เดินทางสู่ดูไบกับเอมิเรตส์ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษห้องพักโรงแรม และ ฟรี‼️ เพิ่มน้ำหนักกระเป๋าและวีซ่านักท่องเที่ยว ให้ทริปสู่ดูไบของคุณสะดวกสบายไร้กังวล ด้วยบริการพิเศษเมื่อคุณบินกับเอมิเรตส

หากคุณพลาดโอกาสครั้งที่แล้ว สายการบินเอมิเรตส์มีข้อเสนอดี ๆ ให้คุณจ่ายน้อยลง สำหรับผู้ที่มีแผนเดินทางไปเมืองดูไบได้เปิดประสบการณ์ท่องดินแดนอันเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์แห่งนี้ กลับมาอีกครั้งตามคำเรียกร้องกับข้อเสนอสุดพิเศษที่รวมบัตรโดยสารราคาพิเศษสู่เมืองดูไบ พร้อมด้วยสิทธิพิเศษมากมาย ได้แก่ แพกเกจที่พักจำนวน 2 คืน ณ โรงแรมชั้นนำใจกลางเมืองดูไบ และเพิ่มน้ำหนักสัมภาระฟรี 10 กิโลกรัม  ไม่เพียงเท่านั้น สายการบินเอมิเรตส์ยังให้คุณได้มากกว่าด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวระยะเวลา 30 วัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย

โปรโมชั่นบัตรโดยสารไป-กลับกรุงเทพฯ - ดูไบ ชั้นประหยัดเริ่มต้นที่ราคา 15,000 บาท และ ชั้นธุรกิจเริ่มต้นที่ราคา 40,000 บาท สำรองที่นั่งได้ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ ถึง 3 มีนาคม 2563 สำหรับการเดินทางระหว่างวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ถึง 30 กันยายน 2563 (ระยะเวลาตามเงื่อนไข) ข้อเสนอสุดพิเศษนี้มีให้เช่นเดียวกันสำหรับบัตรโดยสารชั้นหนึ่ง ผู้โดยสารชั้นประหยัดสำรองบัตรโดยสารในระยะเวลาของโปรโมชั่นสามารถเพลิดเพลินกับแพกเกจที่พัก 2 คืน ณ โรงแรม Aloft Me’aisam หรือ Aloft Dubai South  ขณะที่ผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจที่สำรองบัตรโดยสารในช่วงเวลาเดียวกันรับแพคเกจที่พักจำนวน 2 คืน ณ โรงแรม JW Marriott Marquis หรือ Marriott Al Jaddaf

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทางในช่วงฤดูใบไม้ผลินี้สู่เมืองดูไบดินแดนแห่งท้องฟ้าสีคราม เมืองที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิบจุดหมายปลายทางระดับโลกสำหรับนักเดินทางในปี 2020 โดย Lonely Planet  และอันดับที่ 4 ของเมืองที่ผู้คนไปเยือนมากที่สุดในโลกตามการจัดอันดับสุดยอดจุดหมายปลายทางของโลกประจำปี 2019 โดยมาสเตอร์การ์ด ด้วยระดับอุณหภูมิอันพอเหมาะระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียส จึงทำให้ดูไบเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ สำหรับนักเดินทางที่วางแผนท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดที่กำลังมองหาสถานที่เพื่อพักผ่อนริมทะเล
ดูไบไม่เคยคลายมนต์เสน่ห์ที่ทำให้ผู้มาเยือนหลงไหล ไม่ว่าคุณจะเป็นนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนเมืองดูไบเป็นครั้งแรก หรือเคยสัมผัสเมืองแห่งนี้มาก่อนและประสงค์จะกลับไปเยือนอีกครั้ง กับจุดท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ สถานที่ด้านความบันเทิง กิจกรรมกลางแจ้ง และวัฒนธรรม  รวมไปถึงบรรดาตึกระฟ้าและสถาปัตยกรรมที่งดงาม จึงกล่าวได้ว่าเมืองดูไบเปรียบเสมือนสวรรค์ของนักเดินทาง และไม่มีเวลาใดอีกแล้วที่จะเหมาะสมไปกว่านี้ในการไปเยือนดูไบ

สำหรับการสำรองบัตรโดยสาร กรุณาใส่รหัสโปรโมชั่นโค้ด DUBAI20 ก่อนทำการชำระเงิน  โดยข้อเสนอพิเศษสำหรับที่พักโรงแรมจะได้รับการสำรองและยืนยันในลำดับถัดไป  ข้อเสนอที่พักโรงแรมเป็นห้องพักเดี่ยวแบบเตียงเดี่ยวหรือเตียงคู่ เท่านั้น สำหรับบัตรโดยสารชั้นประหยัดอนุญาตให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี ไม่เกิน 1 คน พักรวมในห้องเดียวกันได้ และเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี ไม่เกิน 2 คน สำหรับบัตรโดยสารชั้นธุรกิจหรือชั้นหนึ่ง ข้อเสนอดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีจำนวนจำกัด เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

นอกจากนี้ สายการบินเอมิเรตส์ยังมอบความพิเศษยิ่งขึ้นกับข้อเสนอนี้ ด้วยการสนับสนุนค่าใช้จ่ายวีซ่าท่องเที่ยวดูไบระยะเวลา 30 วันสำหรับผู้ที่เดินทางจากประเทศไทย โดยผู้เดินทางจะต้องยื่นเอกสารคำร้องขอวีซ่า พร้อมกับเอกสารสำคัญต่าง ๆ เช่น สำเนาหนังสือเดินทาง และรูปถ่ายหน้าตรงขนาดเท่าหนังสือเดินทาง ที่สำนักงานสายการบินเอมิเรตส์ในประเทศที่ DSOthailand@emirates.com ภายในวันที่ 03 มีนาคม 2563 โดยต้องดำเนินการออกบัตรโดยสารของเอมิเรตส์ก่อนการยื่นคำร้องขอวีซ่า เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
ผู้โดยสารของสายการบินเอมิเรตส์ที่เดินทางไปเมืองดูไบในช่วงเวลาที่จัดโปรโมชั่น (วันที่ 14 กุมภาพันธ์ – 30 กันยายน 2563) จะได้รับน้ำหนักสัมภาระเพิ่มอีก 10 กิโลกรัม จึงหมดกังวลในเรื่องการจัดกระเป๋าและมีที่ว่างในกระเป๋าเพิ่มมากขึ้นสำหรับการชอปปิ้ง  ในฐานะที่เป็นเมืองท่าการบินและเมืองท่องเที่ยวชั้นนำ ดูไบนำเสนอการผสมผสานอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยอาคารสุดตระการตา แลนด์มาร์กที่โดดเด่น อาหารนานาชาติเลิศรส และแหล่งชอปปิ้งชั้นนำระดับโลก นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถขยายงบประมาณการเดินทางด้วย My Emirates Pass – สิทธิพิเศษสำหรับผู้โดยสารเอมิเรตส์ที่เปลี่ยนบัตรที่นั่ง (บอร์ดดิ้งพาส) ของเอมิเรตส์เป็นแพ็คเกจสมาชิกสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มอบส่วนลดและสิทธิประโยชน์ ณ สถานที่ต่าง ๆ มากกว่า 500 แห่งทั่วสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  โดยผู้ที่เดินทางไปหรือผ่านเมืองดูไบ จนถึงวันที่ 31 มีนาคม 2563 สามารถรับข้อเสนอและเพลิดเพลินไปกับส่วนลดสูงสุดถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ณ ร้านค้ามากมาย และรับส่วนลดสูงสุดถึง 50 เปอร์เซ็นต์ สำหรับการใช้บริการด้านสันทนาการต่าง ๆ เพียงแสดงบัตรที่นั่ง (บอร์ดดิ้งพาส) และบัตรประจำตัว

เพื่อประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบายและราบรื่นตลอดเส้นทาง ด้วยบริการรถรับ-ส่ง ณ สนามบินมากกว่า 75 แห่งทั่วโลก ห้องรับรองสุดหรูภายในสนามบิน และบริการเหนือระดับระหว่างการเดินทาง  ผู้โดยสารชั้นธุรกิจที่เดินทางด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 777 จะได้รับความผ่อนคลายไปกับที่นั่งที่กว้างและรับกับสรีระยิ่งขึ้นซึ่งสามารถปรับเอนในตำแหน่งนอนราบเพื่อการนอนหลับอย่างสบาย  เพลิดเพลินและผ่อนคลายไปกับ “ice” ระบบความบันเทิงบนเที่ยวบินที่ได้รับรางวัลของเอมิเรตส์ นำเสนอช่องรายการโทรทัศน์และรายการบันเทิงล่าสุดมากถึง 4,500 ช่อง ในหลายภาษา ในขณะที่ชั้นธุรกิจบนเครื่องบินแอร์บัส A380 มอบประสบการณ์เสมือนส่วนพักผ่อนชั้นเลิศ ด้วยบริการมินิบาร์ส่วนตัวให้กับผู้โดยสาร และส่วนรับรองบนเครื่อง A380 ที่ผู้โดยสารสามารถเลือกเพลิดเพลินไปกับการเดินทางที่เป็นส่วนตัวหรือพบปะสังสรรค์  และพักผ่อนได้อย่างเต็มที่บนที่นั่งที่ปรับเป็นเตียงนอนราบ พร้อมชุดเครื่องนอนและผ้าห่มแสนสบาย

ผู้โดยสารชั้นประหยัดสามารถสัมผัสถึงความสบายในการเดินทางอันเป็นแบบฉบับของเอมิเรตส์ที่พรั่งพร้อมไปด้วยความพิเศษที่เหนือกว่า ด้วยชุดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารมั่นใจเมื่อถึงจุดหมายปลายทางพร้อมความรู้สึกที่สดชื่น และผ้าห่มเนื้อนุ่มเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่ช่วยให้ครอบครัวที่เดินทางพร้อมกับเด็กรู้สึกอุ่นสบายเหมือนอยู่ที่บ้าน บริการมื้ออาหารบนเครื่องบินที่ได้แรงบันดาลใจจากจุดหมายปลายทาง อาหารจะเสิร์ฟให้ผู้โดยสารที่เป็นเด็กก่อนซึ่งแสดงถึงความใส่ใจในการให้บริการ และจินตนาการจะไม่ขาดตอนสำหรับผู้โดยสารรุ่นเยาว์ด้วยความบันเทิงบนเที่ยวบินตลอดเส้นทาง ซึ่งนำเสนอรายการการ์ตูน ภาพยนตร์แอนิเมชันและดิสนีย์คลาสสิก พร้อมปลุกไฟในการผจญภัยให้กับนักเดินทางรุ่นเยาว์กับแพกเกจ Lonely Planet Kids ของเอมิเรตส์ ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวเกร็ดความรู้และทักษะสร้างสรรค์ที่น่าสนใจมากมาย 

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสายการบินเอมิเรตส์ รวมทั้งการสำรองที่นั่ง และเงื่อนไขต่าง ๆ สามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ www.emirates.com/th
Share:

ส่งต่อรอยยิ้ม ภายใต้โครงการ รักนี้ "ให้" เธอ


วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563 เวลา 10.00 น. ณ สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ร่วมกับ ชมรมเว็บคลับ ไทยแลนด์ สมาชิกสื่อมวลชน มูลนิธิพระยูไลย และองค์กรภาคีเครือข่าย ขานรับเดือนแห่งความรัก
จัดกิจกรรมการกุศลโครงการ รักนี้ “ให้” เธอ (สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี) แบ่งปันรอยยิ้ม ความสุข เสียงหัวเราะแก่ผู้ใช้บริการในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี ภายใต้การดูแลของ นางปรานอม ประดิษฐกำจรชัย ผู้ปกครองสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
นายอุเทน ชนะกุล ผู้อำนวยการกองคุ้มครองสวัสดิภาพและเสริมสร้างคุณภาพชีวิต เปิดเผยว่า สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี  สังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ดำเนินงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ. 2557 พระราชบัญญัติควบคุมการขอทาน พ.ศ. 2559  และพระราชบัญญัติสุขภาพจิต พ.ศ. 2551 ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการในการอุปการะ 444 คนผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ คนพิการ และพิการซ้ำซ้อน ซึ่งร้อยละ 68 มีอาการทางจิตเวช
โดยถูกส่งตัวมาจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตำรวจ หน่วยงานท้องถิ่นและบุคคลที่สมัครใจเข้ามาขอรับบริการด้วยตนเอง ในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 11 จังหวัด คือ จังหวัดปทุมธานี นครนายก สระแก้ว ชลบุรี จันทบุรี สมุทรปราการ ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง ตราด และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
อีกทั้งรองรับการจัดระเบียบคนไร้ที่พึ่งและคนขอทานในพื้นที่กรุงเทพมหานครการดำเนินงานภายในสถานคุ้มครองฯ มีการจัดสวัสดิการ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านปัจจัยสี่ ด้านสังคมสงเคราะห์ ด้านการฝึกอาชีพ และด้านการส่งเสริมสุขภาพนันทนาการ เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับการดูแล บำบัดฟื้นฟูที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน รวมถึงการพัฒนาความสามารถของคนไร้ที่พึ่ง ให้สามารถประกอบอาชีพบนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเอง ส่งเสริมการกลับคืนสู่สังคม เพื่อลดภาวะการณ์พึ่งพิง
นางสาวนาริฐา จ้อยเอม ประธาน ชมรมฯ กล่าวว่า ชมรม "WebClub Thailand” เกิดจากการร่วมกลุ่มจากทีมสื่อมวลชนกลุ่มเล็ก ๆ ที่มีจิตอาสาในการส่งต่อความรักให้กับกลุ่มเป้าหมาย “สื่อส่งต่อความสุขลดทุกข์เข็ญ” ซึ่งประกอบด้วย สื่อมวลชนจากหลากหลายแขนง อาทิ หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สำนักข่าวออนไลน์ฯลฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการแบ่งปันความรัก ความเอื้ออาทร เพื่อส่งต่อความสุข จึงจัดระดมทุนทรัพย์ หรือ ของใช้ที่มีความจำเป็นสำหรับสตรี
ภายใต้โครงการ รักนี้ “ให้”เธอ เพื่อมอบให้แก่ผู้ใช้บริการในสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี ในเทศกาลเดือนแห่งความรักนี้การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีผู้ใจบุญสมทบทุนร่วมบริจาคได้แก่
ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารธนชาต, มูลนิธิพระยูไลไภษัชย์ สงเคราะห์, ชมรมเว็บคลับ ไทยแลนด์,โรงแรมดิเอมเมอรัลด์, ธนาคารกรุงศรี, การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด,โรงแรมฟอร์จูน, โรงแรมทีเค พาเลซ, CP RAM, สมาคมภัตตาคารไทย, ข้าวตราไก่แจ้, Travel Radio FM 104.5,
สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 5โดย รายการแฮปปี้ซีซั่น, สถานรับรองคุณภาพสถานพยาบาล, รายการเที่ยวเป็น Travel Intrend, บริษัท ไทยนครพัฒนา จำกัด, บริษัท แลตตาซอย จำกัด แบ่งเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 138,725 บาท และสิ่งของที่จำเป็นอีกหลายรายการ อาทิ เช่น น้ำดื่ม ข้าวสาร ยาและเวชภัณฑ์ ผ้าอ้อมสำหรับผู้ใหญ่เสื้อผ้า รองเท้า อุปกรณ์สำหรับการบริหารกล้ามเนื้อมือ ฯลฯ
รักที่เริ่มต้น ด้วยการ “ให้” มีคุณค่า และยิ่งใหญ่เสมอ สนใจบริจาคเพิ่มเติมได้ 2 ช่องทาง
1) สถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่งหญิงธัญบุรี โทร 02-577-1148 หรือ 081-870-2188
2) ผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขารังสิต-นครนายก คลอง 4 เลขที่บัญชี 148-6-01029-6 หลังจากโอนเงินบริจาค กรุณาโทรแจ้งชื่อ-สกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ เพื่อออกใบบริจาคและใบเสร็จรับเงินสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

Share:

ปชป. เดินหน้าต่อเนื่องติดอาวุธให้นักธุรกิจรุ่นใหม่ เชิญผู้ก่อตั้งเครือ MK สุกี้ "ฤทธิ์ ธีระโกเมน" นักธุรกิจชั้นนำร่วมติดปีกให้ Startup & SMEs จันทร์นี้

พรรคประชาธิปัตย์ -- (17 กุมภาพันธ์ 2563) นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ หัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่าหลังจากทีมเศรษฐกิจทันสมัยพรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดงานเปิดตัว "ประชาธิปัตย์ ทันสมัย หัวใจสตาร์ทอัพ" ไปแล้วนั้น ซึ่งมีกลุ่มสตาร์ทอัพชื่อดังที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินกิจการมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ให้บรรดาสตาร์ทอัพรุ่นใหม่และกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยในงานดังกล่าวถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง มีผู้ที่สนใจมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก
ทีมเศรษฐกิจทันสมัย จึงได้ต่อยอดการติดอาวุธให้นักธุรกิจรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเอาไอเดียดี ๆ ไปปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจ โดยจะทำเป็นซีรีส์ โดยการเชิญนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จในแต่ละอุตสาหกรรมมาร่วมพูดคุยแบบใกล้ชิดพร้อมแบ่งปันประสบการณ์ และสร้างแรงบันดาลใจ โดยเริ่มต้นเมื่อช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
ที่ได้เชิญนักธุรกิจชื่อดัง “ต๊อบ” เถ้าแก่น้อย หรือนายอิทธิพัทธ์ พีระเดชาพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เถ้าแก่น้อย ฟู๊ดแอนด์มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) นักธุรกิจ(หลาย)พันล้านที่ปลุกปั้นขนมสาหร่ายภายใต้แบรนด์เถ้าแก่น้อยให้ดังทั่วโลก รวมถึงนักธุรกิจชั้นนำคนอื่น ๆ มาร่วมเสวนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อช่วยกันติดปีกให้ Startup & SMEs โดยมีผู้สนใจมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก
ซึ่งพรรค ปชป. มีความเข้าใจถึงความต้องการของผู้ประกอบการทั้งสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอี ที่ต้องได้รับโอกาสเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและการขยายธุรกิจให้เติบโตขึ้น จึงมีแนวทางที่จะช่วยผลักดัน Startup & SMEs ให้ไปต่อได้อย่างแข็งแรงและแข่งขันได้ ด้วยการช่วยติดอาวุธที่สำคัญและจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการระดมทุน การบัญชี กฎหมาย การตลาดยุคใหม่ เทคโนโลยีทันสมัย มาตรฐานสินค้าและบริการ รวมถึงการขยายตลาดไปต่างประเทศ
โดยสืบเนื่องจากความสำเร็จของการเปิดตัวโครงการ “ปชป. ทีมเศรษฐกิจ ทันสมัย หัวใจ Startup” พรรคจึงได้จัดให้มีการเสวนา เทรนนิ่งและเวิร์คช็อปต่อเนื่อง (ในวันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563) จะเป็นการติดอาวุธให้ Startup &SMEs 
โดยได้เชิญผู้ก่อตั้งเครือ MK สุกี้ คือคุณฤทธิ์ ธีระโกเมน ที่จะมาแบ่งปันเคล็ดลับการทำธุรกิจอาหารจนประสบความสำเร็จ พร้อมการเสวนากับนักธุรกิจชั้นนำในวงการอาหาร/เครื่องดื่ม (F&B) ผู้ที่สนใจสามารถแอดไลน์ไอดี @prinnp ทักแชทมาลงทะเบียน และกรอกฟอร์ม https://forms.gle/2MdqyTU1qz9JQNba8 โดยไม่มีค่าใช้จ่าย" นางดรุณวรรณ กล่าว
ทั้งนี้ ทีมเศรษฐกิจทันสมัยพรรคประชาธิปัตย์มีความตั้งใจจะช่วยผลักดันสตาร์ทอัพและเอสเอ็มอี ให้ไปต่อได้อย่างแข็งแรงและแข่งขันได้เร็วขึ้น ด้วยการช่วยติดอาวุธที่สำคัญและจำเป็นอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือการเรียนรู้จากคนที่สำเร็จแล้ว เพื่อช่วยให้แนวทางและลดข้อผิดพลาด ในการนำมาปรับใช้ในการดำเนินธุรกิจของตนเอง
Share:

ไอ.ซี.ซีฯ ส่งคอลลาเจนเกรดพรีเมียม “Collagee 5 (คอลลาจีไฟว์)” เจาะตลาดวัยซีเนียร์ให้สูงวัยอย่างสตรอง ชิงส่วนแบ่ง 8.5 แสนล้าน

บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือสหพัฒน์ มาเหนือชั้นปั้นแบรนด์ ‘BSC Happy Age’ ส่ง ‘Collagee 5’ (คอลลาจีไฟว์) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเกรดพรีเมียม ผสานคุณภาพจาก 9 ส่วนผสมพลังธรรมชาติ ตอบสนองทุกความกังวลใจด้านสุขภาพผู้สูงวัย เพื่อให้ใช้ชีวิตได้อย่างแฮปปี้ ดูแลครบทั้ง 5 ผลลัพธ์ความต้องการ กระดูก – เส้นเอ็น และข้อต่อ – สายตา – ผิวพรรณ – ผมและเล็บ เจาะตลาดกลุ่มวัยซีเนียร์ให้สูงวัยอย่างสตรอง มั่นใจตอบโจทย์สังคมผู้สูงวัย พร้อมชิงส่วนแบ่งมูลค่า 8.5 แสนล้าน ก้าวสู่ผู้นำตลาดคอลลาเจนเกรด พรีเมียมเต็มตัว
นางกาญจนา ตั้งเสรีสุขสันต์ ผู้อำนวยการฝ่ายสินค้าและการตลาด บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เผยถึงเทรนด์การขับเคลื่อนตลาดของเจนเนอเรชั่น Silver Age ว่า เทรนด์ของตลาดผู้สูงวัยถือว่าเป็นตลาดที่กำลังเป็นที่จับตามองของธุรกิจมากมายในขณะนี้ เนื่องจากมีการคาดการณ์ว่าในปีนี้จะมีกลุ่มผู้สูงวัยเพิ่มขึ้นสูงถึง 14.4% และทำให้ประเทศเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ส่งผลให้ประชากรกลุ่มนี้กลายเป็นผู้มีอำนาจต่อรองในการซื้อสูง เพราะมีกำลังเงินเหลือเพื่อการใช้จ่าย (Disposable Income) ที่สูงมาก จากการทำงานหนักมาทั้งชีวิต ปัจจัยดังกล่าวถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นในการจุดประกายไอเดียให้ บริษัท ไอ.ซี.ซีฯ ในการออกสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของประชากรกลุ่มนี้
“วิธีคิดและพฤติกรรมของผู้บริโภคกลุ่มสูงวัยจะไม่เหมือนกับกลุ่มอื่น และจะเป็นไปในลักษณะของ Silence Consumer คือมีความรู้และประสบการณ์สูง และมีการปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น Facebook, Instagram, Youtube หรือแม้กระทั่งการใช้ Google ในการหาข้อมูล และโดยส่วนใหญ่นิยมใช้ Line ในการติดต่อสื่อสารกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน หรือกับลูกหลาน
แต่ในทางกลับกันจะไม่ค่อยแสดงออกหรือพูดในสิ่งที่ต้องการตรงๆ ซึ่งเราถือว่าเป็นความท้าทายใหม่ที่น่าสนใจ ในการปรับแนวทางการทำการตลาด และการสื่อสารกับคนกลุ่มนี้เป็นพิเศษ ดังนั้นการออกสินค้าใหม่ จึงต้องเป็นสินค้าที่ช่วยเหลือ หรือช่วย ‘คลายความกังวล’ ได้จริง ๆ โดยความกังวลใจหลักของผู้สูงวัยมักจะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือกังวลว่าตนเองจะเป็นภาระของลูกหลาน ทำให้ปิดโอกาสตัวเองในการทำกิจกรรมร่วมกับลูกหลาน จนเกิดเป็นผลกระทบด้านความสุข ความสัมพันธ์ในครอบครัวตามมา
ไอ.ซี.ซีฯ มองถึงโอกาสในการเข้าถึงเศรษฐกิจสูงวัย หรือ Silver Economy ด้วยการใช้แบรนด์ในมืออย่าง ‘BSC Happy Age’ มุ่งมั่นค้นคว้าวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนให้ผู้สูงวัย ได้ใช้ชีวิตอย่างแฮปปี้ โดยผลิตภัณฑ์กลุ่มแรกที่ออกสู่ตลาดในปี 2020 คือกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ที่คิดค้นมาเป็นพิเศษเพื่อตอบโจทย์ 5 ปัญหาหลักของผู้สูงวัย คือ กระดูก – เส้นเอ็น และข้อต่อ – สายตา – ผิวพรรณ – ผมและเล็บ สอดคล้องกับผลการสำรวจความกังวลเรื่องสุขภาพของคนวัย 50 ปี ขึ้นไป พบว่าความกังวลเรื่องกระดูกและข้อต่อมาเป็นอันดับหนึ่ง
ตามด้วยเรื่องของสายตา และเรื่องของเส้นผมและเล็บ จึงเป็นที่มาของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเกรดพรีเมียมของไอ.ซี.ซี.ฯ อย่าง ‘Collagee 5’ (คอลลาจีไฟว์) ที่มีคุณสมบัติโดดเด่นเหนือกว่าคอลลาเจนทั่วไป ช่วยคลายความกังวลทั้งร่างกายและจิตใจ สามารถสนองต่อไลฟ์สไตล์ของกลุ่ม Silver Age ได้เป็นอย่างดี”
นางกาญจนา กล่าวต่อว่า Collagee 5 (คอลลาจีไฟว์) จากแบรนด์ BSC Happy Age เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนเกรดพรีเมียมที่เหมาะกับกลุ่มผู้บริโภคสูงวัยซีเนียร์ ผสานคุณภาพจาก 9 ส่วนผสมพลังธรรมชาติจากทั่วโลก ได้แก่ คอลลาเจนไตรเปปไทด์, ยูซี-ทู, อะเซโรล่าเชอร์รี่, สารสกัดจาก   งาดำ, แคลเซียมแอลทรีโอเนต, โคเอนไซม์คิวเท็น, สารสกัดจากดอกดาวเรือง, สารสกัดจากเปลือกสน และกระดูกอ่อนปลาฉลาม พร้อมผ่านกระบวนการผลิตที่พิถีพิถัน
ภายใต้โรงงานที่ได้รับการรับรองระบบ GMP และ HACCP ในระดับสากล ทุกขั้นตอนการผลิต ควบคุมโดยเภสัชกร ทำให้ได้คอลลาเจนที่บริสุทธิ์ ไร้กลิ่นคาว ไม่แต่งกลิ่น-รส ไม่มีน้ำตาล ปราศจากสารกันเสีย และไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย มีลักษณะเป็นผงละเอียด ละลายในน้ำเปล่าอุณหภูมิห้อง สามารถดูดซึมสู่ร่างกายได้ง่าย และนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งยังควบคุมปริมาณสารสำคัญที่ร่างกายควรได้รับต่อวันได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ Collagee 5 (คอลลาจีไฟว์) ยังเป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งเดียวในตลาด
ที่ตอบสนองเรื่องความกังวลใจของผู้สูงวัยได้เป็นอย่างดี ด้วยการดูแลครบทั้ง 5 ผลลัพธ์ความต้องการ ได้แก่ เพิ่มความหนาแน่นของมวลกระดูก ไปพร้อมๆ กับการยับยั้งการสลายตัวของกระดูก พร้อมป้องกันภาวะกระดูกพรุน แลเพิ่มสมรรถภาพทางร่างกายให้ผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม, ต้านการอักเสบบริเวณเส้นเอ็นและข้อต่อ จากโครงสร้างคอลลาเจนสภาพสมบูรณ์ โมเลกุลใกล้เคียงกับเซลล์ที่พบในกระดูกอ่อนของมนุษย์ ช่วยเสริมการผลิตน้ำหล่อเลี้ยงบริเวณข้อต่อ
ทั้งยังปกป้องกล้ามเนื้อจากการเกร็งตัว ชักกระตุก และตะคริว, เติมเต็มริ้วรอย ร่องลึก เพิ่มน้ำหล่อเลี้ยงให้ผิวมีความชุ่มชื้น คืนความยืดหยุ่น ให้ผิวเนียนกระชับ ฟื้นบำรุง กระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวใหม่ ให้สดใส แลดูอ่อนเยาว์, สร้างเกราะป้องกันแสงที่เป็นอันตรายต่อดวงตา ปกป้องเซลล์ของจอประสาทตาไม่ให้ถูกทำลาย และลดความเสี่ยงการเกิดโรคต้อกระจกและโรคจุดรับภาพเสื่อม, เสริมสร้างความแข็งแรงของเส้นผม ให้ดำเงางาม แข็งแรง ป้องกันการเกิดผมหงอก และมีส่วนช่วยให้เล็บแข็งแรง ไม่เปราะบาง หรือฉีกง่าย
นางกาญจนา กล่าวอีกว่า “ปัจจุบันตลาดธุรกิจอาหารเสริมของไทยมีมูลค่ามากกว่า 8.5 แสนล้านบาท การส่งผลิตภัณฑ์ Collagee 5 (คอลลาจีไฟว์) เข้าร่วมชิงส่วนแบ่งจากตลาดกลุ่มนี้จึงกลายเป็นภารกิจที่ท้าทายของ ไอ.ซี.ซีฯ อย่างมาก แต่ที่น่าสนใจคือ ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีข้อได้เปรียบจากการเติบโตของกลุ่ม Silver Age ที่เปลี่ยนมุมมองของกลุ่มผู้บริโภคสูงวัยไปจากเดิม เพราะกว่าครึ่งของกลุ่ม Silver Age จะมองหาสิ่งที่สามารถเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของพวกเขาได้ ทั้งความรู้สึกที่ดูเด็กกว่าอายุจริง ต้องการร่างกายที่แข็งแรงเพื่อเรียนรู้อะไรใหม่ๆ หรือได้ทำในสิ่งที่ตนเองรัก หรือสิ่งที่ไม่มีโอกาสได้ทำตอนอายุน้อย รวมถึงมีความแข็งแรงพอที่จะออกไปใช้ชีวิตนอกรั้วบ้าน ที่สำคัญกำลังซื้อของผู้บริโภคกลุ่มนี้มีสูง ทั้งยังปราศจากความกังวลเพราะมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบในชีวิตน้อยลง ดังนั้นแล้ว การเลือกผลิตภัณฑ์และแบรนด์ BSC Happy Age ที่มีคุณประโยชน์สูงสุดจากสารสำคัญในธรรมชาติ มีราคาที่คุ้มค่า และเข้าถึงง่าย จึงตอบโจทย์ด้านคุณภาพชีวิตและความสุขของผู้สูงวัยได้เป็นอย่างดี
กลางปี 2019 ทางบริษัทฯ ได้ทดลองทำการวางจำหน่ายสินค้า Collagee 5 (คอลลาจีไฟว์)
ในช่องทางออนกราวน์และออนไลน์ พบว่าได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเกินคาดจนเกิดภาวะสินค้าขาดตลาด เพราะด้วยผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ ทำให้เกิดการบอกต่อจนกลายเป็น Word of Mouth  ทำให้ปี 2020 นี้ ทางบริษัทฯ ตัดสินใจเดินหน้าเต็มกำลังในการขยายทุกช่องทางการจำหน่ายสินค้าทั้งออน กราวด์และออนไลน์ รวมถึง รายการโทรทัศน์ (ออนไลน์และออนแอร์) เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ทั่วถึง รวมถึงเพิ่มความสะดวกสบายในการซื้อสินค้ามากขึ้น  ถือเป็นปีแรกที่ไอ.ซี.ซี.ฯ ส่งผลิตภัณฑ์เข้าตลาดผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว” นางกาญจนา กล่าวสรุปในตอนท้าย
ทั้งนี้ แบรนด์ BSC Happy Age โดย บริษัท ไอ.ซี.ซี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) บริษัทในเครือสหพัฒน์ จะมีแผนออกสินค้าใหม่ในปี 2020 นี้ ที่ตอบโจทย์สภาวะในปัจจุบัน เกี่ยวกับไวรัสโคโรน่า และฝุ่นละออง PM 2.5 เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ทั้ง 3 ระบบ ไม่ว่าจะเป็น ทางเดินหายใจ, ทางเดินอาหาร และทางเดินปัสสาวะ อีกทั้ง ยังออกสินค้าใหม่ที่ดูแลเกี่ยวกับระบบประสาทให้กับผู้สูงวัย รวมไปถึงดูแลในระบบหัวใจ ระบบหลอดเลือด ระบบต่อมไร้ท่อ ระบบสืบพันธุ์ชายและระบบสืบพันธุ์หญิง อีกด้วย
ผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ Collagee 5 (คอลลาจีไฟว์) ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคอลลาเจนเกรดพรีเมียม มีจำหน่ายแล้วที่ ร้านวัตสัน, ร้านซูรูฮะ, ร้านยาแล็บฟามาซี, ร้านยาเฮลท์อัพ, ร้านยาเซฟดรัก
และในช่องทางออนไลน์ Lazada, Shopee 
เว็บไซต์ www.bschappyage.com, www.ethailandbest.com 
และเฟซบุ๊ก www.facebook.com/bschappyage, Line @happyage 
หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-296-9999


Share:

รีวิว :: JOURNEY OF LOVE ร่วมเดินทางไปกับสีฟ้า กับสถานีความอร่อยที่คุณห้ามพลาด!!!

"อย่าลืมสีฟ้าเวลาหิว"  สโลแกนนี้มีมาช้านาน การันตีความอร่อย  วันนี้ Insight Out Story  แวะมารับประทานอาหารเย็นที่นี่ สาขาเดิม ที่เซ็นทรัลเวิล์ด ชั้น 6 ห้างใหญ่ใจกลางเมือง พามาอัพเดทโปรใหม่กันค่ะ เริ่มตั้งแต่ 1 ก.พ-31 มี.ค.63 นี้นะคะ คือโปร JOURNEY OF LOVE และ โปร DELICIOUS  STATION ดิลิเชียส สเตชั่นจะมี 2 ราคาให้เลือกอีกด้วยค่ะ ตามมากันเลยค่ะ
โปรโมชั่นแรก 
JOURNEY OF LOVE
โปรแรกของเดือนแห่งความรักนี้  สำหรับ FC สีฟ้า ชวนร่วมการเดินทาง บนเส้นทางสายอาหาร ซึ่งปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 84 แล้วค่ะ  ทุกเมนูทุกจานเราปรุงด้วยความรักความใส่ใจอย่างดีที่สุด เพื่อลูกค้าที่เรารักด้วยวัตถุดิบชั้นดีมาปรุงสารพัดเมนูโปรด การันตีความอร่อยแบบต้นตำรับอย่างแน่นอน
มากันค่ะ ร่วมเดินทางไปกับสีฟ้า  กินให้ครบสะสมเมนู สีฟ้า ที่คุณรัก
• กินครบ 10 เมนู เลือกรับฟรี!!! 1 เมนูโปรด ข้าวหน้าไก่ราชวงศ์ไข่ดาว หรือ บะหมี่แห้งราชวงศ์
• กินสะสมครบ 20 เมนู รับฟรี! Happiness Bag Duo Set มูลค่ารวม 350 บาท
กับ 20 เมนูที่คุณรัก สะสมครบ แล้ว รับเลยฟรีๆ กระเป๋า Happiness Bag Duo Set มูลค่ารวม 350 บาท มี 2 แบบให้เลือกได้ตามใจชอบ FC สีฟ้า ต้องไม่พลาดนะค่ะ 
เลือกได้ใน 20 เมนู สีฟ้า ที่คุณรัก นี้เลยค่ะ
1. ข้าวหน้าไก่ราชวงศ์ข่ดาว 11.เกี๊ยวกรอบ
2. บะหมี่แห้งราชวงศ์ 12.หมูสะเต๊ะ
3. บะหมี่แห้งอัศวิน 13. เป็ดย่างสีฟ้า
4. อีหมี่                                    14. ขนมจีบ
5. วุ้นเส้นน้ำต้มยำสูตรมะนาว 15. ปอเปี๊ยะสด
6. บัวลอยเผือก 16. ขนมเบื้องญวน
7. ข้าวไข่ข้นกุ้ง 17. กล้วยไข่เชื่อม
8. ผัดไทยกุ้งสด 18. ไอศกรีมทุเรียนเยลลี่
9. ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่สีฟ้า 19. ไอศกรีมสีฟ้าคลาสสิก
10. เย็นตาโฟ                           20. ชามะนาวน้ำผึ้ง

มีบัตรให้แสตมป์แบบนี้ค่ะ 


โปรโมชั่นที่ 2 มี 2 ราคา
DELICIOUS  STATION

จับคู่ความอร่อยได้ด้วยตัวคุณเอง กับเมนูที่คุณรัก อิ่มครบจบในเซ็ทเดียว ราคาพิเศษ 269 บาท จากปกติ 335 บาท เลือก 1 เมนู / หมวด

เมนูทานเล่น
  • ขนมจีบนึ่ง/ทอด
  • ขนมเบื้องญวน
  • เต้าหู้ทอด (เต้าหู้เผือกหัวไชเท้าทอด)
  • ปอเปี๊ยะสด
เมนูจานโปรด
  • บะหมี่แห้งอัศวิน
  • วุ้นเส้นน้ำต้มยำสูตรมะนาว
  • ข้าวไข่ข้นกุ้ง
  • ข้าวคลุกกะปิ
  • ข้าวหน้าเป็ดย่างสีฟ้า
  • ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่
เครื่องดื่ม
  • ชามะนาวน้ำผึ้ง
  • ฟรุ๊ตพั๊นซ์ 
  • กาแฟเย็น
  • ชาเย็น
DELICIOUS  STATION
จับคู่ความอร่อยได้ด้วยตัวคุณเอง เซ็ทสำหรับ 2 ท่าน กับเมนูหมวดกับข้าวเมนูโปรดของคุณ  อิ่มครบจบในเซ็ทเดียว ราคาพิเศษ 650 บาท จากปกติ 825 บาท  เลือก 1 เมนู / หมวด  เครื่องดื่มสามารถเลือกได้ 2 แก้ว


เมนูทานเล่น
  • ขนมจีบนึ่ง/ทอด
  • หมูสะเต๊ะสูตรต้นตำรับ
  • เต้าหู้ทอด (เต้าหู้ เผือก หัวไชเท้าทอด)
  • ปอเปี๊ยะสด
เมนูยำ
  • ยำวุ้นเส้น
  • ยำถั่วพู
  • ลาบเป็ดย่าง
เมนูแกง
  • แกงเผ็ดเป็ดย่าง
  • ต้มยำกุ้งทะเล
  • แกงพริกขี้หนูเนื้อน่อง
ข้าวออร์แกนิค 2 จาน

เครื่องดื่ม
  • ชามะนาวน้ำผึ้ง
  • ฟรุ๊ตพั๊นซ์ 
  • กาแฟเย็น
  • ชาเย็น
มาดูหน้าตาเมนูบางส่วนกันค่ะ 

ข้าวหน้าไก่ราชวงศ์ไข่ดาว
เป็นเมนูที่โด่งดังจนกลายเป็นชื่อเรียกขานติดปากมาจนถึงปัจจุบันนี้ว่า “ข้าวหน้าไก่ราชวงศ์” เดิมร้านสีฟ้าเป็นร้านแรกที่เสิร์ฟข้าวนึ่งในโถสีขาวเซรามิกแบบไฮโซจริง ๆ โดยสั่งโถมาจากเมืองจีน พอโถจีนแพงขึ้นก็เปลี่ยนมานึ่งข้าวด้วยหม้อดิน แต่หม้อดินก็แตกง่ายก็เลยกลับไปใช้การหุงข้าวแบบสมัยปัจจุบันแทนในที่สุด ส่วนราดหน้าไก่นั้นเดิมเป็นสูตรแต้จิ๋วที่ใช้เฉพาะซีอิ๊วและเหล้าจีน จึงมีสีจืด ๆ แต่ไก่สมัยก่อนเนื้อเหลืองหอม ต่อมาปรับเป็นสูตรไหหลำโดยใส่ซีอิ๊วดำลงไป ที่ขาดไม่ได้คือกุนเชียงทอดน้ำมันอันเป็นเอกลักษณ์ของที่ร้านนี้ ที่นำมาเป็นเครื่องแนมซึ่งสั่งจากร้านเดิมมาตลอดจนถึงปัจจุบัน
อีหมี่
เมนูเด็ดอย่าง ‘อีหมี่’ ก็เหมือนกัน สูตรจะคล้ายกัน แต่ต่างจากเส้นบะหมี่ตรงที่ว่า ส่วนผสมของเส้นอีหมี่จะไม่ใส่ด่าง และตัวเส้นจะโตกว่า เพื่อสร้างความหลากหลายในคุณสมบัติของตัวเส้นแต่ละแบบนั่นเอง ทำให้คุณได้รสสัมผัสที่แตกต่างกัน ส่วนเจ้าไข่ที่ใส่ลงไปก็จะช่วยอุ้มซ้ำซุปเวลานำเส้นอีหมี่ไปอบได้เป็นอย่างดี เมื่ออบจนได้ที่แล้ว เส้นจะอมน้ำซุปจนนุ่ม ตัดกับความกรอบของเส้นที่อยู่ด้านล่างหม้อดินอย่างลงตัว

วุ้นเส้นน้ำต้มยำสูตรมะนาว
อีกหนึ่งเมนูที่เราคัดสรรหยิบมาแนะนาให้คุณลิ้มลอง เมนูที่เราตั้งใจปรุงอย่างพิถีพิถันปรุงด้วยสูตรต้นตำรับ ทีเด็ดอยู่ที่น้าซุป เครื่องต้มยาสูตรที่ สีฟ้า ทำเอง ให้รสชาติจัดจ้าน กลมกล่อม อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม

เกี๊ยวกรอบ
ละลายในปากแต่ไม่ละลายในมือ  เพราะแป้งที่ใช้ทำเกี๊ยวกรอบคือแป้งชนิดเดียวกับแป้งบะหมี่ของสีฟ้าซึ่งทำมาจากไข่ล้วนๆทำให้ตัวแป้งมีความนุ่มเป็นพิเศษต่างจากเกี๊ยวกรอบทั่วๆไปอีกทั้งเมื่อกัดคำแรก นอกจากความนุ่มที่สัมผัสได้แล้ว ยังได้กลิ่นหอมของไข่ที่จะบังคับให้ต้องหยิบชิ้นต่อไปอย่างปฎิเสธไม่ได้
หมูสะเต๊ะสูตรต้นตำรับ
หมูสะเต๊ะ อาหารคู่บุญอยู่มา 80 ปีโดยเริ่มจากมีคนมาขายหน้าร้านที่ราชวงศ์แล้วเ
ขาเลิกกิจการ ต่อมาภายหลังได้รับภรรยาเข้ามาเป็นครูคอยถ่ายทอดเคล็ดวิชาในการหมักหมู และสูตรการทำน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะ ซึ่งทางสีฟ้าจ่ายค่าเลี้ยงดูให้กับลูกชายเจ้าของต้นตำรับมาตั้งแต่อดีตจนทุกวันนี้ ลักษณะอันโดดเด่นของหมูสะเต๊ะสีฟ้า คือ จะใช้เนื้อหมูสันนอกตัดแต่งพังผืดออกจนหมดเกลี้ยง เหลือไว้แต่เนื้อพอติดมันโดยจะไม่แล่ให้เนื้อหมูแบนติดไม้  แต่จะหั่นเนื้อหมูเต็มชิ้นเสียบไม้  อร่อยได้อย่างเต็มปากเต็มคำ เอาไปหมักกับเครื่องปรุงจนได้หมูเนื้อนุ่มย่างด้วยไฟแรงๆชโลมด้วยกะทิสด ก่อนเสิร์ฟเอาไปคลุกกับน้ำจิ้มหมูสะเต๊ะสูตรดั้งเดิมที่รับประกันว่าไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร ตำรับโบราณที่เจ้าของเดิมหวงนักหนาแต่ก็ขอมอบไว้ให้กับร้านสีฟ้าแต่เพียงผู้เดียว
เป็ดย่างสีฟ้า
หนึ่งในเมนูที่  “ต้องสั่ง”  เมนูหนึ่ง ไม่ใช่เพราะแค่ความอร่อย แต่นี่คือเป็ดย่างตำรับกวางตุ้งแท้  และดั้งเดิมที่ยังคงอยู่คู่คนกรุงเทพฯ มากกว่า 8 ทศวรรษ ส่งผ่านความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่น หมักและย่างด้วยสูตรเด็ดจนหนังเป็นสีแดงน้ำตาลธรรมชาติ ส่วนเนื้อเป็ดย่างเมื่อนำน้ำราดจนซึมเข้าไปจนฉ่ำก็พร้อมตักใส่ปากเคี้ยวเพลินในความนุ่มกลมกล่อม ทีเด็ดอยู่ที่น้ำราดและน้ำจิ้ม รสชาติกำลังดี เข้มข้นกลมกล่อมหอมเครื่องเทศแต่ไม่กลบรสชาติของเป็ดย่างเสริมความพิเศษที่น้ำจิ้มสูตรเฉพาะรสชาติไม่เหมือนใครที่มีความอร่อยเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของสีฟ้าอย่างแท้จริง

ปอเปี๊ยะสด
ปอเปี๊ยะสดเมนูของว่างยอดนิยมอีกหนึ่งเมนู  ด้วยความอร่อยไส้ที่ประกอบด้วย  หมูตั้ง  เต้าหู้  กุนเชียง ผักต่าง ๆ ราดด้วยน้ำราดที่ปรุงรสจนหอมอร่อยดัดแปลงโดยนำเป็ดย่างตำรับสีฟ้าเพิ่มเข้าไป  รับรองว่าเมนูนี้ถูกใจคนชอบกินปอเปี๊ยะสดแน่นอน  เหมาะกับเป็นเมนูของว่างรับประทานกับเมนูอาหารจานเดียวอื่น ๆ ของสีฟ้าเป็นอย่างดี


ขนมจีบนึ่ง/ทอด
      ขนมจีบ เล็กพริกขี้หนูจริง ๆ ขนมจีบสีฟ้าของแท้ต้องลูกเล็กเท่านั้น  แต่อย่าได้ดูถูกไป  ถึงแม้จะเล็กแต่ก็มีอายุยืนยาวมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์โน่น  ทั้งภายในยังประกอบด้วยเครื่องนานาชนิด ทั้งหมู กุ้ง หน่อไม้ ต้นหอม และด้วยการหมักจนได้ที่ ทำให้รับประทานชิ้นแรกกลิ่นของเครื่องเทศก็จะลอยมาเตะจมูกในทันที

เต้าหู้ทอด (เต้าหู้เผือกหัวไชเท้าทอด)
กรอบนอกนุ่มใน  นั่นคือคำจำกัดความสำหรับของว่างยอดฮิตที่มักถูกสั่งมาทานเล่นก่อนเข้าสู่อาหารจานหลัก  อาหารจานนี้เป็นการรวมของทอดไว้ 3 อย่างด้วยกัน  มีเต้าหู้ทอด  เผือกทอด  และหัวไชเท้าทอด  ซึ่งริเริ่มเพิ่มเติมอีกหนึ่งเมนูอร่อยในยุคสยามสแควร์ ประกอบด้วยเต้าหู้ก้อนสด (เปลือกบาง เนื้อขึ้นฟู) เผือก และหัวไชเท้าที่ถูกปรุงมาลงทอดจนเหลืองกรอบ  เมื่อกัดเข้าไปจะพบกับความกรอบนอกนุ่มใน  เติมเต็มรสชาติด้วยน้ำจิ้มบ๊วย  ใส่ถั่วลิสงบดและพริกตำที่วางอยู่ข้างจาน รสชาติเปรี้ยวหวานและเผ็ดเล็กๆของน้ำจิ้มจะช่วยเพิ่มความอร่อยให้กับเต้าหู้เผือกทอดจานนี้ได้อย่างดี


บะหมี่แห้งอัศวิน
คำว่า “อัศวิน” มีที่มาตั้งแต่สมัยสีฟ้าบนถนนราชวงศ์  เป็นคำที่ใช้เรียกนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในสมัยนั้น  เมื่อกลุ่มอัศวินแวะมากินที่ร้านสีฟ้า  ก็นิยมสั่งรายการเป็นพิเศษเพิ่มเครื่องเยอะๆ  อาหารชามที่อัศวินสั่งจึงแน่นไปด้วยเครื่องตั้งแต่  เซี่ยงจี้  กุ้ง  หมูแดง  หมูหวาน  ลูกชิ้นปลา  ลูกชิ้นกุ้ง  ฮื่อก้วย  เนื้อไก่  และก้ามปู  ลูกค้าอื่นเห็นแล้วอยากกินแบบที่อัศวินกินบ้าง  จึงสั่งตาม  และเป็นที่มาของอัศวินสีฟ้า เช่น เมนูบะหมี่แห้งอัศวิน

วุ้นเส้นน้ำต้มยำสูตรมะนาว
อีกหนึ่งเมนูที่เราคัดสรรหยิบมาแนะนาให้คุณลิ้มลอง เมนูที่เราตั้งใจปรุงอย่างพิถีพิถันปรุงด้วยสูตรต้นตำรับ ทีเด็ดอยู่ที่น้าซุป เครื่องต้มยาสูตรที่ สีฟ้า ทำเอง ให้รสชาติจัดจ้าน กลมกล่อม อร่อยแบบไม่ต้องปรุงเพิ่ม


เมนูยำ

ยำวุ้นเส้น
เมนูธรรมดาที่อยู่คู่คนไทยกับอาหารไทยมานาน อาหารฮอตฮิตติดชาร์ทมาตั้งแต่ยุคโก๋หลังวังจานนี้ใส่เครื่องปรุงมากมาย ตั้งแต่ วุ้นเส้น กุ้งแห้ง หอมแดง เนื้อกุ้ง เห็ดหูหนู หมูสับ คื่นช่าย ถัวลิสง พริกขี้หนู และน้ำยำปรุงรสแบบฉบับของสีฟ้า ความลงตัวของเครื่องปรุงที่ผสมผสานเข้ากันจนได้เมนูที่จี๊ดจ๊าดไม่เหมือนใครและเป็นเมนูโปรดของใครๆ อีกหลายๆ คน

ยำถั่วพู
ถั่วพูฝักอ่อนหั่นซอยบางๆ ลวกพอให้สุกกรอบ นำมาคลุกเคล้ากับหมูสับและกุ้งสับ ปรุงด้วยน้ำยำรสเข้มข้นอมหวานอมเปรี้ยวด้วยน้ำมะขาม ตัดรสเผ็ดเล็กน้อยด้วยพริกทอด ก่อนเสิร์ฟตกแต่งด้วยไข่ต้มโรยด้วยมะพร้าวคั่ว ถั่วลิสงคั่ว หยอดด้วยหัวกะทิ เป็นอาหารทานเล่นเรียกน้ำย่อยได้ดีทีเดียว ตรงตามหลักสูตรกับข้าวไทยโบราณและสืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้
ลาบเป็ดย่าง
อาหารฟิวชั่นยุคดั้งเดิมของประเทศไทย  ในยุคสีฟ้าสยามที่พัฒนามากจากการผสมผสานเป็ดย่างสีฟ้า อาหารจีนที่ปรุงมาอย่างดี ที่มีทั้งความหอม ชุ่มฉ่ำ หวานมัน กับวิธีการลาบแบบไทยไทย ที่มีทั้ง หอมแดง ผักชีฝรั่ง ต้นหอม ข้าวคั่ว พริกป่น น้ำปลา มะนาว และน้ำตาลปี๊บ ความลงตัวของสองคุณภาพไทย-จีนที่ทำให้ทั้งลูกค้าชาวไทย และชาวไทยเชื้อสายจีน รับประทานกันอย่างเอร็ดอร่อยมาเป็นระยะเวลายาวนาน

เมนูแกง
แกงเผ็ดเป็ดย่าง
ในยุคกลางของสีฟ้าหลังวังบูรพา เป็นช่วงที่ได้แม่ครัวอาหารไทยฝีมือดีมาเสริมกำลัง นับแต่นั้นมา เมนูอาหารไทยหลากหลายเมนูก้อพรั่งพรูออกมาติดอันดับยอดนิยมในบรรดาลูกค้าขาประจำ เมนูหนึ่งที่ทำให้ผู้คนประหลาดใจที่แม่ครัวทำออกมาก็เมนูนี้นี่แหละ แกงเผ็ดเป็ดย่าง ซึ่งแม่ครัวคนนี้บอกว่าเป็ดย่างของสีฟ้าอร่อยมาก จึงมั่นใจว่าจะทำแกงเผ็ดเป็ดย่างให้ได้อร่อยที่สุดนับแต่นั้นมาแกงเผ็ดเป็ดย่างจึงเป็นอีกหนึ่งตำนานอาหารอร่อย 80 ปีสีฟ้า
เครื่องดื่ม
ชามะนาวน้ำผึ้ง , ฟรุ๊ตพั๊นซ์ , กาแฟเย็น , ชาเย็น
ชามะนาวน้ำผึ้ง
ชามะนาวน้ำผึ้งแท้จากธรรมชาติของสีฟ้า ชงมาตั้งแต่ต้นตำรับดั้งเดิมสมัยราชวงศ์ เริ่มจากใบชาชั้นดีคู่กับมะนาวหอม ๆ เคล็ดลับที่ทำให้ชามะนาวแก้วนี้ไม่เหมือนใคร ก็คือน้ำผึ้งแท้จากธรรมชาติที่นำมาใส่จนเป็นสูตรเฉพาะ ดื่มทีไรก็ชื่นใจ และให้รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ แค่ได้กลิ่นก็นึกถึงสีฟ้าแล้วล่ะ


ร้านสีฟ้า 
47/21 Soi Bangkok Bazar
Ratchadamri Rd., Lumpini Patumwan,
Bangkok 10330

Tel. 0 2655 0251-60
Fax. 0 2253 7806
Website :: https://seefah.com/
Facebook ::https://www.facebook.com/seefahfanpage
ทางร้านมีบริการส่งถึงบ้านแล้วนะค่ะ 
โทรที่นี่เลย :: 02-800-8080
ข้อมูลแนะนำ ร้านอาหารสีฟ้า
เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 80 ปีที่แล้ว ชายผู้ข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเมืองจีน ต่อสู้ดิ้นรนทำงานในเมืองไทย จนวันหนึ่งได้ร่วมมือกับเพื่อนอีกคน ร่วมกันก่อตั้งร้านอาหาร ณ อาคารเล็ก ๆ ห้องเดียวชั้นเดียวไม่มีชื่อย่านราชวงศ์ เมื่อปี พ.ศ. 2479  ร้านนี้ขายแต่ไอศกรีม กาแฟ และผลไม้ แช่แข็งเท่านั้น แต่กิจการก็ดำเนินด้วยดีจนต้องขยายร้านมากห้องขึ้น เมื่อร้านอาหารบริเวณรอบข้างปิดตัวลง ร้านจึงริเริ่มทำอาหารคาวด้วยตัวเอง โดยจ้างกุ๊กตกงานจากร้านดังกล่าวมาคิดสูตรซึ่งส่วนมากเป็นอาหารจีน ด้วยความที่เป็นย่านมีคนชั้นสูงเป็นเจ้าของตึก ลูกค้าของร้านในช่วงนั้นจึงเป็นเหล่าไฮโซ คนมีระดับที่ขับรถมากิน บ้างก็นั่งกินในรถ โดยมีถาดอาหารติดรถเสิร์ฟ ถือเป็นภาพที่คุ้นตาสำหรับคนแถวนั้น ต่อมามีการขยับขยายร้านอีกครั้ง ด้วยการทาสีผนังใหม่เป็นสีฟ้า แสงไฟจากหลอดนีออนสะท้อนกับผนังในร้านทำให้ผู้คนทั่วไปที่ผ่านมาเห็นเรียก ร้านอาหารแห่งราชวงศ์นี้ว่า “สีฟ้า”
ร้านสีฟ้าช่วงนี้มีการเปลี่ยนโครงสร้างจากธุรกิจครอบครัวให้มีการระบบการ จัดการที่เป็นระเบียบมากขึ้น โดยยังคงความสัมพันธ์ในองค์กรให้มีความเป็นครอบครัวซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการ ทำงานของสีฟ้า มีการออกแบบร้านใหม่ให้ทันสมัยโดยใช้สถาปนิกเข้ามาทำ และตัดสินใจปิดร้านที่หลังวังเพราะความซบเซาของพื้นที่ที่มีความนิยมเสื่อม ถอยไปตามกาลเวลา แต่ก็ได้เปิดสาขาเพิ่มที่ ราชดำริ ตึกชาญอิสสระ อาคารธนิยะพลาซ่า ซึ่งต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่ผ่านไป โดยที่ยังไม่เสียเอกลักษณ์ของความเป็นสีฟ้า

เมื่อกาลเวลาล่วงเลยไป สีฟ้าเองก็ไม่คิดที่จะหยุดนิ่งอยู่กับที่ในด้านการตกแต่งและการดีไซน์ร้าน มีการปรับเปลี่ยนตัวเองให้ทันกับยุคสมัย ด้วยความที่สีฟ้าเป็นร้านที่พัฒนามาจากรากเหง้าตลอดมา ดังนั้น แนวทางการตกแต่งร้านในยุคใหม่ จึงไม่สามารถที่จะละทิ้งความเป็นรากเหง้าดั้งเดิมจากสีฟ้าในแต่ละยุคได้ ไม่ว่าจะเป็นยุคราชวงศ์ ยุคหลังวังบูรพา บริษัท Urban Design คือผู้ออกแบบและปรับโฉมของสีฟ้าโดยคำนึงถึงกรอบที่ว่า ร้านสีฟ้ารูปแบบใหม่จะต้องมีลักษณะที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างความทันสมัย มีมูดแอนด์โทนของความโมเดิร์นและจะต้องเข้ากับบรรยากาศของสีฟ้าในยุคแรกเริ่ม
 การนำความรู้สึก “ย้อนอดีต” เข้ามาผสมผสานกับความทันสมัยนั้น สีฟ้าเลือกที่จะใช้ภาพถ่ายขาวดำ มาเป็นตัวเล่าเรื่องเพื่อให้เกิดความรู้สึกเหมือนย้อนกลับไปในบรรยากาศของสี ฟ้ายุคอดีต อาทิ ภาพถ่ายย่านเยาวราช ย่านราชวงศ์ หรือแม้แต่เก้าอี้เชคโกโบราณ เมื่อ 30 ปีที่แล้วถูกนำกลับมาซ่อมแซมใหม่และนำมาใช้งานได้จริง ผสานเข้ากับเครื่องเซรามิกลายไชน่าบลู กระเบื้องปูพื้นลายโบราณยุค 60’s ทำให้บรรยากาศเก่าๆของสีฟ้าถูกปลุกให้มีชีวิตชีวา
ขึ้นอีกครั้ง และเพราะชื่อร้าน “สีฟ้า” ซึ่งมีที่มาจากโคมไฟฟ้า หลอดไฟนีออนที่สะท้อนกับผนังในร้านที่ทาสีฟ้า จึงมีการหยิบเอาจุดกำเนิดเหล่านั้นมาเป็นส่วนแทรกเข้าไปคือ ออกแบบโคมไฟในร้านให้มีโทนสีฟ้า ผสมกับโคมไฟสีขาวนวลเพื่อให้เกิดบรรยากาศที่คงความคลาสสิกเอาไว้
 สีฟ้า เป็นผู้ให้บริการอาหารไทย-จีน ต้นตำรับราชวงศ์ นับตั้งแต่ยุคบนถนนราชวงศ์ มาจนถึงปัจจุบัน 83  ปี เจ้าของสโลแกน “อย่าลืม…สีฟ้า…เวลาหิว” จนกลายเป็นตำนานร้านอาหารคู่เมืองไทย โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สีฟ้าไม่ได้หยุดนิ่งที่จะพัฒนาธุรกิจและบริการให้เข้ากับยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งร้านให้มีบรรยากาศในการรับประทานอาหารที่สดใสและดูทันสมัย หากแต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงไว้ไม่ลดเลือนลงไปแม้แต่น้อย นั้นคือคุณภาพและรสชาติของอาหาร ซึ่งถูกถ่ายทอดต่อๆ กันมาอย่างบรรเจียดบรรจง จากรุ่นสู่รุ่นมาจนถึงปัจจุบัน
สีฟ้า ให้บริการอาหาร และเครื่องดื่ม โดยเปิดให้บริการในสถานที่ ต่างๆ เช่น ศูนย์การค้า, โรงพยาบาล และแหล่งธุรกิจต่างๆ เป็นต้น โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเป็น กลุ่มครอบครัว, วัยรุ่น, วัยทำงาน รวมถึงกลุ่มลูกค้าเก่าดั้งเดิมของสีฟ้า

ปัจจุบัน สีฟ้า มีสาขาทั้งหมด 20 สาขา ได้แก่ สยาม, ธนิยะ, เมเจอร์รัชโยธิน, ทองหล่อ, แฟชั่นไอส์แลนด์, โลตัสพระราม 4, โลตัสพระราม 3, เทอร์มินัล 21, โลตัสประชาชื่น, โลตัสลาดพร้าว, ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต, เซ็นทรัลเวิลด์, เอสพลานาด รัชดา, เอสพลานาด งามวงศ์งาน-แคราย, เดอะเซอร์เคิล ราชพฤกษ์, โรงพยาบาลรามาธิบดี, สาธร, เมกาบางนา,เซ็นทรัลพลาซา พระราม3, เซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เกต 

#อย่าลืมสีฟ้าเวลาหิว  

                                                      



Share:

SF9 Live

Breaking News

STATISTICS ::

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

Telephone :: คุณเอ๋​ (+66) 081 434 5154
Email :: Insightoutstory@gmail.com

Add Line Click 👇👇

Translate

Deep Tissue Massage Yoga

Review By Nichapa

บทความที่ได้รับความนิยม

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก