ยอยก-มารีน่า จัด ล่องเรือลอยกระทงวันเพ็ญเดือนสิบสอง

สืบสานประเพณีไทย ร่วมงาน "ลอยกระทงยกยอ-มารีน่า" พร้อมรับประทานอาหารไทยต้นตำรับแบบบุฟเฟ่ต์ ล่องเรือปุณฑริกา ชมบรรยากาศแสงสีการจุดพลุไฟตามโรงแรมสองฝั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา และอธิษฐานลอยกระทงกลางแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อความเป็นสิริมงคลให้ตัวท่านเอง และครอบครัว

31 ตุลาคม 2563 เทศกาลลอยกระทง ยกยอ-มารีน่า จัดงาน "ลอยกระทงยกยอ-มารีน่า" ขอบคุณพระแม่คงคา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองปกป้องคลายความทุกข์โศก โรคภัยให้ไหลไปกับสายน้ำ นำความสวัสดีมีชัยพบโชคลาภมาสู่ท่าน ภายในงานมีการแสดงพระมหาชนก ตอน "ชาดกแห่งความเพียร" 

พิเศษสุดสำหรับลูกค้า ยกยอ-มารีน่า มอบวัตถุมงคลไอ้ไข่ให้แก่ผู้สั่งจองได้นำไปกราบไหว้บูชาเป็นสิริมงคลท่านละ 1 องค์ สำหรับค่าบัตรร่วมงานล่องเรือ "ลอยกระทงยกยอ-มารีน่า" ราคา 1,200 บาท สำหรับบุคคลทั่วไปและ 600 บาท สำหรับเด็ก (พร้อม อาหารและ เครื่องดื่ม)

สามารถสั่งจองล่วงหน้าได้แล้วที่  คุณมนูญ พุฒทอง โทร 081-3415522 และคุณแมวโทร 089-200-4971



Share:

เครื่องฟอกอากาศ Coway HEPA Air Purifier AP-1516D Storm

 

เครื่องฟอกอากาศที่มีพัดลมระบาย 3 ทิศทาง

Coway HEPA Air Purifier

AP-1516D Storm

ราคาเดือนละ 790 บาท

🌟แตกหักเสียหายจากการใช้งาน เราเปลี่ยนให้ฟรี!!

🌟เรารับประกันอะไหล่ 5 ปี!!

🌟เรามีบริการจัดส่งถึงที่

🌟เรามีบริการติดตั้งถึงที่

🌟เราบริการเปลี่ยนใส้กรองทุกๆ 3 เดือน ฟรี!!!

สนใจติดต่อเรา

☎️โทร : 081-578-5558

📱ID Line : aew0815785558

---------------------------------------------

คุณสมบัติโคเวย์ 

Coway HEPA Air Purifier AP-1516D Storm 

✅ช่วยหมุนเวียนอากาศบริสุทธิ์ภายในบ้านหรืออาคาร

✅สามารถเลือกทิศทางหมุนได้ตามใจชอบ

✅ฟอกให้อากาศสะอาดสดชื่นได้อย่างรอดเร็ว

✅ใช้พื้นที่ในการวางในบ้านน้อย ไม่กีดขวาง

✅มีระบบไฟ LED แสดงสถานะอากาศโดยรอบ

✅ฟอกฝุ่น ควัน เกสร มลพิษ ให้สะอาด

✅กำจัดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้ถึง 99% ด้วยแผนกรอง 4 ระดับ

#รับสมัครตัวแทนจำหน่ายค่ะ มีเงินเดือนให้เดือนละ14,000 บาท เพียงคุณเข้าoffice

แค่สัปดาห์ละ1วัน =4 ครั้งต่อเดือนค่ะ 

สนใจสมัครเป็นตัวแทน 

โทร อิ๋ว 081-578-5558

โทร ปู 082-415-3569

#มาอบรมกับเราๆให้ค่าอบรมวันละ500 บาท




Share:

กรมการค้าต่างประเทศ เชิญชวนเข้าร่วมงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2020 ตอบรับยุคชีวิตวิถีใหม่ New Normal

 

กรมการค้าต่างประเทศ เชิญชวนร่วมงาน THAIFEX  –  ANUGA ASIA 2020 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มระดับนานาชาติที่ใหญ่และครบวงจรที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด – 19 ทางผู้จัดงานได้ปรับรูปแบบการจัดงานใหม่ในลักษณะไฮบริด “The Hybrid” เพื่อตอบรับชีวิตวิถีใหม่ New Normal ที่ลูกค้าต่างชาติไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานได้ ภายใต้ชื่องาน THAIFEX - ANUGA ASIA 2020 “The Hybrid Edition” และเป็นครั้งแรกที่ผสมผสานการเจรจาซื้อขายในแบบออฟไลน์ควบคู่ออนไลน์  

กรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานที่มีพันธกิจในการส่งเสริมการส่งออกและประชาสัมพันธ์ข้าวไทยให้เป็นที่รู้จักในตลาดโลก ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดสินค้าข้าว และสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยใหม่ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและการส่งออก ในงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม THAIFEX - ANUGA ASIA 2020 “The Hybrid Edition” ในระหว่างวันที่ 22 – 26 กันยายน 2563 โดยนำกลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกข้าว 16 ราย จาก 16 จังหวัด ทั้งภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ และผู้ประกอบการสินค้าเกษตรนวัตกรรมประเภทอาหารใหม่ๆ มาร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าภายในงาน  

นายกีรติ  รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า  “กรมการค้าต่างประเทศได้พาผู้ประกอบการดังกล่าวเข้าร่วมงานเป็นประจำทุกปี มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและเปิดโอกาสให้กลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกข้าว รวมทั้งผู้ประกอบการสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยได้มีโอกาสแสดงศักยภาพ และขยายช่องทางการจำหน่ายไปยังตลาดต่างประเทศ และให้ผู้ซื้อได้รับรู้ถึงคุณภาพในสินค้าข้าวหอมมะลิไทย และข้าวคุณลักษณะพิเศษชนิดต่างๆ เช่น ข้าวข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวสังข์หยด ข้าวฮาง ซึ่งมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ที่กรมฯ ได้ส่งเสริมการขยายตลาดเฉพาะ (Niche market) ให้กว้างขึ้น รวมทั้งนำเสนอสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยที่มีการพัฒนาขึ้นอย่างน่าพึงพอใจ โดยงานนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ปรับชื่องานเป็น THAIFEX – ANUGA ASIA ซึ่งเป็นการรวมกันระหว่าง 2 งานใหญ่ คือ THAIFEX ประเทศไทย และ ANUGA เยอรมนี มั่นใจการจัดงานในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว พร้อมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้ทั่วโลกได้เห็นถึงศักยภาพของข้าวไทย” 

ในช่วงที่ผ่านมา แม้ทั่วโลกจะประสบปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวอันเนื่องจากผลกระทบจากโควิด - 19 แต่จะเห็นได้ว่าการส่งออกสินค้าอาหารและสินค้าในกลุ่มสาธารณสุขของไทยยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าการแพร่ระบาดของโควิด – 19 จะเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางเข้าร่วมงานของชาวต่างชาติ แต่การปรับรูปแบบการจัดงาน Virtual Trade Fair ถือเป็นรูปแบบใหม่ของการจัดแสดงสินค้าในอนาคต จะช่วยพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส เนื่องจากสามารถเข้าถึงผู้บริโภคต่างชาติได้เป็นวงกว้างผ่านโลกออนไลน์ โดยไม่ต้องเดินทางมาร่วมงาน และเน้นตลาดออฟไลน์ให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าภายในประเทศมากขึ้นอีกด้วย กรมฯ คาดว่า ในปีนี้ยอดจำหน่ายสินค้าข้าวและสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยในงานจะเป็นที่น่าพอใจเช่นกัน”   

ไฮไลท์ของกรมการค้าต่างประเทศ แบ่งออกเป็น 2 โซน ได้แก่ 

1. โซน Rice อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ อาคาร 2 จัดแสดงสินค้าข้าวหอมมะลิไทยและข้าวคุณลักษณะพิเศษชนิดต่างๆ โดยกองบริหารการค้าข้าว กรมการค้าต่างประเทศ 

- พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการและสาธิตทั่วไป ประกอบด้วย 

 1.1 พื้นที่สำหรับจัดนิทรรศการเพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน และจัดแสดงตัวอย่างข้าวหอมมะลิไทย ข้าวหอมมะลิไทยอินทรีย์ ข้าวหอมมะลิไทยจากแหล่งผลิตในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และข้าวคุณลักษณะพิเศษชนิดต่างๆ เช่น ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวสังข์หยด ข้าว กข43 และข้าว กข79 เป็นต้น รวมทั้งเครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทยและมาตรฐานข้าว  

1.2  การจัดกิจกรรมสาธิตการหุงข้าวและปรุงอาหารจากข้าวหอมมะลิไทย และข้าวคุณลักษณะพิเศษชนิดต่างๆ จากเชฟที่มีชื่อเสียง เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้ทดลองชิมหลากหลายเมนู 

1.3  การสาธิตวิธีตรวจสอบมาตรฐานข้าวหอมมะลิไทยและข้าวชนิดอื่นๆ โดยผู้ตรวจสอบมาตรฐานข้าว (Surveyor) ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานสินค้า กรมการค้าต่างประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐานข้าวไทย  

- พื้นที่สำหรับจำหน่ายสินค้า โดยมีกลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกข้าวที่ได้รับการรับรองจากจังหวัดว่าเป็นผู้ผลิตข้าวหอมมะลิไทยที่ได้มาตรฐานกระทรวงพาณิชย์ และได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองข้าวหอมมะลิไทยจากกรมการค้าต่างประเทศ หรือเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวสี และข้าวคุณลักษณะพิเศษชนิดต่างๆ ที่มีศักยภาพในการส่งออก จากพื้นที่ในภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้เข้าร่วมออกบูธกับกรมฯ จำนวน 16 ราย จาก 16 จังหวัด 

- พื้นที่สำหรับการเจรจาธุรกิจ จัดให้มีการจับคู่เจรจาธุรกิจการค้า (Business Matching) ระหว่างกลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกข้าวที่เข้าร่วมออกบูธกับกรมฯ กับผู้ซื้อ/ผู้นำเข้าจากต่างประเทศ หรือ  ผู้ที่สนใจร่วมทำธุรกิจ ได้มาพบปะพูดคุย โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมการค้าต่างประเทศให้คำแนะนำปรึกษาด้วย  

2. โซน Fine Food อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ อาคาร 3 จัดแสดงสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย โดยสถาบันส่งเสริมสินค้าเกษตรนวัตกรรม หรือ APi ที่ได้คัดสรรสินค้าเกษตรนวัตกรรมใหม่ที่หลากหลายมานำเสนอได้อย่างน่าสนใจ 

 - เป็นการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาด โดยนำผู้ประกอบการผลิตสินค้าเกษตรนวัตกรรมประเภทอาหารจำนวน 10 บริษัท ร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองพร้อมทาน ขนมมะเขือม่วงกรอบ ใบหม่อนบดผง ผลิตภัณฑ์จากมะพร้าว ซอสน้ำพริกสมุนไพรพร้อมทาน กลิ่นสังเคราะห์จากผลไม้ ข้าวเหนียวมะม่วงและข้าวเหนียวทุเรียนอบกรอบ สูตรข้าวกล้องงอก สะตออบแห้งคืนรูปสด เครื่องดื่มน้ำมะขามแดง และน้ำผลไม้สกัดสารต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น เพื่อสร้างโอกาสในการขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรนวัตกรรมและเป็นการแสดงศักยภาพและประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง 

 “โดยหลังจากนี้ กรมการค้าต่างประเทศได้วางเป้าหมายจัดทำแผนส่งเสริมการตลาดสินค้าข้าวหอมมะลิไทยและข้าวคุณลักษณะพิเศษชนิดต่างๆ รวมทั้งสินค้าเกษตรนวัตกรรมไว้อย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะมีการจัดกิจกรรมในช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น อาทิ งานแสดงและจำหน่ายสินค้าร่วมกับ Modern Trade กิจกรรมส่งเสริมการขายในภูมิภาค และกิจกรรมเจรจาจับคู่งานวิจัยสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย เพื่อยกระดับและกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการให้ดำเนินกิจการในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ให้ไปได้” นายกีรติ  กล่าวปิดท้าย 

กรมการค้าต่างประเทศขอเชิญชวนประชาชนและผู้บริโภคที่สนใจสินค้าข้าวและสินค้าเกษตรนวัตกรรมศักยภาพส่งออก เข้าชมและเลือกซื้อสินค้าได้ในงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม THAIFEX - ANUGA ASIA 2020 โซน Rice จัดแสดงสินค้าข้าวหอมมะลิไทยและข้าวคุณลักษณะพิเศษชนิดต่างๆ หมายเลขคูหา R15 และ R29 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ อาคาร 2 และโซน Fine Food จัดแสดงสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย หมายเลขคูหา B01 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ อาคาร 3 ณ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี  

โดยวันที่ 22 – 26 กันยายน 2563 จะเป็นวันเจรจาธุรกิจ และวันที่ 25 – 26 กันยายน 2563 จะเป็นวันจำหน่ายปลีกให้ประชาชนทั่วไป ผู้ที่จะเข้าชมงานสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ที่ www.thaifex-anuga.com กำหนดเข้าชมงานวันละ 2 รอบ ได้แก่ 10.00-14.00 น. และ 14.00-18.00 น. รอบละไม่เกิน 15,000 คน

Share:

สตีเบล เอลทรอน เผยธุรกิจทรงตัว แม้เจอโควิด เดินหน้าองค์กรสีเขียว ด้วยเครื่องทำน้ำอุ่นรุ่น DX ECO พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่ 11 โมเดลประจำปี 2563

กรุงเทพฯประเทศไทย – สตีเบล เอลทรอน ผู้นำตลาดด้านเครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อน เครื่องกรองน้ำ ปั๊มน้ำ ฮีทปั๊มและเครื่องเป่ามือประจำประเทศไทย ประกาศเดินหน้าแผนงานธุรกิจ เพื่อก้าวสู่ความเป็น “องค์กรสีเขียว” อย่างจริงจัง  พร้อมเผยว่ายังคงรักษาตัวเลขผลประกอบการแปดเดือนแรกในปี 2563 ได้อย่างทรงตัว แม้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19  โดยได้มีการปรับตัวและปรับกลยุทธ์ทั้งออนไลน์และออฟไลน์อย่างรวดเร็ว พร้อมเผยโฉมผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ “Comfort Through Technology” ตอกย้ำความเป็นหนึ่งในด้านคุณภาพและเทคโนโลยี ด้วยมาตรฐานเยอรมันที่เป็นเลิศ

 

ด้วยพันธกิจของสตีเบล เอลทรอน ประเทศไทย ในการผลักดัน “ธุรกิจอย่างยั่งยืน” ชูสินค้าและกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย “เทคโนโลยีสีเขียว” (Green Tech) โดยเฉพาะการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดประโยชน์สูงสุด (sufficiency) และมีความยั่งยืน (sustainability) ผ่านการจัดการด้านการผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเพื่อคงความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจและความเป็นผู้นำในตลาดต่อไป  ความร่วมมือในครั้งนี้กับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซี ในฐานะผู้เชี่ยวชาญและผู้นำธุรกิจด้านเคมีภัณฑ์และนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืนด้านพลังงานของเมืองไทย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของสตีเบล เอลทรอน ในประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก  ในการต่อยอดคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อน ด้วยวัสดุที่สามารถนำมาใช้ซ้ำ แต่ยังคงคุณภาพ แข็งแรง คงทนและปลอดภัยตามมาตรฐานเยอรมันที่เรายึดมั่นตลอดมา รวมทั้งยังช่วยลดอัตราการปล่อยมลภาวะในขั้นตอนการผลิตได้เป็นอย่างดี” มร.โรลันด์ เฮิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเซีย จำกัด กล่าว



มร.โรลันด์ เฮิน (ซ้าย) กรรมการผู้จัดการ 
บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเซีย จำกัด และ

คุณพัลลภ เชี่ยวชาญวิทยเวช (ขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด 

บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเซีย จำกัด

 

ทั้งนี้ จากความร่วมมือระหว่างสตีเบล เอลทรอนและ จีซี ในการผลักดันสินค้าที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยใช้วัสดุหลักที่เป็นพลาสติก ABS รีไซเคิล 100% ในการผลิตฝาครอบเครื่องทำน้ำอุ่น เพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพตามมาตรฐานหรือสูงกว่าการใช้เม็ดพลาสติกปกติ โดยเครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อนรุ่น DX ECO  เป็นผลิตภัณฑ์รุ่นแรกซึ่งเป็นนวัตกรรมเชิงรักษ์สิ่งแวดล้อม ผสานการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์บนพื้นฐานแนวคิด Green Design  ด้วยการนำทรัพยากรธรรมชาติ หรือวัสดุเหลือใช้มาพัฒนาต่อยอดสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมีมูลค่าสูงขึ้น โดยยังคงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งในตัวผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต ซึ่งนับได้ว่าตรงตามเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจระยะยาวของสตีเบล เอลทรอน

 


บริษัท สตีเบล เอลทรอน เอเซีย จำกัด และ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ จีซี เปิดตัวเครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อนรุ่น DX ECO  เป็นผลิตภัณฑ์รุ่นแรกซึ่งเป็นนวัตกรรมเชิงรักษ์สิ่งแวดล้อมที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยใช้วัสดุหลักที่เป็นพลาสติก ABS รีไซเคิล 100% ในการผลิตฝาครอบเครื่องทำน้ำอุ่น เพื่อให้ได้มาซึ่งคุณภาพตามมาตรฐานหรือสูงกว่าการใช้เม็ดพลาสติกปกติ

 

เป็นเวลากว่า 22 ปี ของสตีเบล เอลทรอน ประเทศไทย ที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมาตรฐานสูง ครองใจผู้บริโภคจนเป็นผู้นำตลาดเครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อน  ด้วยส่วนแบ่งการตลาดในปี 2562 ที่มากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ หรือมูลค่ารวมกว่า 650 ล้านบาท พร้อมทั้งตอกย้ำความเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำอย่างแท้จริงกับสโลแกน “เรื่องน้ำ มั่นใจ สตีเบล เอลทรอน จากประเทศเยอรมนี” หรือ “Comfort Through Technology”

 

อย่างไรก็ตามในปี 2563 นี้ถือเป็นอีกปีที่ท้าทายในส่วนของผู้ดำเนินธุรกิจ จากวิกฤตการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ 2019 (โควิด-19) ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก และแน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อสตีเบล เอลทรอนด้วยเช่นกัน แต่ด้วยการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจได้อย่างทันท่วงทีผสานกับความแข็งแกร่งขององค์กร  จึงทำให้ผลประกอบการในช่วงแปดเดือนแรกของปี 2563 ยังทรงตัวผ่านมาได้  สืบเนื่องจากการพยายามเข้าถึงลูกค้าและวางกลยุทธ์ร่วมกับพันธมิตรในทุกๆ ช่องทาง ทั้งกลุ่มธุรกิจขายปลีกและกลุ่มธุรกิจงานโครงการ ส่งผลให้ภาพรวมยอดขายสะสมยังไม่ตกลงกว่าปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ สตีเบล เอลทรอน ยังเดินหน้าต่อยอดแผนการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการมองเห็นพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ปรับเข้าสู่ช่องทางอีคอมเมิร์ซที่เพิ่มมากขึ้น เป็นโอกาสให้บริษัทได้ปรับแนวทางการทำตลาดผ่านทางช่องทางออนไลน์ในรูปแบบอออนไลน์ถึงออฟไลน์ (O2O) ส่งผลให้ช่องทางการขายออนไลน์มีอัตราการเติบโตสูงถึงห้าเท่าจากปีที่ผ่านมา

 

“ต้องยอมรับว่าบริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถ้ามองในภาพรวมถือว่าเรายังปรับตัวได้ดี ซึ่งเห็นได้จากยอดขายโดยรวมในช่วงแปดเดือนแรกของปี 2563 ที่ยังเป็นที่น่าพอใจ ถึงแม้ช่องทางหลักอย่างห้างสรรพสินค้าจะได้รับผลกระทบหนัก จนทำให้ยอดขายตกลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่กับช่องทางอื่นๆ เรายังสามารถสร้างการเติบโตได้อยู่ ทั้งช่องทางการขายผ่านตัวแทนจำหน่ายหรือดีลเลอร์ที่เติบโตเพิ่มขึ้น 14 เปอร์เซ็นต์  เช่นกันกับกลุ่มลูกค้า B2เรายังสามารถเติบโตได้มากกว่า 10% จากกลุ่มลูกค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์ ที่แนวโน้มทางธุรกิจดูไม่สู้ดีนัก แต่เราได้พยายามเพิ่มโอกาสจากโครงการที่ยังคงมีอยู่ และเร่งผลักดันให้สินค้าของเราเข้าติดตั้งให้แล้วเสร็จทันที่โครงการจะส่งมอบงาน นอกจากนี้สตีเบล เอลทรอน ยังทำได้ดีกับการเพิ่มโอกาสในการขายไปยังสถานประกอบการต่างๆ อาทิ ร้านอาหาร โรงพยาบาล หรือสปา รวมถึงการปรับกลยุทธ์ให้เข้าถึงพฤติกรรมการซื้อผ่านช่องทาออนไลน์ที่เพิ่มมากขึ้น จึงทำให้ยอดขายอีคอมเมิร์ซเติบโตขึ้นหลายเท่า ทั้งหมดนี้แน่นอนว่าเกิดจากที่เราทำงานกันอย่างหนัก ประกอบรวมกับอีกหลายๆ ปัจจัย ส่งผลให้บริษัทฯยังมีตัวเลขสะสมของปีนี้ดีกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ จากนี้ในการสื่อสารทางการตลาด สตีเบล เอลทรอน ยังคงเน้นเรื่องผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับ “น้ำ” ซึ่งในปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยมากขึ้น ซึ่ง สตีเบล เอลทรอน ถือเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าให้ความเชื่อถือและมั่นใจมาอย่างยาวนาน จึงเชื่อว่าจะเป็นทิศทางที่ดีต่อจุดยืนในการพัฒนาสินค้าตามมาตรฐานเยอรมันที่เราทำอยู่” มร.โรลันด์ กล่าวปิดท้าย

 

และเพื่อเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพในการดำเนินธุรกิจในฐานะผู้เชี่ยวชาญในเรื่องน้ำ สตีเบล เอลทรอน พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังจะออกสู่ตลาดประจำปี 2563 ได้แก่

  • เครื่องทำน้ำอุ่นน้ำร้อน (Instantaneous Water Heater) 7 รุ่น ซึ่งรวมถึงเครื่องทำน้ำอุ่นรุ่น DX ECO
  • หม้อต้มทำความร้อน (Storage Water Heater) 1 รุ่น
  • เครื่องกรองน้ำ (Water Filter) 1 รุ่น (FOUNTAIN7S ANTHRACITE)

 

และล่าสุดกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่จะมาเสริมประสบการณ์ Comfort Through Technology กับความรื่นรมย์ในยามอาบน้ำประหนึ่งใช้บริการจากสปาชั้นนำ ได้แก่

  • ชุดฝักบัวอาบน้ำ (Shower Head) – STIEBEL AQUA  3 รุ่น คือ Neutral, Matte Black และ Chromium
  • ตัวกรองอาบน้ำ VITA SHOWER FILTER ประสบการณ์ใหม่ในการอาบน้ำ ที่ให้ความสดชื่น สะอาด และกลิ่นหอมที่ผ่อนคลาย มีให้เลือก 3 กลิ่น คือ กลิ่นกุหลาบ (VITA Rose) กลิ่นชาเขียว (VITA Green Tea) และกลิ่นสตรอเบอร์รี่ (VITA Strawberry) ที่เหมาะสำหรับเด็ก

 

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของสตีเบล เอลทรอน ผู้นำด้านการผลิตเครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องทำน้ำร้อน เครื่องกรองน้ำ และเครื่องเป่ามือ ชั้นนำจากประเทศเยอรมนี ได้ที่ www.facebook.com/stiebeleltronasia หรือ http://www.stiebeleltronasia.com

 


เครื่องกรองน้ำ (Water Filter) 1 รุ่น (FOUNTAIN7S ANTHRACITE)

 


เครื่องทำน้ำอุ่น-น้ำร้อนรุ่น DX ECO

 


เครื่องทำน้ำอุ่นน้ำร้อน (Instantaneous Water Heater) 7 รุ่น ซึ่งรวมถึงเครื่องทำน้ำอุ่นรุ่น DX ECO

 


หม้อต้มทำความร้อน (Storage Water Heater)

 


ตัวกรองอาบน้ำ VITA SHOWER FILTER ประสบการณ์ใหม่ในการอาบน้ำ ที่ให้ความสดชื่น สะอาด และกลิ่นหอมที่ผ่อนคลาย มีให้เลือก 3 กลิ่น คือ กลิ่นกุหลาบ (VITA Rose) กลิ่นชาเขียว (VITA Green Tea) และกลิ่นสตรอเบอร์รี่ (VITA Strawberry) ที่เหมาะสำหรับเด็ก

 



Share:

เปิดตัวแล้ว!! Mafia: Definitive Edition – รีเมคที่สร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมดจากเกม Mafia ต้นฉบับ

 ประเทศไทย – 25 กันยายน 2020 – 2K และสตูดิโอพัฒนา Hangar 13 ในวันนี้ได้เปิดตัว Mafia: Definitive Edition – รีเมคที่สร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมดจากเกม Mafia ต้นฉบับ การรีเมคได้มีการอัปเดต บทพูด ฉากคัดซีนเพิ่มเติม การเล่นเกมและฟีเจอร์ใหม่เอี่ยม เสียงเพลงออเคสตร้าถูกที่บันทึกใหม่ และการปรับปรุงอื่น ๆ ขณะนี้ เกมได้วางจำหน่ายแล้วทั่วโลกใน PlayStation® 4, Xbox One, และ PC ผ่านทาง Steam และ Epic Games Store ในราคา $39.99** รับชมเทรลเลอร์เปิดตัว Mafia: Definitive Edition ได้ที่นี่

Mafia: Definitive Edition คือการเติมความสมบูรณ์ของ Mafia: Trilogy คอลเล็คชันที่มีเพียงซีรีย์ความบันเทิงเดียวแบบอินเตอร์แอคทีฟที่ผู่เล่นจะได้เป็นสมาชิกแก๊ง อาชญากรในสหรัฐอเมริกาที่มีความ แตกต่างกันได้ 3 ยุค ชมเทรลเลอร์ใหม่ล่าสุดของ Mafia: Trilogy ได้ที่นี่

รวมทุกภาคแล้ว นี่คือดราม่าอาชญากรรม Mafia ที่มียอดจำหน่ายรวมกันมากกว่า 18.9 ล้านชุดทั่วโลก และนีjเป็นครั้งแรกของคอนโซลยุคปัจจุบัน ผู้เล่นสามารถสัมผัสประสบการณ์ซีรีส์เกมแอ็กชันผจญภัยทั้ง 3 ภา ในหนึ่งมหากาพย์องค์กรอาชญากรรม Mafia: Trilogy ดังรายชื่อเกมต่อไปนี้:

Mafia: Definitive Edition – เวอร์ชั่นรีเมคที่สร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมดจากเกมคลาสสิกต้นฉบับ ยอดนิยม

Mafia II: Definitive Edition – รีมาสเตอร์ของเกมในแบบ Ultra HD

Mafia III: Definitive Edition – การเปิดตัวอีกครั้ง ของผลงานการเล่าเรื่อง ระดับมาสเตอร์พีซที่ได้รับรางวัล

ทั้ง 3 เกมวางจำหน่ายแล้วในชุด Mafia: Trilogy ในราคา $59.99** Mafia: นอกจากนั้นยังสามารถ แยกซื้อเกม Mafia: Definitive Edition, Mafia II: Definitive Edition และ Mafia III: Definition Edition ได้ใน PlayStation® 4, Xbox One, และ PC ผ่านทาง Steam และ Epic Games Store ทั้ง Mafia II: Definitive Edition และ Mafia III: Definitive Edition มีโบนัสดั้งเดิมและ เนื้อหาเพิ่มเติมพร้อมกับ การรีมาสเตอร์ให้รองรับความละเอียดระดับ 4K ของ Mafia II. Mafia: Definitive Edition ที่วางจำหน่ายแล้วทั้งในรูปแบบดิจิตอลและแบบแผ่น นอกจากนั้น Mafia: Trilogy ยังวางจำหน่ายแล้ววันนี้ในรูปแบบกล่องในทวีปยุโรปตะวันออกกลางและแอฟริกา (EMEA) และเอเชีย

เจ้าของ Mafia: Trilogy จะได้รับแพ็คโบนัส Loyalty ที่จะเพิ่มเครื่องแต่งกายและยานพาหนะให้แก่ตัวเอก ของเกมให้ใน 2 เกม ตามรายละเอียดด้านล่างนี้:

Mafia: Definitive Edition: ชุดสูทและรถแท็กซี่ของ Tommy Angelo

Mafia II: Definitive Edition: เสื้อแจ็คเก็ตหนังและรถสปอร์ตของ Vito Scaletta

Mafia III: Definitive Edition: เสื้อแจ็คเก็ตกองทัพบกและรถมัสเซิลของ Lincoln Clay


นอกจากนั้นผู้เล่นยังสามารถสมัครบัญชี 2K เพื่อรับไอเทมโบนัสดังต่อไปนี้ได้ในแต่ละเกม:

Mafia: Definitive Edition: Black Cats Motorcycle Pack

Mafia II: Definitive Edition: Made Man Pack

Mafia III: Definitive Edition: Classico Three-piece Suit & IL Duca Revolver

ขณะการวางจำหน่ายในวันที่ 19 พฤษภาคม 2020 เจ้าของ Mafia II ใน Steam จะสามารถเล่น  Mafia II: Definitive Edition ได้โดยอัตโนมัติโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม และเจ้าขิง เกม Mafia III ใน PlayStation® 4, Xbox One กับ Steam จะได้รับการอัปเกรดโดยอัตโนมัติให้เป็น Mafia III: Definitive Edition ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2020 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สำหรับผู้ที่มีเกมเหล่านี้อยู่รวมกัน จะได้รับส่วนลดพิเศษเพื่อสะสมให้ครบทั้ง 3 ภาคผ่านทางเมนูในเกมของเกม Mafia แต่ละภาค

วันนี้ยังเป็นการเปิดตัวเพลงออเคสตร้าต้นฉบับของ Mafia: Definitive Edition อย่างเป็นทางการ นำเสนอเสียงเพลงจาก Jesse Harlin ที่เป็นผู้ประพันธ์ โดยแฟน ๆ สามารถรับฟังบทเพลงนี้บนแพลตฟอร์มการสตรีมดนตรีต่าง ๆ ที่รวมถึง Spotify และสามารถสั่งซื้อเพลงได้จาก Steam, Amazon และ Apple Music ตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ร้านค้าของผู้จำหน่าย

Mafia: Trilogy, Mafia: Definitive Edition, Mafia II: Definitive Edition และMafia III: Definitive Edition พัฒนาโดย HANGAR 13 ได้รับเรต “M for Mature” จาก ESRB สำหรับภาพถ่ายหน้าจอ ภาพหลัก และภาพอื่น ๆ สามารถดาวน์โหลดได้ที่ newsroom.2k.com และดูข้อมูลและติดตามการอัปเดตต่อเนื่องได้จาก MafiaGame.com และ @MafiaGame ใน Twitter

ผู้เล่นจำเป็นต้องมีบัญชีออนไลน์ (13+) เพื่อเข้าถึงฟีเจอร์ออนไลน์ต่าง ๆ ดังรายละเอียดเพิ่มเติม www.take2games.com/legal และ www.take2games.com/privacy

**อ้างอิงตามราคาวางจำหน่ายค้าปลีกแนะนำของ 2K ราคาวางจำหน่ายค้าปลีกจริงอาจมีความแตกต่างไปจากนี้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดดูตามร้านค้า

Hangar 13 คือสตูดิโอของ 2K 2K เป็นตราสินค้าเผยแพร่ของบริษัท Take-Two Interactive Software, Inc. (NASDAQ: TTWO)


 


 

Share:

อินโดรามา เวนเจอร์ส ปลุกกระแสแฟชั่นรักษ์โลก ชวนดีไซเนอร์รุ่นใหม่จุดไอเดียฟื้นชีพขยะรีไซเคิลสู่แฟชั่นสไตล์สตรีท ในโครงการ RECO Young Designer 2020

 
อินโดรามา เวนเจอร์ส เดินหน้าโครงการ “RECO Young Designer Competition 2020” (รีโค่) ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 9 ท้าไอเดียดีไซเนอร์รุ่นใหม่ อายุระหว่าง 17-35 ปี ร่วมประกวดออกแบบแฟชั่นเพื่อความยั่งยืน ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘REVIVE: Start from Street’ ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 5 แสนบาท พร้อมจัดเวิร์คช็อป eco-design เรียนรู้และพัฒนาผลงานโดยได้รับคำแนะนำจากมืออาชีพ เปิดรับผลงานตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 12 ตุลาคม 2563


นายยาช โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านความยั่งยืน บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) หรือ ไอวีแอล ผู้นำด้านเคมีภัณฑ์ระดับโลก กล่าวว่า “อินโดรามา เวนเจอร์ส ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม เราเชื่อมั่นว่า การรีไซเคิลเป็นหนึ่งในทางเลือกที่มีความรับผิดชอบสูงสุดในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2554 จนถึงต้นปีที่ผ่านมา ไอวีแอลได้นำขวดพลาสติก PET ใช้งานแล้วเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลไปแล้วกว่า 50,000 ล้านขวด หรือคิดเป็นน้ำหนักมากถึง 750,000 ตัน เพื่อแปรรูปเป็นเม็ดพลาสติก เส้นด้าย และเส้นใย PET รีไซเคิล ที่สามารถนำไปใช้งานได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งรวมไปถึงอุตสาหกรรมแฟชั่น ไอวีแอลยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจรีไซเคิลอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการส่งเสริมความรู้เรื่องการรีไซเคิลและการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง PET ซึ่งเป็นวัสดุที่สามารถนำมารีไซเคิลได้ 100% โดยรีโค่เองก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้สังคมได้ตระหนักถึงคุณค่าของการรีไซเคิลวัสดุให้สามารถนำกลับมาใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน”

นางอาราธนา โลเฮีย ชาร์มา รองประธาน ในฐานะประธานโครงการ RECO Young Competition Designer กล่าวว่า “รีโค่เป็นโครงการประกวดออกแบบอัพไซคลิ่ง (upcycling) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งไอวีแอลได้จัดขึ้นต่อเนื่องจนย่างเข้าสู่ปีที่ 9 โดยริเริ่มแนวคิดมาจากหลัก 3R คือ Reduce – ลดการใช้ Reuse – ใช้ซ้ำ และ Recycle – นำกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งหนึ่งในความตั้งใจที่สำคัญของโครงการรีโค่ คือการสร้างแรงบันดาลใจและความตระหนักรู้ให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าของพลาสติก PET และเส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่ผ่านการใช้งานแล้ว เมื่อเราเปลี่ยนความคิดและมุมมองที่มีต่อวัสดุเหล่านี้ ไอเดียใหม่ๆ ก็จะเกิดขึ้น สร้างสรรค์เป็นผลงานแฟชั่นที่สวมใส่ได้ทั้งในโอกาสพิเศษและชีวิตประจำวัน โดยกระแสตอบรับของโครงการในระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมาถือว่าน่าพอใจมาก มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวดในโครงการรวมแล้วกว่า 3,000 ชิ้น จากดีไซเนอร์กว่า 2,000 คน โดยผู้เข้าร่วมประกวดในแต่ละปีจะได้เรียนรู้ความสำคัญของการรีไซเคิลที่ส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อม และได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นในการนำวัสดุรีไซเคิลมารังสรรค์ผลงาน  ซึ่งไอวีแอล หวังว่าโครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการขยายแนวคิดแฟชั่นที่ยั่งยืน หรือ sustainable fashion และการใช้วัสดุรีไซเคิลให้เป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้น”

ด้าน นายริชาร์ด โจนส์ รองประธานบริหารอาวุโส และหัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กร กล่าวว่า “โจทย์ของรีโค่ปีนี้จะท้าทายไอเดียของดีไซเนอร์รุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “REVIVE: Start from Street” หรือการฟื้นคืนชีพสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วให้เป็นเสื้อผ้ารักษ์โลกที่สวมใส่ได้ง่ายแต่ยังคงมีสไตล์ตามแบบสตรีทแฟชั่น  โดยต้องนำเส้นใยโพลีเอสเตอร์เหลือใช้ ผ้าที่ทอจากเส้นด้ายที่ผลิตจากการรีไซเคิล PET หรือวัสดุใช้งานแล้วอื่นๆ อย่างน้อย 60% มาสร้างสรรค์ผลงาน  ทั้งนี้ ผลงานของผู้ประกวดจะต้องสะท้อนไอเดียออกมาใน 3 ชุดด้วยกัน คือ ชุดที่สะท้อนแนวคิดหลัก (concept design) จำนวน 1 ชุดและอีก 2 ชุด ที่พัฒนาต่อยอดให้สวมใส่ง่ายได้จริงในชีวิตประจำวัน พร้อมเครื่องประดับและรองเท้าเข้าชุดกัน”

“ผลงานจากผู้ส่งเข้าประกวดรอบแรกจะถูกคัดเลือกให้เหลือเพียง 30 ผลงาน เพื่อเข้าร่วมเวิร์คช็อป eco-design โดยกูรูในแวดวงแฟชั่นและการออกแบบ เพื่อเพิ่มองค์ความรู้และทักษะในการออกแบบและใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ให้เหมาะสม อาทิ อาจารย์เล้ง-อดิศักดิ์ โรจน์ศิริพันธ์ คุณเอ็กซ์-ธณัฐญกรณ์ ฤทธิธำรงค์พัฒน์  และคุณอุ้ง-กมลนาถ องค์วรรณดี จากนั้น 10 ผลงานสุดท้ายจะถูกคัดเลือกเพื่อนำไปตัดเย็บเป็นดีไซน์คอลเล็คชั่นสำหรับการแสดงแฟชั่นโชว์ในรอบสุดท้าย ซึ่งจะจัดขึ้นที่ ไอคอนสยาม ในต้นปี 2564 ทั้งนี้ ผู้ชนะการประกวดจะได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท 50,000 บาท และ 30,000 บาท ตามลำดับ พร้อมทั้งโอกาสในการร่วมสร้างสรรค์ผลงานกับสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด” นายริชาร์ด กล่าวทิ้งท้าย

นักเรียน นิสิต นักศึกษา ดีไซเนอร์อิสระ และผู้ที่สนใจร่วมประกวดโครงการ RECO Young Designer 2020 สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.indoramaventures.com/th/reco และ www.facebook.com/recoyoungdesigner หรือติดต่อที่อีเมล reco@indorama.net และโทร. 093-249-3546

Share:

อินเตอร์แมค 2020 เปิดงานยิ่งใหญ่สมการรอคอย "งานอินเตอร์แมคและซับคอน ไทยแลนด์" ชูการจับคู่ธุรกิจผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยกับผู้ซื้อจากทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ คาดยอดจับคู่ปีนี้คึกคัก

อินเตอร์แมค 2020 เปิดงานยิ่งใหญ่สมการรอคอย แสดงศักยภาพความก้าวหน้านวัตกรรมเครื่องจักรรับการผลิตฟื้นตัวหลังวิกฤติโควิด-19 คู่ขนานงานซับคอน ไทยแลนด์ ชูการจับคู่ธุรกิจผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยกับผู้ซื้อจากทั่วโลกผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ คาดยอดจับคู่ปีนี้คึกคัก รับโมเดลบิซิเนสไซเบอร์เติบโตในยุคชีวิตวิถีใหม่  

เปิดตัวยิ่งใหญ่แล้ว วันนี้ อินเตอร์แมค-ซับคอน ไทยแลนด์ 2020 งานแสดงเทคโนโลยีเครื่องจักรกลและอุตสาหกรรมรับช่วงการผลิตเพื่อการจัดซื้อชิ้นส่วนชั้นนำของอาเซียน ที่จัดขึ้น ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ในวันนี้ ( 23 กันยายน 2563) นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า

 “หลังจากการคลี่คลายของสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก กระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอโครงการช่วยเหลือภาคอุตสาหกรรมภายใต้กรอบนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับเทคโนโลยีการแปรรูปเครื่องจักร ประหยัดแรงงาน จัดการโลจิสติกส์ และช่วยยกระดับเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการ 20,000 รายด้วยมูลค่ากว่า 23,500 ล้านบาท รวมถึงส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งอนาคตเช่นมาตรการสนับสนุนการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า และการนำเสนอโครงการจับคู่ธุรกิจอุตสาหกรรมระหว่างประเทศเพื่อค้นหาพันธมิตรที่ปลอดภัยจาก COVID-19 หรือ“ Industry Bubble” โดยเชื่อมโยงอุตสาหกรรมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์” 

 “ งานอินเตอร์แมคและซับคอน ไทยแลนด์ มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทย เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เรียนรู้และเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพที่สอดรับกับความต้องการในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะทำให้ ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ งานนี้จะตอบโจทย์ทั้งหมดที่อุตสาหกรรมไทยต้องการสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะไปสู่ความสำเร็จของอุตสาหกรรมในอนาคต” นายภานุวัฒน์กล่าว 

ซึ่ง งานอินเตอร์แมคและซับคอน ไทยแลนด์ 2020 งานแสดงเทคโนโลยีเครื่องจักรกลและอุตสาหกรรมรับช่วงการผลิตเพื่อการจัดซื้อชิ้นส่วนชั้นนำของอาเซียน ตอบสนองความต้องการในยุคแห่งการผลิตด้วยเครื่องจักรที่ทรงประสิทธิภาพ เชื่อมโยงสายการผลิตผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งงานในวันนี้ ถือเป็นงานแรกของปีนี้ที่ผู้ประกอบการในทุกภาคอุตสาหกรรมควรได้ไปเรียนรู้ อัพเดทนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในกระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรม เปิดโอกาสพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ รวมถึงจับคู่ธุรกิจเพื่อต่อยอดในการดำเนินธุรกิจต่อไปได้ในอนาคตที่พร้อมเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา 

นายชนินทร์ ขาวจันทร์ ที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 บีโอไอได้ออกมาตรการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจที่มีอยู่ในประเทศไทยให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว โดยการปรับนโยบายและมาตรการเพื่อส่งเสริมภาคการลงทุนให้ได้รับผลกระทบให้น้อยที่สุด รวมถึงมาตรการกการปรับเปลี่ยนเข้าสู่ระบบดิจิทัลและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตผ่านระบบอัตโนมัติและการพัฒนาทักษะของผู้ประกอบการ เป้าหมายของนโยบายคือการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจเพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพของการผลิต ระบบการขนส่งสินค้า การตลาดและการบริหารจัดการ นอกเหนือจากการปรับตัวของผู้ประกอบการและมาตรการกระตุ้นของรัฐบาลแล้ว การสนับสนุนวิจัยและพัฒนาการสร้างนวัตกรรมห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ถือได้ว่าอุตสาหกรรมรับช่วงการผลิต คือ ฟันเฟืองที่สำคัญในอนาคตของไทยต่อการเติบโตและแข่งขันได้ในเวทีโลก 

งานซับคอน ไทยแลนด์ 2020 งานแสดงอุตสาหกรรมรับช่วงการผลิตเพื่อการจัดซื้อชิ้นส่วนอุตสาหกรรมและกิจกรรมการจับคู่ธุรกิจที่สำคัญที่สุดในอาเซียน ถือเป็นงานใหญ่ของภูมิภาคที่ได้ตอบโจทย์ของรัฐบาลและภาคเอกชนที่กำลังมองหามาตรการและแนวทางพัฒนาเพื่อสนับสนุนและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่มุ่งสู่อนาคต ซึ่งปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดในรูปแบบ การจับคู่เจรจาธุรกิจออนไลน์ (Online Business Matching)  เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เข้าชมและผู้ซื้อ โดยเฉพาะผู้ซื้อจากต่างประเทศที่วางแผนจะเข้ามาเยี่ยมชมงานและจัดซื้อชิ้นส่วนในประเทศไทย  แต่ไม่สามารถเข้ามาได้เพราะติดปัญหาโควิด-19 โดยได้เชิญผู้ซื้อที่มีศักยภาพ 79 รายที่มีแผนการจัดซื้อที่เป็นรูปธรรมเข้าร่วมโครงการจับคู่ธุรกิจออนไลน์ รวมถึง Great Wall Motors ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่รายใหม่จากประเทศจีนที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดในไทยมาร่วมงาน เพื่อนำเสนอนโยบายการจัดซื้อให้กับซัพพลายเออร์ในพื้นที่” 

ด้าน นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธาน อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ในฐานะผู้จัดงาน งานอินเตอร์แมค 2020 และงานซับคอน ไทยแลนด์ 2020 อย่างเป็นทางการ กล่าวว่า งานอินเตอร์แมค และงาน ซับคอน ไทยแลนด์ 2020 ยังคงเป็นงานที่ผู้ประกอบการเรียกร้องให้จัดขึ้น เพราะถือเป็นงานแสดงสินค้าภาคอุตสาหกรรมแบบครบวงจรครั้งยิ่งใหญ่รวมความก้าวหน้าด้าน เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตที่ครบวงจรที่สุด และงานจับคู่ธุรกิจครั้งสำคัญแห่งปีที่ทุกคนรอคอย ตอบโจทย์ความต้องการทุกมิติด้านอุตสาหกรรม โดยในปีนี้งานอินตอร์แมค 2020  

ได้จัดขึ้นภายใต้ธีมงาน “ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ” ครบวงจรด้วย 1,000 แบรนด์เทคโนโลยีชั้นนำปฏิวัติสู่ยุคเครื่องจักรอัจฉริยะ และเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ โดยอีกหนึ่งความน่าสนใจคือ การสัมมนาให้ความรู้ด้านอุตสาหกรรม กับ อินเตอร์แมค ฟอรั่ม ครั้งที่ 4 และการสัมมนาในหัวข้อต่าง ๆ อาทิ “SMEs Transformation to Smart Manufacturers” สัมมนายานยนต์อนาคต และสัมมนาอื่น ๆ ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ได้เพิ่มทักษะความสามารถ และความคิดสร้างสรรค์มุ่งสู่การพัฒนาอย่างไร้ขีดจำกัด ที่ผู้ประกอบการต้องมาเรียนรู้   

ในส่วนของงาน ซับคอน ไทยแลนด์ 2020 งานแสดงชิ้นส่วนอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อการจัดซื้อชิ้นส่วนอุตสาหกรรมและกิจกรรมจับคู่ธุรกิจชั้นนำของอาเซียน จัดภายใต้ธีม “มุ่งสู่ศูนย์กลางงานจัดซื้อชิ้นส่วนอุตสาหกรรมโลก” รวบรวมพาวิเลียนชั้นนำจากสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย พร้อมจัด BUYER’s VILLAGE รวมผู้ซื้อชิ้นส่วนอุตสาหกรรมชั้นนำมากที่สุดในอาเซียน และโซนจัดแสดงเทคโนโลยีและนวัตกรรมเทคโนโลยี อุตสาหกรรมสนับสนุนอากาศยานและอู่ซ่อมบำรุง และพลาดไม่ได้กับไฮไลท์ของงานกับกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ ช่วยผลักดันเศรษฐกิจและผู้ประกอบการให้เดินหน้าหลังจากสถานการณ์โควิดเริ่มคลี่คลายสู่ความสำเร็จด้วยการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจผู้ซื้อ ผู้ผลิตและผู้ขายชิ้นส่วนอุตสาหกรรมชั้นนำกว่า 200 ราย โดยคาดว่าจะมีผู้ร่วมงานตลอดสี่วันไม่น้อยกว่า 12,000 ราย 

ทั้งนี้ ผู้ร่วมงานสามารถมั่นใจในความปลอดภัยได้ตลอดระยะเวลาที่อยู่ภายในงาน เพราะอินฟอร์มาได้ปฏิวัติรูปแบบการจัดงานแบบไฮบริด เอ็กซ์ซิบิชั่น (Hybrid Exhibition) ครบองค์ประกอบกับการจัดการแสดงแบบองค์รวมโดยการใช้เทคโนโลยีออนไลน์ดิจิตอลผสมผสานกับการจัดงานแสดงสินค้าทั่วไปตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคนิว นอร์มัล เน้นความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงานและผู้ร่วมจัดงานตามมาตรฐานอินฟอร์มา ออลซีเคียว (Informa AllSecure) นายมนูกล่าวให้ความเชื่อมั่นทิ้งท้าย 

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานแสดงอุตสาหกรรมยิ่งใหญ่แห่งปี INTERMACH 2020 จัดขึ้นร่วมกับงาน SUBCON Thailand 2020 งานแสดงเทคโนโลยีเครื่องจักรกลและอุตสาหกรรมรับช่วงการผลิตเพื่อการจัดซื้อชิ้นส่วน พร้อมเชื่อมโยงสายการผลิตจับคู่ธุรกิจสำคัญที่สุดในอาเซียน วันนี้ถึง วันเสาร์ที่ 26 กันยายน 2563 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา



Share:

Breaking News

STATISTICS ::

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

Telephone :: คุณเอ๋​ (+66) 081 434 5154
Email :: Insightoutstory@gmail.com

Add Line Click 👇👇

Translate

Deep Tissue Massage Yoga

Review By Nichapa

บทความที่ได้รับความนิยม

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก