สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนอ) จัดทำบุญเลี้ยงพระ เนื่องในโอกาสครบรอบ 87ปี



รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ 

นายกสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนอ) จัดทำบุญเลี้ยงพระ เนื่องในโอกาสครบรอบ 87ปี แห่งการสถาปนาสมาคม 

และหลังเลี้ยงอาหารกลางวันได้จัดงาน TEA-TALK "Start up Mindset" มีการบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “เปลี่ยน...ก่อนถูกบังคับให้เปลี่ยน” โดย ดร.พลอย สุขาดา วิจิตรวาณิชย์พงษ์ เมื่อเร็วๆนี้ 




Share:

แฟร์มอนต์ แอมบาสเดอร์ โซล ตัวแทนแห่งความโมเดิร์นของกรุงโซลเปิดให้บริการแล้ววันนี้

เพิ่มสีสันแก่ย่านยออิโดแห่งกรุงโซลกับการเปิดตัวโรงแรมแฟร์มอนต์แห่งแรกในเกาหลีใต้

โซล, 24 กุมภาพันธ์ 2564: แฟร์มอนต์ โฮเทลแอนด์รีสอร์ท ประกาศการเปิดตัวโรงแรมภายใต้แบรนด์แฟร์มอนต์ แห่งแรกในเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 แฟร์มอนต์ แอมบาสเดอร์ โซล (Fairmont Ambassador Seoul) ตั้งอยู่ในโครงการมิกซ์ยูส Parc 1 Complex อันเป็นสถานที่สำคัญแห่งใหม่ที่สวยงามแห่งย่านยออิโด พร้อมต้อนรับผู้นำระดับโลก นักธุรกิจ ครอบครัว และนักท่องเที่ยวนำสมัยที่มองหาประสบการณ์อันยากจะลืมเลือน แฟร์มอนต์ แอมบาสเดอร์ โซล เป็นหนึ่งในโรงแรมภายใต้แบรนด์แฟร์มอนต์ที่โดดเด่นกว่า 80 แห่งทั่วโลกที่ผสมผสานเสน่ห์อันเย้ายวนเข้ากับวัฒนธรรม เป็นที่ซึ่งเหมาะแก่การเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษหรือเหตุการณ์สำคัญต่างๆแฟร์มอนต์ แอมบาสเดอร์ โซล ตั้งอยู่ในย่านยออิโด เกาะเล็กๆ ริมแม่น้ำฮัน เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ตัวโรงแรมเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟใต้ดิน ห้างสรรพสินค้าฮุนได และอาคารสำนักงานแห่งใหม่ๆ ซึ่งจะมอบความสะดวกสบายอย่างเหนือชั้น แขกผู้มาเยือนจะสามารถสัมผัสได้ถึงวิถีใหม่ของวัฒนธรรมการใช้ชีวิตในเมืองที่รายล้อมไปด้วยทัศนียภาพอันงดงามของตึกระฟ้าในบริเวณใกล้เคียงและสายน้ำอันเป็นสัญลักษณ์ของกรุงโซล โครงการ Parc. 1 Complex ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังระดับโลกอย่างริชาร์ด โรเจอร์ส (Richard Rogers) ประสานสุนทรียศาสตร์แบบเกาหลีเข้ากับสไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับความทันสมัยอย่างลงตัว

“เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เปิดตัวแบรนด์แฟร์มอนต์เป็นครั้งแรกในกรุงโซล” การ์ธ ซิมมอนส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแอคคอร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ กล่าว “แบรนด์แฟร์มอนต์เป็นที่รู้จักในระดับโลกในด้านความยิ่งใหญ่และทีมงานที่มุ่งมั่นสร้างทุกประสบการณ์การเข้าพักให้เป็นที่น่าประทับใจและน่าจดจำ เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นการเติบโตของแบรนด์แฟร์มอนต์ในกรุงโซล มหานครที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และเต็มไปด้วยเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่น่าอนุรักษณ์และทันสมัยอันหลากหลาย”

แฟร์มอนต์ แอมบาสเดอร์ โซล ประกอบไปด้วยห้องพักและห้องสวีท 326 ห้อง ห้องอาหารสี่แห่ง สระว่ายน้ำในร่ม สปา ฟิตเนส และพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมที่หลากหลาย ห้องพักประเภทแฟร์มอนต์ โกลด์ (Fairmont Gold) พร้อมมอบประสบการณ์ที่หรูหราที่เหนือกว่าด้วยทีมงานที่ทุ่มเทมุ่งมั่นที่จะมอบบริการสุดพิเศษตามความชอบของแขกแต่ละท่าน รวมไปถึงสิทธิพิเศษต่างๆ เช่น เมนูอาหารที่คัดสรรเป็นอย่างดี และสิทธิการเข้าใช้สิ่งอำนวยความสะดวกพิเศษ อาหารเช้า น้ำชายามบ่าย คานาเป้ยามเย็น และบาร์ส่วนตัว

แฟร์มอนต์ แอมบาสเดอร์ โซล จะกลายเป็นสถานที่สำคัญแห่งใหม่ในแผนที่ค้นพบประสบการณ์ด้านอาหารในกรุงโซล ด้วยห้องอาหารและบาร์อันมีเอกลักษณ์สามแห่ง สเปคตรัม (Spectrum) นำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นที่ดีที่สุดผ่านอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอาหารตะวันตก ครัวแบบเปิดจะพานักชิมเข้าสู่การเดินทางสำรวจประสบการณ์ทางด้านอาหารที่มีเสน่ห์ ชั้น 29 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของโรงแรมเป็นที่ตั้งของ มาริโปซ่า (Mariposa) ดึงดูดนักชิมด้วยคอร์สอาหารยุโรปแบบโมเดิร์น และอาหารสไตล์กูร์เมต์ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ มีที่นั่งทั้งส่วนในร่มและนอกระเบียง M29 คือ บาร์บนดาดฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมมอบช่วงเวลาที่น่าจดจำด้วยค็อกเทลสร้างสรรค์ตามความชอบของนักดื่ม ทิวทัศน์มุมกว้างของแม่น้ำฮัน และเส้นขอบฟ้าของกรุงโซล ดิ เอเทรียม เล้านจ์ (The Atrium Lounge) เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำหรับการพบปะในบรรยากาศโล่งสบาย เสิร์ฟกาแฟคุณภาพยอดเยี่ยม ชาที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี และแชมเปญชื่อดัง

โรงแรมมีให้บริการห้องแกรนด์บอลลูมหนึ่งห้องและห้องประชุม 10 ห้อง พื้นที่รวมทั้งหมด 1,995 ตารางเมตร สำหรับจัดงานเลี้ยงและงานอีเว้นต์หลากหลายรูปแบบ แกลเลอรี 7 (Gallery 7) ครอบคลุมพื้นที่หนึ่งชั้นของโรงแรม สามารถเลือกจัดงานต่างๆ ทั้งงานเฉลิมฉลอง งานเลี้ยงครอบครัว ไปจนถึงงานประชุมทางธุรกิจที่หรูหรา

แฟร์มอนต์ ฟิต (Fairmont Fit delivers) มอบประสบการณ์ด้านสุขภาพที่เลือกสรรมาอย่างดีที่สุด แขกสามารถเพลิดเพลินไปกับสระว่ายน้ำในร่ม ฟิตเนสพร้อมเครื่องออกกำลังกายจาก Technogym Artis หรือเลือกออกกำลังกายกับโปรแกรมที่ออกแบบเฉพาะสำหรับบุคคลโดยผู้เชี่ยวชาญด้านฟิตเนส

ทีมงานของ แฟร์มอนต์ แอมบาสเดอร์ โซล รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้นำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ของความเป็นเออร์เบิร์น ลักซ์ชัวรี่ ในใจกลางกรุงโซลที่มีชีวิตชีวา เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ตั้งอยู่ภายในโครงการ Parc.1 Complex ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญและมีชื่อเสียงแห่งใหม่ล่าสุดในเมืองหลวงนี้ ด้วยภาพลักษณ์ที่อบอุ่น เหนือกาลเวลา และน่าดึงดูดใจของแบรนด์แฟร์มอนต์ แอมบาสเดอร์ เรามุ่งมั่นที่จะเป็นสถานที่พบปะรวมตัวของกลุ่มผู้นำทางธุรกิจ กลุ่มผู้คิดค้นและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ทั้งในวันธรรมดาและในโอกาสสำคัญ แฟร์มอนต์ได้สร้างความผูกพันธ์กับชุมชนต่างๆที่ตั้งอยู่เป็นเวลากว่าหนึ่งศตวรรษ โรงแรมของเราพร้อมจะเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญของยออิโดและนำเสนอวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานวัฒนธรรมเมืองอันหรูหราเข้ากับอาหารและเครื่องดื่มอันเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น” คาร์ล แกเนี่ยน ผู้จัดการทั่วไป แฟร์มอนต์ แอมบาสเดอร์ โซล กล่าว “เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ต้อนรับแขกคนสำคัญเพื่อร่วมสร้างความทรงจำอันแสนประทับไปด้วยกัน”


Share:

The Swan Takes Flight: สวารอฟสกี้ สร้างปรากฏการณ์ความเจิดจรัสรูปแบบใหม่

 

WONDERLAB เมื่อเวทมนตร์และวิทยาศาสตร์ได้มาบรรจบกัน สวารอฟสกี้ ฉลองครบรอบ 125 ปี พร้อมสร้างปรากฏการณ์ความเจิดจรัสรูปแบบใหม่ จากแบรนด์ที่จุดประกายแห่งความสุขให้แก่ผู้คนทั่วทุกมุมโลก ด้วยความเชี่ยวชาญ นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบคริสตัลด้วยความประณีต ล้วนแล้วแต่เป็นหัวใจสำคัญที่แสดงถึงตัวตนของสวารอฟสกี้มาอย่างยาวนาน วันนี้สวารอฟสกี้ได้เริ่มต้นยุคใหม่ด้วยวิสัยทัศน์แห่งอนาคต ที่แสดงถึงการเติบโตภายใต้แนวคิดชวนหลงใหล เพื่อพาทุกคนไปพบกับโลกแห่งประกายระยิบระยับใบใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์  

จิโอวานน่า แบทแทกเลีย อิงเกอเบิร์ท (Giovanna Battaglia Engelbert) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์คนใหม่ของสวารอฟสกี้
จิโอวานน่า แบทแทกเลีย อิงเกอเบิร์ท (Giovanna Battaglia Engelbert)
ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์คนใหม่ของสวารอฟสกี้
โรเบิร์ต บุคเบาเออร์ ซีอีโอของแบรนด์กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 125 ปี สวารอฟสกี้ได้รังสรรค์และพัฒนาชิ้นงานคริสตัลอันงดงามที่แสนประณีตขึ้นมามากมาย ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่สะท้อนถึงตัวตนของแบรนด์ได้อย่างสวยงาม ผมตื่นเต้นมากที่จะได้เขียนหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ให้กับเรื่องราวความสำเร็จอันน่าจดจำครั้งนี้ ด้วยการยกระดับแบรนด์สวารอฟสกี้ให้กลายเป็นแบรนด์หรูหราที่สามารถเข้าถึงได้ และกลายเป็นไลฟ์สไตล์คริสตัลอย่างแท้จริง” 

THE SWAN TAKES FLIGHT

หงส์ ถือเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงความเป็นสวารอฟสกี้อันเป็นตำนาน ซึ่งได้กลายเป็นเอกลักษณ์ที่น่าจดจำของแบรนด์มาอย่างยาวนาน โดยได้รับการออกแบบใหม่ผ่านมุมมองการรังสรรค์คริสตัลของจิโอวานน่า ภายใต้คอนเซ็ปต์ Wonderlab สถานที่ที่เวทมนตร์และวิทยาศาสตร์ได้มาบรรจบกัน จึงเกิดเป็นความรู้สึกพิเศษและงดงาม เป็นเวทมนตร์มหัศจรรย์ที่ทุกคนควรได้ลองสัมผัส เราจึงอยากเชิญชวนทุกคนเข้าสู่โลกใบใหม่ของสวารอฟสกี้

ถึงเวลาแล้วที่หงส์ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของสวารอฟสกี้ พร้อมสยายปีกบินเพื่อต้อนรับการเปลี่ยนแปลงของสวารอฟสกี้ ผ่านมุมมองและจินตนาการของจิโอวานน่า ด้วยรูปลักษณ์โฉมใหม่ คอที่ยาวระหงและท่วงท่าที่สง่างาม เพื่อเป็นตัวแทนของความงดงามและความรักอันเป็นนิรันดร์ เฉกเช่นเดียวกับความมุ่งมั่นเพื่อผลิตงานคริสตัลชิ้นเลิศ ที่ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์และสืบเนื่องมาอย่างยาวนาน โดยการปรับโฉมครั้งสำคัญนี้ สวารอฟสกี้ยังคงยึดมั่นกับตัวตนที่แท้จริงที่สะท้อนถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างโดดเด่น พร้อมตอกย้ำถึงมรดกแห่งความเจิดจรัสอันเป็นตำนานที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น

ขั้นตอนสุดท้ายของการแปลงโฉมสัญลักษณ์ของสวารอฟสกี้นี้ มาในรูปทรงแปดเหลี่ยมที่ล้อมรอบตัวหงส์คล้ายกับลูกกวาด โดยรูปทรงแปดเหลี่ยมเป็นตัวแทนของการเกิดใหม่รับกับเหลี่ยมคริสตัลที่เจียระไนได้เป็นอย่างดี เปรียบกับงานฝีมือการประดิษฐ์คริสตัลของสวารอฟสกี้ที่ยากจะมีใครเทียบได้ 

INSTANT WONDER – A FEAST FOR THE SENSES 

Wonderlab ถูกเนรมิตขึ้นมาทั้งหมด 28 แห่งทั่วทุกมุมโลก เพื่อเป็นแกลเลอเรียที่รวบรวมความเป็นอัตลักษณ์ของสวารอฟสกี้ โดยได้เริ่มขึ้นในเมืองมิลานเป็นที่แรก เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 และจะเปิดตัวในอีก 27 แห่งตามมาในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก รวมไปถึงในปารีสและนิวยอร์กอีกด้วย 

ด้วยการออกแบบที่สะท้อนถึงแคมเปญที่กำลังจะเปิดตัวพร้อมความเจิดจรัสรูปแบบใหม่ แขกผู้มาเยือนทุกคนจะได้รับการต้อนรับสู่สถานที่ที่เต็มไปด้วยสีสันอันมีชีวิตชีวา การผสมผสานของวัสดุ ประติมากรรม และแนวคิดการสร้างสรรค์ใหม่ ๆ เพื่อค้นหาเสน่ห์ในตัวเอง และจุดประกายความมั่นใจให้กับทุกคน ร้าน Instant Wonder จากสวารอฟสกี้ พร้อมมอบประสบการณ์ความมหัศจรรย์ดั่งความฝันให้เกิดขึ้นจริง ด้วยชิ้นส่วนของคริสตัลที่ประดับประดาราวกับลูกกวาด ซึ่งถูกเติมเต็มด้วยเครื่องประดับชิ้นต่าง ๆ อาทิ สร้อย นาฬิกา เครื่องประดับตกแต่งบ้าน รวมถึงภายในแกลเลอเรียที่ถูกแต่งแต้มด้วยฉากหลังของภาพเงาโลโก้แปดเหลี่ยมโฉมใหม่ของสวารอฟสกี้ที่ทำจากแพ็กเกจจิ้งใหม่

นอกเหนือจากการเปิดแกลเลอเรียในบางเมืองแล้ว การเปิดตัวร้าน Instant Wonder ของสวารอฟสกี้ ยังสามารถรับชมได้ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมีการจัดทัวร์เสมือนจริง เพื่อเปิดให้ชมตัวอย่างชิ้นงานในคอลเลกชันใหม่ เผยให้เห็นถึงแรงบันดาลใจและแนวคิดเบื้องหลังคอลเลกชัน เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสและมีส่วนร่วมกับคอลเลกชันนี้มากยิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบร่วมกับ Villa Eugenie ในกรุงปารีส ทำให้ร้านค้าของสวารอฟสกี้สามารถสร้างประสบการณ์ที่น่าอัศจรรย์อย่างเหนือระดับให้กับทุกคนได้ทั่วทุกมุมโลก

กิจกรรมทั้งหมดจะถูกจัดขึ้นภายใต้ความเจิดจรัสรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโทนสี รูปลักษณ์ รวมไปถึงอารมณ์และความรู้สึกทั้งหมด เพื่อถ่ายทอดโลกใบใหม่ของสวารอฟสกี้ให้เป็นที่ประจักษ์และน่าจดจำ ภายใต้การดูแลของ จิโอวานน่า สวารอฟสกี้จะมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจและน่าหลงใหลในโลกแห่งเครื่องประดับ ที่จะสร้างความประทับใจพร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนทั่วโลก 

เกี่ยวกับสวารอฟสกี้

สวารอฟสกี้กับนิยามใหม่ Wonderlab เมื่อเวทมนตร์และวิทยาศาสตร์ได้มาบรรจบกัน

สวารอฟสกี้นำเสนอสินค้าหลากหลายประเภทที่เป็นหนึ่งในด้านคุณภาพ ฝีมือการประดิษฐ์ และความคิดสร้างสรรค์ หลังจากก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1895 ในประเทศออสเตรีย สวารอฟสกี้ได้ออกแบบ ผลิต และจัดจำหน่ายคริสตัลคุณภาพสูง อัญมณีแท้ ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เช่น เครื่องประดับ แอคเซสเซอรี่ รวมถึงของตกแต่งภายใน และโซลูชั่นไลท์ติ้ง Swarovski Crystal Business พร้อมด้วยบริษัทในเครือ Swarovski Optik (ทัศนอุปกรณ์) และ Tyrolit (เครื่องมือเจีย ตัด ขัด เจาะ) รวมกันเป็นบริษัทภายใต้ Swarovski Group 

การสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนและโลกใบนี้อย่างมีความรับผิดชอบเป็นมรดกตกทอดที่สำคัญของสวารอฟสกี้เสมอมาและปัจจุบันยังคงปลูกฝังอยู่ในโครงการส่งเสริมความยั่งยืนที่แข็งแกร่งของบริษัท นอกจากนี้แล้ว โครงการ Swarov-ski Waterschool ยังมอบความรู้แก่ประชาชนทั่วโลกและเข้าถึงเด็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ในบริเวณแม่น้ำสายสำคัญที่สุดโลกมาแล้วกว่า 500,000 คน 

ส่วน Swarovski Foundation ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2013 เพื่ออุทิศให้แก่ผู้ก่อตั้ง แดเนียล สวารอฟสกี้ ได้ดำเนินงานเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความเป็นอยู่ของผู้หญิงและเด็ก รวมไปถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม


Share:

บำรุงราษฎร์ เปิด “ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ” พลิกโฉมการดูแลรักษาข้อและเวชศาสตร์การกีฬาครบจบในที่เดียว พร้อมจัดทัพทีมแพทย์ศักยภาพเป็นที่ยอมรับ ย้ำผู้นำด้านการบริบาลสุขภาพแบบองค์รวม


จากสถานการณ์ระบาดวิทยา องค์การอนามัยโลกได้คาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยกระดูกและข้อเพิ่มขึ้นจาก 400 ล้านคนใน พ.ศ. 2551 เป็น 570 ล้านคนใน พ.ศ. 2563 ในขณะที่ผลสำรวจประเทศไทย พบว่ามีผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อในคนไทย พ.ศ. 2563 มากกว่า 6 ล้านคน แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ โรคข้อเสื่อมยังเป็นภาระโรคที่สำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น และเป็นโรคเรื้อรังโรคหนึ่งที่เป็นสาเหตุของความพิการ และการสูญเสียความสามารถในการทำหน้าที่ของร่างกาย นำไปสู่ภาระพึ่งพิง ซึ่งเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขระดับโลกรวมทั้งประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยที่มีภาวะเกี่ยวกับข้อที่มีสาเหตุมาจากการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย การเล่นกีฬา อุบัติเหตุ หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งปัญหาเกี่ยวกับข้อต่าง ๆ เหล่านี้ ผู้ป่วยจำเป็นที่จะต้องได้รับตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง รวมถึงการวางแผนการรักษาด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ตรงจุดและเหมาะสมตามอาการไม่มากหรือน้อยเกินไป จากแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง รวมถึงจากสถานพยาบาลที่มีคุณภาพมาตรฐาน เพื่อให้เกิดความมั่นใจในความปลอดภัยและผลสัมฤทธิ์ของการรักษา

รศ. นพ. ทวีสิน ตันประยูร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการทางการแพทย์
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า “การเปิด ‘ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ’ หรือ ‘Sports Medicine and Joint Center’ ในครั้งนี้ นับเป็นการตอกย้ำศักยภาพของบำรุงราษฎร์ ในการยกระดับการรักษาพยาบาลสู่ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ Center of Excellence อย่างต่อเนื่อง 
โดยโรงพยาบาลฯ ได้มีการจัดทัพแพทย์ของศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ โดยการรวบรวมแพทย์ ซึ่งเป็นระดับอาจารย์แพทย์ที่เป็นที่รู้จักและยอมรับของแพทย์ในสาขาความชำนาญการด้านกระดูกและข้อของประเทศมาร่วมงานกับทางโรงพยาบาลฯ เพื่อมาเสริมศักยภาพปรับทัพแพทย์ของศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ อีกทั้งยังเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระด้านสาธารณสุขของภาครัฐ และเปิดโอกาสให้กับผู้ป่วยได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย”

นพ. วิชาญ กาญจนถวัลย์ หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และแพทย์ผู้ชำนาญการศัลยศาสตร์กระดูกและข้อและการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า “โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้ reinvent หรือพลิกโฉมโมเดลการให้บริบาลทางการแพทย์ในรูปแบบใหม่ขึ้นมาสอดรับกับวิสัยทัศน์องค์กรเรื่องการให้การบริบาลสุขภาพแบบองค์รวม หรือ Holistic Healthcare โดยการนำศาสตร์ทั้งสองแขนงมารวมกัน จะส่งผลดีต่อผู้มาใช้บริการและผู้ป่วย เพราะทำให้เกิดการต่อเนื่องในการรักษา และทำให้การรักษาผู้ป่วยเกิดประสิทธิภาพสูงสุด หากท่านลองนึกภาพคนไข้ที่อยู่ในวัย active สามารถเข้ามาขอคำแนะนำหรือเข้ารับการรักษาได้ภายในศูนย์เดียวต่อเนื่องไปตลอดช่วงอายุ หรือ ครอบครัวหนึ่งที่ประกอบด้วยสมาชิกต่างวัย สามารถเข้าใช้บริการได้ในที่เดียวกัน 
โดย “ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ” โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เน้นการให้บริการ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 
1. Sports Medicine Center 
2. Joint Preservation และ 
3. Joint Replacement 
โดยขอยกตัวอย่างเรื่องความต่อเนื่องของการให้บริการของศูนย์ฯ ในทุกช่วงวัย ให้เห็นภาพตาม เช่น 
  • ในระยะแรก ผู้มาใช้บริการอาจเป็นวัยรุ่นที่มาตรวจเช็คความพร้อมของร่างกายหรือเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อก่อนลงแข่งขันกีฬา 
  • ต่อมาพอเข้าสู่วัยทำงาน อาจเกิดการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา มีอาการปวดที่หัวเข่าอย่างรุนแรงหรือเข่าบวมปูดด้วยปัญหาเส้นเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาด ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนทิศทางกะทันหันจากการเล่นฟุตบอล หรือเล่นบาสเกตบอล หรือล้มจากการเล่นสกี 
  • และพอเข้าสู่ผู้สูงอายุ อาจมีปัญหาข้อเข่าเสื่อม ซึ่งอาจเกิดจากพฤติกรรมการใช้เข่าที่ผิด เช่น นั่งคุกเข่าพับเพียบ ขัดสมาธิ ซึ่งเป็นท่าที่ทำให้ข้อเข่าถูกกดพับ และเอ็นกล้ามเนื้อถูกยืดมาก การนั่งเช่นนั้นนานๆ ทำให้การหมุนเวียนของเลือดไปเลี้ยงเข่าไม่ได้ดี หรืออาจเกิดด้วยสาเหตุส่วนใหญ่ร้อยละ 50 เกิดจากน้ำหนักตัวที่มาก ทำให้เข่าต้องแบกน้ำหนักส่วนเกินเป็นเวลานานหลายปี จนปวดเรื้อรัง จึงต้องมารักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เป็นต้น 
จะเห็นได้ว่า scope อาการของโรคนี้จะพบได้ในทุกช่วงอายุ
การดูแลรักษาที่มีความต่อเนื่องจึงมีความจำเป็น โดยผู้ป่วยสามารถเข้ามารับบริการได้อย่างครอบคลุมที่ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ ครบจบในที่เดียว ที่สำคัญทีมแพทย์ยังทราบถึงอาการและมีประวัติการรักษาเพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด”
นพ. ชาลี สุเมธวานิชย์ แพทย์ผู้ชำนาญการศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ และข้อเทียม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
กล่าวว่า “นอกจากเรื่องจุดเด่นด้านการรักษาพยาบาลแบบ Holistic joint care ที่ครอบคลุมและต่อเนื่องแล้ว อีกจุดเด่นที่สำคัญของศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ คือเราได้มีการรวบรวมทีมแพทย์เฉพาะทางที่ชำนาญการในแต่ละสาขา เช่น ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ ข้อเทียม ข้อสะโพกและข้อเข่า เวชศาสตร์การกีฬา การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา และเวชศาสตร์ฟื้นฟู ซึ่งบำรุงราษฎร์ให้ความสำคัญกับการรักษาเฉพาะทางอย่างมาก โดยแพทย์เฉพาะทางแต่ละท่านมีประสบการณ์สูงในการทำเคสเฉพาะทางที่ยากและซับซ้อน และสามารถใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยหรือใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยีขั้นสูงในการรักษา เช่น การผ่าตัดส่องกล้องในข้อที่มีความละเอียดสูง หรือใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic Surgery) หรือคอมพิวเตอร์นำวิถี (Computer Navigator) ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”
สำหรับ Journey ของผู้มาใช้บริการ สามารถเข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ได้ตั้งแต่ระยะแรก เริ่มจากการป้องกัน การตรวจคัดกรองโรคทางกล้ามเนื้อ การวินิจฉัย การรักษา ซึ่งก็จะมีหลากหลายวิธีและมีเทคนิคต่างๆ ทั้งแบบผ่าตัด และไม่ต้องผ่าตัด หรือการผ่าตัดแบบรักษาข้อเดิมเอาไว้ หรือการผ่าตัดซ่อมเสริมข้อเทียมใหม่ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแบบใช้เทคนิคเข้าทางด้านหน้า ไม่ตัดกล้ามเนื้อ หรือแบบใช้แขนกลหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของทีมแพทย์เพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยในแต่ละราย รวมถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและกล้ามเนื้อให้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ สำหรับในรายผู้ป่วยที่มีความซับซ้อน 
อาทิ
การผ่าตัดแก้ไขข้อเทียม หรือมีกระดูกที่แตกหักบริเวณข้อเทียม ฯลฯ จำเป็นต้องอาศัยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญสูง มีฝีมือ และมีประสบการณ์ในการรักษา นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังมีทีมสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องในการรักษาโรคเกี่ยวกับข้อ เช่น แพทย์ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์, แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด, แพทย์อายุรกรรม, แพทย์อายุรกรรมโรคข้อ, วิสัญญีแพทย์, พยาบาลผู้ชำนาญการโรคทางข้อ, นักกายภาพบำบัด และนักโภชนากร เป็นต้น”
นอกจากนี้ บำรุงราษฎร์ ยังได้แต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ ซึ่งเป็นทีมแพทย์ทำหน้าที่ตรวจตราดูแลผู้ป่วยทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด
รวมถึงเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนเพื่อการรักษาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ บำรุงราษฎร์ได้คำนึงถึง ‘การรักษาพยาบาลที่มีคุณค่า’ หรือ ‘Value Medicine’ หมายความว่า ทีมแพทย์และคณะกรรมการจะร่วมกันพิจารณาถึงการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายในราคาที่สมเหตุสมผล คุ้มค่ากับการรักษา ซึ่งจริงๆ แล้วค่าใช้จ่ายไม่ได้แพงอย่างที่คิด หากเทียบกับคุณภาพมาตรฐานภายใต้แบรนด์ “บำรุงราษฎร์” ซึ่งมีความใส่ใจและพิถีพิถันในทุกๆ รายละเอียด ตั้งแต่ในเรื่องของอุปกรณ์ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบใช้ครั้งเดียวสำหรับผู้ป่วย โดยจะไม่นำไปทำความสะอาดและนำมาใช้ซ้ำตามหลักมาตราฐานสากล 
รวมถึงมีการควบคุมการติดเชื้ออย่างเข้มงวดและเน้นความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ ทำให้มีอัตราการติดเชื้อจากการผ่าตัดอยู่ในเกณฑ์ที่น้อยมาก และต่ำกว่าเกณฑ์มาตราฐานในระดับสากล โดยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมบำรุงราษฎร์มีการติดเชื้อของข้อเทียม (Deep infection) เท่ากับ 0% (ข้อมูลพ.ศ. 2559-2561) และมีการให้ความรู้ผู้ป่วยก่อนเข้ารับการผ่าตัด (pre-operative class) เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงกระบวนการรักษาทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการผ่าตัด รวมถึงการฝึกพัฒนากล้ามเนื้อโดยนักกายภาพบำบัด เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนได้รับการผ่าตัด รวมถึงฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย ให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดและข้อจำกัดต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย
ทั้งนี้ โรงพยาบาลฯ มีการจัดทำแพ็กเกจ Fixed Prices การผ่าตัดมาตรฐานบำรุงราษฎร์ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา สำหรับให้ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ และศูนย์อื่น ๆ  ได้คลายข้อกังวลในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล โดยยังคงเน้นในเรื่องของความคุ้มค่า ความเหมาะสมกับอาการของผู้ป่วยแต่ละรายและผลลัพธ์ของการรักษาสูงสุด นอกจากนี้โรงพยาบาลฯ ยังคงดำเนินนโยบายตรึงค่ารักษาพยาบาลและค่าแพทย์จนถึงกลางปี 2564 นี้ เพื่อเป็นการดูแลคนไทย ตลอดจนเพื่อขอบคุณผู้ป่วยทุกคนที่มอบความไว้วางใจในคุณภาพมาตรฐานและการบริการให้กับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มาอย่างต่อเนื่อง


Share:

“Swiss Weekend Breakfast” สุดสัปดาห์ที่สดใส กับอาหารเช้าสไตล์สวิส ที่ห้องอาหาร “Rim Klong Café”

Insightout Story ชวนเพื่อนๆมาเปลี่ยนบรรยากาศ  Weekend สุดสัปดาห์ที่เคยธรรมดา ที่ โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท (Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok) ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่พักในโรงแรม หรือ ชาวกรุงมาผ่อนคลายกับบรรยากาศแสนสบาย   ด้วยต้นกำเนิดของโรงแรมมาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่นี่จึงเปิดประสบการณ์ใหม่ของอาหารเช้าแบบออริจินอล 
ที่นำเสนอผ่านห้องห้องอาหาร  Rim Klong Café (ริมคลองคาเฟ่) ร้านอาหารและเบเกอรี่สุดหรูริมคลองบรรยากาศริมคลอง รับรองว่าอาหารเช้าของสุดสัปดาห์นี้ จะแตกต่างจากที่เคย กับ “Swiss Weekend Breakfast” เมนูอาหารเช้าและบรันซ์รูปแบบใหม่สไตล์สวิสสุดว้าว...
  • “Swiss Weekend Breakfast” 
  • พร้อมเสิร์ฟทุกวันเสาร์และอาทิตย์ตลอดทั้งวัน 
  • ตั้งแต่เวลา 8.00 น. - 16.00 น. 
ประกอบด้วยเมนูอาหารเช้าแบบร้อนและเย็นที่มีให้เลือกอย่างจุใจกว่า 20 รายการ
ซึ่งสามารถเพลิดเพลินกับการจับคู่มื้อเช้าที่แตกต่างกันได้ทุกครั้ง มีทั้งอาหารที่ดีต่อสุขภาพไปจนถึงอาหารที่ดีต่อใจ ทุกจานปรุงด้วยส่วนผสมจากเทือกเขาแอลป์อันบริสุทธิ์ ผสานกับสูตรดั้งเดิมของสวิตเซอร์แลนด์ ที่รับรองว่า ทั้งอร่อย มีประโยชน์ ดีต่อสุขภาพ และถูกใจนักชิม 
อาหารที่นี่เรียกได้ว่า เป็นสูตรเด็ดอย่างเป็นทางการ รังสรรค์ความอร่อยของเมอเวนพิค ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี  เริ่มต้นด้วยตัวเลือกขนมปัง และขนมอบสดใหม่ที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดี 
ซึ่งรวมถึงขนมปังข้าวไรย์ไม่ขัดสีแบบออแกนิค (guilt-free dark rye bread), ขนมปังซาวจ์โดวจ์ผสมธัญพืช (mixed seed sourdough), ครัวซองต์เนยที่เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ, แปงโอช็อกโกล่า หรือ ขนมปังช็อกโกแลตรสชาติเข้มข้น (Pain au chocolat), มัฟฟินบลูเบอร์รี่ (blueberry muffin) เสิร์ฟพร้อมเนยและแยมสูตรพิเศษของ เมอเวนพิค, เบียร์เชอร์-เบ็นเนอร์ มูสลี่ แบบโฮมเมด (Bircher-Benner Müsli)   เมล็ดเจียในนมอัลมอนด์ โยเกิร์ตผสมธัญพืชและบลูเบอร์รี่ และสลัดผักสดจากสวนออแกนิค มาดูเมนูกันเลยค่ะ  
Baker’s Basket – 300 Baht
ก่อนอาหารเช้าใดๆ คงต้องเริ่มจากเซต ขนมปังดีๆๆ ถ้าขนมปังสไตล์สวิต ไม่พลาดฟิน ต้องสั่งเซตนี้ค่ะ ออรินอลจริง ครัวซองต์ และขมปัง Zopf ทักเปีย เนื้อนุ่ม ทานกับเนย หรือแยมผลไม้แบรนด์แท้ จาก Movenpic กลิ่นหอมๆของขนมปัง ต้องสั่งกาแฟตามเลยค่ะ  
หลังจากรับประทานขนมปังเรียกน้ำย่อยแล้วลองสั่งแบบเซตให้อิ่มอร่อยกันได้เลยค่ะ

SWISS CLASSIC SET – 599 Baht
ที่ว่าเมนูมากกว่า 20 เมนู เรามีเซตที่จัดไว้ให้อย่างลงตัว ด้วย  3 เมนูกับ 1 ดริ้ง ที่พ่อครัวรังสรรความอร่อยของมื้อเช้าได้อย่างลงตัว แบบคลาสสิก ดังนี้ค่ะ 
  • ชุดขนมปัง ครัวซองต์ และขมปัง Zopf ถักเปีย เนื้อนุ่ม ทานกับเนย หรือแยมผลไม้
  • โคลด์ คัท (Cold Cuts) แบบยุโรป ไม่ว่าจะเป็น เคียวร์ มีท (Cured Meat) ปลาแซลมอนรมควัน ชีสระดับพรีเมียม และปาเต (Pâté) ตับบดเนื้อเนียนกับขนมปังปิ้ง “โรสตี
  • (Rösti) เค้กมันฝรั่งสวิสแบบดั้งเดิม เสิร์ฟพร้อมไข่ดาวและเบคอน ซึ่ง Rim Klong Café การันตีว่าอร่อยแท้แบบต้นตำรับอย่างแน่นอน 
  • และเลือกเครื่องดื่มได้ 1 ดริ้งค่ะ เซตนี้
หรือสั่งเฉพาะเมนู มิกซ์แอนด์แมทซ์ เองก็อร่อยไม่แพ้กันค่ะ  
A LA CART 
  • Cold Cuts – 320 Baht 
  • Rösti – 220 Baht  
  • Bircher-Benner Müsli – 110 Baht
  • Super Green Brown Paper Rolls – 120 Baht
  • Free – Range Chicken – 150 Baht
  • Organic Pomelo and Quinoa Salad – 160 Baht 
  • New Caesars Salad – 150 Baht
มุมของหวานค่ะ 
  • เบเกอรี่ หลากหลาย การันตีความอร่อย
  • ไอศรีม โฮมเมด รสชาติเข้มข้น ต้นตำหรับ 
  • และเครื่องดื่มมานั่งชิลล์ ดื่มกาแฟ นัดเพื่อน นัดลูกค้า กับบรรยากาศแสนสุดเก๋ที่ริมคลอง
ในส่วนขนมมีให้เลือกหลากหลายเมนู เช่น
แพนเค้กบัตเตอร์มิลค์ (buttermilk pancakes) หรือวาฟเฟิล เสิร์ฟพร้อมน้ำผึ้งจากท้องถิ่น ผลไม้แช่อิ่ม ผสมเบอร์รี่ และน้ำตาลอบเชย (cinnamon sugar) กลิ่นหอมกรุ่น หวานกำลังพอดี และอร่อยล้ำลง   

Rim Klong Café คาเฟ่และร้านอาหารที่ตอบโจทย์คนเมืองที่มองหาสถานที่พักผ่อนจากความเครียดในชีวิตประจำวัน เพียงแค่ไม่กี่ก้าวจากความวุ่นวายบนท้องถนน ก็จะพบกับ “สวรรค์แห่งความผ่อนคลายกลางเมือง” ภายใต้บรรยากาศสบาย ๆ ริมคลอง พร้อมเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายชนิดตลอดทั้งวัน รวมถึงเมนูสไตล์สวิสแท้ที่แตกต่าง 

นอกจากนี้ Rim Klong Café ยังใส่ใจเรื่อง “ขยะอาหาร” (Food Waste) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการจำกัดขนาดของอาหารแต่ละจานให้พอดีและอิ่มอร่อยได้อย่างมีความสุขสำหรับนักชิมทุกคน  

พลาดไม่ได้สำหรับเบรกฟาสต์เลิฟเวอร์ 
“Swiss Weekend Breakfast” 
ที่ Rim Klong Café 
เริ่ม 13 กุมภาพันธ์ 2564 นี้ 
Rim Klong Café ( ริมคลองคาเฟ่ )
โรงแรม เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท 
( Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok )
Telephone: 02 666 3333  
Facebook: @movenpickbdmsbangkok
Instagram: @movenpickbdmsbangkok
การเดินทาง: รถไฟฟ้า BTS สถานีเพลินจิต 
Share:

พัทยาโอเอซิสสปา เปิดแล้ว ผ่อนคลายเหนือระดับ แบบ New Normal


พัทยาโอเอซิสสปา
  จะเปิดให้บริการ ในวันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 แบบ new normal ด้วยมาตรการป้องกัน COVID-19 อย่างเคร่งครัด 

🌺 โดย จะให้บริการเฉพาะวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์สำหรับลูกค้าที่จองล่วงหน้าเท่านั้น

ลูกค้าสามารถจองผ่านทางเวปไซต์ของเรา หรือ โทร. +6638115 888  หรือทักไลน์มาก็ได้คะ LINE @oasisspa ยินดีให้บริการ 😘

www.oasisspa.net

Share:

“ฉลองตรุษจีน” ที่โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์


ห้องอาหารจีนหยก โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์
ได้รับการตกแต่งให้มีบรรยากาศหรูหรา โอ่โถ่ง นั่งสบาย ทั้งภายในและภายนอก  บริการด้วยอาหารจีนกวางตุ้งสูตรต้นตำรับหลากหลายสไตล์ให้คุณได้เลือกลิ้มลองมากมาย ทั้งมื้อกลางวันและมื้อค่ำ

เชิญฉลองเทศกาลตรุษจีน ระหว่างวันที่ 12 - 14 กุมภาพันธ์ 2564 ด้วยอาหารมงคลชุด “มั่งมีตลอดไป” และ “ร่ำรวยความสุข”  ซึ่งเชฟจีนผู้มากประสบการณ์ได้คัดสรรอาหารที่มีความหมายเป็นสิริมงคลมาบริการ เพียงชุดละ 9,999 บาท++ 

หรือจะเลือกเมนูตามสั่งเช่น “หยี่ซัง-สลัดปลานำโชค” ซุปกระเพาะปลาหม้อดิน (ซุปราบรื่นโชคดี) หมูหันฮ่องกง หอยแมลงภู่ทรงเครื่อง เผือกเหรียญทอง กุ้งมังกรบะหมี่ยอดซุป (มังกรหมื่นปีหมื่นหมื่นหมื่นปี) ราคาเริ่มต้นเพียงที่ละ 299 บาท++ ซึ่งล้วนแต่มีความหมายเพื่อความเป็นสิริมงคลทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังมีเมนูติ่มซำบริการเฉพาะมื้อกลางวัน 

พิเศษ!! เฉพาะวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ซึ่งถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของจีน ทุกโต๊ะจะได้รับผลส้มมงคล ด้วย

  • มื้อกลางวันเปิดบริการเวลา 11.30 – 14.30 น. และมื้อค่ำ 18.00 – 22.30 น. ตั้งอยู่ชั้น 2 มีห้องส่วนตัวจำนวน 12 ห้อง เพื่อความสะดวกสบายตามความต้องการ 
  • ส่วนที่ห้องดิเอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ จัดบุฟเฟต์นานาชาติ 3 in 1 รวมซีฟู้ดและซูชิพรีเมียม ทั้งฟัวกราส์ วากิว เป็ดปักกิ่ง ฯลฯ บริการทั้งมื้อกลางวันและเย็น ท่านละ 790 บาทถ้วน เฉพาะวันที่ 12  กุมภาพันธ์ 2564 เท่านั้น 
  • มื้อกลางวันเปิดบริการเวลา 11.30 – 14.30 น. และมื้อค่ำ 18.00 – 22.30 น. ตั้งอยู่ชั้น 1 มีห้องส่วนตัวจำนวน 2 ห้องเพื่อความสะดวกสบาย 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองโต๊ะล่วงหน้าได้ที่ โทร.0-2276-4567



Share:

ททท. สานความสัมพันธ์ 46 ปีไทย-จีน จัดเทศกาลตรุษจีนในรูปแบบ New Normal

​วันนี้ (11 กุมภาพันธ์ 2564) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายหยาง ซิน อุปทูตรักษาการเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย เป็นประธาน

ในพิธีกล่าวสารอวยพรเนื่องในโอกาสวันตรุษจีน โดยมีนายยุทธศักดิ์  สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นางฉาง ยู่เหมิง ที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมในพิธี ณ อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 46 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน ตอกย้ำความสัมพันธ์ มิตรไมตรีอันแน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศที่มีมาอย่างยืนยาว 


นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ปี 2563 ถือเป็นปี 
ที่ท้าทายและยากลำบากที่สุดปีหนึ่งของคนทั่วโลก รวมทั้งสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทย ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่เกิดขึ้น ทำให้ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศไม่สามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้อย่างปกติ แต่ในทางกลับกันเหตุการณ์นี้ ทำให้เห็นถึงความรัก ความเอื้ออาทร และความปรารถนาดีต่อกันของพี่น้องชาวไทยและชาวจีน ดังคำกล่าวว่า “จีน-ไทย ใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ในโอกาสนี้ จึงขออวยพรให้ชาวไทย ชาวจีน ทั้งในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนมีความสุข สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยเงินทอง โชคดีสมปรารถนาทุกประการ และมีความยินดีพร้อมต้อนรับชาวจีนทุกท่านเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง


ภายในงานยังได้เผยแพร่วิดีโอ

อวยพรเนื่องในเทศกาลตรุษจีนจากสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี หรือสมเด็จธงชัย และนายหู เหอผิง (H.E. Hu Heping)รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยพิธีนี้ ททท. ได้ดำเนินการจัดงาน

ในรูปแบบ New Normal จำกัดผู้เข้าร่วมงาน รวมถึงถ่ายทอดสดทางออนไลน์ผ่านเฟสบุ๊ก Amazing Thailand ตามมาตรการควบคุมโรคของสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด 

​ต่อมาในเวลา 18.00 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายหยาง ซิน อุปทูตรักษาการเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย พร้อมด้วยผู้ว่าการ ททท. นางสาวอาทิตยา โชคกิจมนัสชัย ผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย และนายฐาปน  สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัท ไทยเบฟ จำกัด (มหาชน) ร่วมทำพิธีเปิดไฟประดับตกแต่งเนื่องในเทศกาลตรุษจีน ณ ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ถนนเยาวราช เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 

โดย ททท. ได้จัดการตกแต่งประดับไฟฟ้า เส้นทางตั้งแต่มูลนิธิเทียนฟ้าถึงแยกเฉลิมบุรี ระยะทาง 200 เมตร เพื่อสร้างบรรยากาศ แต่งเติมสีสันแห่งการเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนในย่านเยาวราช ซึ่งถือเป็นย่านชุมชนวัฒนธรรมไทย-จีน อันสำคัญ ที่ได้รับผลกระทบด้านการค้าและการท่องเที่ยวจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง 

สำหรับการประดับไฟเนื่องในเทศกาลตรุษจีนปี 2564 ตกแต่งภายใต้แนวคิด “เฉลิมฉลองวันตรุษจีน ต้อนรับปีวัวทอง กับถนนสายมังกรเยาวราช” สร้างสรรค์เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นสิริมงคลในเทศกาลตรุษจีน อาทิ มังกร นางฟ้า ดอกเหมย ทั้งนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชทานโคมไฟขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 67 นิ้ว (เท่ากับพระชนมายุ 67 พรรษา) จำนวน 4 ลูก ให้แก่กรุงเทพมหานคร เพื่อประดับตกแต่งบริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษาด้วย ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมการตกแต่งประดับไฟในเทศกาลตรุษจีนได้ตั้งแต่วันที่ 11-28 กุมภาพันธ์ 2564 ตั้งแต่เวลา 18.00-24.00 น.

นอกจากนี้ ททท. ยังร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย จัดกิจกรรม TIKTOK Challenge ชวนทุกคนมาส่งความสุขและคำอวยพร เนื่องในวันตรุษจีน ในรูปแบบNew Normal 

โดยผู้ร่วมกิจกรรมสามารถเลือกคลิปวิดีโอ Duet กับ ผู้ว่าการ ททท. และรองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว ททท. หรือเลือกถ่ายคลิปวิดีโอ Duet ในรูปแบบของคุณและอัปโหลดลงบนแอปพลิเคชัน TIKTOK พร้อมแฮชแท็ก #AmazingCNY2021 เพื่อลุ้นรับรางวัล iPhone 12 จำนวน 1 รางวัล SmartWatch Amazfit GTS2 จำนวน 2 รางวัล และหมอนรองคอเพื่อสุขภาพ บ้านป่าเหมี้ยง จำนวน 13 รางวัล ระยะเวลาร่วมกิจกรรมระหว่างวันที่ 11-21 กุมภาพันธ์ 2564 และประกาศรายชื่อผู้โชคดีเพื่อรับรางวัลในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564  

ทั้งนี้ เทศกาลตรุษจีน ประจำปี 2564 ยังมีการจัดงานเพื่อส่งมอบความสุข เสริมสิริมงคล ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อาทิ งานประเพณี แห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ ปากน้ำโพ ประจำปี 2563-2564 ฉลองเทศกาลตรุษจีนปากน้ำโพ ปีที่ 105 วันที่ 5-16 กุมภาพันธ์ 2564 ณ เวทีต้นแม่น้ำเจ้าพระยาและริมน้ำเจ้าพระยา จ.นครสวรรค์ งานตรุษจีนโคราช จอมพลถนนหัวมังกร 2564 Chinese New Year 2021 ในวันที่ 12-14 กุมภาพันธ์ 2564 ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี และถนนจอมพล จ.นครราชสีมา

เทศกาลงานตรุษจีน ประจำปี 2564 และร่วมไหว้แก้ชง ปีฉลู ในวันที่ 6-14 กุมภาพันธ์ 2564 ณ ศาลเจ้าปู่-ย่า จ.อุดรธานี งานตรุษจีนราชบุรี 2021 ในวันที่ 10-14 กุมภาพันธ์ 2564 ณ บริเวณริมแม่น้ำแม่กลอง อ.เมือง จ.ราชบุรี 

เทศกาลตรุษจีนบ้านดอน สุราษฎร์ธานี ในวันที่ 12-28 กุมภาพันธ์ 2564 ณ บริเวณริมเขื่อนสะพานนริศ ถนนคนเดินบ้านดอน และตลาดสะพานโค้ง 100 ปี จ.สุราษฎร์ธานี

Share:

ฉีดฟิลเลอร์แล้วเป็นก้อน !!! เกิดจากสาเหตุอะไร แก้ไขอย่างไรได้บ้าง สามารถฉีดสลายฟิลเลอร์ออกได้หรือไม่ ปัญหาที่หลาย ๆ คนต้องการคำตอบ

 

วันนี้เรามีคำตอบจากคุณหมอต้น นายแพทย์สฤษดิ์ ตันติอภิชาต อาจารย์แพทย์ด้านฟิลเลอร์

ปัจจุบันการฉีดฟิลเลอร์ค่อนข้างได้รับความนิยมอย่างมาก  ไม่ว่าจะเป็นการปรับรูปหน้า  เติมคาง  เติมขมับ  เติมแก้มตอบ  เติมเต็มร่องลึกต่าง ๆ  สามารถทำสวยได้โดยสะดวก ไม่ต้องพักฟื้น  เห็นผลรวดเร็วทันใจ แต่ถ้าในกรณีที่เราฉีดฟิลเลอร์กับคุณหมอที่ไม่ได้มีประสบการณ์ในการฉีดฟิลเลอร์มากเพียงพอ  หรือฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่มีคุณภาพ สามารถทำให้เกิดปัญหาไม่ประทับใจผลการฉีดหรือมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์หลังการฉีดฟิลเลอร์ได้ 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก คุณหมอต้น นายแพทย์สฤษดิ์ ตันติอภิชาต อาจารย์แพทย์สอนฉีดฟิลเลอร์ชื่อดัง จาก Amarante clinic ที่มาไขข้อสงสัยถึงสาเหตุฉีดฟิลเลอร์มาแล้วทำไมถึงเป็นก้อนไม่เรียบเนียน และมีวิธีแก้ไขอย่างไร? หรือ ฉีดสลายฟิลเลอร์ปลอดภัยไหม มีผลข้างเคียงอย่างไรบ้าง?

กรณีการฉีดฟิลเลอร์มาแล้วไม่เรียบเนียน เป็นก้อนนั้น มีหลายสาเหตุด้วยกันดังนี้ 

1.เทคนิคและประสบการณ์การฉีดของแพทย์ที่ทำการฉีดฟิลเลอร์ โดยแพทย์ที่ทำการฉีดฟิลเลอร์จะต้องมีความรู้เกี่ยวกับชนิดของฟิลเลอร์ที่จะฉีด รวมถึงโครงสร้างทางสรีรวิทยาของร่างกายมนุษย์ ศิลปะและการดีไซน์รูปหน้าที่จะใช้ในการตัดสินใจการวางตำแหน่งที่จะฉีดฟิลเลอร์จะต้องถูกต้องและเหมาะสมกับคนไข้ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีสูงสุด แพทย์ผู้ฉีดที่ไม่มีความรู้และประสบการณ์ที่เพียงพอก็จะทำให้มีโอกาสฉีดฟิลเลอร์เป็นก้อนได้สูง เนื่องจากฉีดผิดชั้นผิว ผิดตำแหน่งนั่นเอง

2.ชนิดของฟิลเลอร์ที่จะใช้ฉีดต้องมีความเหมาะสมกับตำแหน่งบริเวณที่ฉีด เช่นฟิลเลอร์ที่มีขนาดของโมเลกุลที่มีความหนาแน่นสูงควรฉีดในผิวหนังระดับลึก เพราะถ้ามาใช้ฉีดในระดับตื้นของผิวหนัง เหนือกล้ามเนื้อ เวลาที่เราขยับ หรือแสดงสีหน้า ก็จะดันให้ฟินเลอร์ที่ฉีดมาเป็นก้อนได้

3.ปริมาณที่ใช้ฉีดมากเกินไปไม่เหมาะสม เกินความจำเป็นที่ใช้ในการแก้ปัญหาของจุดนั้นนั้น

4.บวมหลังฉีดฟิลเลอร์ โดยปรกติหลังฉีดฟิลเลอร์อาจจะมีอาการบวมได้บ้าง ถ้าบวมเล็กน้อยไม่เยอะโดยประมาณ 2-3 วัน แต่ในบางคนที่เป็นคนผิวบวมง่ายก็อาจจะพบอาการบวมได้ถึง 5-7 วัน

โดยปรกติแล้วฟิลเลอร์จะเริ่มเข้าที่อยู่ที่ประมาณ 7-14 วัน ในระหว่างนี้คนไข้อาจจะต้องรอให้ฟิลเลอร์ที่ฉีดมายุบบวมก่อนหลัง 7-14 วันเพื่อให้แน่ใจว่าเป็นอาการบวม หรือฉีดฟิลเลอร์เป็นก้อน

5.ฟิลเลอร์ที่ฉีดมาเป็นของปลอม คือไม่ใช่ HA ฟิลเลอร์ เป็นฟิลเลอร์ชนิดที่ไม่สามารถสลายตัวได้เองหรือไม่ผ่าน อย. ฟิลเลอร์ประเภทนี้ราคาถูกแต่ไม่มีประสิทธิภาพ ช่วงแรกหลังฉีดอาจจะสวยงามเรียบเนียนดี แต่หลังจากนั้นต่อมาจะเกาะกลุ่มเป็นก้อนไหลและห้อยย้อยไม่เป็นทรง ดังนั้นจึงไม่ควรฉีดฟิลเลอร์ประเภทนี้เด็ดขาด เพราะไม่มีตัวยาที่จะมาฉีดสลายออกได้ เมื่อมีปัญหาจะต้องทำการขูดออกหรือศัลยกรรมผ่าตัดออกเท่านั้น

หากฉีดฟิลเลอร์มาแล้วไม่ประทับใจ  เป็นก้อนไม่เรียบเนียน  อยากทำการแก้ไขใหม่  โดยปรกติจะมีการแก้ไขฟิลเลอร์ที่เป็นก้อนอยู่ 3 วิธี  ควรปรึกษาแพทย์ที่ทำการแก้ไขก่อนเพื่อเลือกวิธีที่ดีที่สุดและเหมาะสมที่สุด

1.การฉีดสลายฟิลเลอร์  เหมาะสำหรับการแก้ไขฟิลเลอร์ชนิด Hyaluronic Acid  หรือที่เรียกสั้นๆว่า HA ฟิลเลอร์เท่านั้น  ตัวยาที่ใช้ฉีดสลายคือ ไฮยาลูโรนิเดส (Hyarulonidase :HYAL) ถ้าเป็นสารเหลวอื่นๆที่ไม่ใช่ฟิลเลอร์แท้  หรือเป็นฟิลเลอร์ปลอม  ไม่สามารถฉีดสลายออกได้ 

2.การขูดฟิลเลอร์  เป็นการแก้ไขสำหรับผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์ประเภทกึ่งถาวรที่ไม่สามารถสลายเองได้ เช่น Polyamine (Aqualift), Hydrofilic gel ฟิลเลอร์ประเภทนี้  เมื่อขูดออกจะสามารถนำฟิลเลอร์ออกได้ประมาณ 60-70% เท่านั้น  ไม่สามารถเอาออกได้ทั้งหมด

3.การทำศัลยกรรมผ่าตัดฟิลเลอร์ออก  วิธีนี้จะใช้กับการแก้ไขผู้ที่ฉีดฟิลเลอร์ประเภท ซิลิโคนเหลว  ที่เป็นก้อนขนาดใหญ่และแข็งมาก  หรืออยู่นานจนมีพังผืดมาเกาะเป็นจำนวนมาก  การผ่าตัดโดยส่วนใหญ่จะไม่สามารถเอาออกได้ทั้งหมด 100% ขึ้นอยู่กับว่าตำแหน่งที่ฉีดมา  อยู่ใกล้ส่วนไหนของใบหน้า  บางบริเวณจะต้องเลี่ยงเพื่อป้องกันอันตราย เช่น เส้นประสาท เส้นเลือดสำคัญบนใบหน้า  แนะนำควรทำกับศัลยแพทย์ตกแต่งในโรงพยาบาลจะดีที่สุดโดยขั้นตอนในการฉีดสลายฟิลเลอร์จะมีการทำความสะอาดผิวก่อนฉีดสลาย เพื่อความสะอาดและปลอดภัย โดยแพทย์ผู้ทำการแก้ไขจะผสมส่วนผสมของยาในปริมาณที่เจือจางและเหมาะสมเพื่อไม่ให้กระทบเนื้อเยื่อส่วนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ HA ฟิลเลอร์  ในบางเคสหลังฉีดสลายแพทย์จะทำการนวดบริเวณที่ฉีดสลายด้วย  เพื่อให้ยาฉีดสลายกระจายได้ดียิ่งขึ้น และหลังฉีดสลายฟิลเลอร์  จะเห็นผลหลังฉีดทันทีในบางส่วน  และต่อเนื่องไปอีก  โดยระยะเวลาออกฤทธิ์ของยาสลายจะอยู่ที่ประมาณ 1-3 วัน

ถ้าต้องการฉีดแก้ไขฟิลเลอร์  ควรจะทิ้งระยะห่างหลังจากฉีดสลายประมาณ 5-7 วัน  ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์ใหม่เลยทันที  เนื่องจากยาฉีดสลายฟิลเลอร์ยังออกฤทธิ์อยู่  ซึ่งระยะเวลา 5-7 วัน  จะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมเนื้อเยื่อผิวบริเวณที่ฉีดสลายไปแล้วนั้นเริ่มเข้าที่ การฉีดสลายฟิลเลอร์ไม่เป็นหัตถการอันตราย  ถ้าทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก็จะมีความปลอดภัย  หลังฉีดสลายในบางคนอาจมีการแพ้ยาฉีดสลายฟิลเลอร์  มีอาการข้างเคียงได้เช่น คัน บวม แดง บริเวณที่ฉีดเล็กน้อย แนวทางการรักษาก็จะมีการให้ยาแก้แพ้และประคบเย็นเพื่อลดอาการ  แต่ถ้าหากมีอาการแพ้มาก เช่น บวมมาก ปวดมาก แดงมาก คันมาก ควรรีบปรึกษาแพทย์

ในกรณีที่เป็นฟิลเลอร์ปลอม  ฟิลเลอร์หิ้ว  หรือฟิลเลอร์ที่ไม่ผ่าน อย. อาจจะฉีดสลายออกได้ หรือสลายออกได้ไม่หมด  ยังมียาบางส่วนที่ไม่สลายได้เหลือค้างอยู่ หรือบางชนิดอาจสลายไม่ได้เลย  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพและส่วนผสมของฟิลเลอร์ที่ฉีดมาด้วย

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยควรฉีดฟิลเลอร์กับแพทย์ที่มีประสบการณ์ในคลินิกสถาน พยาบาลที่น่าเชื่อถือได้ อย่าเอาใบหน้าของเราไปเสี่ยงเพราะสิ่งที่ได้กลับมาอาจไม่คุ้มค่า  และเพื่อผลลัพธ์ของฟิลเลอร์จะได้ออกมาสวยและปลอดภัย  ไม่ต้องมาฉีดสลายแก้ไขให้เสียเงินซ้ำซ้อน เสียเวลา รวมถึงเสียความมั่นใจ

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Website : https://www.amarante-clinic.com/facialdesign/filler
Facebook : https://www.facebook.com/amaranteclinic
Instagram : amarante_clinic 
Line Add : @amaranteclinic
Tel : 080-5565294 (สาขาบางนา)  080-3936669 (สาขาอารีย์)
Address : อาคารบ้านยสวดี BTSอารีย์ ทางออกที่ 3
คลินิกเปิดให้บริการทุกวัน 11.00-21.00น.


Share:

โรงพยาบาลธนบุรี

โรงพยาบาลธนบุรี

STATISTICS ::

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

Telephone :: คุณเอ๋​ (+66) 081 434 5154
Email :: Insightoutstory@gmail.com

Add Line Click 👇👇

Translate

Deep Tissue Massage Yoga

Review By Nichapa

บทความที่ได้รับความนิยม

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

ที่เก็บของบล็อก