โครงการรณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2569​ ภายใต้แนวคิด Power of New Gen : พลังคนรุ่นใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม​ ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ

องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ จัด “โครงการรณรงค์สร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิด “Power of New Gen : พลังคนรุ่นใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้แก่เด็ก เยาวชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง พร้อมส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ณ โรงเรียนเทศบาล 1 เยี่ยมเกษสุวรรณ จังหวัดสมุทรปราการ 

นายอัครวัฒน์ อัศวเหม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ โดยมี นางสาวเกษแก้ว พราหมณ์ตะขบ หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมสิ่งแวดล้อมกล่าวรายงาน พร้อมด้วยสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน เข้าร่วมกิจกรรม


หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมสิ่งแวดล้อม
กล่าวว่า ปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องใกล้ตัวและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งปัญหาขยะมูลฝอย มลพิษ และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่คุ้มค่า 


การสร้างความรู้และจิตสำนึกตั้งแต่เด็กและเยาวชนจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นกลุ่มพลังสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในอนาคต “โครงการการนี้มุ่งส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ ตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม และมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์และเหมาะสมกับวัย พร้อมทั้งสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และขยายผลไปสู่ครอบครัวและชุมชน” 

ด้าน รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่หน้าที่​ ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีศักยภาพในการสร้างการเปลี่ยนแปลง จึงต้องเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วมทั้งการเรียนรู้ การคิด และการลงมือปฏิบัติ “การดูแลสิ่งแวดล้อมสามารถเริ่มต้นได้จากเรื่องใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการคัดแยกขยะ ลดการใช้พลาสติก ใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า และช่วยกันรักษาความสะอาดในบ้าน โรงเรียน และชุมชน หากทุกคนร่วมมือกัน สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้จะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับสังคมได้” 

สำหรับการจัดโครงการในครั้งนี้ มีกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ กิจกรรมบรรยายสร้างแรงบันดาลใจ กิจกรรมเกมและการเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ กิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงกิจกรรมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของนักเรียน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับทั้งความรู้ ความสนุก และแรงบันดาลใจในการนำไปปฏิบัติจริง

องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ มุ่งหวังให้โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างจิตสำนึกและปลูกฝังค่านิยมด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่คนรุ่นใหม่ พร้อมส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมจากสถานศึกษา ครอบครัว และชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างจังหวัดสมุทรปราการให้เป็นเมืองน่าอยู่ มีสิ่งแวดล้อมที่ดี และมีคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนต่อไป






Share:

“สามพระจอม” ผนึกกำลังจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ “พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช มหาบุรุษแห่งชาติ” ต่อยอดองค์ความรู้สู่การเรียนรู้ ผ่านโครงการ“พระจอมเกล้าศึกษา”

กรุงเทพฯ 24 สิงหาคม 2569 - มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) หรือ “สามพระจอม” ร่วมจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติ “พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช มหาบุรุษแห่งชาติ” เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพ พระราชกรณียกิจ และคุณูปการ ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตลอดจนสืบสานพระราชปณิธานด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและการพัฒนาประเทศ

โครงการ “พระจอมเกล้าศึกษา” เกิดจากความสนใจและความมุ่งมั่นของทั้งสามสถาบันในการศึกษา รวบรวม และเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดย สจล. มีการดำเนินงานด้านการศึกษาพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระองค์มาตั้งแต่ พ.ศ. 2538 จากการจัดแสดงองค์ความรู้ในรูปแบบห้องนิทรรศการ ณ หอสมุดเดิม ก่อนพัฒนามาเป็น “หอเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมทรัพยากรสารนิเทศและจัดแสดงองค์ความรู้เกี่ยวกับพระองค์และประวัติศาสตร์ในสมัยรัชกาลที่ 4 ผ่านหนังสือหายาก เอกสารประวัติศาสตร์ ภาพถ่าย หุ่นจำลอง และสื่อประสม ครอบคลุมหลากหลายด้าน อาทิ ดาราศาสตร์ การถ่ายภาพ การต่างประเทศ การคมนาคม ศิลปกรรม ตลอดจนเหรียญและเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ต่อมาใน พ.ศ. 2567 สจล. ได้ดำเนินการพัฒนาและจัดทำห้องเทิดพระเกียรติฯ พร้อมจัดทำหนังสือด้านดาราศาสตร์ 

เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจและพระราชอัจฉริยภาพของพระองค์ ขณะที่ มจธ. หรือบางมด มี “โครงการพระจอมเกล้าศึกษา” ซึ่งมุ่งศึกษา ค้นคว้า และเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในมิติต่าง ๆ ส่วน มจพ. มีการจัดแสดงนิทรรศการหอจดหมายเหตุพระจอมเกล้าและหอเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อรวบรวมและนำเสนอหลักฐานและองค์ความรู้ที่เกี่ยวเนื่องกับพระองค์ 

ความร่วมมือของทั้งสามสถาบันในครั้งนี้ จึงเป็นการประสานและต่อยอดองค์ความรู้ ทรัพยากร และประสบการณ์ที่แต่ละสถาบันได้สั่งสมมา เพื่อรวบรวม เชื่อมโยง และพัฒนาองค์ความรู้เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวให้เพิ่มพูนและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ทั้งในด้านพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระราชดำริ ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี อันสะท้อนถึงความผูกพันร่วมกันของทั้งสามสถาบัน ซึ่งได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้พระนาม “พระจอมเกล้า” และพระมหามงกุฎเป็นตราสัญลักษณ์ประจำสถาบัน 

รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า ความร่วมมือของสามพระจอมในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการจัดกิจกรรมร่วมกัน แต่เป็นการนำองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และศักยภาพของทั้งสามสถาบันมาร่วมกันสืบสานและต่อยอดเพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพ พระราชกรณียกิจ และคุณูปการของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง 

โดยมุ่งให้เรื่องราวของพระองค์มิได้เป็นเพียงเรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์ แต่เป็น “องค์ความรู้ที่มีชีวิต” ที่คนรุ่นใหม่สามารถศึกษา ค้นคว้า และนำไปต่อยอดสู่การเรียนรู้ในโลกปัจจุบัน เป็นการร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานและเชิดชูพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในฐานะพระมหากษัตริย์ผู้ทรงวางรากฐานสำคัญด้านวิทยาศาสตร์ การศึกษา และความคิดสมัยใหม่ของไทย โดย องค์ความรู้และแนวพระราชดำริของพระองค์ยังคงมีคุณค่าและสามารถนำมาต่อยอดสู่การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของประเทศได้อย่างต่อเนื่อง

ด้าน รองศาสตราจารย์ ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวว่า การดำเนินงาน “พระจอมเกล้าศึกษา” เกิดจากการศึกษาค้นคว้าและพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่ง รวบรวมและบูรณาการข้อมูลจากแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือ เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษา การค้นคว้าวิจัย และการต่อยอดองค์ความรู้ในอนาคต

ขณะ ศาสตราจารย์ ดร.สมฤกษ์ จันทรอัมพร รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) กล่าวว่า ความร่วมมือของทั้งสามพระจอมเกล้าเป็นการบูรณาการศักยภาพของสถาบันอุดมศึกษาในการอนุรักษ์และถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สังคม โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้นักศึกษาและคนรุ่นใหม่ได้มีส่วนร่วมในการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ เชื่อมโยงเรื่องราวในอดีตเข้ากับการเรียนรู้ในปัจจุบัน เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม อันเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับพระอัจฉริยภาพและพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

สำหรับกิจกรรมเทิดพระเกียรติ “พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช มหาบุรุษแห่งชาติ” ภายในงานมีกิจกรรมเยี่ยมชมนิทรรศการ “พระจอมเกล้าศึกษา” ก่อนเข้าสู่พิธีแถลงข่าวความร่วมมือของผู้บริหารทั้งสามสถาบันในการจัดกิจกรรมเทิดพระเกียรติฯ พร้อมการเสวนาหัวข้อ “พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช มหาบุรุษแห่งชาติ” โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ อาจารย์ภูธร ภูมะธน, ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สาระ มีผลกิจ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ สมชาย เวชกรรม ร่วมถ่ายทอดมุมมองเกี่ยวกับพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในมิติต่าง ๆ โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทอแสงรัศมี ถีถะแก้ว เป็นผู้ดำเนินรายการ โดยกิจกรรมจัดขึ้น ณ อาคารหอพระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช สจล. 

ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคลื่อนไหวเพิ่มเติมได้ทาง Facebook: https://www.facebook.com/kmitlofficial และเว็บไซต์ https://www.kmitl.ac.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8000 

Share:

รีเซ็ตชีวิตกลางเมือง สัมผัสความสงบใหม่ ๆ ในบรรยากาศหรูที่ Oasis Spa สุขุมวิท 31

จากครั้งก่อนที่เคยมา ครั้งนี้ Oasis Spa ให้ความรู้สึกใหม่ที่ยกระดับทั้งเทคนิคและรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้วันสปากลายเป็นการรีเซ็ตชีวิตที่แท้จริง

บรรยากาศ การตกแต่งยังคงโอบล้อมด้วยโทนธรรมชาติ แต่มีกลิ่นอายโมเดิร์นเพิ่มความคลีน — แสงนุ่ม ๆ เสียงน้ำกระเซาะเบา ๆ และมุมส่วนตัวที่จัดสรรอย่างเป็นสัดส่วน ทำให้รู้สึกเหมือนได้เข้าไปในโอเอซิสร่มรื่นกลางเมือง


ทรีทเมนต์ที่ลอง

  • Body Detox Scrub (เกลือหิมาลายัน) — เนื้อนุ่ม ละเอียด ช่วยขจัดเซลล์ผิวและลดความมันทันทีหลังล้าง ผิวดูสดใส สุขภาพดีขึ้น
  • Aromatherapy Hot Oil Massage (กลิ่น CALM SYMPHONY) — นวดผสานเทคนิคสวีดิชกับน้ำมันอุ่น ให้ความผ่อนคลายลึก คลายเส้นตึง ปลุกสมดุลทั้งร่างกายและอารมณ์

ทีมเทอราปิส ชำนาญและละเอียดใส่ใจ ตั้งแต่คำถามก่อนเริ่มทรีทเมนต์จนถึงคำแนะนำหลังจบการนวด ทำให้รู้สึกปลอดภัยและได้รับการดูแลแบบเป็นมืออาชีพ

ความต่างที่สังเกตได้ในการมาอัพเดทครั้งนี้

  • การเลือกกลิ่นและสูตรสครับมีคำแนะนำที่เฉพาะเจาะจงกับสภาพผิวมากขึ้น
  • รายละเอียดเล็ก ๆ เช่น การเตรียมน้ำอุ่นก่อนทรีทเมนต์และการห่มผ้าหลังกระบวนการ ทำให้ประสบการณ์ต่อเนื่องและนุ่มนวลกว่าเดิม
  • บริการเสริม เช่น ชาออร์แกนิกหลังทำทรีทเมนต์ ช่วยต่อความผ่อนคลายไม่ให้จบทันทีที่ลุกจากเตียงนวด

เหมาะกับใคร
คนที่ต้องการเวลาส่วนตัวเพื่อพักจากความเร็วของเมือง คนที่อยากลงทุนกับการฟื้นฟูผิวและคลายกล้ามเนื้ออย่างล้ำลึก และผู้ที่มองหาการบริการที่พิถีพิถันในระดับพรีเมียม

Oasis Spa สุขุมวิท 31 ยังคงเป็นจุดมุ่งหมายของการพักผ่อนแบบพรีเมียม แต่ครั้งนี้ให้สัมผัสที่ละเอียดและเป็นส่วนตัวมากขึ้น — คุ้มค่ากับการกลับมา และแนะนำให้จองโปรแกรมที่ตรงกับความต้องการล่วงหน้าเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด


📍 ช่องทางติดต่อ

📞 โทร: 02-262-2122
💬 LINE: @oasisspa
🌐 เว็บไซต์: www.oasisspa.net
🕙 เวลาเปิดบริการ: 10.00 – 22.00 น.
🚖 มีบริการรถรับส่งจาก BTS พร้อมพงษ์


Share:

กระทรวง อว. เผยความพร้อม “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569” ชูนวัตกรรม AI และเทคโนโลยีอนาคต พร้อมเป็นเจ้าภาพงานประชุมนานาชาติเครือข่ายพิพิธภัณฑ์

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงข่าวเตรียมจัด “งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2569” ภายใต้แนวคิดหลัก “Intelligence in Science for a Sustainable Future” วิทยาศาสตร์ฉลาดรู้ ก้าวสู่อนาคตที่ยั่งยืน มุ่งใช้พลังวิทยาศาสตร์แก้ปัญหาจริงของสังคม ยกระดับกำลังคนสมรรถนะสูงของประเทศ พร้อมชูความพร้อมการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมนานาชาติเครือข่ายพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิทยาศาสตร์ระดับโลก วันที่ 15–23 สิงหาคม 2569 นี้ ณ อาคาร 9–11 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

กรุงเทพฯ, 10 สิงหาคม 2569 – ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และ นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทน ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM แถลงข่าวการจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2569 โดยมี (รอรายชื่อ)คณะผู้บริหารกระทรวง อว. ตลอดจนผู้บริหารหน่วยงานพันธมิตรที่ร่วมจัดเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ณ ห้องแถลงข่าว ชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว.

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า “กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนคุณภาพ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยมุ่งส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีทักษะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการคิดวิเคราะห์ควบคู่กับการใช้ AI อย่างสร้างสรรค์และมีจริยธรรม เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ จึงเป็นกลไกสำคัญของกระทรวง อว. ในการสร้างแรงบันดาลใจ เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ทดลอง คิด วิเคราะห์ และค้นพบศักยภาพของตนเอง พร้อมมองเห็นเส้นทางการศึกษาและอาชีพในอนาคต โดยเฉพาะในสาขาที่เกี่ยวข้องกับ AI วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต”

“งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ นับเป็นเวทีวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ และเป็นการสืบสานพระปรีชาสามารถด้านวิทยาศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Intelligence in Science for a Sustainable Future สะท้อนการนำพลังแห่งวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาที่ประชาชนเผชิญในชีวิตจริง ทั้งด้านสุขภาพ การเกษตร สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม โดยมุ่งยกระดับงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่การใช้ประโยชน์ในชุมชนและภาคการผลิตอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงและการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับประเทศ พร้อมกันนี้ กระทรวง อว. ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนคุณภาพสูง รองรับโลกยุคใหม่ ผ่านการสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม การผลักดันนโยบาย AI for All และการส่งเสริมการเรียนรู้เทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อให้เยาวชนและประชาชนมีทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 สามารถใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการสร้างโอกาสและพัฒนาประเทศต่อไป” รองนายกฯ และ รมว.อว. กล่าว

ด้าน ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า “การจัดงานในปีนี้เกิดจากความร่วมมือครั้งสำคัญของเครือข่ายกว่า 96 หน่วยงาน จาก 8 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน เดนมาร์ก ฝรั่งเศส สาธารณรัฐเยอรมนี ญี่ปุ่น เกาหลี ฟิลลิปปินส์ มาเลเซีย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัยทั้งในและต่างประเทศ โดยนำผลงานวิจัย นวัตกรรม และความรู้ทางวิทยาศาสตร์ระดับแนวหน้ามาร่วมจัดแสดง เพื่อร่วมกันจุดประกายความคิดและสร้างการเรียนรู้ให้คนไทย โดยภายในงานผู้เข้าชมจะได้สัมผัสนิทรรศการไฮไลต์ที่สะท้อนบทบาทของวิทยาศาสตร์ในการขับเคลื่อนอนาคต ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการ AI Revolution: The New Human Edge ที่พาผู้ชมเรียนรู้ศักยภาพของ AI ในโลกยุคใหม่ นิทรรศการตามล่าหาแร่ (Rare Earth : The invisible power) ที่เปิดโลกแร่ธาตุหายากซึ่งอยู่เบื้องหลังเทคโนโลยีแห่งอนาคต รวมถึงนิทรรศการดอกไม้เปลี่ยนโลก (Over The Bloom) และนิทรรศการความลับของท้องทุ่ง (The Hidden World of Rangelands) ที่เชื่อมโยงประเด็นความหลากหลายทางชีวภาพ สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงทางอาหาร

นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการจากหน่วยงานในสังกัด อว. อาทิ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดแสดงนิทรรศการ NRCT: Secrets Beneath the Earth มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่จังหวัดสตูลเพื่อยกระดับ “สตูลจีโอพาร์ค” (อุทยานธรณีโลกสตูล) ในรูปแบบ Interactive, สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) นำเสนอเรื่องราวครั้งแรกของไทยกับการเตรียมส่งอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ 'CE-7 MATCH' ฝีมือคนไทย ร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์ในเดือน ส.ค. นี้ , สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ จัดแสดงนิทรรศการ Metrology for a Sustainable Future Metrology for a Sustainable Future การทวนสอบพลังงานไฟฟ้าของบริภัณฑ์จ่ายไฟสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (ตู้ชาร์จ) และกรมวิทยาศาสตร์บริการ (วศ.) ที่นำผลงานตัวอย่างอาหารแห่งอนาคตมาจัดแสดง”

ขณะที่ นายสุวรงค์ กล่าวว่า “NSM ได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านสถานที่ การอำนวยความสะดวก และการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Interactive Learning) เพื่อให้ผู้เข้าชมทุกช่วงวัยได้สนุกกับการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลายที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ลงมือคิด ลงมือทดลอง และค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องทดลองวิทยาศาสตร์ Science Lab เวิร์กช็อป Coding & AI รวมถึงกิจกรรมพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ที่แตกต่างและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ปีนี้ NSM ยังเดินหน้าขยายโอกาสกสู่ภูมิภาค กับ งานมหกรรมวิทย์ฯ ภูมิภาค 2 แห่ง ในระหว่างวันที่ 18–20 สิงหาคม 2569 ที่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ที่ทุกคนจะได้เปิดประสบการณ์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่ทั้งสนุก ตื่นเต้น และสร้างแรงบันดาลใจ ผ่าน NSM Science Caravan ที่อัดแน่นด้วยกิจกรรมและการทดลองสุดสร้างสรรค์ พร้อมชมนิทรรศการพิเศษ “Wings of the Northern Tales” และ “เพลิน ไทย ทอย” ที่จะพาทุกคนเพลิดเพลินไปกับเรื่องราว ความรู้ และจินตนาการในโลกแห่งวิทยาศาสตร์อย่างเต็มอิ่ม”

นายสุวรงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “นอกจากนี้ NSM ยังได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับนานาชาติ 2 เวทีสำคัญ ได้แก่ International Directors Forum 2026 (INTEDIF 2026) และ Asia Pacific Network of Science and Technology Centres Conference (ASPAC Conference 2026) โดยมี 30 หน่วยงาน จาก 20 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมซึ่งรวบรวมผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญด้านพิพิธภัณฑ์และศูนย์วิทยาศาสตร์จากนานาประเทศมาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแนวทางการพัฒนาแหล่งเรียนรู้แห่งอนาคต สะท้อนบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการเรียนรู้และการสื่อสารวิทยาศาสตร์ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกอีกด้วย”

สำหรับโรงเรียนที่ต้องการเข้าชมงานเป็นหมู่คณะ ติดต่อจองเข้าชมงานได้ที่เว็บไซต์งาน หรือ ติดต่อ อพวช. โทร 02 577 9960 ติดตามข้อมูลข่าวสารและรายละเอียดงาน ได้ที่ www.thailandnstfair.com หรือ Facebook งาน NSTFair Thailand www.facebook.com/nstfairTH หรือสอบถามที่ อพวช. โทร. 0 2577 9960


Share:

กรมบังคับคดีพักใจคนหนี้ในอีสานด้วย “LED Smart Partner” ที่งาน Money Expo Korat 2026

กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ประกาศความพร้อมอีกครั้งในการเข้าร่วมงานมหกรรมทางการเงินครั้งยิ่งใหญ่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ Money Expo Korat 2026 ภายใต้คอนเซปต์ "LED Smart Partner" มุ่งเน้นการเป็นคู่คิดอัจฉริยะที่ช่วยเปลี่ยนเรื่องหนี้ที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเรื่องง่าย พร้อมมอบโอกาสการเริ่มต้นใหม่ทางการเงินให้กับพี่น้องประชาชน

ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันที่หลายคนเผชิญกับภาระหนี้สิน กรมบังคับคดีตอกย้ำบทบาทการเป็นที่ปรึกษาและผู้ช่วยจัดการปัญหาอย่างยั่งยืน โดยภายในงานจะมีการให้บริการครอบคลุม 3 ด้านหลัก

  • ให้ความรู้ ไขข้อสงสัยด้านกฎหมายและการบังคับคดี
  • คลี่คลายหนี้สิน ให้คำปรึกษาเพื่อหาทางออกและไกล่เกลี่ยข้อพิพาท
  • ความมั่นคงระยะยาว วางแผนเพื่อสร้างวินัยและเสถียรภาพทางการเงินใหม่


พบกันที่งาน Money Expo Korat 2026

กรมบังคับคดีขอเชิญชวนประชาชนชาวนครราชสีมาและจังหวัดใกล้เคียง ที่มีข้อสงสัยหรือต้องการหาทางออกด้านการเงิน แวะมาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญได้ที่บูธของกรมบังคับคดี เพื่อเปลี่ยนมุมมองทางการเงินและเริ่มต้นก้าวใหม่ที่มั่นคงกว่าเดิม

📅 วันที่: 7 – 9 สิงหาคม 2569
⏰ เวลา: 10.00 – 20.00 น.
📍 สถานที่: เอ็มซีซี ฮอลล์ ชั้น 3 เดอะมอลล์ โคราช

"กรมบังคับคดี: คู่คิดที่ทำให้เรื่องซับซ้อน กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ง่าย"

Share:

สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่! "ALTANI" รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของพี่น้องมุสลิม 100% ความภาคภูมิใจของภาคใต้

เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569— บริษัท ปตานี พาวเวอร์ จํากัด จัดพิธีเปิดโรงงานผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์​ ALTANI อย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายอรุณ​ บุญชม จุฬาราชมนตรี เป็นประธานในการประกอบพิธีดูอาร์และละหมาดขอพร เพื่อความเป็นบารอกัตแก่โรงงานและผู้ร่วมลงทุนทุกฝ่าย โดยมี นางนภัสสรณ์ วงศ์แจ่มเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท ปตานี พาวเวอร์ จํากัด​ ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายสหกรณ์อิสลาม สื่อมวลชน


และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมงานโรงงานแห่งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและเครือข่ายสหกรณ์อิสลามแห่งประเทศไทย ได้แก่ เครือข่ายสหกรณ์อิสลามแห่งประเทศไทย สหกรณ์อิสลามอิบนูอัฟฟาน จํากัด สหกรณ์อิสลามอิบนูเอาฟ จํากัด และสหกรณ์อิสลามปัตตานี จํากัด ถือเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของพี่น้องมุสลิม 100% แห่งแรกในพื้นที่จังหวัดภาคใต้

อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานในพิธีเปิดงาน กล่าวว่า วันนี้เป็นวันที่สะท้อนให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือความมุ่งมั่น และวิสัยทัศน์ของทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันสร้างโอกาสใหม่ให้เกิดขึ้นกับพื้นที่จังหวัดปัตตานีและจังหวัดชายแดนภาคใต้ 

พร้อมระบุว่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ ALTANI เป็นแบรนด์ของพี่น้องมุสลิมไทย 100% ที่จะสร้างนวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพิ่มมูลค่า และสร้างงานให้กับคนในพื้นที่ เป็นแรงผลักดันให้เกิดการลงทุน การสร้างโรงงาน การพัฒนานวัตกรรม และการสร้างอุตสาหกรรมแห่งใหม่ ที่มีเป้าหมายสร้างงาน สร้างอาชีพ พัฒนาทักษะแรงงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

"ผมเชื่อมั่นว่า โรงงานแห่งนี้จะเป็นมากกว่าฐานการผลิต แต่จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ และเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ การสร้างนวัตกรรม การพัฒนาบุคลากร และการสร้างโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่" อาจารย์วันมูหะมัดนอร์กล่าว พร้อมอวยพรให้บริษัท ปตานี พาวเวอร์ จํากัด และแบรนด์ ALTANI ประสบความสําเร็จ เติบโตสู่ระดับประเทศและก้าวสู่เวทีระดับอาเซียน ก่อนกล่าวประกาศเปิดโรงงานผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า บริษัท ปตานี พาวเวอร์ จํากัดอย่างเป็นทางการ

ภายในงาน นายอรุณ บุญชม จุฬาราชมนตรี ได้เป็นประธานนําพิธีดูอาร์และละหมาดขอพรตามหลักศาสนาอิสลาม เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่การเริ่มต้นสายการผลิต และขอพรให้การดําเนินธุรกิจของบริษัท ปตานี พาวเวอร์ จํากัด เจริญก้าวหน้า สร้างคุณประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืน

นางนภัสสรณ์ วงศ์แจ่มเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตานี พาวเวอร์ จํากัด กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของ ALTANI ไม่ได้เริ่มจากคําถามว่าจะสร้างรถแบบไหน แต่เริ่มจากคําถามว่าจะสร้างโอกาสให้คนในภาคใต้ได้อย่างไร โรงงานแห่งนี้ จึงไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพียงเพื่อเป็นฐานการผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างงาน พัฒนาทักษะ แรงงาน สร้างอาชีพ และต่อยอดอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภาคใต้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ในส่วนของแผนการเติบโตของ ALTANI บริษัทวางเป้าหมายการดําเนินงานเมื่อยอดขายถึง 30,000 คัน จะเปิด ให้บริการระบบ Battery Swap เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานให้กับผู้ขับขี่ และเมื่อยอดขายเติบโตถึง 100,000 คัน บริษัทจะเดินหน้าขยายการลงทุนและติดตั้งโรงงานในจังหวัดปัตตานี เพื่อเพิ่มกําลังการผลิตให้รองรับความ ต้องการที่เติบโตขึ้น 

พร้อมทั้งวางรากฐานให้ปัตตานีเป็นฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบของภาคใต้ ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การพัฒนาทักษะแรงงาน ไปจนถึงการสร้างห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยสร้างงานและกระจายรายได้สู่ชุมชนโดยรอบโรงงานอย่างเป็นรูปธรรมเราเชื่อว่าหากภาคใต้มีอุตสาหกรรมของตัวเอง คนในพื้นที่ก็จะมีโอกาสของตัวเอง วันนี้ ALTANI พร้อมเดินหน้าสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างอนาคตให้กับคนในพื้นที่ไปพร้อมกัน

หากสนใจสามารถติดต่อได้ที่ สหกรณ์อิสลามอิบนูอัฟฟาน จํากัด สหกรณ์อิสลามอิบนูเอาฟ จํากัด และสหกรณ์อิสลามปัตตานี จํากัด


Share:

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Recent Posts

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

📲 (+66) 095 469 4415
✉️ Insightoutstory@gmail.com

Add Line📲 Click 👇👇

Translate

🚉 ช.ส.ท.พาเที่ยว นครฯ

Review By Nichapa

POPULAR NEWS

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก