Panthera Group (แพนธีร่า กรุ๊ป) หั่นค่าเช่าช่วยผู้ประกอบการรับมือวิกฤตโควิด พร้อมให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพยุง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภาคกลางคืนอยู่รอด

Panthera Group (แพนธีร่า กรุ๊ป) ผู้นำกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร สถานบันเทิง ผับ บาร์ และไนท์คลับ เดินหน้าให้ความช่วยเหลือเจ้าของกิจการที่เป็นผู้เช่าซึ่งได้รับผลกระทบจากพิษเศรษฐกิจในภาวะวิกฤตโควิด-19 ด้วยการปรับลดค่าเช่าพื้นที่ พร้อมเสนอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อพยุงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภาคกลางคืน และเป็นตัวอย่างในเรื่องรูปแบบการให้ความช่วยเหลือแก่เจ้าของที่รายอื่น ๆ

Panthera Group (แพนธีร่า กรุ๊ป) กลุ่มธุรกิจสถานบันเทิงขนาดใหญ่ที่มีธุรกิจร้านอาหาร ผับ บาร์ และไนท์คลับทั้งในกรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต และเกาะสมุย เดินหน้าลดราคาค่าเช่าพื้นที่ลงถึง 67% ในปี 2563 เพื่อช่วยเยียวยาให้บรรดาผู้เช่าสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้จนกว่าวิกฤตครั้งนี้จะจบลง

พอล เฮย์วอร์ด (Paul Hayward) ผู้ร่วมก่อตั้ง Panthera Group (แพนธีร่า กรุ๊ป)กล่าวว่า ร้านรวงและธุรกิจต่างๆ ได้รับส่วนลดค่าเช่าพื้นที่ในปีที่แล้วก็จริง แต่เป็นเพียงแค่ช่วงสั้นๆ ก่อนจะถูกเรียกเก็บเต็มจำนวนอีกครั้งในช่วงปลายปี ซึ่งในตอนนั้นหลายๆ ธุรกิจก็ยังไม่สามารถกลับมาเปิดกันได้

“เราเห็นใจบรรดาเจ้าของผับบาร์ที่ส่วนใหญ่เจ้าของที่ไม่ได้รู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนแทนผู้เช่ามากพอ โดยไม่มองเลยว่าธุรกิจกำลังไปไม่รอดและผู้เช่ากำลังเดินเข้าสู่ภาวะล้มละลาย ซึ่งสุดท้ายก็จบลงที่ต่างคนต่างแพ้ ทั้งผู้เช่าและผู้ให้เช่า แม้ว่าตอนนั้นการลดค่าเช่าลงถึงครึ่งหนึ่งดูจะสมเหตุสมผลอยู่แล้ว แต่เรายังรู้สึกว่าถ้าขอเลือกเก็บแค่เพียงหนึ่งในสาม เราจะสามารถหาคนเช่าที่ยังพอจะประคองธุรกิจได้มาอยู่กับเรา” พอล เฮย์วอร์ด กล่าว

ส่วนธุรกิจที่ดูไม่น่าไปต่อได้แม้จะได้รับการเสนอลดค่าเช่าลงแล้วก็ตาม ทาง Panthera Group (แพนธีร่า กรุ๊ป) ยังได้เสนอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ซึ่ง Paul Hayward (พอล เฮย์วอร์ด) เรียกว่า “ทุนยังชีพ” ซึ่งคำว่า “ยังชีพ” ในที่นี้ไม่ใช่แค่เพื่อธุรกิจใครธุรกิจมัน แต่เพื่อภาพรวมการอยู่รอดของอุตสาหกรรมธุรกิจสถานบันเทิงในมุมมองระดับประเทศ “หากร้านรวงต่างทยอยกันปิดตัวลงมันจะส่งผลกระทบอย่างมากกับทั้งพื้นที่ในมุมกว้างเมื่อใดก็ตามที่สถานการณ์กลับมาเป็นปกติ เราต้องคงมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวกลางคืนที่ดีเอาไว้ให้กับนักท่องเที่ยว เราคงไม่อยากเห็นภาพนักท่องเที่ยวแห่กันไปเที่ยวที่ประเทศอื่น” คุณเฮย์วอร์ดยังกล่าวเพิ่มเติมถึงเรื่องสินเชื่อว่า “ต้องมากพอที่พวกเขาจะสามารถนำไปบริหารจัดการและดำเนินธุรกิจต่อไปได้ โดยเราต้องเฝ้าดูอยู่ห่างๆ”

ด้วยแผนเปิดประเทศที่ทางภาครัฐได้ตั้งเป้าประมาณการไว้ที่กลางเดือนตุลาคม เฮย์วอร์ดเชื่อว่าคำสั่งปิดสถานท่องเที่ยวภาคกลางคืนจะได้รับการผ่อนปรน “ดูจากสถานการณ์เราคาดว่าผับบาร์น่าจะได้กลับมาเปิดกันก่อนเดือนตุลาคม แต่น่าจะมาพร้อมข้อกำหนดบางอย่าง”

ทั้งนี้ เฮย์วอร์ดยังได้โพสต์ไว้บนเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา “ผมมั่นใจว่าเรื่องคำสั่งห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะถูกผ่อนผันเร็วๆ นี้ และหากสถานการณ์โดยรวมเริ่มที่จะทรงตัว สถานที่เที่ยวน่าจะกลับมาเปิดได้ถึงเที่ยงคืนอีกครั้ง แต่คงไม่คึกคักเหมือนก่อน ซึ่งน่าจะต้องใช้เวลาอีกสักพัก” คุณเฮย์วอร์ดกล่าวเสริม “ผมเชื่อว่าเจ้าของที่หลายๆ เจ้าในที่สุดจะเริ่มเข้าใจถึงสถานการณ์ความเป็นจริง  และจะเริ่มทบทวนค่าเช่าใหม่ตามความเป็นไปได้กับผู้เช่า ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะค้ำจุนกันจนถึงวันที่ทุกอย่างกลับมาอยู่ในสภาวะปกติ”

เฮย์วอร์ดเชื่อว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2565 รายได้รวมจากภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภาคกลางคืนในส่วนของกรุงเทพมหานครน่าจะสามารถกลับมายืนได้ที่ 75% และในช่วงฤดูท่องเที่ยวรายได้รวมจะพุ่งขึ้นสูงกว่าปี 2562 ส่วนโครงการ ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ที่ได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมนั้น ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่จะนำความสำเร็จกลับมาให้กับภาคธุรกิจการท่องเที่ยว “เมื่อไหร่ที่ผู้คนได้เริ่มออกเดินทางท่องเที่ยวกันอีกครั้ง การโพสต์รูปจะตามมา จะเกิดการบอกต่อถึงความมหัศจรรย์และสวยงามของประเทศไทย ในช่วงกลางเดือนกันยายน เราน่าจะได้เห็นจำนวนนักท่องเที่ยวที่เริ่มเดินทางเข้ามา โรงแรมที่พักจะกลับมามีรายได้ จากนั้นนักท่องเที่ยวจะเริ่มออกเดินทางสู่จังหวัดอื่นๆ” เฮย์วอร์ด กล่าว

Share:

สสว. ร่วมกับ ISMED จัดกิจกรรมทางออนไลน์ จับคู่เจรจาธุรกิจกับคู่ค้าประเทศมาเลเซีย กลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) และ สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) จัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ Online Business Matching 2021 ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพและช่องทางการตลาดเชิงลึกสำหรับผู้ประกอบการ SME ปีงบประมาณ 2564 ระหว่างผู้ประกอบการประเทศไทย และประเทศมาเลเซีย หวังสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และหาช่องทางการตลาดที่มีความเหมาะสมกับศักยภาพธุรกิจ ในสถานการณ์ปัจจุบัน  โดยมีรายละเอียดของการจัดกิจกรรมผ่านช่องทางออนไลน์ ดังนี้ 

  • กำหนดจัดงาน : ระหว่างวันที่ 18-20 สิงหาคม 2564
  • สินค้า : อาหารและเครื่องดื่ม 
  • ผู้ขาย : ผู้ประกอบการไทย 61 ราย
  • ผู้ซื้อ : ผู้ประกอบการมาเลเซียกลุ่ม B2B เช่น ตัวแทนจำหน่าย ผู้กระจายสินค้า ผู้นำเข้าสินค้า ห้างร้าน ผู้ค้าปลีกค้าส่ง แพลตฟอร์มขายสินค้าออนไลน์
  • เป้าหมายการจับคู่ธุรกิจ : ผู้ประกอบการไทย 1 ราย พบคู่ค้า 3 – 5 ราย

Share:

HSBC ผนึกกำลัง ฟู้ด ฟอร์ ไฟเตอร์ และ มิสยูนิเวอร์ส ไทยแลนด์ มอบ “ถุงยังชีพวันแม่แห่งชาติ”

ธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ฯ ร่วมกับ ฟู้ด ฟอร์ ไฟเตอร์ และ มิสยูนิเวอร์ส ไทยแลนด์ ร่วมจัดทำและมอบถุงยังชีพเนื่องในวันแม่แห่งชาติ ในพื้นที่ชุมชนคลองเตย พร้อมส่งต่อพืชผักผลไม้จากเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 

วันนี้ (12 ส.ค. 64) นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร ผู้ก่อตั้ง ฟู้ด ฟอร์ ไฟเตอร์ (Food For Fighters) โดยการสนับสนุนของมูลนิธิคุวานันท์ นางสาวอแมนด้า ชาลิสา ออบดัม มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ ประจำปี 2020 พร้อมด้วยตัวแทนจากผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวอร์ส ไทยแลนด์ ร่วมกันจัดทำและมอบถุงยังชีพเนื่องในวันแม่แห่งชาติ จำนวน 500 ชุด ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (HSBC) เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในพื้นที่ชุมชนคลองเตย กรุงเทพฯ

นางสาวพันชนะ วัฒนเสถียร ผู้ก่อตั้งกลุ่มจิตอาสาฟู้ด ฟอร์ ไฟเตอร์ กล่าวว่า ได้รับการสนับสนุนให้จัดทำถุงยังชีพจากธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (HSBC) จำนวน 500 ชุด โดยภายในถุงยังชีพประกอบด้วย ข้าวสาร 5 กก., น้ำแกงสำเร็จรูปจากครัวบินหลา ปลากระป๋อง น้ำมันพืช วุ้นเส้น สบู่ ชุดยาสามัญ หน้ากากอนามัย น้ำยาล้างจาน และของใช้จำเป็นอื่นๆ โดยมีตัวแทนจากผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวอร์ส ไทยแลนด์ ร่วมจัดทำถุงยังชีพดังกล่าว และนำไปมอบให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในพื้นที่ชุมชนคลองเตย 5 แห่งประกอบด้วย ชุมชนคลองเตยล็อก 1-2-3, ชุมชนคลองเตยล็อก 4-5-6, ชุมชน 70 ไร่, ชุมชนริมคลองวัดสะพาน และชุมชนตรอกโรงหมู

“นอกจากถุงยังชีพ 500 ชุด ที่ได้รับการสนุนจาก HSBC แล้ว เรายังได้นำชุดอบสมุนไพรสด ผักและผลไม้ อาทิ มังคุด แก้วมังกร กระท้อน อโวคาโด้ ที่ได้รับการสนับสนุนจัดซื้อและบริจาคมาจากเกษตรกรทุกภูมิภาค เพื่อมอบให้แก่ 5 ชุมชนในพื้นที่คลองเตย ณ ที่ทำการมูลนิธิดวงประทีป โดยมีครูประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ร่วมรับมอบเพื่อนำไปส่งต่อช่วยเหลือชุมชนอื่นๆ ซึ่งในวันนี้ มูลนิธิดวงประทีปฯ ได้มอบถุงยังชีพให้แก่ตัวแทนชุมชนทั้ง 58 แห่ง ในกรุงเทพฯและปริมณฑลด้วย ซึ่งฟู้ด ฟอร์ ไฟเตอร์ยังคงเดินหน้าเป็นสื่อกลางในการส่งต่อความช่วยเหลือให้แก่ผู้ที่เดือดร้อนจากโควิด-19 ทั้งผู้ที่ขาดแคลนอาหาร คนที่ต้องกักตัว หรือผู้ติดเชื้อที่กำลังอยู่ระหว่าง Home Isolation ขอให้ทุกคนแข็งแรง ปลอดภัย ช่วยกันดูแลกันและกันเพื่อผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกันให้ได้” นางสาวพันชนะกล่าว

ด้าน นางสาวอแมนด้า ชาลิสา ออบดัม มิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ ประจำปี 2020 ซึ่งเป็นตัวแทนกล่าวให้กำลังใจแก่ผู้อยู่อาศัยในชุมชนคลองเตีย เปิดเผยว่า ตนและผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ ได้แก่ นางสาวพิมพ์ณดา กิตติวิศาลวงศ์, นางสาวณัฐฐา ทองแก้ว, นางสาว ปุณิกา กุลสุนทรวัฒน์, นางสาวแพรววัชร ชมิด, นางสาวพรปรียา จำนงบุตร และนางสาวชนากานต์ สุขสถิตย์ ต่างตั้งใจมาช่วยกันจัดทำถุงยังชีพกับ ฟู้ด ฟอร์ ไฟเตอร์  โดยนอกจากถุงยังชีพ และชุดอบสมุนไพรสดแล้ว ยังมี คุกกี้วาระพิเศษวันแม่ โดยเชฟระดับมิชลิน สตาร์ เชฟหนุ่ม ธนินทร จันทรวรรณ จากร้านชิม บาย สยามวิสดอม และไอศกรีม FFF X EDEN ORGANICS & Lamun  จำนวน 500 ชุดนำไปมอบให้แก่เด็กๆ ที่ต้องกักตัวอยู่ในชุมชนแออัดอีกด้วย 

“ปกติแล้วมิสยูนิเวิร์ส ไทยแลนด์ จะมาช่วยฟู้ด ฟอร์ ไฟเตอร์อยู่เสมอ เคยลงพื้นที่ทั้งในชุมชนคลองเตยและอีกหลายแห่ง พวกเรารู้ว่าฟู้ด ฟอร์ ไฟเตอร์ลงพื้นที่ทุกวัน โดยนำส่งข้าวกล่องส่งให้แก่ชุมชนวันละ 2 รอบ มื้อเที่ยงและมื้อเย็น และยังจัดทำถุงยังชีพและชุดยา Home Isolation มอบให้แก่ชุมชนทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และอีกหลายจังหวัด จึงรู้สึกยินดีอย่างยิ่งในวันนี้ได้มาร่วมช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนอีกครั้ง และได้มีโอกาสพบกับตัวแทนชุมชนที่มารับถุงยังชีพ ทั้ง 58 แห่งในวันนี้ด้วย ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัย และหากท่านใดต้องการร่วมสนับสนุนการส่งต่อความช่วยเหลือของ ฟู้ด ฟอร์ ไฟเตอร์ ก็สามารถมาร่วมได้ เพราะยังมีพี่น้องประชาชนที่ยังเดือดร้อนและรอการช่วยเหลืออยู่อีกจำนวนมาก” นางสาวอแมนด้ากล่าวเชิญชวน

ขณะที่ นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ ผู้ก่อตั้งและเลขาธิการมูลนิธิดวงประทีป ซึ่งร่วมรับมอบถุงยังชีพและนำส่งต่อให้แก่ตัวแทนชุมชนต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล กล่าวว่า ขอขอบคุณธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ฯ ฟู้ด ฟอร์ ไฟเตอร์ และ มิสยูนิเวอร์ส ไทยแลนด์ ที่ได้ร่วมกันจัดทำถุงยังชีพและส่งต่อความช่วยเหลือให้แก่พี่น้องประชาชนที่กำลังเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง 

“ภาพในวันนี้ที่เห็นได้ชัดคือภาพของการลงมือทำตามความถนัดของแต่ละคน ใครมีทุนทรัพย์ก็ร่วมบริจาคเงิน ใครมีของก็ช่วยเป็นของ ใครมีแรงก็ช่วยเป็นแรง เพราะทุกคนรู้ดีว่าในสภาวะวิกฤตินี้มีพี่น้องประชาชนที่ยังเดือดร้อนอีกเป็นจำนวนมาก ด้วยข้อจำกัดหลายอย่างที่เราต้องร่วมมือกันลดการแพร่ระบาดและรักษาผู้ติดเชื้อไปพร้อมๆ กัน และภายใต้ความร่วมมือของประชาชนที่ลุกขึ้นมาช่วยกันนี้ อีกทางหนึ่งก็นับเป็นความหวังกำลังใจให้แก่กันด้วยว่า เราจะต้องรอดไปด้วยกันให้ได้” นางประทีปกล่าว

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:

ที่ปรึกษางานประชาสัมพันธ์ : บริษัท ออน อาร์ต ครีเอชั่น จำกัด 
ชื่นกมล ศรีสมโภชน์ โทร. 081 915 5161 | อีเมล : salathai@gmail.com
สรวิศ ลิ้มโอภาส พูลสวัสดิ์ โทร. 062 625 9989 | อีเมล: sorawit.onart@gmail.com

Share:

คุ้มครองสิทธิฯ เปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ต่อร่างพระราชบัญญัติสิทธิมนุษยชน พ.ศ. .... ครั้งที่ 5 ภาคใต้

นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างพระราชบัญญัติสิทธิมนุษยชน พ.ศ. .... ครั้งที่ 5 ภาคใต้ ซึ่งจัดโดย        กองยุทธศาสตร์และแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผ่านทางออนไลน์ระบบ Cisco Webex Meetings โดยมี นางบุญภาดา พึ่งบุญ ฯ อรุณเบิกฟ้า ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวรายงาน 

และได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ณรงค์ ใจหาญ  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รณกรณ์ บุญมี ดร.ผ่องศรี เวสารัช และ ผศ.ดร.ยิ่งลักษณ์ กาจนฤกษ์ เป็นวิทยากร ซึ่งมี ผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน 155 คน เข้าร่วม


สำหรับการประชุมในครั้งนี้  สืบเนื่องจากปีงบประมาณ 2563
  กรมฯ ได้ร่วมกับ คณะที่ปรึกษา              โดย ศาสตราจารย์ณรงค์ ใจหาญ  และคณะ จากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินการศึกษาความเหมาะสมในการตรากฎหมายรองรับกลไกการขับเคลื่อนแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งผลการศึกษาเห็นควรให้มีการยกร่างพระราชบัญญัติสิทธิมนุษยชน พ.ศ. .... ขึ้น เพื่อรองรับการขับเคลื่อนงานสิทธิมนุษยชนในภาพรวมของประเทศ 

กรมจึงได้จัดการประชุมดังกล่าวขึ้น เป็นครั้งที่ 5  เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน อาทิ ผู้แทนสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดปัตตานี ผู้แทนสำนักงานยุติธรรมจังหวัดปัตตานี ผู้แทนสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดสงขลา และผู้แทนองค์กรอิสระ NGO ฯลฯ นอกจากนี้ หากท่านใดประสงค์จะแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายดังกล่าว สามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่ website กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ www.rlpd.go.th คลิก banner ขอเชิญแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมาย ได้ถึง 17 สิงหาคม 2564 นี้




Share:

“CHANI" เครื่องสำอางแบรนด์สายเลือดไทยสุดปัง รุกเจาะตลาดสายมูในประเทศและอาเซียนชูจุดขาย “ผิวสวย เปิดเสน่ห์ รวยทรัพย์

ชานิ อินโนเวชั่นฯ ผู้ผลิตและจำหน่ายจำหน่ายเครื่องสำอาง CHANI ฤกษ์งามยามดีทำบุญพิธีกงเต๊กรวมญาติ-ไทยทานทิ้งกระจาด แจกทาน ประจำปี 64  พร้อมประกาศเดินหน้ารุกเตลาดแป้งผสมรองพื้น "CHANI"  เครื่องสำอางแบรนด์สายเลือดไทย  เจาะตลาดสายมูในประเทศและอาเซียน   ชูจุดขาย “ผิวสวย เปิดเสน่ห์ รวยทรัพย์กับ CHANI” ใช้แล้วปัง  เสริมโหงวเฮ้ง สายมู และเสริมสร้างพลังแห่งความมั่นใจชีวิตสู่ความปัง  

คุณอิงฟ้า-ชนิยา ดวงวิไลศิลปและ คุณหนิง- พฤนท์ภัสสรณ์ ลีธรรมเนตร 2 CEO ห้างหุ้นส่วนจำกัด ชานิ อินโนเวชั่น แอนด์ สตูดิโอ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องสำอาง CHANI  

เครื่องสำอางแบรนด์สายเลือดไทย  กล่าวภายหลังพิธีทำบุญแจกทานในพิธีกงเต๊กรวมญาติ-ไทยทานทิ้งกระจาด แจกทาน ประจำปี 2564 ณ วัดธรรมปัญญารามบางม่วง มูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์ อ.สามพราน จ.นครปฐมโดยได้รับเกียรติจากหม่อมหลวงภัทรสุดา กิติยากรเข้าร่วมด้วยเมื่อเร็วๆนี้ว่า    พิธีดังกล่าวเป็นพิธีที่ถูกจัดขึ้นเพื่อทำบุญอุทิศ ให้กับบรรพบุรุษ วิญญาณไร้ญาติ และผู้ที่เสียชีวิต ที่ถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และในปีนี้ยังมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตด้วยโรคโควิด19 ด้วย โดยพิธีไทยทานทิ้งกระจาดในครั้งนี้ได้มอบ ข้าวสาร-อาหารแห้ง น้ำดื่ม และเครื่องอุปโภค บริโภคอื่นๆ ให้กับผู้ยากไร้ ผู้ป่วยติดเตียง หน่วยงาน องค์กร เพื่อเป็นการสงเคราะห์ผู้คนต่อไป 

คุณหนิง- พฤนท์ภัสสรณ์ ลีธรรมเนตร  ผู้บริหารแบรนด์ CHANI  กล่าวด้วยว่า   ขณะนี้อยู่ระหว่างเดินหน้าเปิดตลาดแป้งผสมรองพื้น  "CHANI"   โดยวางเป้าเจาะตลาดสายมูในประเทศและอาเซียน  ชูจุดขาย “ผิวสวย เปิดเสน่ห์ รวยทรัพย์กับ CHANI” ใช้แล้วปัง ช่วยเสริมโหงวเฮ้ง สายมู ที่เสริมสร้างพลังแห่งความมั่นใจและความรวย ความปัง    โดยในการไปร่วมบุญครั้งนี้ถือเป็นโชคดีของทางแบรนด์ CAHNI ที่ได้รับความเมตตาจาก องพจนกรโกศล เจ้าอาวาสวัดธรรมปัญญารามบางม่วง ซึ่งวัดนี้ถือเป็นวัดที่เสริมดวงด้านสุขภาพ ได้รับแป้ง CHANI ขึ้นพานตั้งจิตอธิฐาน เพื่อเสริมดวงเรื่องสุขภาพ โดยในการเข้าพิธีครั้งนี้มีแป้งที่เข้าพิธีเพียง 45 ตลับ ถือเป็นมงคลเหมาะในการให้เป็นของขวัญวันแม่นี้เป็นอย่างยิ่ง หากท่านใดสนใจอยากเสริมสุขภาพที่ดีให้กับคุณแม่ สวย ปัง แถมยังสุขภาพดี สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ทาง Line : @CHANI  ย้ำ!!!!! ว่ามีเพียง 45 ตลับเท่านั้น 

ด้านองพจนกรโกศล(พระอาจารย์เสี่ยงป้อ) เจ้าอาวาสวัดธรรมปัญญารามบางม่วง ประธานมูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์    กล่าวว่า   ขออนุโมทนาบุญกับคุณอิงค์ฟ้าและคุณหนิงรวมไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน บุญในครั้งนี้นอกจากการสงเคราะห์ผู้ป่วยติดเตียงและผู้ยากไร้แล้วนั้น สิ่งที่อาตมาได้เห็นข่าวการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป บางครอบครัวก็ต้องเสียเสาหลักในครอบครัว เด็กหลายคนต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า และผู้เสียชีวิตไปก็ไม่มีโอกาสสวดอภิธรรมแม้แต่คืนเดียว ตายแล้วก็ต้องรีบเผา คนเป็นก็ลำบาก วิญญาณก็ไม่เป็นสุข อาตมาจึงมีความคิดที่จะอุทิศบุญให้กับดวงวิญญาณเหล่านี้ จึงอยากฝากถึงญาติพี่น้องหรือลูกหลานของผู้ที่เสียชีวิตจากโควิด ให้ติดต่อมาเพื่อฝากชื่อและนามสกุลของผู้ที่เสียชีวิตจากโควิด19 เพื่อที่ได้อุทิศบุญให้กับดวงวิญญาณของเขาเหล่านั้นสืบไป "  จากนั้นได้ทำการอธิฐานจิตขอบารมีพระยูไลไภษัชย์ลงบนแป้ง CHANI เพื่อให้ผู้ที่ได้นำไปใช้ปลอดภัย สุขภาพร่างกายแข็งแรง หากป่วยไข้ขอให้พบยาดี หมอดี มีชีวิตรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้นไป 

นอกจากนี้ท่านใดที่สนใจร่วมบุญครั้งนี้ยังสามารถร่วมบุญและแจ้งชื่อบรรพชนได้ที่วัดธรรมปัญญารามบางม่วง มูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์ อ.สามพราน จ.นครปฐม โทรศัพท์ 085-177-9169, 085 -303-6788 

ด้านคุณอิงฟ้า-ชนิยา ดวงวิไลศิลป   อีกหนึ่งผู้บริหารคนสำคัญแบรนด์ CHANI  กล่าวว่า  ถึงจุดเด่นของ "CHANI" เพิ่มเติมว่า   เป็นแป้งพัฟผสมรองพื้นที่มีเนื้อแป้ง เบาบาง ไม่หนักหน้า แต่ปกปิดดีเยี่ยมช่วยปรับผิวให้ดูมีออร่า แถมแป้งพัฟผสมรองพื้นของ "CHANI" ยังมีคุณภาพเทียบเท่ากับเคาท์เตอร์แบรนด์ในราคาที่ทุกคนสามารถเอื้อมถึงได้ และสามารถใช้ได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ซึ่งแป้งพัฟผสมรองพื้น CHANI ได้เปิดตัวล็อตแรกผลิตออกมาแล้วกว่า 2,000 ตลับ มีด้วยกัน3 สี  คือ 

No.1 ผิวขาวอมชมพู  
No.2 เหมาะกับผิวขาวเหลือง และ 
No.3 ซึ่งเป็นเบอร์ที่เอาใจคนที่มีโทนผิวสีน้ำผึ้ง ซึ่งทางแบรนด์ได้คิดเพิ่มเติมขึ้นมา ให้ตอบโจทย์โทนสีผิวของคนไทย ที่สำคัญแป้งพัฟผสมรองพื้น CHANI ทุกตลับได้ผ่านการทำพิธีสวดรับพร เสริมดวงชะตา ที่จะมาพร้อมกับวิธีการใช้ยังไงให้ปังอีกด้วย  ราคาเพียงตลับละ 490 บาท เท่านั้น และสามารถติดตามข่าวสารทุกช่องทางของแบรนด์ “CHANI”   

ใครที่สนใจอุดหนุนแบรนด์หรืออยากเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องสำอางไทยอย่าง “CHANI” ก็สามารถติดตามได้ทางไลน์แอด @CHANI หรือโทร 099-1122-444

Share:

ดานอน สเปเชียลไลซ์ นิวทริชั่น เปิดตัว SouvenaidTM (ซูวีเนด) อาหารทางการแพทย์สำหรับผู้ที่มีอาการอัลไซเมอร์ระยะเริ่มแรก

 

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 6 สิงหาคม 2564: ดานอน สเปเชียลไลซ์ นิวทริชั่น ประเทศไทย เปิดตัว SouvenaidTM (ซูวีเนด) อาหารทางการแพทย์ ที่มีส่วนช่วยเสริมความทรงจำ สำหรับผู้ที่มีอาการอัลไซเมอร์ระยะเริ่มแรก ที่ผ่านการวิจัยกว่า 20 ปี เพื่อศึกษาโภชนาการที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีอาการอัลไซเมอร์ระยะเริ่มแรก ซูวีเนดเป็นอาหารทางการแพทย์ควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ 

ผลิตภัณฑ์ SouvenaidTM (ซูวีเนด) มีส่วนผสมของฟอร์ตาซีน คอนเนค (Fortasyn Connect) ซึ่งประกอบด้วย กรดไขมันโอเมก้า3 (Omega-3) โคลีน (Choline) ยูริดีน (Uridine) วิตามินบีรวม และ สารต้านอนุมูลอิสระ อย่าง วิตามินซี วิตามินอี และซีลิเนียม โดยส่วนประกอบเหล่านี้ มีส่วนสำคัญในการช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพของสมองทั้งด้านการรู้คิดและความสามารถในการทำกิจวัตรต่างๆ ในกลุ่มผู้ที่มีอาการอัลไซเมอร์ระยะเริ่มแรก รวมไปถึงผู้ที่มีภาวะความรู้คิดบกพร่องเล็กน้อย (MCI) 

การสูญเสียจุดเชื่อมต่อเซลล์ประสาท (Synapses) เป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงหลักที่พบในผู้ที่มีอาการอัลไซเมอร์ระยะเริ่มแรก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเสริมสารอาหารต่างๆที่สำคัญต่อการสร้างจุดเชื่อมต่อเซลล์ประสาทขึ้นใหม่ อีกทั้งยังมีการค้นพบอีกว่า ผู้ที่มีอาการอัลไซเมอร์มีสารอาหารที่สำคัญเหล่านี้ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นในสมอง หรือ พลาสมา ในปริมาณที่ค่อนข้างต่ำ - 

“จากงานวิจัยแสดงให้เห็นว่า กลุ่มคนที่ความทรงจำถดถอยจากอัลไซเมอร์ระยะเริ่มแรกนั้น มักจะได้รับสารอาหารที่สำคัญต่อการสร้างจุดเชื่อมต่อเซลล์ประสาทในปริมาณที่ต่ำ แม้จะมีการรับประทานอาหารตามปกติ SouvenaidTM (ซูวีเนด) จึงถูกคิดค้นมาเพื่อช่วยเสริมสารอาหารที่สำคัญเหล่านี้ ซึ่งอาจไม่สามารถได้รับอย่างเพียงพอจากการรับประทานอาหารทั่วไปเพียงอย่างเดียว โดยนวัตกรรมทางด้านโภชนาการ อย่างการใช้ผลิตภัณฑ์จาก SouvenaidTM (ซูวีเนด) นั้น นับเป็นงานวิจัยใหม่ ที่นำเสนอผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ ในการจัดการด้านโภชนาการสำหรับผู้ที่มีอาการอัลไซเมอร์ระยะเริ่มแรกได้เป็นอย่างดี” คุณ Danish Rahmen ผู้จัดการทั่วไป ดานอน สเปเชียลไลซ์ นิวทริชั่น  ประเทศไทย กล่าว

ในประเทศไทย รายงานสัดส่วนของผู้สูงอายุที่มีภาวะความรู้คิดบกพร่องเล็กน้อย หรือ MCI อยู่ในช่วงระหว่างร้อยละ 15 ถึง 70 โดยจะพบได้มากขึ้นตามช่วงอายุที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งภาวะMCI นี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของโรคอัลไซเมอร์ โดยผู้ที่มีภาวะ MCI มักจะเริ่มแสดงอาการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และยังคงสามารถประกอบกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ทั้งนี้โดยเฉลี่ยใน 1 ปี ผู้ที่มีภาวะ MCI ประมาณ 10% ถึง 15% จะมีการดำเนินของโรคที่รุนแรงขึ้นจนเข้าสู่ภาวะอัลไซเมอร์ดังนั้นกว่า 80% ของ MCI จะกลายเป็นผู้ป่วยอัลไซเมอร์ ใน 6 ปีถัดมา 

การรับประทาน SouvenaidTM (ซูวีเนด)วันละหนึ่งครั้ง จะช่วยเสริมโภชนาการที่สำคัญสำหรับผู้ที่มีอาการอัลไซเมอร์ระยะเริ่มแรก ซึ่งอาจไม่ได้รับอย่างเพียงพอจากการรับประทานอาหารโดยทั่วไปเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ร่างกายจะต้องใช้เวลาเพื่อทำการดูดซึมและใช้สารอาหารเหล่านี้เพื่อช่วยในการทำงานของสมอง โดยผลวิจัยทางคลินิกพบว่าการดื่ม SouvenaidTM  (ซูวีเนด) ตั้งแต่เริ่มมีอาการอัลไซเมอร์ระยะเริ่มแรก และดื่มติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

หากคุณหรือคนในครอบครัว ตรวจพบว่ามีอาการอัลไซเมอร์ในระยะเริ่มต้น ควรปรึกษาแพทย์ หรือบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เกี่ยวกับการเลือกรับประทาน SouvenaidTM(ซูวีเนด)อาหารทางการแพทย์สำหรับผู้ที่มีอาการอัลไซเมอร์ระยะเริ่มแรก ซึ่งควรใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เภสัชกร หรือผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ โดยรับประทานวันละหนึ่งขวด (125 ml) ควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่เหมาะสมตามหลักโภชนาการ 

ผู้ที่สนใจสามารถปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โดย SouvenaidTM วางจำหน่ายแล้ว ที่ร้านขายยาชั้นนำ หรือสามารถสั่งซื้อกับร้านค้าออนไลน์ของดานอนได้ บนแอปพลิเคชั่น Lazada และ Line Official (@SouvenaidbyPJS) 

ข้อมูลเพิ่มเติม คลิก www.souvenaidthailand.com หรือ คลิก ที่นี่ เพื่อประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นผ่านเกมทดสอบสมอง (Memory Check)


Share:

1 ปี 1 ครั้ง ขอเชิญร่วมทำบุญ ในพิธีกงเต๊กรวมญาติ-ไทยทานทิ้งกระจาด แจกทาน ประจำปี 2564

กงเต๊กรวมญาติ-ไทยทานทิ้งกระจาด แจกทาน ประจำปี 2564 ขอเชิญร่วมทำบุญ ข้าวสาร-อาหารแห้ง-น้ำดื่ม เครื่องอุปโภค บริโภคอื่นๆ ในพิธีกงเต๊กรวมญาติ-ไทยทานทิ้งกระจาด เพื่อทำบุญอุทิศ ให้กับบรรพบุรุษ วิญญานไร้ญาติ และผู้ที่เสียชีวิตด้วยโรคโควิด19 

ซึ่งการประกอบพิธีไทยทานทิ้งกระจาดในครั้งนี้จะมอบ ข้าวสาร-อาหารแห้ง น้ำดื่ม และเครื่องอุปโภค บริโภคอื่นๆ ให้กับผู้ยากไร้ ผู้ป่วยติดเตียง หน่วยงาน องค์กร เพื่อเป็นการสงเคราะห์ผู้คนต่อไป

ลูกหลานญาติพี่น้องที่มีใจกตัญญู ระลึกนึกถึงบรรพชนและผู้มีพระคุณ สามารถติดต่อทำบุญอุทิศได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 27 สิงหาคมนี้เท่านั้น

 1.ทำบุญให้บรรพชนและญาติพี่น้องบรรพชนฝ่ายพ่อและฝ่ายแม่
 2.ทำบุญอุทิศวิญญาณไร้ญาติ
 3.ทำบุญอุทิศผู้เสียชีวิตจากโควิด19(จัดเป็นกรณีพิเศษเฉพาะปีนี้)

1 ปี 1 ครั้ง กับพิธีกงเต๊กรวมญาติ-ไทยทานทิ้งกระจาด ซึ่งเป็นการประกอบพิธีทำบุญอุทิศให้เหล่าบรรพชน และในครั้งนี้เป็นพิเศษกับการทำบุญอุทิศให้ผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด19 ที่ต้องจากไปอย่างโดดเดี่ยวไม่มีโอกาสจะตั้งสวดพระอภิธรรม แม้เพียงวันเดียว อุทิศให้ดวงวิญญาณที่ทุกข์ทรมาน ดั่งปณิธานที่ว่า เจ็บเยี่ยมไข้ ตายเยี่ยมผี มีช่วยเหลือ จุนเจือสังคม 

โดยครั้งนี้ท่าน องพจนกรโกศล(พระอาจารย์เสี่ยงป้อ) เจ้าอาวาสวัดธรรมปัญญารามบางม่วง ประธานมูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์กล่าวว่า "นอกจากการสงเคราะห์ผู้ป่วยติดเตียงและผู้ยากไร้แล้วนั้น สิ่งที่อาตมาได้เห็นข่าวการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป บางครอบครัวก็ต้องเสียเสาหลักในครอบครัว เด็กหลายคนต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า และผู้เสียชีวิตไปก็ไม่มีโอกาสสวดอภิธรรมแม้แต่คืนเดียว ตายแล้วก็ต้องรีบเผา คนเป็นก็ลำบาก วิญญาณก็ไม่เป็นสุข อาตมาจึงมีความคิดที่จะอุทิศบุญให้กับดวงวิญญาณเหล่านี้ จึงอยากฝากถึงญาติพี่น้องหรือลูกหลานของผู้ที่เสียชีวิตจากโควิด ให้ติดต่อมาเพื่อฝากชื่อและนามสกุลของผู้ที่เสียชีวิตจากโควิด19 เพื่อที่ได้อุทิศบุญให้กับดวงวิญญาณของเขาเหล่านั้นสืบไป "

ติดต่อร่วมบุญและแจ้งชื่อบรรพชนได้ที่
วัดธรรมปัญญารามบางม่วง มูลนิธิพระยูไลไภษัชย์สงเคราะห์ 
อ.สามพราน จ.นครปฐม
โทรศัพท์ 085-177-9169, 085-303-6788 

งดไม่ให้ประชาชนทั่วไปเข้าร่วมงาน ตามมาตราการความปลอดภัยของทางสาธารณสุข
ความกตัญญู เป็นคุณสมบัติของคนดี

Share:

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Recent Posts

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

📲 (+66) 095 469 4415
✉️ Insightoutstory@gmail.com

Add Line📲 Click 👇👇

Translate

🚉 ช.ส.ท.พาเที่ยว นครฯ

Review By Nichapa

POPULAR NEWS

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก