ใช้เครื่อง CPAP แล้วทำไมยังไม่หายง่วง

 ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OBSTRUCTIVE SLEEP APNEA:OSA) มีการกล่าวถึงกันมากและปัจจุบันมีเครื่องมือแพทย์สมัยใหม่ในการรักษาผู้ป่วย เรียกว่า เครื่องอัดอากาศแรงดันบวก หรือ CPAP แต่ยังมีผู้ป่วยบางรายใช้เครื่อง CPAP แล้วยังมีอาการง่วงอยู่ โดยที่ผู้ป่วยบางรายไม่รู้สึกถึงความแตกต่างระหว่างก่อนหรือหลังการใช้งาน ขณะที่ผู้ป่วยบางรายรู้สึกหายง่วงขึ้นบ้างแต่ยังมีอาการง่วงอยู่ นั่นเป็นเพราะสาเหตุอะไรและจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร มาฟังข้อแนะนำดีๆ จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอดประจำอยู่ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา  

 นายแพทย์ธนี  ธนียวัน (หมอแทน) ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคปอดและเป็นอาจารย์แพทย์อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ผู้ป่วยที่ใส่เครื่องอัดแรงดันบวก หรือ CPAP เมื่อใส่อุปกรณ์ไปแล้วแต่อาการง่วงยังคงอยู่และไม่รู้สึกถึงความแตกต่าง มีสาเหตุจากหลายประการ ยกตัวอย่างเช่น  ข้อแรกก่อนที่เราคิดว่าจะหายง่วง ทั้งที่เราได้รับการรักษาภาวะการหายใจขณะหลับแล้ว เรายังจะต้องไปดูว่าในแต่ละวันเรานอนหลับเพียงพอหรือเปล่า ถ้าเรายังนอนไม่เพียงพอยังนอนเพียงแค่ 3-4 ชั่วโมง/วัน  เราต้องแก้ไขตรงนี้ก่อน เพราะการสวมใส่เครื่อง CPAP ไม่ได้ช่วยลดเวลาการนอน  เราจะต้องนอนพักผ่อนให้เพียงพอเสียก่อน ถ้าเราอดนอนหลายๆ คืนแล้วมาใช้เครื่อง CPAP ก็ยังมีความง่วงหลงเหลืออยู่ได้ 

ลำดับต่อไปเราต้องดูก่อนว่าการรักษาภาวะการหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นดีแค่ไหน โดยตัวเครื่องCPAP จะสามารถบ่งบอกได้ว่าในคืนที่ผ่าน ๆ มาเราหยุดหายใจวันละกี่ชั่วโมงซึ่งจะเป็นดัชนีค่า AHI ออกมาให้เห็น คือตัวเครื่องจะบ่งบอกว่าถ้าภาวะต่ำกว่า 5 แสดงว่าปกติ  แต่ผู้ป่วยบางคนค่าสูงกว่า 5 หรือได้ค่าเฉลี่ย 10-15 ก็ยังแปลว่าการรักษาด้วยเครื่อง CPAP ยังต้องปรับปรุงแก้ไข ถึงจะได้ผลการรักษาสูงที่สุด 

 รวมทั้งยังมีสาเหตุอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ถ้านอนหลับค่า AHI ยังแบ่งได้อีก 2 อย่างคือ 1.เกิดจากการหยุดหายใจก็จริง แต่ค่าการหยุดหายใจเพราะเป็นการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบน  หรือเป็นเพราะว่าสมองหรือระบบการสั่งการไม่ทำงาน ซึ่ง ถ้าผู้ป่วยมี 2 ภาวะปนกันอย่างนี้ เครื่อง CPAP จะสามารถช่วยแก้ไขได้เฉพาะกรณีการนอนหลับที่มีการอุดกั้นการหายใจส่วนบนเท่านั้นที่ทำให้เกิดการหยุดหายใจ แต่จะไม่สามารถแก้ไขภาวะที่สมองไม่สั่งการในเวลากลางคืนได้ ตรงนี้โดยทั่วไปแล้วถ้าผู้ป่วยมีภาวะนี้เรียกว่า Central Sleep Apnea  ซึ่งอาจจะมีอาการอื่นร่วมด้วยหรือภาวะการหยุดหายใจส่วนบนอุดกั้น ซึ่งเจอร่วมกันได้ และเราพบว่าในผู้ป่วยบางท่านถ้าเป็น Obstructive Sleep Apnea หรือ เป็น OSA ที่รุนแรง หากยิ่งรุนแรงมากเท่าไร ค่า AHI จะสูงมาก ดังนั้นเวลาใช้เครื่อง CPAP แรก ๆ ผู้ป่วยจะมีอาการ Central Sleep Apnea แทรกเข้ามามาก แต่ปัจจุบันก็มีข่าวดีคือ อาการ Central Sleep Apnea จะหายไปเองได้ 

 สำหรับสาเหตุของการเกิดอาการ Central Sleep Apnea มีหลายทฤษฏีด้วยกันแต่อาจกล่าวได้ว่า ก่อนคืนที่เราจะใช้เครื่อง CPAP เราอดหลับอดนอน เราต้องฝืนเพื่อดึงลมหายใจเข้าไปให้ได้ เพื่อให้ร่างกายมีชีวิตชีวา แต่เมื่อเราใช้เครื่อง CPAP ร่างกายไม่ต้องทำงานมากในการดึงลมหายใจเข้าไปในร่างกาย สมองจึงได้รับการพักผ่อน เราไม่ต้องหายใจก็ได้ ขณะที่ร่างกายเหมือนได้หยุดพัก อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่ประมาณ1-2 เดือน ภาวะนี้ก็จะหายไปได้ด้วยตัวเอง แต่หากมีภาวะนี้รุนแรงและยังมีอาการง่วงอยู่ทางแพทย์อาจจะเปลี่ยนจากเครื่อง CPAPเป็นอีกเครื่องหนึ่ง หรือเครื่อง BiPAP อุปกรณ์กลุ่ม ASV ตรงนี้จะช่วยผู้ป่วยที่มีภาวะ Central Sleep Apnea สมองไม่สั่งการในเวลาที่เราหลับได้ แต่การใช้ BiPAP เครื่องนี้จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ เพราะมีข้อห้ามใช้บางประการ เช่น โรคหัวใจรุนแรงอาจจะไม่เหมาะ ซึ่งต้องอยู่ในดุจพินิจของแพทย์ เป็นต้น

สุดท้าย หากแพทย์ตรวจทุกอย่างไม่พบอะไร คนไข้มีอาการง่วงมากนอกเหนือสาเหตุดังที่กล่าวมา อาจจะต้องใช้ยากระตุ้นอื่น ๆ ร่วมด้วย มีการสั่งยาที่ทำให้เรามีการตื่นตัวมากขึ้น หรือทานคาเฟอีนในระดับที่เหมาะสม เป็นต้น

สำหรับการจัดทำคลิปวีดีโอนี้โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท อีโอไลฟ์เมด จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทตัวแทนจำหน่ายอุปกรณ์ CPAP/BPAP จากประเทศออสเตรเลีย ที่เน้นให้ความรู้ด้านเครื่องมือแพทย์สมัยใหม่เกี่ยวกับการนอนหลับ 

ผู้ที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูคลิปวีดีโอได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=WXtPBaj8vjA

Share:

ใหม่ “นีเวีย ซัน ทริปเปิ้ล โพรเทค” รวมการปกป้องแบบ 3X* ทั้งยูวี มลภาวะ และผลจากแสงสีฟ้า

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย, วันที่ 3 มีนาคม 2564 - มั่นใจแค่ไหนว่ากันแดดที่คุณใช้อยู่ ให้การป้องผิวของคุณเพียงพอแล้ว ล่าสุด นีเวีย ซัน  ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์กันแดดตัวช่วยใหม่ล่าสุดสำหรับสาว ๆ ในยุคนิวนอร์มัลอย่าง “นีเวีย ซัน ทริปเปิ้ล โพรเทค” ที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของสาว ๆ ที่เปลี่ยนไปในยุคปัจจุบันที่มองหาตัวช่วยในการปกป้องผิวมากกว่าแสงแดดทั่วไป และด้วยนวัตกรรมเอกสิทธิ์จาก นีเวีย ซัน ที่ให้การปกป้องผิวคุณจากสิ่งที่ทำร้ายผิวถึง 3X* ไม่ว่าจะเป็นรังสี ยูวี  มลภาวะ และที่สำคัญผลจากแสงสีฟ้าในแดด หรือ แสงบลูไลท์ 

แต่ใช่ว่าหลบอยู่ในร่มแล้วจะปลอดภัยจากผลของแสงบูลไลท์ เพราะแสงบลูไลท์สามารถพบได้จากหน้าจอโทรทัศน์ หรือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ อย่างสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ จึงทำให้เราต้องเผชิญกับภัยร้ายใกล้ตัวอย่าง แสงบลูไลท์กันทุกวันโดยไม่รู้ตัว และหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะรังสีชนิดนี้มีทั้งในแสงแดด และในอุปกรณ์หน้าจอต่าง ๆ อีกด้วย แต่ผลของแสงสีฟ้าในแดดนั้นรุนแรงและทำร้ายผิวเราให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย รวมถึงฝ้า กระ จุดด่างดำอีกด้วย

นีเวีย ซัน อยากให้คุณใช้ชีวิตท่ามกลางแสงแดดอย่างปลอดภัย แนะนำนวัตกรรมล่าสุดในการปกป้องผิวจากแสงแดดแบบ 3X กับ “นีเวีย ซัน ทริปเปิ้ล โพรเทค” เซรั่มกันแดดเนื้อบางเบา ที่นอกจากจะสามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังทรงประสิทธิภาพในการปกป้องที่เหนือกว่าด้วยสารกันแดด SPF 50 PA +++ ที่ช่วยปกป้องได้อย่างมั่นใจถึงสามเท่า ทั้งรังสียูวีเอ ยูวีบี และมลภาวะ ผสานกับ Bluelight Protection Factor นวัตกรรมเอกสิทธิ์เฉพาะที่มีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากผลของแสงบลูไลท์ 

แสงบลูไลท์จากหน้าจอมือถือ 320 ชั่วโมง รุนแรงเท่ากับเจอแสงบลูไลท์จากแดดแค่ 1 นาที เพราะแสงบลูไลน์จากแดด จึงทำร้ายผิว ทำให้เกิดผิวแก่ก่อนวัย รวมถึงฝ้า กระ จุดด่างดำ ง่ายกว่ามาก เราจึงควรปกป้องผิวในทุกวันด้วย  นีเวีย ซัน ทริปเปิ้ล โพรเทค ซึ่งมีมาให้สาว ๆ ได้เลือกด้วยกันทั้งหมดถึง 3 สูตร ตามแต่ไลฟ์สไตล์และสภาพผิวที่แตกต่างกัน

เริ่มต้นด้วย นีเวีย ซัน ทริปเปิ้ล โพรเทค สูตร เอ็กซ์ตร้า เรเดียนซ์ แอนด์ สมูท หลอดสีชมพูที่มาพร้อมกลิ่นหอมหวานละมุนของสารสกัดธรรมชาติจากดอกฮอกไกโด โรส (Hokkaido Rose) ที่จะมาช่วยบำรุงให้ผิวพรรณดูกระจ่าง เนียนใส มีออร่า ให้สาว ๆ โชว์ผิวสวยท้าแดดได้อย่างมั่นใจ

ตามด้วย นีเวีย ซัน ทริปเปิ้ล โพรเทค สูตร แอคเน่ ออยล์ คอนโทรล หลอดสีส้มที่มีส่วนผสมของเกลือฮิมาลายัน (Himalayan Salt) หรือเกลือสีชมพู ที่นอกจากจะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดและผลของแสงบลูไลท์แล้วยังช่วยขจัดปัญหาสิวซ้ำซากไปพร้อม ๆ กัน ทำให้ผิวดูใส ไม่มัน ลดปัญหาสิวจากครีมกันแดดไปได้เลย 

และตบท้ายด้วย นีเวีย ซัน ทริปเปิ้ล โพรเทค สูตร โพรเทค แอนตี้ ริงเคิล หลอดสีทอง ที่มีส่วนผสมจากสารสกัดธรรมชาติอย่าง สาหร่ายจากทะเลน้ำลึก ที่ช่วยปกป้องคอลลาเจนในผิวจากการถูกแดดทำร้าย ลดเลือนริ้วรอยแม้บริเวณรอบดวงตา จึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้สาว ๆ มีผิวใส เปล่งปลั่ง และฟื้นบำรุงผิวให้ริ้วรอยดูลดเลือนลงไปพร้อม ๆ กัน

เตรียมพร้อมอวดผิวสวยใส ท้าแสงแดดรับซัมเมอร์ที่จะมาถึงนี้กับ นีเวีย ซัน ทริปเปิ้ล โพรเทค ทั้งสามสูตรได้แล้ว โดยมีวางจำหน่ายในขนาด 40ml. ราคา 389 บาท ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ  

  • www.nivea.co.th 
  • www.niveaformen.co.th 
  • www.facebook.com/niveathailand 
  • www.facebook.com/niveaformenthailand 


Share:

ครั้งแรกของ ‘ซิกน่าประกันภัย’ Co-Project ร่วมกับ แฟชั่นดีไซน์เนอร์ชื่อดังระดับโลก ‘ฌอน ชวนล ไคสิริ’ แห่งแบรนด์ POEM มอบความสุขผ่านหน้ากากผ้ารุ่น Limited Edition

 

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 1 มีนาคม 2564 – ซิกน่าประกันภัย ในฐานะผู้นำวงการประกันสุขภาพระดับโลก เดินหน้าเติมเต็มความสุข ส่งต่อความแคร์ มอบความห่วงใยให้แก่ลูกค้าผ่านโมเดล ‘3 สุข - Cigna My Happiness’ จับมือร่วมกับแบรนด์แฟชั่นชั้นนำอย่าง ‘POEM’ (โพเอม) รังสรรค์หน้ากากผ้ารุ่น Limited Edition ที่ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถันจาก คุณ ‘ฌอน' ชวนล ไคสิริ ไอคอนดีไซเนอร์ชื่อดังของเมืองไทย มุ่งเน้นการนำเสนอดีไซน์ที่เรียบง่าย ทันสมัย สวมใส่สบาย ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Simple yet Classy’ พร้อมให้ลูกค้าได้สัมผัสกับหน้ากากผ้าที่มีคุณภาพสูง ดีไซน์สวย และสามารถสวมใส่ได้ทุกวัน 


คุณชนัญญา จัยสิน, รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท ซิกน่า ประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในปีนี้ ซิกน่าต้อนรับศักราชใหม่ด้วยการเน้นย้ำถึงกลยุทธ์ทางการตลาดภายใต้แนวคิด ‘3 สุข’ เพื่อเติมเต็มความสุขให้แก่ลูกค้าในทุกช่วงเส้นทางการเป็นลูกค้าของซิกน่า ไม่ว่าจะสุขทั้งทาง กาย ใจ และการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ หรือ New normal ที่ส่งผลให้เกิดไลฟ์สไตล์แบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เช่น การที่ลูกค้าต้องสวมใส่หน้ากากทุกครั้งที่ออกจากบ้าน เราจึงตั้งใจที่จะมอบสิทธิพิเศษเหล่านี้เพื่อดูแลลูกค้าของเรา ผ่านการสนับสนุนและส่งเสริมให้ลูกค้าใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย ห่างไกลจากโรคภัยต่าง ๆ ประกอบกับการตอกย้ำถึงกลยุทธ์หลักขององค์กร ในการเพิ่มขีดความสามารถของพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ให้มีความหลากหลายและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เราจึงได้ร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับโลกอย่าง POEM ซึ่งถือเป็นการร่วมมือกันครั้งแรกของวงการประกันภัยและแบรนด์เสื้อผ้า เรายินดีเป็นอย่างยิ่ง และหวังว่าจะได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้าทุกคน”

จากความห่วงใยของซิกน่า ที่คอยมุ่งเน้นช่วยเหลือให้ผู้คนในชุมชนที่เราดำเนินธุรกิจอยู่ มีสุขภาพและชีวิตที่ดียิ่งขึ้นมาโดยตลอด วันนี้ซิกน่าจึงได้นำเสนอหน้ากากผ้ารุ่น Limited Edition เพื่อส่งมอบให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ โดยซิกน่าได้รับเกียรติจาก คุณฌอน ชวนล ไคสิริ เจ้าของแบรนด์และดีไซเนอร์แบรนด์ไทยชั้นนำที่มีชื่อเสียงไกลระดับโลกอย่าง POEM (โพเอม) เป็นผู้ออกแบบให้ ซึ่งหน้ากากผ้าดังกล่าวมีจุดเด่นด้านการดีไซน์ที่ถูกออกแบบอย่างประณีต เพื่อเสริมบุคลิกให้ผู้สวมใส่ดูโดดเด่น สามารถใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง (unisex) เนื้อผ้าผลิตจากผ้ามัสลิน ใยผ้าผ้ายแท้ 100% และสามารถซักได้มากกว่า 100 ครั้ง โดยคุณภาพของเนื้อผ้าไม่เสื่อม อีกทั้ง คุณสมบัติพิเศษของเนื้อผ้ายังสามารถต้านการซึมผ่านของละอองฝอยได้เป็นอย่างดี เพื่อป้องกันการติดต่อของเชื้อไวรัสที่ปะปนอยู่ในอากาศ นอกจากนี้ คุณฌอนยังได้ออกแบบตัวหน้ากากผ้าให้สวมใส่สบาย มีความทันสมัย โดดเด่นไปด้วยลวดลายเส้น และการพิมพไล่สีแบบออมเบร (Ombre) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของ POEM อีกด้วย

คุณฌอน ชวนล ไคสิริ, เจ้าของและดีไซเนอร์แบรนด์โพเอม (POEM) กล่าวว่า “การร่วมทำโปรเจกต์กับซิกน่า ถือเป็นครั้งแรกของวงการแฟชั่นที่ได้ร่วมมือกับภาคประกันภัย เรามองว่าการร่วมมือกันครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความยินดีของเรา ที่ได้ร่วมส่งมอบหน้ากากผ้าที่มีคุณภาพดีและมีดีไซน์อันโดดเด่น สวยงามตามแบบฉบับของโพเอมให้แก่ผู้สวมใส่ทุกคน ผมหวังว่าลูกค้าซิกน่าทุกท่าน จะชื่นชอบกับชิ้นงานที่พวกเราตั้งใจทำ และหวังว่าหน้ากากผ้า CIGNA x POEM จะกลายเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ลูกค้าทุกคนต้องมีติดตัวไว้ในช่วงการดำเนินชีวิตแบบ New Normal นี้”

ใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ การ์ดไม่ตก สวมใส่หน้ากากทุกครั้งเมื่อออกจากบ้าน ด้วยความห่วงใยจากซิกน่าประกันภัย #CignaXPOEM #ชีวิตติดแมส #CignaThailand


Share:

สมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนอ) จัดทำบุญเลี้ยงพระ เนื่องในโอกาสครบรอบ 87ปี



รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์ 

นายกสมาคมนักเรียนเก่าอังกฤษในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนอ) จัดทำบุญเลี้ยงพระ เนื่องในโอกาสครบรอบ 87ปี แห่งการสถาปนาสมาคม 

และหลังเลี้ยงอาหารกลางวันได้จัดงาน TEA-TALK "Start up Mindset" มีการบรรยายพิเศษในหัวข้อเรื่อง “เปลี่ยน...ก่อนถูกบังคับให้เปลี่ยน” โดย ดร.พลอย สุขาดา วิจิตรวาณิชย์พงษ์ เมื่อเร็วๆนี้ 




Share:

แฟร์มอนต์ แอมบาสเดอร์ โซล ตัวแทนแห่งความโมเดิร์นของกรุงโซลเปิดให้บริการแล้ววันนี้

เพิ่มสีสันแก่ย่านยออิโดแห่งกรุงโซลกับการเปิดตัวโรงแรมแฟร์มอนต์แห่งแรกในเกาหลีใต้

โซล, 24 กุมภาพันธ์ 2564: แฟร์มอนต์ โฮเทลแอนด์รีสอร์ท ประกาศการเปิดตัวโรงแรมภายใต้แบรนด์แฟร์มอนต์ แห่งแรกในเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564 แฟร์มอนต์ แอมบาสเดอร์ โซล (Fairmont Ambassador Seoul) ตั้งอยู่ในโครงการมิกซ์ยูส Parc 1 Complex อันเป็นสถานที่สำคัญแห่งใหม่ที่สวยงามแห่งย่านยออิโด พร้อมต้อนรับผู้นำระดับโลก นักธุรกิจ ครอบครัว และนักท่องเที่ยวนำสมัยที่มองหาประสบการณ์อันยากจะลืมเลือน แฟร์มอนต์ แอมบาสเดอร์ โซล เป็นหนึ่งในโรงแรมภายใต้แบรนด์แฟร์มอนต์ที่โดดเด่นกว่า 80 แห่งทั่วโลกที่ผสมผสานเสน่ห์อันเย้ายวนเข้ากับวัฒนธรรม เป็นที่ซึ่งเหมาะแก่การเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษหรือเหตุการณ์สำคัญต่างๆแฟร์มอนต์ แอมบาสเดอร์ โซล ตั้งอยู่ในย่านยออิโด เกาะเล็กๆ ริมแม่น้ำฮัน เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ตัวโรงแรมเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟใต้ดิน ห้างสรรพสินค้าฮุนได และอาคารสำนักงานแห่งใหม่ๆ ซึ่งจะมอบความสะดวกสบายอย่างเหนือชั้น แขกผู้มาเยือนจะสามารถสัมผัสได้ถึงวิถีใหม่ของวัฒนธรรมการใช้ชีวิตในเมืองที่รายล้อมไปด้วยทัศนียภาพอันงดงามของตึกระฟ้าในบริเวณใกล้เคียงและสายน้ำอันเป็นสัญลักษณ์ของกรุงโซล โครงการ Parc. 1 Complex ถูกออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังระดับโลกอย่างริชาร์ด โรเจอร์ส (Richard Rogers) ประสานสุนทรียศาสตร์แบบเกาหลีเข้ากับสไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานวัฒนธรรมท้องถิ่นเข้ากับความทันสมัยอย่างลงตัว

“เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้เปิดตัวแบรนด์แฟร์มอนต์เป็นครั้งแรกในกรุงโซล” การ์ธ ซิมมอนส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแอคคอร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ กล่าว “แบรนด์แฟร์มอนต์เป็นที่รู้จักในระดับโลกในด้านความยิ่งใหญ่และทีมงานที่มุ่งมั่นสร้างทุกประสบการณ์การเข้าพักให้เป็นที่น่าประทับใจและน่าจดจำ เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นการเติบโตของแบรนด์แฟร์มอนต์ในกรุงโซล มหานครที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว และเต็มไปด้วยเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่น่าอนุรักษณ์และทันสมัยอันหลากหลาย”

แฟร์มอนต์ แอมบาสเดอร์ โซล ประกอบไปด้วยห้องพักและห้องสวีท 326 ห้อง ห้องอาหารสี่แห่ง สระว่ายน้ำในร่ม สปา ฟิตเนส และพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมที่หลากหลาย ห้องพักประเภทแฟร์มอนต์ โกลด์ (Fairmont Gold) พร้อมมอบประสบการณ์ที่หรูหราที่เหนือกว่าด้วยทีมงานที่ทุ่มเทมุ่งมั่นที่จะมอบบริการสุดพิเศษตามความชอบของแขกแต่ละท่าน รวมไปถึงสิทธิพิเศษต่างๆ เช่น เมนูอาหารที่คัดสรรเป็นอย่างดี และสิทธิการเข้าใช้สิ่งอำนวยความสะดวกพิเศษ อาหารเช้า น้ำชายามบ่าย คานาเป้ยามเย็น และบาร์ส่วนตัว

แฟร์มอนต์ แอมบาสเดอร์ โซล จะกลายเป็นสถานที่สำคัญแห่งใหม่ในแผนที่ค้นพบประสบการณ์ด้านอาหารในกรุงโซล ด้วยห้องอาหารและบาร์อันมีเอกลักษณ์สามแห่ง สเปคตรัม (Spectrum) นำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นที่ดีที่สุดผ่านอาหารเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอาหารตะวันตก ครัวแบบเปิดจะพานักชิมเข้าสู่การเดินทางสำรวจประสบการณ์ทางด้านอาหารที่มีเสน่ห์ ชั้น 29 ซึ่งเป็นชั้นบนสุดของโรงแรมเป็นที่ตั้งของ มาริโปซ่า (Mariposa) ดึงดูดนักชิมด้วยคอร์สอาหารยุโรปแบบโมเดิร์น และอาหารสไตล์กูร์เมต์ที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ มีที่นั่งทั้งส่วนในร่มและนอกระเบียง M29 คือ บาร์บนดาดฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมมอบช่วงเวลาที่น่าจดจำด้วยค็อกเทลสร้างสรรค์ตามความชอบของนักดื่ม ทิวทัศน์มุมกว้างของแม่น้ำฮัน และเส้นขอบฟ้าของกรุงโซล ดิ เอเทรียม เล้านจ์ (The Atrium Lounge) เป็นอีกหนึ่งสถานที่สำหรับการพบปะในบรรยากาศโล่งสบาย เสิร์ฟกาแฟคุณภาพยอดเยี่ยม ชาที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี และแชมเปญชื่อดัง

โรงแรมมีให้บริการห้องแกรนด์บอลลูมหนึ่งห้องและห้องประชุม 10 ห้อง พื้นที่รวมทั้งหมด 1,995 ตารางเมตร สำหรับจัดงานเลี้ยงและงานอีเว้นต์หลากหลายรูปแบบ แกลเลอรี 7 (Gallery 7) ครอบคลุมพื้นที่หนึ่งชั้นของโรงแรม สามารถเลือกจัดงานต่างๆ ทั้งงานเฉลิมฉลอง งานเลี้ยงครอบครัว ไปจนถึงงานประชุมทางธุรกิจที่หรูหรา

แฟร์มอนต์ ฟิต (Fairmont Fit delivers) มอบประสบการณ์ด้านสุขภาพที่เลือกสรรมาอย่างดีที่สุด แขกสามารถเพลิดเพลินไปกับสระว่ายน้ำในร่ม ฟิตเนสพร้อมเครื่องออกกำลังกายจาก Technogym Artis หรือเลือกออกกำลังกายกับโปรแกรมที่ออกแบบเฉพาะสำหรับบุคคลโดยผู้เชี่ยวชาญด้านฟิตเนส

ทีมงานของ แฟร์มอนต์ แอมบาสเดอร์ โซล รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่จะได้นำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ของความเป็นเออร์เบิร์น ลักซ์ชัวรี่ ในใจกลางกรุงโซลที่มีชีวิตชีวา เรารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ตั้งอยู่ภายในโครงการ Parc.1 Complex ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญและมีชื่อเสียงแห่งใหม่ล่าสุดในเมืองหลวงนี้ ด้วยภาพลักษณ์ที่อบอุ่น เหนือกาลเวลา และน่าดึงดูดใจของแบรนด์แฟร์มอนต์ แอมบาสเดอร์ เรามุ่งมั่นที่จะเป็นสถานที่พบปะรวมตัวของกลุ่มผู้นำทางธุรกิจ กลุ่มผู้คิดค้นและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ทั้งในวันธรรมดาและในโอกาสสำคัญ แฟร์มอนต์ได้สร้างความผูกพันธ์กับชุมชนต่างๆที่ตั้งอยู่เป็นเวลากว่าหนึ่งศตวรรษ โรงแรมของเราพร้อมจะเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญของยออิโดและนำเสนอวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ที่ผสมผสานวัฒนธรรมเมืองอันหรูหราเข้ากับอาหารและเครื่องดื่มอันเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น” คาร์ล แกเนี่ยน ผู้จัดการทั่วไป แฟร์มอนต์ แอมบาสเดอร์ โซล กล่าว “เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ต้อนรับแขกคนสำคัญเพื่อร่วมสร้างความทรงจำอันแสนประทับไปด้วยกัน”


Share:

The Swan Takes Flight: สวารอฟสกี้ สร้างปรากฏการณ์ความเจิดจรัสรูปแบบใหม่

 

WONDERLAB เมื่อเวทมนตร์และวิทยาศาสตร์ได้มาบรรจบกัน สวารอฟสกี้ ฉลองครบรอบ 125 ปี พร้อมสร้างปรากฏการณ์ความเจิดจรัสรูปแบบใหม่ จากแบรนด์ที่จุดประกายแห่งความสุขให้แก่ผู้คนทั่วทุกมุมโลก ด้วยความเชี่ยวชาญ นวัตกรรม ความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบคริสตัลด้วยความประณีต ล้วนแล้วแต่เป็นหัวใจสำคัญที่แสดงถึงตัวตนของสวารอฟสกี้มาอย่างยาวนาน วันนี้สวารอฟสกี้ได้เริ่มต้นยุคใหม่ด้วยวิสัยทัศน์แห่งอนาคต ที่แสดงถึงการเติบโตภายใต้แนวคิดชวนหลงใหล เพื่อพาทุกคนไปพบกับโลกแห่งประกายระยิบระยับใบใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์  

จิโอวานน่า แบทแทกเลีย อิงเกอเบิร์ท (Giovanna Battaglia Engelbert) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์คนใหม่ของสวารอฟสกี้
จิโอวานน่า แบทแทกเลีย อิงเกอเบิร์ท (Giovanna Battaglia Engelbert)
ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์คนใหม่ของสวารอฟสกี้
โรเบิร์ต บุคเบาเออร์ ซีอีโอของแบรนด์กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 125 ปี สวารอฟสกี้ได้รังสรรค์และพัฒนาชิ้นงานคริสตัลอันงดงามที่แสนประณีตขึ้นมามากมาย ซึ่งเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่สะท้อนถึงตัวตนของแบรนด์ได้อย่างสวยงาม ผมตื่นเต้นมากที่จะได้เขียนหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ให้กับเรื่องราวความสำเร็จอันน่าจดจำครั้งนี้ ด้วยการยกระดับแบรนด์สวารอฟสกี้ให้กลายเป็นแบรนด์หรูหราที่สามารถเข้าถึงได้ และกลายเป็นไลฟ์สไตล์คริสตัลอย่างแท้จริง” 

THE SWAN TAKES FLIGHT

หงส์ ถือเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงความเป็นสวารอฟสกี้อันเป็นตำนาน ซึ่งได้กลายเป็นเอกลักษณ์ที่น่าจดจำของแบรนด์มาอย่างยาวนาน โดยได้รับการออกแบบใหม่ผ่านมุมมองการรังสรรค์คริสตัลของจิโอวานน่า ภายใต้คอนเซ็ปต์ Wonderlab สถานที่ที่เวทมนตร์และวิทยาศาสตร์ได้มาบรรจบกัน จึงเกิดเป็นความรู้สึกพิเศษและงดงาม เป็นเวทมนตร์มหัศจรรย์ที่ทุกคนควรได้ลองสัมผัส เราจึงอยากเชิญชวนทุกคนเข้าสู่โลกใบใหม่ของสวารอฟสกี้

ถึงเวลาแล้วที่หงส์ซึ่งเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของสวารอฟสกี้ พร้อมสยายปีกบินเพื่อต้อนรับการเปลี่ยนแปลงของสวารอฟสกี้ ผ่านมุมมองและจินตนาการของจิโอวานน่า ด้วยรูปลักษณ์โฉมใหม่ คอที่ยาวระหงและท่วงท่าที่สง่างาม เพื่อเป็นตัวแทนของความงดงามและความรักอันเป็นนิรันดร์ เฉกเช่นเดียวกับความมุ่งมั่นเพื่อผลิตงานคริสตัลชิ้นเลิศ ที่ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์และสืบเนื่องมาอย่างยาวนาน โดยการปรับโฉมครั้งสำคัญนี้ สวารอฟสกี้ยังคงยึดมั่นกับตัวตนที่แท้จริงที่สะท้อนถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างโดดเด่น พร้อมตอกย้ำถึงมรดกแห่งความเจิดจรัสอันเป็นตำนานที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น

ขั้นตอนสุดท้ายของการแปลงโฉมสัญลักษณ์ของสวารอฟสกี้นี้ มาในรูปทรงแปดเหลี่ยมที่ล้อมรอบตัวหงส์คล้ายกับลูกกวาด โดยรูปทรงแปดเหลี่ยมเป็นตัวแทนของการเกิดใหม่รับกับเหลี่ยมคริสตัลที่เจียระไนได้เป็นอย่างดี เปรียบกับงานฝีมือการประดิษฐ์คริสตัลของสวารอฟสกี้ที่ยากจะมีใครเทียบได้ 

INSTANT WONDER – A FEAST FOR THE SENSES 

Wonderlab ถูกเนรมิตขึ้นมาทั้งหมด 28 แห่งทั่วทุกมุมโลก เพื่อเป็นแกลเลอเรียที่รวบรวมความเป็นอัตลักษณ์ของสวารอฟสกี้ โดยได้เริ่มขึ้นในเมืองมิลานเป็นที่แรก เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 และจะเปิดตัวในอีก 27 แห่งตามมาในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก รวมไปถึงในปารีสและนิวยอร์กอีกด้วย 

ด้วยการออกแบบที่สะท้อนถึงแคมเปญที่กำลังจะเปิดตัวพร้อมความเจิดจรัสรูปแบบใหม่ แขกผู้มาเยือนทุกคนจะได้รับการต้อนรับสู่สถานที่ที่เต็มไปด้วยสีสันอันมีชีวิตชีวา การผสมผสานของวัสดุ ประติมากรรม และแนวคิดการสร้างสรรค์ใหม่ ๆ เพื่อค้นหาเสน่ห์ในตัวเอง และจุดประกายความมั่นใจให้กับทุกคน ร้าน Instant Wonder จากสวารอฟสกี้ พร้อมมอบประสบการณ์ความมหัศจรรย์ดั่งความฝันให้เกิดขึ้นจริง ด้วยชิ้นส่วนของคริสตัลที่ประดับประดาราวกับลูกกวาด ซึ่งถูกเติมเต็มด้วยเครื่องประดับชิ้นต่าง ๆ อาทิ สร้อย นาฬิกา เครื่องประดับตกแต่งบ้าน รวมถึงภายในแกลเลอเรียที่ถูกแต่งแต้มด้วยฉากหลังของภาพเงาโลโก้แปดเหลี่ยมโฉมใหม่ของสวารอฟสกี้ที่ทำจากแพ็กเกจจิ้งใหม่

นอกเหนือจากการเปิดแกลเลอเรียในบางเมืองแล้ว การเปิดตัวร้าน Instant Wonder ของสวารอฟสกี้ ยังสามารถรับชมได้ผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมีการจัดทัวร์เสมือนจริง เพื่อเปิดให้ชมตัวอย่างชิ้นงานในคอลเลกชันใหม่ เผยให้เห็นถึงแรงบันดาลใจและแนวคิดเบื้องหลังคอลเลกชัน เพื่อให้ทุกคนได้สัมผัสและมีส่วนร่วมกับคอลเลกชันนี้มากยิ่งขึ้น ด้วยการออกแบบร่วมกับ Villa Eugenie ในกรุงปารีส ทำให้ร้านค้าของสวารอฟสกี้สามารถสร้างประสบการณ์ที่น่าอัศจรรย์อย่างเหนือระดับให้กับทุกคนได้ทั่วทุกมุมโลก

กิจกรรมทั้งหมดจะถูกจัดขึ้นภายใต้ความเจิดจรัสรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นโทนสี รูปลักษณ์ รวมไปถึงอารมณ์และความรู้สึกทั้งหมด เพื่อถ่ายทอดโลกใบใหม่ของสวารอฟสกี้ให้เป็นที่ประจักษ์และน่าจดจำ ภายใต้การดูแลของ จิโอวานน่า สวารอฟสกี้จะมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจและน่าหลงใหลในโลกแห่งเครื่องประดับ ที่จะสร้างความประทับใจพร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนทั่วโลก 

เกี่ยวกับสวารอฟสกี้

สวารอฟสกี้กับนิยามใหม่ Wonderlab เมื่อเวทมนตร์และวิทยาศาสตร์ได้มาบรรจบกัน

สวารอฟสกี้นำเสนอสินค้าหลากหลายประเภทที่เป็นหนึ่งในด้านคุณภาพ ฝีมือการประดิษฐ์ และความคิดสร้างสรรค์ หลังจากก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1895 ในประเทศออสเตรีย สวารอฟสกี้ได้ออกแบบ ผลิต และจัดจำหน่ายคริสตัลคุณภาพสูง อัญมณีแท้ ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป เช่น เครื่องประดับ แอคเซสเซอรี่ รวมถึงของตกแต่งภายใน และโซลูชั่นไลท์ติ้ง Swarovski Crystal Business พร้อมด้วยบริษัทในเครือ Swarovski Optik (ทัศนอุปกรณ์) และ Tyrolit (เครื่องมือเจีย ตัด ขัด เจาะ) รวมกันเป็นบริษัทภายใต้ Swarovski Group 

การสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนและโลกใบนี้อย่างมีความรับผิดชอบเป็นมรดกตกทอดที่สำคัญของสวารอฟสกี้เสมอมาและปัจจุบันยังคงปลูกฝังอยู่ในโครงการส่งเสริมความยั่งยืนที่แข็งแกร่งของบริษัท นอกจากนี้แล้ว โครงการ Swarov-ski Waterschool ยังมอบความรู้แก่ประชาชนทั่วโลกและเข้าถึงเด็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ในบริเวณแม่น้ำสายสำคัญที่สุดโลกมาแล้วกว่า 500,000 คน 

ส่วน Swarovski Foundation ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2013 เพื่ออุทิศให้แก่ผู้ก่อตั้ง แดเนียล สวารอฟสกี้ ได้ดำเนินงานเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและความเป็นอยู่ของผู้หญิงและเด็ก รวมไปถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม


Share:

บำรุงราษฎร์ เปิด “ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ” พลิกโฉมการดูแลรักษาข้อและเวชศาสตร์การกีฬาครบจบในที่เดียว พร้อมจัดทัพทีมแพทย์ศักยภาพเป็นที่ยอมรับ ย้ำผู้นำด้านการบริบาลสุขภาพแบบองค์รวม


จากสถานการณ์ระบาดวิทยา องค์การอนามัยโลกได้คาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยกระดูกและข้อเพิ่มขึ้นจาก 400 ล้านคนใน พ.ศ. 2551 เป็น 570 ล้านคนใน พ.ศ. 2563 ในขณะที่ผลสำรวจประเทศไทย พบว่ามีผู้ป่วยโรคกระดูกและข้อในคนไทย พ.ศ. 2563 มากกว่า 6 ล้านคน แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ โรคข้อเสื่อมยังเป็นภาระโรคที่สำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น และเป็นโรคเรื้อรังโรคหนึ่งที่เป็นสาเหตุของความพิการ และการสูญเสียความสามารถในการทำหน้าที่ของร่างกาย นำไปสู่ภาระพึ่งพิง ซึ่งเป็นปัญหาด้านสาธารณสุขระดับโลกรวมทั้งประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีผู้ป่วยที่มีภาวะเกี่ยวกับข้อที่มีสาเหตุมาจากการบาดเจ็บจากการออกกำลังกาย การเล่นกีฬา อุบัติเหตุ หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งปัญหาเกี่ยวกับข้อต่าง ๆ เหล่านี้ ผู้ป่วยจำเป็นที่จะต้องได้รับตรวจวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง รวมถึงการวางแผนการรักษาด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ตรงจุดและเหมาะสมตามอาการไม่มากหรือน้อยเกินไป จากแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง รวมถึงจากสถานพยาบาลที่มีคุณภาพมาตรฐาน เพื่อให้เกิดความมั่นใจในความปลอดภัยและผลสัมฤทธิ์ของการรักษา

รศ. นพ. ทวีสิน ตันประยูร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการทางการแพทย์
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เปิดเผยว่า “การเปิด ‘ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ’ หรือ ‘Sports Medicine and Joint Center’ ในครั้งนี้ นับเป็นการตอกย้ำศักยภาพของบำรุงราษฎร์ ในการยกระดับการรักษาพยาบาลสู่ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ Center of Excellence อย่างต่อเนื่อง 
โดยโรงพยาบาลฯ ได้มีการจัดทัพแพทย์ของศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ โดยการรวบรวมแพทย์ ซึ่งเป็นระดับอาจารย์แพทย์ที่เป็นที่รู้จักและยอมรับของแพทย์ในสาขาความชำนาญการด้านกระดูกและข้อของประเทศมาร่วมงานกับทางโรงพยาบาลฯ เพื่อมาเสริมศักยภาพปรับทัพแพทย์ของศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ อีกทั้งยังเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระด้านสาธารณสุขของภาครัฐ และเปิดโอกาสให้กับผู้ป่วยได้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย”

นพ. วิชาญ กาญจนถวัลย์ หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และแพทย์ผู้ชำนาญการศัลยศาสตร์กระดูกและข้อและการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า “โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้ reinvent หรือพลิกโฉมโมเดลการให้บริบาลทางการแพทย์ในรูปแบบใหม่ขึ้นมาสอดรับกับวิสัยทัศน์องค์กรเรื่องการให้การบริบาลสุขภาพแบบองค์รวม หรือ Holistic Healthcare โดยการนำศาสตร์ทั้งสองแขนงมารวมกัน จะส่งผลดีต่อผู้มาใช้บริการและผู้ป่วย เพราะทำให้เกิดการต่อเนื่องในการรักษา และทำให้การรักษาผู้ป่วยเกิดประสิทธิภาพสูงสุด หากท่านลองนึกภาพคนไข้ที่อยู่ในวัย active สามารถเข้ามาขอคำแนะนำหรือเข้ารับการรักษาได้ภายในศูนย์เดียวต่อเนื่องไปตลอดช่วงอายุ หรือ ครอบครัวหนึ่งที่ประกอบด้วยสมาชิกต่างวัย สามารถเข้าใช้บริการได้ในที่เดียวกัน 
โดย “ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ” โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เน้นการให้บริการ 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 
1. Sports Medicine Center 
2. Joint Preservation และ 
3. Joint Replacement 
โดยขอยกตัวอย่างเรื่องความต่อเนื่องของการให้บริการของศูนย์ฯ ในทุกช่วงวัย ให้เห็นภาพตาม เช่น 
  • ในระยะแรก ผู้มาใช้บริการอาจเป็นวัยรุ่นที่มาตรวจเช็คความพร้อมของร่างกายหรือเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อก่อนลงแข่งขันกีฬา 
  • ต่อมาพอเข้าสู่วัยทำงาน อาจเกิดการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา มีอาการปวดที่หัวเข่าอย่างรุนแรงหรือเข่าบวมปูดด้วยปัญหาเส้นเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกขาด ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนทิศทางกะทันหันจากการเล่นฟุตบอล หรือเล่นบาสเกตบอล หรือล้มจากการเล่นสกี 
  • และพอเข้าสู่ผู้สูงอายุ อาจมีปัญหาข้อเข่าเสื่อม ซึ่งอาจเกิดจากพฤติกรรมการใช้เข่าที่ผิด เช่น นั่งคุกเข่าพับเพียบ ขัดสมาธิ ซึ่งเป็นท่าที่ทำให้ข้อเข่าถูกกดพับ และเอ็นกล้ามเนื้อถูกยืดมาก การนั่งเช่นนั้นนานๆ ทำให้การหมุนเวียนของเลือดไปเลี้ยงเข่าไม่ได้ดี หรืออาจเกิดด้วยสาเหตุส่วนใหญ่ร้อยละ 50 เกิดจากน้ำหนักตัวที่มาก ทำให้เข่าต้องแบกน้ำหนักส่วนเกินเป็นเวลานานหลายปี จนปวดเรื้อรัง จึงต้องมารักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม เป็นต้น 
จะเห็นได้ว่า scope อาการของโรคนี้จะพบได้ในทุกช่วงอายุ
การดูแลรักษาที่มีความต่อเนื่องจึงมีความจำเป็น โดยผู้ป่วยสามารถเข้ามารับบริการได้อย่างครอบคลุมที่ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ ครบจบในที่เดียว ที่สำคัญทีมแพทย์ยังทราบถึงอาการและมีประวัติการรักษาเพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด”
นพ. ชาลี สุเมธวานิชย์ แพทย์ผู้ชำนาญการศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ และข้อเทียม โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์
กล่าวว่า “นอกจากเรื่องจุดเด่นด้านการรักษาพยาบาลแบบ Holistic joint care ที่ครอบคลุมและต่อเนื่องแล้ว อีกจุดเด่นที่สำคัญของศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ คือเราได้มีการรวบรวมทีมแพทย์เฉพาะทางที่ชำนาญการในแต่ละสาขา เช่น ศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ ข้อเทียม ข้อสะโพกและข้อเข่า เวชศาสตร์การกีฬา การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา และเวชศาสตร์ฟื้นฟู ซึ่งบำรุงราษฎร์ให้ความสำคัญกับการรักษาเฉพาะทางอย่างมาก โดยแพทย์เฉพาะทางแต่ละท่านมีประสบการณ์สูงในการทำเคสเฉพาะทางที่ยากและซับซ้อน และสามารถใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยหรือใช้เทคนิคหรือเทคโนโลยีขั้นสูงในการรักษา เช่น การผ่าตัดส่องกล้องในข้อที่มีความละเอียดสูง หรือใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic Surgery) หรือคอมพิวเตอร์นำวิถี (Computer Navigator) ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด”
สำหรับ Journey ของผู้มาใช้บริการ สามารถเข้ามาปรึกษาทีมแพทย์ได้ตั้งแต่ระยะแรก เริ่มจากการป้องกัน การตรวจคัดกรองโรคทางกล้ามเนื้อ การวินิจฉัย การรักษา ซึ่งก็จะมีหลากหลายวิธีและมีเทคนิคต่างๆ ทั้งแบบผ่าตัด และไม่ต้องผ่าตัด หรือการผ่าตัดแบบรักษาข้อเดิมเอาไว้ หรือการผ่าตัดซ่อมเสริมข้อเทียมใหม่ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแบบใช้เทคนิคเข้าทางด้านหน้า ไม่ตัดกล้ามเนื้อ หรือแบบใช้แขนกลหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของทีมแพทย์เพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยในแต่ละราย รวมถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและกล้ามเนื้อให้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ สำหรับในรายผู้ป่วยที่มีความซับซ้อน 
อาทิ
การผ่าตัดแก้ไขข้อเทียม หรือมีกระดูกที่แตกหักบริเวณข้อเทียม ฯลฯ จำเป็นต้องอาศัยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มีความชำนาญสูง มีฝีมือ และมีประสบการณ์ในการรักษา นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังมีทีมสหวิชาชีพที่เกี่ยวข้องในการรักษาโรคเกี่ยวกับข้อ เช่น แพทย์ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์, แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด, แพทย์อายุรกรรม, แพทย์อายุรกรรมโรคข้อ, วิสัญญีแพทย์, พยาบาลผู้ชำนาญการโรคทางข้อ, นักกายภาพบำบัด และนักโภชนากร เป็นต้น”
นอกจากนี้ บำรุงราษฎร์ ยังได้แต่งตั้งคณะกรรมการศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ ซึ่งเป็นทีมแพทย์ทำหน้าที่ตรวจตราดูแลผู้ป่วยทั้งก่อนและหลังการผ่าตัด
รวมถึงเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนเพื่อการรักษาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ บำรุงราษฎร์ได้คำนึงถึง ‘การรักษาพยาบาลที่มีคุณค่า’ หรือ ‘Value Medicine’ หมายความว่า ทีมแพทย์และคณะกรรมการจะร่วมกันพิจารณาถึงการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายในราคาที่สมเหตุสมผล คุ้มค่ากับการรักษา ซึ่งจริงๆ แล้วค่าใช้จ่ายไม่ได้แพงอย่างที่คิด หากเทียบกับคุณภาพมาตรฐานภายใต้แบรนด์ “บำรุงราษฎร์” ซึ่งมีความใส่ใจและพิถีพิถันในทุกๆ รายละเอียด ตั้งแต่ในเรื่องของอุปกรณ์ ส่วนใหญ่จะเป็นแบบใช้ครั้งเดียวสำหรับผู้ป่วย โดยจะไม่นำไปทำความสะอาดและนำมาใช้ซ้ำตามหลักมาตราฐานสากล 
รวมถึงมีการควบคุมการติดเชื้ออย่างเข้มงวดและเน้นความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นสำคัญ ทำให้มีอัตราการติดเชื้อจากการผ่าตัดอยู่ในเกณฑ์ที่น้อยมาก และต่ำกว่าเกณฑ์มาตราฐานในระดับสากล โดยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมบำรุงราษฎร์มีการติดเชื้อของข้อเทียม (Deep infection) เท่ากับ 0% (ข้อมูลพ.ศ. 2559-2561) และมีการให้ความรู้ผู้ป่วยก่อนเข้ารับการผ่าตัด (pre-operative class) เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าใจถึงกระบวนการรักษาทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการผ่าตัด รวมถึงการฝึกพัฒนากล้ามเนื้อโดยนักกายภาพบำบัด เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนได้รับการผ่าตัด รวมถึงฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย ให้คำแนะนำการปฏิบัติตัวหลังการผ่าตัดและข้อจำกัดต่างๆ เพื่อให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ป่วย
ทั้งนี้ โรงพยาบาลฯ มีการจัดทำแพ็กเกจ Fixed Prices การผ่าตัดมาตรฐานบำรุงราษฎร์ ซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ปีที่ผ่านมา สำหรับให้ผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่ศูนย์เวชศาสตร์การกีฬาและข้อ และศูนย์อื่น ๆ  ได้คลายข้อกังวลในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล โดยยังคงเน้นในเรื่องของความคุ้มค่า ความเหมาะสมกับอาการของผู้ป่วยแต่ละรายและผลลัพธ์ของการรักษาสูงสุด นอกจากนี้โรงพยาบาลฯ ยังคงดำเนินนโยบายตรึงค่ารักษาพยาบาลและค่าแพทย์จนถึงกลางปี 2564 นี้ เพื่อเป็นการดูแลคนไทย ตลอดจนเพื่อขอบคุณผู้ป่วยทุกคนที่มอบความไว้วางใจในคุณภาพมาตรฐานและการบริการให้กับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มาอย่างต่อเนื่อง


Share:

“Swiss Weekend Breakfast” สุดสัปดาห์ที่สดใส กับอาหารเช้าสไตล์สวิส ที่ห้องอาหาร “Rim Klong Café”

Insightout Story ชวนเพื่อนๆมาเปลี่ยนบรรยากาศ  Weekend สุดสัปดาห์ที่เคยธรรมดา ที่ โรงแรมเมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท (Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok) ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าที่พักในโรงแรม หรือ ชาวกรุงมาผ่อนคลายกับบรรยากาศแสนสบาย   ด้วยต้นกำเนิดของโรงแรมมาจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่นี่จึงเปิดประสบการณ์ใหม่ของอาหารเช้าแบบออริจินอล 
ที่นำเสนอผ่านห้องห้องอาหาร  Rim Klong Café (ริมคลองคาเฟ่) ร้านอาหารและเบเกอรี่สุดหรูริมคลองบรรยากาศริมคลอง รับรองว่าอาหารเช้าของสุดสัปดาห์นี้ จะแตกต่างจากที่เคย กับ “Swiss Weekend Breakfast” เมนูอาหารเช้าและบรันซ์รูปแบบใหม่สไตล์สวิสสุดว้าว...
  • “Swiss Weekend Breakfast” 
  • พร้อมเสิร์ฟทุกวันเสาร์และอาทิตย์ตลอดทั้งวัน 
  • ตั้งแต่เวลา 8.00 น. - 16.00 น. 
ประกอบด้วยเมนูอาหารเช้าแบบร้อนและเย็นที่มีให้เลือกอย่างจุใจกว่า 20 รายการ
ซึ่งสามารถเพลิดเพลินกับการจับคู่มื้อเช้าที่แตกต่างกันได้ทุกครั้ง มีทั้งอาหารที่ดีต่อสุขภาพไปจนถึงอาหารที่ดีต่อใจ ทุกจานปรุงด้วยส่วนผสมจากเทือกเขาแอลป์อันบริสุทธิ์ ผสานกับสูตรดั้งเดิมของสวิตเซอร์แลนด์ ที่รับรองว่า ทั้งอร่อย มีประโยชน์ ดีต่อสุขภาพ และถูกใจนักชิม 
อาหารที่นี่เรียกได้ว่า เป็นสูตรเด็ดอย่างเป็นทางการ รังสรรค์ความอร่อยของเมอเวนพิค ที่มีอายุมากกว่า 70 ปี  เริ่มต้นด้วยตัวเลือกขนมปัง และขนมอบสดใหม่ที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดี 
ซึ่งรวมถึงขนมปังข้าวไรย์ไม่ขัดสีแบบออแกนิค (guilt-free dark rye bread), ขนมปังซาวจ์โดวจ์ผสมธัญพืช (mixed seed sourdough), ครัวซองต์เนยที่เนื้อนุ่มชุ่มฉ่ำ, แปงโอช็อกโกล่า หรือ ขนมปังช็อกโกแลตรสชาติเข้มข้น (Pain au chocolat), มัฟฟินบลูเบอร์รี่ (blueberry muffin) เสิร์ฟพร้อมเนยและแยมสูตรพิเศษของ เมอเวนพิค, เบียร์เชอร์-เบ็นเนอร์ มูสลี่ แบบโฮมเมด (Bircher-Benner Müsli)   เมล็ดเจียในนมอัลมอนด์ โยเกิร์ตผสมธัญพืชและบลูเบอร์รี่ และสลัดผักสดจากสวนออแกนิค มาดูเมนูกันเลยค่ะ  
Baker’s Basket – 300 Baht
ก่อนอาหารเช้าใดๆ คงต้องเริ่มจากเซต ขนมปังดีๆๆ ถ้าขนมปังสไตล์สวิต ไม่พลาดฟิน ต้องสั่งเซตนี้ค่ะ ออรินอลจริง ครัวซองต์ และขมปัง Zopf ทักเปีย เนื้อนุ่ม ทานกับเนย หรือแยมผลไม้แบรนด์แท้ จาก Movenpic กลิ่นหอมๆของขนมปัง ต้องสั่งกาแฟตามเลยค่ะ  
หลังจากรับประทานขนมปังเรียกน้ำย่อยแล้วลองสั่งแบบเซตให้อิ่มอร่อยกันได้เลยค่ะ

SWISS CLASSIC SET – 599 Baht
ที่ว่าเมนูมากกว่า 20 เมนู เรามีเซตที่จัดไว้ให้อย่างลงตัว ด้วย  3 เมนูกับ 1 ดริ้ง ที่พ่อครัวรังสรรความอร่อยของมื้อเช้าได้อย่างลงตัว แบบคลาสสิก ดังนี้ค่ะ 
  • ชุดขนมปัง ครัวซองต์ และขมปัง Zopf ถักเปีย เนื้อนุ่ม ทานกับเนย หรือแยมผลไม้
  • โคลด์ คัท (Cold Cuts) แบบยุโรป ไม่ว่าจะเป็น เคียวร์ มีท (Cured Meat) ปลาแซลมอนรมควัน ชีสระดับพรีเมียม และปาเต (Pâté) ตับบดเนื้อเนียนกับขนมปังปิ้ง “โรสตี
  • (Rösti) เค้กมันฝรั่งสวิสแบบดั้งเดิม เสิร์ฟพร้อมไข่ดาวและเบคอน ซึ่ง Rim Klong Café การันตีว่าอร่อยแท้แบบต้นตำรับอย่างแน่นอน 
  • และเลือกเครื่องดื่มได้ 1 ดริ้งค่ะ เซตนี้
หรือสั่งเฉพาะเมนู มิกซ์แอนด์แมทซ์ เองก็อร่อยไม่แพ้กันค่ะ  
A LA CART 
  • Cold Cuts – 320 Baht 
  • Rösti – 220 Baht  
  • Bircher-Benner Müsli – 110 Baht
  • Super Green Brown Paper Rolls – 120 Baht
  • Free – Range Chicken – 150 Baht
  • Organic Pomelo and Quinoa Salad – 160 Baht 
  • New Caesars Salad – 150 Baht
มุมของหวานค่ะ 
  • เบเกอรี่ หลากหลาย การันตีความอร่อย
  • ไอศรีม โฮมเมด รสชาติเข้มข้น ต้นตำหรับ 
  • และเครื่องดื่มมานั่งชิลล์ ดื่มกาแฟ นัดเพื่อน นัดลูกค้า กับบรรยากาศแสนสุดเก๋ที่ริมคลอง
ในส่วนขนมมีให้เลือกหลากหลายเมนู เช่น
แพนเค้กบัตเตอร์มิลค์ (buttermilk pancakes) หรือวาฟเฟิล เสิร์ฟพร้อมน้ำผึ้งจากท้องถิ่น ผลไม้แช่อิ่ม ผสมเบอร์รี่ และน้ำตาลอบเชย (cinnamon sugar) กลิ่นหอมกรุ่น หวานกำลังพอดี และอร่อยล้ำลง   

Rim Klong Café คาเฟ่และร้านอาหารที่ตอบโจทย์คนเมืองที่มองหาสถานที่พักผ่อนจากความเครียดในชีวิตประจำวัน เพียงแค่ไม่กี่ก้าวจากความวุ่นวายบนท้องถนน ก็จะพบกับ “สวรรค์แห่งความผ่อนคลายกลางเมือง” ภายใต้บรรยากาศสบาย ๆ ริมคลอง พร้อมเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายชนิดตลอดทั้งวัน รวมถึงเมนูสไตล์สวิสแท้ที่แตกต่าง 

นอกจากนี้ Rim Klong Café ยังใส่ใจเรื่อง “ขยะอาหาร” (Food Waste) ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการจำกัดขนาดของอาหารแต่ละจานให้พอดีและอิ่มอร่อยได้อย่างมีความสุขสำหรับนักชิมทุกคน  

พลาดไม่ได้สำหรับเบรกฟาสต์เลิฟเวอร์ 
“Swiss Weekend Breakfast” 
ที่ Rim Klong Café 
เริ่ม 13 กุมภาพันธ์ 2564 นี้ 
Rim Klong Café ( ริมคลองคาเฟ่ )
โรงแรม เมอเวนพิค บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ท 
( Mövenpick BDMS Wellness Resort Bangkok )
Telephone: 02 666 3333  
Facebook: @movenpickbdmsbangkok
Instagram: @movenpickbdmsbangkok
การเดินทาง: รถไฟฟ้า BTS สถานีเพลินจิต 
Share:

โรงพยาบาลธนบุรี

โรงพยาบาลธนบุรี

STATISTICS ::

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

Telephone :: คุณเอ๋​ (+66) 081 434 5154
Email :: Insightoutstory@gmail.com

Add Line Click 👇👇

Translate

Deep Tissue Massage Yoga

Review By Nichapa

บทความที่ได้รับความนิยม

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

ที่เก็บของบล็อก