สุดยอด ภาพยนตร์รักโรแมนติกอบอุ่นแห่งปีที่คุณไม่ควรพลาด !! “The One You Love รักนี้คือเธอ” มาเติมความหวานเพิ่มรอยยิ้มส่งท้ายปี 2019

เติมความหวานเพิ่มรอยยิ้มส่งท้ายปี 2019 
กับภาพยนตรรักโรแมนติกอบอุ่นแห่งปีที่คุณไม่ควรพลาด 
ภาพยนตร์ “The One You Love รักนี้คือเธอ” 
ประกันความหวาน โดย บริษัท เวลส์ ซิมโฟนี่ กำกับโดย ณภัทร์ โกรฟส์, ชัยวัฒน์ สีตลาศัย นำแสดงโดย ปีเตอร์ เดนแมน, ดานี่ เตศนีย์ โกรฟส์ และโหล่ว เฉิน หยิน
ภาพยนตร์เรื่อง “The One You Love รักนี้คือเธอ” เป็นเรื่องราวรักสามเศร้าระหว่างสาวสวย ดานี่ (เตศนีย์ โกรฟส์) กับสองหนุ่ม อเล็กซ์ (เฉิน หยิน โหล่ว) และ แดนนี่ (ปีเตอร์ เดนแมน) ท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติกของประเทศอังกฤษ ดานี่และอเล็กซ์เป็นแฟนกันตั้งแต่เรียนเกรด 10
กระทั่งวันหนึ่งดานี่ตัดสินใจเดิน ตามความฝันของตัวเอง ด้วยการไปเรียนต่อมหาวิทยาลัยในอังกฤษ ด้วยความไม่แน่ใจในระยะห่างทำให้อเล็กซ์ตัดสินใจบอกเลิกดานี่ ดานี่จึงพยายามเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง จนกระทั่งเธอได้เจอกับแดนนี่ ชายหนุ่มที่ทำให้มุมมองชีวิตของเธอเปลี่ยนไปจากเดิมความรักของพวกเขาทั้ง 3 จะเป็นอย่างไร ดานี่จะเลือกใคร ค้นหาคำตอบได้ใน The One You Love : รักนี้คือเธอ
ภาพยนตร์เรื่อง “The One You Love รักนี้คือเธอ” เป็นภาพยนตร์รักโรแมนติดอบอุ่นแห่งปี ที่จะทำให้คุณประทับใจ ซึ้ง อิน ฟินตั้งแต่ต้นจนจบ โดยทีมงานสร้างทุ่มเทเดินทางถ่ายทำถึง 2 ประเทศ เพื่อให้ได้หลากหลายโลเคชั่นสุดโรแมนติก วิวสุดพิเศษ ทั้ง อังกฤษและฮ่องกง ซึ่งรับประกันได้ว่าผู้ชมจะประทับใจกับวิวสวยๆ ที่ไม่เคยได้เห็นจากภาพยตร์เรื่องไหนๆ อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ยังเติมความฟินให้กับผู้ชมด้วยเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ได้นักร้องร้อยล้านวิว พลอยชมพู มาร้องเพลง “สายไป” (Too Late) พร้อมด้วย 2 นักแสดงนำยังโชว์พลังเสียงไพเราะซึ้งๆ ประกอบภาพยนตร์ ทั้ง ปีเตอร์ เดนแมน กับเพลง “I’m still the one you love” และดานี่ โกรฟส์ กับเพลง “เรารักกันแบบใหน” ซึ่งรับประกับว่าผู้ชมจะประทับใจอย่างแน่นอน
ติดตามเรื่องราวความรักที่รอการพิสูจน์ พร้อมร่วมสัมผัสความหวานได้ในภาพยนตร์รักโรแมนติก-อบอุ่นส่งท้ายปี “The One You Love รักนี้คือเธอ” พร้อมกัน 21 พฤศจิกายนนี้ในโรงภาพยนตร์

Share:

Sushi Ichizu Omakase สไตล์เอโดะ ต้นตำรับแท้เหมือนไปทานที่ญี่ปุ่น

ในยุคที่วงการอาหารมีผลกระทบต่อโลกอย่างมากมาย อาหารจากทั่วทุกมุมโลกได้กระจายและแลก เปลี่ยนวัฒนธรรมออกไปอย่างแพร่หลาย อีกหนึ่งวัฒนธรรมอาหารที่คนทั่วโลกให้การยอมรับมากที่สุด คงจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากอาหารญี่ปุ่น ศาสตร์และศิลปะการทำซูชิถือเป็นหนึ่งในหัวใจของอาหาร ญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ และถ้าจะเจาะลึกไปมากกว่านั้นสิ่งที่เหล่าผู้หลงไหลในการลิ้มลองรสชาติของซูชิ คง หนีไม่พ้นการได้ลองซูชิแบบ “Omakase” หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า ฝากไว้ที่เชฟ โดยที่เชฟเป็นผู้ ออกแบบเมนูที่จะเสิร์ฟในแต่ละคอร์ส คัดสรรวัตถุดิบชั้นดีจากแหล่งต่างๆ จากทั่วประเทศ แล้วนำมา ปรุงอาหารอย่างพิถีพิถัน ซึ่งอิสระและบทบาทในเลือกจะอยู่ที่เชฟ มิใช่ลูกค้า เราจึงได้สัมผัสกับศิลปะ แห่งการทำซูชิดั้งเดิมอย่างแท้จริง และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมร้านซูชิสไตล์ Omakase จึงได้รับความ นิยมแพร่หลาย ไม่เฉพาะในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น
ร้านอาหาร Sushi Ichizu มีจุดเริ่มต้นในปี 2015 จาก ดร.วิชเรศ บุญจิตต์พิมล และ คุณกชมน ตุลาธรรมธร สองหุ้นส่วนใหญ่ผู้หลงรักอาหารญี่ปุ่นเป็นชีวิตจิตใจ แรกเริ่มอยากมีร้านอาหารญี่ปุ่นเป็นของ ตัวเอง โดยมีคุณเบียร์ เพื่อนผู้รักอาหารญี่ปุ่นนักชิมชาวไทยในญี่ปุ่นอีกท่านเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ทีม เพื่อที่จะยกระดับการรับประทานซูชิในประเทศไทย

ทั้งสองใช้เวลานานเกือบ 2 ปีในการชักชวน Chef Riku Toda จนในปี 2017 ร้าน Sushi Ichizu ได้ เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ ทางร้านมีความมุ่งมั่นที่จะทำร้านซูชิ ไม่ใช่เพียงให้ได้เท่าเทียมมาตรฐานใกล้ เคียงญี่ปุ่นเท่านั้น เเต่เรามีเป้าหมายที่จะทำร้านซูชิที่เป็นของเเท้ ถ่ายทอดวัฒนธรรมซูชิที่ถูกต้องและ ยกรับดับการทานอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทย นั่นคือสาเหตุที่เจ้าของร้านได้เลือกใช้คำว่า Ichizu มา เป็นชื่อร้าน ซึ่งมีความหมายว่า “วิถีเเห่ง"หรือ"การเกิดมาเพื่อทำสิ่งนั้นเพียงอย่างเดียว"เเละนี่คือ"วิถี เเห่งซูชิ" ของเรา
ทางร้าน Sushi Ichizu จึงได้มอบประสบการณ์การทานซูชิแบบดั่งเดิมและแท้จริงเรื่อยมา และในปี 2019-2020 นี้ ถือเป็นปีสุดท้ายของเชฟ Riku Toda ในฐานะ Executive chef ของทางร้านก่อนจะบิน กลับไปสู่ประเทศของตัวเอง และในปีนี้เองทางเชฟ Riku ของเราได้คัดเลือกตัวแทนและได้ซุ่มฝึกฝน เรื่อยมา เพื่อเตรียมพร้อมกับการรับช่วงต่อภาระและหน้าที่ของชื่อ Ichizu เอาไว้

จากรุ่นสู่รุ่น พรสววรค์และเคล็ดลับการปรุงอาหารแบบดั้งเดิมสไตล์เอโดเมะได้ถูกส่งต่อจาก ปรมาจารย์ Hachiro Mizutani เจ้าของร้านซูชิ มิชลิน3ดาว Sushi Mizutani ลูกศิษย์อันดับ 1 ของ เทพเจ้าซูชิ Jiro Ono ต้นตำหรับเอโดะมาเอะซูชิ (ปัจจุบันร้านSushi Mizutani ได้ทำการปิดตัวไปเเล้ว
เนื่องจากปรมาจารย์มิสึทานิเกษียณอายุ) และต่อมาได้ทำการย้ายมากฝึกกับสุดยอดเชฟซูชิพรสวรรค์ ของญี่ปุ่นยุคปัจจุบัน Takaaki Sugita เจ้าของร้าน Sushi Sugita ที่ล่าสุดได้ถูกโหวตจากชาวญี่ปุ่นให้ เป็นร้านซูชิอันดับ1 ของญี่ปุ่นในเวลานี้ การันตีด้วยรางวัลมากมายไม่ว่าจะเป็น Michelin Star หรือ Gold Medal Tablelog ส่งต่อให้ Riku Toda อดีต Sous Chef ของร้าน Sushi Sugita จนมารับหน้าที่ เป็น Executive chef ประจำร้าน Sushi Ichizu ผ่านความยากลำบากในการฝึกฝนและการอุทิศทั้ง กายและใจ อย่างเข้มข้นตลอดชีวิตที่ผ่านมาของเขา ด้วยความรักในการทำซูชิอย่างแท้จริง และตัว Riku เองก็ไม่เคยละทิ้งในการทำสิ่งที่ตัวเองรัก ยังคงฝึกฝนศิลปะการทำซูชิอย่างต่อเนื่องในทุกวัน จนถึงวันนี้ ได้ถึงเวลาแล้ว ที่เชฟริคุจะได้เป็นผู้ส่งต่อเคล็ดลับและประสบการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมาของตัว เขาให้เป็นมรดกกับ เชฟคนใหม่แห่ง Sushi Ichizu เชฟที่มากไปด้วยพรสวรรค์ เต็มเปี่ยมไปด้วยฝีมือ และ ความสามารถมากมายที่หลบซ่อนอยู่ในตัวเขา
กับเชฟ “Taigo Narizuka” อดีตรุ่นน้องจากร้าน Sushi Sugita และลูกศิษย์คนเดียวของเชฟ Riku Toda ผู้ที่พร้อมจะสื่อความหมายที่แท้จริงในหัวใจของคำว่า “Ichizu” หรือ “วีถีแห่ง” ในแนวทางกระทำ ซูชิของเขา ที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักในทุกด้านของความสามารถ เชฟ Taigo ถือเป็นผู้ที่คร่ำหวอด อยู่ในวงการอาหารญี่ปุ่นอย่างแท้จริงเลยก็ว่าได้ โดยตัวเชฟเริ่มต้นความรักในการทำอาหารจากคุณ พ่อตั้งแต่เด็กๆ โดยที่เชฟ Taigo ของเราไม่ได้เริ่มจากการเป็นเชฟซูชิเลย แต่เริ่มจากการทำอาหาร ญี่ปุ่นแบบ Izakaya และ Kaiseki จนอายุ 18 ปีได้มีโอกาศเข้ามาเรียนรู้การทำซูชิ จึงได้ค้นพบความ ชอบและความหลงใหลที่แท้จริง ว่าตัวเองเกิดมาเพื่ออะไร โดยตัวเชฟ Taigo จึงได้อุทิศตนให้กับการ เป็นเชฟซูชิอย่างเป็นทางการ
เชฟ Taigo ได้ฝึกฝนศาสตร์และศิลปะการทำซูชิเรื่อยมาด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี ในร้าน Michelin มากมายทั้งที่ญี่ปุ่นและต่างประเทศ จนเชฟ Riku ของเราเกิดเล็งเห็น พรสวรรค์และความตั้งใจที่เอ่อล้น ออกมากจากตัวเชฟ และด้วยบุคลิคที่น่ารัก เป็นมิตร จึงเป็นที่รักของคนรอบข้างและใครก็ตามที่ได้รู้จัก ทางเชฟ Riku จึงได้รับเชฟ Taigo มาเป็นลูกศิษย์และฝึกฝน เตรียมพร้อมอย่างหนักตลอดมา จนวันนี้ เชฟ Taigo ได้พิสุจน์ให้ทางผู้บริหารทุกคนและเชฟ Riku เห็นแล้วว่าตัวเขาพร้อมที่จะมารับช่วงต่อของ ร้าน Sushi Ichizu

โดยตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. ทางร้าน Sushi Ichizu จะมีการปรับเปลี่ยน เมนูคอร์สและราคา โดยแบ่งเป็น เคาน์เตอร์ออกเป็นสองห้อง โดยจะมีห้องของเชฟ Riku Toda ที่จะดำรงตำแหน่ง Executive Chef ของร้านในปี 2020 ช่วงกลางปี เป็นปีสุดท้าย โดยจะรับเฉพาะลูกค่า VIP เพียงไม่เกิน 8 ที่นั่งต่อรอบ เท่านั้น และ เคาร์เตอร์ของเชฟ Taigo Narizuka ที่จะมาดำรงตำแหน่ง Executive Chef เป็นรุ่นต่อไป โดยจะรับลูกค้า 10-12 ที่นั่งต่อรอบ

รายละเอียดของราคาในแต่ละคอร์ส

โดยจะแบ่งเป็นสองรอบเช่นเคย ในส่วนของเชฟ Riku จะมี 2 ราคาให้เลือกคือ คอร์ส 8,000 บาท จะ อยู่ที่ 18-19 เมนู และ คอร์สพิเศษอันใหม่ 12,000 บาท อยู่ที่ 20-22 เมนู และในคอร์สพิเศษ ทางร้าน ขอสงวนสิทธ์ในการรับเฉพาะผู้ที่ทำการจองล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วันขึ้นไปเท่านั้นโดยที่ลูกค้าสามารถ เลือกกับทางเชฟ Riku ได้ว่าอยากทานเมนูและวัถุดิบไหนเป็นพิเศษ สำหรับในส่วนของเชฟน้องใหม่ไฟ แรงอย่างเชฟ Taigo จะมี 2 ราคาให้เลือกอีกเช่นเคย โดยในส่วนของ นิกิริ คอร์ส จะอยู่ที่ 3,500 บาท 14-15 เมนู และคอร์สใหญ่จะอยู่ที่ 5,500 บาท 18-20 เมนู โดยรายการเมนูของเชฟทั้ง 2 ท่าน จะยัง ไม่รวมในส่วนของซุป ก่อนจบคอร์ส แต่รวมในส่วนของไข่หวานและของหวานแล้ว

-DinnerCoursesByRikuToda
Omakase Course 8,000 ++ Baht

-Special Omakase Course 12,000 ++ Baht ⠀

-DinnerCoursesByTaigoNarizuka
Nigiri Course 3,500++ Baht

-Omakase Course 5,500 ++ Baht

ในส่วนของวัถุดิบในแต่เมนูของเชฟแต่ละท่านก็จะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับความถนัดและความ เหมาะสม เปรียบเสมือนแนวเพลงที่จะบ่งบอกตัวต่อของผู้เขียน และสื่อทำนองออกมาผ่านการปรุง อาหารให้ลูกค้าคนสำคัญ ที่เปรียบเหมือนผู้ฟัง เชฟของเราจะทำการเลือกวัถุดิบที่ดีที่สุดของวัน ขึ้นอยู่ กับฤดูกาลของปลาโดยตรง ทำให้ในส่วนของวัถุดิบในแต่ละวันนั้นจะมีการเปลี่ยนไปเรื่อยๆ และไม่ เหมือนกัน


Share:

ช้อปปี้’ เอาใจแฟนบอล! เปิดตัว CR7 Official Store ในมหกรรม Shopee 11.11 Big Sale

เตรียมพาสุดยอดนักช้อป
บินเกาะขอบสนามฟุตบอลนัดสำคัญของ
‘คริสเตียโน โรนัลโด’ ไกลถึงอิตาลี
กรุงเทพฯ, 28 ตุลาคม 2562 -- ‘ช้อปปี้’ ผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ร่วมมือกับ ‘คริสเตียโน โรนัลโด’ นักฟุตบอลชื่อดังและแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุด เปิดตัว CR7 Offcial Store เป็นครั้งแรกบนอีคอมเมิร์ซประเทศไทย ในโอกาสเฉลิมฉลองการกลับมาของแคมเปญ Shopee 11.11 Big Sale ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา

สำหรับไฮไลท์สำคัญของการเปิดตัว CR7 Offcial Store ในครั้งนี้อยู่ที่
● นักช้อปจะได้พบกับสินค้าลิขสิทธิ์แท้จากแบรนด์ CR7 ที่มาพร้อมกับโปรโมชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะช่วง Shopee 11.11 Big Sale นี้เท่านั้น เปิดโอกาสให้ช้อปกันสนั่นในราคาสูงสุดถึง 20%
● ร่วมรับสิทธิ์เป็นผู้โชคดี บินลัดฟ้าสู่ประเทศอิตาลี พร้อมเกาะขอบสนามชม คริสเตียโน โรนัลโด โชว์ลวดลายการเตะลูกหนังมืออาชีพอย่างใกล้ชิด เฉพาะผู้ที่มียอดซื้อสูงสุดบน CR7 Official Shop ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม ถึงวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 เท่านั้น โดยผลผู้โชคดีจะประกาศให้ทราบในวันที่ 31 มกราคม 2563

‘ช้อปปี้’ เริ่มต้นความสำเร็จด้วยการจับมือกับ ‘คริสเตียโน โรนัลโด’ ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับโลกคนแรก พร้อมร่วมแสดงนำในภาพยนตร์โฆษณาชุดแรกที่เซอร์ไพรส์แฟนๆ จนกลายเป็นที่กล่าวถึงไปทั่วโลก  โดยมียอดรับชมแล้วกว่า 35 ล้านวิวบนช่องทางออนไลน์ คราวนี้ ‘คริสเตียโน โรนัลโด’ กลับมาโชว์สเต๊ปเต้น ‘Shopee Dance’ อีกครั้งในภาพยนตร์โฆษณาตัวล่าสุดของแคมเปญ Shopee 11.11 Big Sale ที่นักช้อปทั่วประเทศ จะได้พบกับสิทธิพิเศษมากมายอาทิ ส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ, สินค้าขั้นต่ำราคา 9 บาท และ สินค้าลดสูงสุด 50%
Share:

สำนักงาน กสทช. จัดกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมศักยภาพเครือข่ายภาคประชาชนระดับอำเภอด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม

สำนักงาน กสทช. โดยสำนักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (รท.) ได้จัดกิจกรรมเพื่อสร้างเสริมศักยภาพเครือข่ายภาคประชาชนระดับอำเภอด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ครั้งที่ 3 จังหวัดนครนายก สำหรับภาคตะวันออก ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร ณ ห้องราชพฤกษ์ ๓ ชลพฤกษ์ รีสอร์ท อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก
โดยได้รับเกียรติจาก นายบัญชา เชาวรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เป็นประธานเปิดการจัดกิจกรรมฯ และมี พันเอกวีรชาติ ศรีกังวาล รักษาการผู้อำนวยการสำนัก รท. เป็นผู้กล่าวรายงานและเป็นวิทยากรบรรยาย ในหัวข้อ “บริบทกิจการโทรคมนาคมไทยและการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ในยุคไทยแลนด์ 4.0” ให้แก่ผู้นำเครือข่ายระดับจังหวัด
และระดับอำเภอของภาคตะวันออก ภาคกลาง และกรุงเทพมหานคร จำนวน ๒๔ จังหวัด ได้แก่จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดสระแก้ว จังหวัดตราด จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดราชบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี และกรุงเทพมหานคร จำนวนกว่า 300 คน
สำหรับการจัดกิจกรรมฯในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจในประเด็นใหม่ๆ ที่เกี่ยวกับการใช้บริการโทรคมนาคม รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับผู้นำเครือข่ายภาคประชาชนให้มีความเข้าใจในสิทธิของผู้บริโภคอย่างถูกต้อง เพื่อจะนำความรู้ที่ได้รับในการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ไปเผยแพร่ให้กับสมาชิกในพื้นที่และชุมชนของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Share:

ลาซาด้า ประเทศไทย เข้าร่วมงาน Digital Thailand Big Bang 2019

อวดโฉมระบบนิเวศซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
เพื่อยกระดับการเชื่อมต่อและคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งาน
ลาซาด้า ประเทศไทย กับครั้งแรกของการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน Digital Thailand Big Bang 2019 ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมจัดแสดงนวัตกรรมของบริษัทที่ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นไปที่เทคโนโลยีด้าน Smart Logistics, Smart Traffic, Smart Home และ Smart Village เป็นหลัก ภายใต้แนวคิด “Enabling Thailand, Embracing ASEAN” ลาซาด้าแสดงให้เห็นว่าศักยภาพของบริษัทในการสร้างระบบนิเวศที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี      ที่จะมายกระดับการเชื่อมต่อให้ก้าวหน้าขึ้น ไม่เพียงแค่เฉพาะภายในประเทศเท่านั้น แต่รวมถึงการเชื่อมต่อเข้ากับอาเซียนทั้งภูมิภาค ซึ่งจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งานให้ดียิ่งขึ้น
แจ็ค จาง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ลาซาด้า ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “พวกเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงาน Digital Thailand Big Bang 2019 ที่จัดขึ้นในปีนี้ บริษัท ลาซาด้า ในฐานะผู้นำด้านอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตระหนักดีว่า ประสบการณ์อีคอมเมิร์ซที่เหนือกว่าไม่ได้เกิดขึ้นจากการนำองค์ประกอบต่างๆ ในห่วงโซ่อุปทานมาประกอบเข้าด้วยกันเท่านั้น หากแต่หมายถึงการสร้างระบบนิเวศที่แต่ละองค์ประกอบทำงานสอดคล้องกันอย่างไร้รอยต่อ โดยอาศัยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี การขนส่ง และระบบจ่ายเงิน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย กล่าวโดยสรุป หัวใจสำคัญก็คือการยกระดับการเชื่อมต่อประเทศไทยเข้ากับภูมิภาคอาเซียนให้ก้าวหน้าขึ้น ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย นี่คือสิ่งที่เราต้องการสื่อสารผ่านการเข้าร่วมงานในครั้งนี้”
ลาซาด้าเรียนเชิญทุกท่านเข้าร่วมงาน Digital Thailand Big Bang 2019 ซึ่งในปีนี้จะจัดขึ้นติดต่อกัน 4 วัน เพื่อมาสัมผัสเทคโนโลยีด้านนวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากลาซาด้าซึ่งจะเชื่อมต่อคุณเข้ากับวิถีชีวิตแบบ Smart Living สุดทันสมัย โดยตลอดการจัดแสดงงาน ผู้เข้าชมที่แวะเวียนมาที่บูธของลาซาด้าจะได้สัมผัสประสบการณ์ตรงเกี่ยวกับระบบนิเวศของลาซาด้าซึ่งขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ได้แก่ Smart Logistics, Smart Traffic, Smart Home และ Smart Village
Smart Logistic
โซนจัดแสดงระบบนิเวศของลาซาด้าที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการยกระดับการเชื่อมต่อให้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่เปี่ยมด้วยศักยภาพมาจัดแสดง เช่น Quicktron ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระบบขนส่งอัตโนมัติภายในโกดัง (Automated Guided Vehicle: AGV) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง เป็นต้น โดยระบบ Smart Logistics ของเราได้รับการออกแบบมาเพื่อให้การสนับสนุนทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย โดยประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับก็คือระบบนิเวศที่เชื่อมโยงถึงกันในแนวตั้ง ทำให้ผู้ใช้งานได้รับความปลอดภัยในการใช้งาน ความแม่นยำ ประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความรวดเร็ว ขณะที่ทั้งผู้ซื้อ    และผู้ขายจะได้รับประโยชน์มากขึ้นเมื่อเรายกระดับพวกเขาให้มีความพร้อมสำหรับเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น โดยได้แรงสนับสนุนจากนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาลคอยช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง
Smart Traffic
โซน Smart Traffic ที่นำมาจัดแสดง ณ บูธของลาซาด้าเป็นบริการภายใต้ Alibaba Cloud ซึ่งเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่เป็นแกนหลักของระบบการจัดการข้อมูลอัจฉริยะจาก Alibaba Group แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจัดการปัญหาด้านการจราจรที่มีความจำเป็นในปัจจุบัน อาทิ ระบบการตรวจจับเหตุการณ์ การวัดความแออัดของท้องถนน การนับยานพาหนะและการระบุจำนวน การตรวจจับความแออัด, การนับยานพาหนะและการจำแนก, การเพิ่มประสิทธิภาพสัญญาณไฟจราจร และการจำลอง     สภาพจราจร

Smart Home
โซน Smart Home ที่นำนวัตกรรมอุปกรณ์อัจฉริยะแบบควบคุมการสั่งงานด้วยเสียงจาก Tmall Genie ซึ่งออกแบบโดยศูนย์วิจัย A.I. ของ Alibaba มาจัดแสดง โดย Tmall Genie ได้ยกระดับประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์อัจฉริยะ เช่น การควบคุมบ้านด้วยระบบอัจฉริยะ การช้อปปิ้งผ่านเสียง การส่งอาหาร และการสตรีมเพลง
Smart Village
ลาซาด้าช่วยเชื่อมต่อประเทศไทยสู่ภูมิภาคอาเซียนและสู่เวทีโลก เปิดโอกาสให้ผู้ซื้อสามารถเลือกซื้อสินค้าได้จากทั่วทุกมุมโลก และเป็นการขยายตลาดไปสู่เวทีสากลให้กับผู้ขายด้วยในเวลาเดียวกัน      โดยโครงการที่นำมาจัดแสดงในงาน Digital Thailand Big Bang ในครั้งนี้คือโครงการ Smart Village Online ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างลาซาด้ากับกระทรวงพาณิชย์เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการภายในประเทศ รวมถึงผลิตภัณฑ์ OTOP และผลิตภัณฑ์จากชุมชนท้องถิ่น ผ่านการสร้างระบบสนับสนุนที่สอดคล้องกันทั้งระบบ และการสร้างชุมชนอีคอมเมิร์ซต้นแบบ
ลาซาด้าถือเป็นแพลตฟอร์มที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ด้วยจำนวนผู้ใช้งานกว่า 50 ล้านคนต่อปี และยอดขายที่เติบโตขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วงสามไตรมาสที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว และกำลังสร้างระบบนิเวศอีคอมเมิร์ซชั้นนำที่ประกอบไปด้วยคลังสินค้ากว่า 30 แห่งในกว่า 17 เมือง มีการคัดแยกพัสดุเองกว่า 75% ของพัสดุที่จัดส่งให้ลูกค้าทั้งหมด
ในฐานะแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับเรือธงของ Alibaba Group ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ลาซาด้าได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีของ Alibaba และความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจอย่าง Tmall Global และ AliExpress เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์อันหลากหลายให้กับภูมิภาค

 “การที่ลาซาด้าผนวกตัวเองเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเศรฐษกิจของ Alibaba ทำให้เกิดประโยชน์ต่อแบรนด์ และผู้บริโภคในภูมิภาคอาเซียนอย่างมหาศาล เพราะเป็นการเชื่อมต่อที่ส่งเสริมกระบวนการโลกาภิวัตน์ ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งขนาดและความเร็วในการขนส่งสินค้าไปทั่วทั้งภูมิภาคที่มีความหลากหลาย และทำให้เกิดการบูรณาการประสบการณ์แบบรวมศูนย์กลางไว้บนแพลตฟอร์มแนวไลฟ์สไตล์ของเราเพียงแพลตฟอร์มเดียว ตามกลยุทธ์ Shoppertainment” แจ็ค จาง กล่าว
กลยุทธ์ Shoppertainment ของลาซาด้ายังคงส่งมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งที่เหนือระดับอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยการควบรวมการช้อปปิ้งและความบันเทิงเข้าด้วยกันผ่านโครงการต่างๆ เช่น “See Now, Buy Now” ซึ่งเป็นงานแฟชั่นโชว์ที่ถ่ายทอดสดและมียอดผู้ชมกว่า 300,000 วิวในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย และแอป LazGame arcade ซึ่งมีเกมให้เลือกเล่นถึง 9 เกม ขณะที่ InStyle ที่เป็นแพลตฟอร์มเครือข่ายสังคมค้าขายออนไลน์ (social commerce) ชั้นนำในประเทศไทยก็เป็นพื้นที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ต่างๆ ของผู้ค้าชั้นนำบนโลกออนไลน์ 
ภายในงาน Digital Thailand Big Bang ลาซาด้าได้มีการมาจัดแสดงฟีเจอร์จาก Shoppertainmentได้แก่ LazLive และ LazVideo ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมต่อผู้ขายและลูกค้าเข้าด้วยกันแบบ Real-time เพื่อช่วยให้ผู้ขายสามารถต่อยอดธุรกิจและสร้างแบรนด์ได้ เทคโนโลยี LazVideo ที่ลาซาด้าทำงานประสานกับผู้ขายและผู้มีอิทธิพลบนโลกโซเชี่ยลเพื่อสร้างวิดีโอสอนใช้งานหรือรีวิวสินค้าเพื่อสนับสนุนการซื้อสินค้าของผู้บริโภคได้
บูธของลาซาด้าในงาน Digital Thailand Big Bang 2019 ตั้งอยู่ที่ BP19 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 28 - 31 ตุลาคม 2562 โดยที่บูธจะมีทั้งเกมสนุกๆ ให้เล่นบนเวทีและการแจกรางวัลส่วนลดพิเศษสำหรับแคมเปญ 11.11 ที่กำลังจะมาถึงอีกด้วย
เกี่ยวกับลาซาด้า
ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2555 ลาซาด้า กรุ้ป เป็นผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันมีผู้งานแอปพลิเคชันมากกว่า 50 ล้านคน ดำเนินธุรกิจในหกประเทศ ประกอบด้วย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ด้วยเทคโนโลยีที่ครบครัน พร้อมระบบโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง และเครือข่ายการชำระเงินที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ลาซาด้าสามารถเชื่อมต่อภูมิภาคขนาดใหญ่ที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติเข้าไว้ด้วยกัน ปัจจุบัน ลาซาด้าคือแพลตฟอร์มที่มีแบรนด์สินค้าและผู้ขายมากที่สุด พร้อมความมุ่งมั่นที่จะให้บริการเหล่านักช้อปออนไลน์กว่า 300 ล้านคนภายในปี พ.ศ. 2573 นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 เป็นต้นมา ลาซาด้าได้กลายเป็นแพลตฟอร์มที่สำคัญของกลุ่มอาลีบาบาในภูมิภาคแห่งนี้ที่ได้รับการขับเคลื่อนโดยโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด
เกี่ยวกับลาซไลฟ์
ลาซาด้าเปิดตัวลาซไลฟ์ครั้งแรกในเดือน พฤศจิกายน 2561 ซึ่งเป็นฟีทเจอร์ในแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ขายสามารถเข้าถึงลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ผ่านการทำไลฟ์ตรีมช้อปปิ้งและเอนเตอร์เทนเมนต์ ในปัจจุบัน มียอดผู้เข้ารับชมทั้งสิ้น 28,000,000 วิว นับตั้งแต่เปิดตัว โดยมียอดการทำไลฟ์บนแพลตฟอร์มเฉลี่ย 70 รอบในแต่ละวัน
เกี่ยวกับลาซวิดีโอ
ลาซาด้าเปิดตัวลาซวิดีโอในประเทศไทยครั้งแรกในเดือน ตุลาคม 2562 โดยมียอดเฉลี่ยการสร้างคลิปวิดีโอบนแพลตฟอร์มสูงกว่า 100 คลิปในแต่ละวัน ลาซวิดีโอ คือฟีทเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ขายสามารสร้างวิดีโอแนะนำคุณสมบัติสินค้า เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจซื้อให้กับลูกค้า
Share:

“ดีป้า” เปิดงาน “Digital Thailand Big Bang 2019” สุดยิ่งใหญ่! ชูแนวคิด “ASEAN Connectivity” รับเจ้าภาพประชุมผู้นำอาเซียน

28 ตุลาคม 2562, กรุงเทพมหานคร - สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดงาน “Digital Thailand Big Bang 2019: ASEAN Connectivity” มหกรรมแสดงเทคโนโลยีดิจิทัลระดับนานาชาติสุดยิ่งใหญ่
โดยได้รับเกียรติจาก   พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “บทบาทของประเทศไทยในเวที ASEAN Connectivity”  ก่อนมอบรางวัล Prime Minister’s Award และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระดับนานาชาติด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขณะที่ผู้เข้าชมงานจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับ 3 โซนหลัก และกิจกรรมต่าง ๆ มากมายบนพื้นที่ 40,000 ตารางเมตรของไบเทค บางนา ตลอด 4 วันของการจัดงาน
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมแสดงเทคโนโลยีดิจิทัลระดับนานาชาติ “Digital Thailand Big Bang 2019: ASEAN Connectivity” จัดโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า สังกัด กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) จากนั้นแสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “บทบาทของประเทศไทยในเวที ASEAN Connectivity” โดยระบุว่า การดำเนินนโยบายประเทศไทย 4.0 มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย และประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ของภาครัฐมาพัฒนากลุ่มคนและกลุ่มธุรกิจสำคัญ นั่นคือ เกษตรกร และ SMEs ซึ่งเป็นสัดส่วนประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ เพื่อยกระดับรายได้ให้ทั่วถึง หากสำเร็จประเทศไทยจะสามารถแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้น และก้าวสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้วได้ตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ
พลเอก ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เพื่อให้สอดคล้องกับการที่ประเทศไทยได้รับบทบาทประธานอาเซียนอีกครั้งหนึ่งในรอบ 10 ปี งาน Digital Thailand Big Bang 2019 จึงจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ASEAN Connectivity”
โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลร่วมกับกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน อาทิ การเพิ่มประสิทธิภาพอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง การสร้างแรงงานดิจิทัลที่มีทักษะผ่านระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาระบบการชำระเงินแบบดิจิทัล การเพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์ให้เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ การรวมตัวกันเพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกรรมระหว่างประเทศสมาชิก มีมาตรฐานและกฎระเบียบข้อบังคับที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงกระแสข้อมูลระหว่างประเทศ
“ปัจจัยดังกล่าวจะช่วยให้เศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขยายตัวได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน เพิ่มโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล และหากประชาชนช่วยกันสร้างเครือข่ายความร่วมมือ เพื่อใช้โอกาสจากเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการสร้างสรรค์ความก้าวหน้าให้กับภูมิภาค อาเซียนจะก้าวไปสู่การเติบโตด้วยกันอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนตลอดไป” นายกรัฐมนตรี กล่าว
ด้าน นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า การจัดงาน Digital Thailand Big Bang 2019 เป็นเหมือนสะพานเชื่อมให้ประชาชนเข้าถึงและสัมผัสประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลได้ง่ายยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดการต่อยอดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม นำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศให้ยั่งยืน ควบคู่กับการแสดงให้ต่างประเทศได้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยที่จะก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ มีความเชื่อมั่น และนำไปสู่การลงทุนในประเทศในที่สุด
นอกจากนี้ พลเอก ประยุทธ์ ยังได้ให้เกียรติมอบรางวัล Prime Minister’s Award  เพื่อประกาศความสำเร็จที่โดดเด่นของผลงานนวัตกรรมดิจิทัล ทั้งในระดับเยาวชน ชุมชนดิจิทัล ธุรกิจดิจิทัล Digital Startup และองค์กรดิจิทัล ทั้งหมด 5 สาขา ได้แก่ Digital Youth of the year, Digital Community of the Year, Digital Startup of the Year, Digital Organization of the Year และ Digital Entrepreneur of the Year
อีกทั้งเป็นสักขีพยานพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระดับนานาชาติด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมระหว่าง ดีป้า กับ State Government of Victoria, Australia Web Summit บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) รวมถึงการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) กับกระทรวงสาธารณสุข
สำหรับ Digital Thailand Big Bang 2019 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่บนพื้นที่กว่า 40,000 ตารางเมตรของศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา พร้อมสร้างปรากฏการณ์ “รวมพลคนดิจิทัล” โดยแบ่งพื้นที่การจัดงานออกเป็น 3 โซนหลัก ประกอบด้วย โซนที่ 1) Digital Economy การพัฒนาเมืองสู่เศรษฐกิจดิจิทัล นำเสนอเทคโนโลยีที่จะเป็นตัวกำหนดแนวโน้มโลกอนาคต
อาทิ เทคโนโลยี AI Internet of Things (IoT) และ Big Data โซนที่ 2) Digital Society พื้นที่แสดงถึงความสำคัญเกี่ยวกับทักษะด้านดิจิทัลที่จะเข้ามาขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะสังคมเกษตรกรรมที่เทคโนโลยีดิจิทัลจะเข้ามายกระดับคุณภาพชีวิต โซนที่ 3) Creativity พื้นที่รวบรวมเทคโนโลยีเพื่อการสร้างสรรค์จากหลากหลาย Startup นักพัฒนาเกม และเทคโนโลยีต่าง ๆ
ไฮไลท์สำคัญในงาน Digital Thailand Big Bang 2019 ประกอบด้วย
• การนำอากาศยานไร้คนขับ หรือ Drone มาประยุกต์ใช้ในหลากหลายรูปแบบ เพื่อประโยชน์เชิงสังคมในด้านต่าง ๆ อาทิ Recue Drone หรือ โดรนเพื่อการช่วยเหลือฉุกเฉิน พร้อมให้ลองนั่งในโดรนขนส่งคนแบบไม่ต้องไปไกลถึงต่างประเทศ
• ครั้งแรกในเมืองไทยกับประสบการณ์การเดินทางแห่งอนาคต “ไฮเปอร์ลูป” (Hyperloop)
• คอนเสิร์ต Featuring หลุดโลก ระหว่าง Robot KUKA (หุ่นยนต์คูกา) กับ ศิลปินจากค่าย Smallroom
• รวมตัวนักพูดด้านดิจิทัลระดับโลกที่คัดสรรมาอย่างดีโดยมืออาชีพอย่าง The Next Web นักจัด Tech Conference ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปจากประเทศเนเธอร์แลนด์ อาทิ Mike Walsh นักพูดด้านอนาคต
Javier Sobrino ผู้อยู่เบื้องหลังการวางแผนพัฒนา FC Barcelona Ines Caldeira สตรีผู้ทรงอิทธิพล Ray Chan จาก 9GAG.com Yasushi Ishihara จาก Konami รวมถึงผู้แทนจาก BuzzFeed AirBNB และอีกมากมาย
• เวทีแข่งขัน Startup ASEAN Pitching: Runway to Web Summit Thailand โดยกองทัพ Web Summit ผู้จัดงานมหกรรม Startup จากโปรตุเกส
• รวมโซลูชั่นด้านเมืองอัจฉริยะกับงาน Smart City Solution Week 2019 โดย Messe Frankfurt (เมสเซ่ แฟรงก์เฟิร์ต) ผู้นำด้านการจัดงานมหกรรมแสดงสินค้าระดับโลกจากประเทศเยอรมนี
• การรวมพลนักพูดของไทยในเวที Creative Talk พบ แอดมินเพจดัง อาทิ พ่อแหว่งจาก Little Monster | Just ดู IT. | Ad Addict และอีกมากมาย
• กิจกรรม ASEAN Startup HACKATHON ที่มีการดึงผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีร่วมระดมสมองหาโซลูชั่นตอบโจทย์การพัฒนาเมืองอัจฉริยะยั่งยืน
• ตื่นตากับความยิ่งใหญ่ของอุตสาหกรรมสื่อเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ (E-Edutainment) เปิดมุมมองใหม่การสร้างกำลังคนด้านเทคโนโลยีดิจิทัล เล่นเกมอย่างนักกีฬา พัฒนาเกมอย่างมืออาชีพ แก้ไขปัญหา “ติดจอไร้ประโยชน์” สู่ “ติดจอสร้างอนาคต”
• การแข่งขันอีสปอร์ตเกม ROV แมทช์ระเบิดจักรวาล
• Coding Arena ลานกิจกรรมเสริมทักษะด้านดิจิทัล
• การแข่งขันหุ่นยนต์เห่ยสร้างสรรค์ (เฮโบคอน)
ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงาน Digital Thailand Big Bang 2019 ได้ฟรี! ตั้งแต่วันนี้ - 31 ตุลาคมนี้ ณ ฮอลล์ EH98 – 104 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/digitalthailandbigbang

Share:

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Recent Posts

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

📲 (+66) 095 469 4415
✉️ Insightoutstory@gmail.com

Add Line📲 Click 👇👇

Translate

🚉 ช.ส.ท.พาเที่ยว นครฯ

Review By Nichapa

POPULAR NEWS

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก