135 ปี ไทย-ญี่ปุ่น เซ็นทรัลกรุ๊ป X ไดมารู ต้อนรับเทศกาลฤดูหนาวสุดยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่นชวนเปิดประสบการณ์สุดฟิน ยกตำนานความอร่อยถิ่นฮอกไกโดมาไว้ที่นี่เทศกาลอาหารและวัฒนธรรม “Wow Hokkaido”

ในโอกาสครบรอบ 135 ปี ความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น เซ็นทรัลกรุ๊ป ร่วมกับ ไดมารู สองห้างสรรพสินค้าระดับตำนานของไทยและญี่ปุ่น ต้อนรับเทศกาลฤดูหนาวสุดยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น ชวนชาวไทย-นักท่องเที่ยวเปิดประสบการณ์สุดฟินถิ่นฮอกไกโด ในเทศกาลอาหารและวัฒนธรรม “Wow Hokkaido” จำลองบรรยากาศเมืองหิมะของฮอกไกโด ภายใต้แนวคิด AMAZING HOKKAIDO SNOWLAND กระตุกต่อมรสชาติ ด้วยอาหารญี่ปุ่นครบคาว-หวาน-เครื่องดื่ม จากสารพัดร้านอาหารและแบรนด์ขึ้นชื่อจากเมืองที่ได้ฉายา ‘ครัวแห่งญี่ปุ่น’ พร้อมซึมซับประเพณีและเทศกาลสำคัญของ ฮอกไกโด ระหว่าง 23-27 พฤศจิกายน 2565 บริเวณ อีเดนท์ 1 & เซ็นทรัล คอร์ท ที่ เซ็นทรัลเวิลด์

นายนาชิดะ คาซูยะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กล่าวว่า ไทยและญี่ปุ่น มีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นมากกว่า 600 ปี ตลอดระยะเวลาของการเป็นพันธมิตรกับดินแดนอาทิตย์อุทัยนี้ได้มีความผูกพันใกล้ชิดและเกิดความร่วมมือในทุกระดับ และในปี พ.ศ. 2565 เป็นวาระโอกาสพิเศษการครบรอบ 135 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทยและญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ โดยความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทย-ญี่ปุ่น เกิดขึ้นเมื่อ 135 ปีที่แล้ว จากการลงนามในปฏิญญาทางพระราชไมตรีและการพาณิชย์ระหว่างญี่ปุ่นและไทย และความสัมพันธ์ทางการทูตได้เริ่มอย่างเป็นทางการนับแต่นั้น

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่นมีพัฒนาก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก โดยปัจจุบันไทยมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับญี่ปุ่น ชาวญี่ปุ่นและชาวไทยต่างมีความรู้สึกใกล้ชิดกันอย่างมาก รวมถึงให้การสนับสนุนการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นมาโดยตลอด นับตั้งแต่รัฐบาลญี่ปุ่นกำหนดให้การท่องเที่ยวเป็นเสาหลักของกลยุทธ์การเติบโตและกุญแจสำคัญของการฟื้นฟูประเทศ


พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล เผยว่า ซีพีเอ็นและไดมารู
เป็นเครือห้างสรรพสินค้าไทยและห้างสรรพสินค้าญี่ปุ่น ที่มีความสัมพันธ์อันดีมาอย่างยาวนาน ด้วยเป็นห้างสรรพสินค้าพลิกโฉมวงการธุรกิจห้างสรรพสินค้าของทั้งสองประเทศ โดยทำเลที่ตั้งของไทยไดมารูสาขาแรกๆ จะอยู่บริเวณราชประสงค์ ซึ่งเป็นเซ็นทรัลเวิลด์ในปัจจุบัน โดดเด่นการจำหน่านสินค้าและอาหารสัญชาติญี่ปุ่น 

เทศกาลอาหารและวัฒนธรรม “Wow Hokkaido” จึงเป็นความร่วมมือกันระหว่างเซ็นทรัลและไดมารูในการต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เทศกาลฤดูหนาว เตรียมพร้อมการมีส่วนร่วมในการเริ่มต้นประสบการณ์และวัฒนธรรมที่สวยงาม รวมถึงประเพณีสำคัญจากฮอกไกโด และรสชาติของอาหารญี่ปุ่นทั้งคาวและหวาน รวมถึงเครื่องดื่มที่มีชื่อเสียง 

“ซีพีเอ็นมีความเข้าใจในความชื่นชอบวัฒนธรรมญี่ปุ่นของกลุ่มนักช้อปนักชิมที่เป็นเจแปนเลิฟเวอร์ เราจึงตั้งใจเอาใจลูกค้ากลุ่มนี้ด้วยการยกขบวนร้านอาหารนานาชนิดทั้งอาหารคาว-หวาน-ของทางเล่น และแบรนด์ชั้นนำ ซึ่งเป็นอาหารและสินค้ายอดนิยมครองใจชาวไทยมาไว้ในงานนี้ ชนิดว่าไม่ต้องเดินทางข้ามทะเลไปถึงญี่ปุ่น ก็สัมผัสความเป็นฮอกไกโดได้ที่นี่”

ทาโร่ ซาวาดะ, ประธานและกรรมการผู้จัดการไดมารูมัตสึซาคายะดีพาร์ทเม้นท์สโตร์  กล่าวว่า อย่างแรกและสำคัญที่สุดงานนี้คงเป็นไปไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะความร่วมมือของ ‘ไดมารู’ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของญี่ปุ่น และ ‘ซีพีเอ็นและกลุ่มเซ็นทรัล’ ผู้นำห้างสรรพสินค้าและอุตสาหกรรมค้าปลีกของประเทศไทย เพื่อต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เทศกาลฤดูหนาวและสิ้นปีที่กำลังจะมาถึงที่ฮอกไกโด 

“ที่ผ่านมานักช้อปชาวไทยให้ความสนใจ ชื่นชอบ และเปิดรับสินค้าและแบรนด์ญี่ปุ่นอย่างล้นหลาม เทศกาลอาหารและวัฒนธรรม Wow Hokkaido จึงไม่ใช่เพียงการเสิร์ฟเมนู-แบรนด์และสินค้าอาหารสัญชาติญี่ปุ่นที่ครองใจชาวไทยเท่านั้น ใน แต่เรายังยกเอาที่สุดของแบรนด์สินค้าและอาหารจากฮอกไกโด เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมช่วงฤดูหนาวมาให้ทั้งนักช้อป-นักท่องเที่ยวชาวไทย ไปจนถึงชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ไม่ต้องบินไปถึงญี่ปุ่น ก็สามารถดื่มด่ำกับความเป็นฮอกไกโดที่แท้จริงได้ในงานนี้”

เทศกาลอาหารและวัฒนธรรม “Wow Hokkaido” จะทำให้ชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์ฤดูหนาวของฮอกไกโดด้วยกัน ด้วยการจำลองบรรยากาศเมืองหิมะของฮอกไกโด ภายใต้แนวคิด AMAZING HOKKAIDO SNOWLAND จังหวัดที่ได้ชื่อว่าอุณหภูมิอากาศฤดูหนาวมาถึงเร็วที่สุดในญี่ปุ่น เป็นพื้นที่ที่มีเนื้อหิมะละเอียดแบบ Powder Snow เทียบเท่าเกรดหิมะที่ยุโรป อีกทั้งเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงเรื่องเทศกาลหิมะที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ซึ่งจัดขึ้นทุกปีประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทย ที่สำคัญมีฮอกไกโดมีชื่อเสียงด้านอาหารและร้านอาหารชื่อดังมากมาย 

ไฮไลต์ภายในงานจึงเป็นการรวมพลร้านอาหารขึ้นชื่อของเมืองฮอกไกโดไว้อย่างละลานตา มายั่วต่อมหิว อาทิ อิชิยะ ร้านขึ้นชื่อเรื่องเค้กโรลสีขาวหอมกรุ่นแสนอร่อย, ROYCE' ร้านช็อกโกแลตขายดีที่สุดในญี่ปุ่น และ karinto ของ IKEDA ขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมทำจากแป้งชุบแป้งทอดและน้ำตาลทรายแดง ตลอดจนอาหารญี่ปุ่นรสเลิศอื่นๆ ให้ทุกคนได้ลิ้มลอง เช่น ไดฟุกุ ไทยากิ ราเม็ง อาหารทะเล ซึ่งเป็นจานเด็ดขึ้นชื่อในฮอกไกโด และอีกมากมาย!

นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อให้ความรู้และเตรียมตัวนักท่องเที่ยวชาวไทยเรียนรู้เทศกาลที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น อาทิ Mochi-Tsuki เทศกาลทำโมจิแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นหนึ่งในอาหารมงคลที่สุดตามความเชื่อโบราณและธรรมเนียมนิยมช่วงปีใหม่ของชาวญี่ปุ่น, เทศกาล Yosakoi Soran-Bushi เทศกาลดนตรีพื้นบ้านฮอกไกโดร้องโดยชาวประมงเมื่อออกไปตกปลา ซึ่งจะทำให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ บรรยากาศ และพลังงานที่แท้จริงของฮอกไกโด ผ่านโสตประสาทสัมผัสทั้งห้า

ทั้งนี้สุดยอดแบรนด์ตัวตึงที่นำมาเสิร์ฟในเทศกาลอาหารและวัฒนธรรม “Wow Hokkaido” ครั้งนี้ ได้รับการเลือกเฟ้นโดย ฮอนดะ ไดซึเกะ ผู้จัดซื้อฝ่ายอาหารประจำฮอกไกโด ไดมารูมัตสึซาคายะดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ ประเทศญี่ปุ่น ผู้ได้ฉายาว่า “นักล่าอาหารเหนือ” ที่มีความเชี่ยวชาญและผูกพันกับอาหารทางภาคเหนือของญี่ปุ่นและฮอกไกโดมานานกว่า 19 ปี มีหน้าที่เสาะแสวงหาร้านเด็ดเมนูอร่อยทางภาคเหนือของญี่ปุ่นมาเสิร์ฟให้กับไดมารู โดยเขาได้แนะนำ 5 ร้านเด็ดเมนูสุโค่ยและนัมมะระโออิชิ (ภาษาถิ่นทางฮอกไกโด แปลว่า อร่อยมาก) ทั้งอาหารหลัก-อาหารว่าง-อาหารหวาน ที่สะท้อนความเป็นฮอกไกโดฟินทั้งรสชาติและเรื่องราวความเป็นมาอันน่าทึ่ง อาทิ

Nishiyama (นิชิยามะ ราเม็ง) กับเมนูซัปโปโร นิชิยามะ มิโซะ ราเม็ง : ฮอกไกโดมีชื่อเสียงเรื่องมิโซะราเม็ง โดยเจ้านี้เป็นแบรนด์ที่ผลิตเส้นราเม็งที่มีชื่อเสียงระดับตำนานของฮอกไกโด ด้วยความเป็นมายาวนานกว่า 69 ปี ขนาดว่าได้รับการบันทึกไว้ในหนังสือเรียนประวัติศาสตร์เป็นแบบเรียนของนักเรียนประถม รวมถึงมีการเปิดให้นักเรียนมาทัศนศึกษาที่โรงงานผลิตเส้นราเม็งของแบรนด์นี้ ปกติแล้วแบรนด์ Nishiyama ไม่ได้มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง แต่เป็นแบรนด์รับทำเส้นราเม็งส่งให้กับร้านราเม็งชื่อดังต่างๆ ในญี่ปุ่น โดยสามารถเลือกได้ว่าต้องการลักษณะของเส้นราเม็งแบบไหน เพื่อสร้างซิกเนเจอร์ให้กับร้านนั้นๆ แต่ในเทศกาล “Wow Hokkaido” ทางแบรนด์ได้เปิดเป็นร้านของตัวเอง และปรุงสูตรซุปสูตรเฉพาะเพื่องานเทศกาลครั้งนี้ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น!!!

ความจริงกินมิโซะ ราเม็ง จะกินที่ไหนก็ได้ เพียงแต่ว่าแต่ละภูมิภาคของญี่ปุ่นจะมีเอกลักษณ์เส้นราเม็งไม่เหมือนกัน โดยเอกลักษณ์ของเส้นราเม็งเฉพาะของฮอกไกโด จะมีความหนาเหนียวเพื่อให้เข้ากับความเข้มของมิโสะซุป ซึ่งเอกลักษณ์ของ Nishiyama สามารถทำเส้นราเม็งได้เหนียวความกลมกล่อมเมื่อทานกับซุปจึงมีความเนียนและสร้างอิมแพ็คได้ตั้งแต่คำแรกที่ทานให้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเมนูเมนูซัปโปโร นิชิยามะ มิโซะ ราเม็ง จะมีส่วนผสมของข้าวโพด ชาชูหมูหมัก ผักกาดหวาน ซึ่งเป็นสเปเชี่ยลเมนูที่ชาวฮอกไกโดนิยมสั่งทาน เพราะไม่เพียงอร่อย แต่ยังถ่ายรูปออกมาสวย ซึ่งเป็นเทรนด์นิยมของคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่

Rakkyo (รักเกียว) กับเมนูซุปแกงกะหรี่ไก่ และซุปแกงกะหรี่หมู : ซุปแกงกะหรี่ เป็นอาหารประจำถิ่นของฮอกไกโด แค่ในซัปโปโรเมืองเดียวมีร้านซุปแกงกะหรี่มากกว่า 100 เจ้า (แล้วคิดดูว่าทั้งฮอกไกโดจะมีกี่ร้าน) แต่ในอดีตซุปแกงกะหรี่ไม่ได้เป็นอาหารประจำถิ่นของฮอกไกโด แต่การเกิดขึ้นของร้าน Rakkyo แห่งนี้ที่เริ่มต้นทำซุปแกงกะหรี่ที่มีรสชาติเผ็ดเฉพาะเป็นเอกลักษณ์ ทำให้เกิดการทานซุปแกงกะหรี่แพร่หลายไปทั่วฮอกไกโด ความมีคุณภาพและชื่อเสียงของร้านนี้ยาวนานกว่า 23 ปี จึงเป็นเจ้าเดียวที่มีความร่วมมือกับบริษัทที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตอาหาร

รสชาติซุปแกงกะหรี่ของร้าน จะไม่เหมือนแกงกะหรี่ที่คนไทยเคนคุ้นตา แต่มาในลักษณะของซุปคล้ายกับหมูตุ๋นรสจัดจ้านของไทย นิยามทางกับข้าว เพราะด้วยความนุ่มของเนื้อหมูหรือไก่ มาอยู่ในซุปที่มีความหวานเผ็ดร้อน จึงผสมผสานกันดีเวลาทานกับข้าว

Narutoya (นารูโตยา) ไก่ทอดซังกิสสไตล์ฮอกไกโด : ไก่ทอดที่ได้ชื่อว่าเป็นเคเอฟซีเวอร์ชั่นฮอกไกโด มีต้นกำเนิดมากว่า 70 ปีแล้วและพัฒนาสูตรไก่นี้มาได้มากกว่า 13 ปีแล้ว เป็นร้านที่มีแค่ที่ฮอกไกโดเท่านั้นมากกว่า30 สาขา ทุกคริสต์มาสและปีใหม่ชาวฮอกไกโดจะนิยมสั่งไก่จากร้านนี้เพื่อฉลองร่วมกับครอบครัวและเพื่อนฝูง จุดเด่นของไก่ คือ การนำเนื้อส่วนน่องมาปรุงรสสูตรลับและชุบแป้ง ก่อนนำมาทอดเพื่อให้ได้ไก่กรอบนอก นุ่มใน รสชาติไม่ได้เข้มจนเกินไป ความพิเศษอยู่ที่รสชาติของเครื่องปรุงที่คลุกเคล้ากำลังดี และต่อให้ถอดจนแห้ง เนื้อไก่ภายในก็ยังนุ่มชุ่มช่ำ แน่นนอกว่าจากการบอกเล่าปากต่อปากของชาวฮอกไกโดต่างพูเป็นเสียงเดียวกันว่า “อร่อยลิ้นกินทุกวันไม่เบื่อ” 

Re di roma Gelato&Pizza plus กับเมนูซอฟต์ครีมยูบาริเมลอนเอ็กซ์คลูซีฟเพื่องานนี้โดยเฉพาะ : ร้านที่มีการผสมผสานสไตล์ความเป็นญี่ปุ่นกับอิตาเลียน อายุมากกว่า 22 ปี โดยเจ้าของร้านไปศึกษาสูตรมาจากอิตาลีและนำมาดัดแปลงในสไตล์ญี่ปุ่น เป็นร้านที่มีชื่อเสียงเรื่องเจลาโตที่มีหลากหลายรสชาติ ล้วนแล้วทำจากวัตถุดิบขึ้นชื่อของฮอกไกโด อาทิ รสองุ่นฮอกไกโด, รสมินต์ฮอกไกโด, รสชีสฮอกไกโด, รสนมฮอกไกโด, รสข้าวโพด โดยเมนูพิเศษที่นำมาจำหน่ายในเทศกาลครั้งนี้ คือ เมนูซอฟต์ครีมยูบาริเมลอน ซึ่งใช้เมลอนผลไม้ขึ้นชื่อประจำถิ่น มาผลิตเป็นเจลาโตรสใหม่ เพื่อเป็นเอ็กซ์คลูซีฟในเทศกาลนี้เท่านั้น

Shiroi Koibito (ชิโรอิ โคอิบิโตะ) กับ เค้กโรลสีขาวหอมกรุ่นแสนอร่อย Shiroi Roll ครั้งแรกในไทย : แบรนด์ของฝากในตำนานแห่งฮอกไกโด Shiroi Koibito ได้รับความนิยมมากว่า 40 ปี โดยบริษัทอิชิยะ ซึ่งชาวญี่ปุ่นและชาวไทยคุ้นกันดีว่าถึงคุกกี้ชนิดแผ่นที่ต้องซื้อเป็นของฝากเมื่อมาถึงฮอกไกโด ประกอบไปด้วยขนมปังอบสไตล์ฝรั่งเศสที่มีส่วนผสมของนมฮอกไกโดและเนย มีครีมวานิลลา และช็อกโกแลต อยู่ตรงกลาง และขนมต้นตำรับอย่างทาร์ตชีสเค้กออมเล็ตฮอกไกโด

แต่สำหรับในเทศกาลนี้ เป็นครั้งแรกที่มีการนำเค้กโรลสีขาวหอมกรุ่นแสนอร่อย Shiroi Roll เข้ามาในไทย ด้วยการนำไวท์ช็อกโกแลตชิโรอิ โคอิบิโตะ ที่คนไทยรู้จักมาผสมกับเนื้อเค้กเป็นครั้งแรก สอดไส้ครีม จุดกำเนิดของเมนูนี้มาจากคนส่วนใหญ่มักซื้อคุกกี้แบรนด์นี้เพื่อเป็นของฝากหรือของขวัญ แต่ไม่ค่อยได้ซื้อกินเอง ทางแบรนด์จึงครีเอตเมนูที่ผู้ซื้อจะได้ทานเองบ้าง แต่ยังคงได้รสชาติเอกลักษณ์ช็อกโกแลตของแบรนด์ จึงเป็นจุดกำเนิดของโรคเค้กขาวชิ้นนี้

เปิดประสบการณ์แห่งวัฒนธรรม รสชาติ ความหนาวเย็น และที่สุดแห่งความเป็นฮอกไกโด ได้ที่ “Wow Hokkaido” ตั้งแต่ 23-27 พฤศจิกายน 2565 บริเวณอีเดนท์ 1 & เซ็นทรัล คอร์ท ที่  เซ็นทรัลเวิลด์   


Share:

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

Recent Posts

STATISTICS ::

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

📲 : คุณเอ๋​ (+66) 063 424 8665
✉️ 📝Insightoutstory@gmail.com

Add Line📲 Click 👇👇

Translate

สายมู

Review By Nichapa

POPULAR NEWS

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก