รวมพล “The New YOU Meet & Greet”

 

งานที่รวบรวมศิษย์เก่า The New You Academy​ให้ได้มาพบปะสังสรรค์ เจอกัน บนเรือสำราญ "Sabai Cruise" 

สัมผัสกับลมธรรมชาติ

ความงามของแม่น้ำเจ้าพระยา

โดยงานนี้เรียกได้ชื่อว่าอาหารรสเลิศ บรรยากาศพรีเมียมConnection แน่น

นำทีมโดย อ.เอ๋ อภัยลักษณ์ International Speakerและ ผู้ร่วม งาน อาทิ....


  • เอิร์ธ สายสว่าง, 
  • รวีวรรณ โควสุรัตน์,
  • สุชาติ บุญบรรเจิดศรี,
  • ผศ.ดร.วีรณัฐ โรจนประภา,
  • ตูน สุภัชชา และสามี พีท พงพี,

  • Miss Tourism World Thailand 2020,
  • บูม พัชรารัตน์ ตระกูลขจรศักดิ์,หนุงหนิง-ภคินี ดวงพัตรา 
  • และผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจมากมาย 

บนเรือสำราญ Sabai Cruise

http://www.facebook.com/Apailucktan



Share:

เชิญร่วมงานงานมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ สืบสานตำนานอยุธยา “วิถีถิ่น วิถีไทย” ในวันที่ 01-04 เมษายน 2564 ณ สนามวัดพระราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และกระทรวงวัฒนธรรม ได้กำหนดจัด งานมหกรรมอาหารพื้นบ้าน สืบสานตำนานวิถีถิ่นอยุธยา บูรณาการร่วมกับ งานมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ “วิถีถิ่น วิถีไทย” ภาคกลางและภาคตะวันออก โดยใช้คอนเซ็ปท์ วัฒนธรรมคู่อาหาร สืบสานวิถีถิ่น วิถีไทย งานในครั้งนี้ จัดขึ้นที่ บริเวณ


สนามวัดพระราม อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 01-04 เมษายน 2564 เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นการสืบสานและเผยแพร่วัฒนธรรมภูมิปัญญาด้านอาหารพื้นบ้านของชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่งเสริมสนับสนุนภูมิปัญญาพื้นบ้านให้มีพื้นที่ในการนำเสนอคุณค่าของงานศิลปวัฒนธรรมของไทย สร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม


โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิด  การจัดงานมหกรรมอาหารพื้นบ้าน สืบสานตำนานวิถีถิ่นอยุธยา และงานมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ “วิถีถิ่น วิถีไทย” ภาคกลางและภาคตะวันออก ในครั้งนี้ ได้จัดให้มีกิจกรรมหลัก 

อาทิ ร้านค้าร้านอาหาร จำนวนกว่า 50 ร้านค้า / การแสดงสาธิตอาหารพื้นบ้าน / การเสวานา ในหัวข้อ วัฒนธรรมอาหารวิถีอยุธยา / การแสดงศิลปวัฒนธรรม อาทิ โขน ลิเก ละครชาตรี และการแสดงพื้นบ้านกว่า 50 การแสดง / การประกวดจัดสำรับอาหารในหัวข้อ วัฒนธรรมอาหารวิถีอยุธยา ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 10,000 บาท

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานมหกรรมอาหารพื้นบ้าน สืบสานตำนานวิถีถิ่นอยุธยา และงานมหกรรมวัฒนธรรมแห่งชาติ “วิถีถิ่น วิถีไทย” ภาคกลางและภาคตะวันออก ในครั้งนี้จะสร้างแรงผลักดันในการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภายในจังหวัด และเกิดแรงผลักดันในการเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม ทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยสืบไป 
.




Share:

‘หญิง-รฐา’ ควง ‘ตุลย์-ตุลยเทพ’ ชวนคนไทยสุขภาพดีด้วย ‘Emer-VitC+’ วิตามินซีพลัสโพรไบโอติกส์น้องใหม่ ภายใต้แบรนด์สุขภาพ LIVELONG

 

ประเดิมจัดงาน บอกรักด้วย “วิทซี” เปิดตัวสินค้าครั้งแรกแบบเอ็กซ์คลูซีฟบน ‘Shopee’
ร่วมส่งต่อสุขภาพดีในทุกๆ วัน ด้วยโปรโมชั่นพิเศษฉลองมหกรรม ‘Shopee 4.4 Mega Shopping Day’
ในราคาเพียง 425 บาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 4 เมษายน เท่านั้น!


กรุงเทพฯ, 29 มีนาคม 2564 -- หญิง-รฐา โพธิ์งาม ร่วมกับ พาร์ทเนอร์คนสนิทอย่าง วันริญา โลหนันทน์ ต่อยอดความสำเร็จจาก D24 มาถึง 7 ปี สำหรับปี 2564 นี้ พร้อมเดินหน้าแตกไลน์สินค้าเพื่อสุขภาพจัดงาน LIVELONG x Shopee 4.4 บอกรักด้วย 'วิทซี' เปิดตัวแบรนด์สุขภาพ ‘LIVELONG’ (ลีฟลอง) พร้อมประเดิมส่งผลิตภัณฑ์ ‘Emer-VitC+’ (อีเมอร์-วิทซี พลัส) จับมือพันธมิตรยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซอย่าง “Shopee” เปิดตัวสินค้าร่วมกันเป็นครั้งแรกสุดเอ็กซ์คลูซีฟบน Shopee ในมหกรรม ‘Shopee 4.4 Mega Shopping Day’ โดยเน้นย้ำถึงการมอบสุขภาพที่ดีและการมีชีวิตที่ยืนยาวด้วยวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายและมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานที่ดีให้กับร่างกาย จากการรวมพลังสารสกัดเกรดพรีเมียมอย่าง ‘วิตามินซี’ เพื่อช่วยเสริมภูมิให้กับร่างกายอย่างเร่งด่วนและตรงจุด พร้อมทั้งการผสาน ‘โพรไบโอติกส์’ และวิตามินรวมที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันไว้ในซองเดียว เพื่อช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรงและรักษาสมดุลภายในร่างกายแบบครบองค์รวม

หญิง-รฐา โพธิ์งาม ผู้ก่อตั้งแบรนด์สุขภาพ LIVELONG กล่าวว่า “ด้วยความเข้าใจถึงไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ไม่หยุดนิ่งและกล้าออกไปใช้ชีวิตแบบเต็มที่ แต่ในปัจจุบันนั้น ทุกคนกลับต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ ทั้งเชื้อโรค เชื้อไวรัสและฝุ่นมลภาวะมากมายที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ ทั้งหมดนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของหญิง และหุ้นส่วน คุณวันริญา โลหนันทน์ ในการลงมือสร้างแบรนด์ LIVELONG กลุ่มธุรกิจสุขภาพใหม่แบบครบวงจรขึ้นมา เพื่อสนับสนุนแนวคิดการดูแลตัวเองให้มีสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาวอยู่เสมอ ทั้งตัวคุณเองและคนที่คุณรัก สู่การมีร่างกายแข็งแรงและอายุที่ยืนยาว เพื่อสามารถใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในทุกๆ วัน โดยอาศัยประสบการณ์ที่สั่งสมมานานกว่า 7 ปีในแวดวงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของหญิง และประสบการณ์จริงที่ได้เรียนรู้กับสุขภาพในการออกกำลังกายร่วมกับแรงบันดาลใจของคนใกล้ตัวอย่างคุณตุลย์ - ตุลยเทพ ที่เป็นแรงผลักดันสำคัญ

สำหรับผลิตภัณฑ์แรกภายใต้แบรนด์สุขภาพ LIVELONG ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ คือ ‘Emer-VitC+’ นับว่าเป็นครั้งแรกในประเทศไทยของการรวมพลังผสมผสานวิตามินซีร่วมกับโพรไบโอติกส์ กรดอะมิโน และวิตามินอื่นๆ ที่ร่างกายต้องการต่อวันในซองเดียว ชูจุดเด่นในเรื่องของกระบวนการดูดซึมไว และอยู่ในร่างกายได้นาน ทานง่าย ทานได้ทุกวัน และมีรสชาติอร่อย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคปัจจุบัน แค่ 3 ขั้นตอนง่ายๆ เพียงแค่ ฉีก-ชง-ดื่ม ก็สามารถส่งมอบคุณประโยชน์ที่จำเป็นจากสารสกัดเกรดพรีเมียมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างเร่งด่วนและตรงจุด กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงการติดเชื้อแบคทีเรีย และ ช่วยต้านทานปกป้องร่างกายจากเชื้อไวรัส พร้อมทั้งรักษาสมดุลระบบภายในร่างกายแบบครบองค์รวม ถือเป็นการช่วย เสริม เพิ่ม บำรุงดูแลสุขภาพอย่างแท้จริง

“ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งมอบสุขภาพดีๆ ให้ถึงมือผู้บริโภคได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หญิงจึงมั่นใจที่จะร่วมมือกับ ‘ช้อปปี้’ อีกครั้งในฐานะพันธมิตรด้านอีคอมเมิร์ซเจ้าแรกและเจ้าเดียว หลังจากที่ช้อปปี้ช่วยสนับสนุนแบรนด์ D24 ให้ประสบความสำเร็จเสมอมาอย่างเช่นในปัจจุบัน โดยจะถือฤกษ์เปิดตัวร้านค้าใหม่อย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ “Livelong” เน้นในเรื่องสินค้าเพื่อสุขภาพ บน Shopee ในช่วงมหกรรม Shopee 4.4 Mega Shopping Sale จัดเต็มกับกิจกรรมและโปรโมชั่นพิเศษฉลองเปิดร้าน พร้อมเชิญชวนให้คนไทยรักสุขภาพทุกคนได้ร่วมสนุก มีสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาวไปพร้อมกันกับผลิตภัณฑ์ ‘Emer-VitC+’ ที่หญิงและพาร์ทเนอร์ตั้งใจคิดค้นขึ้นมา” หญิง-รฐา กล่าวเสริม

สุชญา ปาลีวงศ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด ช้อปปี้ ประเทศไทย กล่าวว่า “ช้อปปี้รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ คุณหญิง รฐา ให้ความไว้วางใจนำสินค้าคุณภาพที่ดี และแบรนด์ที่น่าเชื่อถือในสายตาผู้บริโภคของคุณหญิง รฐา และพาร์ทเนอร์ คุณวันริญา มาเปิดออฟฟิเชียลสโตร์บนช้อปปี้และจับมือทำงานร่วมกันจนประสบความสำเร็จมาโดยตลอด การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ‘Emer-VitC+’ ครั้งนี้ นับเป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญในการเฉลิมฉลองมหกรรม ‘Shopee 4.4 Mega Shopping Day’ สุดยิ่งใหญ่ที่ช้อปปี้เดินหน้าส่งมอบความสุขให้ผู้ใช้งานของเราอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในความสุขที่ยั่งยืนนั้นจะเป็นเรื่องใดไปไม่ได้ นอกจากการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง พร้อมทั้งการมีสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาว โดยไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมากวนใจ ตามวิสัยทัศน์และเป้าหมายหลักของแบรนด์สุขภาพ Livelong ทั้งนี้ ช้อปปี้และแบรนด์ Livelong ปรารถนาที่จะเห็นคนไทยบอกรักตัวคุณเองและคนที่คุณรักด้วยการมีสุขภาพที่ดีไปกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์ระดับแนวหน้า คุณภาพระดับพรีเมียมอย่าง ‘Emer-VitC+’ โดยช้อปปี้ได้เตรียมขนกิจกรรมทางการตลาดมากมายมาร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ พร้อมกับโปรโมชั่นสุดพิเศษเพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้อย่างสะดวกสบายและคุ้มค่าสูงสุด”

คุณประโยชน์ของวิตามินซีมีความจำเป็นต่อร่างกาย โดยร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้และต้องได้รับจากการทานเข้าไปสู่ร่างกายเท่านั้น ช่วยเสริม เพิ่ม บำรุง ภูมิคุ้มกันร่างกายให้แข็งแรงขึ้น สามารถทนต่อสภาวะการติดเชื้อไวรัสหรือโรคภูมิแพ้ได้ อีกทั้งทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดีพอ เสมือนเป็นด่านหน้าในการปกป้องร่างกายจากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้อราหลายชนิด ตลอดจนช่วยต่อต้านโรคภัยไข้เจ็บอีกด้วย การเสริมภูมิคุ้มกันด้วยวิตามินซีนั้น เป็นส่วนช่วยหลักให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายคนเราดียิ่งขึ้นมาก ยิ่งเมื่อทานอย่างต่อเนื่องด้วยแล้วระบบร่างกายต่างๆ รวมถึงระบบหลอดเลือดทำงานมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น พร้อมทั้งกระตุ้นการทำงานและปรับสมดุลขององค์รวมของร่างกายได้อย่างดี นอกจากนี้ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ ชะลอความแก่ ส่งผลต่อผิวพรรณสดใส ร่างกายสดชื่น สมองปลอดโปร่ง

 ในขณะที่โพรไบโอติกส์ มีส่วนสำคัญในด้านกระตุ้นเพิ่มการทำงานของระบบลำไส้ เพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีให้ร่างกาย ขับของเสียตกค้างออกจากร่างกาย และเอื้อต่อการบรรเทาอาการลำไส้อักเสบเรื้อรัง Emer-vitC+ ยังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นสำหรับร่างกายที่ช่วยกระตุ้นการสร้าง Growth Hormone อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้ผิวหนัง กล้ามเนื้อมีความยืดหยุ่นได้ดี และฟื้นฟูอาการป่วย บาดเจ็บ ให้หายได้โดยเร็วขึ้นได้อีกด้วย

ภายในงาน LIVELONG x Shopee 4.4 บอกรักด้วย 'วิทซี'
ยังได้รับความรู้และข้อมูลที่มีประโยชน์จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ‘นายแพทย์นัทธพงศ์ จิรุระวงศ์’ ที่แบ่งปันความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาวในแบบฉบับคนยุคใหม่ พร้อมเซอร์ไพรส์พิเศษจากบุคคลสำคัญที่มีส่วนผลักดันในการสร้างแบรนด์สุขภาพ LIVELONG อย่างคุณตุลย์ - ตุลยเทพ เอื้อวิทยา ในงานเปิดตัวครั้งนี้ด้วย นอกจากนี้ ‘Emer-VitC+’ ยังแบ่งปันสุขภาพดีด้วยการชวนทุกคนในงานมาร่วมเปิดประสบการณ์ ฉีก-ชง-ดื่ม แค่ 3 ขั้นตอนง่ายๆ สู่การมีสุขภาพที่ดีไปพร้อมกันกับ ‘Emer-VitC+’ ครั้งแรกของการรวมพลังผสานวิตามินซีร่วมกับโพรไบโอติกส์ วิตามิน และกรดอะมิโน อีกทั้งสารสกัดจำเป็นอื่นๆ ที่ร่างกายต้องการต่อวันไว้ในซองเดียว 

พบกับ ‘Emer-VitC+’ ได้ที่ร้านค้า Livelong อย่างเป็นทางการบน Shopee
ที่มาพร้อมกับโปรโมชั่นพิเศษฉลองเปิดร้านในช่วงมหกรรม Shopee 4.4 Mega Shopping Day ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 4 เมษายน 2564 โดยสามารถซื้อ ‘Emer-VitC+’ ได้ในราคาเพียง 425 บาท จากปกติ 850 บาท ทั้งยังสามารถใช้โค้ดส่วนลดเพิ่ม พร้อมเตรียมพบกับกิจกรรม Shopee Live / Shopee Flash Sale โปรโมชั่น 1 แถม 1 ในวันที่ 4 เมษายน 2564 เวลา 12.00-14.00 น. ที่มาพร้อมกับโปรโมชั่นที่แรงที่สุดวันเดียวเท่านั้น ไม่เพียงเท่านี้ ผู้ใช้งานที่ชำระเงินผ่าน ShopeePay จะได้รับสิทธิ์โค้ดส่งฟรีขั้นต่ำ 0 บาท

พร้อมดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://shopee.co.th/livelong_healthy_shop
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นช้อปปี้ได้ฟรีจาก App Store หรือ Google Play Store


Share:

เปิดตัว!! “ชมรมช่างภาพสื่อมวลชนดิจิทัล”

  

ผสานความเป็นหนึ่ง ดึงเจนเนอเรชั่นใหม่ร่วมทีมสู่โลกแห่งเสรีด้านการข่าว


บ่ายวันนี้ (26 มีนาคม 2564) เวลา 13.30 น. ชมรมช่างภาพสื่อมวลชนดิจิทัล เปิดตัวแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ชูนโยบาย “ผสานความเป็นหนึ่ง ดึงเจนเนอเรชั่นใหม่สู่โลกแห่งเสรีด้านการข่าว” เพื่อสร้างการรับรู้สู่สาธารณชน หน่วยงาน องค์กรด้านการข่าว ธุรกิจการค้า ตามกระแสยุคแห่งการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสู่ดิจิทัล ที่ก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมี พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิด นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว และสื่อมวลชน ณ ห้อง Diamond Grand Ballroom ชั้น 4 โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น ถนนรัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี 


ด้วยปัจจุบัน โลกแห่งเทคโนโลยีได้พัฒนาด้านการข่าวสู่ยุคดิจิทัล เพื่อการนำเสนอข่าวสารด้านภาพและเสียงให้ได้รับความสด ใหม่ และฉับไวได้มากขึ้น จากอดีตการนำเสนอข่าวผ่านวิทยุกระจายเสียง สื่อสิ่งพิมพ์ รายการทีวียุคอนาล็อก ก้าวสู่ยุคดิจิทัล 4G และ 5G ที่ล้ำหน้าอย่างต่อเนื่อง เปิดโลกทัศน์การนำเสนอข่าวด้วยรูปแบบอันหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการแก่ผู้บริโภคข่าวสารได้ทันท่วงทีอย่างพร้อมกันไปทั่วโลกแบบไร้ขีดจำกัด การพัฒนาบุคลากรข่าวในโลกแห่งความทันสมัยของเทคโนโลยีด้านดิจิทัลเป็นสิ่งสำคัญที่เจนเนอเรชั่นใหม่ต่างให้ความสนใจ และพร้อมจะเรียนรู้การนำเสนอข่าวสารผ่านอุปกรณ์สื่อสารไร้สายบนมือถือ หรือการย่อโลกใบใหญ่ให้อยู่ในฝ่ามือโดยเพียงปลายนิ้วสัมผัสที่จะส่งสารไปทั่วโลกเพียงวินาทีเดียว



พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์กล่าวว่า “ผมขอชื่นชมและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ สื่อมวลชนด้านดิจิทัลได้มารวมตัวกันเป็นชมรมแบบนี้ อย่างที่เห็นในปัจจุบนับว่าความเจริญก้าวหน้าของโลกดิจัลทำ ให้เราสามารถรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว วันนี้โลกพัฒนาไปมากเข้าสู่โลกดิจิทัล การนำส่งข้อมูลข่าวสารทั้งหลายทั้ง ปวงจะมีความคมชัด ฉับไว และรวดเร็ว การรับ-ส่งข้อมูลข่าวสารสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ อย่างทันท่วงที 
ถือได้ว่าเราได้ย่อโลกทั้งใบให้มาอยู่ในมือของเราได้เพียงปลายนิ้วสัมผัสผ่านเครื่องมือสื่อสารระบบ สัมผัส การรวมตัวกันในวันนี้เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะเป็นการผสมผสานพี่ ๆ น้อง ๆ สื่อมวลชนรุ่น ใหม่เข้ากับพี่ ๆ ที่คร่ำหวอดในแวดวงสื่อมวลชนที่ได้ทำกันมาอย่างต่อเนื่อง เราจะพบว่าไม่เพียงแต่ประเทศไทยประเทศเดียว หลายสังคมหลายประเทศในโลกกำลังประสบกับปัญหาในเรื่องของข้อมูลข่าวสาร ถ้าเรานำเสนอเรื่องราวที่ถูกต้องจะเป็นประโยชน์ต่อสังคมบ้านเมืองเราได้เป็นอย่างดี ขอฝากเยาวชนคนรุ่นใหม่ให้ตระหนักถึงความเป็นผู้นำส่งข้อมูลที่ดีและมีจริยธรรมเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับรุ่นต่อไป”

ภในงานยังได้มีการจัดเป็นนิทรรศการภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ในประเทศไทย โดยเป็นฝีมือของ น้อง ๆ เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความสวยงามของธรรมชาติด้วยมุมมองผ่านเลนส์บันทึกและนำออกสู่สายตา ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป 


นายบุญส่ง คุ้มบุญ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว(ททท.)
กล่าวว่า “สำหรับสื่อ ดิจิทัลในวันนี้มีบทบาทและสำคัญมากในทุกวันนี้โดยเฉพาะในช่วงโควิด ทำให้เราเข้าสู่สังคมดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเอง ได้ทำหน้าที่ในการสื่อสารประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม รวมถึงความดีงามของวัฒนธรรมไทยต่าง ๆ ทั้งนี้เราไม่สามารถทำงานได้โดยลำพัง ยังต้องการได้รับความช่วยเหลือจากสื่อมวลชน ทุกแขนง ในวันนี้มีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปิดตัวชมรมช่างภาพสื่อมวลชนดิจิทัลที่ได้มีการรวมตัวกันขึ้น หวังว่าทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเองจะได้มีพันธมิตรเพิ่มขึ้นและได้มีโอกาสร่วมงานกับทางชมรมในการ สื่อสารภาพความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยววัฒนธรรมไทยเพื่อส่งผ่านสู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และเพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้เศรษฐกิจของประเทศไทยได้รุ่งเรืองต่อไป” 


ด้าน นายกิตติพันธ์ ขันติศีลชัย ประธานชมรมช่างภาพสื่อมวลชนดิจิทัล กล่าวว่า “ที่ผ่านมากับการเป็นผู้นำ เสนอข่าวสารผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ ทีวี วิทยุ คลุกคลีในสนามข่าวด้วยประสบการณ์มากกว่า 40 ปี เห็นความเปลี่ยนแปลง การนำเสนอข่าวของสื่อทุกแขนง จากอดีตสู่ปัจจุบัน โดยเฉพาะช่วง 5 ปี ที่ผ่าน มีการใช้กลยุทธ์รับมือโลกแห่งกระแส การตอบรับการเกิด Disruption ที่โลกดิจิทัลมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การนำเสนอข่าวที่ต้องตอบโจทย์ตลาด สังคม ให้เท่าเทียมและก้าวสู่สังคม โลกเราจึงต้องผสานความรู้ด้วยประสบการณ์ที่มีกับคนรุ่นใหม่ (New Generation) ที่พร้อมด้วยความสด ทันสมัย ก้าวผ่านนวัตกรรมสู่ความเป็น Digital Reporter โลกแห่งเสรีที่นำเสนอข่าวอย่างไร้ ขีดจำกัดภายใต้ขอบเขตของจรรยาบรรณข่าว โลกที่เปลี่ยนไปกับความทัดเทียมเสมอภาคของผู้นำเสนอข่าวที่อยู่บน ถนนเดียวกันต้องก้าวไปสู่จุดหมาย ผมจะนำทีมสมาชิกก้าวข้ามความเหลื่อมล้ำ เพื่อเป้าหมายของชมรมช่างภาพ สื่อมวลชนดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน” 


สำหรับชมรมช่างภาพสื่อมวลชนดิจิทัล โดยหลักแล้วมีวัตถุประสงค์เพื่อผสานความเป็นหนึ่งของพี่น้อง สื่อมวลชนคนรุ่นใหม่และ ผู้มีประสบการณ์ด้านการข่าวจากหลายสำนักที่เคยคร่ำหวอดอยู่ในวงการข่าวทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ สื่อเคเบิ้ลทีวี ทีวีดาวเทียม รวมถึงทีวีดิจิทัล และสื่อออนไลน์เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างความมั่นคงของวงการ สื่อมวลชนให้ทัดเทียมกับโลกแห่งความล้ำสมัยของเทคโนโลยีสู่ยุคดิจิทัล ตอบโจทยค์วามต้องการของผู้บริโภคข่าวสาร กลุ่มองค์กร สมาชิก ผู้บริหารภาครัฐ และภาคเอกชน ที่ต้องการประชาสัมพันธ์ข่าวสารข้อมูลผลิตภัณฑ์ กิจกรรมภายในองค์ และส่งเสริมเยาวชนให้ได้เรียนรู้และรักการถ่ายภาพในกิจกรรมต่าง ๆ โดยทางชมรมฯ ยินดีจะเป็นส่วนหนึ่ง

 


ใการขับเคลื่อนผลงานออกสู่สายตาประชาชนผ่านสื่อดิจิทัลที่มีอยู่ ได้อย่างทันท่วงทีโดยคนรุ่นใหม่ ที่มีศักยภาพ สามารถสร้างสรรผลงานส่งเสริมกิจการองค์กรของท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมไดที่ Facebook/Page : ชมรมช่างภาพสื่อมวลชนดิจิทัล หรือติดต่อได้ที่ โทร. 089-678-3496



 


Share:

นีเวีย และ ซีเจ มอร์ ชวนลูกค้าแบ่งปันความห่วงใยเพื่อสุขอนามัยที่ดี การ์ดไม่ตกเด็กในชุมชนผ่านโครงการ “ใส่ใจชุมชน สู้ภัยโควิด 19”

 

• นีเวียบริจาค 1 บาท ต่อ 1 ชิ้น ซื้อเครื่องพ่นแอลกอฮอล์อัตโนมัติป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ให้แก่โรงเรียน สถานสงเคราะห์ และมูลนิธิทั้งหมด 13 แห่งในชุมชน

คุณรัชยา นนทชัยภูมิ (ซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ผลิตภัณฑ์นีเวีย บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยคุณชวรัตน์ พงศ์สถาพร (ขวา) รองกรรมการผู้จัดการฝ่าย Commercial บริษัท ซี.เจ. เอ็กซ์เพรส กรุ๊ป จำกัด แถลงเปิดโครงการ “ใส่ใจชุมชน สู้ภัยโควิด 19” ให้ลูกค้านีเวียได้ร่วมแบ่งปันความห่วงใย เพื่อสุขอนามัยที่ดีของน้อง ๆ เยาวชนในชุมชน ด้วยการช้อปผลิตภัณฑ์ นีเวียทุก 1 ชิ้น นีเวียบริจาค 1 บาท ที่ ซีเจ มอร์ 600 สาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ถึง 24 เมษายน 2564

ประเทศไทย, 25 มีนาคม 2564 – เพราะสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ยังไม่หมดไป แม้ในปัจจุบันจะมีวัคซีนและเริ่มดำเนินการฉีดแล้วในประเทศไทยก็ตาม แต่คนไทยทุกคนยังต้องตั้งการ์ดและปฏิบัติตามมาตรการด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด และด้วยความห่วงใย นีเวีย ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระดับโลก ที่ได้รับความไว้วางใจในการดูแลผิวจากคนไทยมากว่า 30 ปี ร่วมกับ ซีเจ มอร์ ร้านสะดวกซื้อล่าสุดของคนไทย เพื่อคนไทย ร่วมกันจัดโครงการ “ใส่ใจชุมชน สู้ภัยโควิด 19” ให้ลูกค้านีเวียได้ร่วมแบ่งปันความห่วงใย เพื่อสุขอนามัยที่ดีของน้อง ๆ เยาวชนในชุมชน ด้วยการช้อปผลิตภัณฑ์ นีเวียทุก 1 ชิ้น นีเวียบริจาค 1 บาท ที่ซีเจ มอร์ 600 สาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม ถึง 24 เมษายน 2564 นี้ เพื่อนำเงินบริจาคไปจัดซื้อเครื่องพ่นแอลกอฮอล์อัตโนมัติให้กับโรงเรียน มูลนิธิ และสถานสงเคราะห์ 13 แห่งในชุมชน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

การรักษาสุขอนามัยและความสะอาดถือเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคนี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์เป็นประจำถือเป็นการใส่การ์ดป้องกันภัยร้ายไวรัสนี้ได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ยังมีชุมชนอีกหลายแห่งที่ขาดแคลนอุปกรณ์ในการดูแลรักษาความสะอาดอย่างเช่น เครื่องพ่นแอลกอฮอล์อัตโนมัติ ที่นอกจากจะช่วยอำนวยความสะดวกและรักษาสุขอนามัยแล้ว ยังเป็นการเสริมเกราะป้องกันการแพร่ระบาดให้กับเด็ก ๆ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเสี่ยงได้เป็นอย่างดี

คุณรัชยา นนทชัยภูมิ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ผลิตภัณฑ์นีเวีย บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นีเวีย ในฐานะผลิตภัณฑ์ดูแลผิวระดับโลก เรามีจุดมุ่งหมายในการดูแลที่มากกว่าแค่การดูแลผิว และมีความตั้งใจที่จะส่งต่อความห่วงใยในสถานการณ์การแพร่ระบาด ที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง การฝ่าวิกฤตในครั้งนี้จำเป็นต้องร่วมสู้ไปด้วยกัน เราเองได้มองหาโอกาสต่าง ๆ ที่จะเข้าไปช่วยเหลือให้แต่ละชุมชนมีความพร้อมที่ดีในการป้องกันและยับยั้งการเกิดโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งยังเป็นปณิธานและความมุ่งมั่นของ นีเวีย ที่ว่า “Care Beyond Skin” เพราะความ “แคร์” จึงแชร์สุขภาพผิวที่ดีสู่ชุมชน โดยเฉพาะตอนนี้ที่โรงเรียนเริ่มกลับมาเปิดการเรียนการสอนตามปกติ ซึ่งอาจจะทำให้พวกเขากลายเป็นอีกกลุ่มเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรคได้หากไม่มีการรับมือที่ดีพอ”

คุณรัชยา นนทชัยภูมิ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ผลิตภัณฑ์นีเวีย บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด

สำหรับผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแชร์ความห่วงใยโดยร่วมทำบุญกับ นีเวีย และ ซีเจ มอร์ ในการจัดซื้อเครื่องพ่นแอลกอฮอล์อัตโนมัติให้กับเด็ก ๆ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในชุมชนในครั้งนี้ สามารถร่วมทำบุญได้ง่าย ๆ เพียงเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ของนีเวียชนิดใดก็ได้ที่ ซีเจ มอร์ โดยซื้อผลิตภัณฑ์ของนีเวีย 1 ชิ้น เท่ากับบริจาค 1 บาท ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 24 เมษายน 2564 และพิเศษยิ่งขึ้นเมื่อซื้อผลิตภัณฑ์นีเวียที่ ซีเจ มอร์ ครบ 219 บาท รับฟรี Woody C+Lock 2 ขวด โดยโปรโมชั่นพิเศษนี้มีให้ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 10 เมษายน นี้เท่านั้น

เป็นเวลามากกว่าหนึ่งปีนับแต่การอุบัติของการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นทั่วโลก นีเวีย ยังคงมุ่งมั่นจัดโครงการช่วยเหลือและสนับสนุนการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคนี้มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการสมทบทุนเพื่อการวิจัยวัคซีน โควิด-19 ให้แก่ศูนย์วิจัยวัคซีน คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตลอดจนให้การสนับสนุนและบริจาคผลิตภัณฑ์นีเวียครีมตลับฟ้า และผลิตแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลความสะอาดและบำรุงผิวไปพร้อม ๆ กันให้แก่นักรบแถวหน้าหรือบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ ล่าสุดกับโครงการ “ใส่ใจชุมชน สู้ภัยโควิด 19” ที่ร่วมกับ ซีเจ มอร์ ในครั้งนี้เปรียบเสมือนอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความห่วงใยที่มีให้แก่ชุมชน โดยพร้อมที่จะสู้ร่วมกับคนไทยทุกคนอย่างต่อเนื่อง จนกว่าที่เราจะชนะวิกฤตการณ์ครั้งนี้ได้อย่างแท้จริง

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับสื่อมวลชน

รายชื่อโรงเรียน มูลนิธิ และสถานสงเคราะห์ 13 แห่ง ที่จะได้รับบริจาคเครื่องพ่นแอลกอฮอล์อัตโนมัติ
จากโครงการ “ใส่ใจชุมชน สู้ภัยโควิด 19” ได้แก่

1. โรงเรียนบ้านคลองโต๊ะนุ้ย จังหวัดนนทบุรี
2. โรงเรียนอนุบาลเคหะบางพลี (10 ปี สปช) จังหวัดสมุทรปราการ
3. โรงเรียนวัดคอลาด จังหวัดสมุทรปราการ
4. โรงเรียนวัดสีล้ง จังหวัดสมุทรปราการ
5. โรงเรียนวัดเหนือ จังหวัดราชบุรี
6. โรงเรียนวัดไผ่ล้อม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
7. โรงเรียนวัดสบกเขียว จังหวัดนครนายก
8. โรงเรียนบ้านรางปลาหมอ จังหวัดนครปฐม
9. ศูนย์พัฒนาเด็กดวงแข มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก จังหวัดกรุงเทพมหานคร
และ สถานสงเคราะห์อีก 4 แห่ง


Share:

The Art of Potential for Leader By Points of You โดย ดร.พงศ์ปณต พัสระ

จากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ได้ส่งผลกระทบให้โรงแรมและธุรกิจด้านการท่องเที่ยว เกิดความชะงักและชะลอตัวลง รวมไปถึงผลกระทบที่มีต่อกำลังใจของบุคลากรในธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งในสถานการณ์นี้ ภาวะความเป็นผู้นำ หรือ Leadership ถือเป็นสิ่งสำคัญที่บุคลากรในธุรกิจการท่องเที่ยวพึงมี เพื่อการพัฒนาศักยภาพตนเอง และ สามารถดึงศักยภาพสูงสุดของทีมงานให้สามารถบรรลุตามเป้าหมาย ทั้ง ด้านการทำงาน และส่วนตัว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการพัฒนาที่สูงสุดและ ยั่งยืน

ด้วยความตระหนักถึงสภาวการณ์ดังกล่าวโดย เอิร์ธ สายสว่าง ประธานและกรรมการชมรมฯ จึงได้จัดทำงานสัมมนาในหัวข้อ "The Art of Potential for Leader By Points of You " โดยได้รับเกียรติ

จาก ดร.พงศ์ปณต พัสระ (โค้ชช่อ) โค้ชชื่อดังที่มีประสบการณ์งานบริหารองค์กรที่หลากหลายธุรกิจ และเชี่ยวชาญด้านการบริหารองค์กรและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มาให้ความรู้ และคำแนะนำในการค้นหาศักยภาพของตนเองเพื่อสร้าง ผลลัพธ์และการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้เกิดขึ้นกับทั้งตัวเองและองค์กร 

โดยมีคุณ เปมิกา แสงรัฐกาญจนสิน Managing Director ผู้บริหาร โรงแรม มาให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น  งานสัมมนา "The Art of Potential for Leader By Points of You"โดย ดร.พงศ์ปณต พัสระ จัดขึ้นที่ โรงแรม มีสไตล์ มิวเซียม (Mestyle Museum Hotel) เมื่อเร็วๆนี้ 

Google Map: https://goo.gl/maps/2kwStXwVNunZ4D8NA




Share:

รีวิว :: MONKEY POD TAPAS BAR & CAFE สัมผัสเสน่ห์ของต้นจามจุรียักษ์ และอาหารอีสานสไตล์ตะวันตก

“Monkey PoD” 
ที่นี่เรียกว่าเป็น แลนด์มาร์กแห่งความสนุกสนาน 
แห่งใหม่ในสุขุมวิท 13
วันนี้ InsighoutStory ชวนเพื่อนมารับประทานอาหารอร่อยแห่งใหม่ พร้อมทั้งสูดอากาศบริสุทธิ์ กับต้นจามจุรีใหญ่กลางใจเมือง ใสซอย สุขุมวิทซอย 13 เป็นร้านอาหารป๊อปอัพแห่งใหม่ ที่ดูอบอุ่น คลาสสิกของบ้านไม้สักทองอันสง่างาม สไตล์โคโลเนียลอายุกว่า 100 ปี 
Monkey Pod Tapas Bar Restaurant & Cafe ได้รับการขนานนามว่าเป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบและสนุกสนานในการพักผ่อนชิล ๆ อย่างมีสไตล์กับครอบครัวและเพื่อน ๆ Monkey Pod Tapas Bar Restaurant & Cafe ไม่เพียง แต่มอบบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ให้แก่ผู้มารับประทานอาหาร (สามารถเลือกได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง)  และที่สำคัญ สำหรับเมนูอาหารเลิศรสที่สร้างสรรค์ขึ้นจากประสบการณ์ระดับโลกโดยมีความหลากหลายทางเชื้อชาติโดย เชฟ  ทวีศักดิ์  พุทธาวงศ์ หรือที่รู้จักกันดีในนาม  “ เชฟดู”การสร้างสรรค์อาหารของเชฟ Dou เชฟเชื้อสายลาว นำเสนอแนวคิดอาหารไทยลาวที่มีความทันสมัยผสมผสานกันอย่างลงตัว   “ อาหารส่วนใหญ่ได้รับแรงบันดาลใจจากอาหารบ้านเกิดของเชฟ - โดยจะสัมผัสกับรสชาติแบบลาว” เชฟ Dou” ซึ่งมีเชื้อสายลาว แต่เกิดที่บรัสเซลส์ประเทศเบลเยียมและใช้ชีวิตอาชีพส่วนใหญ่ในสหราชอาณาจักรก่อนที่จะย้ายมาเมืองไทย 

เมนูที่ Monkey Pod 

แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์ของเชฟ Dou เรามาดูเมนูแนะนำของร้านกันนะค่ะ

ฮอทด็อกหมันโถวทอดไส้กั่ว (LAO DOG) ซิกเนเจอร์เมนูของ Monkey Pod
  • ใส้กั๋วสูตรพิเศษ คือการนำใส้อั่วและใส้กรอกอีสาน เมนูนี้ต้องลองนะค่ะ  – ราคา 179 บาท
ไก่คลองไผ่อบพริกเหลือง(ครึ่งตัว) – KLONG PHAI CHILLI CHICKEN (1/2 Chicken)  – ราคา 389 บาท
สเต๊กพอร์คชอปย่างปลาร้า ยำสามชี ​​​ สเต๊กเนื้อแบล็คแองกัสย่างปลาร้า ยำสามชี
  • MHOO PLA RA (350 g.) – ราคา 479 บาท​​ 
  • BLACK ANGUS PLA RA 4-5 MB (180 g.) – ราคา 579 บาท
ลาบหมูทอดตุ๋นเบียร์ (LARB MOO TOD)  – ราคา 169 บาท

ข้าวผัดแจ่วบองเนื้อแบล็คแองกัสย่างปลาร้า ไข่ดองนํ้าปลา 

(BLACK ANGUS 4-5 MB PLA RA KHAO PHAD JEOW BONG) - ราคา 279 บาท

สำหรับเมนูเครื่องดื่มสูตรพิเศษ มีให้เลือกหลากหลาย  อาทิ  BLOODY MARY MOCKTAIL, TROPICAL SPICE, Detox Detox, Monkey Planet, Monkey Lemonade, Monkey Spritzer

สถานสไตล์วินเทจ ดูอบอุ่น นั่งสบายในวันชิวๆ สามารถมานั่งผ่อนคลาย รับประทานอาหาร จิบเครื่องดื่ม (ม็อกเทลและเครื่องดื่มดีท็อกซ์) วัตถุดิบที่นี่คัดสรรอย่างดี ปลอดสารพิษ และเทคนิคการปรุงง่ายๆ อร่อยแบบรสชาติดั้งเดิม 

ร้านอาหารอร่อย แห่งใหม่  สุขุมวิทซอย 13
TEAK MANSION 
GIANT MONKEY POD TREE

MONKEY POD TAPAS BAR & CAFE

ที่ตั้ง : 27 สุดซอยสุขุมวิท 13 (เชื่อมต่อกับซอย 11) 
เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 11.00 - 21.00 น. (ออเดอร์สุดท้าย) 
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02 115 9830 
หรือ FB: monkeypodbkk 
หรือ LINE ID: monkey_pod

Share:

Recent Posts

STATISTICS ::

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

Telephone :: คุณเอ๋​ (+66) 081 434 5154
Email :: Insightoutstory@gmail.com

Add Line Click 👇👇

Translate

Deep Tissue Massage Yoga

Review By Nichapa

บทความที่ได้รับความนิยม

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก