"อพท.7-สุพรรณบุรี"

เตรียมจัดงานใหญ่ รับคลายล็อกเฟส 5. คิกออฟเส้นทางท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวล

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) โดย อพท.7 ซึ่งดูแลพื้นที่พิเศษเมืองโบราณอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี

เตรียมเปิดแถลงข่าว 
การขับเคลื่อนเส้นทางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพื่อคนทั้งมวล เส้นทางอู่ทอง-สุพรรณ ฯ 
และพื้นที่เชื่อมโยง 

ในวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม นี้ เวลา 9.00 -11.30 น.
ที่โรงแรมสองพันบุรี จ.สุพรรณบุรี
เชิญคลิกได้เลยค่ะ !!
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2729905160626105&id=1493301124286521
Share:

เชิญชวนร่วมงาน​ สืบสานประเพณีไทย งานเทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี “อนุรักษ์เทียนพรรษา มุทิตาหลวงปู่มั่น”

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ จังหวัดอุบลราชธานี สืบสานประเพณีไทย งานเทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี “อนุรักษ์เทียนพรรษา มุทิตาหลวงปู่มั่น” ที่จัดอย่างยิ่งใหญ่ สืบทอดติดต่อกันมากว่า 119 ปี ภายในงานพบกับกิจกรรมที่น่าสนใจ 7 อาทิ โซนการจัดแสดงแสงเสียงเทียนพรรษา, โซนนิทรรศการหลวงปู่มั่นและพุทธศาสนา, โซนการจัดแสดงภาพถ่ายขบวนแห่เทียนพรรษาที่ได้รับรางวัลจากชมรมถ่ายภาพจังหวัดอุบลราชธานี, โซนถนนสายเทียน เป็นต้น

ห้ามพลาด มาสืบสานประเพณีไทยไปด้วยกัน ในวันที่ 3-7 กรกฎาคม 2563 เวลา 10.00-22.00 น. ณ ทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://thailandfestival.org

นอกจากนี้ ททท. ได้สร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว โดยจัดกิจกรรมในรูปแบบ New Normal ด้วยระบบ Live Map โดยควบคุมจำนวนผู้เข้าร่วมงานให้เหมาะสมกับพื้นที่ ครั้งละไม่เกิน 2,000 คน โดยสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ตั้งแต่ว้นที่ 1-7 กรกฎาคม นี้.​  ทาง www.thailandfestival.org งานเทียนพรรษาอุบลราชธานี2563
Share:

โครงการ “ตามรอยพ่อฯ” ปี 8 เดินหน้าจัดกิจกรรมอบรมและเอามื้อสามัคคี 3 จว. ลพบุรี ชัยภูมิ ฉะเชิงเทรา ยึดแนวทาง “สู้ทุกวิกฤต รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา”

โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” เดินหน้าสู่ปีที่ 8 จัดกิจกรรมอบรมและเอามื้อสามัคคีที่จังหวัดลพบุรี ชัยภูมิ และฉะเชิงเทรา ภายใต้แนวคิด “สู้ทุกวิกฤต รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา” เพื่อสร้างความรู้ความตระหนักแก่ประชาชนในการเตรียมความพร้อมรับมือกับน้ำท่วม น้ำแล้ง และสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมนำเสนอตัวอย่างความสำเร็จของคนมีใจที่ใช้ศาสตร์พระราชาเป็นแนวทางปฏิบัติทำให้รอดในทุกวิกฤต เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นต่อ ๆ ไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมวางมาตรการความปลอดภัยในการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับภาวะปกติใหม่ (New Normal) 
โครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” (ตามรอยพ่อฯ) เกิดจากความร่วมมือของบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด สถาบันเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ภาคศาสนา และสื่อมวลชน เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และน้อมนำศาสตร์พระราชาด้านการบริหารจัดการ ดิน น้ำ ป่า และพัฒนาคน มาเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ เกิดความตระหนัก และนำไปสู่การปฏิบัติที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจนก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 ในปีนี้
ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร นายกสมาคมดินโลก และที่ปรึกษามูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ กล่าวว่า “จากการที่โครงการตามรอยพ่อฯ ได้ขับเคลื่อนมาจนเข้าสู่ปีที่ 8 ซึ่งเป็นระยะที่ 3 ของแผนหลัก 9 ปี (แบ่งเป็น 3 ระยะ ๆ ละ 3 ปี) ของโครงการ ซึ่งระยะแรก คือ การตอกเสาเข็ม สร้างการรับรู้ ระยะที่ 2 การแตกตัว เป็นการขยายผล สร้างคน สร้างครู สร้างเครื่องมือเพื่อยกระดับเป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิต ระยะที่ 3 การขยายผลเชื่อมโยงทั้งระบบ ซึ่งเป้าหมายเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายอย่างเป็นรูปธรรม สามารถยกระดับสู่การแข่งขันได้ ต่อยอดการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานให้เกิดความยั่งยืนขึ้น ด้วยการเดินตามบันได 9 ขั้น ไปสู่ความพอเพียงตามแนวทางศาสตร์พระราชา และการวางรากฐานการพัฒนามนุษย์ เพราะหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนและพัฒนา คือ คน  โครงการจึงพยายามสร้างคน จากคนมีใจ สู่เครือข่าย และแม่ทัพผู้พาทำ เพื่อร่วมกันสืบสานศาสตร์พระราชาต่อไป

จากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เห็นผลเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า ศาสตร์พระราชา คือ องค์ความรู้ในการจัดการ ดิน น้ำ ป่า และพัฒนาคน ทำให้คนสามารถพึ่งพาตนเองได้ มีพื้นฐานปัจจัย 4 ครบ ทั้งอาหาร เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค ทำให้คนพอมี พอกิน พออยู่ พอใช้ และยังสามารถแบ่งปัน สร้างรายได้ เป็นการสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเกิดวิกฤตอะไร ก็สามารถอยู่รอดได้และยังช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานข้อความเตือนสติคนไทยผ่าน ส.ค.ส. ปี พ.ศ. 2547 ที่ว่า ’สามัคคีเป็นพลังค้ำจุนแผ่นดินไทย’ พร้อมทรงวาดภาพระเบิด 4 ลูกล้อมรอบประเทศไทยอยู่ ซึ่งถึงวันนี้ประจวบเหมาะพอดีกับสถานการณ์ปัจจุบัน ระเบิด 4 ลูก หมายถึงวิกฤต 4 ด้านที่มนุษยชาติกำลังเผชิญอยู่ คือ วิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม โรคระบาด ภัยแล้ง หมอกควัน วิกฤตด้านเศรษฐกิจ วิกฤตด้านความเหลื่อมล้ำทางสังคม และวิกฤตด้านการเมือง ซึ่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือเสาหลักที่จะกู้วิกฤตทั้ง 4 ด้านนี้ได้ โดยต้องปรับแนวคิดการดำเนินชีวิตใหม่ จะเห็นได้ว่าทรงคาดการณ์ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ทรงเตือนคนไทยล่วงหน้าหลายปีเพื่อให้เตรียมพร้อมระวังภัย และได้พระราชทานศาสตร์พระราชาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้คนไทยปฏิบัติเพื่อพึ่งพาตัวเองได้และใช้ชีวิตอย่างพอเพียงเพื่อเป็นทางรอดจากทุกวิกฤตดังกล่าว”
ด้าน นายอาทิตย์ กริชพิพรรธ ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท เชฟรอนประเทศไทย สำรวจและผลิตจำกัด กล่าวถึงการจัดกิจกรรมในโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ปี 8 ว่า “ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันลดการแพร่ระบาดด้วยการรักษาระยะห่าง โครงการตามรอยพ่อฯ จึงได้ปรับแผนการดำเนินกิจกรรมโดยเน้นช่องทางออนไลน์เป็นหลักมากว่า 4 เดือน (มี.ค.-มิ.ย.63) เพื่อให้กำลังใจและความรู้แก่ประชาชนในการนำศาสตร์พระราชามาใช้รับมือวิกฤตในครั้งนี้ ขณะนี้จากมาตรการเข้มข้นของภาครัฐกอปรกับความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องชาวไทย ทำให้เราสามารถรับมือกับวิกฤตได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนได้รับเสียงชื่นชมจากหลายประเทศ ภาครัฐจึงมีมาตรการผ่อนปรน เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตในแบบ New Normal หรือ วิถีชีวิตแบบปกติใหม่ที่ยังคงเน้นการดูแลตัวเองเพื่อให้มั่นใจว่าปลอดภัยจากการติดเชื้อโควิด-19 โครงการตามรอยพ่อฯ จึงได้กำหนดแผนการดำเนินกิจกรรมออนกราวด์ขึ้นอีกครั้ง ทั้งกิจกรรมฝึกอบรมและกิจกรรมเอามื้อสามัคคี หรือ การลงแขกอย่างโบราณนั่นเอง เพื่อน้อมนำศาสตร์พระราชาด้านการบริหารจัดการ ดิน น้ำป่า และพัฒนาคน มาเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ เกิดความตระหนัก และนำไปสู่การปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมกิจกรรมแล้วกว่า 20,000 คน
ทั้งนี้กิจกรรมออนกราวด์จะทำควบคู่กับการสื่อสารออนไลน์ต่างๆ ของโครงการ ซึ่งยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ไลน์ ยูทูบ
ทั้งนี้ กิจกรรมออนกราวด์ของโครงการตามรอยพ่อฯ ปี 8 จะเริ่มด้วยการฝึกอบรม หลักสูตรการป้องกัน เตือนภัย และฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤต หรือ CMS (Crisis Management Survival Camp) หัวข้อของการฝึกอบรม คือ ‘CMS สู้ อยู่ หนี รอดพอดีด้วยศาสตร์พระราชา’ ณ ศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชาคืนป่าสัก ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชน หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (วัดใหม่เอราวัณ) อ.เมือง จ.ลพบุรี

ส่วนกิจกรรมเอามื้อสามัคคี ปีนี้กำหนดจัด 2 ครั้ง ครั้งแรกที่ศูนย์ปราชญ์ศาสตร์พอเพียงบอกเล่าก้าวตาม อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ศูนย์การเรียนรู้ที่อดีตผู้ว่าราชการ จ. ชัยภูมิ นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้ว่าราชการ จ.ภูเก็ต ได้รวบรวมคนมีใจและมีความรู้ด้านหลักกสิกรรม มาถ่ายทอดความรู้ศาสตร์พระราชาเพื่อแก้ปัญหาด้านสุขภาพและด้านเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนให้แก่ชาวชัยภูมิ  และครั้งที่ 2  ณ โคก หนอง นาขาวัง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่ง ขาวัง คือ ร่องน้ำรอบแปลงนา  เป็นผืนนามหัศจรรย์แห่งภูมิปัญญาในการจัดการน้ำของชาวนาบางปะกง  ผืนนาที่นี่เป็นพื้นที่ระบบนิเวศ 3 น้ำ มีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม ทำนาในฤดูฝน ส่วนฤดูแล้งตั้งแต่น้ำกร่อยจนน้ำเค็มก็เลี้ยงกุ้งหอยปูปลา ซึ่งที่นี่อาจเป็นผืนนานิเวศ 3 น้ำที่เดียวในโลก  โดยจะมีกิจกรรมการปั่นจักรยานรณรงค์จากโคก หนอง นามหานคร (หนองจอก) ถึง โคก หนอง นาขาวัง จ.ฉะเชิงเทรา อีกด้วย นอกจากนี้ โครงการยังมีช่องทางสื่อสารในรายการเจาะใจ ซึ่งจะออกอากาศทางช่อง MCOT HD ในเดือนธันวาคม 2563

ทั้งนี้ สำหรับกิจกรรมออนกราวด์ โครงการฯ ได้จัดเตรียมอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยแก่ผู้ร่วมกิจกรรม อาทิ หน้ากากอนามัย เฟซชิลด์ ถุงมือผ้า ถุงมือยาง แอลกอฮอล์ทั้งแบบน้ำและแบบเจล และพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคบริเวณที่พักและอาคารที่มีการรวมตัวกัน ทั้งกำหนดระยะห่างระหว่างบุคคลในขณะทำกิจกรรม เพื่อให้เป็นไปตามนโยบาย New Normal ของรัฐบาลอีกด้วย

ผู้ที่สนใจติดตามกิจกรรมในโครงการ “พลังคนสร้างสรรค์โลก รวมพลังตามรอยพ่อของแผ่นดิน” ได้ทาง www.facebook.com/ajourneyinspiredbytheking หรือดูรายละเอียดที่ https://ajourneyinspiredbytheking.org

Share:

เปิดอย่างเป็นทางการแล้ว !! ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์กลับมาเปิดอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ #BelieveInMagic #เชื่อในความมหัศจรรย์

ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์
กลับมาเปิดอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ที่ได้ดำเนินการถึงขั้นตอนสุดท้าย พร้อมเปิดตัวต้อนรับเหล่านักผจญภัยปลายปี 2563 นี้
25 มิถุนายน 2563 – เหล่าเพื่อนดิสนีย์และแคสเมมเบอร์ขอต้อนรับเหล่านักผจญภัยทุกท่านสู่การกลับมาอย่างเป็นทางการของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ โดยทางสวนสนุกได้มีมาตรการเรื่องความปลอดภัยและความสะอาดอย่างเข้มงวด รวมไปถึงการเว้นระยะห่างภายในสวนสนุก เพื่อให้แขกทุกคนได้ #BelieveInMagic หรือ #เชื่อในความมหัศจรรย์ พร้อมผจญภัยและเพลิดเพลินในโลกแห่งเวทมนตร์อย่างไม่ต้องเป็นกังวล
ทางสวนสนุกยังมีกิจกรรมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสที่ได้กลับมาเปิดอีกครั้ง โดยมีคุณสเตฟานี ยัง กรรมการผู้จัดการฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ รีสอร์ท เป็นผู้เปิดงานบริเวณถนน Main Street ภายในสวนสนุก ซึ่งสามารถมองเห็นปราสาทที่เป็นสัญลักษณ์ของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ได้อย่างเด่นชัด พร้อมกับเหล่าเพื่อนดิสนีย์มากมาย เช่น มิกกี้ เม้าส์ มินนี่ เม้าส์ โดนัลด์ ดั๊ก และ กู๊ฟฟี่ ที่มารวมตัวกันแสดงความยินดีกับการกลับมาเปิดตัวอีกครั้งของสวนสนุก โดยบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความตื่นเต้น สนุกสนานรื่นเริง เพื่อเฉลิมฉลองวันสุดพิเศษนี้
แฟน ๆ ที่ตื่นเต้นกับการกลับมาของสวนสนุกหลังจากที่ปิดไปเป็นเวลาหลายเดือน ต่างได้รับการต้อนรับที่แสนอบอุ่นจากคุณสเตฟานี ยัง และ คุณเมโลดี้ ลึง แบรนด์แอมบาสเดอร์ของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ณ ประตูทางเข้าของสวนสนุก เพื่อพาทุกคนเข้าไปพบกับความมหัศจรรย์ ซึ่งเป็นมนต์เสน่ห์แห่งสีสันตามแบบฉบับของดิสนีย์อย่างแท้จริง
“ฉันรู้สึกขอบคุณสำหรับทุกการสนับสนุนที่น่าทึ่งของคนฮ่องกง และความเสียสละของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ รวมไปถึงแคสเมมเบอร์ของเราทุกคนที่ช่วยกันก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายนี้” คุณสเตฟานี ยัง กล่าว “สุขภาพและความปลอดภัยของแขก รวมไปถึงแคสเมมเบอร์ทุกคนจะเป็นสิ่งที่เราคำนึงถึงเป็นอันดับแรก โดยแคสเมมเบอร์ของเราได้ทำงานอย่างหนักในการวางมาตรการที่จำเป็นทั้งหมด เพื่อให้แขกทุกคนได้เพลิดเพลินไปกับโลกแห่งเวทมนตร์ของเรา”
การกลับมาของฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ มีการวางมาตรการอย่างเคร่งครัดด้านสุขภาพและความปลอดภัย ตามที่หน่วยงานสาธารณสุขและรัฐบาลได้กำหนดไว้ โดยสวนสนุกได้จัดทำมาตรการและขั้นตอนพิเศษต่าง ๆ อาทิ การจำกัดจำนวนคนในพื้นที่ แขกทุกท่านต้องทำการจองตั๋วเข้าสวนสนุกล่วงหน้า รวมไปถึง การเว้นระยะห่างในบริเวณที่ต้องเข้าคิว เช่น ร้านอาหาร เครื่องเล่น และ บริการอื่น ๆ พร้อมดำเนินการเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดเพื่อฆ่าเชื้อโรคภายในสวนสนุก

แคสเมมเบอร์ ขณะยืนต้อนรับแขกที่ตื่นเต้นกับการมาสวนสนุกเพื่อสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งดิสนีย์อีกครั้งพร้อมมาตรการรักษาความสะอาดและความปลอดภัย

ครอบครัวจากมูลนิธิ The Neighbourhood Advice-Action Council ได้มาใช้เวลาพักผ่อนในฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ซึ่งพวกเขาเผยว่าทั้งตื่นเต้นและสนุกที่ได้เล่นเครื่องเล่น Ant-Man and The Wasp: Nano Battle! กับครอบครัว
ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ ต้อนรับทุกคนกลับสู่โลกแห่งเวทมนตร์อีกครั้ง พร้อมสินค้าใหม่ ๆ และ ประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นอีกมากมาย

การก่อสร้างปราสาท Castle of Magical Dreams ได้ดำเนินการมาถึงช่วงสุดท้าย ด้วยกำหนดการที่จะพร้อมเปิดตัวช่วงปลายปี 2563 โดยปราสาทนี้จะเป็นสัญลักษณ์อันเปล่งประกายแห่งความกล้าหาญ ความหวัง และความเป็นไปได้ ซึ่งจะเป็นสัญลักษณ์ที่อยู่ในหัวใจของพวกเราทุกคนตลอดกาล” คุณสเตฟานี กล่าวเสริม

ถึงเวลาเพลิดเพลินกับเวทมนตร์จากดิสนีย์

คุณสามารถพบเจอกับเวทมนตร์ของดิสนีย์ ได้ทุกหนแห่งภายในสวนสนุก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่น หรือ การแสดง ที่กลับมาให้ทุกคนได้สัมผัสกับประสบการณ์ของความสุขอีกครั้ง นอกจากนี้ ทุกคนควรเตรียมกล้องให้พร้อมเสมอขณะอยู่ในสวนสนุก เพื่อเตรียมเก็บภาพความทรงจำสำหรับการปรากฏตัวของ มิกกี้ เม้าส์ มินนี่ เม้าส์ และผองเพื่อนของเขา เพราะพวกเขาอาจจะโผล่มาเซอร์ไพร์สคุณได้ทุกที่ทุกเวลา!

ชาร์จความสนุกได้ตลอดทั้งวันด้วยอาหารและเครื่องดื่ม รวมไปถึงสินค้าต่าง ๆ มากมาย ที่รอต้อนรับการกลับมาของทุกคน เพื่อสร้างความทรงจำที่แสนประทับใจกับความสุขในช่วงเวลาแห่งเวทมนตร์ไปด้วยกันอีกครั้ง
เกี่ยวกับฮ่องกงดิสนีย์แลนด์
ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ท มอบประสบการณ์ที่น่าจดจำ โดดเด่น และไม่เหมือนที่ใดในโลก ให้กับแขกทุกวัย ทุกเชื้อชาติ เพื่อเติมเต็มทุกคนด้วยเรื่องราวและตัวละครดิสนีย์ที่แต่ละคนชื่นชอบ ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สำรวจดินแดนมหัศจรรย์ทั้งเจ็ดแห่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของการเป็นที่ท่องเที่ยวที่ได้รับรางวัลมาแล้วมากมาย กับหลากหลายความบันเทิงและเครื่องเล่นที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งการผจญภัยของคุณจะสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ด้วยการเข้าพักที่โรงแรมสุดหรูของดิสนีย์ มากไปกว่านั้นเพื่อให้เวทมนตร์ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในสถานที่แห่งนี้ เรามีความใส่ใจในความเป็นอยู่ที่ดีของสังคม ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์จึงส่งต่อเวทมนตร์ผ่านโครงการเพื่อสังคมมากมาย ซึ่งจะช่วยเหลือชุมชนและครอบครัวที่ขาดแคลน และส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ให้แก่เยาวชนและครอบครัว พร้อมสนับสนุนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น

Share:

แกรนด์ แอสเสทฯ ยกระดับการท่องเที่ยวบนมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด พร้อมจับมือพันธมิตรธุรกิจ ชวนเที่ยวไทยกับ 6 โรงแรมรีสอร์ทชั้นนำ


แกรนด์ แอสเสทฯ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขภาพ พร้อมดูแลนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ ด้วยบริบทใหม่ด้านสุขอนามัย เพิ่มความมั่นใจด้วยการเป็นครั้งแรกของโรงแรมไทยที่ติดตั้งเครื่อง TytoCare และบริการแพทย์ออนไลน์โดยโรงพยาบาลพญาไท นำโซลูชั่นทันสมัยจากเอไอเอสมาใช้คัดกรองผู้เข้าพัก พร้อมเอาใจนักเดินทางด้วยบัตรกำนัลแทนเงินสดเพิ่มมูลค่าใช้บริการโรงแรมรีสอร์ทหรูได้ 6 แห่งในกรุงเทพ หัวหิน ปราณบุรี ภูเก็ต ตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชียราคาพิเศษ ประกันโควิด-19 จากทิพยประกันภัย สำหรับผู้ซื้อบัตรกำนัล และสิทธิประโยชน์จากไอซีบีซี และบัตรเครดิตกรุงไทย 
กรุงเทพฯ 24 มิถุนายน - แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้  บริษัทชั้นนำด้านการบริหารจัดการโรงแรม และพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ได้แถลงถึงความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจ โดยมี นายวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการ และ นายวิทวัส วิภากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ร่วมด้วย นพ.อภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย ผู้อำนวยการประสานงานฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลกลุ่ม Phyathai- Paolo Medical Campus  นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล  หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)  นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย นายวัน ฮัท โจเซฟ เชีย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายธุรกิจสาขา ธนาคารไอซีบีซี(ไทย) จำกัด(มหาชน) และนางสาวปริม ปัญญาเสรีพร ผู้อำนวยการ – ธุรกิจบัตรเครดิต (โรงแรม) บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงถึงความร่วมมือในครั้งนี้
นายวิชัย ทองแตง เปิดเผยว่า นับเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญขององค์กรเอกชนชั้นนำ ในการจับมือกันเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยวันนี้ประเทศไทยได้แสดงศักยภาพในการเป็นประเทศที่สามารถควบคุมและขจัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เป็นอันดับสองของโลก ส่งผลให้การเดินทางและจองห้องพักกลับมาคึกคักอีกครั้ง  นับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย สำหรับโรงแรมในเครือ แกรนด์ แอสเสทฯ ยังได้ยกระดับการท่องเที่ยวบนมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยสูงสุด โดยนักท่องเที่ยวและผู้มาใช้บริการทุกคนจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษด้วยบริบทใหม่ด้านสุขอนามัย และเป็นครั้งแรกในวงการโรงแรมไทยที่มีการนำวิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าและเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาสนับสนุน เพื่อให้นักท่องเที่ยวสัมผัสได้ถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพอย่างแท้จริง ซึ่งมาตรการต่างๆ นอกจากจะสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวชาวไทยแล้ว ยังเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่จะมีการเปิดรับนักท่องเที่ยวเดินทางระหว่างประเทศอีกด้วย 
นายวิทวัส วิภากุล เปิดเผยเพิ่มเติมว่า แกรนด์ แอสเสทฯ มีความร่วมมือกับกลุ่มพันธมิตรใน 2 ด้าน ได้แก่ ด้านความปลอดภัยด้านสุขภาพ  มีการร่วมมือกับ เครือโรงพยาบาลพญาไท  เอไอเอส  และ ทิพยประกันภัย ทั้งการติดตั้งเครื่องมือทางการแพทย์ TytoCare บริการแพทย์ออนไลน์โดยโรงพยาบาลพญาไท นำโซลูชั่นทันสมัยจากเอไอเอสมาใช้คัดกรองผู้เข้าพัก ประกันโควิด-19 จากทิพยประกันภัย ด้านการท่องเที่ยว เราได้รับความร่วมมืออย่างดีจากพันธมิตรชั้นนำ ทั้ง ตั๋วเครื่องบินแอร์เอเชียราคาพิเศษ และสิทธิประโยชน์จากธนาคารไอซีบีซี  และบัตรเครดิตกรุงไทย นอกจากนี้ แกรนด์ แอสเสทฯ ยังมีแผนเพิ่มสัดส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทย ด้วยการจัดทำชุดบัตรกำนัลเพิ่มมูลค่า ที่สามารถเลือกใช้บริการโรงแรมและรีสอร์ทระดับห้าดาวได้ถึง 6 แห่ง ทั้งในกรุงเทพ หัวหิน ปราณบุรี และภูเก็ต โดยเป็นโรงแรมในเครือแกรนด์ แอสเสทฯ 5 แห่ง  ได้แก่  ไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท,  รอยัล ออคิด เชอราตัน,  เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท กรุงเทพฯ, เชอราตัน หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ สปา, เชอราตัน หัวหิน ปราณบุรี วิลล่า และโรงแรมพันธมิตรอีก 1 แห่งได้แก่ อมาธารา เวลเนส รีสอร์ท ภูเก็ต โดยบัตรกำนัลราคา 6,000 บาท มีมูลค่า 10,000 บาท และบัตรกำนัลราคา 12,000 บาท มีมูลค่า 20,000 บาท ใช้ได้ทั้งห้องพัก รับประทานอาหาร และบริการสปา ซื้อได้ที่โรงแรมทั้ง 6 แห่ง ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 กรกฏาคมนี้ สามารถใช้ได้ทุกวัน ไม่มียกเว้นวันหยุด จนถึง 23 ธันวาคม 2563 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สามารถนำบัตรกำนัลไปเลือกใช้กับเชนโรงแรมที่ต่างกันได้
สำหรับมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขภาพจากเครือโรงพยาบาลพญาไท  นพ.อภิรักษ์ ปาลวัฒน์วิไชย กล่าวว่า เครือโรงพยาบาลพญาไท มีบริการทางการแพทย์เพื่อเสริมความมั่นใจให้ผู้เข้าพัก โดยเป็นครั้งแรกของโรงแรมในเมืองไทยที่จะมีการติดตั้งเครื่อง “TytoCare” เทคโนโลยีทางการแพทย์ล่าสุดที่สามารถตรวจร่างกายผู้ป่วยเบื้องต้น และส่งข้อมูลสุขภาพ อาทิ ปอด หัวใจ การเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต ช่องปาก ช่องหู ผิวหนัง ไปให้แพทย์วินิจฉัย ควบคู่กับบริการ "Clinic Connect" ปรึกษาแพทย์ทางออนไลน์ได้จากโรงแรม โดยผู้ใช้บริการไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล มีความร่วมมือในการจัดการด้านสุขอนามัย และการตรวจคุณภาพอากาศภายใต้ระบบ Indoor Air Quality การวัดคุณภาพอากาศ โดยเป็นการตรวจวัดค่าฝุ่นละออง สารพิษ สารก่อภูมิแพ้ การตรวจวัดอุณหภูมิ ในพื้นที่จุดสำคัญหลักของโรงแรม ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อภาวะสุขภาพของผู้เข้าพัก ความปลอดภัยของเครื่องมือเครื่องใช้ในโรงแรม ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์การรับรองโดยกลุ่มโรงพยาบาลพญาไท รวมถึงการอบรมด้านความปลอดภัยและสุขอนามัยให้พนักงานโรงแรม โดยเฉพาะส่วนงานบริการ ทั้งห้องพัก ห้องอาหาร ห้องประชุม สระว่ายน้ำ และยกระดับความปลอดภัยและการให้บริการอาทิ การอบโอโซนในห้องพัก รถพยาบาลพร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง เป็นต้น
ด้าน นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล เปิดเผยว่า “เอไอเอส” มีความร่วมมือในการนำเสนอโซลูชั่นเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เข้าพัก โดยนำ “ระบบอ่านอุณหภูมิบนใบหน้า (Thermal Face Recognition)” มาใช้คัดกรองผู้มาใช้บริการโรงแรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมการตรวจสอบอัตลักษณ์ใบหน้า ด้วยระบบ Face Recognition ทำให้สามารถบันทึกข้อมูลอัตลักษณ์และอุณหภูมิที่ตรวจสอบได้ในคราวเดียวกัน และสามารถแสดงจำนวนผู้มาใช้บริการแบบเรียลไทม์ พร้อม “ระบบติดตามตัว (Traveler Tracking Solution)” อุปกรณ์ติดตามการเดินทางของนักท่องเที่ยว ด้วยเทคโนโลยี NB-IoT ทำให้สามารถทราบข้อมูลย้อนหลัง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในกรณีที่ต้องมีการสอบสวนโรค มีระบบสามารถกำหนดพื้นที่เฝ้าระวังและแจ้งเตือนกรณีที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปในบริเวณดังกล่าว มีปุ่มกดฉุกเฉินแจ้งให้ระบบรับทราบกรณีเกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าทั่วไป   สามารถซื้อบัตรกำนัลเงินสดของแกรนด์ แอสเสทฯ ผ่านแอพพลิเคชั่น“จองสบาย” พร้อมมอบส่วนลดเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าเอไอเอส เซเรเนด อีกด้วย
ผู้ซื้อชุดบัตรกำนัล ยังจะได้รับประกันโควิด-19 จากทิพยประกันภัย โดย ดร.สมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า ทิพยประกันภัย พร้อมมอบความคุ้มครองให้แก่ผู้ใช้บริการโรงแรมที่ซื้อบัตรกำนัลแทนเงินสด ด้วยแผน “ประกันภัยคุ้มครองการติดเชื้อไวรัสโคโรนา” ที่คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลจากการติดเชื้อโควิด-19 สูงสุด 100,000 บาท พร้อมค่าชดเชยการเจ็บป่วยด้วยภาวะโคม่าจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา สูงสุด 100,000 บาท และยังมีความคุ้มครองการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอีก 100,000 บาท  โดยลูกค้าจะได้รับความคุ้มครอง เป็นระยะเวลา 30 วัน
พร้อมกันนี้ แกรนด์ แอสเสทฯ ยังมีความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวกับสายการบินไทยแอร์เอเชีย นายธรรศพลฐ์ แบเลเว็ลด์ เปิดเผยว่า จากความร่วมมือในครั้งนี้ ไทยแอร์เอเชีย ได้มอบบัตรโดยสารราคาพิเศษเส้นทางบินภายในประเทศให้กับผู้ที่จองห้องพักโรงแรมในเครือแกรนด์ แอสเสทฯ เพื่อให้มั่นใจว่านักท่องเที่ยวจะสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีที่ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวที่หลากหลายจะนำเอาจุดเด่นของผลิตภัณฑ์และบริการมาร่วมกันนำเสนอให้ผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือจากพันธมิตรด้านการเงิน ได้แก่ ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) โดย นายวัน ฮัท โจเซฟ เชีย เปิดเผยว่า ธนาคารจะมอบสิทธิพิเศษให้ผู้ถือบัตรเครดิตของธนาคาร ที่ซื้อบัตรกำนัลของแกรนด์ แอสเสทฯ โดยสิทธิพิเศษนี้เฉพาะผู้ถือบัตรเครดิตไอซีบีซีที่อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งมีทั้งลูกค้าชาวไทย และนักธุรกิจชาวจีนในเมืองไทยซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังในการใช้จ่ายเงินเพื่อการท่องเที่ยวสูง ในส่วนของ บัตรเครดิต เคทีซี โดย นางสาวปริม ปัญญาเสรีพร กล่าวว่า บัตรเครดิตเคทีซี มอบสิทธิพิเศษคุ้มค่า เพื่อให้สมาชิกบัตรได้สัมผัสประสบการณ์การพักผ่อนที่พิเศษสุด  โดยผู้ถือบัตรเครดิตเคทีซีทุกประเภท เมื่อซื้อบัตรกำนัลของแกรนด์ แอสเสทฯ  จะได้รับส่วนลดทันที 4% หรือ ผ่อนชำระ 0% 5 เดือน สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตที่ซื้อบัตรกำนัลผ่าน KTC World Travel Service Center ระหว่างวันที่ 1-31 กรกฏาคม 2563 สามารถเลือกรับส่วนลดทันที 4% หรือ เลือกผ่อนชำระ 0% นาน 5 เดือน และยังสามารถแลกคะแนนเท่ายอดซื้อ เพื่อเป็นส่วนลดเพิ่มอีก 12% ได้อีกด้วย

Share:

วันต่อต้านยาเสพติดโลก! สสส.- ศศก.เผยผลยาเสพติดในไทย12เดือนกัญชา-กระท่อมมาเป็นอันดับ1

อึ้งเฮโรอีนเพิ่มขึ้นในกลุ่มคนขายแรงว่างงาน วอนหามาตรการช่วยนักวิชาการม.สงขลาลุยวิจัยใช้“กระท่อม”ตามวิถีชาวบ้านกับผลกระทบต่อสมองคาดรู้ผลปลายปี63  
           
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2563 ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเสวนาออนไลน์ หัวข้อ “วันยาเสพติดโลก: กรณีกระท่อม กัญชา ยาบ้า ไอซ์” เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดโลกประจำปี 2563
            น.ส.รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญอันดับต้นด้านสุขภาพและปัญหาสังคม ของทุกประเทศทั่วโลก โดยมีทั้งที่ถูกกฎหมาย เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ เป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคทางกายและจิต อุบัติเหตุและความรุนแรง เป็นสารตั้งต้นที่เยาวชนอาจใช้ก่อนนำไปสู่การเสพยาเสพติดชนิดอื่นที่รุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะยาเสพติดผิดกฎหมายตามพ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ เช่น เมทแอมเฟตามีน กัญชา พืชกระท่อม เฮโรอีน เป็นต้น ทั้งนี้ปัญหายาเสพติดในเด็กและเยาวชนไทยยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะกลุ่มเด็กอายุ12-19 ปี ที่มีการใช้สารเสพติดมากถึงร้อยละ 3.72ในปี 2562โดยครึ่งหนึ่งกำลังเรียนอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น กลุ่มสารเสพติดที่ใช้เพิ่มขึ้น คือ กัญชา พืชกระท่อม และเฮโรอีน และมีแนวโน้มการใช้สารเสพติดผิดกฎหมายมากกว่าหนึ่งชนิดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
            รศ.พญ.รัศมน  กัลยาศิริ ผู้จัดการศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) กล่าวว่า จากการสำรวจสถานการณ์ด้านยาเสพติดในประเทศไทยรอบ12เดือนที่ผ่านมา ซึ่งคาบเกี่ยวกับช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ด้วย พบว่าผู้ที่ใช้สารเสพติด4.6%เป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง สารเสพติดที่ใช้มากที่สุดคือ กัญชา กระท่อม รองลงมาคือ ยาบ้า ยาไอซ์ ส่วนฝิ่น เฮโรอีน มอร์ฟีน แม้มีการใช้น้อย แต่ยังพบว่ามีการใช้อยู่ประปราย ที่ค่อนข้างอันตรายคือไอซ์กับยาบ้า ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาททำให้ไม่ง่วง แต่หากใช้ปริมาณสูงจะมีสารโคปามีนหลั่งออกมาเยอะทำให้มีอาการหลาดระแวง ไม่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง รู้สึกมีคนจะมาทำร้าย หากใช้ด้วยวิธีการฉีดเข้าเส้นทำให้เกิดการติดเชื้อเอชไอวี และเชื้อไวรัสตับอับเสบชนิดซีได้อีกด้วย ส่วนกัญชา จะมีสารทีเอชซี (THC) และซีบีดี (CBD) ซึ่งสารซีบีดีเป็นสารที่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ ขณะที่สารทีเอชซีจะมีฤทธิ์ทำให้เสพติดได้ หากใช้มากเสี่ยงเกิดอาการคล้ายกับยาบ้าคือ หวาดระแวง หูแว่วประสาทหลอน
            รศ.พญ.รัศมน กล่าวว่า สำหรับกระท่อม มีฤทธิ์กดประสาท ที่ต้องระวังคือการเอาไปผสมกับยารักษาโรคอื่นๆ ที่ออกฤทธิ์ ต่อสมอง ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายได้ เพราะทำให้เราคาดเดาผลข้างเคียงไม่ได้ โดยเฉพาะการผสมกับยาที่ออกฤทธิ์กดประสาทแบบเดียวกันยิ่งทำให้ออกฤทธิ์รุนแรงได้ ขณะที่เฮโรอีนค่อนข้างลดลงในปีที่ผ่านมา แต่ยังเจอในกลุ่มอาชีพเกษตรกร คนรับจ้าง คนว่างงาน ซึ่งกลุ่มเหล่านี้มีแนวโน้มมากขึ้น ทั้งนี้เฮโรอีนจะมีฤทธิ์กดสมอง กดการหายใจ หากใช้ปริมาณมากจะทำให้เกิดภาวะหยุดหายใจ และเสียชีวิตได้ และหากใช้แบบฉีดเข้าเส้นก็เสี่ยงติดเชื้อเอชไอวี และไวรัสตับอักเสบชนิดซี 
            “สิ่งที่ต้องนำมาพูดถึงด้วยคือ การสำรวจรอบ12เดือนในการใช้สารเสพติดช่วงโควิด ใน15จังหวัด อายุ15 ปี ขึ้นไป 1,825 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 20-24 พ.ค.พบว่า ถ้าเป็นสารเสพติดที่ใช้เพื่อการสังสรรค์ หรือเข้าสังคม เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือกระท่อมที่มีการผสมยาตัวอื่นๆ จะใช้น้อยลง แต่สารเสพติดที่ใช้เดี่ยวๆใช้เท่าๆกัน มีบางส่วนใช้น้อยลง อาจเพราะรู้ผลกระทบด้านสุขภาพ ทั้งนี้เทรนด์ทั่วโลกจะมองว่าคนที่เสพสารเสพติดที่ต้องได้รับการรักษา ไม่ใช่อาชญากร เพื่อให้คนที่พลาดไปเสพติดกล้าที่จะเข้ามาสู่การรักษา ซึ่งสัมพันธ์กับผลรักษาที่ดีในคนที่สมัครใจ ถ้ามองว่าสารเสพติดก็เหมือนโควิด-19 หากเราป้องกันตัวดี สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือสม่ำเสมอ และเว้นระยะห่างดี ก็ช่วยลดความเสี่ยงติดเชื้อได้ แต่ถ้าเกิดติดเชื้อขึ้นมา อย่าลืมว่าเราก็ยังมีทางรักษา การติดสารเสพติดก็เช่นเดียวกัน” รศ.พญ.รัศมน กล่าว
            ด้าน ผศ.ดร.สมชาย ศรีวิริยะจันทร์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ หาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า สารไมทราไจนีน (Mitragynine) เป็นสารที่อยู่ในพืชกระท่อม กระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว ทำงานทน แต่มีงานวิจัยว่าสารดังกล่าวหากใช้ไปนานๆ จะมีผลต่อการทำงานของสมอง ทั้งด้านความคิด ความจำ ความสามารถในการตัดสินใจ แต่ยังไม่มีการศึกษาอย่างเป็นทางการ ดังนั้น ตนจึงจะมีการศึกษาความสัมพันธ์ของระดับไมทราไจนีน ในเลือดกับผลกระทบต่อสมองของคนที่ใช้พืชกระท่อมในกลุ่มตัวอย่างผู้ใช้พืชกระท่อมตามวิถีชาวบ้านเป็นประจำ คือมากกว่า1 ปี กลุ่มตัวอย่างที่ ต.น้ำพุ อ.บ้านนาสาร จ.สุราษฎธานี จำนวน 220 คน คาดว่าจะมีความคืบหน้าในปลายปี 2563 และทันต่อการใช้ประกอบการพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับพืชกระท่อมได้
            “เราจะดูว่าสารไมทราไจนีนในเลือดเทียบกับภาวะสมอง มีความสัมพันธ์กันหรือไม่ หากกินมากขึ้นจะทำให้สาระสำคัญในเลือดมีความเข้มข้นมากขึ้นแค่ไหน เทียบกับคนที่กินไม่มาก และคนที่มีความเข้มข้นของสารดังกล่าวเยอะนั้นจะทำให้การทำงานของสมองแย่ลงจริงหรือไม่ แย่ลงมากกว่าคนที่กินน้อยหรือไม่ นี่คือสิ่งที่เราต้องหาคำตอบ เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีการศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง”ผศ.ดร.สมชาย กล่าว 
            นางสาวสุพจนี ชุติดำรง ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาสารสนเทศด้านลดอุปสงค์ สำนักพัฒนาการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด (สนง.ป.ป.ส.) กล่าวว่า จากการทำงานที่ผ่านมา ปปส. พบว่าชุมชนและสังคมมีอิทธิพลสูงทำให้เด็กเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ดังนั้นแผนการดำเนิงานด้านการป้องกันยาเสพติดในกลุ่มเยาวชน จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ1.เน้นสร้างเสริมความรู้ ทัศนคติ เจตคดิ ภูมิคุ้มกันให้กับตัวบุคคลทั้งที่เป็นกลุ่มเสี่ยง และไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง 2.ต้องสร้างพื้นที่โดยรอบให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยมากขึ้น เพราะเชื่อว่าหากเด็กและเยาวชนเห็นว่ายาเสพติดเป็นสิ่งไม่ดี บวกกับการได้อยู่ในชุมชนที่ดี โอกาสที่เค้าจะเติบโตเป็นผู้ที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดก็มีเปอร์เซ็นต์สูงเช่นกัน
            ด้าน นายสุขวิชัย  อิทธิสุคนธ์ หรือ ม๊อบ เยาวชนที่เคยมีประสบการณ์คนในครอบครัวเกี่ยวข้องกับยาเสพติด กล่าวว่า ตนโตมาท่ามกลางปัญหายาเสพติด ชุมชนเป็นพื้นที่เสี่ยง เมื่อปี2546 ตอนนั้นอายุ6ขวบ ได้สูญเสียพ่อที่ถูกวิสามัญในข้อหาผู้ค้ารายใหญ่ ส่วนลุงเสียชีวิตเพราะเสพยาเกินขนาด และเคยถูกคนในชุมชนใช้ให้ไปส่งยาเพื่อแลกกับเงิน เหตุการณ์ที่ผ่านมากลายเป็นแรงกะตุ้นที่สอนให้เริ่มรู้จักปฏิเสธ และเมื่อมีโอกาสได้ทำกิจกรรมรณรงค์เกี่ยวกับยาเสพติด ทำให้มีภูมิคุ้มกันหนักแน่นในอุดมการณ์ พร้อมที่จะทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยการชักจูงเด็กในชุมชนมาทำกิจกรรมยามว่าง เช่น ตีกลองยาว เชิดสิงโตเด็ก ทำสิ่งประดิษฐ์ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กกลุ่มเสี่ยงเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และยังเป็นการช่วยให้ชุมชน ครอบครัวเข้มแข็งมีความสุข
Share:

ไขมันพอกตับ ภัยเงียบทำลายสุขภาพ

ไขมันพอกตับ ถือเป็นโรคอีกหนึ่งโรคที่พบได้บ่อย สาเหตุเกิดจากพฤติกรรมการกิน เช่น การดื่มแอลกอฮอล์ ส่งผลทำให้ตับทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพจนเป็นที่มาของไขมันพอกตับ รวมถึงปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ คือ โรคอ้วน โดยเฉพาะการอ้วนแบบลงพุง ผู้ป่วยเบาหวานมีโอกาสเป็นโรคตับจากไขมันเกาะตับเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการรับประทานอาหารมัน อาหารหวาน หรือคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป อาหารเหล่านี้จะไปเปลี่ยนเป็นไตรกลีเซอไรด์ในตับ เมื่อร่างกายไม่สามารถนำไปใช้ได้หมดจะเกิดการสะสมขึ้นที่ตับ หากละเลยในการดูแลสุขภาพอาจทำให้เกิดภาวะตับแข็งและอาจเป็นมะเร็งตับได้ในที่สุด

โรคนี้สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัย แต่จะพบมากในช่วงอายุ 40-50 ปีขึ้นไป ที่ระบบเผาผลาญอาหารเริ่มมีประสิทธิภาพลดลง และยังเป็นภัยเงียบที่ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวว่าตับมีความผิดปกติ เพราะส่วนใหญ่ไม่แสดงอาการ ซึ่งการเข้ารับการตรวจระบบทางเดินอาหารและตับ จึงเป็นแนวทางที่จะช่วยเช็คสุขภาพตับก่อนที่จะถูกทำลายและกลายเป็นโรคร้ายที่ไม่อาจรักษาให้หายได้ทันท่วงที โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งตับ ผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุง BMI เกินมาตรฐาน ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ที่ดื่มสุราเป็นเวลานาน ผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงไวรัสตับอักเสบ รวมถึงผู้ที่กินยาหรือสมุนไพรเป็นเวลานาน

โรงพยาบาลธนบุรี #เป็นห่วงนะ จัดโปรโมชั่น We Love Liver ตรวจสุขภาพตับด้วยไฟโบรสแกน (FibroScan) ซึ่งเป็นเครื่องมือทันสมัยเฉพาะทางใช้ตรวจเพื่อดูสภาพการเกิดพังผืดในเนื้อตับ โดยไม่ต้องเจาะตับ ไม่เกิดความเจ็บปวดกับร่างกายทั้งขณะรับการตรวจและภายหลังรับการตรวจ แม่นยำ และทราบผลได้ทันที สำหรับลูกค้าท่านแรก ราคา 2,200 บาท ท่านที่สอง เหลือเพียง 1,800 บาท ได้ตั้งแต่วันนี้ - กรกฎาคม 2563 ตรวจก่อน รู้ก่อน ยิ่งทำให้รักษาได้ทันและมีประสิทธิภาพมากเท่านั้น

สอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ โทร. 0-2487-2000 ต่อ 2005-7 หรือ https://www.thonburihospital.com/ และ www.facebook.com/thonburihospitalclub

Share:

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดโครงการประกวดทำคลิปเผยแพร่ “มารยาทไทย แก้ไขปัญหาจราจร” ในหัวข้อ “สัญจรดี วิถีไทย” ชิงทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 600,000 บาท

กรุงเทพ : กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.)  กระทรวงวัฒนธรรม  จัดการประกวดทำคลิปเผยแพร่ “มารยาทไทย แก้ไขปัญหาจราจร”   ในหัวข้อ “สัญจรดี วิถีไทย” ชิงทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 600,000 บาท เพื่อปลูกจิตสำนึกให้คนรุ่นใหม่และประชาชนทั่วไปให้ความสำคัญกับมารยาทไทยและวินัยจราจร  เปิดโอกาสให้ได้มีการใช้พื้นที่การแสดงออกทางความรู้ ความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์บนโลกโซเชียลมีเดียให้เกิดประโยชน์และส่งเสริมวัฒนธรรมไทย และเพื่อประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไปตระหนักถึงการใช้มารยาทไทยแก้ไขปัญหาจราจร
นางสาวอัจฉราพร  พงษ์ฉวี รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า โครงการจัดการประกวดทำคลิปเผยแพร่ “มารยาทไทย แก้ไขปัญหาจราจร”   ในหัวข้อ “สัญจรดี วิถีไทย” เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐหลายภาคส่วน เพื่อที่จะให้การสร้างวินัยการจราจรเป็นวาระแห่งชาติ  ความเร่งรีบต่างๆ ทำให้คนทะเลาะเบาะแว้งกัน การขาดน้ำใจไมตรีบนท้องถนน บางส่วนไม่เคารพกฎจราจร
โดยเฉพาะการใช้สื่อโซเซียลเผยแพร่ความไม่เหมาะสมต่าง ๆ จากปัญหาที่เกิดขึ้นภาคส่วนที่เกี่ยวข้องพยายามบูรณาการร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ความร่วมมือปลุกจิตสำนึกการใช้รถใช้ถนน นำความเป็นไทย สร้างวินัยจราจรให้สังคมเร่งจัดทำแนวทางกิจกรรมการรณรงค์ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย สร้างวินัยจราจรในระดับชาติ ประชาสัมพันธ์สร้าง ความรู้ความเข้าใจ ให้ประชาชนตระหนักและเห็นคุณค่าในการใช้รถใช้ถนนด้วยความปลอดภัย มีจิตสำนึก รับผิดชอบ มีน้ำใจ และเอื้ออาทรให้แก่กันบนท้องถนน มีมารยาทที่ดีในการขับขี่ยานพาหนะ กระตุ้นจิตสำนึก
โดยใช้มารยาทไทยควบคู่กับวินัยจราจร มีน้ำใจไมตรี และการไหว้ขอบคุณและขอโทษ ซึ่งกรมส่งเสริมวัฒนธรรมเคยรณณรงค์ในเรื่องนี้มาแล้ว การรณรงค์เรื่องวินัยจราจรให้เป็นรูปธรรม ต้องอาศัยเวลาแต่ถ้าทุกภาคส่วนทำงานร่วมกันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เชื่อว่าจะสำเร็จผลอย่างยั่งยืน 
โดยโครงการจัดการประกวดทำคลิปเผยแพร่ “มารยาทไทย แก้ไขปัญหาจราจร”   ในหัวข้อ “สัญจรดี วิถีไทย” นั้น จะมีการประชาสัมพันธ์กิจกรรมผ่านสื่อและช่องทางต่าง ๆ อยากให้น้องๆที่สนใจร่วมส่งผลงานมาประกวดกันมาก ๆ เพราะนอกจากจะได้รับทุนการศึกษาแล้ว ยังได้เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทยในการช่วยเหลือให้สังคมไทยมีมารยาทและวินัยจราจรอีกด้วย” รองอธิบดีฯ กล่าว 

Share:

“เบต้าแคล” แถลงยันข้อเท็จจริง สินค้าที่ซื้อจาก บจก.โฮปฟูล เป็นสินค้าได้รับเลข อย.อย่างถูกต้อง และมีคุณภาพ

จากกรณีข่าว อย. (องค์การอาหารและยา) เตือนระวังผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเบต้าแคลยกเลิกเลข อย. แต่แอบขาย ตามที่ได้มีการเผยแพร่ออกมาผ่านทางเว็บไซต์ www.oryor.com, เฟซบุ๊ค Fda Thai และสำนักข่าวออนไลน์ต่างๆ เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2563 
โดยระบุว่า ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเบต้าแคล มีการใช้เลข อย. (เลขสารบบอาหาร) 11-1-11054-5-0209 โดยผู้รับอนุญาตคือ บริษัท พี.พี.เนเจอร์ แคร์ จำกัด ตั้งอยู่ตำบลแพรกษาใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ที่ อย. แจ้งว่าสถานะปัจจุบันเลข อย. ดังกล่าวได้ถูกยกเลิกไปแล้ว แต่มีการมาออกจำหน่ายแก่ผู้บริโภคนั้น เป็นสินค้าปลอม ซึ่งเกิดจากบุคคลผู้ไม่หวังดีและแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ได้กระทำการปลอมสินค้าและวางจำหน่ายในตลาด
นายอรรคพล หยกยิ่งยง ประธานกรรมการ บริษัท โฮปฟูล จำกัด เจ้าของแบรนด์และผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเบต้าแคล (BETACAL) จัดงานแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริง พร้อมแสดงหลักฐาน เลขสารบบที่ได้รับการรับรองจาก อย. อย่างถูกต้อง ของผลิตภัณฑ์ เบต้าแคล พลัส (BETACAL PLUS) 13-1-01760-5-0113 และ เบต้าแคล (BETACAL) 13-1-01760-5-0099 ผลิตโดย บริษัท เซลล์ เนเจอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 55/41 หมู่ 4 ตำบลบึงคำพร้อย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12150 เท่านั้น ซึ่งข้อมูลดังกล่าวมีแจ้งบริเวณหลังกล่องผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม บริษัท โฮปฟูล จำกัด ในฐานะเจ้าของ  แบรนด์ “เบต้าแคล” ตัวจริง ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่ผลิต จัดจำหน่าย และปลอมสินค้า ทั้งทางแพ่งและทางอาญาแล้ว พร้อมยืนยันและให้ความมั่นใจต่อผู้บริโภคทุกท่านว่า สินค้าที่ซื้อจากบริษัท โฮปฟูล จำกัด เป็นสินค้ามีคุณภาพไม่อันตราย และได้รับเลข อย. (เลขสารบบอาหาร) ถูกต้อง หากมีข้อสงสัยต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเบต้าแคลทั่วประเทศ หรือ ตรวจสอบสถานะเลข อย. ได้ด้วยตัวเองผ่าน 4 ช่องทาง คือ Line : @FDAthai, ORYOR Smart Application, www.fda.moph.go.th, www.oryor.com หรือ ตรวจสอบที่สายด่วน อย. 1556
โดยการแถลงข่าวในครั้งนี้มี ณัฏฐ์ชัญญา พลพัชร์พิชญะ ที่ปรึกษาด้านการตลาด, สุภัทร คชเชน ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย และ นาวิน เหมรัชดานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซลล์ เนเจอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ร่วมให้ข้อมูลกับสื่อมวลชน ณ ห้อง เลอ โลตัส 2 ชั้น 2 โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา

Share:

Breaking News

STATISTICS ::

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

Telephone :: คุณเอ๋​ (+66) 081 434 5154
Email :: Insightoutstory@gmail.com

Add Line Click 👇👇

Translate

Deep Tissue Massage Yoga

Review By Nichapa

บทความที่ได้รับความนิยม

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก