นครศรีธรรมราชคึกคักบรรยากาศต้อนรับคณะสื่อมวลชนและกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพวัยเก๋า สู่เส้นทางท่องเที่ยวรถไฟมหาสนุก “มานะ มานคร... มาหาศรัทธา” Let’s Go Low Carbon @Nakhon Si Thammarat Low Carbon Destination @The South

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ดำเนินงานภายใต้กิจกรรม Low Carbon Destination @The South ตามแนวทาง Sustainable Tourism Goals (STGs) เพื่อบูรณาการสร้างศักยภาพและยกระดับมาตรฐานทางการการท่องเที่ยว เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการพัฒนาต่อยอดกระตุ้นให้เกิดการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ชุมชน   

ตลอดจนสร้างภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ (Responsible Tourism) เน้นคุณค่าและความยั่งยืน (Susponsible Tourism Destination) พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวในบรรลุเป้าหมายการท่องเที่ยวและคาร์บอนต่ำสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ททท.สำนักงานนครศรีธรรมราชจึงร่วมกับภาคีพันธมิตรเครือข่ายท่องเที่ยวทั้งภาครัฐและเอกชนในจังหวัดนครศรีธรรมราชกำหนดจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชื่อมโยง Let’Go Low Carbon @Nakhon Si Thammarat 

“สู่เส้นทางท่องเที่ยวรถไฟมหาสนุก มานะ มานครฯ... มาหาศรัทธา” ระหว่างวันที่ ๖ – ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๖๖ โดยประสานความร่วมมือกับชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยว (ช.ส.ท.)  ในการนำคณะสื่อมวลชนและกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพวัยเก๋าเดินทางจากกรุงเทพมหานคร จำนวนร่วม ๘๐ กว่าท่าน เดินทางโดยรถไฟเข้ามาท่องเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ เชื่อมโยงไฮไลท์ภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช  
นางวรางคณา สุเมธวัน ประธานชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว กล่าวว่า ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว (ช.ส.ท.) ร่วมกับ ททท. จัดโครงการท่องเที่ยวรถไฟมหาสนุก "มานะ มานครฯ  มาหาศรัทธา" ขึ้นโดยประสานความร่วมมือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) นำคณะสื่อมวลชนจากส่วนกลาง กว่า 30 ท่าน และนักท่องเที่ยววัยเก๋า จำนวนกว่า 50 ท่าน เดินทางโดยรถไฟขบวนทักษิณารัถย์  จากสถานีกรุงเทพอภิวัฒน์  ถึงสถานีชุมทางทุ่งสง สู่เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช  

ทั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนางฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. และว่าที่ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มาส่งคณะเดินทาง และนายวิเชียร  รามมะเริง ผู้ช่วยสารวัตรเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย รฟท. อย่างพร้อมเพรียงอบอุ่นด้วยบรรยากาศคึกคักครึกครื้นเป็นที่น่าประทับใจ 

นับเป็นกิจกรรมที่สร้างสรรค์ประสบการณ์สัมผัสเสน่ห์ให้ชวนย้อนรำลึกถึงการเดินทางด้วยรถไฟสมัยก่อนแก่คณะและให้สามารถเปิดเส้นทางท่องเที่ยวรถไฟมหาสนุกให้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเดินทางโดยรถไฟในโอกาสต่อไปให้ได้ไปเยือนไปสัมผัสและเรียนรู้ความเป็น "นครตามพรลิงค์" ในอดีต หรือนครศรีธรรมราชในปัจจุบันเพื่อเก็บไว้เป็นความภาคภูมิใจว่า นครศรีธรรมราชคือหนึ่งในสยามที่เป็นเลิศในอารยะธรรม วัฒนธรรม และศิลปที่ควรเชิดชู อีกทั้งยังเป็นการท่องเที่ยวที่มีส่วนเสริมสร้างรูปแบบการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนรักษ์โลกสไตล์ Low Carbon อีกด้วย


นางพิชญ์สินี ทัศน์นิยม ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครศรีธรรมราช กล่าวว่า
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้นับเป็นนิมิตหมายและเป็นโอกาสอันดีในการส่งเสริมการดำเนินด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราชในมิติมุมมองของการเดินทางทางท่องเที่ยวด้วยไลฟ์สไตล์รักษ์โลก Low Carbon ด้วยกิจกรรมท่องเที่ยวรถไฟมหาสนุกเชื่อมโยงสู่การเดินทางท่องเที่ยวไปยังแหล่งท่องเที่ยวไฮไลท์ภายในจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แก่ เส้นทางอำเภอทุ่งสง – นาบอน – ช้างกลาง – ลานสกา – เมือง – ท่าศาลา – สิชล – ขนอม – พรหมคีรี 

โดยเฉพาะได้รับการบูรณาการผสานความร่วมมือด้วยดียิ่งจากภาคีพันธมิตรเครือข่ายท่องเที่ยวทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนสถานประกอบการและชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่ อาทิ การรถไฟแห่งประเทศไทย เทศบาลนครนครศรีธรรมราช เทศบาลตำบลพรหมโลก อุทยานแห่งชาติเขาหลวง อำเภอนาบอน ชมรมการท่องเที่ยวโดยชุมชนพรหมโลก  อ.พรหมคีรี กลุ่ม/ชมรมชุมชนคีรีวง อ.ลานสกา ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวช้างกลาง อ.ช้างกลาง ชุมชนอ่าวเตล็ด อ.ชนอม ฯลฯ และขอขอบคุณชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยวและคณะภายใต้การบูรณาการส่งเสริมอัตลักษณ์ด้วยพลังศรัทธาในพื้นที่โดยมีเป้าหมายคือการมุ่งเน้นการการขับเคลื่อนจังหวัดนครศรีธรรมราชสู่  การท่องเที่ยวสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

ผู้อำนวยการกล่าวในตอนท้ายว่า กิจกรรมดังกล่าวจักเป็นการกระตุ้นและส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวเข้ามาในพื้นที่นครศรีธรรมราช ตลอดจนสามารถขยายฐานนักท่องเที่ยวชาวไทยข้ามภูมิภาคและก่อให้เกิดการเดินทางสามารถขยายวันพักเฉลี่ยและมีการกระจายรายได้สู่ชุมชนอันจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในภาพรวม 


พร้อมให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสร้อยเรียงเรื่องราวกล่าวขานเก็บเกี่ยวภาพจำแห่งความประทับใจของความหลากหลายของมิติการท่องเที่ยวนครศรีธรรมราช และขอเชิญชวนชาวนครศรีธรรมราชร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนอย่างอบอุ่นด้วยกัน 

สอบถามข้อมูลท่องเที่ยวได้ที่ : ททท. สำนักงานนครศรีธรรมราช   : @TAT.NST    : @tatnst



Share:

ททท.แม่ฮ่องสอน ยืนยันระงับล่องห่วงยางแม่น้ำปายไม่กระทบการท่องเที่ยว

 

ตามที่มีข่าวว่ามีการงดจัดกิจกรรมล่องห่วงยางแม่น้ำปายในช่วงฤดูฝน ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนหรือไม่นั้

ว่าที่ ร.ต.ภาณุวัฒน์ ขัดนาค ผู้อำนวยการสำนักงาน ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในข้อตกลงที่มีการประชุมหารือร่วมกันในการวางมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวล่องห่วงแม่น้ำปาย เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2565 ที่ผ่านมาว่า หากเป็นช่วงฤดูฝนและมีน้ำหลาก รวมทั้งอาจเกิดความเสี่ยงจากน้ำป่า และกระน้ำเชียวกราก ได้มีการตกลงขอความร่วมมือผู้ประกอบการทุกท่านให้งดจัดกิจกรรมในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ซึ่งเชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของอำเภอปาย เนื่องจากในช่วงฤดูฝน เป็นช่วงที่มีอากาศเย็นสบาย สภาพภูมิทัศน์มีความสวยงามของทุ่งนาป่าเขา ลำธารน้ำ ทะเลหมอก ถนนคนเดิน รวมทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางด้านธรรมชาติ อาทิ ถ้ำ น้ำตก น้ำพุร้อน ให้สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้หลากหลาย และสามารถอยู่พำนักได้นานวัน 

นอกจากนี้ ทาง ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน ยังได้จัดทำแผนงานส่งเสริมการท่องเที่ยวช่วงฤดูฝน Green Season ด้วยส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีเกษตรของอำเภอแม่ลาน้อย อาทิ นาขั้นบันได รวมทั้งกิจกรรม Soft Adventure เช่น กิจกรรมล่องเรือยาง เส้นทางรถ ATV เป็นต้น ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วง “หมอกฝน” ทำให้สภาพพื้นที่โดยทั่วไปมีความเขียวขจี ตัดกับหมอกที่มีความสวยงาม สมฉายา “เมืองหมอกสามฤดู” และช่วงนี้ มีแหล่งท่องเที่ยว/กิจกรรมการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ถือเป็นหนึ่งในจังหวัดที่เหมาะสมสำหรับการท่องเที่ยวที่ให้ประสบการณ์มากความหมายสู่ความทรงจำไม่รู้ลืม (Meaningful Travel) ผ่าน “THAI” ประกอบด้วย

T- Taranquil : ความสงบเรียบง่ายของธรรมชาติหน้าฝนผ่านความเขียวขจีของผืนป่าผลัดใบและหมอกฝน เคล้าเทศกาลดนตรี ในบรรยากาศผ่อนคลาย สบายๆ ในงาน Pai Jazz and Blue Fest 2023 ณ อำเภอปาย ในวันที่ 7-9 กรกฎาคม 2566 และงานดนตรีฤดูฝน Maelanoi Craftcamp 2023 ณ เฮินไต รีสอร์ท แม่ลาน้อย ในวันที่ 11-12 สิงหาคม 2566 

H-Homestay : โฮมสเตย์สัมผัส “ห้องครัวโบราณตามสไตล์ชนเผ่า” ชุดพื้นเมืองและอาหารถิ่น ที่สะท้อนความอบอุ่นของวิถีชีวิตชาวดอยสเตอร์ 

A-Adventure : กิจกรรมท่องเที่ยวแอดเวนเจอร์ ทั้งในรูปแบบ Eco-Trekking เดินป่าชุมชนชมนาขั้นบันไดของชาวละว้า เดินป่าดอยปุยหลวง กิจกรรมล่องเรือยางแม่น้ำปาย และขับรถ ATV สัมผัสวิถีชุมชนต่างๆ 

I-Indegeous : สัมผัสเรื่องราวและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การท่องเที่ยวชุมชนชาวดอยสเตอร์ ที่มีให้เลือกกว่า 9 ชนเผ่า 13 ชาติพันธุ์ 

นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน เลขที่ 4 ถนนราชธรรมพิทักษ์ ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58000 โทรศัพท์ 0 5361 2982 - 3 โทรสาร 0 5361 2984 ในวันเวลาราชการ Facebook (Page) ททท.สำนักงานแม่ฮ่องสอน 

Share:

ศรัทธานำทาง เส้นทางนำเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท) เปิดเส้นทางความเชื่อความศรัทธาแห่งลุ่มแม่น้ำโขง นำอัตลักษณ์และวิถีชีวิตท้องถิ่นผ่านคติความเชื่อเรื่อง “พญานาค” เชื่อมต่อ 5 จังหวัดท่องเที่ยวภาคอีสาน

ในวันนี้ 8 กรกฎาคม 2566 นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายวันชัย จันทร์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการชุมชนท่องเที่ยว 

ร่วมเปิดกิจกรรมตามรอยเส้นทางธรรมแห่งศรัทธา “เส้นทางความเชื่อความศรัทธาแห่งลุ่มแม่น้ำโขง” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในเชิงศาสนา พัฒนาวัด ศาสนสถาน และชุมชน ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และวิถีชีวิต พร้อมรับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ

ในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการชูเอกลักษณ์ประจำชาติประเภทสัตว์ในตำนาน ซึ่งได้ประกาศในเชิงสัญลักษณ์ เพื่อสร้างให้เกิดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์และวัฒนธรรมของชาติ อีกทั้งยังเป็น Soft Power ในการนำทุนวัฒนธรรมมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและนำรายได้เข้าประเทศ 

กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ได้ดำเนินการจัดงาน “เส้นทางความเชื่อความศรัทธาแห่งลุ่มแม่น้ำโขง” โดยบูรณาการงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น รวมทั้งภาคเอกชนและภาคประชาสังคมในการขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างเข้มแข็ง นำอัตลักษณ์ วิถีชีวิตท้องถิ่นของคนลุ่มแม่น้ำโขงที่มีคติความเชื่อเรื่อง “พญานาค” มาเป็น Soft Power ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งจากชาวไทยและชาวต่างชาติ เชื่อมต่อเส้นทางท่องเที่ยวในมิติศาสนาและวัฒนธรรม 5 จังหวัดภาคอีสาน ประกอบด้วย จังหวัดนครพนม มุกดาหาร บึงกาฬ หนองคาย และอุดรธานี

สำหรับเส้นทางความเชื่อความศรัทธาแห่งลุ่มแม่น้ำโขงของทั้ง 5 จังหวัดนั้น นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสัมผัสวิถีชีวิตของผู้คนริมแม่น้ำโขงที่สะท้อนผ่านความเชื่อความศรัทธาและภูมิปัญญาท้องถิ่นได้ โดยเส้นทางดังกล่าวประกอบด้วย 

1.จังหวัดนครพนม ได้แก่ วัดมหาธาตุ ลานพญาศรีสัตตนาคราช วัดพระธาตุพนม 2.จังหวัดมุกดาหาร ได้แก่ ลานพญาศรีภุชงค์มุกดานาคราช พญาอนันตนาคราช วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์ 3.จังหวัดบึงกาฬ ได้แก่ ถ้ำนาคา เจ้าปู่อือลือนาคราช 4.จังหวัดหนองคาย ได้แก่ พระธาตุหล้าหนอง วัดโพธิ์ชัย พระธาตุบังพวน และ 5.จังหวัดอุดรธานี ได้แก่ วังนาคินทร์ คำชะโนด ซึ่งเส้นทางดังกล่าวนี้ จะเป็นการเชื่อมต่อการท่องเที่ยว โดยนำอัตลักษณ์ และวิถีชีวิตท้องถิ่นจากคติความเชื่อเรื่อง “พญานาค” ต่อยอดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างเข้มแข็งและทรงพลัง

#Amazingthailand

#โมเม้นต์ที่ใช่สร้างได้ไม่ต้องรอ

Share:

เฟ้นเดือด !!! หาสุดยอด 8 ผลงานสร้างสรรค์นวัตศิลป์ร่วมสมัยกับการประกวด International Craft Creation Concept Award 2023

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ สศท. จัดงานตัดสินรอบคัดเลือกแบบวาดโครงการประกวดแนวคิดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมระหว่างประเทศ  International Craft Creation Concept Award 2023 (I.CCA.) คัดเลือก 8 ผลงานสุดท้าย เข้าสู่รอบผลิตจริง เตรียมนำไปจัดแสดง และตัดสินในรอบชิงชนะเลิศในงาน Crafts Bangkok 2023

นายภาวี โพธ์ยี่ รักษาการ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เปิดเผยว่า การประกวด International Craft Creation Concept Award 2023 (I.CCA.) ถือได้ว่าเป็นการจัดการประกวด เพื่อสร้างนักออกแบบรุ่นใหม่ ให้มีเวทีแสดงความสามารถในการออกแบบ โดยนำงานหัตถกรรมดั้งเดิม มาประยุกต์ปรับปรุงให้มีความร่วมสมัย เป็นผลงานนวัตศิลป์ที่มีความน่าสนใจ อีกทั้งยังแสดงอัตลักษณ์และเอกลักษณ์ของไทย ให้ก้าวไกลในระดับสากล และเป็นการต่อยอดจากการประกวดที่นักออกแบบผลิตภัณฑ์ของไทยต่างให้ความสนใจมาอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งปีนี้มีความพิเศษยิ่งขึ้นนั่นคือเป็นการจัดประกวดออกแบบในระดับนานาชาติ ซึ่งนักออกแบบต้องนำเสนอแนวความคิด และออกแบบผลงาน ตาม แนวคิด “หลอมรวมรากทางศิลปะอันล้ำค่า : Heritage Fusion” โดยผลงานจากแนวคิดสร้างสรรค์ และการออกแบบเชิงนวัตกรรม ที่ผ่านเข้าสู่รอบตัดสินชิงชนะเลิศ จะได้นำไปการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เพื่อตลาดต่างประเทศ ต่อไป

โดยเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ ผ่านมา สำนักวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม โดยอาจารย์นฤดี ภู่รัตนรักษ์ และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการออกแบบชั้นแนวหน้าของประเทศ อาทิ ม.ล.ภาวินี สันติศิริ  คุณกมล ทัศนาญชลี คุณนิธิ สถาปิตานนท์ คุณวุฒิชัย หาญพานิช และ .Mr.Ito Kish  (ได้ทำการคัดเลือกผลงานที่มีความน่าสนใจและโดดเด่น จาก 54 ทีม นักออกแบบมานำเสนอต่อคณะกรรมการอีกครั้งเพื่อคัดเลือกให้เหลือเพียง 8 ผลงานสุดท้าย

ซึ่ง นักออกแบบแต่ละทีม ต่างมีแนวคิดที่น่าสนใจ ทั้งยังสะท้อนถึงอัตลักษณ์และความเป็นไทย ผสมผสานได้อย่างกลมกลืน และลงตัว ทำให้คณะกรรมการตัดสินต้องทำหน้าที่อย่างหนักเพื่อคัดเลือกให้เหลือเพียง 8 ผลงานสุดท้าย และนำไปผลิตเป็นชิ้นงาน Prototype สำหรับจัดแสดงจริง และตัดสินในรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 ภายในงาน Crafts Bangkok 2023

และผลงาน 8 ชิ้นสุดท้ายที่ผ่านการเข้ารอบชิงชนะเลิศ ได้แก่ รหัส ชื่อผลงาน

1. ICCA019 เราทำให้โลกร้อน (we make global warming)
2. ICCA024 ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว Nai nam mee pla Nai na mee khow
3. ICCA025 ผ่อนคลายไปกับธรรมชาติ (Forest for Rest)
4. ICCA027 Genesis Collection l Silver of Mindfulness
5. ICCA029 VERTICAL BASKET + ตั้งตะกร้า
6. ICCA037 กัด-สาน-ต่อ
7. ICCA038 รี่นรมย์
8. ICCA153 ความเรียบง่ายอย่างแท้จริง HONEST SIMPLICITY

เตรียมพบกับผลงานนวัตกรรมหัตถศิลปไทยที่มีความอินเตอร์ พร้อมรูปแบบจำลองในการจัดแสดงผลงานทั้ง 8 และร่วมลุ้นการตัดสินรอบชิงชนะเลิศได้ที่งาน Crafts Bangkok 2023 ระหว่างวันที่ 26-30 กรกฎาคม 2566

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ดร.สุกานดา ถิ่นฐาน (ผู้ประสานงานโครงการ) โทรศัพท์: 086 564 4666 Email: contact.icca2023@gmail.com

Share:

ช.ส.ท.พาคณะสื่อมวลชน และนักท่องเที่ยววัยเก๋าส์ จํานวนกว่า 80 คน เดินทางท่องเที่ยวกับโครงการท่องเที่ยวรถไฟมหาสนุก "มานะ มานครฯ... มาหาศรัทธา” วันที่ 6 - 10 กรกฎาคม 2566


ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว (ช.ส.ท.)
จัดโครงการท่องเที่ยวรถไฟมหาสนุก "มานะ มานคร....มาหาศรัทธา” ในวันที่ 6 - 10 กรกฎาคม 2566 โดยพาสื่อมวลชนและนักท่องเที่ยววัยเก๋าส์ จํานวนกว่า 80 คน เดินทางโดยรถไฟขบวนทักษิณารัถย์ สู่จังหวัดนครศรีธรรมราช

ในโอกาสนี้ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และว่าที่ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พิจารณารับโครงการของ ช.ส.ท. ไว้ในขอบเขตของการสนับสนุน 
และได้ให้เกียรติมาส่งคณะเดินทาง อันเป็นการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวรถไฟมหาสนุก ให้เป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยว ที่ชื่นชอบการเดินทางโดยรถไฟในโอกาสต่อไป 
ด้วยเสน่ห์ของการเดินทางครั้งนี้ อยู่ที่การได้ย้อนรำลึกถึงการเดินทางโดยรถไฟสมัยก่อน สองข้างทางรถไฟจะมีพ่อค้า แม่ค้า นำของมาขาย เช่น ก๋วยเตี๋ยวแห้งที่สถานีราชบุรี ขนมหม้อแกงที่สถานีเพชรบุรี ปาท่องโก๋กาแฟร้อนที่สถานีหัวหิน เป็นต้น

นี่คือเสน่ห์สองข้างทางรถไฟที่เราจะพบได้ นอกจากนั้น ช.ส.ท. ได้นำคณะสื่อมวลชนและคนวัยเก๋าส์ ทั้ง 82 คน ได้สัมผัสและเรียนรู้ความเป็น “นครตามพรลิงค์” ในอดีต หรือนครศรีธรรมราชในปัจจุบัน เพื่อเก็บไว้เป็นความภาคภูมิใจว่า นครศรีธรรมราช คือหนึ่งในสยามที่เป็นเลิศในอารยะธรรม วัฒนธรรม และศิลปะที่ควรเชิดชูสืบต่อไป

#ชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว
#ช.ส.ท.ท่องเที่ยวรถไฟมหาสนุก "มานะ มานคร....มาหาศรัทธา”

Share:

องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) จัดงานแสดงสินค้า Think Business, Think Hong Kong ขนทัพสินค้าและบริการคุณภาพเยี่ยมจากฮ่องกงสู่ประเทศไทย เปิดโอกาสฮ่องกงร่วมมือธุรกิจไทย ในงานแสดงสินค้าสุดยิ่งใหญ่แห่งปี

4 กรกฎาคม (กรุงเทพ ประเทศไทย) – องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (Hong Kong Trade Development Council: HKTDC) กำลังจะมีจัดงานแสดงสินค้า Think Business, Think Hong Kong (TBTHK) ณ ใจกลางกรุงเทพมหานครในเดือนนี้ งานดังกล่าวได้นำเสนอฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรม ที่เปิดโอกาสให้แก่ธุรกิจต่างๆ ทั่วโลก โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 13-14 กรกฎาคม ณ เซ็นทารา แกรนด์ และ บางกอก คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิล์ด กลุ่มธุรกิจทั้งไทยและฮ่องกง จะได้รับโอกาสในการหาคู่ค้าทางธุรกิจผ่านงานแสดงสินค้า สัมมนา และกิจกรรมเฟ้นหาเครือข่ายทางธุรกิจ
นาย โรนัลด์ โฮ ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง กล่าว “สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN) มีประวัติศาสตร์แห่งความสัมพันธ์ทางธุรกิจอันแน่นแฟ้นมาอย่างยาวนานกับฮ่องกง และเป็นคู่ค้าทางการค้าที่ใหญ่เป็นอันดับสอง งาน TBTHK ที่จัดขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ในครั้งนี้ จะนำเสนอสินค้าและบริการจากฮ่องกงในอาเซียน อีกทั้งเป็นแรงสนับสนุนให้เกิดการส่งเสริมการค้าระดับภูมิภาค ค้นหาคู่ค้าเพื่อลงทุน และสร้างโอกาสทางธุรกิจผ่านเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและห่วงโซ่อุปทานแบบผสมผสาน

“เป้าหมายหลักของเราคือการชูจุดแข็งของฮ่องกงในด้านสินค้าและบริการ และแนะนำเสนอการพัฒนาด้านต่างๆ ของฮ่องกง เพื่อแสดงให้กลุ่มธุรกิจไทย มองฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางธุรกิจนานาชาติชั้นนำ และในฐานะแพลตฟอร์มทางธุรกิจและการลงทุน เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าอย่างสูงสุดในประเทศจีน ในขณะเดียวกัน เราต้องการแสดงให้เห็นว่ากลุ่มธุรกิจไทยและฮ่องกงสามารถร่วมมือกันสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่กันและกัน และรักษาความสัมพันธ์ทางธุรกิจและการค้าอย่างยาวนานได้” 

“โอกาสเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้โดยหน่วยงานรัฐบาลที่เข้มแข็งและมีวิสัยทัศน์ เช่นเดียวกับข้อตกลงทางการค้า เช่น เขตการค้าเสรี (FTAs) และ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ที่ช่วยประสานความร่วมมือในระดับภูมิภาค” นายโรนัลด์กล่าว

ฮ่องกงเป็นภูมิศาสตร์สำคัญของเอเชีย และทำหน้าที่ในฐานะศูนย์กลางทางการเงินระดับนานาชาติ ด้วยข้อได้เปรียบที่เด่นชัดต่างๆ ได้แก่ การให้ความช่วยเหลือด้านระบบกฎหมาย การเงิน การลงทุน และภาษี ช่วยผลิตสินค้าและบริการการค้าคุณภาพสูงและเปี่ยมด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยและสร้างสรรค์ อีกทั้งยังเป็นเสมือนประตูสู่การสำรวจและพัฒนาทางธุรกิจ ที่เชื่อมไปสู่ประเทศจีน ภูมิภาคอาเซียน และภูมิภาคอื่นๆ 

ฮ่องกงเป็นสะพานระหว่างประเทศจีนและส่วนอื่นๆ ของโลก โดยมีบทบาทในฐานะแพลตฟอร์มสำหรับกระแสเงินทุน สินค้า ข้อมูล และผู้คน เป็นสิ่งที่สำคัญเสมอมา แผนพัฒนาต่างๆ  เช่น โครงการ Belt and Road Initiative และเขตเศรษฐกิจ Guangdong-Hong Kong-Macao Greater Bay Area (GBA) แผนพัฒนาเหล่านี้ช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ ขยายบทบาทของฮ่องกงในการเป็นศูนย์กลางทางการเงิน การค้า การขนส่ง และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม กล่าวได้ว่า ฮ่องกงเป็นพาร์ทเนอร์ในอุดมคติของบริษัทในไทยที่ต้องการค้นหาโอกาสจากเขตเศรษฐกิจพิเศษของฮ่องกงและตลาดนานาชาติ

ในปีนี้ งาน TBTHK จะเป็นแพลตฟอร์มแบบองค์รวมที่ธุรกิจการค้าของไทยจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทของฮ่องกง ในฐานะประตูสู่โอกาสในประเทศจีนและตลาดระดับนานาชาติ และเพื่อเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ทางการค้าอันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและฮ่องกง งานแสดงสินค้า (Trade Expo) ในครั้งนี้จะนำแสดงสินค้าคุณภาพสูงจากกว่า 100 บริษัท รวมถึง Chow Tai Fook, Green Common, B.Duck, Vita Green, Memorigin, Smart City consortium และอื่นๆ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทจากฮ่องกงแนะนำสินค้าเหล่านี้สู่ตลาดภูมิภาค ในขณะเดียวกัน บริษัทจากไทยจะได้โอกาสพบปะกับคู่ค้าทางธุรกิจเพื่อการร่วมงานกันในอนาคต

ในระหว่างการรับประทานอาหารกับสื่อมวลชนในครั้งนี้ บริษัทสินค้ามากมายจากฮ่องกง ไม่ว่าจะเป็น บริษัทแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ บ้านและของขวัญ ความยั่งยืนและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ต่างได้แสดงตัวอย่างงานแสดงสินค้าให้สื่อมวลชนได้รับทราบ

สินค้าที่จัดแสดงในงานประกอบด้วย
• กระเป๋าผ้า Kapture ซึ่งผสานเทคโนโลยีแอนตี้ไวรัส BioNTex™ และผ้า upcycled จากการผลิตผ้า
• กระบอกน้ำสุญญากาศ Camel ที่โดดเด่นด้านเทคโนโลยีสุญญากาศมาตั้งแต่ปี 1940
• นาฬิกา Temporis ที่มีดีไซน์ทันสมัย เหมาะสำหรับคนรุ่นใหม่ ประดับด้วยคริสตัล K1 แทนกระจกเทมเปอร์ นับเป็นการยกระดับสินค้าเมื่อเทียบกับนาฬิกาข้อมือยี่ห้ออื่นๆ ในกลุ่มราคาเดียวกัน
• นาฬิกา Romago เป็นนาฬิกาแบรนด์จากสวิตเซอร์แลนด์ ที่เริ่มธุรกิจจากการสร้างนาฬิกาหรูแบบสั่งทำเฉพาะ ปัจจุบัน แบรนด์ให้ความสำคัญกับนาฬิกาที่โดดเด่นด้านดีไซน์โก้หรู โดยใช้วัสดุที่เป็นเอกลักษณ์และเทคโนโลยีการผลิตแบบใหม่ในการพัฒนานาฬิกาดำน้ำ
• Derangedsign เป็นสตูดิโอออกแบบสินค้าจากฮ่องกง ที่จะจัดแสดงชุด Coexistence ซึ่งประกอบไปด้วยถาด 2 ใบที่ถูกแกะสลักเป็นรูปทรงภูมิทัศน์ เหมาะสำหรับเสิร์ฟผลไม้ ลูกอม ถั่ว และอัญมณี ชุดถาดเซ็ทนี้ได้รับรางวัลระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย
• B.Duck เป็นแบรนด์สินค้าออกแบบลิขสิทธิ์ชื่อดังจากบริษัท Semk Products Ltd. จะนำเสนอโคมไฟรูปเป็ดอันโด่งดัง 

นอกจากนี้ จะมีการจัดช่วงการเสวนา (Trade Talks) ระหว่างช่วงจัดแสดงงาน ซึ่งจะเน้นย้ำข้อได้เปรียบของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางการค้า ผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มสินค้าปลีก องค์กร และบริษัทนวัตกรรมที่จะมาร่วมกันในช่วงการเสวนาเพื่อพูดคุยในหัวข้อต่างๆ อาทิ การรังสรรค์อนาคตของการค้าปลีก การเพิ่มโอกาสทางธุรกิจด้วยลิขสิทธิ์ การเปลี่ยนโฉม E-commerce และ การโอบรับความยั่งยืนและ ESG 

วันที่ 14 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันที่สองของการจัดงาน จะมีกิจกรรมลุ้นรับของรางวัล ซึ่งรวมไปถึงสมาร์ทโฟน นาฬิกาTourbillon แท็บเล็ต และของรางวัลอื่นๆ ผู้ร่วมงานยังได้รับสิทธิ์ลุ้นรับตั๋วเครื่องบินในช่วงระยะเวลาวันงาน นอกจากนี้ ยังมีโฟโต้บูธซึ่งมีฉากหลังเป็นตึกอันเป็นเอกลักษณ์ของฮ่องกง พร้อมด้วยรถตุ๊กตุ๊กติดป้าย TBTHK ที่จะทำให้ผู้ร่วมงานดื่มด่ำไปกับประสบการณ์แสนสนุก อีกทั้งเป็นการโปรโมตวัฒนธรรมของฮ่องกงและฉากอันเป็นเอกลักษณ์ของไทยเข้าด้วยกันอีกด้วย


เกี่ยวกับ HKTDC
องค์การสภาพัฒนาการค้าฮ่องกง (HKTDC) ก่อตั้งขึ้นในปี 2509 เพื่อส่งเสริม ช่วยเหลือ และขยายโอกาสทางธุรกิจของฮ่องกง โดย HKTDC มีสำนักงาน 50 แห่งทั่วโลก และ มี 13 แห่งตั้งอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อผลักดันให้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางการลงทุนและธุรกิจระดับโลก 

ที่ผ่านมา HKTDC ได้จัดงานระดับนานาชาติ ทั้งนิทรรศการ การประชุมสัมมนา และพันธกิจทางธุรกิจ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับบริษัทต่าง ๆ โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่และต่างประเทศ นอกจากนี้ HKTDC ยังรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ตลาดเชิงลึกและข้อมูลล่าสุดของผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ ผ่านรายงานการวิจัย และ ข่าวดิจิทัลต่าง ๆ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรา กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.hktdc.com/aboutus 
ติดตามเราได้ที่ Twitter @hktdc และ LinkedIn
Share:

DEX เตรียมส่ง ULTRAMAN นำทัพ ขยายธุรกิจเรียกลูกค้ากลุ่ม B2Bพร้อมลุยตลาดใหม่ เพิ่มมูลค่าการลงทุนอีกกว่า 100 ล้านบาท

เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง สำหรับ เดกซ์ (ดรีม เอกซ์เพรส) ที่ล่าสุดจัดงานเปิดตัว Ultraman Blazar ยอดมนุษย์คนล่าสุด ตอกย้ำความเป็นเจ้าตลาดผู้นำเข้าและบริหารลิขสิทธิ์จากประเทศญี่ปุ่นที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 20 ปี พร้อมเตรียมลุยตลาดธุรกิจลิขสิทธิ์จากประเทศญี่ปุ่นแบบครบวงจร

​นายกฤษณ์ สกุลพานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดเผยภายในงาน Ultraman Decker Final Tour Journey To Blazar ว่า “อุลตร้าแมน” ถือเป็นคาแรกเตอร์ที่เติบโตมาพร้อมกับ DEX (เดกซ์) อย่างยาวนาน โดย “เดกซ์” ได้รับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจาก Tsuburaya Productions เจ้าของลิขสิทธิ์ประเทศญี่ปุ่น ให้เป็นผู้บริหารลิขสิทธิ์ยอดมนุษย์อุลตร้าแมนแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน ซึ่งทำหน้าที่หลัก ในการดูแลบริหารจัดการลิขสิทธิ์ภาพรวม ได้แก่ การอนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ทั้งการตลาด แคมเปญ สินค้า และบริการต่างๆ รวมถึงการออกอากาศผ่านสื่อโทรทัศน์ ภาพยนตร์ และสื่อผ่านโครางข่ายอินเทอร์เน็ต (OTT และ VOD) นับว่าเป็นงานที่ท้าทาย

ในการนำ “อุลตร้าแมน” ที่โด่งดังและเป็นที่นิยมในยุคก่อนมาขยายผลทางการตลาดในปัจจุบัน เพื่อให้แฟนๆ ได้กลับมาคิดถึงอุลตร้าแมนอีกครั้ง รวมถึงการส่งต่อคาแรคเตอร์กันแบบรุ่นสู่รุ่น จนกลายเป็นที่รู้จักและนิยมกันอย่างแพร่หลายอีกครั้งในปัจจุบัน

​“การเริ่มต้นทำตลาดด้านบริหารลิขสิทธิ์อุลตร้าแมน คือหนึ่งในก้าวแรกที่ประสบความสำเร็จ และเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน ทำให้ “เดกซ์” กลายเป็นเจ้าตลาดด้านการบริหารธุรกิจอนิเมะและการ์ตูนจากประเทศญี่ปุ่นหลายคาแรกเตอร์ อาทิเช่น วันพีซ ดาบพิฆาตอสูร กันดั้ม มาส์คไรเดอร์ คุมะมง และอื่นๆอีกมากมาย และปัจจุบัน ผู้ติดตาม DEXclub ผ่านช่องทางออนไลน์รวมมากกว่า 2.5 ล้าน Subscribers ช่องทาง YouTube, Facebook, Twitter, Instagram : DEXClub รวมถึง Application ดูการ์ตูน “FLIXER” และ ผลตอบรับที่ดีด้วยเรทติ้งผู้ชมกว่า 7 แสนคน

ผ่านการแพร่ภาพผ่านทางโทรทัศน์ ช่อง 7HD เป็นอีกข้อพิสูจน์หนึ่งที่ย้ำความแข็งแกร่งของคาแรกเตอร์ “อุลตร้าแมน”ในประเทศไทย และยังคงเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยอุลตร้าแมนซีรีส์ใหม่ๆที่เปิดตัวทุกปีจากประเทศญี่ปุ่น ไปยังประเทศต่างๆเช่น ประเทศจีน สหรัฐอเมริกา มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฮ่องกง ไต้หวัน เป็นต้น ซึ่งล่าสุดที่กำลังจะออกอากาศทางช่อง 7HD กลางเดือนกรกฎานี้ คือ อุลตร้าแมน เบลซาร์ (Ultraman Blazar) เพื่อสนองให้กลุ่มแฟนอุลตร้าแมน และกลุ่มคนดูใหม่ๆ ได้ร่วมสนุกตื่นเต้นกับฮีโร่ที่ชอบ เรื่องราว ข้อคิดดีๆ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในจักรวาลอุลตร้าแมนด้วยกัน”
นายกฤษณ์ กล่าวต่อว่า ช่วงปลายปีนี้ “เดกซ์” จะเริ่มพัฒนาต่อยอดธุรกิจเดิมให้มีความแข็งแกร่งขึ้น โดยก้าวเข้าสู่ธุรกิจ Stage Show, Exhibition รวมถึงการทำ Event รูปแบบใหม่ๆ โดยเลือกจุดยุทธศาสตร์ในการสร้างการรับรู้

ในแบรนด์สินค้าภายใต้ลิขสิทธิ์ที่เราถือ ผ่านกลุ่มเป้าหมาย เหล่าแฟนอุลตร้าแมน เด็ก วัยรุ่นและครอบครัว เพราะเชื่อว่าผู้บริโภคกลุ่มนี้มีพลังร่วมสนับสนุนคาแรกเตอร์ที่ชอบ ผ่านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ดีในมุมที่ทุกคนก็เป็นฮีโร่ เป็นอุลตร้าแมนได้ ผ่านกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับพาร์ทเนอร์ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการในรูปแบบคอนเซปต์งานในด้านแนวความคิดและสิทธิประโยชน์ที่กลุ่มเป้าหมายจะได้รับอย่างเต็มประสิทธิภาพ รวมถึงการขยายธุรกิจไปสู่การบริหารลิขสิทธิ์ภาพยนตร์จากประเทศญี่ปุ่นอย่างเต็มตัว และธุรกิจร้านค้าปลีกกว่า 20 สาขา โดยมีแผน

ขยายไปยังหัวเมืองทั่วประเทศมากขึ้น แม้ว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เราไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ผลกระทบที่เกิดจากวิกฤตการณ์ไวรัสโคโรนา (COVID-19) ทำให้รายได้เราลดลงไปจากเดิมประมาณ 20% แต่ด้วยการบริหารงานภายใต้สถานการณ์นั้น เราคำนึงถึงปัจจัยทุกภาคส่วนทำให้เราผ่านพ้นและยังคงมีกำไรอยู่พอสมควร ที่สำคัญเรายังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับปีที่ผ่านมา (2022) รายได้ของบริษัทฯ โตขึ้นจากปีก่อนหน้าประมาณ 30% โดยมีกำไรอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาท และคาดว่าในปีนี้ บริษัทฯ จะมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ สามารถบริหารลิขสิทธิ์ได้แบบครบวงจร และตอบโจทย์ลูกค้าได้เป็นอย่างดี

​

นายกฤษณ์ กล่าวปิดท้ายอีกว่า ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา สิ่งสำคัญที่ทำให้ “เดกซ์” เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งในธุรกิจนี้ คือ การได้รับความเชื่อมั่น และความร่วมมือจากพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ สื่อต่างๆ และการตอบสนองจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นแผนธุรกิจ การตลาด การพัฒนาสินค้า ที่สอดคล้องกับแนวคิดของคาแรกเตอร์แต่ละเรื่องให้เหมาะสมกับสินค้าและบริการของตนเอง ถือเป็นการผนึกกำลังสนับสนุนให้ทุกคาแรกเตอร์ที่ถือลิขสิทธิ์อยู่นั้นเติบโตได้ และรู้จักแพร่หลายในระยะยาวต่อไป​เป็นระบบนิเวศทางธุรกิจ ที่กลุ่มบริษัท “เดกซ์” ตั้งใจพัฒนาศักยภาพเพื่อต่อยอดทางธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทยและต่างประเทศต่อไป

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ในนาม เดกซ์ (ดรีม เอกซ์เพรส)

 

Share:

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Recent Posts

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

📲 (+66) 095 469 4415
✉️ Insightoutstory@gmail.com

Add Line📲 Click 👇👇

Translate

🚉 ช.ส.ท.พาเที่ยว นครฯ

Review By Nichapa

POPULAR NEWS

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก