"ศิลปิน ๒ รัชสมัย" ประพันธ์ หมื่นเผือ ได้นำภาพวาด 6 ภาพที่ประกอบด้วยพุทธปรัชญา มาแสดงที่ห้องอาหาร "The 51 Tasty Moments" สุขุมวิท ซอย 51

ประพันธ์ หมื่นเผือ - ศิลปินผู้สร้างสรรภาพวาดตามสั่งเพื่อตกแต่งบ้านและสำนักงาน - เป็นสมาชิก "ศิลปิน ๒ รัชสมัย" ได้นำภาพวาด 6 ภาพที่ประกอบด้วยพุทธปรัชญา มาแสดงที่ห้องอาหาร "The 51 Tasty Moments"  สุขุมวิท ซอย 51 

ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ศกนี้เป็นต้นไป
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ดร.จินดารัตน์ โทร. 092 446 5155






Share:

เซ็นทรัลแล็บไทย จับมือ ม.กรุงเทพ CCIC เตรียมพร้อมส่งออกไทย-จีน หลังคลี่คลายCOVID19


วันนี้ (28 กุมภาพันธ์ 2563) ผศ.ดร.วีระพงศ์ มาลัย รักษาการกรรมผู้อำนวยการ บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เซ็นทรัลแล็บไทย และในฐานะ รองอธิการบดี ฝ่ายพัฒนานวัตกรรม และผู้ประกอบการสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ร่วมลงนามความร่วมมือ กับ MR. Liu Hua Lyu กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี ซี ไอ ซี (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นหน่วยงานทดสอบสินค้าและมาตรฐานของประเทศจีน ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือเกณฑ์มาตรฐานและความร่วมมือทางเทคนิค
เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่จะส่งสินค้าไปยังประเทศจีนให้มีความสะดวกยิ่งขึ้น โดยเซ็นทรัลแล็บไทย และ บริษัท ซี ซี ไอ ซี (ประเทศไทย) จำกัด จะดำเนินความร่วมมือเรื่องรายการตรวจทดสอดให้มีความสอดคล้องกัน ขณะที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพจะเข้ามามีบทบาทช่วยเหลือผู้ประกอบการด้านข้อมูล และนวัตกรรม เสริมสร้างสินค้าให้เป็นไปตามที่กฎหมายของประเทศจีนกำหนด
นอกจากนี้ภายในงานจัดเสวนาในหัวข้อ “พลิกวิกฤตสู่โอกาส เตรียมความพร้อมไปจีน (หลังปลดล็อค COVID-19)” โดยประเด็นสำคัญภายในวงเสวนา
ดร.นิธิวดี จรรยาสวัสดิ์ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติจีน และหัวหน้าหลักสูตรบริหารธุรกิจสาขาจัดการธุรกิจระหว่างประเทศไทย มหาวิยาลัยกรุงเทพ  ชี้ให้เห็นว่า แม้สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธ์ 2019 หรือ โรค COVID-19 ส่งผลให้หลายมณฑลของประเทศจีนปิดให้มีการเดินทางเข้าออก แต่หากมองด้านการส่งออกพบว่ายังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยทางการจีนยังคงนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยในหลายผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการใช้พยาบาลผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 แต่อาจจะติดปัญหาเรื่องระยะเวลา และขั้นตอนที่ยุ่งยากมากยิ่งขึ้นเนื่องจากทางการจีนเปลี่ยนแปลงการทำงานของพนักงานของทุกบริษัทให้ทำงานที่บ้านผ่านระบบออนไลน์
ขณะที่ MR. Liu Hua Lyu กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี ซี ไอ ซี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในฐานะหน่วยงานที่อยู่ในความดูแลของกรมศุลกากรของประเทศจีนว่า ทางการจีนคาดการณ์ว่าจะอนุญาตให้บริษัท หน่วยงานต่างๆ กลับมาทำงานในช่วงเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ นั้นหมายความว่า การนำเข้าและการส่งออก หลังจากนี้ทยอยกลับมาดำเนินการได้
แต่อาจจะมีความเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องของการตรวจมาตรฐานที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะสินค้าที่จะเข้าไปขายในประเทศจีน ซึ่งที่ผ่านมาสินค้าทุกชนิดที่จะเข้าไปขายในประเทศจีนต้องผ่านเกณฑ์ข้อกำหนดกฎหมายของจีน ไม่ว่าจะเป็นเกณฑ์มาตรฐานอาหารปลอดภัย หรือ หีบห่อบรรจุภัณฑ์ ต้องเป็นไปตามข้อกำหนด
ดังนั้นการเข้ามาร่วมทำความร่วมมือกับ เซ็นทรัลแล็บไทย และ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้สินค้าไทยขยายตลาดเข้าไปขายในประเทศจีนได้มากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับ ดร.วิสุทธิ์ วีระกุลพิริยะ ผู้อำนวยการศูนย์ตรวจประเมินมาตรฐานและรับรองระบบ
เซ็นทรัลแล็บไทย เชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบของไทยสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหารสด เนื่องจากจะสามารถลดระยะเวลาการตรวจสอบที่ด้านตรวจของจีนหากผ่านการตรวจจากเซ็นทรัลแล็บไทยหลังจากนี้

Share:

ครั้งแรก กับบุฟเฟ่ต์รายเดือน!!! ใครไม่ใช่สายฟิตเนส เชิญทางนี้ อิ่มอร่อยได้ทุกวันที่นี้ที่เดียว

โรงแรมเดอะ เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ ครีเอทบุฟเฟ่ต์รายเดือนเป็นครั้งแรก ในงานไทยเที่ยวไทยครั้งที่ 54 ณ ไบเทค บางนา บูธ C13 วันที่  5 – 8 มีนาคม 2563 ให้คุณได้ผูกปิ่นโตกับโรงแรมระดับ 5 ดาว ใจกลางประตูน้ำ พบกับเมนูต่างๆ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนทุกวัน ทาน 30 วันก็ไม่เบื่อ มาอิ่มอร่อยไม่อั้นกับปูอลาสก้า กุ้งแม่น้ำเผา และฟัวกราส์ได้ทุกวันศุกร์และวันเสาร์ ส่วนวันธรรมดาจะสลับมาทานติ่มซำที่ห้องอาหารจีน หรือจะลิ้มลองซูชิ ซาชิมิที่ห้องอาหารญี่ปุ่นก็ได้ 
- แพคเกจ A 5,999 บาท : บุฟเฟต์มื้อกลางวันอาหารนานาชาติ หรือบุฟเฟต์ติ่มซำ หรือบุฟเฟต์ญี่ปุ่น รวมเครื่องดื่มชา-กาแฟ ราคานี้สามารถมาทานได้ 20 ครั้ง ใน 30 วัน
- แพคเกจ B 9,999 บาท : บุฟเฟต์ซีฟู้ดมื้อค่ำทุกวันศุกร์-เสาร์ หรือบุฟเฟต์มื้อกลางวันอาหารนานาชาติ หรือ บุฟเฟต์ติ่มซำ หรือบุฟเฟต์ญี่ปุ่น รวมเครื่องดื่มชา-กาแฟ ราคานี้สามารถมาทานได้ทุกวันใน 30 วัน
- แพคเกจ C 12,999 บาท : บุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดมื้อค่ำทุกวันศุกร์-เสาร์ หรือบุฟเฟต์มื้อกลางวันอาหารนานาชาติ หรือบุฟเฟต์ติ่มซำ หรือบุฟเฟต์ญี่ปุ่น รวมเครื่องดื่มชา-กาแฟ ราคานี้สามารถมาทานได้ 30 ครั้ง ใน 60 วัน
พิเศษ ! แถมฟรี เป็ดปักกิ่ง 1 ตัว เมื่อซื้อแพคเกจ B และ C และท่านสามารถติดต่อห้องอาหารเพื่อซื้อแพคเกจรายเดือนได้ตั้งแต่วันที่ 1 - 20 มีนาคม 2563 นี้เท่านั้น

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาโทร. 02-309-9999 ต่อ 3134, 3143, 3261

Share:

ผนึกกำลังจัดโครงการเดิน-วิ่งการกุศล “Safety Thailand Run 2020” ครั้งที่ 1 จาก 3 หน่วยงานหลักด้านความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ

3 หน่วยงานหลักด้านความปลอดภัยในการทำงานแห่งชาติ ผนึกกำลังจัดโครงการเดิน-วิ่งการกุศล “Safety Thailand Run 2020” (เซฟตี้ ไทยแลนด์ รัน 2020) ครั้งที่ 1 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้มูลนิธิส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน เพื่อนำไปใช้ในการส่งเสริมงานความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการและสาธารณะประโยชน์ คาดมีผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 3,000 คน สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวในงานแถลงข่าว “Safety Thailand Run 2020” ครั้งที่ 1 (เซฟตี้ ไทยแลนด์ รัน 2020) ว่า การจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล “Safety Thailand Run 2020” ครั้งที่ 1 เป็นความร่วมมือระหว่างสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน ( ประเทศไทย ) ในพระราชูปถัมภ์ฯ สภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย และมูลนิธิเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน
การจัดกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ส่งเสริมให้นายจ้าง ลูกจ้าง ตลอดจนประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน รวมทั้งความสำคัญของการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ซึ่งจะส่งผลให้ลูกจ้างและประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี อีกทั้งเป็นการณรงค์ให้ผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการทำงานเชิงป้องกันเพื่อลดการประสบอันตรายจากการทำงาน และเสริมสร้างสุขภาพอนามัยที่ดีในสังคมอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ กิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล “Safety Thailand Run 2020” ครั้งที่ 1 กำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2563 ณ อุทยานพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม โดยแบ่งการวิ่งออกเป็น 2 ระยะทางคือ วิ่งเพื่อสุขภาพ 5 กิโลเมตร และวิ่งมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร ซึ่งผู้ชนะเลิศประเภททั่วไปในระยะทางมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร จะได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำหรับรายละเอียดของกิจกรรม ผู้จัดงานจะได้นำเสนอรายละเอียดให้ทราบต่อไป
รศ. ดร.เฉลิมชัย ชัยกิตติภรณ์ นายกสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงาน (ประเทศไทย) ในพระราชูปถัมภ์ กล่าวถึงการให้ความร่วมมือและสนับสนุนในการจัดกิจกรรม ว่า สมาคมส่งเสริมความปลอดภัยฯ เป็นหน่วยงานที่ก่อตั้งขึ้นมาโดยกรมแรงงาน ตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2530 ด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีในขณะนั้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัยทั้งในขณะปฎิบัติหน้าที่และในชีวิตประจำวัน และเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2562 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของสมาคมฯ จึงได้รับให้อยู่ในพระราชูปถัมภ์ ในการนี้เพื่อสนองพระราชปณิธานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ในเรื่องการส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงป้องกัน ทั้งยังนำโครงการยุทธศาสตร์ Vision Zero และ 7 Golden Rules จาก International Social Security Association (ISSA) มาประยุกต์ใช้ในประเทศไทยเพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในเรื่อง Safety Thailand จึงได้ตั้งชื่อโครงการเดิน – วิ่งการกุศลนี้ว่า “Safety Thailand Run 2020”
ด้าน ดร.เนาวรัตน์ ทรงสวัสดิ์ชัย ประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย       (อีคอนไทย) กล่าวว่า อีคอนไทย ในฐานะตัวแทนฝ่ายนายจ้าง ภาคเอกชน มีความตระหนักและเห็นความสำคัญของการผู้ประกอบการในการพัฒนาคุณภาพและอาชีวอนามัยในการทำงาน ตลอดจนเพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของแรงงานไทยของลูกจ้างทุกคน รวมทั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในสังคม จึงเกิดเป็นความร่วมมือในครั้งนี้ขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการทั้งในประเทศและต่างประเทศ เห็นถึงบทบาทหน้าที่และความสำคัญของนายจ้างและผู้ประกอบกิจการในการรับผิดชอบต่อลูกจ้างและสังคมโดยรวม
ขณะเดียวกัน นายประพัฒน์ โพธิวรคุณ ประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยในการทำงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า มูลนิธิฯ มีบทบาทในการสนับสนุนการดำเนินงานของสมาคมส่งเสริมความปลอดภัยฯ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมงานด้านความปลอดภัยในการทำงานและนอกงาน ในรูปแบบขององค์กรการกุศลเพื่อสาธารณประโยชน์ ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะนำไปใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ในด้านการส่งเสริมความปลอดภัยและอนามัยในการทำงานทั้งในงานและนอกงานต่อไป
โครงการเดิน-วิ่งการกุศล Safety Thailand Run 2020 ครั้งที่ 1 กำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2563 เวลา 05.30-09.00 น. ณ อุทยานพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม คาดว่าจะมีเข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 3,000 คน โดยผู้ชนะเลิศประเภททั่วไป (Overall) ในระยะทาง 10 กิโลเมตร ทั้งชายและหญิง จะได้รับถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี อีกด้วย โดยแบ่งระยะการวิ่งออกเป็น 2 ประเภท ประเภทมินิมาราธอน ชิงถ้วยพระราชทาน ระยะทาง 10 กิโลเมตร ค่าสมัคร 800 บาท  ประเภทวิ่งเพื่อสุขภาพระยะทาง 5 กิโลเมตร ค่าสมัคร 600 บาท และประเภท VIP  ค่าสมัคร 1,200 บาท  ผู้สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ https://str.regist.co/register

Share:

โรงพยาบาลธนบุรี 2 ชวนร่วมบริจาคโลหิต ยิ่งให้ ยิ่งได้ ยิ่งสุขภาพดี


โรงพยาบาลธนบุรี 2 ร่วมกับ สภากาชาดไทย ขอเชิญชวนผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรงและผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคโลหิต ในงาน “ให้เลือด = ต่อชีวิต” ครั้งที่ 1/63 เพื่อลดวิกฤตสภาวะขาดแคลนโลหิต และสำรองโลหิตให้เพียงพอต่อความต้องการใช้โลหิตของโรงพยาบาลในการช่วยเหลือผู้ป่วยทั่วไป ผู้ที่เสียเลือดมาก หรือต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้การบริจาคโลหิตยังเป็นกุศลอันยิ่งใหญ่ที่สร้างความอิ่มเอมใจแก่ผู้บริจาค และยังส่งผลดีต่อร่างกายช่วยกระตุ้นไขกระดูกผลิตโลหิตขึ้นมาใหม่ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้นอีกด้วย ยิ่งให้ ยิ่งได้ ยิ่งสุขภาพดี ในวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2563 เวลา 09.00 – 15.00 น. ณ บริเวณคลินิกพัฒนาการเด็ก อาคาร 2 ชั้น 2 โรงพยาบาลธนบุรี 2

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 1645 กด 2 หรือ 02-487-2100 และ www.thonburi2hospital.com

Share:

ททท."ชูไทยเที่ยวไทย คือไทยเท่ " ฝ่าวิกฤติธุรกิจท่องเที่ยวไทย สู้ภัยไวรัสโควิด19

ททท."ชูไทยเที่ยวไทย คือไทยเท่ "    ฝ่าวิกฤติธุรกิจท่องเที่ยวไทย สู้ภัยไวรัสโควิด19  โดย คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์  รองผู้ว่าการด้านสินค้า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)
ร่วมสร้างความเชื่อมั่นประเทศไทย ให้กำลังใจผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม ร่วมแรงร่วมใจสู้ภัยไวรัสโควิด19
โดยจัด เสวนา ที่  แหล่งท่องเที่ยวนานาชาติ เอเชียทีค ย่านเจริญกรุง จัดโดย สมาคมท่องเที่ยวอาเซียน (ASEANTA : ASEAN Tourism Association)

 
Share:

‘มิโด’ ชวนส่องไอเดียของขวัญ ตัวแทนความรักเหนือกาลเวลา “MY MIDO LOVE DATE”

มิโด (MIDO) นาฬิกาดีไซน์หรูสัญชาติสวิส คัดสรรที่สุดแห่งสไตล์เพื่อร่วมฉลองเทศกาลแห่งความรัก  นำเสนอนาฬิกาคอลเลคชั่นพิเศษหลากหลายรุ่นสำหรับคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง โดยคอลเลคชั่นที่เลือกมานี้ถือเป็นที่สุดและเป็นผลงานความสำเร็จของ Mido เพื่อเป็นไอเดียสำหรับใครที่กำลังมองหาของขวัญสำหรับคนพิเศษในเทศกาลแห่งความรักตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

Baroncelli Lady Day 

(เบรอนเชลลี่ เลดี เดย์) 

งดงามและพิถีพิถัน

นาฬิกาคอลเลคชั่น Baroncelli Lady Day เป็นผลงานที่สร้างสรรค์เพื่อคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ ตัวเรือนเหล็กเผยให้เห็นหน้าปัดไข่มุกสีเหลือบขาวที่อยู่ในภายใน ขับเน้นความเปล่งประกายระยิบระยับของส่วนกลางเรือนอันประกอบด้วยเพชรเม็ดงามที่จัดวางอยู่ ณ ตำแหน่ง 3 9 และ 12 นาฬิกา  ยิ่งทำให้นาฬิกาเรือนนี้สะท้อนประกายชัดเจนขึ้น กลไกนาฬิกาด้านในประกอบขึ้นอย่างประณีตด้วยระบบ Caliber 80 เป็นการเคลื่อนไหวแบบอัตโนมัติที่สามารถกักเก็บพลังงานได้ยาวนานถึง 80 ชั่วโมง จึงหมดกังวลเกี่ยวกับช่วงเวลาที่ผ่านไป

Commander Big Date 

(คอมมาเดอร์ บิ๊ก เดท) 

อีกหนึ่งสีสันของคอลเลคชั่น Commander ในตำนานคอลเลคชั่น Commander Big Date เปิดตัวขึ้นในปี 2018 เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี ของ Mido ด้วยดีไซน์สวยหรูของหน้าปัดเคลือบด้านสะท้อนแสงอาทิตย์ พร้อมช่องบอกวันที่ขนาดใหญ่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ด้วยความทันสมัยของคอลเลคชั่น Commander จึงนำเอาเอกลักษณ์มาปรับใช้ ประกอบด้วยสีแอนทราไซต์ที่ขับให้หน้าปัดโดดเด่น ล้อมรอบด้วยกรอบเรียบเงาทรงกลม ด้วยสายที่ทำด้วยวัสดุซาตินพิเศษจึงให้ความรู้สึกราวกับสวมกำไลข้อมือ หน้าปัดนาฬิกาทำจากวัสดุ PVD เคลือบ Super-LumiNova®  ทำให้การแสดงข้อมูลบนหน้าปัดยามค่ำคืนมีความชัดเจนขึ้นและสะท้อนอย่างสวยงาม องค์ประกอบของนาฬิกาชิ้นนี้ประกอบขึ้นอย่างประณีตด้วยระบบ Caliber 80 Big Date พลังงานสำรองไว้ได้สูงสุดถึง 80 ชั่วโมง โดยเน้นช่องแสดงวันที่ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในนวัตกรรมการผลิตนาฬิกาที่นำเสนอการอ่านวันที่ในรูปแบบดั้งเดิม

Rainflower 

(เรนฟลาวเวอร์) 

เสน่ห์และความเรียบง่ายแบบเซนที่ไม่อาจต้านทาน
อีกหนึ่งความงดงามจาก Mido  นาฬิกาคอลเลกชั่นสุดพิเศษสำหรับสุภาพสตรี ตัวเรือนทรงกลมดีไซน์เฉียบคมและทันสมัย ผสานความโค้งมนของลวดลายดอกบัวบนหน้าปัดได้อย่างลงตัว อันได้รับแรงบันดาลใจมาจากความงดงามของพิพิธภัณฑ์อาร์ตไซน์ (ArtScience) ประเทศสิงคโปร์ ผนวกกับเส้นสายการออกแบบของสถาปัตยกรรมที่มีความทันสมัย  สะท้อนให้เห็นถึงความหรูหราที่อยู่เหนือกาลเวลาของ ‘มิโด’ (Mido) คอลเล็คชั่น Rainflower แสดงให้เห็นถึงความหรูหราของหน้าปัดของนาฬิกาที่โดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์ ด้วยหน้าปัดสีฟ้าอ่อนเหลือบมุก ผสานความโค้งมนของรูปกลีบดอกบัวจากตรงกลาง ความสงบจากสีฟ้าที่ผสมผสานเข้ากับประกายมุกงดงามราวกับบทกวีของลัทธิเซน ขับเน้นความเปล่งประกายระยิบระยับของเพชร 8 เม็ดที่อยู่รอบตัวเรือน ลงตัวเป็นอย่างดีกับกรอบตัวเรือนที่ปกป้องระบบ Caliber 80 ไว้ด้านใน เก็บพลังงานสำรองได้ยาวนานถึง 80 ชั่วโมง ด้านหลังตัวเรือนโปร่งใส ทำให้มองเห็นความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นถึงความละเอียดและการสลักน้ำหนักไว้อย่างประณีตเพื่อบ่งบอกให้เห็นถึงกลไกอันเป็นเลิศ การออกแบบลายดอกบัวที่เป็นเอกลักษณ์นี้ ทำให้โมเดลเรือนนี้กำลังเปิดบันทึกบทใหม่ให้กับประวัติศาสตร์ของแบรนด์ Mido ด้วยการเป็นคอลเล็คชั่นแรกที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมเพื่อจะมอบความพิเศษนี้ให้กับผู้หญิงทุกคน

Rainflower (เรนฟลาวเวอร์) 

เบ่งบานและงดงามด้วยสีชมพู

ด้วยสัมผัสที่อ่อนหวานและเต็มไปด้วยความรู้สึกจากคอลเล็คชั่น Rainflower นำเสนอสีชมพูเพื่อสะท้อนความละเอียดอ่อนในแบบฉบับของคุณผู้หญิง ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพิพิธภัณฑ์อาร์ตไซน์ (ArtScience) ประเทศสิงคโปร์ ตัวเรือนเผยให้เห็นหน้าปัดสีขาวที่ประดับด้วยแซฟไฟร์สีชมพู 8 เม็ด ผสานความโค้งมนของรูปกลีบดอกบัวจากตรงกลาง กรอบตัวเรือนด้านนอกเคลือบด้วย PVD สีโรสโกลด์ ปกป้องกลไกทรงประสิทธิภาพอย่าง Caliber 80 ไว้ด้านใน ซึ่งสร้างพลังงานสำรองยาวนานกว่า 80 ชั่วโมง  ด้านหลังตัวเรือนโปร่งใส ทำให้มองเห็นความเคลื่อนไหวด้านใน ทั้งยังมีการสลักข้อมูลน้ำหนักอย่างปราณี ผสานกันอย่างลงตัวกับสายหนังวัวสีชมพู คอลเลคชั่นนี้นำเสนอรายละเอียดของความเป็นผู้หญิง ด้วยดีไซน์เรียบหรูที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่ ผสมผสานตัวเรือน หน้าปัด สายนาฬิกาและอัญมณี ได้อย่างลงตัว

Ocean Star Caliber 80

(โอเชียน สตาร์ คาลิเบอร์)

รังสรรค์เพื่อการสำรวจโลกใต้น้ำ
ดำดิ่งสู่ความลึกลับไม่มีที่สิ้นสุดของมหาสมุทร ด้วยหน้าปัดสีฟ้าเข้มมีมิติ ขัดซาติน ผสมผสานกลไก Caliber 80 ระบบสำรองพลังงานที่ดีเยี่ยมสูงสุดถึง 80 ชั่วโมง ขอบหน้าปัดแบบหมุนได้ทิศทางเดียว มาพร้อมกับวงแหวนเซรามิกสีน้ำเงินเข้มและสายข้อมือสายสแตนเลสสตีลที่มีส่วนตัวยึดที่สามารถขยายได้ ทำให้ยิ่งเหมาะกับเหล่าผู้ชอบสำรวจโลกใต้น้ำ สามารถรับแรงดันน้ำได้มากถึง 20 บาร์ (200 เมตร/ 660 ฟุต) คอลเลคชั่น Ocean Star มาพร้อมกับนวัตกรรม Caliber 80 ที่ดีที่สุด สร้างพลังงานสำรองได้ยาวนานถึง 80 ชั่วโมง คุณค่าที่ได้รับความเชื่อมั่นมานับตั้งแต่ปี 1944 คอลเลคชั่นนี้เปรียบเสมือนเครื่องหมายความสำเร็จและความน่าเชื่อถือของ Mido ผลงานที่สร้างสรรค์ด้วยทักษะฝีมือช่างผู้เชี่ยวชาญที่เอาชนะความลึกของมหาสมุทรไว้ได้

Baroncelli Heritage 

(เบรอนเชลลี่ เฮอริเทจ) 

เฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 40 ปีของคอลเล็คชั่น Baroncelli

เฉลิมฉลองให้กับความงดงามและกระบวนการผลิตนาฬิกาแบบดั้งเดิมอย่าง Baroncelli Heritage สร้างสรรค์เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 40 ปีของคอลเลคชั่นนี้ ด้วยหน้าปัดสีงาช้าง มาพร้อมกรอบตัวเรือนแบบบางพิเศษเคลือบด้วย PVD สีโรสโกลด์ ด้วยความเพรียวบางแบบพิเศษนี้ทำให้รุ่นนี้เป็นหนึ่งในนาฬิกาที่บางที่สุดในตลาดนาฬิกาชั้นนำ โมเดลรุ่นนี้ประกอบด้วยกลไกการเคลื่อนไหวอัตโนมัติที่คิดค้นโดยช่างผู้เชี่ยวชาญแห่ง Mido
ร่วมเป็นเจ้าของสไตล์ให้โดดเด่นด้วยเรือนเวลาหรูจาก แบรนด์ มิโด (Mido) ตามแบบฉบับ Swiss made ได้แล้ววันนี้ ที่ เคาน์เตอร์ มิโด (Mido) ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ตัวแทนฝ่ายประชาสัมพันธ์
วรัญญา มูลดี (จ๊ะจ๋า) โทร. 098-974-1285




Share:

ยักษ์ใหญ่วงการอสังหาริมทรัพย์หัวหิน-ชะอำ จัดสัมมนาใหญ่ “พัฒนาที่ดิน โครงการหมื่นล้าน สร้างเสร็จแล้ว โดยไม่ใช้เงินตนเอง จาก...นักพัฒนาที่ประสบความสำเร็จจริง”

คนที่ประสบความสำเร็จในบ้านเรา หากคุณพิจารณาให้ดี คุณจะพบว่า…บุคคลเหล่านี้เติบโตขึ้นจากการพัฒนาที่ดิน ด้วยการมองหาที่ดินเปล่าแล้วทำการพัฒนาให้เป็นคอนโดมิเนียม หรือ หมู่บ้านจัดสรร การพัฒนาที่ดินเหมือนอาวุธที่ทรงพลังของนักพัฒนาที่ดินในอนาคต
The Ultimate Seaside City  เมืองติดทะเลที่สวยที่สุด พาคุณร่วมแกะรอยวิธีคิดของนักพัฒนาที่ดินในงานสัมมนาสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ช่วยให้คุณกลายเป็นนักพัฒนาที่ดินอย่างมือชีพ สามารถสร้างกำไรได้ตั้งแต่เริ่มลงทุน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังมองหาโอกาสในการทำเงิน
จากการพัฒนาที่ดิน งานสัมมนา “พัฒนาที่ดิน โครงการหมื่นล้าน สร้างเสร็จแล้ว โดยไม่ใช้เงินตนเอง จาก...นักพัฒนาที่ประสบความสำเร็จจริง” เป็นคำตอบของคุณ!!
วิทยากร เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และที่ดิน เจ้าพ่อที่ดินขั้นเทพ นักลงทุนแนว Creative Think Big สั่งสมประสบการณ์มากกว่า 30 ปี กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการพัฒนาและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ดิน ตลอดจนการบริหารจัดการความเสี่ยงในการลงทุนที่ดิน ลงสนามวัดพื้นที่จริง พัฒนาที่ดินจนทำกำไรจากหลักร้อยล้านให้เป็นโครงการระดับหมื่นล้าน
สุดยอด 3 ชั่วโมงเข้มข้น (ทฤษฎี และ Workshop) ผ่านการถ่ายทอดจากประสบการณ์จริง…
สิ่งที่จะได้รับจากคอร์สนี้

อสังหาริมทรัพย์ในยุค 5.0 และ5G พัฒนาที่ดินโดยไม่ต้องใช้เงิน และไม่ต้องกู้ธนาคาร

  • เปิดมุมมองการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูง
  • การลงทุนแบบ IP (Investment Property)
  • การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับที่ดิน
  • Workshop การลงพื้นที่เพื่อดูตัวอย่างการซื้อที่ดินแบบราคาต่ำ แต่กำไรสูง
  • Workshop การประเมินศักยภาพที่ดินเพื่อการลงทุน


คอร์สนี้เหมาะสำหรับ

  • นักลงทุน
  • เจ้าของที่ดิน
  • ผู้ต้องการขายที่ดิน หรือ ผู้ต้องการพัฒนาที่ดิน


สัมมนาจัดวันศุกร์ ที่6 มีนาคม 2563 ณ โครงการดิ เอนเนอร์จี้ หัวหิน  เวลา 15.00-18.00 
บัตรราคา 3,500 บาท ทุกที่นั่ง (ราคาดังกล่าวรวม อาหารเย็น และ ที่พักค้างคืนหัวหิน-ชะอำ 1 คืน) พิเศษ Early-bird Registration ภายในวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2563 ฟรี...รับจำนวนจำกัด 100 คนเท่านั้น
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 08 4911 4911 


Share:

“นิทรรศการการศึกษาอินเดีย” แหล่งข้อมูลและโอกาสศึกษาต่อในประเทศอินเดีย

กรุงเทพฯ – กุมภาพันธ์ 2563 – “นิทรรศการการศึกษาอินเดียครั้งที่ 13” หรือ ‘The Great India Education Fair 2020’ (TGIEF) ในปีนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 7 – 8 มีนาคม 2563 เวลา 10.00 – 18.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ชั้น 5 ผู้สนใจเข้าร่วมงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย”
จากความสำเร็จด้านการพัฒนาระบบการศึกษาของประเทศอินเดีย ทำให้อินเดียเป็นประเทศที่มีเครือข่ายสถาบันการศึกษาใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ซึ่งประกอบด้วยมหาวิทยาลัย 659 แห่ง วิทยาลัยด้านวิศวกรรมศาสตร์ 3,393 แห่ง และวิทยาลัยด้านการจัดการ 3,900 แห่ง สามารถผลิตบุคคลากรที่มีความสามารถเฉพาะทางระดับโลกมากมาย และเป็นแหล่งรวมนักวิทยาศาสตร์และวิศวกร ซึ่งปัจจุบันทำงานอยู่ทั่วทุกมุมโลก
ซานจีฟ โบเลีย ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท Afairs Exhibitions & Media Pvt. Ltd. ผู้จัดงานนิทรรศการ TGIEF กล่าวว่า “งานนิทรรศการของเราเป็นศูนย์กลางการพบปะที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ปกครอง และนักเรียนในประเทศไทย กับเจ้าหน้าที่จากสถาบันการศึกษาในอินเดียโดยตรงแบบตัวต่อตัว เรามีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่านิทรรศการนี้จะเป็นศูนย์กลางทำให้ทุกคนเข้าใจระบบการศึกษาของอินเดียมากขึ้น  รวมถึงการบริหารจัดการของสถาบันการศึกษาในอินเดียที่ผสมผสานวัฒนธรรมแบบดั้งเดิมเข้ากับวิธีการสอนยุคใหม่ สภาพแวดล้อมในการเรียนจากหลากหลายวัฒนธรรม และโปรแกรมการเรียนที่มีค่าใช้จ่ายอย่างเหมาะสม”
ที่ผ่านมาผู้ปกครองต่างเล็งเห็นว่า การศึกษาของอินเดียเป็นย่างก้าวที่สำคัญของการวางแผนชีวิตตั้งแต่วัยเรียนสู่วัยทำงาน และมีส่วนช่วยเปิดโอกาสมากมาย เช่น ได้ทำงานในบริษัทที่มั่นคงระดับโลก ได้รับค่าตอบแทนสูง เป็นต้น
ภายในนิทรรศการจะมีการออกบูธของมหาวิทยาลัยชั้นนำ วิทยาลัย และสถาบันการศึกษาระดับสูงอีกหลากหลายสถาบัน ซึ่งเปิดสอนในระดับอนุปริญญา ปริญญาตรี และปริญญาโท ในสาขาวิชาต่าง ๆ เช่น การแพทย์ เวชศาสตร์ ทันตศาสตร์ การจัดการ ไอที วิศวกรรม แอนิเมชั่น เป็นต้น มาพร้อมข้อเสนอพิเศษมากมาย โดยมีหลักสูตร ‘ICSE’ และ ‘CBSE’ ของอินเดีย และหลักสูตรนานาชาติ เช่น ‘IB - International Baccalaureate’ และ ‘IGCSE’  ซานจีฟ โบเลีย กล่าวเพิ่มเติมว่า “หากคุณเลือกเรียนหลักสูตรสามปี ด้านการจัดการธุรกิจ หรือด้านศิลปะ เมื่อคำนวณค่าเล่าเรียนและค่าครองชีพแล้ว ค่าใช้จ่ายที่อินเดียจะอยู่ที่ราว ๆ 10,000 เหรียญดอลล่าร์สหรัฐ ซึ่งคุณอาจต้องจ่ายสูงกว่านี้อีกมากหากเรียนที่สหรัฐอเมริกา หรือสหราชอาณาจักร (อังกฤษ)”
ปัจจุบัน “TGIEF” มีสถาบันการศึกษาจำนวนมากกว่าห้าร้อยสถาบันร่วมเดินทางและออกบูธแนะนำการศึกษาในประเทศต่าง ๆ อาทิ มองโกเลีย กาตาร์ เกาหลีใต้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เนปาล ภูฎาน มาเลเซีย บังคลาเทศ และศรีลังกา เป็นต้น TGIEF ในประเทศไทยได้รับการสนับสนุนจาก India – Thai Chamber of Commerce  และ Indian Social Club & Indian Association in Thailand.
สำหรับงาน “นิทรรศการการศึกษาอินเดียครั้งที่ 13” หรือ ‘The Great India Education Fair 2020’ (TGIEF) ในปีนี้ จะจัดขึ้นในวันที่ 7 – 8 มีนาคม 2563  เวลา 10.00 – 18.00 น. ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ชั้น 5  ผู้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้ที่  https://bit.ly/2UaUq1s และรับชมภาพบรรยากาศงานนิทรรศการการศึกษาอินเดียได้ที่ https://youtu.be/NgJLxPYQCso
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษาอินเดียได้ที่ https://www.facebook.com/TheGreatIndiaEducationFairThailand/
หรือ www.afairs.com และอีเมลล์ info@afairs.com 
Share:

Breaking News

STATISTICS ::

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

Telephone :: คุณเอ๋​ (+66) 081 434 5154
Email :: Insightoutstory@gmail.com

Add Line Click 👇👇

Translate

Deep Tissue Massage Yoga

Review By Nichapa

บทความที่ได้รับความนิยม

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก