“วราวุธ” โบกธง ปล่อยคาราวานจิตอาสาพระราชทาน ส่งทีม พม. ทั่วประเทศ เยี่ยมกลุ่มเปราะบาง ทั้ง เด็ก-ผู้สูงอายุ-คนพิการ-ผู้ด้อยโอกาส “พม.ร้อยดวงใจ จิตอาสาเพื่อประชาชน เฉลิมพระเกียรติฯ“

วันที่ 19 กรกฎาคม 2567 เวลา 08.30 น. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สะพานขาว กทม. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “คาราวานจิตอาสาพระราชทาน กระทรวง พม.” ภายใต้โครงการ “พม.ร้อยดวงใจ จิตอาสาเพื่อประชาชน เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” พร้อมนำกล่าวคำปฏิญาณ "เราทำความดี ด้วยหัวใจ" จากนั้นเป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนรถตู้คาราวานจิตอาสาพระราชทาน นำโดยผู้บริหารกระทรวง พม. ออกปฏิบัติหน้าที่ลงพื้นที่ 10 ชุมชนในเขตกรุงเทพมหานคร เพื่อเยี่ยมบ้านให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองสวัสดิภาพประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนทางสังคม อาทิ เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส 

ในขณะที่ ส่วนภูมิภาคทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ มีการจัดกิจกรรม “คาราวานจิตอาสาพระราชทาน กระทรวง พม.” โดยพร้อมเพรียงกัน  ด้วยการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานในสังกัดกระทรวง พม. ในพื้นที่ ภายใต้แนวคิด “พม.หนึ่งเดียว” ประกอบด้วย สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ศูนย์-สถาน-บ้าน-นิคมฯ รวมทั้งภาคีเครือข่ายด้านสังคมทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ประชาชนทั่วไป และอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) 

นายวราวุธ กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาพระราชทาน โครงการจิตอาสา 904 วปร. ตามแนวพระราชดำริ “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เพื่อมุ่งหวังให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ปรองดองสามัคคี ร่วมมือร่วมใจ ประกอบกิจกรรมสาธารณะ เพื่อประโยชน์สุขของชุมชนส่วนรวมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ให้มีความรักความผูกพันต่อสถาบันหลักของชาติ อันได้แก่ สถาบันชาติ สถาบันศาสนา  และสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการส่งเสริมและสร้างบุคลากรในสังกัดกระทรวง พม. ให้เป็นจิตอาสาพระราชทาน รวมทั้งเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 

นายวราวุธ กล่าวว่า วันนี้ จึงได้จัดกิจกรรม “คาราวานจิตอาสาพระราชทาน กระทรวง พม.” เพื่อให้บุคลากรที่ได้ผ่านการฝึกอบรมจิตอาสาพระราชทาน 904 และบุคลากรที่ได้ลงทะเบียนเป็นประชาชนจิตอาสาพระราชทาน รวมจำนวน 7,200 คน เข้าร่วมกิจกรรมโดยพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ เกิดความตระหนักรู้ถึงบทบาทหน้าที่ของการเป็นจิตอาสาเพื่อประชาชน รวมทั้งเป็นการย้ำเตือนถึงเจตนารมณ์ของกระทรวง พม. ในการปฏิบัติงานด้านการพัฒนาสังคม เพื่อร่วมสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคมส่วนรวม และพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อนทางสังคมให้สามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุขต่อไป

นายวราวุธ กล่าวว่า นอกจากนี้ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567  กระทรวง พม. มีเป้าหมายในปี 2567 ด้วยการปล่อยขบวนคาราวานจิตอาสาพระราชทาน ลงพื้นที่ชุมชนเพื่อเยี่ยมบ้านให้ความช่วยเหลือและคุ้มครองสวัสดิภาพประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนทางสังคม รวมจำนวน 1,072 ครัวเรือน ทั่วประเทศ และการปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติฯ รวมจำนวน 72,000 ต้นในหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. ทั่วประเทศ

#ข่าวพม #พม #ศรส #esshelpme #1300 #วราวุธศิลปอาชา #วราวุธรับฟังทำจริง #พมพอใจให้ทุกวัยพึงพอใจในพม #พมหนึ่งเดียว #จิตอาสาพระราชทาน #คาราวานจิตอาสาพระราชทาน 



Share:

“หมึกกรุบ” ขนคาราวานความอร่อย เล่นใหญ่! บุกใจกลางสยาม ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดของกินสุดชิค!

 

“หมึกกรุบ” เส้นบุกปรุงรสรูปปลาหมึก ผลิตภัณฑ์สุดฮอตจากแบรนด์ “ซันซุ” ที่เป็นผู้นำเทรนด์ตลาดของกินเล่นในยุคนี้ จากความตั้งใจของ 2 อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ซารต์ - ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช และ กานต์ - อรรถกร รัตนารมย์ ผู้ก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ซันซุโซลูชั่น จำกัด จัดงาน Grand Opening “หมึกกรุบ Tastival”  สุดอลังการใจกลางสยามสแควร์ เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดของการทำการตลาดด้านอาหารที่ครองใจสายกินทุกเพศทุกวัย การันตีด้วยคุณภาพ และกระแสไวรัลในโลกโซเชียล ที่ปล่อยผลิตภัณฑ์ออกมาได้ไม่นาน ก็ติดตลาดท็อปชาร์จ เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั่วทั้งประเทศ ซึ่งหมึกกรุบเปิดตัวมาด้วย 2 รสชาติที่ถูกปากคนไทย ได้แก่ รสหม่าล่า สูตรดั้งเดิม และรสหม่าล่า สูตรเผ็ดไฟลุก โดยมีคอนเซปต์สุดว้าว “หมึกกรุบ ชุบมื้ออร่อยให้ตัวคุณ” เพิ่มความอร่อยให้มื้ออาหารของคุณแบบไม่รู้สึกผิด เพราะไม่มีคลอเลสเตอรอล ไขมันต่ำ และให้พลังงานแค่ 4 แคลอรี่กว่า ๆ ต่อซองเท่านั้น!

“หมึกกรุบ Tastival” มหกรรมความสนุกสุดเหวี่ยง ที่มาเปิดประสบการณ์ความอร่อยแบบไม่ซ้ำใคร ครั้งนี้มีแนวคิดได้ผสมผสานเทศกาลแห่งความครึกครื้น (Festival) ผนวกกับรสชาติ (Taste) ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ
หมึกกรุบให้อยู่ในงานเดียวกัน โดยทีม Marketing เล่นใหญ่จัดเต็มเอาใจสายชิค ยึดพื้นที่สยามสแควร์ บริเวณบล็อก I เนรมิตให้เป็นสวนสนุกขนาดย่อม ที่มาพร้อมกับกิจกรรมมากมายกว่า 12 แลนด์มาร์คให้ผู้เข้าร่วมงานได้เช็กอินตลอดทั้งวัน มีบูธเกมสนุก ๆ ทั้งเล่นทั้งลุ้นของรางวัลสุดพรีเมียมจากซันซุ และมุม Live Stand ที่ชวนเหล่าอินฟลูเอนเซอร์มาร่วม Live Competition ลุ้นรายได้หลักแสน เพื่อตอกย้ำความก้าวหน้าในการทำการตลาดแบบยุคใหม่ โดยให้เหล่านักไลฟ์ (Affliate) เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในการส่งต่อความอร่อยจากผลิตภัณฑ์ของเราไปสู่กลุ่มเป้าหมายที่กว้างมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Bangkok random play dance รวมตัวเหล่าวัยรุ่นขาแดนซ์มาออกสเต็ปฉลองความยิ่งใหญ่ของเทศกาลความสนุกในครั้งนี้อีกด้วย และยังได้เจอกับ “ซวง ภาพพิมพ์” แม่ค้าออนไลน์ชื่อดังจากช่อง Pappim Shop ที่มาแชร์เทคนิคการขายไลฟ์กันสด ๆ ในงาน พร้อมบิ๊กเซอร์ไพรส์จากศิลปิน T-Pop 5 หนุ่ม Perses ที่มาโชว์มินิคอนเสิร์ตสุดมัน เรียกเสียงกรี๊ดจากชาว Pieces ที่มารอให้กำลังใจได้เป็นอย่างดี พร้อมกับศิลปินวง Whal & Dolph ก็มาสร้างสีสันในงานนี้ด้วย ภายในงานยังได้เต็มอิ่มกับหลากหลายเมนูที่บูธ Food Matching จับคู่หมึกกรุบ บุกปรุงรสรูปปลาหมึก กินคู่กับอะไรก็เข้ากันดีสุด ๆ 

คุณปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช (ซารต์) และคุณอรรถกร รัตนารมย์ (กานต์) กล่าวว่า “งานนี้เป็นงานที่ตั้งใจให้สายกินทุกเพศทุกวัย ได้มาลิ้มลองความอร่อยของหมึกกรุบ มาพิสูจน์พร้อมกันว่าทำไมถึงได้รับกระแสตอบรับดีขนาดนี้ ที่สำคัญมาชิมแล้ว ก็อยากจะให้ร่วมจอยด้วยกิจกรรมสนุก ๆ เหมือนมาเดินในงานเทศกาล อิ่มท้อง อิ่มใจไปด้วยกัน และใครที่บอกว่าหาซื้อยาก วันนี้ไม่ยากแล้วนะคะ ซึ่งในงานเองเราก็เตรียมมาถึง 400,000 ซองเลย รับรองว่ารสชาติถูกปากคนไทยแน่นอน เดี๋ยวในอนาคตอาจจะมีรสชาติอื่น ๆ ออกมาให้ได้ชิมกันด้วย และเหมือนเดิมค่ะ ตามคอนเซปต์ของพวกเรา เวลากินต้องไม่รู้สึกผิด เพราะหมึกกรุบของเราไม่มีคอเลสเตอรอล ไขมันต่ำ แคลอรี่น้อย”

ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ “หมึกกรุบ” บุกปรุงรสรูปปลาหมึก ทั้ง 2 รสชาติ วางจำหน่ายแล้วที่ร้านสะดวกซื้อ 7-11 , CJ More, MR.DIY, Jiffy, Lawson และร้านถูกดี รวมถึงช่องทางออนไลน์ Lazada, Shopee, Laz Choice, TikTok, Line My Shop Onelife และ Facebook page Pappim Shop ด้วยราคาสุดคุ้มเพียง 25 บาท (มี 6 ซอง) 

Share:

ร้านอาหารทะเลสไตล์อเมริกันLong John Silver’s พร้อมเทียบท่า ณ ประเทศไทย เตรียมเปิดสาขาแรกวันที่ 19 กรกฏาคมนี้ที่ศูนย์การค้า เมกา บางนา

งานนี้พลาดไม่ได้!! Long John Silver’s
ร้านอาหารทะเลสไตล์อเมริกันชื่อดังระดับตำนานพร้อมเทียบท่า ณ ประเทศไทย โดยจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 กรกฎาคม 2567  ณ ศูนย์การค้า เมกา บางนา  ชั้น 2 ฝั่ง IKEA  พร้อมโปรโมชั่นพิเศษฉลองเปิดร้านตลอด 3 วัน" ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ค.67- 21 ก.ค.67  

ที่ Long John Silver’s คุณจะได้ลิ้มลองรสชาติอาหารทะเลที่มีคุณภาพจากแหล่งต้นกำเนิดชั้นเลิศ  เพราะทางร้าน Long John Silver’s ได้นำเข้าซีฟู๊ดจากประเทศนิวซีแลนด์ และ รัฐอลาสก้า สองที่ที่โด่งดังเรื่องอาหารทะเลพร้อมปรุงรสอย่างเหนือชั้นด้วยแป้งสูตรลับ ของทางร้านยกความอร่อยจากทะเลอลาสก้ามาไว้ในถาด ในสไตล์บรรยากาศการตกต่างภายในโทน อบอุ่นและสนุกสนานเป็นจุดเช็กอินใหม่ เอาใจผู้ชื่นชอบอาหารทะเลส่งตรงจากอลาสก้า

โดยทางร้าน Long John Silver’s จะขอแนะนำ 4 เมนูที่ห้ามพลาดดังนี้
1. Bucket Shrimp หรือ กุ้งถัง LJS เป็นเมนูกุ้งที่ผ่านการปรุงรสด้วยเครื่องเทศและซอสปรุงพิเศษสูตรเฉพาะของ Long John Silver's จุดเด่นของเมนูนี้คือซอสที่เคลือบทำให้รสชาติกลมกล่อมเข้ากับเนื้อกุ้งได้อย่างลงตัว
2. Fish Combo ปลาทอดกรอบนอกนุ่มใน เสิร์ฟพร้อมกับมันฝรั่งทอดกรอบ อร่อยลงตัวสุดๆ! 
3. Chicken and Shrimp Combo การจับคู่ที่ลงตัวของไก่ทอดและกุ้งทอด เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งวาฟเฟิลกรอบๆ ใครที่ชอบทั้งไก่และกุ้งต้องจะถูกใจเมนูนี้อย่างแน่นอน
4. Creamy Pasta with Salmon พาสต้าครีมแซลมอน ความพิเศษของเมนูนี้คือ ซอสครีมหอมละมุนรสชาติกลมกล่อมเข้ากับเนื้อแซลมอนสดๆ
นอกจากนี้ยังมีหลากหลายเมนูที่ทางร้านรังสรรค์โดยทีมงานมืออาชีพที่ผ่านการฝึกฝนด้านเทคนิคการปรุงอาหารที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Long John Silver’s รวมถึงรักษามาตรฐานของการทอดทุกชิ้นให้กรอบอร่อยและยังคงรักษารสสัมผัสความสดของอาหารทะเล
Long John Silver’s เป็นร้านอาหารทะเลสไตล์อเมริกันชื่อดังที่ก่อตั้งขึ้นในปี 1969 ที่รัฐเคนทักกี สหรัฐอเมริกา จากนั้นในช่วงปี 1970 ได้กลายเป็นเชนร้านอาหารทะเลที่มีชื่อเสียงและขยายตัวอย่างรวดเร็ว สำหรับแรงบันดาลใจที่ก่อตั้งสาขาในประเทศไทย Mr. Mulyadi Syariffudin (คุณมุลยาดี ไซยาริฟุดดิน) และ Mr. Say Ho Teoh (คุณเซย์ โฮ เต๊ะ) ผู้ร่วมก่อตั้งและสมาชิกคณะกรรมการบริหารของบริษัท ลอง จอห์น ซิลเวอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ทั้งสองคนเป็นชาวสิงคโปร์และมีโอกาสได้รู้จักแบรนด์นี้เนื่องจากไปเรียนที่สหรัฐอเมริกา และเห็นว่าแบรนด์นี้เติบโต
อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับร้าน Long John Silver’s ในสิงคโปร์ก็มีหลายสาขาจึงมองเห็นถึงโอกาสที่จะนำแบรนด์นี้เข้าสู่ประเทศไทย พร้อมกับเผยถึงเหตุผลที่ต้องการนำแบรนด์นี้มาสูประเทศไทยเพราะสังคมไทยในปัจจุบันมีสภาวะทีรีบเร่งการเลือกซื้ออาหารที่สะดวกและรวดเร็ว จึงกลายมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ส่งผลให้ อาหารสไตล์ฟาสต์ฟู้ดเป็นที่นิยมรวมถึงอาหารประเภทของทอดก็ยังได้รับความนิยมในตลาดไทย นอกจากนี้คนไทยยังชื่นชอบอาหารทะเลเป็นพิเศษซึ่งสามารถเห็นได้ตามเทศกาลหรือกิจกรรมสำคัญต่าง ๆ ที่มักจะมีอาหารทะเลเป็นส่วนหนึ่งของเมนูหลัก แต่ยังไม่มีร้านอาหารจานด่วนบนห้างไหนที่เน้นอาหารทะเลอย่างจริงจัง ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำ ประสบการณ์การรับประทานอาหารทะเลที่ดีที่สุดมาสู่ประเทศไทย Mr. Mulyadi(คุณมุลยาดี ไซยาริฟุดดิน)  และ Mr. Say Ho Teoh(คุณเซย์ โฮ เต๊ะ)  ตั้งใจจะทำให้ Long John Silver’s เป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมในตลาดไทย โดยมุ่งเน้นการนำเสนออาหารทะเลคุณภาพเยี่ยมในราคาที่เข้าถึงได้ พร้อมกับการบริการที่ยอดเยี่ยมเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม
Mr. Say Ho Teoh (คุณเซย์ โฮ เต๊ะ) เผยถึงความใส่ใจในคุณภาพวัตถุดิบของ Long John Silver’s ที่ใช้ในการปรุงอาหาร โดยทางร้านคัดเลือกวัตถุดิบที่ปลอดสารเคมี เพื่อให้ลูกค้าได้มั่นใจว่าถึงแม้จะเป็นร้านอาหารเชนที่มีราคาจับต้องได้ แต่วัตถุดิบที่ใช้ยังคงมีคุณภาพสูงและรักษาคุณค่าทางโภชนาการ 
นอกจากนี้สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือคุณภาพของการบริการหรือการมีservice mindที่ดีทาง Long John Silver’s มุ่งเน้นให้พนักงาน ทุกคนมีความใส่ใจและให้บริการอย่างเต็มที่ เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีและประทับใจในการมาใช้บริการ นี่คือสิ่งที่จะทำให้ Long John Silver’s แตกต่างและโดดเด่นในตลาดอาหารจานด่วนในประเทศไทย Mr. Say Ho Teoh (คุณเซย์ โฮ เต๊ะ) กล่าว
นิยามของคำว่า "มาได้ทุกวัน ทานได้ทุกมื้อ"คุณศุภศิริ ลีลาพรพินิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอง จอห์น ซิลเวอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้เผยถึงการวาง Positioning ให้เป็นร้านอาหาร ยอดนิยมที่ผู้บริโภคสามารถมาได้ทุกวันทานได้ทุกวันทานได้ทุกมื้อโดยไม่เบื่อและสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่มทุกวัยด้วยประสบการณ์ กว่า20ปีในธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มร่วมถึงการบริหารธุรกิจแฟรนไชส์ร้านอาหารทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เธอจึงเชื่อมั่น  ว่า Long John Silver’s จะ  ประสบความสำเร็จในประเทศไทย แม้จะมีความท้าทายจากภายนอกแต่หากคอนเซปต์ คุณภาพของเรานั้น แข็งแกร่งเราก็สามารถเอาชนะความท้าทาย เหล่านั้นได้ด้วยความเชื่อมั่นในคุณภาพของวัตถุดิบและการบริการที่ยอดเยี่ยม จะเป็นสิ่งที่ทำให้ Long John Silver’s เป็นที่ชื่นชอบ และได้รับ  ความนิยมจากผู้บริโภคในประเทศไทย
อย่าพลาด เฉพาะ 19-21 ก.ค. นี้ เท่านั้น!! โปรโมชั่นฉลองเปิดร้าน มีดังนี้ 
1. ซื้อชุดเซ็ทอาหารทะเลทอด รายการใด ก็ได้ รับสิทธิ์ ซื้อ 1 แถม 1
2. ลูกค้า 200 คนแรก ซื้ออะไรก็ได้ภายในร้าน กดไลค์เพจใดก็ได้ FB/IG/Tiktok  รับฟรี
 กระเป๋าผ้าแคนวาส จากทางร้าน มูลค่า 400 บาท 
3. แชร์ Long John Silvers ผ่านโซเชียล  รับฟรี ไอศครีม
มาลั่นระฆังกัปตันให้ดังสนั่น สนุกไปด้วยกันในงานเปิดตัว Long John Silver’s เมกา บางนา แล้วคุณจะรู้ว่าความอร่อยและความสุขสามารถมาบรรจบกันได้

พิกัดร้าน Long John Silver's Mega Bangna https://g.co/kgs/KpJ2b35
ติดตามความอร่อยได้ที่เพจ: https://www.facebook.com/ljsthailand?locale=th_TH

Share:

ศาลเยาวชนและครอบครัวนครปฐม ร่วมกับวิทยาลัยสารพัดช่างนครปฐมจัด “โครงการให้ความรู้และป้องกันการกระทำความผิดในเด็กและเยาวชน”(รู้ก่อนผิด คิดก่อนหลงทาง)และให้ความรู้ด้านวิชาชีพช่างตัดผม

  

ศาลเยาวชนและครอบครัวนครปฐม ร่วมกับวิทยาลัยสารพัดช่างนครปฐมจัด “โครงการให้ความรู้และป้องกันการกระทำความผิดในเด็กและเยาวชน”(รู้ก่อนผิด คิดก่อนหลงทาง)และให้ความรู้ด้านวิชาชีพช่างตัดผม โดย ดร.สมศักดิ์ ชลาชล ผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวนครปฐม นายกสมาคมวิชาชีพช่างทำผมไทย

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบ  ๖ รอบ ๗๒ พรรษา วันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗

ณ วิทยาลัยสารพัดช่างนครปฐม

Share:

บีโอไอ เดินหน้าจัดงาน THECA 2024 ตั้งศูนย์แผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ไทย เสริมทัพอุตสาหกรรมโลก

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ร่วมกับสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทยและสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ฮ่องกง ย้ำจัดงานแสดงสินค้าและบริการวงจรอิเล็กทรอนิกส์แห่งเอเชีย หรือ เทกก้า (Thailand Electronics Circuit Asia: THECA) เพื่อประกาศศักยภาพและความก้าวหน้าในการเป็นฐานการผลิตแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียนและของโลก ซึ่งเป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน ที่มุ่งมั่นพัฒนาและสนับสนุนอุตสาหกรรมนี้มาอย่างยาวนานกว่า 40 ปี ระหว่างวันที่ 24 - 26 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ 


ด้วยกระแสการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภูมิศาสตร์เศรษฐกิจของโลก
ทำให้เกิดการโยกย้ายฐานการผลิตครั้งใหญ่ในหลายอุตสาหกรรมเข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ และแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) เนื่องจากศักยภาพและความพร้อมในด้านต่าง ๆ ของไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากรทักษะสูง และห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง ทำให้ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นจุดหมายของการลงทุน

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมาก เป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 มีสัดส่วนถึง 1 ใน 4 ของการส่งออกทั้งประเทศ และเป็นอุตสาหกรรมที่ดึงดูดการลงทุนจำนวนมาก โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมนี้กว่า 535,000 ล้านบาท เฉพาะในปี 2566 มีมูลค่าคำขอสูงถึง 334,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2565 และคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 40 ของคำขอรับการส่งเสริมทั้งหมด  

หากพิจารณาเฉพาะกลุ่ม PCB และ PCBA จะเห็นว่าการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากมูลค่า 15,600 ล้านบาท ในปี 2564 และ 15,900 ล้านบาท ในปี 2565 เพิ่มเป็น 100,860 ล้านบาท ในปี 2566 และยังเติบโตต่อเนื่องในปี 2567  โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2567 มีคำขอรับการส่งเสริม PCB และ PCBA จำนวน 27 โครงการ มูลค่ารวม 36,044 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนของบริษัทชั้นนำจากจีน ไต้หวัน ญี่ปุ่น และฮ่องกง

ขณะนี้จึงเป็นห้วงเวลาสำคัญของการสร้างฐานการผลิตอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้ง PCB และ PCBA ในประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน บีโอไอจึงได้ปรับปรุงมาตรการส่งเสริมการลงทุน โดยขยายขอบเขตการส่งเสริมกลุ่มอุตสาหกรรม PCB แบบครบวงจร ครอบคลุมทั้ง Supply Chain รวมถึงการผนึกกำลังกับภาคเอกชน เพื่อสร้างการเชื่อมโยงภายในอุตสาหกรรม และสร้างโอกาสทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการไทยในการผลิตชิ้นส่วนและวัตถุดิบส่งให้กับบริษัทผู้ผลิต PCB เหล่านี้ด้วย 

งาน THECA ในครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับการพบปะระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายในอุตสาหกรรม PCB เกิดการสร้างเครือข่ายของผู้ประกอบการและการเจรจาต่อยอดธุรกิจ ซึ่งจะนำไปสู่การซื้อขายชิ้นส่วน 

การว่าจ้างผลิตและบริการ รวมถึงการร่วมทุนระหว่างบริษัทไทยและต่างชาติ โดยบีโอไอจัดให้มีกิจกรรม Business Matching ซึ่งคาดว่าจะมีการจับคู่เจรจาธุรกิจกว่า 1,000 คู่ และมีมูลค่าซื้อขายที่จะเกิดขึ้นกว่า 20,000 ล้านบาท โดยงานนี้จะช่วยสร้างความเข้มแข็งของ Supply Chain ในอุตสาหกรรม PCB ไทย รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องที่ต้องการใช้ PCB ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ โทรคมนาคม อุปกรณ์การแพทย์ ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเป็นฐานที่มั่นสำคัญของภูมิภาคสำหรับอุตสาหกรรมสมัยใหม่ และสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน

ด้านนายกสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย นายพิธาน องค์โฆษิต กล่าวสนับสนุนว่า “การได้รับสนับสนุนจากบีโอไอ ทำให้ประเทศไทยได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการทั่วโลกสนใจ ปัจจุบัน แผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ของไทยมีส่วนแบ่งการตลาด หรือ Market Share อยู่ที่ประมาณ 4% แต่หากมีการเปิดโรงงานจากผู้ลงทุนในโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจาก BOI อีก 50 โรงงาน จะทำให้ Market Share ของไทยเติบโตได้ถึง 10% เป็นอันดับที่ 4 ของโลก รองจากจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งจะส่งผลดีหลายด้านต่อเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การสร้างอาชีพและการจ้างงานภายในประเทศที่จะเพิ่มสูงขึ้น 50,000-80,000 ตำแหน่งงาน เฉพาะภาคอุตสาหกรรมแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์”

ตลาด PCB ทั่วโลกคาดว่าจะมีมูลค่า 3 ล้านล้านบาท[ อัตราแลกเปลี่ยน 35 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ] (86.17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ภายในปี 2026 โดยเติบโตเฉลี่ยปีละ 3.3% HDI PCBs มีอัตราการเติบโตสูงถึง 11.1% เนื่องจากมีขนาดเล็ก ประสิทธิภาพสูง และน้ำหนักเบา รวมทั้ง Flexible PCBs ก็กำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้นในสินค้าเทคโนโลยีสวมใส่และอุปกรณ์อัจฉริยะ โดยคาดว่าตลาดจะมีมูลค่า 5.3 แสนล้านบาท (15.29 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2026

ดังนั้น นายเสวก ประกิจฤทธานนท์ อุปนายกและเลขานุการสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย จึงได้ร่วมกับ ศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์  ดร.วุฒินันท์ เจียมศักดิ์ศิริ นักวิจัยอาวุโส และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร ศาสตราจารย์ ดร.วิษณุ มีอยู่ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย จัดตั้ง “ศูนย์แผ่นวงจรอิเล็กทรอกนิกส์ไทย” (Thailand Electronics Circuit Center) มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนา (R&D) การเสริมสร้างโซ่อุปทานในประเทศ (Local Supply Chain) การผลิตต้นแบบแผงวงจรพิมพ์ (PCB Prototype) การพัฒนาบุคลากรและพัฒนาสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทย

นายภูธนา ดาวเรือง ผู้จัดการทั่วไป สมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ไทย สรุปไฮไลท์การจัดงาน เทกก้า ว่า “เป็นงานที่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้เป็นอย่างดี ทั้งในแง่การเจรจาธุรกิจการค้า การแสดงนวัตกรรมทันสมัยจาก 200 บริษัทชั้นนำ การประชุมสัมมนานานาชาติมากกว่า 20 หัวข้อ เพื่อให้คนที่อยู่ในวงการ หรือที่อยากเข้ามาในวงการ หรือนักธุรกิจที่สนใจได้มา Upskill และ Reskill พัฒนาทักษะใหม่ๆ และการปรับปรุงทักษะที่มีอยู่เดิมให้ทันสมัย จนไปถึงเป็นเวทีพบปะ จัดหางาน ระหว่างผู้เชี่ยวชาญที่กำลังหางานกับเจ้าของธุรกิจและผู้ประกอบการจากทั่วโลก เอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ และอื่นๆ คาดว่าจะดึงดูดผู้เข้าชมงานจากทั่วโลกกว่า 3,000 ราย

นายสราญโรจน์ สุทัศน์ชูโต รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) (ทีเส็บ) กล่าวถึงความสำคัญของงาน เทกก้า ต่ออุตสาหกรรมไมซ์ ว่า “เป็นงานแสดงสินค้าและบริการอุตสาหกรรมต้นน้ำด้านเทคโนโลยีที่ช่วยพัฒนาในอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคตของทีเส็บ ได้แก่ ความมั่นคงทางด้านอาหาร (Food Security) ธุรกิจสร้างสรรค์ (Creative Soft Power) นวัตกรรมทางด้านสุขภาพ (Health-Tech Innovation) และการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Urban QOL & Mobility) โดยการแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่างๆ ในงานนี้ จะทำให้ประเทศไทยสามารถแสดงศักยภาพและสร้างความเชื่อมั่นในฐานะจุดหมายปลายทางมูลค่าสูงแห่งเอเชีย (High Value-Added Destination) ได้อย่างดีที่สุด”

นายแคนิส ชุง นายกสมาคมแผ่นวงจรพิมพ์ฮ่องกง กล่าวสรุปว่า “ผู้ประกอบการแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB และ PCBA) ทั่วโลก ล่าสุดให้ความสนใจและเชื่อมั่นในเอเชีย โดยเฉพาะประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก PCB และ PCBA เป็นส่วนสำคัญสำหรับวัสดุพื้นฐานและผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด รวมทั้งเป็นแกนหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ล้ำสมัยที่กำหนดอนาคตของโลก โดยมีผู้ร่วมสนับสนุนการจัดงาน ได้แก่ บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ออโรเม็กซ์ จำกัด บริษัท มิตซูบิชิ อีเล็คทริค แฟคทอรี่ ออโตเมชั่น (ประเทศไทย) จำกัด โดยนายวิเชียร งามสุขเกษมศรี กรรมการผู้จัดการ และบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โดยนายยงยุทธ ภักตร์ดวงจันทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและทรัพยากรบุคคล รวมทั้งยังมีบริษัทและสมาคมอุตสาหกรรมชั้นนำจากต่างประเทศ ยืนยันเข้าร่วมจัดงานแล้ว ได้แก่ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน เกาหลี ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ อินเดีย และเนเธอร์แลนด์

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ล่วงหน้าที่ https://thailandelectronicscircuitasia.com 

หรือ https://www.facebook.com/thailandelectronicscircuitasia 

Share:

อิ่มหรู ดูดี ก่อนบิน Western Set Menu "4 คอร์สสุดฟิน 850 บาท" ถูกกว่าในสนามบิน ณ ห้องอาหาร Eat Drink Love โรงแรม เดอะ พาร์ค ไนน์ สุวรรณภูมิ

วันนี้ Insightoutstory พาเพื่อนๆเปลี่ยนบรรยากาศ มาพักผ่อนแบบเหนือระดับ บรรยากาศธรรมชาติ ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ ที่โรงแรม เดอะ พาร์ค ไนน์ สุวรรณภูมิ  ที่นี่ถือว่าเป็นโรงแรมที่ครบทุกการพักผ่อน ไม่ว่าจะห้องพักที่มีให้เลือกแบบหลาย Type อาหาร เครื่องดื่ม ฟิสเนต สระว่ายน้ำ ทำให้วันพักผ่อนของคุณเป็นวันที่เพอร์เฟค ด้วย ทำเลที่ตั้งอันสะดวกสบาย 

โรงแรมฯ ตั้งอยู่บนถนนลาดกระบัง ตรงข้ามกับห้างสรรพสินค้าโรบินสันลาดกระบัง หลังจากพักผ่อนแล้วยังแวะมาช๊อปปื้งที่ห้างได้อีกด้วย  ที่สำคัญที่นี่ห่างจากท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิเพียงไม่กี่นาที  บอกได้เลย พักที่นี่ เดินทางสะดวกมากๆๆ  ใกล้ทางด่วนและวงแหวนรอบนอกไปสู่ EEC (ฉะเชิงเทรา/ชลบุรี/ระยอง) 
บรรยากาศอันรมรื่นจากสวนสวยที่เป็นธรรมชาติของโรงแรมฯ  
ด้านหลังติดคลองประเวศบุรีรมย์ ที่ยังคงความสมบูรณ์ของธรรมชาติ และวิถึคนไทยริม 2 ฝั่งคลอง พบกับประสบการ์ใหม่ที่คุณอาจจะไม่เคยลอง
สำหรับนักชิมที่รักอาหาร วันนี้ ขอนำเสนอเมนูสุดพิเศษ Western Set Menu ที่จะพาคุณไปสัมผัสรสชาติอาหารตะวันตกแบบครบครัน ในราคาสุดคุ้มค่าเพียง 850 บาทสุทธิต่อเซ็ต มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง!
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Smoked Salmon Salad สลัดปลาแซลมอนรมควัน ความสดชื่นของผักสลัดผสานกับรสชาติเข้มข้นของปลาแซลมอน เป็นการเปิดหัวใจก่อนไปสู่เมนูต่อไปได้อย่างลงตัว 

ต่อด้วยซุปให้เลือกถึง 2 แบบ:

Mushroom Soup "ซุปเห็ดครีมนุ่มละมุน หอมกรุ่นด้วยกลิ่นเห็ด"
เป็นซุปอีกตัวเลือกหนึ่งที่เป็นที่ชื่นชอบของใครหลายๆคน เราใช้เห็ดแชมปิญองในการทำ จึงมีความข้นเป็นพิเศษ และเพิ่มความหอมจากน้ำมันทรัฟเฟิล
Lobster Bisque Soup  "ซุปล็อบสเตอร์"  รสชาติกลมกล่อม ซุปมันกุ้งล็อบสเตอร์ปรุงอุ่นๆ เนื้อซุปเป็นครีมข้น ทานตอนอุ่น หอมกรุ่นกลิ่นมันกุ้ง รสชาติอร่อยกลมกล่อมเข้มข้นสุดๆ  มีความหอมมากเสริฟพร้อมกุ้งเนื้อแน่น และล๊อบเตอร์โฟม

เข้าสู่จานหลักที่คุณสามารถเลือกได้ 1 เมนูจาก 2 ตัวเลือกสุดพิเศษ:
Pork tenderloin wrapped bacon&spinach with mashed potatoes and mushroom jus.
- สันในหมูพันเบคอนและผักโขม เสิร์ฟพร้อมมันฝรั่งบด และซอสเห็ด ความนุ่มของเนื้อหมูผสานกับความกรอบของเบคอน และความครีมมี่ของมันบด
Pan Seared seabass with spinach&ricotta cheese cannelloni and sun-dried tomato sauce.
ปลากระพงย่างกรอบ เสิร์ฟคู่กับคานเนลโลนีไส้ผักโขมและชีสริคอตต้า ราดด้วยซอสมะเขือเทศตากแห้ง ความสดของปลาทะเลผสานกับรสเข้มข้นของซอส ในสไตล์อิตาเลี่ยน ที่เรียกว่า แคนเนลโลนี่ (cannelloni) 
ปิดท้ายความอร่อยด้วย 
Crêpes Suzette เครปซูเซ็ตต์ ขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศสที่หอมกรุ่นด้วยกลิ่นส้มและบรั่นดี
นี่คือเซ็ตเมนูที่คุ้มค่าสุดๆ ครบทั้งคาว หวาน ในราคาเพียง 850 บาทเท่านั้น! อย่าพลาดโอกาสลิ้มลองประสบการณ์อาหารตะวันตกระดับพรีเมียมนี้นะคะ

Copper Cafe’
หากต้องการเพิ่มความหวาน ที่นี่มีคาเฟ่ ข้างๆ ติดกับร้าน Eat Drink Love ตั้งที่อยู่ใน โรงแรมเดอะ พาร์ค ไนน์ สุวรรณภูมิ   มีเครือ่งดื่มให้เลือกมากมายหลายเมนู พร้อมเบเกอรี่เกรดพรีเมี่ยม จัดได้ว่าเป็นจุดนัดพบลูกค้า คนพิเศษ คนรู้ใจ ครอบครัว เจอกันได้ที่นี่ ฟิน ชิว แน่นอนค่ะ
โรงแรมที่เดินทางสะดวก ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ เพียง 10 นาที และ 10 นาทีจากสถานที่รถไฟฟ้า ARL ลาดกระบัง ที่นี่มีบริการพิเศษรถ-รับส่งระหว่างสนามบิน-โรงแรมทุกๆ 2 ชั่วโมง  กับบริการที่เหนือระดับในราคาจับต้องได้ สุดคุ้ม สำหรับวันพักผ่อนที่สุดแสนวิเศษ ที่พักดี อาหารอร่อย บรรยากาศเข้าถึงธรรมชาติ ถือว่าที่นี่เป็นอีกที่ที่คุณไม่ควรพลาดค่ะ 

Share:

สจล.ร่วมกับสถาบัน Fraunhofer IMW เยอรมนี สร้างความร่วมมือด้านงานวิจัยเพิ่มโอกาสการศึกษา พร้อมดัน “ต้นธูปฤาษี” สู่นวัตกรรมวัสดุก่อสร้าง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงทางวิชาการร่วมกับสถาบันวิจัยประยุกต์ Fraunhofer IMW จากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ในการสร้างความร่วมมือด้านงานวิจัยร่วมกัน การร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการยกระดับการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมให้กับประเทศ ในส่วนหนึ่งของความร่วมมือในครั้งนี้ พร้อมดันงานวิจัยที่เกี่ยวกับ“ต้นธูปฤาษี” วัชพืชที่ถูกมองข้าม แต่มีคุณสมบัติพิเศษ และมีเยอะในประเทศไทยมาเป็นวัสดุในการสร้างบ้าน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยเทคโนโลยี มาทำเป็นวัสดุก่อสร้าง ที่เรียกว่า “Typha Board"  ใช้เป็นวัสดุในการสร้างบ้านไม้ทรงไทยเขตร้อน นอกจากนี้ยังมีการวางแนวทางถึงโครงการวิจัยร่วมในด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาเมืองที่ยั่งยืน เพื่อนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาจริงในสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไป           

ผศ. ดร.รัชนี กุลยานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม สจล. กล่าวว่า สจล. เป็นสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศไทยที่มีชื่อเสียงด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาในหลากหลายด้าน โดยเฉพาะในภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม และมีบทบาทสำคัญในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่ช่วยปรับปรุงกระบวนการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพในภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและองค์ความรู้ให้กับชุมชนและผู้ประกอบการเพื่อสร้างความเจริญเติบโตและความยั่งยืน นอกจากนี้ยังเน้นการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนที่ตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงานและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ทำให้นักศึกษามีทักษะและความรู้ที่ทันสมัยพร้อมสำหรับการทำงานในอนาคต ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาแลกเปลี่ยน ปรับเปลี่ยน และประยุกต์ใช้ให้สอดคล้องกับลักษณะเฉพาะของพื้นที่ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน         

Mr. Urban Kaiser Head of Innovation Acceptance Unit ตัวแทนจาก Fraunhofer Center for International Management and Knowledge Economy IMW กล่าวว่า Fraunhofer มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างการวิจัยพื้นฐานและการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา เพื่อพัฒนาความรู้และนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและเศรษฐกิจ ความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรอย่าง สจล. นั้น จะช่วยให้นักวิจัยทั้งสองสถาบัน ได้แลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีและสภาพปัญหาในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะสร้างมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ซึ่งโครงการ CHARMS เป็นโครงการที่พัฒนา “Typha Board” ยังได้รับความสนใจจาก คณะผู้แทน Federal Ministry of Education and Research (BMBF) สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และตัวแทนจากสถานเอกอัครราชทูตเยอรมนีประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมชมโครงการ CHARMS ต้นแบบบ้านประหยัดพลังงาน เมื่อปลายเดือน มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมาอีกด้วย

นายสุระ เกนทะนะศิล กรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ ตัวแทน สจล. ที่เข้าร่วมงาน กล่าวว่า สจล. และเยอรมันมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมาอย่างยาวนาน ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะร่วมกันสร้างและพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมต่างๆ ซึ่ง สจล.เป็นสถาบันการศึกษาที่มีเป้าหมายชัดเจนในการเป็นผู้นำนวัตกรรมระดับโลก หรือ The World Master of Innovation การลงนามในบันทึกข้อตกลงทางวิชาการในครั้งนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ อาจารย์และนักวิจัยของทั้ง 2  สถาบันได้แลกเปลี่ยน เรียนรู้ร่วมกัน เพื่อใช้พัฒนาองค์ความรู้ สร้างสรรค์นวัตกรรม ให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์เป็นที่ยอมรับในระดับโลก สร้างมูลค่าเชิงเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน เพิ่มโอกาสการวิจัยและการศึกษาให้กับนักศึกษาและบุคลากรจากทั้งสองสถาบัน และเพื่อขับเคลื่อนประเทศต่อไป

ติดตามข่าวสารผลงานวิจัยได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/QZPGsZjirTebGb4K/ 

ติดตามความเคลื่อนไหวอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ทาง https://www.facebook.com/kmitlofficial   และเว็บไซต์ https://www.kmitl.ac.th  หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-329-8000 

Share:

Recent Posts

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

📲 (+66) 081 4345154
✉️ Insightoutstory@gmail.com

Add Line📲 Click 👇👇

Translate

🚉 ช.ส.ท.พาเที่ยว นครฯ

Review By Nichapa

POPULAR NEWS

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก