นอกจากรางวัลจากการพิจารณาตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแล้ว ยังมีรางวัล Popular Vote ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจร่วมเลือกผลงานสื่ออินโฟกราฟิกที่ชื่นชอบ ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ DigiFam Awards และสื่อคลิปวิดีโอทางช่องยูทิวบ์ @Chulabhorn Royal Academy โดยเกณฑ์การให้คะแนนจะนับจากยอดไลก์ แชร์ และวิว
นอกจากกิจกรรม “Watsons Love is Love Pride Parade” เพื่อพื้นที่แห่งความหลากหลายในสังคม ในฐานะที่วัตสันดำเนินงานภายใต้ เอ.เอส.วัตสัน กรุ๊ป (A.S. Watson Group) ผู้ค้าปลีกด้านสุขภาพและความงามที่ใหญ่ที่สุดในโลก วัตสันจึงมุ่งมั่นให้ความสำคัญกับความเท่าเทียม ความหลากหลาย และการมีส่วนร่วมของผู้คนในองค์กร (DEI: Diversity, Equity and Inclusion) เรามีเป้าหมายที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สร้างสรรค์สังคมแห่งความหลากหลายที่ทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งได้ วัตสันมีนโยบายการปฏิบัติต่อบุคลากรและเพื่อนพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงโอกาสและมีสิทธิเท่าเทียมกันในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นโอกาสในการเรียนรู้ การเติบโต และโอกาสในการประสบความสำเร็จ รวมถึงช่วยให้พวกเขารู้สึกมั่นใจในการเป็นตัวของตัวเอง ด้วยความเชื่อว่าความแตกต่างคือเอกลักษณ์ที่สวยงาม และความหลากหลายคือนิยามของ The New Beautiful หรือความงามรูปแบบใหม่
คุณนวลพรรณ ชัยนาม ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด วัตสัน ประเทศไทย กล่าวว่า "กิจกรรม Watsons Love is Love Pride Parade ในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของเราในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับสังคม เพื่อให้ทุกคนได้แสดงออกด้านอัตลักษณ์ และสื่อสารความเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเสรี รวมถึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมความเท่าเทียมในสังคม เพราะเราเชื่อว่าการให้ความสําคัญในการยอมรับความแตกต่างและความหลากหลายทุกรูปแบบ จะก่อให้เกิดสังคมที่เท่าเทียมกันได้อย่างแท้จริง”
กิจกรรม Watsons Love is Love Pride Parade ในครั้งนี้ถือเป็นอีกความมุ่งมั่นของวัตสัน ประเทศไทย ในการมุ่งหน้าสานต่อแนวคิดขององค์กรที่ส่งเสริมความหลากหลาย (Diversity) ความเสมอภาค (Equity) และการไม่แบ่งแยก (Inclusion) เดินหน้าสนับสนุนความแตกต่าง พร้อมเป็นกระบอกเสียงเพื่อให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในสังคมด้วยการยอมรับมุมมองและตัวตนที่หลากหลาย เพื่อปลูกฝังวัฒนธรรมแห่งการไม่แบ่งแยกให้ได้ผลิดอกออกใบต่อไปในสังคม
ข้อมูลงานวิจัยใหม่จาก Mintel’s annual Global Outlook on Sustainability* ชี้วิกฤติการณ์ขาดแคลนน้ำเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ผู้บริโภครู้สึกวิตกเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว