันออก ถือเป็น  NEW CBD ของบ้านเดี่ยว โดยมีถนนสำคัญ 2 สายเชื่อมสู่ใจกลางเมือง คือศรีนครินทร์-ร่มเกล้า และการขยายถนนกรุงเทพกรีฑา โดยโครงการ THE PARK AVENUE PRIVATE รายล้อมด้วยสถาบันการศึกชั้นนำ ได้แก่ โรงเรียนนานาชาติไบรท์ตัน และโรงเรียนนานาชาติ เวลลิงตัน อยู่ใกล้สนามกอล์ฟ 2 สนาม คือ สนามกอล์ฟกรุงเทพกรีฑา สนามกอล์ฟยูนิโก้ และห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิประมาณ  20 นาที  ใกล้กับทางด่วนศรีรัชและแอร์พอร์ตลิ้งค์ (หัวหมาก) โดยมีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ศรีกรีฑา) ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ราคาที่ดินในย่านนี้ได้ปรับขึ้นมากกว่า 50-100% เนื่องจากมีการพัฒนาพื้นที่ในโซนนี้อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันราคาที่ดินอยู่ที่ประมาณ 100,000 - 120,000 บาท ต่อตารางวา


นางสาวศรินยา จิระพจชพร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท บอสตัน เอเวนิว (1987) จำกัด ผู้บริหาร THE PARK คอมมิวนิตี้มอลล์ และ W FITNESS (ดับเบิ้ลยู ฟิตเนส)  กล่าวว่า ในส่วนของคอมมิวนิตี้มอลล์ บริษัทใช้เงินลงทุนกว่า 300 ล้านบาท เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตสะดวกสบาย รองรับการการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “มอลล์ใกล้บ้าน บ้านใกล้มอลล์” ประกอบด้วยพรีเมี่ยมแบรนด์ ต่างๆ อาทิ ร้านกาแฟ  Starbuck ,  The Pizza Company ,  Ramen KouraKuen  , TOPS DAILY   รวมไปถึง Lifestyle Shop ต่างๆ


“ภายหลังจากที่เปิดตัว THE PARK คอมมิวนิตี้มอลล์ เมื่อเดือนพฤษภาคม ที่ผ่านมา เราได้การตอบรับอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าและผู้ที่อาศัยในรัศมี  3-5 กิโลเมตร เนื่องจากทำเลที่ตั้งโครงการฯ อยู่ใกล้สถานศึกษา สนามกอล์ฟ ออฟฟิศ และหมู่บ้านเป็นจำนวนมาก ทำให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากกว่า 50,000 คนต่อเดือน  โดยได้มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆ ของโครงการทั้งสื่อออนไลน์และสื่อออฟไลน์ เพื่อสร้างการรับรู้ รวมถึงจัดกิจกรรมและโปรโมชั่นพิเศษ เพื่อกระตุ้นยอดขายอย่างสม่ำเสมอ”

นอกจากนี้ ทางโครงการฯ ยังมี W FITNESS (ดับเบิ้ลยู ฟิตเนส)  ที่เปิดให้บริการเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยเป็นสปอร์ต คอมเพล็กซ์ ขนาดใหญ่เนื้อที่กว่า 2,300 ตารางเมตร ตั้งอยู่ภายใน THE PARK คอมมิวนิตี้มอลล์ เพื่อรองรับสมาชิกในโครงการฯ และผู้อาศัยในย่านใกล้เคียง (ลูกบ้านได้สิทธิ์เป็น Member 3 ปีแรกฟรี)  โดยมีอุปกรณ์ออกกำลังกายที่คัดสรรมาตรฐานระดับ Life Fitness สระว่ายน้ำระบบน้ำเกลือยาวกว่า 30 เมตร แบบ Infinity Edge Pool พร้อมสัมผัสทัศนียภาพสีเขียวจากสนามกอล์ฟกรุงเทพกรีฑากว่า 400 ไร่ ในมุมมองแบบ Panoramic View นอกจากนี้ ยังมีวาไรตี้ สปอร์ต อื่นๆ เช่น ผาปีนเขาจำลอง ยิมมวยไทย พีลาทิส/โยคะ จากุซซี่ และออนเซ็น ปัจจุบันมีผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกของ W FITNESS  แล้วกว่า 500 คน โดยจะเปิดรับสมาชิกเพียงแค่ 600 คนเท่านั้น และสำหรับลูกค้าที่เป็นสมาชิกจะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย รวมถึงส่วนลดจากร้านค้าภายใน THE PARK คอมมิวนิตี้มอลล์  ตั้งแต่ 10% - 50 % อีกด้วย



Share:

ร่วมงานเปิดตัวหนังสือ "เปิดหน้าชีวิตใหม่ปาฏิหาริย์ พลังคำพูด"





นายอินทร์ชวนมางานบุ๊คแฟร์ “นายอินทร์สนามอ่านเล่น” เปิดพื้นที่ให้ความคิดได้วิ่งเล่น งานหนังสือแนวใหม่ที่ใครๆ ก็ต้องมา



👉 พบกับการเปิดตัวหนังสือใหม่ที่นี่เป็นที่แรก
👉 ร่วมพูดคุยและรับของขวัญจากนักเขียนคนโปรด
👉 พิเศษด้วยโซนเอาใจนักอ่านทั้งสาววาย/ สาวกจีน/ How to/ Light Novel/ Manga และ “คุณ” พร้อมกิจกรรมร่วมสนุกกับเกมส์มากมายในสนามอ่านเล่น
👉 นอกจากหนังสือและของรางวัลแล้วยังมีสินค้าอื่นๆ ให้ช้อปอีกไม่ว่าจะเป็นงาน Craft , หนังสือทำมือ พร้อมอาหารอร่อย ดนตรีไพเราะ
👉 หนังสือลดราคาสูงสุด 80%

พบกันวันที่ 29 สิงหาคม – 2 กันยายน 2561 ที่สถานี Airport Rail Link มักกะสัน



โดยวันแรก  พบอาจารย์เปิ้ลได้ที่งานเปิดตัวหนังสือ ‘เปิดหน้าชีวิตใหม่ ปาฏิหาริย์พลังคำพูด’ และ ร่วมเสวนาฟรี “พลังคำพูดเปลี่ยนชีวิต” และแขกรับเชิญพิเศษ อาจารย์นก มณีรินทร์ ศรีอุดร วันอาทิตย์ 2 กันยายน 2561 เวลา 16.00น. ณ แอร์พอร์ตเรลลิ้ง มักกะสัน แล้วเจอกันค่ะ 🚗 #อาจารย์เปิ้ล #สายสวรรค์




Fackbook fan page : หลักสูตรความสำเร็จ อาจารย์​เปิ้ล​ https://www.facebook.com/IwilltellyoubyApple/




ขอบคุณอาจารย์เปิ้ล 
เพจเฟสบุค 
หลักสูตรความสำเร็จ อาจารย์เปิ้ล

ขอบคุณอาจารย์ปู   
เพจเฟสบุค 
เคล็ดลับสำเร็จเร็ว ปู ปภัชญา วิเศษบุปผากุล
Share:

“จีทีซี อินเตอร์เนชั่นแนล” รวมทุนทั่วโลก พัฒนาการท่องเที่ยวไทย ปฏิญาณตนเป็นบริษัทอาสา ตอบแทนคุณแผ่นดินไทย



วันที่ 28 สิงหาคม 2561 กรุงเทพฯ : จีทีซี อินเตอร์เนชั่นแนล          โดย  น.ส.หลุ่ย แซ่กั๊ว (หรือคุณจีจี้) เจ้าของสือภาษาจีนที่มีชื่อเสียงโด่งดังในสังคมไทย-จีน รุกเปิดบริษัทใหม่ภายใต้แนวคิด “รวมทุนทั่วโลก พัฒนาการท่องเที่ยวไทย” ใช้เทคโนโลยี่ทางการเงินสมัยใหม่ผสมผสานประสบการณ์และความเข้าใจตลาด ปฏิญานตนเป็นบริษัทอาสา ตอบแทนคุณแผ่นดินไทย ลั่นพร้อมบริจาค 10% จากการระดมทุนในอนาคต  มอบให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำไปพัฒนา “การท่องเที่ยวไทย”  โดยระยะแรกของการดำเนินธุรกิจ จะเจาะกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีน ช่วยผลักดันรายได้เข้าประเทศ มูลค่ากว่าพันล้านต่อปี 


ปัจจุบันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย ได้กลายเป็นอุตสาหกรรมสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเป็นอันดับต้นๆ และรายได้จากนักท่องเที่ยวจีนก็ถือเป็นส่วนหลักสำคัญของรายได้การท่องเที่ยวของไทย แต่ปัญหาของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยนั้น โดยเฉพาะสำหรับชาวต่างชาติ คือนักท่องเที่ยวจะอัดแน่นในเมืองท่องเที่ยวเพียง4-5เมืองเท่านั้น เช่นกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ เป็นต้น ยากที่จะกระจายนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนไปที่แหล่งท่องเที่ยวของทั่วประเทศไทยได้ ซึ่งสาเหตุของปัญหานั้น ส่วนใหญ่จะมาจากศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวใหม่ โดยเฉพาะการก่อสร้างพื้นฐานสำหรับพัฒนาการท่องเที่ยวนั้น เช่นถนน โรงแรม การบูรณาการสถานที่ต่างๆ เป็นต้น ยังไม่มีศักยภาพพอที่จะรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นจำนวนมาก รายได้ที่ได้มาจากนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นก็ไม่มีวิธีการที่ดีในการกระจายรายได้เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ       


บริษัท GTC International จำกัด โดย น.ส.หลุ่ย แซ่กั๊ว (หรือคุณจีจี้) เป็นประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้เล็งเห็นถึงปัญหาเหล่านี้ และมีความมุ่งมั่นที่จะใช้ อิทธิพลด้านสื่อประชาสัมพันธ์ของสื่อจีนที่ทำอยู่ เช่น สำนักข่าวภาษาจีนไทยแลนด์เฮดไลน์ (Thailand Headlines) และนิตยสารภาษาจีนแอทม่านกู่ (@ManGu) ซึ่งถือว่าเป็นสื่อจีนมีชื่อเสียงในแวดวงชาวจีนโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนเป็นวงกว้าง และ    นำเอาความเข้าใจถึงแนวคิดและลักษณะใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีน           จากประสบการณ์ทำงานเกือบ20ปี ของคณะบริหาร มาช่วยผลักดันการแก้ไขปัญหาการท่องเที่ยวไทย ที่กล่าวไว้ข้างต้น โดยใช้เทคโนโลยีทรัพย์สินดิจิตอล            เป็นเครื่องมือการใช้ขับเคลื่อนธุรกิจของบริษัทฯ ภายใต้หลักการทำงาน รวมทุนทั่วโลก พัฒนาการท่องเที่ยวไทย




ในงานเปิดตัวบริษัท บริษัท จีทีซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด น.ส.หลุ่ย แซ่กั๊ว (หรือคุณจีจี้) พร้อมคณะผู้บริหารบริษัทฯ ทำพิธีปฏิญาณตน ต่อหน้า นายวีรศักดิ์     โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ด้วยข้อความว่า “เรามุ่งมั่น ผลักดันและร่วมพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยบริษัทฯจะนำเอา 10% จากยอดการระดมทุน (ICO)นำไปสร้างโครงการต่างๆที่ช่วยพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทย และมอบบริจาคกรรมสิทธิ์ของโครงการเหล่านี้ให้กับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประเทศไทย  เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทยต่อไป  และคำปฏิญาณนี้จะลงบันทึกเพิ่มในข้อบังคับของบริษัทฯอีกด้วย เพื่อปฏิบัติอย่างจริงจัง” 



ทั้งนี้  ในการเปิดตัว บริษัท จีทีซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ยังได้การเซ็นสัญญาบันทึกข้อตกลงร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในด้านต่างๆ  ได้แก่  

China Travel Service (CTS) บริษัทธุรกิจท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดของจีน – เรื่องร่วมกันผลักดันด้านผลัดดันการให้ความสะดวกในการใช้จ่ายชำระเงินของนักท่องเที่ยวจีนในไทย

บริษัท ซุปเปอร์ริช (ไทยแลนด์) จำกัด – เรื่องร่วมกันผลักดันด้านการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับนักท่องเที่ยวชาวจีน

บริษัท ซุปเปอร์เรด จำกัด – เรื่องร่วมกันผลักดันการผลิตรายการแฟชั่นโชว์ไทย-จีน Thai Chinese fashion week 

แชมป์มวยโลก คุณสิทธิชัย  ศิษย์สองน้องพี่ – โดย คุณสิทธิชัย  ศิษย์สองน้องพี่ เป็นเซเลปบริตี้ ตัวแทนช่วยโปรโมทวัฒนธรรมมวยไทยสู่โลก โปรโมทการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 

"มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2015" (Miss Thailand World 2015) – โดย คุณเฟรนส์ฟราย ธัญชนก มูลนิลตา  ตัวแทนช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวของไทยไปสู่ประเทศจีน

ไทยวันมอลเอ้าท์เล็ท--เรื่องร่วมกันผลักดันด้านการช้อปปิ้งสินค้าไทยคุณภาพดีของนักท่องเที่ยวชาวจีน 
           



พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล  รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว  คุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์  ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน)      คุณเฉาซิงฉิ้ง ประธานบริษัท China Travel Service Head Office Thailand Co.,Ltd. (CTST) คุณหลี่เสี่ยวจวิน ประธานกองทุนจีทีซีอินเตอร์เนชั่นแนล รวมทั้งเหล่าดาราศิลปิน อย่าง คุณเป้ อารักษ์  อมรศุภศิริ  คุณมิว นิษฐา  จิรยั่งยืน  คุณชานน สันตินธรกุล   คุณเฟรนส์ฟราย ธัญชนก มูลนิลต Miss Thailand World คุณป๊อป พิชฌพัฒน์ ตันทา คุณเฌอเบลล์ ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์ ต่างก็มาแสดงความยินดีอย่างคับคั่ง




Share:

Thailand Headlines และนิตยสาร @ManGu จัดเสวนา Thailand Digital Assets Forum

ระดมเหล่ากูรูกฏหมายและการเงิน...ให้ความรู้ “พรก.สินทรัพย์ดิจิทัล”  มุ่งดึงดูดนักลงทุนจีน


ในยุคเปลี่ยนผ่านสู่การใช้ “เงินดิจิตอล” ในรูปแบบ Crypto currency โดยเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset)  ใช้แทนเงินสด และเกิดสกุลเงินต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย อาทิ คริปโท (Crypto), โทเคน (Token) ซึ่งเป็นหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ที่ต้องดำเนินการผ่านกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีความซับซ้อน ในขณะที่การประกอบธุรกิจ มีความต้องการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านสกุลเงินดิจิตอล และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ  แต่นักลงทุน ผู้ประกอบธุรกิจ และประชาชนทั่วไป ยังไม่มีความรู้มากนัก และที่สำคัญยิ่งกว่านั้นคือ ประเทศไทยได้มีการประกาศใช้พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ พรก. เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑ และมีการประกาศใช้ข้อบังคับและหลักเกณฑ์ต่างๆเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ที่ผ่านมา และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต. เป็นผู้กำกับดูแลนั้น จึงนับว่าเป็นประเทศแรกในเอเชียที่มีการออกกฏหมายควบคุมธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและแนวทางการประกอบธุรกิจนี้อย่างถูกต้องตามกฏหมาย จึงทำให้ประเทศไทยได้กลายเป็นจุดสนใจของนักธุรกิจ นักลงทุนในวงการเทคโนโลยี่ด้านการเงิน หรือ ฟินเทค จากนานาประเทศทั่วเอเชีย ซึ่งในนั้นมีนักลงทุนเชื้อสายจีนจำนวนมาก ประเทศไทยถูกยกย่องเป็นประเทศระดับแนวหน้าที่มีความทันสมัยด้านพัฒนาเทคโนโลยี่ฟินเทค และเป็นประเทศที่เหมาะกับการลงทุน


เนื่องด้วยสำนักข่าวภาษาจีนไทยแลนด์เฮดไลน์(Thailand Headlines) และนิตยสารภาษาจีนแอทม่านกู่ (@ManGu) เป็นสื่อภาษาจีนที่มีอิทธิพลด้านการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในประเทศไทยไปยังชาวจีนทั่วโลก และมีสื่อจากประเทศจีนหลายสำนักได้ติดต่อมาเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารด้านการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทยที่ถูกต้อง จึงได้มีการร่วมมือกับ กลต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้มีความรู้ประสบการณ์ด้านกฏหมายและธุรกิจการเงิน จัดงานเสวนาครั้งนี้ขึ้น เพื่อให้ความรู้ ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่นักลงทุนต่างชาติ ผู้ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลต่างชาติ และประชาชนทั่วไปที่สนใจ ประกอบด้วย พล.อ.ท.บรรจง คลายนสูตร์ ผู้แทนพิเศษของ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตรอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คุณรพี สุจริตกุล เลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต , คุณอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม กรรมการกฤษฎีกา อดีดปลัดกระทรวงการคลัง , คุณพราวพร  เสนาณรงค์  ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต สายนโยบายตลาดทุน คุณ เกาจื๋อหลง อุปนายกสมาคม International Blockchain and Cryptocurrency Association  พิธีกรเสวนารับเชิญ ได้แก่ คุณหลุ่ย แซ่กั๊ว(คุณจีจี้) ประธานบรรณษธิการใหญ่สำนักข่าวภาษาจีนไทยแลนด์เฮดไลน์ (Thailand Headlines) และนิตยสารภาษาจีนแอทม่านกู่ (@ManGu) และ คุณวิเชฐ ตันติวานิช ประธานสถาบันC-Asean, กรรมการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, กรรมการการนิคมฯ แห่งชาติ ส่วนสำนักตำรวจแห่งชาติก็มี พล.ต.ท.ณัฐธร เพราะสุนทร ผช.ผบตร.  เป็นตัวแทน มาร่วมรับฟังและทำควาความเข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับพรก.และหลักเกณฑ์ฯดังกล่าว



เนื้อหาในการเสวนา Thailand Digital Assets Forum ได้กล่าวถึง ครม. อนุมัติพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหรือ พ.ร.ก. และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ กลต. ประกาศใช้  จึงนับว่า ประเทศไทย คือประเทศแรกของเอเชีย ที่มีการประกาศใช้ พ.ร.ก การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างถูกต้อง ส่งผลให้ นักลงทุนต่างๆ จากนานาประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก และติดตามข้อมูลข่าวสารความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ จึงมีความจำเป็นต้อง ส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และกฏระเบียบ ในการกำกับดูแลทรัพย์สินดิจิตอลที่ถูกหลัก รวมไปถึงการให้ความรู้ด้านกฏหมาย ข้อบังคับ การบริหารจัดการ การดำเนินงานต่างๆ รวมไปถึงกฏหมายการคุ้มครองด้านการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล  และคุ้มครองผู้บริโภคผู้ลงทุน อันจะเป็นการขจัดปัญหาเรื่องความสับสน ไม่เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินส่วนบุคคล และส่งผลดีต่อความเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในที่สุด   




สำหรับการจัดเสวนา Thailand Digital Assets Forum  ครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักข่าวภาษาจีนไทยแลนด์เฮดไลน์ (Thailand Headlines) และนิตยสารภาษาจีนแอทม่านกู่ (@ManGu) จับมือกับ กลต. และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความรู้ ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแก่นักลงทุนต่างชาติ ผู้ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลต่างชาติ และประชาชนทั่วไปที่สนใจ รวมไปถึง การประชาสัมพันธ์ให้ประชาคมโลก โดยเฉพาะประเทศจีนได้รับรู้ความคืบหน้าเกี่ยวกับ กำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้น  สำนักข่าวภาษาจีนไทยแลนด์เฮดไลน์ (Thailand Headlines), นิตยสารภาษาจีนแอทม่านกู่ (@ManGu) สื่อภาษาจีนที่มีอิทธิพลด้านการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในประเทศไทย และสื่อจากประเทศจีนหลายสำนัก จะนำเสนอข้อมูลข่าวสารด้านการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศไทย ไปเผยแพร่สู่ประเทศจีน ต่อไป




Share:

“เจ้าบ้านที่ดี” Local Hero ททท.เปิดอบรมโครงการอาสาสมัครเพื่อการท่องเที่ยว


สร้างบุคลากรในชุมชน ยกระดับ พัฒนาศักยภาพพื้นที่ให้เข้มแข็ง เตรียมพร้อมรองรับนักท่องเที่ยว ปี 2562

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดการอบรมโครงการอบรมอาสาสมัครเพื่อการท่องเที่ยว (เจ้าบ้านที่ดี) Local Hero เพื่อพัฒนาศักยภาพทางบุคลากรในชุมชนท่องเที่ยวให้มีทักษะ ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ ทั้งด้านการตลาด กลยุทธ์ การสื่อสาร มุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าและบริการ รวมถึงการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ในการต้อนรับนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความประทับใจและความพึงพอใจในการเดินทางท่องเที่ยวพื้นที่ของชุมชน 
     

นายจรัญ อ้นมี รองผู้ว่าการด้านบริหาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการส่งเสริมการตลาดด้านการท่องเที่ยวชุมชน ปัจจัยหนึ่งที่ ททท.ให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่าด้านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวนั่นก็คือทรัพยากรบุคคลทางด้านการท่องเที่ยว เราจึงมองว่าหากชุมชนมีความพร้อม มีศักยภาพ มีจิตสำนึก มีความรับผิดชอบ น่าจะทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความประทับใจและพึงพอใจสามารถบอกเล่าเรื่องราวผ่านสื่อต่างๆ เชิญชวนให้มีคนเที่ยวตามหรือกลับมาเที่ยวซ้ำอีกครั้ง ททท.จึงได้จัดโครงการอบรมอาสาสมัครเพื่อการท่องเที่ยว (เจ้าบ้านที่ดี) Local Hero ขึ้นมาเพื่อฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรในชุมชนให้มีความรู้ ทักษะ ความคิดสร้างสรรค์พัฒนาสินค้าบริการของชุมชน รวมถึงเกิดจิตสำนึกที่ดี มีความรับผิดชอบ สามารถต้อนรับนักท่องเที่ยว ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเติบโต และเกิดความยั่งยืน

    นายจรัญ กล่าวว่า โครงการอาสาสมัครเพื่อการท่องเที่ยว หรือ เจ้าบ้านที่ดี จะช่วยทำให้พวกเขาเป็นเจ้าบ้านที่ดีต่อนักท่องเที่ยว โดยผ่านการฝึกอบรม ผ่านกระบวนการต่างๆ จากทีมวิทยากรที่มีชื่อเสียง มีความรู้ความสามารถอันดับต้นๆ ของเมืองไทย โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับใบประกาศนียบัตรหลังจบหลักสูตรการอบรม โดยเชื่อมั่นว่าผู้ที่เข้าร่วมโครงการจะนำความรู้ที่ได้ไปขยายต่อกับคนในชุมชน ร่วมกันสร้างสรรค์พัฒนาสินค้าและบริการของตนเองให้ดียิ่งขึ้น
   



 “ททท.ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาภาคผู้ประกอบการ ชุมชน และประชาชน ในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวให้มีความรู้ความสามารถในการแข่งขันในบริบทการตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปในเวทีการส่งเสริมการขายในระดับต่างๆ รวมทั้งมีจิตสำนึก มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เข้าใจบทบาทของการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยว สร้างความประทับใจและความพึงพอใจในการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในชุมชน เพื่อขยายผลสู่การบอกต่อการมาเที่ยวซ้ำ เป็นการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย”

    สำหรับโครงการอบรมอาสาสมัครเพื่อการท่องเที่ยว นายจรัญระบุว่า สำหรับโครงการอบรมอาสาสมัครเพื่อการท่องเที่ยว จะมี 2 หลักสูตร ทั้งสองจะใช้เวลาในการฝึกอบรมจำนวน 18 ชั่วโมง หรือประมาณ 3 วัน 2 คืน ประกอบไปด้วย 1.หลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาผู้นำชุมชน (Train the Trainers) จัดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ผู้เข้าร่วมจำนวน 100 คน ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมอวานี เอเทรี่ยม กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 15-17 สค.ที่ผ่านมา และ 2.หลักสูตรฝึกอบรมและศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาอาสาสมัครเพื่อการท่องเที่ยว จะจัดขึ้นใน 5 ภูมิภาค ประกอบไปด้วย ภาคเหนือ จังหวัดเชียงราย ภาคกลาง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดบุรีรัมย์ ภาคตะวันออก จังหวัดระยอง และภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมีผู้เข้าร่วมภาคละ 300 คน

      รองผู้ว่าการด้านบริหาร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอธิบายเกี่ยวกับหลักสูตรการฝึกอบรมเพิ่มเติมว่า เนื้อหาหลักๆ ของการเรียนของหลักสูตรฝึกอบรมและศึกษาดูงานเพื่อพัฒนาอาสาสมัครเพื่อการท่องเที่ยว มีเนื้อหาที่น่าสนใจคือ 

1.การบริการที่เป็นเลิศ และการเป็นเจ้าบ้านที่ดี 
2.การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ และการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนด้วยอัตลักษณ์เฉพาะ  
3.การศึกษาดูงาน  
4.Keynote Speaker แนวคิดเชิงบวก และแรงบันดาลใจในการพัฒนาพื้นที่ พัฒนาชุมชน และการบริการในฐานะการเป็นเจ้าบ้านที่ดี  
5.ศิลปะในการสื่อสารการเป็นเจ้าบ้านที่ดี 
6.การตลาดสมัยใหม่ และการตลาดออนไลน์เพื่อการท่องเที่ยว และ 
7.Story Telling เทคนิคการสร้าง Story เพื่อใช้ในการท่องเที่ยวโดยชุมชน



    “ตลอดระยะเวลา 18 ชั่วโมงของการอบรม ผู้เข้าร่วมจะได้รับความรู้ พร้อมทั้งฝึกทักษะในห้องเรียน ทั้งยังได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากชุมชนอื่นๆที่เข้าร่วม และชุมชนที่ได้ลงไปศึกษาดูงาน ความเข้มข้นของกิจกรรม และประสบการณ์จากวิทยากรที่ได้ถ่ายทอด เชื่อว่าผู้เข้าร่วมโครงการจะได้นำกลับไปใช้ ประยุกต์ และพัฒนาสินค้าบริการของตนเองให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการสร้างความเปลี่ยนแปลงในชุมชนให้เกิดการเป็นเจ้าบ้านที่ดี มีความสามารถต้อนรับนักท่องเที่ยว และสร้างความพึงพอใจ นอกจากนี้ยังสามารถสร้างยอดขายหรือการตลาดให้กับการท่องเที่ยวของตนเองให้เติบโตเพิ่มขึ้นอีกด้วย” 



Share:

ชุมชนบางเสร่ ชลบุรี จัดกิจกรรมเปิดลานวัด ตลาดวัฒนธรรม ถนนสายวัฒนธรรม


วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี ร่วมกับจังหวัดชลบุรี และชุมชนบางเสร่ 


ในโครงการพัฒนาและปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ชุมชนบางเสร่  วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี นำโดย ท่านสามารถ เที่ยงพูนวงศ์ วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี จัดกิจกรรม เปิดลานวัด ตลาดวัฒนธรรม ถนนสายวัฒนธรรม ในโครงการพัฒนาและปรับปรุงแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ชุมชนบางเสร่ “เที่ยววิถีเท่ บางเสร่ โดยชุมชน” เน้นสร้างรายได้ให้ชุมชน พร้อมพัฒนาสู่แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พร้อมหน่วยงานราชการต่างๆ เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ณ ลานกิจกรรม วัดบางเสร่คงคาราม ม.4 บางเสร่ ตำบลบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี 




กิจกรรม “เปิดลานวัด ตลาดวัฒนธรรม ถนนสายวัฒนธรรม” แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมชุมชนบางเสร่ พบกับการสาธิต และการจำหน่ายสินค้าของชุมชน สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วัดบางเสร่คงคาราม พร้อมตื่นเต้นตระการตาไปกับการประกวดวงดนตรีลูกทุ่งและหางเครื่องระดับประเทศ  และวงดนตรีไทยระดับจังหวัด โดยกิจกรรม “เปิดลานวัด ตลาดวัฒนธรรม ถนนสายวัฒนธรรม” งานจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 23-25 สิงหาคม 2561 เวลา 16.00 – 20.00 น. บริเวณวัดบางเสร่คงคาราม สัตหีบ ชลบุรี


จังหวัดชลบุรี มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคตะวันออก มีสถานที่ท่องเที่ยว และ กิจกรรมที่มีความหลากหลาย เช่น แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวกิจกรรมผจญภัย ซึ่งรายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัด ชลบุรีเมื่อเปรียบเทียบกับจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกถือว่าจัดอยู่ในระดับหนึ่งของกลุ่มจังหวัด





การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่เกิดขึ้น เรื่องราวของวัฒนธรรม ประเพณี เอกลักษณ์ และอัตลักษณ์ของตนเอง คือ ชุมชนชายทะเล มีวิถีชีวิตในการทำประมงพื้นบ้าน จูงใจ ให้นักท่องเที่ยว กลุ่มที่สนใจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมให้เข้ามาชมและศึกษาวัฒนธรรมต่างๆ และศักยภาพของพื้นที่ สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ มีเส้นทางเชื่อมโยงไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ในพื้นที่อำเภอสัตหีบเอง หรือพัทยา ซึ่งสามารถพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวได้ 


สิ่งเหล่านี้จะสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน การพัฒนาแหล่งเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ชุมชนบางเสร่ เป็นกิจกรรมการสานพลังความร่วมมือ ระหว่าง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ทุกภาคส่วนร่วมแรงร่วมใจ สนับสนุน และเสริมสร้าง เศรษฐกิจ รากฐานให้เจริญเติบโต ซึ่งจะนำไปสู่ความสำเร็จทางด้านรายได้ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของ ชุมชน



Share:

Recent Posts

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

📲 (+66) 081 4345154
✉️ Insightoutstory@gmail.com

Add Line📲 Click 👇👇

Translate

🚉 ช.ส.ท.พาเที่ยว นครฯ

Review By Nichapa

POPULAR NEWS

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก