“อะเมซิ่งไทยแลนด์มาราธอน 2026” สร้างประวัติศาสตร์ นักวิ่งไทย-เทศ 7.1 หมื่น 92 ประเทศแห่ร่วมวิ่ง ส.กรีฑาโลกประกาศขึ้นท็อป 5 มาราธอนเมืองหลวงโลก

“รมว.เอ” สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ควงคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ วิ่งมาราธอนระดับโลก “อะเมซิ่งไทยแลนด์มาราธอนแบงค็อก 2026” ประกาศพร้อม 100% ด้านผู้อำนวยการอาวุโสสมาคมกรีฑาโลก โผล่วีดีโอคอล กลางงานประกาศรับรองจำนวนผู้สมัคร 71,435 คน เป็นชาวต่างชาติ 8,972 คน จาก 92ประเทศทั่วโลก พร้อมโหวตให้ “วิ่งผ่าเมือง” ติดอันดับ 1 ใน 5 รายการมาราธอนในเมืองหลวงที่มีจำนวนนักวิ่งมากที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการ ผู้ว่าฯ กกท. ควงผู้ว่าฯ ททท. ประเมินรายได้หมุนเวียนสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 2,295 ล้าน ตลอดสัปดาห์แข่งขัน  ผบช.น.ขอความร่วมมือนักวิ่งงดใช้รถยนต์เดินทางมาแข่งขันหวั่นทำจราจรหนาแน่น ด้านผู้ว่าฯ ชัชชาติ เผยปีนี้เจรจารถไฟฟ้าบีทีเอส และรถไฟฟ้ามหานครสำเร็จ เตรียมขยายเวลาให้บริการตลอดช่วงแข่งขัน 

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ณ โตโยต้า อไลฟ์ บางนา กม.3 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เดินทางมาเป็นประธานแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนในเมืองหลวงระดับโลก (World Capital Marathon) รายการ “อะเมซิ่งไทยแลนด์มาราธอน    แบงค็อก 2026 พรีเซ็นต์บายโตโยต้า ครั้งที่ 9 ประจำปี 2569” ชิงเงินรางวัลรวม 4,075,000 บาท ซึ่งรัฐบาลไทยมอบหมายให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นเจ้าภาพ ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กรุงเทพมหานคร (กทม.) และสมาคมกรีฑาโลก โดยมีบริษัท ไตรลีก (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้อำนวยการจัดงาน รายการนี้ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและภาคเอกชนเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ อาทิ นางโปรดปราน สมานมิตร ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พลตำรวจโท สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ รองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย นายวิทวัส ตันติเวสส อุปนายกอาวุโส สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นางสาว   นริศรา ศรีสันต์ ที่ปรึกษากลยุทธ์ สื่อสารองค์กร บริษัทขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นายอัลวิน จี        รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขันฯ โดยมี มร.เอเลสซิโอ ปุนซี่ ผู้อำนวยการอาวุโสสมาคมกรีฑาโลก ได้วิดีโอคอลมาระหว่างงานแถลงข่าว เพื่อร่วมเป็นสักขีพยาน ทั้งนี้มีผู้สนับสนุนภาครัฐ และภาคเอกชน, สื่อมวลชน และเหล่านักวิ่ง มาร่วมงานอย่างคับคั่ง 

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาเป็นประธานในพิธีแถลงข่าว การจัดการแข่งขันวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองหลวง รายการ Amazing Thailand Marathon Bangkok 2026 ซึ่งได้รับการรับรองจากสมาคมกรีฑาโลก ให้เป็นการแข่งขันมาราธอนในระดับ ELITE LABEL ที่จัดขึ้นในเมืองหลวงอันดับต้น ๆ ของโลก” 

 “การแข่งขันรายการนี้ เป็นการจัดงานอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ปี โดยปีนี้เป็นครั้งที่ 9 หรือ ปีที่ 9 ผมในฐานะตัวแทนของรัฐบาล มีหน้าที่กำกับดูแลกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทางด้านการกีฬาและการท่องเที่ยวของประเทศ รู้สึกภูมิใจที่มีโอกาสร่วมผลักดันรายการนี้ ให้ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบรายการมาราธอนระดับโลก และได้รับการประกาศให้เป็นรายการมาราธอนที่มีผู้เข้าร่วมมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ใน 5 ของโลก และเป็นอันดับที่ 2 ของทวีปเอเชีย จากทางผู้แทนสมาคมกรีฑาโลกในวันนี้” 

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสเห็นการทำงานอย่างมืออาชีพของคณะผู้จัดงาน ที่สามารถทำงานในรูปแบบของการบูรณาการร่วมกันระหว่าง ภาครัฐและภาคเอกชน ได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้ผมมีความเชื่อมั่นว่า การจัดการแข่งขันรายการนี้จะประสบความสำเร็จ และจะสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่มาร่วมงาน ทั้งนักวิ่งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงผู้ติดตาม จำนวนมากกว่าหนึ่งแสนคน ที่จะเดินทางมาร่วมแข่งขันในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน นี้อย่างแน่นอน” 

 “ในนามของรัฐบาล ขออวยพรให้การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างเช่นทุกๆ ปี และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดงานทุกประการ ในโอกาสนี้ ผมขอฝากพี่น้อง สื่อมวลชนทุกท่าน โปรดช่วยประชาสัมพันธ์การจัดงานในครั้งนี้ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง และขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานครทุกท่าน ร่วมเป็นเจ้าภาพที่ดีในการต้อนรับนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ตลอดจนออกมาเชียร์นักวิ่งทุกท่านตลอดเส้นทางแข่งขันในช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ 28 และวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน   ที่จะถึงนี้” รมว.สุรศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย 

นางโปรดปราน สมานมิตร ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ตนได้รับมอบหมายจากกระทรวงฯ ให้เข้ามาเป็นหน่วยงานหลักในฐานะเจ้าภาพจัดงาน ร่วมกับสมาคมกรีฑาโลก กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กองบัญชาการตำรวจนครบาล และคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันฯ ที่ประกอบไปด้วยทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอีกเป็นจำนวนมาก รวมถึงไทยแลนด์ไตรลีกที่ถูกมอบหมายโดยสมาคมกรีฑาโลกให้เป็นผู้อำนวยการจัดงาน หรือ Race Director ของการแข่งขันรายการนี้” 

“ที่ผ่านมา การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มีส่วนร่วมในการให้การสนับสนุนรายการนี้มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำหน้าที่ในฐานะประธานฝ่ายเทคนิคและการตรวจสอบสารกระตุ้น ของรายการนี้ และยังให้การสนับสนุนด้านสถานที่ปล่อยตัวของรายการ นั่นคือ ราชมังคลากีฬาสถาน มาตั้งแต่ครั้งที่ 1 ถึง ครั้งที่ 6 ซึ่งมีความจำเป็นต้องย้ายสถานที่ปล่อยตัว เนื่องจากการก่อสร้างรถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม ตั้งแต่ปีนั้นเป็นต้นมา ซึ่งการปล่อยตัวที่ราชมังคลากีฬาสถานได้สร้างภาพแห่งความประทับใจให้กับนักวิ่งเป็นจำนวนมาก และภาพดังกล่าว ยังถูกนำมาใช้ในการประชาสัมพันธ์ความยิ่งใหญ่ของการจัดงานมาจนถึงปัจจุบัน ตนหวังว่าหากการก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะหารือกับสมาคมกรีฑาโลก ให้ปรับเปลี่ยนจุดปล่อยตัวมาใช้ราชมังคลากีฬาสถานเช่นเดิม” 

 “จากคำยืนยันของผู้อำนวยการอาวุโสฯ สมาคมกรีฑาโลก และรายงานของผู้อำนวยการจัดการแข่งขันฯ ถึงจำนวนผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ที่มีมากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ นั่นคือ มากกว่า 71,000 คน จาก 92 ประเทศทั่วโลก จึงเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านการจัดงานกีฬาในระดับ WORLD EVENT ได้ไม่เป็นสองรองชาติใดในทวีปเอเชีย และรายการ Amazing Thailand Marathon Bangkok ก็เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามและความมุ่งมั่นของคณะทำงานทุกภาคส่วนที่จะช่วยกันผลักดันให้การจัดงานดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรม”  

“นอกจากนี้ การกีฬาฯ ยังได้รับการตอบรับจาก เอเลียด คิปโชเก้ ตำนานนักวิ่งมาราธอนของโลกชาวเคนยา เจ้าของแชมป์มาราธอนเมเจอร์โลก 11 รายการ และเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2 สมัย ยืนยันจะเดินทางมาร่วมแข่งขันในรายการนี้ พร้อมกับนักวิ่งชื่อดังระดับโลกอีกเป็นจำนวนมาก รวมถึงการจัด Workshop ด้านการแพทย์อย่างเป็นทางการร่วมกับสมาคมกรีฑาโลก ซึ่งจะมี Medical Director จากรายการมาราธอนใหญ่ทั่วโลก มากกว่า 40 รายการ เดินทางมาร่วมใน Workshop ดังกล่าวอีกด้วย” นางโปรดปราน กล่าว 

ด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ดิฉันมีความภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการผลักดันแลละสนับสนุนรายการนี้มาตั้งแต่เริ่มต้นถึงปัจจุบัน จนทำให้รายการนี้เป็นกิจกรรมระดับ World Event  ได้รับการยอมรับจากนักวิ่งทั่วโลก เป็นกิจกรรมที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ททท. ภายใต้แนวคิด “The Year of Transformation” ซึ่งมุ่งเน้นนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพมากกว่าปริมาณ โดยการท่องเที่ยวเชิงกีฬาระดับนานาชาติ เป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนสำคัญที่จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่มีคุณค่า ควบคู่ไปกับการเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่สายตาชาวโลก รวมถึงการสร้างภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยเป็น Sport Hub Destination ของทวีปเอเชีย” 

“รายการ AMAZING THAILAND MARATHON BANGKOK 2026 ในครั้งนี้ มีผู้สมัครมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ คือจำนวน 71,435 คน จากเดิม 47,913 คน เพิ่มขึ้นถึง 23,522 คน หรือประมาณ 49% โดยเป็นชาวต่างชาติ 8,972 คน เมื่อนำมาคำนวณมูลค่าทางเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมและมูลค่าด้านการประชาสัมพันธ์แล้ว มีมูลค่าสูงถึง 2,295 ล้านบาท ถือว่าเป็นรายการคุณภาพอันดับต้น ๆ ของประเทศ          ที่สามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของประเทศได้เป็นจำนวนมาก”นางสาวฐาปนีย์ กล่าว 

ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้ร่วมมือกับผู้จัดงานมาโดยตลอด สำหรับตนแล้ว งานนี้ถือเป็นงานมาราธอนอย่างเป็นทางการของกรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยมีงานมาราธอนระดับ World Event ที่มีความเป็น Organic หรือมีอัตลักษณ์เป็นของตัวเองที่โดดเด่น ให้สมกับชื่อ Thailand Marathon หรือ มาราธอนแห่งชาติ ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร ตนได้กำชับคณะทำงานและทุกท่านที่เกี่ยวข้อง ให้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมการจัดงานฯ เพื่อให้มั่นใจว่า กรุงเทพมหานครของเรามีความพร้อม ที่จะเป็นเมืองเจ้าภาพและสถานที่แข่งขัน ในฐานะ Host City ให้ดีที่สุด” 

 “นอกจากนี้ ตนได้หารือกับทางผู้บริหารของรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้ามหานคร MRT ให้ช่วยขยายเวลาของการให้บริการตลอดทั้งคืน ในช่วงของการแข่งขัน ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ 28-29 พฤศจิกายน นี้ ตนขอความร่วมมือไปยังนักวิ่งทุกท่าน งดใช้รถยนต์หรือพาหนะส่วนตัวในการเดินทางมาในวันแข่งขัน โดยขอให้เลือกใช้บริการของรถไฟฟ้าทั้ง BTS และ MRT แทน” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าว 

มร.เอเลสซิโอ ปุนซี่ ผู้อำนวยการอาวุโสสมาคมกรีฑาโลก ได้วิดีโอคอลช่วงระหว่างงานแถลงข่าว ประกาศรับรองจำนวนผู้สมัครเข้าร่วมแข่งขันในรายการนี้อย่างเป็นทางการ มีจำนวนทั้งสิ้น 71,435 คน ซึ่งถือว่ารายการนี้ ได้เข้าสู่ทำเนียบรายการมาราธอนในเมืองหลวงที่มีผู้สมัครเข้าร่วมมากที่สุด เป็นอันดับ 1 ใน 5 ของโลกในปัจจุบัน กล่าวว่า “สมาคมกรีฑาโลก ขอแสดงความยินดีกับคณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ที่สามารถทำให้รายการนี้ได้รับความนิยมจากนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ในการนี้ สมาคมฯ ได้ให้การรับรองมาตรฐานการจัดการแข่งขันรายการนี้ ให้อยู่ในระดับ ELITE LABEL และมีจำนวนผู้สมัครเข้าร่วมแข่งขันเป็นจำนวนรวมทั้งสิ้น 71,435 คน ซึ่งถือเป็นรายการมาราธอน (World Athletics road race label) ที่มีจำนวนผู้สมัครมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของเอเชีย รองจากฮ่องกง (สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ดฮ่องกงมาราธอน 2026) และติดอยู่ในทำเนียบ TOP 5 ของโลก ซึ่งตนยังต้องรอประกาศจากทางรายการมาราธอนเมเจอร์รายการสุดท้ายของโลก นั่นคือ 2026 TCS NEW YORK CITY MARATHON ที่จะจัดขึ้นในปลายสัปดาห์นี้ ว่ามีจำนวนเข้าร่วมแข่งขันเท่าไหร่ ถึงจะประกาศประกาศอันดับของ ATMBKK2026 ได้ว่าอยู่ในอันดับที่เท่าไหร่ของโลก” 

ด้านนายกอบเกียรติ แสงวนิชย์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขันฯ กล่าวว่า “การแข่งขันในครั้งนี้ จะเพิ่มวันจัดเป็น   2 วัน เนื่องจากมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยวันเสาร์จะเป็นการแข่งขันในระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. มีจำนวนนักวิ่ง 29,507 คน ส่วนในวันอาทิตย์จะเป็นการแข่งขันในระยะมาราธอน 42.195 กม.     10 กม. และแฟมิลี่รัน 4.5 กม. มีจำนวนนักวิ่ง 41,928 คน ถือว่าเป็นงานหนักมากๆ ของคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันฯ ทุกฝ่าย ที่จะต้องทำงานออกมาให้มีประสิทธิภาพเป็นไปตามมาตรฐานของสมาคมกรีฑาโลก” 

“ตนต้องขอขอบคุณ รัฐบาล โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ได้เข้ามาเป็นเจ้าภาพหลักของการจัดงานในครั้งนี้ เพราะลำพังความสามารถของเอกชน ไม่สามารถที่จะจัดการแข่งขันกีฬามวลชน หรือ Mass Participation Event ที่มีคนมารวมตัวกันเป็นมากขนาดนี้ได้ ทั้งนี้ตนอยากขอเชิญชวนให้ชาวกรุงเทพมหานคร ออกมาร่วมเชียร์ และเป็นกำลังใจให้นักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ จำนวน 71,435 คน ตลอดเส้นทางแข่งขัน เพื่อสร้างความประทับใจต่อการเป็นเจ้าภาพที่ดีของประเทศไทย” นายกอบเกียรติ กล่าวทิ้งท้าย

[ข้อมูลเพิ่มเติม]

การแข่งขันรายการนี้ มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “Amazing Thailand Marathon Bangkok 2026 presented by TOYOTA หรือชื่อย่อว่า “วิ่งผ่าเมือง” หรือ “ATMBKK” ถือเป็นรายการมาราธอนอย่างเป็นทางการจัดโดยรัฐบาลไทย มอบหมายให้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นเจ้าภาพจัดงานร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนเป็นจำนวนมาก กำหนดจัดการแข่งขันในวันที่ 28-29 พฤศจิกายน 2569 โดยวันเสาร์ที่      28 พฤศจิกายน 2569 เป็นการแข่งขันในระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. จะปล่อยตัว ณ ถนนพญาไท หน้าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ เอ็มบีเคเซ็นเตอร์ เข้าเส้นชัยที่ ถนนหน้าพระธาตุ สนามหลวง และในวันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน 2569 เป็นการแข่งขันในระยะมาราธอน 42.195 กม. 10 กม. และ 4.5 กม. จะปล่อยตัว ณ ถนนราชดำเนินใน (หน้าศาลฎีกา) และเข้าเส้นชัยที่ ถนนหน้าพระธาตุ สนามหลวง โดยกรุงเทพมหานครกำหนดให้ใช้พื้นที่ บริเวณลานอเนกประสงค์ ท้องสนามหลวง และพื้นที่บนถนนราชดำเนินใน (หน้าศาลฎีกา) เป็นโซนหลังเส้นชัย โดยมีสถานีรถไฟฟ้ามหานคร สถานีสนามไชย เป็นสถานีหลักประจำจุดเส้นชัย และสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีสยาม เป็นสถานีหลักของจุดปล่อยตัว ระยะฮาล์ฟมาราธอน ส่วนสถานที่รับเบอร์-อุปกรณ์แข่งขัน ในปีนี้ กำหนดใช้ ณ ฮอลล์ 7-8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในวันที่    26-28 พฤศจิกายน 2569 เวลา 12:00 น. ถึง 20:00 น. (ยกเว้นวันที่ 28 พ.ย. เวลา 12:00 น. ถึง 18:00 น.)

คณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบในการให้การสนับสนุนรายการนี้ต่อเนื่อง เพื่อให้รายการนี้ ถูกบรรจุในปฏิทินการแข่งขันรายการมาราธอนของสมาคมกรีฑาโลก ในฐานะ OFFICIAL WORLD CAPITAL CITY MARATHON โดยมอบหมายให้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นเจ้าภาพหลักในการจัดงาน ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร สมาคมกรีฑาโลก กองบัญชาการตำรวจนครบาล สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยฯ และไทยแลนด์ไตรลีกในฐานะผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน โดยมีไฮไลท์สำคัญอย่าง การมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ มากมายตลอดทั้งสัปดาห์ อาทิ การจัด WORKSHOP ทางการแพทย์ จากผู้เชี่ยวชาญจากสมาคมกรีฑาโลก รวมถึงการร่วมวิ่งของเอเลียด คิปโชเก้ ตำนานนักวิ่งมาราธอนชื่อดังของโลกชาวเคนยา เจ้าของแชมป์มาราธอนเมเจอร์โลก 11 รายการ และเจ้าของเหรียญทอง  โอลิมปิกเกมส์ 2 สมัย คาดว่านอกจากนักวิ่งทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่สมัครมาร่วมวิ่ง จำนวน 71,435 คน แล้วคณะกรรมการฯ คาดว่าจะมีผู้ติดตาม และประชาชน เข้าร่วมในงานนี้ มากกว่า 120,000 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายเงินจากผู้เข้าร่วมงาน รวมถึงมูลค่าด้านการประชาสัมพันธ์ คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ได้รับ เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 2,295 ล้านบาท เกิดการว่าจ้างงานสำหรับเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร นักเรียน และนักศึกษา ตลอดโครงการ ไม่น้อยกว่า 8,500 อัตรา 

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็ปไซต์ www.amazingthailandmarathon.com

และทางเฟสบุ๊ค www.facebook.com/amazingthailandmarathonbkk

  • คุณเพื่อนใจ โพธิ์พะเนาว์ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
  • โทร 02-957-5880 โทรสาร 02-957-5881 มือถือ 061-645-1614


Share:

IF เหล็กเส้นด้อยคุณภาพจริงหรือ? เหตุเตาหลอมผลต้องพิสูจน์ สงบศึกมาตรฐานเหล็กไทย ชี้ชะตาความปลอดภัยอาคาร

นายจิรายุ สายแสงทอง เลขานุการสมาคมการค้าผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF: Induction Furnace) ให้ข้อมูลแก่ผู้สื่อข่าว พร้อมเผยแพร่บทวิเคราะห์เชิงวิศวกรรมเรื่อง “เหล็กเส้นจากเตาหลอมไฟฟ้า (IF) ด้อยคุณภาพจริงหรือ?” โดยนำเสนอหลักการทางโลหะวิทยา กระบวนการผลิต และมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับคุณภาพเหล็กเส้นก่อสร้างให้แก่วิศวกร ผู้รับเหมา และผู้บริโภค

จิรายุ สายแสงทอง

บทวิเคราะห์ดังกล่าวเสนอว่า การประเมินคุณภาพเหล็กเส้นไม่ควรพิจารณาจากประเภทของเตาหลอมเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณากระบวนการผลิต การควบคุมองค์ประกอบทางเคมี คุณสมบัติทางกล ตลอดจนผลการทดสอบของผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป โดยต้องตรวจสอบให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้องและข้อกำหนดสำหรับการใช้งานจริง

เตาหลอม IF

1. เตาหลอม IF และเตาปรุงน้ำเหล็ก LRF มีหน้าที่แตกต่างกัน   

นายจิรายุ สายแสงทอง อธิบายว่า เตาหลอมแบบเหนี่ยวนำไฟฟ้า (Induction Furnace: IF) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้หลอมวัตถุดิบให้กลายเป็นน้ำเหล็ก ขณะที่การควบคุมองค์ประกอบทางเคมีและการปรับคุณภาพน้ำเหล็กอาจต้องอาศัยกระบวนการปรุงน้ำเหล็กขั้นที่สอง เช่น เตาปรุงน้ำเหล็ก (Ladle Refining Furnace: LRF) ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการออกแบบกระบวนการผลิตและระบบควบคุมคุณภาพของโรงงานแต่ละแห่ง

บทวิเคราะห์ชี้ว่า การประเมินความสามารถของโรงงานจึงควรตรวจสอบว่ามีขั้นตอนและอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับคุณภาพเหล็กที่ต้องการหรือไม่ รวมถึงมีระบบตรวจสอบองค์ประกอบทางเคมีและควบคุมสิ่งเจือปนในน้ำเหล็กอย่างไร ไม่ควรสรุปว่าเหล็กจากเตาหลอมชนิดใดมีคุณภาพสูงหรือต่ำกว่าโดยไม่มีข้อมูลการผลิตและผลทดสอบประกอบ

การผลิตเหล็ก IF

2. คุณสมบัติความเหนียวและความเปราะเกี่ยวข้องกับหลายขั้นตอนการผลิต

ในประเด็นความเหนียวและความเปราะของเหล็กเส้น บทวิเคราะห์ระบุว่า คุณสมบัติของเหล็กขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งองค์ประกอบทางเคมี ปริมาณและลักษณะของสิ่งเจือปน กระบวนการหล่อ กระบวนการรีดร้อน และการควบคุมอุณหภูมิระหว่างการผลิต

กระบวนการปรับปรุงสมบัติทางความร้อนและเชิงกล (Thermo-Mechanical Treatment: TMT) เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณสมบัติของเหล็กเส้น โดยโรงงานต้องควบคุมกระบวนการให้เหมาะสมกับเกรดเหล็กและข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์

สำหรับการใช้สารปรับสภาพสิ่งเจือปน เช่น แคลเซียมซิลิคอน (Calcium-Silicon: Ca-Si) อาจช่วยปรับลักษณะของสิ่งเจือปนในเหล็กได้ภายใต้เงื่อนไขที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่าสามารถกำจัดความเค้นหรือความเปราะได้ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของเหล็ก วิธีการเติมสาร และการควบคุมกระบวนการผลิตด้วย

ดังนั้น หากพบเหล็กเส้นที่มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามข้อกำหนด จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลจากกระบวนการผลิตและผลทดสอบ เพื่อระบุสาเหตุอย่างเป็นระบบ แทนการสรุปจากประเภทเตาหลอมเพียงปัจจัยเดียว

เหล็กเส้นก่อสร้าง IF

3. มาตรฐานสากลกับการตรวจสอบคุณภาพเหล็กเส้นก่อสร้าง

     บทวิเคราะห์อ้างถึงมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ISO 6935-2 สำหรับเหล็กเสริมคอนกรีตชนิดเหล็กเส้นข้ออ้อย และ ASTM A706/A706M ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำหรับเหล็กเส้นเหล็กกล้าผสมต่ำที่ใช้เสริมคอนกรีต โดยให้ความสำคัญกับคุณสมบัติทางกลและองค์ประกอบทางเคมีตามขอบเขตของมาตรฐานแต่ละฉบับ  

ข้อมูลจากองค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน (International Organization for Standardization: ISO) ระบุว่า ISO 6935-2 ครอบคลุมข้อกำหนดทางเทคนิคของเหล็กเส้นข้ออ้อย และเปิดให้ผู้ผลิตเลือกกระบวนการผลิตได้ ส่วน ASTM A706/A706M มีข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณสมบัติทางกล องค์ประกอบทางเคมี และการทดสอบผลิตภัณฑ์ตามประเภทที่มาตรฐานครอบคลุม

นอกจากนี้ ยังมีมาตรฐาน IS 1786 ของสำนักมาตรฐานอินเดีย (Bureau of Indian Standards: BIS) ซึ่งเกี่ยวข้องกับเหล็กเส้นข้ออ้อยกำลังสูงสำหรับงานเสริมคอนกรีต โดยรายละเอียดเกณฑ์ยอมรับต้องตรวจสอบจากมาตรฐานฉบับที่ใช้จริงและเกรดเหล็กที่ระบุในเอกสารรับรอง

สำหรับเหล็กที่ต้องการคุณสมบัติเหมาะสมกับงานโครงสร้างที่ออกแบบให้รองรับแรงแผ่นดินไหว วิศวกรควรตรวจสอบข้อกำหนดของโครงการ เกรดวัสดุ ผลทดสอบแรงดึงและการยืดตัว ตลอดจนเอกสารรับรองคุณภาพที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรใช้ค่าตัวเลขเพียงค่าเดียวเป็นหลักประกันว่าเหล็กเส้นจะต้านทานแผ่นดินไหวได้ เพราะความปลอดภัยขึ้นอยู่กับทั้งคุณสมบัติวัสดุ การออกแบบโครงสร้าง รายละเอียดการเสริมเหล็ก และคุณภาพการก่อสร้าง

เหล็ก IF Green Steel

4. นโยบายอุตสาหกรรมเหล็กของจีนปี 2017 และแนวคิด Green Steel

บทวิเคราะห์ยังกล่าวถึงข้อถกเถียงเกี่ยวกับนโยบายอุตสาหกรรมเหล็กของจีนในปี 2017 โดยเสนอว่า การทำความเข้าใจมาตรการในช่วงเวลาดังกล่าวควรพิจารณาบริบทของการจัดการกำลังการผลิตส่วนเกินและการปราบปรามกำลังการผลิตที่ผิดกฎหมายควบคู่กัน ไม่ควรนำมาตรการดังกล่าวไปสรุปโดยปราศจากหลักฐานว่าเป็นการปิดเตา IF ทุกประเภทเพราะเทคโนโลยีไม่มีมาตรฐาน

สำหรับแนวคิดเหล็กสีเขียว (Green Steel) การใช้พลังงานไฟฟ้าในกระบวนการผลิตอาจเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ระดับการปล่อยคาร์บอนจริงขึ้นอยู่กับแหล่งพลังงาน ประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้า วัตถุดิบ กระบวนการผลิต และระบบควบคุมมลพิษของโรงงานแต่ละแห่ง การกล่าวว่าเตา IF ปล่อยคาร์บอนต่ำกว่ากระบวนการอื่นจึงควรมีข้อมูลเปรียบเทียบที่ใช้ขอบเขตการประเมินเดียวกันมาสนับสนุน

คุณภาพเหล็กเส้น IF

บทสรุป: คุณภาพเหล็กเส้นต้องยืนยันด้วยผลทดสอบและระบบควบคุมการผลิต

นายจิรายุ สายแสงทอง เลขานุการสมาคมการค้าผู้ประกอบการหล่อหลอมโลหะด้วยเตาเหนี่ยวนำไฟฟ้า (IF) นำเสนอข้อคิดเห็นว่า การประเมินคุณภาพเหล็กเส้นก่อสร้างควรอาศัยหลักวิศวกรรมและข้อมูลที่ตรวจสอบได้ โดยพิจารณาทั้งกระบวนการหลอมและปรุงน้ำเหล็ก การควบคุมองค์ประกอบทางเคมี การรีดร้อน การทดสอบคุณสมบัติทางกล และการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์

อย่างไรก็ตาม การยืนยันว่าเหล็กเส้นล็อตใดมีคุณภาพเหมาะสมกับงานก่อสร้างหรืองานที่ต้องคำนึงถึงแรงแผ่นดินไหว ต้องอาศัยผลทดสอบจากตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของผลิตภัณฑ์ เอกสารรับรองที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ และการประเมินตามมาตรฐานที่ใช้กับโครงการนั้น ๆ ผู้เกี่ยวข้องจึงควรตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ก่อนตัดสินใจนำเหล็กไปใช้งาน

เอกสารมาตรฐานและแหล่งอ้างอิงที่เกี่ยวข้อง

ISO 6935-2: Steel for the reinforcement of concrete — Part 2: Ribbed bars

ASTM A706/A706M: Standard Specification for Deformed and Plain Low-Alloy Steel Bars for Concrete Reinforcement

IS 1786: High Strength Deformed Steel Bars and Wires for Concrete Reinforcement

รายงาน SME Technical Report (2026) เรื่อง Secondary Refining Technologies in Induction Furnace Steelmaking (IF+LOD+LRF Route)

บทความวิชาการที่ระบุรหัส PMC13257491 เรื่อง Microstructure and Mechanical Evaluation of Induction Furnace Rebars & TMT Processing

#เหล็กเส้นก่อสร้าง #เหล็กเส้นIF #เตาหลอมเหนี่ยวนำไฟฟ้า #วิศวกรรมโครงสร้าง #วัสดุก่อสร้าง #มาตรฐานเหล็กเส้น #เหล็กต้านแผ่นดินไหว #GreenSteel

Share:

GIT ฉลองครบรอบ 20 ปี เวทีออกแบบเครื่องประดับโลก ผนึกเวทีพลอยเจียระไนโลก ดันไทยสู่ศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับสากล สะท้อนพลังนักสร้างสรรค์และช่างฝีมือไทย

สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT ประกาศความสำเร็จ 2 เวทีการประกวดระดับโลกประจำปี 2569 ตอกย้ำศักยภาพไทยสู่ศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับโลก ได้แก่ การประกวดออกแบบเครื่องประดับโลก ครั้งที่ 20 (GIT's 20 th World Jewelry Design Awards 2026 ภายใต้หัวข้อ "Golden Twenty: A Journey of Brilliance and Artistry" และการประกวดพลอยเจียระไนโลก ครั้งที่ 2 GIT's World Challenge Gems Faceting Master 2026 ภายใต้แนวคิด "Facet Alchemy" 

การจัดงานทั้งสองไม่เพียงเป็นการแข่งขันเพื่อชิงรางวัลอันทรงเกียรติ แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยให้ก้าวสู่ระดับโลกอย่างสง่างาม พร้อมทั้งสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับของโลก โดยมี นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ GIT เป็นประธานในพิธี เมื่อวันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2569 ณ ลาน Living Hall ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา โครงการประกวดออกแบบเครื่องประดับโลกได้เปิดโอกาสให้นักออกแบบรุ่นใหม่จากทั่วโลกได้แสดงความคิดสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง ผลงานการออกแบบไม่เพียงสร้างรายได้และความแตกต่างทางการแข่งขัน แต่ยังเป็นการเสริมสร้าง "Soft Power" ที่ช่วยเผยแพร่เอกลักษณ์ของแต่ละประเทศผ่านเครื่องประดับ 

ในขณะเดียวกันยังเป็นสนามแห่งการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการต่อยอดสู่นวัตกรรมใหม่ ๆ ทั้งสองโครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงเวทีการแข่งขัน แต่คือเวทีแห่งการสร้างสรรค์และการเชื่อมโยง ที่จะผลักดันศักยภาพของไทยให้ก้าวไกลในตลาดโลก

GIT's World Jewelry Design Awards ในวาระครบรอบ 20 ปีนี้ ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากนักออกแบบทั่วโลก โดยมีผลงานส่งเข้าร่วมมากถึง 944 ผลงาน จาก 39 ประเทศ สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มจัดการประกวด แบ่งเป็นผลงานจากต่างประเทศ 477 ผลงาน และจากประเทศไทย 467 ผลงาน 


ปีนี้ผู้เข้าประกวดได้รับโจทย์ให้สร้างสรรค์คอลเลกชันเครื่องประดับอย่างน้อย 3 ชิ้น ที่ผสานความงามอันคลาสสิกเหนือกาลเวลาเข้ากับวิสัยทัศน์ที่ก้าวล้ำสู่อนาคต โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากประเทศไทย จีน อิตาลี และฮ่องกง ร่วมตัดสิน ผู้ชนะจะได้รับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 4,000 เหรียญสหรัฐ พร้อมโล่พระราชทานสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ซึ่งนับเป็นเกียรติสูงสุด

ผลการประกวด GIT's World Jewelry Design Awards 

นางสาว กาญนิกา พรมอินทร์ คว้ารางวัลชนะเลิศ จากผลงานชื่อ Golden Bloom : The Flourishing Legacy รางวัล 3000 usd + โล่พระราชทานฯ

นายอำพล แตระพรพาณิชย์ รองชนะเลิศอันดับ 1 รางวัล ละ 2,000 usd 

นางสาว เนตรนภา ส่งเสียง รองชนะเลิศอันดับ 2 รางวัล ละ 1,000 usd

นาย เอนก เมืองนา รางวัลชมเชย รางวัล ละ 500 usd 

นาย ถกล เก่งการช่าง รางวัล popular design award รางวัล 500 usd

ในอีกด้านหนึ่ง การประกวด GIT's World Challenge Gems Faceting Master 2026 ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ภายใต้แนวคิด "Facet Alchemy" ได้รับผลงานรวม 69 เม็ด แบ่งเป็นประเภทพลอยเนื้อแข็ง (Hard Gemstone) 24 เม็ด และประเภททั่วไป (Open Category) 45 เม็ด ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 4,000 เหรียญสหรัฐ 

ผลรางวัลการประกวด GIT's World Challenge Gems Faceting Master 2026 4 รางวัล 

นาย ภูเบศ สินสวัสดิ์ รางวัลชนะเลิศ พลอยเนื้อแข็ง 2,000 USD พร้อมโล่พระราชทาน

นาย นิรินาทย์ เธียรวรโชค รางวัลรองชนะเลิศ พลอยเนื้อแข็ง 1000usd

นายสรรเพชญ พนัสเจริญ รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 พลอยเนื้อแข็ง 500 usd 

นางสาว ศิริทิพา สุวรรณผล รางวัลชนะเลิศด้าน ความคิดสร้างสรรค์ ประเภทพลอยทั่วไป 500 usd

แต่ละผลงานสะท้อนให้เห็นถึงทักษะ ความวิริยะ และความประณีตที่ทัดเทียมมาตรฐานสากล โดยเวทีนี้ยังเป็นโอกาสในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ระหว่างช่างฝีมือไทยกับช่างจากต่างประเทศ อันจะนำไปสู่การพัฒนาเทคนิคและยกระดับคุณภาพอุตสาหกรรมการเจียระไนของไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ความสำเร็จของการจัดทั้งสองโครงการในปีนี้ไม่เพียงเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพของนักออกแบบและช่างฝีมือไทย แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญในการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การผลิต ออกแบบ เจียระไน ไปจนถึงการสร้างแบรนด์และขยายตลาดระดับโลก 

GIT จึงตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้นำการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยให้เป็นที่ยอมรับในเวทีโลก ทั้งด้านคุณค่าเชิงศิลปะ เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม 

อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทยในการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็น Gem and Jewelry Hub ของโลก การยกเว้นภาษีนำเข้าอัญมณีบางประเภท การสนับสนุนการสร้างมาตรฐานอัญมณี และการผลักดันการพัฒนาทักษะแรงงาน เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ผู้ประกอบการไทยและเชื่อมโยงกับตลาดโลก


Share:

เปิดใจ “เจ้าของสวนสยาม” มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต 90 ปี กับวันที่ทุกตารางนิ้วที่สร้างมาด้วยสองมือต้องจมอยู่ใต้น้ำ สวนสยามจะกลับมาได้ หรือจะเหลือเพียงตำนาน?


เปิดใจ “เจ้าของสวนสยาม”

มหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต 90 ปี กับวันที่ทุกตารางนิ้วที่สร้างมาด้วยสองมือต้องจมอยู่ใต้น้ำ 

สวนสยามจะกลับมาได้ หรือจะเหลือเพียงตำนาน?

ดร.ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งสวนสยาม (สยามอะเมซิ่งพาร์ค) เปิดใจถึงวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต หลังอุทกภัยครั้งรุนแรงทำให้พื้นที่สวนน้ำและสวนสนุกทั้งหมดจมอยู่ใต้น้ำ ต้องหยุดให้บริการอย่างน้อยครึ่งปี ประเมินความเสียหายเบื้องต้นกว่า 500 ล้านบาท

46 ปีที่ผ่านมา สวนสยามสร้างความสุขและความทรงจำให้คนไทยมาหลายรุ่น แต่วันนี้…สถานที่ที่สร้างขึ้นด้วยสองมือ กลับต้องจมอยู่ใต้น้ำต่อหน้าต่อตา พร้อมอนาคตของพนักงานและครอบครัวหลายพันชีวิตที่ฝากไว้กับสวนแห่งนี้



ดร.ไชยวัฒน์ ส่งกำลังใจถึงผู้ประสบภัยน้ำท่วมทั่วประเทศ พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมายังสวนสยาม และวอนขอความช่วยเหลือจากสถาบันการเงินและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อต่อลมหายใจให้สวนสยามได้มีโอกาสฟื้นกลับมาเปิดประตูต้อนรับคนไทยอีกครั้ง เพราะสำหรับชายคนนี้ สวนสยามไม่ใช่เพียงธุรกิจ .....แต่คือทั้งชีวิตและจิตใจ

จากสถานที่แห่งความสุขที่อยู่คู่คนไทยมา 46 ปี วันนี้เหลือเพียงคำถามว่า…สวนสยามจะกลับมาได้อีกครั้ง หรือจะต้องเหลือไว้เพียงความทรงจำ

ลิ้งค์ เพื่อรับชมคลิป

https://www.youtube.com/watch?v=bclRiHHdadA





Share:

AMAZING THAILAND PATTAYA MARATHON 2026 นักวิ่งแห่รับอุปกรณ์คึกคัก​ ผู้จัดยืนยันจัดงานตามกำหนดการเดิม

พัทยา, ชลบุรี 24 กันยายน 2569: คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ขอต้อนรับเหล่านักวิ่งชาวต่างชาติและชาวไทยจาก 58 ประเทศทั่วโลก จำนวน 21,727 คน เข้าสู่สัปดาห์แข่งขันของมหกรรมวิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งภาคตะวันออก รายการ "AMAZING THAILAND PATTAYA MARATHON 2026 Presented by MAMA" ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 26-27 กันยายน 2569 โดยมีจุดปล่อยตัวและเส้นชัย ณ วงเวียนโลมา ถนนพัทยาเหนือ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

วันนี้ (พฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 69) เป็นวันแรกที่เปิดให้นักวิ่งรับเบอร์และอุปกรณ์แข่งขัน ซึ่งคณะกรรมการฯ ได้จัดพื้นที่บริเวณลานอเนกประสงค์ของศูนย์การค้า เทอร์มินอล 21 พัทยา เป็นงาน Expo ที่จะมีผู้ประกอบการต่างๆ มาร่วมออกบูธกว่า 70 ร้านค้า บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก นักวิ่งทุกระยะเข้ามารับเบอร์และอุปกรณ์วิ่งอย่างคับคั่ง

ในการนี้ คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ ได้รับรายงานจากกรมอุตุนิยมฯ แจ้งเตือนว่าจะมีฝนตกอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน คณะกรรมการฯ จึงขอแนะนำให้ทุกท่าน โปรดเตรียมตัวในการเดินทางมารับเบอร์-อุปกรณ์แข่งขัน ณ เทอร์มินอล 21 พัทยา แต่เนิ่น ๆ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยลดความแออัดของจำนวนผู้มารับเบอร์แข่งขัน-อุปกรณ์แข่งขันในกรณีที่ฝนตก

คณะกรรมการฯ ยืนยันการจัดงานตามกำหนดการเดิม และจะติดตามสถานการณ์ฝนตกอย่างต่อเนื่อง ขอให้ท่านนักวิ่งและผู้ติดตามทุกท่านติดตามข่าวสารจากทาง เพจ Pattaya Marathon อย่างใกล้ชิดจนถึงวัน-เวลาที่แข่งขัน และเพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โปรดเข้าร่วมกลุ่ม LINE ของการแข่งขัน ตามลิงค์นี้: Link: https://lin.ee/0RGo3O6 หรือ LINE ID: @pattayamarathon

การแข่งขันในรายการ AMAZING THAILAND PATTAYA MARATHON 2026 presented by MAMA จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 33 มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันจำนวน 21,727 คน รวมผู้ติดตามเป็นจำนวน 39,323 คน คณะกรรมการจัดงานฯ ใช้อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจำนวน 4,500 อัตรา คาดว่าจะก่อให้เกิดรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวทั้งทางตรง และทางอ้อมมากกว่า 288 ล้านบาท โดยการแข่งขันแบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ระยะมาราธอน 42.195 กม. ปล่อยตัวเวลา 03.30 น. สิ้นสุดการแข่งขันเวลา 10.30 น. มีจำนวนผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 2,983 คน ระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. ปล่อยตัวเวลา 05.10 น. สิ้นสุดการแข่งขันเวลา 08.40 น. มีจำนวนผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 7,780 คน ในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 69 ส่วนระยะ 10 กม. ปล่อยตัวเวลา 05.45 น.จำนวน 7,999 คน และระยะ 4.5 กม. จำนวน 2,965 คน จะปล่อยตัวเวลา 06.25 น. (วีลแชร์) และเวลา 06.30 น. (วิ่งแฟมิลี่รัน) ในวันเสาร์ที่ 26 กันยายน 69 สิ้นสุดการแข่งขันเวลา 08:00 น. โดยจุดปล่อยตัวและเส้นชัย ณ วงเวียนปลาโลมา ถนนพัทยาเหนือ หน้าศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา จัดโดยเมืองพัทยา ร่วมกับ จังหวัดชลบุรี, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, การกีฬาแห่งประเทศไทย, สมาคมกรีฑาโลก, ตำรวจภูธรภาค 2 และไทยแลนด์ไตรลีก

สนับสนุนโดย มาม่า, โตโยต้า, เครื่องดื่มเกลือแร่สปอนเซอร์, หลักทรัพย์บัวหลวง, ผลิตภัณฑ์น้ำมันมวย, ผลิตภัณฑ์คอร์ นิวทริชั่น, อีโก้สปอร์ต, เทอร์มินอล 21 พัทยา, โรงแรมดุสิตธานี พัทยา ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง www.pattayamarathon.go.th หรือทางเฟสบุ๊ค: Pattaya Marathon

Share:

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Recent Posts

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

📲 (+66) 095 469 4415
✉️ Insightoutstory@gmail.com

Add Line📲 Click 👇👇

Translate

🚉 ช.ส.ท.พาเที่ยว นครฯ

Review By Nichapa

POPULAR NEWS

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก