ฟู้ด ฟอร์ ไฟเตอร์ยังคงส่งข้าวให้กับแคมป์คนงานต่อเนื่อง

นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร ผู้ก่อตั้งฟู้ด ฟอร์ ไฟเตอร์ เปิดเผยว่าความต้องการอาหารกล่อง ข้าวสาร อาหารแห้ง วัตถุดิบสำหรับปรุงประกอบอาหาร เช่น ผัก ไข่ เนื้อสัตว์ น้ำมันพืช ฯลฯ ยังคงมีคำขอเข้ามาจากหลายแคมป์คนงานซึ่งยังคงไม่ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบนัก (หรือถ้ามีก็คงไม่เพียงพอกับจำนวนแคมป์ที่มีมากมายทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล) 

ในแต่ละวัน อาสาสมัครจะนำข้าวกล่อง หรือวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหาร ข้าวสาร นมพร้อมดื่ม ยาสามัญประจำบ้านหรือถุงยังชีพ กระจายแบ่งปันไปยังจุดต่าง ๆที่ได้รับการแจ้งมาจากเครือข่าย อาทิ แคมป์สุขุมวิท101 ซ.ปุณณวิถีสุดซอย 10 (ความต้องการ 100 กล่อง /มื้อ) ,โรงงานแอมคอร์ กิ่งแก้ว 21 ติดกับโรงงานที่ระเบิด คนงานประมาณ100 กว่าคนต้องการข้าวกล่อง 150กล่อง / มื้อ ,ชุมชนวัดกิ่งแก้วมีผู้ป่วยติดเตียง กักตัว และได้รับผลกระทบจากโรงงานระเบิด ประมาณ 500 กล่อง+ แคมป์คนงานพระราม 3 นอกจากนี้ฟู้ด ฟอร์ ไฟเตอร์ยังคงส่งข้าวกล่องไปยังมูลนิธิดวงประทีป และชุมชนต่างๆในชุมชนคลองเตย อาทิ ชุมชนพัฒนาใหม่ (ให้วัตถุดิบสำหรับนำไปปรุง) ชุมชนล็อก1-2-3 ชุมชนริมคลองวัดสะพาน และรวมถึงแฟลตดินแดง ชุมชนศิริภาพ (ใกล้ตลาดไท) ร่วมกับกลุ่ม TU ยั่งยืน ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล  อีกด้วย 

จะเห็นได้ว่าความช่วยเหลือของรัฐยังไม่สามารถทำได้อย่างคงล่าช้าและติดขัดขาดการบูรณาการ ไม่ทันต่อความเดือดร้อนของประชาชน ไม่นับว่ายังมีประเด็นการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการเร่งระดมฉีดวัคซีน การตรวจหาเชื้อ การแยกผู้ป่วยไปรักษาโดยเร็ว ที่ทางศูนย์ข้าวเพื่อหมอ Food For Fighters ยังคงได้รับการแจ้งเข้ามาอย่างต่อเนื่องวันละหลายเคส




Share:

วชิรพยาบาล เปิดตัวแอปฯ “Vajira @ Home” นวัตกรรมที่ให้ผู้ป่วยพบหมอได้จากที่บ้าน สะดวกสบาย ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี

ปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของ เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ผู้ป่วยยังต้องการมาพบแพทย์ปกติตามนัดหมาย และเพื่อลดความเสี่ยงในการเดินทางมาโรงพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล เปิดตัวแอปพลิเคชั่น  “Vajira @ Home” ไกลเหมือนใกล้ พร้อมให้บริการ จากโรงพยาบาลสู่บ้านคุณ เป็นนวัตกรรมการให้บริการที่ให้ผู้ป่วยนัดหมายพบแพทย์ผ่านระบบออนไลน์ง่ายด้วยปลายนิ้ว สะดวกสบาย ส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างทั่วถึง  

ผศ.นพ.จักราวุธ มณีฤทธิ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ประธานในพิธีกล่าวถึงแนวคิดและวัตถุประสงค์การจัดทำแอปพลิเคชั่น “Vajira @ Home” ว่า ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ยังมีผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนมีความกังวล หากต้องมาพบแพทย์ ทางวชิร พยาบาล จึงมีนโยบายเพิ่มช่องทางการรักษาจากที่บ้านโดยไม่ต้องมาโรงพยาบาล ด้วยระบบโทรเวชกรรม  (Telemedicine) ผ่านแอปพลิเคชั่น เป็นการรักษาแบบแพทย์ทางไกล ในการรับส่งข้อมูลเชิงสุขภาพกับผู้ป่วยผ่านอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม โดยได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเปิดตัวแอปพลิเคชั่นอย่างเป็นทางการแล้วในวันนี้ 

ทั้งนี้ การออกแบบของแอปพลิเคชั่น โดยยึดผู้ป่วยเป็นจุดศูนย์กลางของแผนแบบ (Patient centric design) ที่นำบริการทางการแพทย์ถึงมือผู้ป่วย เพิ่มความสะดวกสบาย โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-communicable diseases, NCDs) เบาหวาน ความดันโลหิตสูง นอกจากนี้ยังใช้ติดตามการรักษาผู้ป่วยกลุ่มอื่นๆ เช่น ผู้ป่วยกระดูกและข้อ (ออร์โธปิดิกส์) การติดตามผลการรักษาก่อนและหลังผ่าตัด การสอนทำกายภาพบำบัด ผู้ป่วยสามารถนัดหมายแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมรับคำปรึกษา วินิจฉัยโรค รักษา เสมือนกับการเดินทางมาโรงพยาบาล

รวมทั้ง ยังเปิดให้ผู้ป่วยเข้าถึงข้อมูลการนัดหมายทั้งก่อนวันนัด คิวการรับบริการ ผู้ป่วยสามารถเปิด ”ประวัติสุขภาพ” ที่มีผลการวินิจฉัย การรักษา ยาที่ได้รับ รวมทั้งผลการตรวจเลือด ในส่วน “สมุดบันทึก” ผู้ป่วยสามารถบันทึกค่าต่างๆ เช่น ข้อมูลน้ำตาล ค่าความดันโลหิต โดยสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องมืออื่นๆ เช่น นาฬิกาดิจิทัล (สมาร์ทวอทช์) สามารถถาม-ตอบแบบอัตโนมัติด้วยระบบ Chat Bot นอกจากนี้สามารถแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินพร้อมระบุตำแหน่ง GPS เพื่อเรียกรถพยาบาล ให้ไปถึงตำแหน่งที่หมายอย่างรวดเร็วและถูกต้อง 

โดยทุกฟังก์ชั่นการทำงาน การให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน “Vajira @ Home” ไกลเหมือนใกล้ พร้อมให้บริการ จากโรงพยาบาลสู่บ้านคุณ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและส่งเสริมให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างทั่วถึงและปลอดภัย  ให้การดูแลผู้ป่วยอย่างมีมาตรฐานและประสิทธิภาพแบบครบวงจร พร้อมประสานเครือข่ายสาธารณสุขทั่วกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง ครบประโยชน์ในแอปฯ เดียว  

ผศ.นพ.จักราวุธ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ทางโรงพยาบาลได้เริ่มโปรโมทแอปฯ ให้คนไข้ได้รับทราบแล้ว ในช่วงที่คนไข้นั่งรอรับยาหรือรอพบหมอจะแนะนำให้คนไข้ดาวโหลดแอปฯ ไว้บนมือถือ โดยในช่วงแรกตั้งเป้าจะมีคนไข้ดาวโหลดแอปฯ ไปใช้ประมาณ 10% ของคนไข้ที่มาใช้บริการที่โรงพยาบาล 3,000 คน/วันในปีแรก 

รศ.พญ.สว่างจิต สุรอมรกูล ผู้ช่วยคณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล กล่าวว่า  การดาวโหลดแอปพลิเคชั่น “Vajira @ Home” ไว้บนมือถือจะเป็นประโยชน์มากทั้งคนไข้และหมอ เพียงคนไข้ลงทะเบียนสมัครใช้งาน ยืนยันตัวตน จากนั้นทางโรงพยาบาลจะทำการตรวจสอบ เมื่อคนไข้ได้รับการอนุมัติแล้วจะสามารถเข้าใช้งานในฟังก์ชั่นต่าง ๆ ได้ คนไข้สามารถนำข้อมูลประวัติการรักษาแชร์ให้หมอท่านอื่น ๆ ได้ กรณีคนไข้ต้องไปพบหมอหลายโรงพยาบาล  

รศ.ดร.นพ.เมษัณฑ์ ปรมาธิกุล ผู้ช่วยคณบดีคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล กล่าวว่า  นอกเหนือจากความโดดเด่นของแอปพลิเคชั่นแล้ว ทางโรงพยาบาลฯ ยังได้ร่วมกับ บริษัท แอมเจน (ประเทศไทย) จำกัด จัดทำโครงการบริการฉีดยาโรคกระดูกพรุนให้ผู้ป่วยที่บ้าน ซึ่งนับเป็นโครงการแรกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้คนไข้โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกมารับการฉีดยาที่โรงพยาบาล สามารถได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์อนุแสง จิตสมเกษม รองคณบดี คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล กล่าวว่า application นี้ เป็น application ทาง telemedicne แรกในประเทศไทย ที่นำเอา Blockchain ที่มักใช้กับ Fin Tech มาใช้กับ Health Tech ซึ่งจะทำให้ระบบมีความปลอดภัยในการปกป้องข้อมูลสูง ตามกฎหมาย PDPA ที่ประเทศไทยกำลังจะประกาศใช้ในปีหน้า

สามารถรับชมวีดีโอได้ที่ Link https://www.youtube.com/watch?v=qzvBH3JfJG8



Share:

เกี่ยวกับอโกด้า

 

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 2 กรกฎาคม 2564 – บริการด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น การเข้าพักที่มีธีมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจที่พัก และการจัดทริปที่มีที่พักเป็นจุดหมายปลายทาง คือส่วนหนึ่งของเทรนด์การท่องเที่ยวล่าสุด ตามผลการสำรวจเทรนด์การท่องเที่ยวปี 2021 โดยอโกด้าที่ได้เผยแพร่ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ พร้อมกับการเปิดตัว Agoda Special Offers ฟีเจอร์แสดงข้อเสนอพิเศษเมื่อเลือกจองห้องพัก นอกจากนี้การเข้าพักระยะสั้น การจัดทริปบ่อย ๆ และการสำรวจจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ ในท้องถิ่นก็เป็นวิธีการท่องเที่ยวยอดนิยมในตอนนี้

ความต้องการสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมในแพ็คเกจที่พัก

เนื่องจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังสามารถเดินทางได้แค่ภายในประเทศ/เขตการปกครองตนเอง นักท่องเที่ยวจึงให้ความสำคัญกับวิธีการ สถานที่ และกิจกรรมต่าง ๆ เมื่อเดินทางท่องเที่ยว โดยพิจารณาจากสิทธิประโยชน์ที่ต้องมีในที่พัก

สิทธิประโยชน์ด้านอาหารและเครื่องดื่ม คือสิทธิประโยชน์ที่ที่พักต้องมีเป็นอันดับ 1 เมื่อนักท่องเที่ยวต้องการจัดทริปวันหยุดพักผ่อนในประเทศ/เขตปกครองตนเอง โดยชาวฟิลิปปินส์ ไทย และญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะต้องการสิทธิประโยชน์นี้เพิ่มเติมมากที่สุด

บริการด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น กิจกรรมในหรือนอกสถานที่ อย่างเวิร์คช็อปการทำอาหาร และทัวร์สถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม คือสิทธิประโยชน์ที่ที่พักต้องมีเป็นอันดับ 2 ตามความนิยมของนักท่องเที่ยวในระดับภูมิภาค โดยชาวอินโดนีเซีย เวียดนาม และไทยมีแนวโน้มที่จะเลือกสิทธิประโยชน์นี้ให้รวมอยู่ในแพ็คเกจที่พักด้วยมากที่สุด ตรงข้ามกับชาวเกาหลี ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ซึ่งมีแนวโน้มที่จะสิทธิประโยชน์นี้น้อยที่สุด
 

บริการเช็คอินก่อน และเช็คเอาต์หลังเวลาที่กำหนด คือสิทธิประโยชน์ที่ที่พักต้องมีเป็นอันดับ 3 ขณะที่การอัปเกรดห้องพัก และสิทธิประโยชน์ด้านการดูแลสุขภาพ เช่น บัตรกำนัลสปา อยู่ในอันดับที่ 4 และ 5 ตามลำดับ เมื่อพูดถึงสิทธิพิเศษในการเช็คอินก่อน และเช็คเอาต์หลังเวลาที่กำหนด ชาวสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไต้หวัน และจีนมีแนวโน้มที่จะเลือกให้สิทธิประโยชน์นี้รวมอยู่ในแพ็คเกจที่พักมากที่สุด ส่วนชาวเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไทย มีแนวโน้มที่จะเลือกน้อยที่สุด สำหรับบริการอัปเกรดห้องพัก ชาวเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไต้หวันมีแนวโน้มที่จะต้องการสิทธิประโยชน์นี้มากที่สุด กลับกันชาวฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนามมีแนวโน้มที่จะต้องการสิทธิประโยชน์นี้น้อยที่สุด

คุณเอนริค คาซาลส์, ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย, อโกด้า กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ โรงแรมอาจเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่น โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ในตอนนี้การท่องเที่ยวในประเทศ/เขตปกครองตนเอง และการจัดทริปสเตเคชั่น (staycation) ถือเป็นเทรนด์หลักในการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจึงต้องการเพิ่มประสบการณ์ด้านการเข้าพัก เพราะอาจต้องใช้เวลาอยู่ในที่พักมากขึ้น ทั้งยังมองหาโรงแรมที่มอบความบันเทิงให้ได้ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม หรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติม เช่น อาหารและเครื่องดื่ม แพ็คเกจสปา หรือบริการเช็คอินก่อน และเช็คเอาต์หลังเวลาที่กำหนด ความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มีต่อสิทธิประโยชน์ของที่พักนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม และอโกด้ากำลังช่วยให้ผู้บริโภคสามารถค้นหาข้อเสนอที่ดีที่สุดได้ด้วย Agoda Special Offers ฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยแสดงข้อเสนอพิเศษ เพื่อมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เต็มอิ่มมากขึ้นในราคาคุ้มค่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่ยังคงนิยมท่องเที่ยวในประเทศ/เขตปกครองตนเอง”

อโกด้าเปิดตัว Agoda Special Offers ฟีเจอร์ใหม่สำหรับแสดงข้อเสนอพิเศษ ตอบสนองความต้องการสิทธิพิเศษเพิ่มเติมเมื่อเข้าพักในราคาสุดคุ้ม

ฟีเจอร์ดังกล่าวช่วยให้นักท่องเที่ยวเลือกจองที่พักพร้อมแพ็คเกจสุดพิเศษและแพ็คเกจทั่วไป รวมถึงสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เมื่อค้นหาที่พักบน www.agoda.com/SpecialOfferTH (http://www.agoda.com/SpecialOfferTH) โดยนักท่องเที่ยวสามารถเลือกดูข้อเสนอมากมายที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด เช่น เครดิตสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม บริการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ ทั้งภายในหรือนอกที่พัก บริการเช็คอินก่อน และเช็คเอาต์หลังเวลาที่กำหนด และการอัปเกรดห้องแบบพิเศษ และสามารถจองที่พักที่มีแพ็คเกจเหล่านี้ได้ในราคาสุดคุ้ม

นักท่องเที่ยวสายกินสามารถไปอิ่มอร่อยกับอาหารเช้าทุกวัน และชุดอาหารค่ำ Extraordinary Seafood Feast สำหรับสองคนได้ เมื่อจองห้องพักที่มีข้อเสนอพิเศษของโรงแรม Buri Rasa Koh Phangan

สำหรับสายเที่ยวกับครอบครัวสามารถไปผ่อนคลายแบบมีระดับกับเด็ก ๆ ได้ที่โรงแรม The Athenee Hotel A Luxury Collection Hotel Bangkok พร้อมรับสิทธิประโยชน์ต่าง เช่น อาหารเช้าฟรีทุกวัน (สำหรับ 2 ท่าน) เครดิตรีสอร์ทมูลค่า 1,000 บาท และบริการเข้าพักฟรีสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี (สูงสุด 2 คน)

ผลการสำรวจเพิ่มเติม

สิทธิพิเศษเมื่อเข้าพัก

  • เนื่องจากการเดินทางระหว่างประเทศมีข้อจำกัดอยู่มาก นักท่องเที่ยวจึงมองหาประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่สัมผัสได้ง่าย โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็ก ๆ มักจะมองหาแพ็คเกจที่มาพร้อมกับบริการด้านการท่องเที่ยวอย่าง เวิร์คช็อป และทัวร์สถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมในพื้นที่
  • ผู้ตอบแบบสอบถามในกลุ่มอายุ 18-24 และ 25-34 ปี มีแนวโน้มที่จะเลือกบริการด้านการท่องเที่ยวที่รวมอยู่ในแพ็คเกจที่พัก

สไตล์การเดินทางของนักท่องเที่ยว

  • นักท่องเที่ยว 41% เลือกไปเที่ยวทริปสั้น ๆ ขณะที่นักท่องเที่ยวจำนวนเกือบ 1 ใน 3 เลือกไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่นที่ไม่เคยไปมาก่อน
  • นักท่องเที่ยว 27% มองว่าที่พักคือจุดหมายปลายทาง ไม่ใช่แค่สถานที่นอน
  • สำหรับชาวฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และมาเลเซีย การสำรวจสถานที่ใหม่ในท้องถิ่นเป็นที่นิยมอันดับ 1 ต่างจากนักท่องเที่ยวชาติอื่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ตอบแบบสอบถาม ซึ่งนิยมไปเที่ยวทริปสั้น ๆ เป็นอันดับ 1
  • มีนักท่องเที่ยวเพียง 19% ในภูมิภาคนี้ที่วางแผนท่องเที่ยวในนาทีสุดท้าย โดยชาวเกาหลีใต้ (37%) อินโดนีเซีย (26%) ญี่ปุ่น (20%) มาเลเซีย (20%) และเวียดนาม (20%) มีแนวโน้มที่จะวางแผนเที่ยวในนาทีสุดท้ายมากที่สุด ส่วนชาวจีน (9%) และไต้หวัน (11%) มีแนวโน้มที่จะวางแผนเที่ยวในนาทีสุดท้ายน้อยที่สุด
  • ด้วยความนิยมของการท่องเที่ยวภายในประเทศ/เขตปกครองตนเอง ชาวไต้หวัน (37%) มาเลเซีย (32%) และไทย (31%) มักถือว่าที่พักคือจุดหมายปลายทาง
  • ชาวญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะมองหาบริการด้านการท่องเที่ยวที่รวมอยู่ในแพ็คเกจที่พักน้อยที่สุด ตามมาด้วยชาวเกาหลีใต้ (16%) และอินเดีย (20%)
  • ผู้ที่มีอายุระหว่าง 18-24 และ 25-34 ปี มีแนวโน้มที่จะสำรวจสถานที่ใหม่ ๆ มากที่สุด ขณะที่ผู้ที่มีอายุระหว่าง 45-54 ปี มีแนวโน้มที่จะไปเที่ยวทริปสั้น ๆ มากที่สุด
  • ในกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด กลุ่มอายุ 18-24 ปี มีแนวโน้มที่จะวางแผนท่องเที่ยวในนาทีสุดท้ายมากที่สุด กลุ่มอายุ 25-34 และ 35-44 ปี มีแนวโน้มที่จะใช้เงินจำนวนมากกับค่าที่พักมากที่สุดประเทศไทย
  • 3 วิธีการท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวไทยในตอนนี้: เที่ยวทริปสั้น ๆ , เลือกที่พักเป็นจุดหมายปลายทาง ไม่ใช่แค่สถานที่นอน และมองหาบริการด้านการท่องเที่ยวที่รวมอยู่ในแพ็คเกจที่พัก เช่น สิทธิประโยชน์/สิทธิพิเศษที่เพิ่มเติม การเข้าพักในโรงแรมตามธีม และบริการอัปเกรดห้องพัก
  • ด้วยความนิยมของการท่องเที่ยวภายในประเทศ คนไทยมีแนวโน้มที่จะเลือกที่พักเป็นจุดหมายปลายทาง สูงเป็นอันดับ 3 รองลงมาจากชาวไต้หวันและมาเลเซีย
  • สิทธิประโยชน์ด้านอาหารและเครื่องดื่ม บริการด้านการท่องเที่ยว และบริการเช็คอินก่อน และเช็คเอาต์หลังเวลาที่กำหนด เป็นสิทธิประโยชน์ยอดนิยมที่ต้องมีในแพ็คเกจที่พัก

###

เกี่ยวกับข้อมูลการสำรวจ:

ตัวเลขทั้งหมดมาจาก YouGov Singapore PTE Limited เว้นแต่จะระบุไว้ว่ามาจากที่อื่น กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด คือผู้ใหญ่ 13,882 คน งานภาคสนามดำเนินการระหว่างวันที่ 5 ถึง 12 เมษายน พ.ศ. 2564 การสำรวจดำเนินการทางออนไลน์ ตัวเลขดังกล่าวได้รับการถ่วงน้ำหนัก และเป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ในแต่ละประเทศ/เขตปกครองตนเอง (อายุ 18 ปีขึ้นไป)

เกี่ยวกับอโกด้า

อโกด้า เป็นบริษัทสตาร์ทอัพที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2548 และเติบโตกลายเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการเดินทาง ที่ขยายธุรกิจไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว อโกด้าให้บริการที่พักกว่า 2.5 ล้านแห่ง ในกว่า 200 ประเทศ โดยนำเสนอที่พักหลากหลาย เหมาะต่อการเดินทางทุกรูปแบบ และทุกงบประมาณ เช่น โรงแรมหรูหรา โรงแรมราคาประหยัด อพาร์ตเมนต์ บ้านพักส่วนตัว และวิลลา ในปี 2562 อโกด้าได้เพิ่มบริการจองเที่ยวบิน และแพ็กเกจเที่ยวบินพร้อมที่พัก เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้มากยิ่งขึ้น

อโกด้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Booking Holdings (Nasdaq: BKNG) มีพนักงานกว่า 4,000 คน ใน 30 ประเทศทั่วโลก เว็บไซต์ agoda.com และแอปพลิเคชันอโกด้า มีให้บริการในภาษาต่าง ๆ 39 ภาษา


Share:

อโกด้า เผยนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมเมื่อจองห้องพักมากขึ้น แต่มีแนวโน้มในการใช้เงินจำนวนมากกับค่าที่พักน้อยลง พร้อมเปิดตัวแพ็คเกจข้อเสนอพิเศษบนแพลตฟอร์ม

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 2 กรกฎาคม 2564 – บริการด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น การเข้าพักที่มีธีมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจที่พัก และการจัดทริปที่มีที่พักเป็นจุดหมายปลายทาง คือส่วนหนึ่งของเทรนด์การท่องเที่ยวล่าสุด ตามผลการสำรวจเทรนด์การท่องเที่ยวปี 2021 โดยอโกด้าที่ได้เผยแพร่ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ พร้อมกับการเปิดตัว Agoda Special Offers ฟีเจอร์แสดงข้อเสนอพิเศษเมื่อเลือกจองห้องพัก นอกจากนี้การเข้าพักระยะสั้น การจัดทริปบ่อย ๆ และการสำรวจจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ ในท้องถิ่นก็เป็นวิธีการท่องเที่ยวยอดนิยมในตอนนี้

ความต้องการสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมในแพ็คเกจที่พัก

เนื่องจากนักท่องเที่ยวจำนวนมากในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังสามารถเดินทางได้แค่ภายในประเทศ/เขตการปกครองตนเอง นักท่องเที่ยวจึงให้ความสำคัญกับวิธีการ สถานที่ และกิจกรรมต่าง ๆ เมื่อเดินทางท่องเที่ยว โดยพิจารณาจากสิทธิประโยชน์ที่ต้องมีในที่พัก

สิทธิประโยชน์ด้านอาหารและเครื่องดื่ม คือสิทธิประโยชน์ที่ที่พักต้องมีเป็นอันดับ 1 เมื่อนักท่องเที่ยวต้องการจัดทริปวันหยุดพักผ่อนในประเทศ/เขตปกครองตนเอง โดยชาวฟิลิปปินส์ ไทย และญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะต้องการสิทธิประโยชน์นี้เพิ่มเติมมากที่สุด

บริการด้านการท่องเที่ยวต่าง ๆ เช่น กิจกรรมในหรือนอกสถานที่ อย่างเวิร์คช็อปการทำอาหาร และทัวร์สถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม คือสิทธิประโยชน์ที่ที่พักต้องมีเป็นอันดับ 2 ตามความนิยมของนักท่องเที่ยวในระดับภูมิภาค โดยชาวอินโดนีเซีย เวียดนาม และไทยมีแนวโน้มที่จะเลือกสิทธิประโยชน์นี้ให้รวมอยู่ในแพ็คเกจที่พักด้วยมากที่สุด ตรงข้ามกับชาวเกาหลี ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ซึ่งมีแนวโน้มที่จะสิทธิประโยชน์นี้น้อยที่สุด
 

บริการเช็คอินก่อน และเช็คเอาต์หลังเวลาที่กำหนด คือสิทธิประโยชน์ที่ที่พักต้องมีเป็นอันดับ 3 ขณะที่การอัปเกรดห้องพัก และสิทธิประโยชน์ด้านการดูแลสุขภาพ เช่น บัตรกำนัลสปา อยู่ในอันดับที่ 4 และ 5 ตามลำดับ เมื่อพูดถึงสิทธิพิเศษในการเช็คอินก่อน และเช็คเอาต์หลังเวลาที่กำหนด ชาวสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไต้หวัน และจีนมีแนวโน้มที่จะเลือกให้สิทธิประโยชน์นี้รวมอยู่ในแพ็คเกจที่พักมากที่สุด ส่วนชาวเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไทย มีแนวโน้มที่จะเลือกน้อยที่สุด สำหรับบริการอัปเกรดห้องพัก ชาวเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และไต้หวันมีแนวโน้มที่จะต้องการสิทธิประโยชน์นี้มากที่สุด กลับกันชาวฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนามมีแนวโน้มที่จะต้องการสิทธิประโยชน์นี้น้อยที่สุด

คุณเอนริค คาซาลส์, ผู้อำนวยการระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย, อโกด้า กล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ โรงแรมอาจเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นของการสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่น โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่ในตอนนี้การท่องเที่ยวในประเทศ/เขตปกครองตนเอง และการจัดทริปสเตเคชั่น (staycation) ถือเป็นเทรนด์หลักในการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจึงต้องการเพิ่มประสบการณ์ด้านการเข้าพัก เพราะอาจต้องใช้เวลาอยู่ในที่พักมากขึ้น ทั้งยังมองหาโรงแรมที่มอบความบันเทิงให้ได้ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม หรือสิทธิพิเศษเพิ่มเติม เช่น อาหารและเครื่องดื่ม แพ็คเกจสปา หรือบริการเช็คอินก่อน และเช็คเอาต์หลังเวลาที่กำหนด ความต้องการของนักท่องเที่ยวที่มีต่อสิทธิประโยชน์ของที่พักนั้นเปลี่ยนไปจากเดิม และอโกด้ากำลังช่วยให้ผู้บริโภคสามารถค้นหาข้อเสนอที่ดีที่สุดได้ด้วย Agoda Special Offers ฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยแสดงข้อเสนอพิเศษ เพื่อมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เต็มอิ่มมากขึ้นในราคาคุ้มค่า สำหรับนักท่องเที่ยวที่ยังคงนิยมท่องเที่ยวในประเทศ/เขตปกครองตนเอง”

อโกด้าเปิดตัว Agoda Special Offers ฟีเจอร์ใหม่สำหรับแสดงข้อเสนอพิเศษ ตอบสนองความต้องการสิทธิพิเศษเพิ่มเติมเมื่อเข้าพักในราคาสุดคุ้ม

ฟีเจอร์ดังกล่าวช่วยให้นักท่องเที่ยวเลือกจองที่พักพร้อมแพ็คเกจสุดพิเศษและแพ็คเกจทั่วไป รวมถึงสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เมื่อค้นหาที่พักบน www.agoda.com/SpecialOfferTH (http://www.agoda.com/SpecialOfferTH) โดยนักท่องเที่ยวสามารถเลือกดูข้อเสนอมากมายที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด เช่น เครดิตสำหรับอาหารและเครื่องดื่ม บริการด้านการท่องเที่ยวในพื้นที่ ทั้งภายในหรือนอกที่พัก บริการเช็คอินก่อน และเช็คเอาต์หลังเวลาที่กำหนด และการอัปเกรดห้องแบบพิเศษ และสามารถจองที่พักที่มีแพ็คเกจเหล่านี้ได้ในราคาสุดคุ้ม

นักท่องเที่ยวสายกินสามารถไปอิ่มอร่อยกับอาหารเช้าทุกวัน และชุดอาหารค่ำ Extraordinary Seafood Feast สำหรับสองคนได้ เมื่อจองห้องพักที่มีข้อเสนอพิเศษของโรงแรม Buri Rasa Koh Phangan

สำหรับสายเที่ยวกับครอบครัวสามารถไปผ่อนคลายแบบมีระดับกับเด็ก ๆ ได้ที่โรงแรม The Athenee Hotel A Luxury Collection Hotel Bangkok พร้อมรับสิทธิประโยชน์ต่าง เช่น อาหารเช้าฟรีทุกวัน (สำหรับ 2 ท่าน) เครดิตรีสอร์ทมูลค่า 1,000 บาท และบริการเข้าพักฟรีสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี (สูงสุด 2 คน)

ผลการสำรวจเพิ่มเติม

สิทธิพิเศษเมื่อเข้าพัก

  • เนื่องจากการเดินทางระหว่างประเทศมีข้อจำกัดอยู่มาก นักท่องเที่ยวจึงมองหาประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่สัมผัสได้ง่าย โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็ก ๆ มักจะมองหาแพ็คเกจที่มาพร้อมกับบริการด้านการท่องเที่ยวอย่าง เวิร์คช็อป และทัวร์สถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมในพื้นที่
  • ผู้ตอบแบบสอบถามในกลุ่มอายุ 18-24 และ 25-34 ปี มีแนวโน้มที่จะเลือกบริการด้านการท่องเที่ยวที่รวมอยู่ในแพ็คเกจที่พัก

สไตล์การเดินทางของนักท่องเที่ยว

  • นักท่องเที่ยว 41% เลือกไปเที่ยวทริปสั้น ๆ ขณะที่นักท่องเที่ยวจำนวนเกือบ 1 ใน 3 เลือกไปสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่นที่ไม่เคยไปมาก่อน
  • นักท่องเที่ยว 27% มองว่าที่พักคือจุดหมายปลายทาง ไม่ใช่แค่สถานที่นอน
  • สำหรับชาวฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และมาเลเซีย การสำรวจสถานที่ใหม่ในท้องถิ่นเป็นที่นิยมอันดับ 1 ต่างจากนักท่องเที่ยวชาติอื่นในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ตอบแบบสอบถาม ซึ่งนิยมไปเที่ยวทริปสั้น ๆ เป็นอันดับ 1
  • มีนักท่องเที่ยวเพียง 19% ในภูมิภาคนี้ที่วางแผนท่องเที่ยวในนาทีสุดท้าย โดยชาวเกาหลีใต้ (37%) อินโดนีเซีย (26%) ญี่ปุ่น (20%) มาเลเซีย (20%) และเวียดนาม (20%) มีแนวโน้มที่จะวางแผนเที่ยวในนาทีสุดท้ายมากที่สุด ส่วนชาวจีน (9%) และไต้หวัน (11%) มีแนวโน้มที่จะวางแผนเที่ยวในนาทีสุดท้ายน้อยที่สุด
  • ด้วยความนิยมของการท่องเที่ยวภายในประเทศ/เขตปกครองตนเอง ชาวไต้หวัน (37%) มาเลเซีย (32%) และไทย (31%) มักถือว่าที่พักคือจุดหมายปลายทาง
  • ชาวญี่ปุ่นมีแนวโน้มที่จะมองหาบริการด้านการท่องเที่ยวที่รวมอยู่ในแพ็คเกจที่พักน้อยที่สุด ตามมาด้วยชาวเกาหลีใต้ (16%) และอินเดีย (20%)
  • ผู้ที่มีอายุระหว่าง 18-24 และ 25-34 ปี มีแนวโน้มที่จะสำรวจสถานที่ใหม่ ๆ มากที่สุด ขณะที่ผู้ที่มีอายุระหว่าง 45-54 ปี มีแนวโน้มที่จะไปเที่ยวทริปสั้น ๆ มากที่สุด
  • ในกลุ่มผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด กลุ่มอายุ 18-24 ปี มีแนวโน้มที่จะวางแผนท่องเที่ยวในนาทีสุดท้ายมากที่สุด กลุ่มอายุ 25-34 และ 35-44 ปี มีแนวโน้มที่จะใช้เงินจำนวนมากกับค่าที่พักมากที่สุดประเทศไทย
  • 3 วิธีการท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวไทยในตอนนี้: เที่ยวทริปสั้น ๆ , เลือกที่พักเป็นจุดหมายปลายทาง ไม่ใช่แค่สถานที่นอน และมองหาบริการด้านการท่องเที่ยวที่รวมอยู่ในแพ็คเกจที่พัก เช่น สิทธิประโยชน์/สิทธิพิเศษที่เพิ่มเติม การเข้าพักในโรงแรมตามธีม และบริการอัปเกรดห้องพัก
  • ด้วยความนิยมของการท่องเที่ยวภายในประเทศ คนไทยมีแนวโน้มที่จะเลือกที่พักเป็นจุดหมายปลายทาง สูงเป็นอันดับ 3 รองลงมาจากชาวไต้หวันและมาเลเซีย
  • สิทธิประโยชน์ด้านอาหารและเครื่องดื่ม บริการด้านการท่องเที่ยว และบริการเช็คอินก่อน และเช็คเอาต์หลังเวลาที่กำหนด เป็นสิทธิประโยชน์ยอดนิยมที่ต้องมีในแพ็คเกจที่พัก

###

เกี่ยวกับข้อมูลการสำรวจ:

ตัวเลขทั้งหมดมาจาก YouGov Singapore PTE Limited เว้นแต่จะระบุไว้ว่ามาจากที่อื่น กลุ่มตัวอย่างทั้งหมด คือผู้ใหญ่ 13,882 คน งานภาคสนามดำเนินการระหว่างวันที่ 5 ถึง 12 เมษายน พ.ศ. 2564 การสำรวจดำเนินการทางออนไลน์ ตัวเลขดังกล่าวได้รับการถ่วงน้ำหนัก และเป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ในแต่ละประเทศ/เขตปกครองตนเอง (อายุ 18 ปีขึ้นไป)

เกี่ยวกับอโกด้า

อโกด้า เป็นบริษัทสตาร์ทอัพที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2548 และเติบโตกลายเป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการเดินทาง ที่ขยายธุรกิจไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว อโกด้าให้บริการที่พักกว่า 2.5 ล้านแห่ง ในกว่า 200 ประเทศ โดยนำเสนอที่พักหลากหลาย เหมาะต่อการเดินทางทุกรูปแบบ และทุกงบประมาณ เช่น โรงแรมหรูหรา โรงแรมราคาประหยัด อพาร์ตเมนต์ บ้านพักส่วนตัว และวิลลา ในปี 2562 อโกด้าได้เพิ่มบริการจองเที่ยวบิน และแพ็กเกจเที่ยวบินพร้อมที่พัก เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้มากยิ่งขึ้น

อโกด้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Booking Holdings (Nasdaq: BKNG) มีพนักงานกว่า 4,000 คน ใน 30 ประเทศทั่วโลก เว็บไซต์ agoda.com และแอปพลิเคชันอโกด้า มีให้บริการในภาษาต่าง ๆ 39 ภาษา


Share:

70mai รุกตลาดกล้องติดรถยนต์ รุ่น 70mai Dash Cam M300 ตอบโจทย์ผู้เริ่มต้น ใช้งานง่าย ศักยภาพครบครัน

ในปี 2019, 70mai ได้เปิดตัวกล้องติดรถยนต์รุ่น Dash cam 1s หนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทที่เปิดตัวก่อนหน้านี้ ถือเป็นรุ่นที่ใช้งานง่ายสำหรับผู้เริ่มต้น  ตอบโจทย์ความต้องการในการบันทึกภาพบนท้องถนนขั้นพื้นฐาน โดยนักขับรถยนต์ทั่วโลกให้การยอมรับ ด้วยยอดขายมากกว่า 70,000 ตัว ทั่วโลก

รายงานข่าวจากบริษัท 70mai เปิดเผยว่า  จากความนิยมรุ่น Dash cam 1s เราได้ขยายเข้าไปในตลาดสำหรับผู้ใช้งานเริ่มต้น ร่วมด้วยผลิตภัณฑ์กล้องติดรถยนต์ในรุ่น 70mai Dash Cam M300 ที่ได้มีการปรับนวัตกรรมให้สอดคล้องกับมาตรฐานกล้องติดรถยนต์และนำเสนอคุณภาพของการถ่ายภาพที่น่าประทับใจที่ความละเอียด 1296P มีเทคนิคการลดเสียงรบกวนแบบ 3 มิติ และรองรับระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมด้วยโหมดเฝ้าระวังการจอด รวมถึงการบันทึกแบบไทม์แลปส์   

กล้องติดรถยนต์รุ่น 70mai Dash Cam M300 มาพร้อมกับตัวเลือกภาษาและสีที่กว้างขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ขับขี่ นับว่าเป็นกล้องในอุดมคติสำหรับผู้ใช้งานเริ่มต้น ที่มีความเรียบง่ายแต่ประสิทธิภาพสูง

ความละเอียด 1296 HD   

คุณภาพของภาพ 3 ล้านพิกเซล   

• รุ่น 70mai Dash Cam M300 ใช้งานง่ายพร้อมศักยภาพครบครัน ประกอบด้วย ความละเอียดในระดับ 1296P HD เพรียบพร้อมด้วยคุณภาพระดับพรีเมียม ด้วยภาพถ่ายในระดับ 3 เมกะพิกเซล, กล้องติดรถยนต์รุ่น 70mai Dash Cam M300 ให้การบันทึกที่ความละเอียด 2340x1296P ความคมชัดมากกว่า 1.5 เท่า ในมาตรฐานปกติที่ระดับ 1080P 

• มุมกล้องกว้างระดับ 140 องศา ให้มุมมองรายละเอียดครอบคลุมสามช่องทางจราจรบนท้องถนน 
 บันทึกเหตุฉุกเฉิน G-Sensor ตรวจจับการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติและเริ่มการบันทึกอัตโนมัติ

• G-sensor ในตัวของ M300 จะวัดการเคลื่อนที่ของรถผ่าน 3 แกน ทั้งเดินหน้าและถอยหลัง ซ้ายและขวา ขึ้นและลง

• เมื่อตรวจพบแรงผิดปกติ G-sensor จะระบุว่าเป็นเหตุฉุกเฉินและแจ้งให้ dash cam เริ่มบันทึก ดังนั้นคุณจะไม่พลาดช่วงเวลาสำคัญ

• วิดีโอฉุกเฉินทั้งหมดจะถูกล็อคใน "ไฟล์เหตุการณ์" เพื่อป้องกันการเขียนทับ
เฝ้าระวังที่จอดรถ 24 ชม.(24H Parking Surveillance)  
 
• 70mai Hardwire Kit ชุดสายไฟ สำหรับต่อกล้องเพื่อบันทึก 24 ชั่วโมง แยกจำหน่าย (ไม่รวมในแพ็คเกจ) ซึ่งสามารถจ่ายไฟให้กล้องติดรถยนต์เพื่อทำงานต่อในขณะที่รถจอดอยู่

• G-Sensor ตรวจจับการสั่นหรือชนกะทันหัน เตือนให้ dash cam บันทึกเหตุฉุกเฉินและบันทึกวิดีโอให้คุณ

• หากมีการบันทึกวิดีโอฉุกเฉิน กล้องติดรถยนต์จะแจ้งเตือนคุณผ่านการแจ้งเตือนด้วยเสียงเมื่อเปิดใช้งาน  ประสิทธิภาพการทำงานยอดเยี่ยมเมื่อแสงน้อย 3D ลดเสียงรบกวนและเทคโนโลยีการประมวลภาพ WDR  อัลกอริธึมการลดสัญญาณรบกวน 3D ลบพิกเซลที่ไม่ต้องการในภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบันทึกในสภาพแวดล้อมที่มืดกว่า เทคโนโลยีการประมวลภาพ WDR จะช่วยสร้างสมดุลของแสง สร้างภาพที่ชัดเจนตอนกลางคืน ไม่ว่าจะเป็นในอุโมงค์ ในที่แสงน้อย  หรือการบันทึกภาพแบบเป็นช่วงๆ  
การบันทึกไทม์แลปส์ (Time-Lapse Recording)

• เปิดใช้งานการบันทึกต่อเนื่องระยะยาวที่หนึ่งเฟรมต่อวินาทีในขณะที่รถจอดอยู่ 
• บีบอัดฟุตเทจทุกๆ 30 นาทีให้เหลือ 1 นาที ซึ่งช่วยประหยัดพื้นที่ในการ์ดหน่วยความจำได้อย่างมาก 
• สามารถเล่นวิดีโอเฝ้าระวังได้นานหลายชั่วโมงในไม่กี่นาที จับภาพเหตุการณ์สำคัญได้อย่างรวดเร็ว
• ในกรณีที่กล้องติดรถยนต์ตรวจพบการเคลื่อนไหว กล้องจะสลับเป็นการบันทึกวิดีโอฉุกเฉินโดยอัตโนมัติ

Built-in ไฟ LED ในตัว

ที่ด้านข้างของ Dash Cam M300 ไฟ LED แสดงสถานะการบันทึกอย่างสะดวก ช่วยให้คุณรับทราบข้อมูลในขณะขับรถต่อเนื่อง ตรวจสอบสถานะการบันทึกได้ เช่น สีเขียวมีการบันทึกภาพปกติ สีแดงบันทึกภาพผิดปกติ สีน้ำเงินสแตนบายไม่บันทึก 

การบันทึกแบบวนซ้ำ (Loop Recording)  

กระทัดรัด, พื้นที่ไม่จำกัด 

• รุ่น 70mai Dash Cam M300 มีคุณสมบัติการบันทึกแบบวนซ้ำ หรือการบันทึกใหม่ จึงไม่ต้องกังวลว่าเมมโมรี่การ์ดจะเต็มอีกต่อไป ระบบจะเขียนทับ footage เก่าโดยอัตโนมัติ ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่าพื้นที่ว่างของคุณจะไม่มีวันหมด 

• วิดีโอฉุกเฉินทั้งหมดจะถูกล็อคใน "ไฟล์เหตุการณ์" เพื่อป้องกันการเขียนทับ รักษาหลักฐานสำคัญเมื่อคุณต้องการ  70mai แอปพลิเคชั่น Control  

เกี่ยวกับการจัดการกล้อง จัดการระยะเวลาในการบันทึก, ความละเอียดของวีดีโอ ความละเอียดอ่อนของ G-sensor และอื่น ๆ เพียงปลายนิ้ว ต่อเชื่อมกล้องติดรถยนต์เข้ากับ Wi-Fi การดู footage แบบเรียลไทม์ หรือการดูภาพถ่ายสวย ๆ โดยการกดปุ่มถ่ายภาพ สามารถดาวโหลดได้อย่างง่ายดาย ซึ่งภาพและวีดีโอทั้งหมดจะได้รับการบันทึกในแอฟพลิเคชั่นและสามารถดาวโหลดผ่านมือถือได้อย่างง่ายดาย

สำหรับแพ็คเกจ Dash cam M300 ประกอบด้วย กล้องติดรถยนต์ 70mai Dash Cam M300, ที่ชาร์จไฟในรถ, สายชาร์จขนาด 3.5 m ,สติกเกอร์ และกาวทนความร้อน จำหน่ายในราคาชุดละ 1,299 บาท 

               ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Link https://bit.ly/3h8uHRh



Share:

‘ททท’. เปิดศักราชนำร่อง ท่องเที่ยวไทย “ฮักไทย ฮักภูเก็ต” (Phuket Sandbox)

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ.2564  ณ ลานกิจกรรมด้านหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต  ภาครัฐบาลได้มีการจัดกิจกรรม“ฮักไทย ฮักภูเก็ต” (HUGS THAIS HUG PHUKET) เนื่องในโอกาสที่ชาวภูเก็ต และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวได้มีโอกาสกลับมาเปิดเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง จากโครงการนำร่อง “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” (Phuket sandbox) โดยในงานได้รับเกียรติจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางเป็นประธานเปิดงาน 

พร้อมด้วย คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกและ รมว. สาธารณสุข, พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว. มหาดไทย, นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกและ รมว. พลังงาน, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว. การท่องเที่ยวและกีฬา, นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว. คมนาคม, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว. ดิจิทัล, นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว. แรงงาน, นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช. คมนาคม, นายดิสทัต โหตระกิต เลขาธิการนายกรัฐมนตรี, นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต, นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย, นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และคุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

โดยมีคณะผู้บริการกลุ่มเซ็นทรัล ให้การต้อนรับ นำโดยนายพิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด, นายวัลยา จิราธิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), นายสุทธิภัค จิราธิวัฒน์ กรรมการที่ปรึกษา บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด และกรรมการบริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) และคุณญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งกลุ่มเซ็นทรัลถือเป็นภาคเอกชนที่เข้าร่วมในโครงการนำร่อง ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ตามนโยบายภาครัฐ และหอการค้าไทย ประกอบด้วย กลุ่มเซ็นทรัล เซ็นทรัลพัฒนา และเซ็นทรัล รีเทล โดยเซ็นทรัล ภูเก็ต เป็นศูนย์การค้าแรกที่ ได้รับการรับรองมาตรฐาน SHA Plus+ จาก ททท. โดยพนักงานของบริษัทมีการฉีดวัคซีนครบแล้ว 85% 

สำหรับการจัดการด้านการท่องเที่ยวในโครงการนำร่อง ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ในกิจกรรม ฮักไทย ฮักภูเก็ต ซึ่งกลุ่มเซ็นทรัลจะเข้ามาทำกิจกรรมนำร่องในเรื่องของการจัดการ และกระตุ้นการท่องเที่ยวร่วมกับ ททท. ตามภูเก็ต โมเดล ที่ได้มีการวางมาตรการและการจัดการที่ให้ความสำคัญในเรื่องของการบริการด้านการท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐานระดับสากล โดยเฉพาะมาตรการทางด้านสุขอนามัย ตามโครงการ SHA Plus ที่จะทำให้ภูเก็ตเป็นเมืองต้นแบบเมืองท่องเที่ยวปลอดภัยซึ่งจะประกอบด้วยมาตรการต่างๆ อาทิ 

การสร้างพื้นที่สาธารณะที่สะอาดปลอดภัย ‘No.1 Hygiene & Safety Standard’ เป็นการสร้างความพร้อมของสถานที่ หรือPlace of Confidence ที่ให้ความมั่นใจกับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เช่น การจัดการของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลจะชูความเป็นต้นแบบศูนย์การค้าแรกที่ได้รับสัญลักษณ์ SHA PLUS+ จาก ททท. จากการคุมเข้มแผนแม่บท “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” อีกทั้งยังเป็น The First Vaccinated Shopping Center ที่มีพนักงานฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว 85% ตั้งแต่กลางเดือน พฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า โดยพนักงานติดสัญลักษณ์ I’M VACCINATED

การกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งระบบ สร้างเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทย” อย่างเป็นรูปธรรม โดยการเชื่อมโยงธุรกิจท่องเที่ยวและบริการทั้ง Value Chain ตั้งแต่ศูนย์การค้า-โรงแรม-ผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อเติมเต็มการท่องเที่ยวทั้งระบบ ร่วมกันสร้างความพร้อมให้กับจังหวัดเพื่อดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศที่มีกำลังซื้อสูง และการพักผ่อนแบบลองสเตย์ 

การโปรโมทการท่องเที่ยวไทย แบบ Cross-Region โดยศูนย์การค้าเซ็นทรัล 33 สาขาทั่วประเทศจะเป็นแพลตฟอร์มในการสร้าง “ไทยเที่ยวไทย” ให้ คนใต้เที่ยวภาคเหนือ คนเหนือเที่ยวภาคใต้ เป็นต้น 

นอกจากนั้น จะมีการปูพรมแคมเปญการตลาดส่งเสริมการท่องเที่ยวต่อเนื่องจนถึงสิ้นปี อาทิPhuket Sandbox ด้วย HUG THAIS HUG PHUKET, CENTRAL PHUKET HOTEL FAIR  กิจกรรมจะมีตั้งแต่วันนี้ - วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 โดยห้างเซ็นทรัลจะมอบโปรโมชั่นพิเศษลดสูงสุด 70% โดยได้รับความร่วมมือจากหอการค้าไทย, จังหวัดภูเก็ต, หน่วยงานราชการ-เอกชน และ โรงแรมชื่อดังในจังหวัดภูเก็ตกว่า 100 แห่ง อาทิ โรงแรม Intercontinental Phuket, โรงแรม Banyan Tree, โรงแรม Tri Sara, โรงแรม Renaissance ฯลฯ พร้อมด้วย Phuket’s Welcome Pack มูลค่ารวมกว่า 10,000 บาท รวมโปรโมชั่นและสิทธิพิเศษต่าง ๆ จากร้านค้าภายในศูนย์ฯ 

สร้างสีสันกิจกรรมและแคมเปญกระตุ้นการใช้จ่ายต่อเนื่องถึงสิ้นปี อาทิ แคมเปญใหญ่ “ฮักไทย ไทยช่วยไทย รวมใจช้อป” ลดสูงสุด 90% ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั้ง 33 สาขาทั่วประเทศ, แคมเปญ WE’RE VACCINATED โปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าที่เดินทางมาฉีดวัคซีน, FOOD EVENT รวมเมนูเด็ดดังทั่วเกาะภูเก็ต กว่า 200 ร้านค้าซึ่งเป็นผู้ประกอบการท้องถิ่น , SPORT EVENT อาทิ การแข่งขันบริดจ์ บาสเก็ตบอล 3x3 และ SURF SKATE ชิงแชมป์ประไทย ขานรับนโยบาย ภูเก็ตเมืองกีฬา, และกิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลต่างๆ อาทิ ฮาโลวีน คริสต์มาส และปีใหม่

ททท.เชื่อว่ากิจกรรม ฮักไทย ฮักภูเก็ต ในโครงการนำร่อง ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ครั้งนี้จะเป็นตัวอย่างของการทำงานในการส่งเสริมให้การท่องเที่ยวให้สามารถกลับมาเปิดรับนักท่องเที่ยวจากในประเทศและต่างประเทศได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการให้ความสำคัญและรักษามาตรฐานด้านสุขอนามัย ตามมาตรฐาน SHA Plus ของผู้ประกอบการอย่างเข้มแข็งและมีประสิทธิภาพ

Share:

เมืองเศรษฐกิจพอเพียง จัดพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชและอดีตพระมหากษัตริย์​ พร้อมเดินหน้าถวายแผ่นหินอ่อนแกรนิตสลักพระคาถาฯ และมอบเงินกับหน้ากากอนามัยให้ชาวบ้าน


บริษัท เมืองเศรษฐกิจพอเพียง จำกัด จัดพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อรำลึกถึงพระองค์ท่านที่ทรงกอบกู้กรุงศรีอยุธยา และประกาศอิสรภาพของสยามประเทศพร้อมถวายแผ่นดินให้เป็นพุทธบูชา รวมถึงดวงพระวิญญาณอดีตพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ และถวายแผ่นหินอ่อนแกรนิตสลักพระคาถาฯ ให้กับอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช พร้อมมอบเงินและหน้ากากอนามัยชาวธนบุรีและชาวนครปฐม
วันที่ 24 มิถุนยายน 2564 นาวาอากาศเอก (พิเศษ) คัมภีร์ คัมภีรญาณนนท์ ประธานคณะปวงชนชาวไทยเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองเศรษฐกิจพอเพียง จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง ประกอบด้วย พลอากาศเอก ธีร์ศิลป์ คัมภีรญาณนนท์ บิดาผู้ก่อตั้งบริษัทฯ , คุณศักย์ศรณ์ คัมภีรญาณนนท์ รองประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าบริหารฝ่ายปฏิบัติ , คุณธริชยา คัมภีรญาณนนท์ รองประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าบริหารฝ่ายการเงิน ที่ปรึกษาอาวุโสของบริษัทฯ ได้แก่ คุณบรรพต โพธิ์ทอง, ดร.เจริญสุข ด้วงล้อมจันทร์ (โพธิ์เงิน), คุณสุริยา โพธิ์เงิน และ คุณศศน์นัธ เทพกิจ รวมทั้ง คุณสุดารัตน์ ขำสกุล หัวหน้าฝ่ายเลขานุการประธานกรรมการบริหาร , เจ้าภูวเนศวร์ ณ เชียงใหม่ และ เจ้าภัทรวรินทร์ ณ เชียงใหม่ เลขานุการประธานกรรมการบริหาร ร่วมงานครั้งนี้ด้วย ได้ร่วมพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และถวายแผ่นหินอ่อนแกรนิตสลักพระคาถาฯ ให้กับอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช ณ อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ เขตธนบุรี จังหวัดกรุงเทพมหานคร พระตำหนักแดง วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารและวัดไผ่ล้อม จังหวัดนครปฐม


นาวาอากาศเอก(พิเศษ)คัมภีร์ คัมภีรญาณนนท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเมืองเศรษฐกิจพอเพียง จำกัด และประธานคณะปวงชนชาวไทยเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ประธานในพิธี เปิดเผยว่า ช่วงเช้าได้มีการไปถวายพานพุ่มพร้อมเครื่องบวงสรวงเพื่อบวงสรวงดวงพระวิญญาณ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ผู้ทรงกอบกู้กรุงศรีอยุธยา และประกาศอิสรภาพ ของสยามประเทศพร้อมถวายแผ่นดินให้เป็นพุทธบูชา นอกจากนี้ยังนำแผ่นหินอ่อนแกรนิตสลักพระคาถาสักการะบูชาพระเจ้าตากสินมหาราชมาถวายที่อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ เขตธนบุรี และพระตำหนักแดง วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหารเพื่อให้ประชาชนที่มากราบสักการะบูชาได้ใช้สวดต่อไป โดยมีตั้งใจจะนำถวายแผ่นหินอ่อนแกรนิตสลักพระคาถาฯ ให้กับอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราชทั่วประเทศ

นาวาอากาศเอก(พิเศษ)คัมภีร์ ได้กล่าวถึงกิจกรรมในช่วงเย็นที่วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม ว่า ช่วงเย็นมีกิจกรรมพิธีบวงสรวงใหญ่ โดยมีหลวงพี่น้ำฝนเป็นประธานฝ่ายสงฆ์และมีตนเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ซึ่งพิธีนี้จัดขึ้นเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมถึงพระวิญญาณอดีตพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ และในวันที่ 24 มิถุนายน ของทุกปีเป็นวันสำคัญสำหรับการสร้างประชาธิปไตยในประเทศไทย เพราะเป็นวันเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย โดยให้พระมหากษัตริย์อยู่ใต้รัฐธรรมนูญอีกด้วย

ท้ายสุดนี้ นาวาอากาศเอก(พิเศษ)คัมภีร์ ได้กล่าวฝากถึงคนไทยว่า อยากให้คนไทยทุกคนรู้รักสามัคคีกันไว้ อยากให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจที่แผ่นดินไทยเป็นแผ่นดินของพระพุทธศาสนา ใช้โอกาสนี้มาทำบุญให้เต็มที่ และอยากให้เด็กๆ เป็นคนดี มีคุณธรรมจริยธรรม และตั้งใจเรียนเพื่ออนาคตของชาติ

ภายในงานมีเน็ตไอดอลชื่อดัง Gibbi และKiikimmm ให้เกียรติรวมงานพิธีนี้ด้วย และนอกจากนี้ยังมีการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนจำนวน 5 ทุนๆ ละ 1,000 บาทพร้อมกับหน้ากากอนามัยจำนวน 10 ชิ้น ได้แก่ด.ช.ธนกร จิตรอักษร,ด.ช.ชิษณุพงศ์ แผ้วเกษม, ด.ญ.อิงอร แสงขำ, ด.ช.ณัฏฐกิตติ์ แตงสารท และด.ญ.ภัทราพร บุตรชุนช่วงเย็น, มอบเงินจำนวน 5,000 บาทพร้อมกับหน้ากากอนามัยจำนวน 300 ชิ้นให้กับมูลนิธิหลวงพ่อพูลคนพิการ มอบเงินจำนวน 5,000 บาท พร้อมกับหน้ากากอนามัยจำนวน 300 ชิ้นให้กับกองทุนผู้สูงอายุ วัดไผ่ล้อม และมอบเงินจำนวน 30,000 บาทพร้อมหน้ากากอนามัยจำนวน 2,500ชิ้นให้กับกองทุนสวด เผา ฟรี วัดไผ่ล้อม 

มอบหน้ากากอนามัยจำนวน 2,500 ชิ้นให้กับตัวแทนจากสำนักเขตธนบุรี และตัวแทนจากชุมชนได้แก่คุณศิวรินทร์ จำปานันท์ ชุมชมมัสยิดบ้านสมเด็จ และคุณมณีรัตน์ ขจรกาณจนรัตษ์ชุมชมสี่แยกบ้านแขก เป็นผู้รับมอบพร้อมกับพนักงานในโครงการ SKYMED NEW GEN ได้เดินแจกหน้ากากอนามัยให้กับประชาชนบริเวณรอบอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และมอบหน้ากากอนามัยจำนวน 600 ชิ้นให้กับชาวบ้าน 5 ชุมชน โดยมีตัวแทนแต่ละชุมชนเป็นผู้รับมอบ ได้แก่ คุณสมชาย เจริญสุข ประธานชุมชนบ้านมอญ, คุณอมรรัตน์ แซ่ลิ้ม ประธานชุมชนสวนอนันต์, คุณรัตนา ศรีจันทร์ อสม.กรรมการชุมชนไผ่เตย, คุณสุรีย์ เก่งชูวงศ์ อสม.กรรมการชุมชนคตกฤช และคุณสมศรี แซ่ลิ้ม อสม.กรรมการชุมชนมะขามแถว

#หลวงพ่อพูล #หลวงพี่น้ำฝน #วัดไผ่ล้อมนครปฐม #บวงสรวง #พระเจ้าตาก #สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช #SKYMED #เมืองเศรษฐกิจพอเพียง #คณะปวงชนชาวไทย #SKYNEWGEN #SKYTIME


Share:

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Recent Posts

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

📲 (+66) 095 469 4415
✉️ Insightoutstory@gmail.com

Add Line📲 Click 👇👇

Translate

🚉 ช.ส.ท.พาเที่ยว นครฯ

Review By Nichapa

POPULAR NEWS

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก