กรมการท่องเที่ยว ชูแคมเปญ “Trust Me วางใจไปกับช้างชูงวง” ควงสื่อ ยืนยันมาตรฐาน การท่องเที่ยวไทย

กรมการท่องเที่ยวได้จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างมูลค่าให้มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย “ช้างชูงวงเริงร่า”โครงการส่งเสริมและสร้างมูลค่า (Value) เครื่องหมายมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ภายใต้แคมเปญ “Trust Me วางใจไปกับช้างชูงวง” เพื่อสร้างการรับรู้ และคุณค่าของตราสัญลักษณ์ และมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยให้เป็น ที่รู้จัก เและเป็นที่นิยมในนักท่องเที่ยวและสาธารณชนทั่วไป อีกทั้งเป็นการกระตุ้นและเชิญชวนให้ผู้ประกอบการที่มีอยู่มากมายทั่วประเทศ หันมาให้ความสำคัญต่อมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย และเข้าสู่มาตรฐาน เพิ่มมากขึ้น 

โดยใช้มาตรฐานการท่องเที่ยวไทยของกรมการท่องเที่ยว ที่มุ่งเน้นการมีคุณภาพและได้มาตรฐาน ทั้งด้านความสะอาด สะดวก ปลอดภัย เป็นธรรม และรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีอายุรับรองมาตรฐาน 3 ปี มีทั้งสิ้น 56 มาตรฐาน เช่น มาตรฐานที่พักเพื่อการท่องเที่ยว มาตรฐานด้านบริการ มาตรฐานกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว มาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว และมาตรฐานธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ เป็นเครื่องมือยกระดับผู้ประกอบการ ด้านการท่องเที่ยว และแหล่งท่องเที่ยว ให้มีการบริหารจัดการและให้บริการที่ดี โดยปัจจุบันมีสถานประกอบการ และแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยว กว่า 1,300 แห่ง

ซึ่งนักท่องเที่ยวและสาธารณชนทั่วไปสามารถเลือกใช้บริการสถานประกอบการและแหล่งท่องเที่ยว ที่ได้รับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ด้วยความมั่นใจ และเกิดความคุ้มค่าในการเลือกใช้บริการ ส่วนผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว และแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยก็ได้รับประโยชน์ ทั้งในมิติการยกระดับคุณภาพการให้บริการของสถานประกอบการ และสร้างความมั่นใจให้แก่นักท่องเที่ยว ตลอดจนการได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งสามารถสร้างรายได้และเกิดความยั่งยืนในการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น

นอกจากการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และคุณค่าของตราสัญลักษณ์ และมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยให้เป็นที่รู้จัก เและเป็นที่นิยมในนักท่องเที่ยวและสาธารณชนทั่วไปแล้ว กรมการท่องเที่ยว ยังได้จัดกิจกรรมส่งเสริมและประชาสัมพันธ์สถานที่ประกอบการ และแหล่งท่องเที่ยว ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทย โดยเชิญสื่อมวลชนกว่าร้อยชีวิตเข้าร่วมกิจกรรมสื่อสัญจร เดินทางท่องเที่ยว สัมผัสประสบการณ์การบริการอย่างมีคุณภาพ จากสถานประกอบการและแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวไทยจากกรมการท่องเที่ยว ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ น้ำตก ป่าไม้ ภูเขา ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ท พิพิธภัณฑ์ และร้านจำหน่ายสินค้าของฝาก โดยกำหนดเส้นทางท่องเที่ยวไว้ 2 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางสายอีสาน คือ กรุงเทพฯ - สระบุรี - นครราชสีมา และเส้นทางสายใต้ คือ พังงา - ภูเก็ต

มาตรฐานการท่องเที่ยวไทย ... เครื่องมือในการยกระดับสถานประกอบการด้านการท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวและชุมชน ให้มีคุณภาพมาตรฐาน 

โดยมีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานเป็นสัญลักษณ์ รูปช้างชูงวงเริงร่าประกอบลายประจำยาม ผู้ที่สนใจสามารถค้นหาสถานที่ได้รับมาตรฐานการรับรอง การท่องเที่ยวไทยได้ผ่านทางเว็ปไซต์ http://tts.dot.go.th และเฟสบุ๊ค Thailand Tourism Standard 

สำหรับผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว ที่ต้องการสมัครเข้ารับการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐาน การท่องเที่ยวไทย สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2141 3235 E-Mail : tsactourism@gmail.com
Share:

แร็ปเปอร์ไรม์สุดกวน “JARVIS” ปล่อยของชุดใหญ่ไฟกระพริบ ใน LIVE SESSION ผ่านช่องยูทูปของตัวเอง


ถือเป็นแร็ปเปอร์หนุ่มมาแรงอีกคนของวงการ JARVIS
 หรือ โฟ๊ค-พฤฒพงศ์  ผิวทองงาม หนุ่มน้อยไรม์สุดกวน!! เจ้าของเพลงไวรัลสุดฮิต คำพูดติดปากสุดๆ รวมทั้งมีคนนำเพลงไปแปลงเนื้อจนกลายเป็นไวรัลอย่างรวดเร็วทั่วเมืองเพลง “ผมอะ(Umm)” ได้ไปติด 1 ใน 6 Rookie Of The Month ศิลปินเอเชียน่าจับตามองของเอเชีย ประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ของ 88 Rising ซึ่งแน่นอนว่าหลายคนที่พึ่งจะรู้จัก JARVIS อาจจะยังไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เจ้าตัวได้มีเพลงที่เป็นไวรัล ฮิตสุดๆ มาแล้ว 1 เพลง กับเพลง “น้ำแดงน้ำส้ม” ที่เจ้าตัวมีความครีเอทสุดๆ เอาคำพูดที่เป็นจุดขายของมุขตลกชื่อดัง คุณแอนนา ชวนชื่น มาทำเป็นท่อนเพลงฮุคสุดเท่ กับที่ท่อนมาร้องว่า “มีน้ำแดงจะกินน้ำส้ม มีน้ำส้มจะกินน้ำแดง” ที่แค่ใครได้ฟัง ไปแค่รอบเดียวก็บอกเลยว่าติดหูสุดๆ ใครจะไปคิดว่าประโยคมุขเด็ดนี้จะถูกเอามาทำเป็นเพลงฮิต “น้ำแดงน้ำส้ม” ที่มียอดวิวสูงเกือบ 100 ล้านวิวแล้ว และรวมไปถึงเพลง “บึ้ดจ้ำบึ้ด” ที่ดึง GUNNER หรือ กันเนอร์-วิศรุจน์ จันทจร มาร่วมฟีทกันแบบสุดกวนฮา

ซึ่งทุกผลงานที่ปล่อยออกไปใน Version Original นั้นต่างก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแฟนๆ และ FC เป็นอย่างมาก และเพื่อเป็นการตอบแทนที่แฟนๆ รวมถึง FC ทุกคนให้การตอบรับทุกผลงานเพลงของ JARVIS ด้วยดีเสมอมา เจ้าตัวจึงขอปล่อยของแบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ โดย LIVE SESSION นี้ จะปล่อยทั้งหมด 3 เพลง เริ่มจากเพลงแรก เพลง “ผมอะ(Umm)”, เพลงที่สอง เพลง “น้ำแดงน้ำส้ม” และเพลงสุดท้าย เพลง “BJB (บึ้ดจ้ำบึ้ด)” นอกเหนือจากโชว์ปกติของ JARVIS จะมีแค่ กลองสด และ DJ แล้ว LIVE SESSION เพิ่มความพิเศษที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ด้วยการเพิ่มทั้งความมันส์ และความสดของ เครื่องดนตรีครบชิ้นอย่าง กลอง, คีย์บอร์ด, กีตาร์, เพิ่มสีสันด้วย ศิลปิน HYPER G เจ้าของเพลง “Sturdy” มาแจมเต้นในครั้งนี้ด้วย รวมทั้ง Hype Man อย่าง LINGOFKING ที่มา Hype ตลอดเพลง ให้ทุกคนได้ชมกันผ่านทาง LIVE SESSION แบบอลังการทั้งแสง สี เสียง รวมไปถึงมุมกล้อง ที่โชว์ถึงความยิ่งใหญ่อลังการของสถานที่ในการ LIVE SESSION ในครั้งนี้อีกด้วย

Live Performance ของ JARVIS จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่ได้สถานที่สุดโอ่อ่าอย่าง TOYOTA ALIVE SPACE  บางนา ที่ได้เอื้อเฟื้อสถานที่ให้กับแร็ปเปอร์มาแรงอย่าง JARVIS ในครั้งนี้ ซึ่ง TOYOTA ALIVE SPACE  บางนา เป็นสถานที่ที่ครบครันทั้งโซน Live Showcase ที่มีรถ Toyota รุ่นใหม่ก่อนใครมาโชว์ที่นี่ โซน Technology Showcase ที่โชว์ Technology ต่างๆ ของ Toyota โซนของพรีเมี่ยมสุด Limited ของ TOYOTA และ Gazoo Racing ที่นำเข้าจากญี่ปุ่นโซน E-Sport หรือที่มีเครื่อง Racing Simulator ให้เล่นผ่าน Playstation 5 รุ่นใหม่ล่าสุด และอีกหลากหลายโซนที่รอให้คุณสัมผัสนั่นเอง

ส่วนใครที่อยากเยี่ยมชมความยิ่งใหญ่อลังการของ TOYOTA ALIVE SPACE บางนา ก็สามารถเข้ามาเยี่ยมชมได้ทุกวัน หรือใครที่สนใจอยากทดลองขับรถรุ่นอื่นๆ ของ TOYOTA ก็สามารถไปทดลองขับกันได้ที่ TOYOTA ALIVE SPACE  บางนา โดยสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมและจองคิวทดสอบรถยนต์ล่วงหน้าได้ที่ Call Center 02-396-0777 แบบไม่มีค่าใช้จ่าย ก่อนไปอย่าลืมโหลดแอป “ALIVE MOVE” จาก TOYOTA ช่วยขับเคลื่อนความสุข เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ ที่สำคัญเขายังอำนวยความสะดวกด้วยบริการ #รถบัสฟรี สามารถนั่งได้ตั้งแต่เวลา 07.00 - 20.00 น. จุดรับ-ส่งอยู่ที่ BTS อุดมสุข , BTS บางนา , เซ็นทรัล บางนา , TOYOTA ALIVE SPACE บางนา และ รพ.ไทยนครินทร์ เพียงโหลดแอป ALIVE MOVE ก็สามารถเช็คเวลารถแบบเรียลไทม์ได้เลย นอกจากนี้ ALIVE MOVE ยังมาพร้อมสิทธิประโยชน์ดีๆ อีกมากมาย อาทิ คูปองส่วนลดร้านอาหารชื่อดัง ​, ส่วนลด 300 บาท จาก รพ.ไทยนครินทร์ , ส่วนลดที่ The Pavement Food Hall โดย เชฟหมึกแดง เป็นต้น ทั้งหมดนี้เพียงแค่คุณโหลดแอป ALIVE MOVE : http://bit.ly/3ZwLYsm เท่านั้น

แฟนๆ ท่านใดที่ยังไม่ได้ชม LIVE SESSION  สุดเจ๋งของแร็ปเปอร์หนุ่ม JARVIS สามารถเข้าไปชมได้ได้ทาง YouTube Channel : JV.Jarvis  (https://www.youtube.com/@JVJARVIS

JARVIS - BJB (บึ๊ดจ้ำบึ๊ด) [LIVE SESSION]

https://youtu.be/-wB35GRlsjs 

JARVIS - ผมอะ…(Umm) | (PHOM A Unm) [LIVE SESSION]

https://youtu.be/an-jx421zcM 

JARVIS - น้ำแดงน้ำส้ม (NAM DANG NAM SOM) [LIVE SESSION]

รับรองทุกคนต้องตกหลุมรักแร็ปเปอร์หนุ่มคนนี้อย่างแน่นอน และฝากติดตามผลงานที่ภายในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านเพลงที่กำลังจะปล่อย รวมทั้งได้เป็นหนึ่งใน Line Up ศิลปินไทย ที่ได้ขึ้นเวทีเทศกาลคอนเสิร์ตฮิปฮอประดับโลกอย่าง Rolling Loud วันที่ 13-15 เมษายน 2566 ณ The Legend Siam พัทยา จ.ชลบุรี ที่กำลังจะถึงนี้

ติดตาม JARVIS ได้ทุกช่องทาง

Facebook : https://www.facebook.com/JV.JARVISofficial/ 

Instagram : https://instagram.com/jv.jarvis?igshid=YmMyMTA2M2Y= 

Tiktok : https://www.tiktok.com/@jv.jarvis?_t=8VHbpGdmnGj&_r=1 

Line OA : https://lin.ee/YbXPyTm 

#JARVIS #TOYOTA #TOYOTAALIVESPACE #ALIVEMOVE

Share:

มูลนิธิธารศิลป์รักษ์จิตรกรจัดงานนิทรรศการ “ART IN THE GARDEN” ธารศิลป์ในสวนศิลป์

ตั้งแต่วันนี้ -30 เมษายน 2566

โดยมี ดร.ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ รองราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาเป็นประธานในพิธี รวมถึงคุณหญิงแสงเดือน ณ นคร, คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, คุณหญิงผะอบทิพย์ ศาตะมาน,หม่อมไฉไล ยุคล, ศ.ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์,เอิร์ธ สายสว่าง, 

ไพโรจน์ สังวริบุตร,  และ คุณลลิสา จงบารมี ประธานคณะกรรมการ มูลนิธิธารศิลป์รักษ์จิตรกรมาร่วมงานนี้ ณ มูลนิธิธารศิลป์รักษ์จิตรกร

สุขุมวิท 39





Share:

ศูนย์อาหารฮาลาลที่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ ถนนเจริญกรุง

สถานที่ท่องเที่ยวสุดชิลใจกลางเมือง เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนท์ (Asiatique The Riverfront) โกดังเก่าริมแม่น้ำเจ้าพระยา สไตล์ Shopping Street จุดเช็คอินถ่ายรูปของคนมีสไตล์ บนถนนเจริญกรุง 

เดินทางสะดวกสบาย จะนำรถยนต์มาเองหรือจะนั่งรถไฟฟ้า BTS ก็ได้ ถ้านั่ง BTS สามารถลงสถานีตากสินได้เลยค่ะ แล้วก็นั่งเรือรับ-ส่งของเอเชียทีคที่จะมาคอยรอรับนักท่องเที่ยวอยู่เป็นรอบๆ  บรรยากาศรอบข้างดีมากๆ ไม่เกิน 30 นาที ก็มาถึงที่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟรอนท์ 

ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวและช้อปปิ้งยามค่ำคืน ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่พลิกฟื้นพื้นที่โกดังเก่าให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ มีกิจกรรมให้ทำมากมาย ทั้งล่องเรือ ทานอาหาร บ้านผีสิง ม้าหมุน ชิงช้าสวรรค์ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความสุข มาตอนเย็นๆ บรรยากาศดีมาก มีจุดเช็คอินถ่ายรูปเก๋ ๆ หลายโซน 

ส่วนที่เป็นไฮไลท์คือ อาหารฮาลาล ที่ Halal Food Center เป็นศูนย์อาหารที่รวบรวมอาหารสำหรับชาวมุสลิม มีให้เลือกมากมาย ทั้งอาหารตามสั่ง ข้าวหมกไก่ ข้าวมันไก่  บาบีคิวไก่ เนื้อสะเต๊ะ ข้าวซอยเนื้อ-ไก่ กระเพาะปลา ขนมจีบ ซาลาเปา เปาะเปี๊ยทอด ปาท่องโก๋สเปน ตลอดจนเครื่องดื่มเย็นๆ น้ำผลไม้ปั่น ขนมหวาน ไอศกรีม เต้าฮวยนมสด และ กาแฟสด ฯลฯ 

บอกเลยว่ามีความหลากหลาย ใครที่เป็นสายกินพลาดไม่ได้แน่นอน นอกจากนี้ยังให้ความใส่ใจกับพี่น้องชาวมุสลิมเพราะภายในศูนย์อาหารมีห้องละหมาด มีระบบคัดกรอง ความปลอดภัยมาตรฐานด้านสุขอนามัยอีกด้วย

ข้อมูล เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ ฟร้อนต์ (Asiatique The Riverfront)
ที่อยู่ : 2194 ถนนเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ
พิกัด : https://goo.gl/maps/FN3kHvNxdTWoGS8y9
เปิดให้เข้าชม : 10.00-00.00 น.
โทร : 09-2246-0812
เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/Asiatique.Thail



Share:

โตโยต้า เดินหน้าต่อกิจกรรม T-SI The Wisdom Workshop รู้ครบ… จบทุกปัญหาธุรกิจ ครั้งที่ 3 จังหวัดกาญจนบุรี มุ่งเน้นปณิธาน “ส่งต่อความรู้สู่ความยั่งยืน”

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัด “กิจกรรม TSI-The Wisdom Workshop รู้ครบ… จบทุกปัญหาธุรกิจ” ครั้งที่ 3 “ตอนยอดขายร่วง ต้นทุนจม” ณ กลุ่มตัดเย็บเสื้อโปโล ฮาร์ท โอทอป จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 มีนาคม พ.ศ.2566 

โดยที่ผ่านมา ได้มีการจัดกิจกรรมไปแล้ว 2 ครั้ง ที่จังหวัดสระบุรี และขอนแก่น ซึ่งได้รับการตอบรับเข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างดี จากกลุ่มประชาชนผู้ทำธุรกิจ SME ในท้องถิ่น เข้ารับฟังแนวทางการเรียนรู้ของระบบการผลิตแบบโตโยต้า (TPS)  และหลักการไคเซ็น เพื่อนำไปเป็นแนวทางสำหรับประยุกต์แก้ไขปัญหา ปรับปรุงและพัฒนาธุรกิจของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ สู่การทำธุรกิจแบบมืออาชีพ ลดต้นทุน ลดความสูญเสีย และเพิ่มกำไรอย่างต่อเนื่อง 

คุณสานิต ชุนชี ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบการผลิตแบบโตโยต้า กล่าวว่า แนวคิด “ไคเซ็น” เป็นแนวคิดสำคัญที่โตโยต้า ตั้งใจถ่ายทอดสู่ชุมชน คำว่า “ไคเซ็น” มาจากภาษาญี่ปุ่น 改善 ซึ่งแปลว่า “การปรับปรุง โดยคำนี้มาจากคำว่า 改 – Kai ที่แปลว่า “การเปลี่ยนแปลง” และ 善 – Zen ที่แปลว่า “ดี” แนวคิด Kaizen จึงหมายถึงหลักในการปรับปรุงและพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เมื่อผสานกับหัวใจการผลิตของโตโยต้าคือ ส่งมอบของที่ใช่ ด้วยปริมาณที่ใช่ ในเวลาที่ต้องการ ควบคุมต้นทุนคุณภาพให้เหมาะสม ซึ่งจะนำไปสู่ความพึงพอใจของลูกค้า รายได้มั่นคงของพนักงาน และผลประกอบการที่ยั่งยืน

และสำหรับครั้งที่ 3 ณ กลุ่มตัดเย็บเสื้อโปโล ฮาร์ท โอทอป จังหวัดกาญจนบุรี ได้มีการวิเคราะห์ถึงปัญหาของธุรกิจก่อนเข้าร่วมโครงการ โดยคุณภูริตา จงไมตรีพร ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ บริษัท ฮาร์ท สปอร์ตแวร์ จำกัด กล่าวว่า ปัญหาที่ผ่านมาของการผลิต เกิดจากการ คิดเอง กะเอง เนื่องจากไม่รู้สถานการณ์จริงของธุรกิจ  อาทิ เช่น 

• สีไหนลูกค้าสั่งเยอะ, สีไหนกำลังมาแรง = น่าจะขายดี สั่งซื้อวัตถุดิบเพิ่ม 
• ขนาด, ไซส์ใด มีปริมาณน้อยลง = น่าจะขายดี สั่งผลิตเพิ่ม 
• สต็อกไว้ทุกสี ทุกไซส์ = เผื่อลูกค้าต้องการแบบไหนจะได้มีให้หมด 

ซึ่งผลที่ได้จากการคิดเอง กะเอง ได้แก่
• เกิดสต็อกสะสม 29,000 ตัว/เดือน
• ต้นทุนจมกว่า 3.7 ล้านบาท/ปี
• สต็อกค้างทิ้งไว้นาน ชำรุดเสียหายจนขายไม่ได้
• สต็อกเยอะเกินความจำเป็น กินพื้นที่จัดเก็บ 100%

หลังจากการเข้าร่วมกิจกรรมกับทางโตโยต้า กลุ่มตัดเย็บเสื้อโปโล ฮาร์ท โอทอป จังหวัดกาญจนบุรี ได้มีการประยุกต์แก้ไขปัญหา และปรับปรุงโดยเริ่มจากการ ขจัดปัญหาแบบไม่ต้องเดา แค่เก็บ “ข้อมูล/สถิติ” ด้วยการ

• ทำรายงานความเคลื่อนไหวของสต็อก ควบคุมการทำงานและสินค้าเข้า-ออก 
• ใช้สต็อกการ์ดที่ระบุข้อมูล เช่น รุ่น สี และขนาดเสื้อ เป็นตัวกำหนดจำนวนสินค้าที่ต้องมีและผลิต 

นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม คือ 
• รู้ข้อมูลยอดขายแต่ละวัน สีไหนขายดี แบบไหนขายได้ 
• รู้สต็อกปัจจุบันมีเท่าไร ควรลดหรือสต็อกอะไรเพิ่ม
• ลดสินค้าค้างสต็อกเหลือ 7,615 ตัว/เดือน
• ลดเงินจมเหลือ 1 ล้านบาท/ปี
• ลดพื้นที่การจัดเก็บสต็อกลง 70%

“จากการประยุกต์แนวทางการทำงาน มีการใช้เครื่องตรวจตำหนิของผ้า ทำให้ย่นระยะเวลา การทำงาน เพิ่มเวลาการผลิต  ลดของเสีย ทำให้ส่งสินค้าได้ทันระยะเวลา อีกทั้งปัจจุบันได้มีการพัฒนารูปแบบของสินค้า ตามความต้องการของลูกค้า ด้วยนวัตกรรมที่ทำให้มีรูปแบบของดีไซน์ทันสมัย โดดเด่น และตอบโจทย์มากยิ่งขึ้น”  คุณภูริตา กล่าว

ทางด้าน คุณบรรยง ชาญพิพัฒนชัย ผู้เชี่ยวชาญด้าน Lean & Six Sigma ได้ให้ความรู้เรื่องการจัดการระบบเพื่อกำจัดส่วนเกิน (ความสูญเปล่า) และทำความเข้าใจว่าการตรวจสอบสินค้า สร้างความสูญเปล่าได้อย่างไร เพื่อลดค้นทุนหลักในกระบวนการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างสูงสุด

ทั้งนี้ในกิจกรรมการอบรม ทางโตโยต้ายังต่อยอดและส่งต่อความรู้สู่ความยั่งยืน ให้กับธุรกิจชุมชนในพื้นที่ และทั่วประเทศ ด้วยการจัดสัมมนาแบบไฮบริด (เรียนผ่านออนไลน์ด้วยระบบ Zoom และเข้าร่วมสัมมนาที่ศูนย์การเรียนรู้ โตโยต้าธุรกิจชุมชนพัฒน์) ที่เหลืออีกจำนวน 3 ครั้ง ดังนี้

ครั้งที่ 4: วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน 2566 ณ องค์อร เฟอร์นิเจอร์ จังหวัดเชียงราย
ตอนงานซ้อน เงินจม ตัวการใหญ่ฉุดธุรกิจ เรียนรู้การจัดการทางการเงิน เพื่อสภาพคล่องที่ดี  
ครั้งที่ 5: วันพฤหัสบดีที่ 27 เมษายน 2566 ณ บริษัท 42 เนเจอรัลรับเบอร์ จำกัด จังหวัดสงขลา
ตอนจบปัญหาสินค้าดี แต่ไม่มีตลาด เรียนรู้เทคนิคการเพิ่มช่องทางการขาย ให้ธุรกิจขนาดเล็ก 
ครั้งที่ 6: วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม 2566 ณ บริษัท บริบูรณ์ คราฟท์ จำกัด จังหวัดชลบุรี
ตอนต้นทุนสูง กำลังผลิตต่ำ เรียนรู้กลยุทธ์การสร้าง Productivity สำหรับ SME 

อย่างไรก็ตามการจัดกิจกรรม TSI-The Wisdom Workshop รู้ครบ… จบทุกปัญหาธุรกิจ เป็นการต่อยอดจากส่วนหนึ่งของแผนการดำเนินงานภายใต้พันธกิจใหม่ของบริษัทฯ ในโอกาสการดำเนินงานในประเทศไทยครบรอบ 60 ปีที่ผ่านมา นอกจากได้เปิด “ศูนย์การเรียนรู้โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์” ครอบคลุมพื้นที่ครบทั้ง 6 ภูมิภาคทั่วประเทศแล้ว ยังมุ่งมั่นส่งต่อความรู้ให้แก่สังคมไทย เพื่อขับเคลื่อนความสุขสู่ผู้คนและส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนของสังคมภายใต้ “เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน” โดยโตโยต้ามุ่งหวังให้ศูนย์การเรียนรู้ฯ ทั้ง 6 แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนในประเทศไทย ผ่านการถ่ายทอดแนวความรู้ในการปรับปรุงธุรกิจ ส่งเสริมให้เกิดสังคมแห่งการแบ่งปันความรู้ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กลุ่มธุรกิจชุมชนทั่วประเทศสามารถนำไปต่อยอดในการขับเคลื่อนธุรกิจของตนเองและสร้างเสถียรภาพแก่เศรษฐกิจของประเทศต่อไป

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ :
ข้อมูลข่าวสารผ่านทาง T-SI Facebook Fan Page : www.facebook.com/toyotasocialinnovation
สมัครกิจกรรมสัมมนาผ่านทาง T-SI Website : https://toyotatsi.com/course



Share:

วธ. จัดพิธีบวงสรวงเทพยดา งาน “ใต้ร่มพระบารมี 241 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระมหากษัตริย์ไทย

วันที่ 20 เมษายน 2566 เวลา 08.19 น. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เป็นประธานในพิธีบวงสรวงเทพยดา งาน “ใต้ร่มพระบารมี 241 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” โดยมี พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ เป็นพราหมณ์ประกอบพิธีบวงสรวง พร้อมด้วยนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมงาน ณ ลานสังคีต พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

นายอิทธิพลกล่าวว่า รัฐบาล โดยกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐและเอกชน จัดงานเนื่องในโอกาสครบรอบปีการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2325 ต่อเนื่องมา ตั้งแต่ปี 2557 โดยการจัดงานครั้งนี้ เพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี รวมถึงสมเด็จพระบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์ในพระบรมราชวงศ์จักรี ที่ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองให้มีความผาสุกและเจริญรุ่งเรืองมาจนปัจจุบัน เป็นเวลา 241 ปีแห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ และส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ก่อให้เกิดความรัก ความสามัคคี และความภาคภูมิใจในความเป็นไทยร่วมกัน รวมทั้งยังช่วยสนับสนุนสินค้าของชุมชนต่าง ๆ ในกรุงเทพฯ เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้สู่ชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและฟื้นฟูการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 

งาน “ใต้ร่มพระบารมี 241 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 25 เมษายน 2566 ณ บริเวณรอบเกาะรัตนโกสินทร์ และวันที่ 21 เมษายน - 7 พฤษภาคม 2566 ณ สวนสันติชัยปราการ โดยในวันที่ 20 เมษายน 2566 ประกอบพิธีบวงสรวงเทพยดา ณ ลานสังคีต พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร วันที่ 21 เมษายน 2566 จัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายสมเด็จบูรพมหากษัตริยาธิราช และพิธีตักบาตรพระสงฆ์ 99 รูป ณ พระอุโบสถ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และพิธีเปิดงานฯ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และโรงละครแห่งชาติ

ภายในงานประดิษฐานภาพพระบรมฉายาลักษณ์และเครื่องราชสักการะ 10 รัชกาล พร้อมเปิดให้ประชาชนทำบุญไหว้พระรับพร เสริมสิริมงคล และเข้าชมแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม 21 แห่ง ประกอบด้วย 

1) พระบรมมหาราชวัง 2) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และโรงละครแห่งชาติ 3) สวนสันติชัยปราการ 4) พิพิธบางลำพู 5) วัดบวรนิเวศวิหาร 6) พิพิธภัณฑ์ตำรวจ วังปารุสกวัน 7) วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม 8) วัดชนะสงคราม 9) พิพิธภัณฑ์เหรียญกษาปณานุรักษ์ 10) วัดสระเกศ 11) หอศิลป์ร่วมสมัยราชดำเนิน 12) วัดราชนัดดาราม 13) วัดสุทัศนเทพวราราม 14) วัดประยุรวงศาวาส 15) วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม 16) มิวเซียมสยาม 17) วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม 18) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม 19) พิพิธภัณฑ์ศาลาว่าการกลาโหม 20) ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร และ 21) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ 


พร้อมรับชมการแสดงทางศิลปวัฒนธรรม ชมพิพิธภัณฑ์ยามค่ำ (Night Museum) การสาธิตอาหารโบราณและอาหารชาววัง ในรูปแบบตลาดย้อนยุค การจำหน่ายสินค้า และผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม 76 จังหวัด ผลิตภัณฑ์ Cultural Product of Thailand : CPOT / ของดี 50 เขต กทม. จุดถ่ายภาพย้อนยุคบริการประชาชน ฯลฯ  โดยมีรถ ขสมก.และรถรางนำชม บริการรับ - ส่ง ตามจุดต่างๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนวัฒนธรรม โทร. 1765


Share:

"มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองไทยไปฝรั่งเศสตามรอยเส้นทางการทูต ในรัชสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้ากรุงสยาม"

กรุงเทพฯ 18 เมษายน 2566 - คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ประกาศความร่วมมือกับมูลนิธิฉะเชิงเทราเพื่อการพัฒนา (CDF) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) บริษัท ท่าอากาศยานไทย ทาฟ่า โอเปอร์เรเตอร์ จำกัด (AOTTO) และ French National Research Institute for Agriculture, Food and Environment (INRAe) ในการสร้างต้นแบบการจัดระบบโซ่ความเย็นสำหรับผลิตผลการเกษตรที่เน่าเสียง่ายในระบบการขนส่งทางอากาศโดยใช้มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองทำการทดสอบการขนส่งทางอากาศจากประเทศไทยไปยังประเทศฝรั่งเศส และร่วมจัดแสดงในงาน Franco – Thai Innovation and Startup Week 2023 ณ กรุงปารีส ปประเทศฝรั่งเศล


ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ นายกสภาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และประธานมูลนิธิฉะเชิงเทราเพื่อการพัฒนา (CDF) กล่าวถึงโครงการ “มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองไทยไปฝรั่งเศสตามรอยเส้นทางการทูตในรัชสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้ากรุงสยาม” ที่ทาง สจล. นำมะม่วงจากเกษตรกรจังหวัดฉะเชิงเทราเข้าร่วมในการนำผลผลิตส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยใช้เทคโนโลยีระบบการจัดการโซ่ความเย็นที่พัฒนาขึ้นจากโครงการวิจัย สจล. ผ่านระบบการขนส่งทางอากาศนั้น 

ซึ่งเป็นผลดีกับเกษตรกรในด้านการได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสูงและรายได้ของเกษตรกรที่สูงขึ้น ยกระดับและเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งเกษตรกรชาวจังหวัดฉะเชิงเทราส่วนใหญ่นั้นหันมาประกอบอาชีพปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง เนื่องจากมีสภาพดินและน้ำเป็นดินตะกอนที่มีความเค็มเล็กน้อยและเป็นน้ำกร่อย ข้อได้เปรียบเช่นนี้ ทำให้ผลผลิตมะม่วงของจังหวัดฉะเชิงเทรามีรสชาติหวาน เนื้อนุ่ม และเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคอย่างมากทั้งในและต่างประเทศ จึงทำให้จังหวัดฉะเชิงเทรามีการปลูกมะม่วงอยู่ในอันดับต้นของประเทศไทย ที่ผ่านมาจากความร่วมมือของทั้งสองหน่วยงานระหว่าง สจล. และมูลนิธิฯ ได้เข้ามามีส่วนช่วยเกษตรกรชาวสวนมะม่วง อำเภอคลองเขื่อน จังหวัดฉะเชิงเทรา ในการพัฒนาคุณภาพการปลูกมะม่วง และรับซื้อมะม่วงเพื่อนำมาทำโมเดลต้นแบบสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงเป็นจำนวนมาก ซึ่งในอนาคตอาจจะแนวโน้มในการต่อยอดขยายตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศมากยิ่งขึ้น

รองศาสตราจารย์ ดร.สิรี ชัยเสรี ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กล่าวว่า ประเทศไทยถือเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรระดับแนวหน้าของโลก โดย “ผลไม้ไทย” ถือเป็นสินค้าเกษตรอันดับต้น ๆ ที่สร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) มีภารกิจหลักในการสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและภาคบริการ ด้วยการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม และผลักดันให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงเชิงพาณิชย์ โครงการวิจัยเรื่อง “การจัดการระบบโซ่ความเย็นและการกระจายอุณหภูมิในระบบโลจิสติกส์เพื่อสร้างมาตรฐานรับรองการขนส่งผลิตผลเกษตรพรีเมียมทางอากาศ” โดย ผศ. ดร.พิมพ์เพ็ญ พรเฉลิมพงศ์ และทีมวิจัย จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ถือเป็นโครงการเด่นที่ได้รับการจัดสรรทุนวิจัยจาก บพข. โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาและสร้างความแข็งแกร่งของระบบและมาตรฐานโซ่ความเย็น (cold chain) ร่วมกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เสาหลักด้านการขนส่งทางอากาศของประเทศไทย และความร่วมมือด้านวิจัยกับ French National Research Institute for Agriculture, Food and Environment (INRAE)

บพข. ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จก้าวแรกของทีมวิจัยจาก สจล. ที่จะได้ทดสอบการขนส่งจริงทางอากาศของมะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ด้วยระบบการจัดการโซ่ความเย็นที่พัฒนาขึ้นจากโครงการวิจัยนี้ จากสวนในจังหวัดฉะเชิงเทรา ไปยังประเทศฝรั่งเศส ผ่านทาง “Perishable Premium Lane (PPL)” ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย ทาฟ่า โอเปอร์เรเตอร์ จำกัด (AOTTO) ที่จะช่วยยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน เพิ่มมูลค่า สร้างความสามารถในการแข่งขันให้กับมะม่วงน้ำด

อกไม้สีทองของไทย ผลงานวิจัยนี้จะเป็นต้นแบบระบบโซ่ความเย็นมาตรฐานการขนส่งทางอากาศของประเทศไทย อันจะนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งของระบบโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นหัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เฉกเช่นเส้นทางการทูตในรัชสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้ากรุงสยาม
รองศาสตราจารย์ ดร.สมยศ เกียรติวนิชวิไล คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า Factory classroom คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. ได้เล็งเห็นความสำคัญของการสร้างผลไม้ไทยให้เป็น soft power จึงทำการวิจัยเพื่อส่งผลไม้สดคุณภาพดีไปยังต่างประเทศ 

โดยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) มูลนิธิฉะเชิงเทราเพื่อการพัฒนา (CDF) และความร่วมมือจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย ทาฟ่า โอเปอร์เรเตอร์ จำกัด (AOTTO) และ French National Research Institute for Agriculture, Food and Environment (INRAE) ประเทศฝรั่งเศส งานวิจัยดังกล่าวได้ใช้มะม่วงที่เป็นหนึ่งในผลไม้สยาม (SIAMESE FRUITS) ตามรอยเส้นทางความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-ฝรั่งเศส ตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ทั้งนี้ ทางสถาบันจึงได้ทำการทดสอบการขนส่งมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองจากจังหวัดฉะเชิงเทราไปยังประเทศฝรั่งเศส เพื่อเป็นการรำลึกถึงเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ ผู้อุทิศที่ดินสร้าง สจล. และเป็นราชทูตพิเศษของสยามไปฝรั่งเศสถึงสองครั้ง นอกจากนี้ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองจะนำไปจัดแสดงที่งานแสดงนวัตกรรมและธุรกิจสตาร์ทอัพที่ประเทศฝรั่งเศส ในช่วงเดือนเมษายนนี้ นับเป็นโอกาสที่ทาง สจล. จะได้แสดงศักยภาพทางด้านผลงานวิจัย ตามนโยบายของ สจล. ที่มุ่งเน้นนำนวัตกรรมผลงานวิจัยสู่ระดับสากล Global Engineering พร้อมมุ่งสู่การเป็นเจ้าแห่งนวัตกรรม The Master of Innovation

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิมพ์เพ็ญ พรเฉลิมพงศ์ หัวหน้าโครงการ "การจัดการระบบโซ่ความเย็นและการกระจายอุณหภูมิในระบบโลจิสติกส์เพื่อสร้างมาตรฐานรับรองการขนส่งผลิตผลทางการเกษตรพรีเมียมทางอากาศ" กล่าวถึง งานวิจัยทางด้านประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและฝรั่งเศส ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ หนึ่งในคณะทูตคือเจ้าหมื่นไวยวรนารถ (วร บุนนาค) หรือเจ้าพระยาสุรวงษ์ไวยวัฒน์ ผู้อุทิศที่ดินในการสร้างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และเป็นราชทูตพิเศษของสยามไปฝรั่งเศสถึงสองครั้ง ในรัชสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้ากรุงสยาม

สำหรับจุดประสงค์ในด้านการวิจัยนี้ เพื่อพัฒนาต้นแบบการจัดการระบบโซ่ความเย็นสำหรับผลิตผลเกษตรเน่าเสียง่ายทางอากาศ ที่ต้องควบคุมตลอดเส้นทางการขนส่งโดยใช้มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ซึ่งจะทดสอบการขนส่งจากประเทศไทยไปยังประเทศฝรั่งเศสเป็นกรณีศึกษา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์คือสภาวะอุณหภูมิอากาศและอุณหภูมิของผลผลิตในการขนส่งในปัจจุบัน แล้วจึงนำผลมาทดลองร่วมกับระบบห้องจำลองสภาวะอากาศ บรรจุภัณฑ์ อุปกรณ์ขนส่ง ขนถ่าย โดยใช้ตัวอย่างผลไม้ ในการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ เพื่อทราบการกระจายอุณหภูมิและวิเคราะห์ตำแหน่งวิกฤต พร้อมหาแนวทางแก้ไขเพราะการทดลองภาคสนามทำได้จำกัดเนื่องจากมาตรการด้านความปลอดภัยทางอากาศ จากนั้นจึงทำการทดสอบยืนยันความถูกต้องในภาคสนามอีกครั้งเพื่อพัฒนาแนวปฏิบัติที่ดี (Guideline) สู่การสร้างมาตรฐานรับรองการขนส่งผลิตผลเกษตรพรีเมียมทางอากาศ  ผลงานวิจัยนี้ได้รับความร่วมมือจากองค์กรต่างๆ มากมาย อาทิ การสนับสนุนทุนวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.)
 และความร่วมมือในการขนส่งผ่าน Premium lane ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย ทาฟ่า โอเปอร์เรเตอร์ จำกัด และการตรวจวิเคราะห์คุณภาพที่ French National Research Institute for Agriculture, Food and Environment (INRAE) ประเทศฝรั่งเศส และนับอีกหนึ่งโอกาสสำหรับผลงานวิจัยนี้ที่ได้รับคัดเลือกให้นำไปจัดแสดงในงาน Franco – Thai Innovation and Startup Week 2023 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ระหว่างวันที่ 20 เมษายน ถึง 4 พฤษภาคม 2566 นี้

Share:

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Recent Posts

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

📲 (+66) 095 469 4415
✉️ Insightoutstory@gmail.com

Add Line📲 Click 👇👇

Translate

🚉 ช.ส.ท.พาเที่ยว นครฯ

Review By Nichapa

POPULAR NEWS

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก