ผ่อนคลายรับสงกรานต์ เชิญมาพักผ่อน ทำสปา ที่โอเอซิส ทุกสาขา

 

สงกรานต์หรรษา 

-------------------  

หยุดยาวปีนี้ เชิญมาพักผ่อน

ทำสปา ที่โอเอซิส  ทุกสาขา

เปิดทุกวัน ตั้งแต่

 10.00 -22.00 น 

ไม่มีวันหยุด•••

สอบถามข้อมูลการจอง

ทักไลน์ (LINE messenger) @oasisspa 

หรือโทร...

ได้ที่ 02 262 2122

We are open everyday during Songkran Festival 

(12 o'clock) 10.00 -22.00 

Open Daily. (phone)

RSVN 02 262 2122



Share:

ททท. ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ จัดกิจกรรม “น้ำทิพย์ปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ประจำปี 2566” ฟื้นประเพณีล้านนาโบราณ เสริมสิริมงคลรับสงกรานต์นี้

ในวันนี้ 10 เมษายน 2566 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าด้านตลาดในประเทศ ททท. ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ร่วมทำพิธีหุงน้ำทิพย์ (วันสิทธิโชค) โดยจะนำน้ำศักดิ์สิทธิ์ จาก 9 แหล่งน้ำสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ มาทำพิธีหุงน้ำทิพย์รวมทั้งมีการทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ณ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร บริเวณลานชมวิว เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อผู้ที่ได้รับน้ำทิพย์ 

สำหรับกิจกรรม “น้ำทิพย์ปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ประจำปี 2566” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-16  เมษายน 2566 โดยวันที่ 10 เมษายน 2566 เป็นวันทำพิธีหุงน้ำทิพย์ (วันสิทธิโชค) จะมีการจัดพิธีหุงศักดิ์สิทธิ์ จาก 9 แหล่งน้ำสำคัญในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ วัดป่าแดด/ วัดพุทธเอ้น/ อ่างกาหลวง/ ขุนน้ำแม่ปิง/ วัดธาราทิพย์ชัยประดิษฐ์/ วัดผาลาด/ วัดดับภัย/    

วัดบุพพาราม และ วัดเจดีย์เหลี่ยม รวมทั้งมีการทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์ 

ณ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร บริเวณลานชมวิว เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อผู้ที่ได้รับน้ำทิพย์ จากนั้นนักท่องเที่ยวสามารถรับน้ำทิพย์ปี๋ใหม่เมือง ได้ตั้งแต่วันที่ 12 – 16 เมษายน 2566 ณ จุดแจกน้ำทิพย์ จำนวน 9 จุด ในตัวเมืองเชียงใหม่ ได้แก่ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร/ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร/ วัดโลกโมฬี/ วัดบุพพาราม/ วัดป่าแดด/ วัดดับภัย/ ศูนย์การค้าเมญ่า/ เซ็นทรัลเฟสติวัล/ เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต 

นอกจากนี้ ททท. ยังได้มอบสิทธิพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยว ภายใต้แนวคิด “อะเมซิ่ง โลคัล...ล้ำลำ” โดยเชิญชวนนักท่องเที่ยวให้มาสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy) 

ทั้งเมนูท้องถิ่นแบบลำๆ หรือจะเหนือระดับไปกับเมนูมิชลิน รวมทั้งชวนเดินทางท่องเที่ยวสายศรัทธา สักการะวัด 7 แห่ง ได้แก่ วัดป่าแดด/ วัดพุทธเอ้น/ วัดธาราทิพย์ชัยประดิษฐ์/ วัดผาลาด/ วัดดับภัย/ วัดบุพพาราม/ วัดเจดีย์เหลี่ยม ซึ่งมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกนำมาใช้ในการหุงน้ำทิพย์ เนื่องจากเป็นวัดโบราณที่มีสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมที่มีความสวยงาม มีประวัติเรื่องราวที่ถูกถ่ายทอดส่งต่อจากอดีตจนถึงปัจจุบันให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมฯ สามารถสอบถามข้อมูลการจัดกิจกรรมน้ำทิพย์ปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่ ได้ที่ ททท. สำนักงานเชียงใหม่ โทร. 053 248 604 หรือแฟนเพจเฟสบุ๊ก ททท.สำนักงานเชียงใหม่

#ปี๋ใหม่เมืองเชียงใหม่2023

#365วันมหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน

#amazingthailand

Share:

เริ่มแล้ว! TAPA2023 งานแสดงชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน 5 – 8 เมษายนนี้ ณ ไบเทค บางนา

กรุงเทพฯ 5 เมษายน 2566 – นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน TAPA 2023 หรือ งานแสดงสินค้าชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง ครั้งที่ 9 โดย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับ สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) สมาคมผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์และอะไหล่ทดแทนไทย (TAPAA) สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย (THAI SUBCON) และ สมาคมผู้ค้าอะไหล่วรจักร (WASA) ภายใต้แนวคิด “Sustainable for The Future” งานที่รวบรวมผู้ผลิตสินค้าชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่ง กว่า 455 บริษัท 787 คูหา จากไทยและทั่วเอเชีย 5 - 8 เมษายน นี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค EH 102 - 104 

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า “อุตสาหกรรมชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์และอุปกรณ์ตกแต่ง เป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญอย่างมากต่อเศรษฐกิจไทย มีการจ้างงานภายในประเทศกว่า 550,000 คน มูลค่าการส่งออกชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์และอุปกรณ์ตกแต่ง รวมถึงผลิตภัณฑ์ยางสำหรับยานพาหนะ เฉลี่ย 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 640,000 ล้านบาทต่อปี คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 5.5 ติดอันดับ 1 ใน 4 ของสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกสูงสุดของประเทศไทย และไทยยังเป็นฐานการผลิตรถปิคอัพและรถยนต์ประหยัดพลังงานที่มีศักยภาพอีกด้วย โดยมีตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และ อินโดนีเซีย โดยมีส่วนประกอบและอุปกรณ์รถยนต์  เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบลูกสูบและส่วนประกอบ และส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ เป็นสินค้าส่งออกสำคัญ

สำหรับงาน TAPA 2023 ครั้งนี้ เป็นการกลับมาจัดงานเต็มรูปแบบอีกครั้งในรอบ 5 ปี ซึ่งนอกจากจะช่วยส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของแหล่งผลิตและส่งออกสินค้าชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งของโลก และพัฒนาอุตสาหกรรมชิ้นส่วน อะไหล่ยานยนต์ภายในประเทศแล้ว ยังสอดรับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG ผ่านการจัดแสดงนิทรรศการภาพลักษณ์อุตสาหกรรมฯ “Sustainable for the Future” สร้างความตระหนักให้กับผู้ประกอบการและนักธุรกิจที่เข้าร่วมงานแสดงสินค้ากว่า 455 บริษัท 787 คูหา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการก้าวสู่การสร้างธุรกิจแบบยั่งยืน ซึ่งงาน TAPA 2023 นี้จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ และอุปกรณ์ตกแต่งของประเทศไปสู่ตลาดโลก สร้างโอกาสทางการค้า ตลอดจนผลักดันประเทศไทยให้เป็นผู้นำของอุตสาหกรรม ทั้งในระดับภูมิภาค และระดับโลกได้อย่างยั่งยืน”

Share:

อเมริกันสแตนดาร์ดเผยอัตลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ มุ่งสร้างสรรค์บ้านที่ผู้อยู่อาศัยจะต้องหลงรักในทุก ๆ วัน รักที่ที่คุณอยู่ ไม่ว่าคุณจะเป็นใครหรืออยู่ที่ไหน - LIFE. LOVE. HOME

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย, 15 กุมภาพันธ์ 2566 – อเมริกันสแตนดาร์ด หนึ่งในแบรนด์สุขภัณฑ์ที่โดดเด่นที่สุดและเป็นส่วนหนึ่งของลิกซิล (LIXIL) ผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์เพื่อการจัดการน้ำและที่อยู่อาศัย เปิดตัวอัตลักษณ์ใหม่ของแบรนด์เพื่อใช้ในการสื่อสารทั่วโลก แบรนด์อเมริกันสแตนดาร์ดเติบโตอย่างเป็นปรากฏการณ์ทั่วโลก โดยอัตลักษณ์ใหม่ของแบรนด์เป็นการนำเอาแง่มุมที่แตกต่างของแบรนด์ที่สั่งสมมาในช่วงเวลาหนึ่งมาผสานกันเป็นหนึ่งเดียวด้วยการสะท้อนความรู้สึกเห็นอกเห็นใจและความใกล้ชิดกับผู้บริโภค พร้อมข้อความสื่อถึงคุณค่าใหม่ของแบรนด์ว่า LIFE. LOVE. HOME ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีการฉลองความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ด้วยงานเปิดตัวที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยมีแขกผู้มีเกียรติและบุคคลสำคัญเข้าร่วมงานมากกว่า 200 คน

เชื่อถือได้ ดึงดูดใจ และเป็นผู้บุกเบิกในทุกย่างก้าว 

เป็นเวลากว่าศตวรรษที่แบรนด์อเมริกันสแตนดาร์ดมุ่งมั่นในพันธกิจช่วยเหลือผู้คนให้สามารถสร้างบ้านที่ผู้อยู่อาศัยจะต้องหลงรักในทุก ๆ วัน แบรนด์เข้าใจเสมอมาว่าทุกอย่างเริ่มต้นจากการที่คนแต่ละคนปรารถนาชีวิตที่ดีขึ้น และแบรนด์ได้ออกแบบและพัฒนาโซลูชันสำหรับห้องน้ำและห้องครัวให้สอดคล้องกับแนวคิดนี้

ตั้งแต่บ้านไปจนถึงโรงแรม อ่างอาบน้ำหลักไปจนถึงอ่างล้างจานในครัว วิทยาลัยไปจนถึงสนามกีฬา ผู้บริโภคต่างไว้วางใจและยังคงเลือกใช้โซลูชันของอเมริกันสแตนดาร์ดเพื่อสร้างสรรค์พื้นที่ที่น่าดึงดูดใจ ใช้งานง่าย และสะดวกสบาย แบรนด์มีความมุ่งมั่นต่อผู้บริโภคด้วยการสร้างโซลูชันเชิงนวัตกรรมและมีจุดมุ่งหมายที่ช่วยให้พวกเขาเพลิดเพลินไปกับทุกช่วงเวลาของชีวิตกับคนที่พวกเขาใส่ใจมากที่สุด

อัตลักษณ์ใหม่ของแบรนด์อเมริกันสแตนดาร์ดที่ใช้พร้อมกันทั่วโลกสร้างมาจากแนวคิดที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน โดยกลับมามุ่งเน้นการปรับปรุงบ้านทั่วโลกให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนสร้างบ้านที่พวกเขาจะรักมันได้ในทุก ๆ วัน ตามข้อความสื่อถึงคุณค่าของแบรนด์ว่า “LIFE.LOVE.HOME” รวมถึงภาพที่แบรนด์ใช้สื่อสารความเป็นอเมริกันสแตนดาร์ด และ "American Standard Red" ที่สื่อถึงความรักและความหลงใหลในสิ่งที่ทำนั้น ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้นกับผู้บริโภค American Standard Red จะผนึกหลากหลายช่องทางที่เป็นจุดสัมผัสของผู้บริโภคกับแบรนด์ (consumer touchpoints) ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ตลอดจนเรื่องบรรจุภัณฑ์ไว้ด้วยกันอย่างชัดเจนเพื่อการฟื้นคืนความมีชีวิตชีวาของประสบการณ์ที่ผู้บริโภคจะได้สัมผัสกับหลากหลายมิติแบบไร้รอยต่อ

งานแสดงผลิตภัณฑ์อเมริกันสแตนดาร์ด

อัตลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ได้เปิดตัวในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 ที่งาน American Standard Trade Event ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยมีแขกรับเชิญร่วมงานฉลองเปิดตัวมากกว่า 200 คน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้า สถาปนิก นักออกแบบ และสื่อมวลชนจากทั่วภูมิภาค

งานแสดงผลิตภัณฑ์ที่จัดต่อเนื่องหลายวันครั้งนี้ประกอบด้วยเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นของผู้นำทางความคิดและกิจกรรมทางการค้าต่าง ๆ รวมถึงกิจกรรม American Standard Design Catalyst L!VE (ASDC L!VE) ซึ่งเป็นงานอภิปรายประเด็นที่กำลังเป็นที่สนใจและกระตุ้นความคิดเกี่ยวกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี รูปแบบการใช้ชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียนและความยั่งยืน ตลอดจนแนวคิดการสร้างสรรค์พื้นที่อัจฉริยะ โดยงาน ASDC L!VE มาในธีม 'Design Thinking Meets Urbanization' ซึ่งได้รับเกียรติจากสถาปนิก นักออกแบบ และวิทยากรชั้นนำในอุตสาหกรรมมาร่วมอภิปราย 

ซาโตชิ โคนาไก ลีดเดอร์ LIXIL Water Technology ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ลิกซิลรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้นำเสนออัตลักษณ์ใหม่ของอเมริกันสแตนดาร์ดในระดับโลกเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องอย่างกระตือรือร้น ในเอเชียแปซิฟิก แบรนด์นี้ได้สร้างความไว้วางใจจากโซลูชันสำหรับห้องน้ำและห้องครัวที่อัดแน่นด้วยนวัตกรรม เชื่อถือได้ และให้ความสะดวกสบายในการใช้งาน เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ตอกย้ำภาพความเห็นอกเห็นใจและความใกล้ชิดกับผู้บริโภคของแบรนด์อเมริกันสแตนดาร์ดให้หยั่งลึกมากขึ้น ด้วยคำว่า LIFE.LOVE.HOME. ที่ตรงกับความปรารถนาและไลฟ์สไตล์ของผู้คนเพื่อสร้างบ้านที่พวกเขาจะรักมันได้ในทุก ๆ วัน”

“งาน ASDC L!VE ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีด้วยการผสมผสานรูปแบบการจัดงานทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เรายินดีที่ได้รวบรวมวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกเพื่อหารือเกี่ยวกับความท้าทายที่แวดวงสถาปัตยกรรมและการออกแบบต้องเผชิญเกี่ยวกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ความยั่งยืน และการเติบโตของสังคมเมือง เรา คาดหวังว่าจะได้เข้าไปมีส่วนร่วมมากขึ้นและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเหล่านี้ร่วมกับพันธมิตรและผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมของเรา” มร. โคนาไก กล่าวเสริม

ในงานเปิดตัวยังมีการจัดแสดง American Standard Loven Collection ซึ่งเป็นการเปิดตัวคอลเลกชันแรกภายใต้อัตลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ Loven Collection นี้ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงความสวยงามเชิงสุนทรียศาสตร์เพื่อให้มั่นใจได้ว่าห้องน้ำทุกห้องจะดูสวยงามและลงตัว ความสมบูรณ์ของคอลเลกชันห้องน้ำในขนาดที่พอเหมาะใช้พื้นที่น้อย จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับโครงการที่อยู่อาศัยในเมือง เช่น คอนโดมิเนียม

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของอเมริกันสแตนดาร์ด - https://www.americanstandard.co.th 

เกี่ยวกับอเมริกันสแตนดาร์ด

เป็นเวลา 150 ปีมาแล้วที่เราได้ทำภารกิจในการช่วยเหลือผู้คนให้สามารถสร้างบ้านที่พวกเขาจะรักมันได้ในทุก ๆ วัน เราได้ออกแบบห้องน้ำและห้องครัวที่ดียิ่งขึ้นเพื่อการใช้งานทั่วโลกด้วยการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่แม้แต่ตัวผู้ใช้งานเองอาจยังไม่รู้ว่าเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการ เราสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่น่าดึงดูดใจและง่ายต่อการใช้งาน ด้วยความมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้งในการยกระดับการใช้ชีวิตให้ง่ายขึ้น เราออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เข้ากันได้อย่างไร้รอยต่อกับชีวิตประจำวันของผู้ใช้งานให้ใช้งานง่ายและทนทาน สุขภัณฑ์ ก๊อกน้ำ ฝักบัว อ่างอาบน้ำ และอื่น ๆ อีกมากมายล้วนสร้างความแตกต่างอย่างมากในทุก ๆ วันด้วยการเป็นสิ่งพื้นฐานในชีวิต โดยเราต้องการให้ผู้คนรักสถานที่ที่เขาอยู่ ไม่ว่าเขาจะเป็นใครหรืออยู่ที่ไหนก็ตาม 

เกี่ยวกับลิกซิล

ลิกซิล (TSE Code 5938) เป็นผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์เพื่อการจัดการน้ำและที่อยู่อาศัย ที่มุ่งแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ทำให้บ้านที่ดีขึ้นเป็นจริงได้สำหรับทุกคนและทุกที่ จากมรดกของญี่ปุ่นที่ได้สืบทอดกันมา เราได้ต่อยอดสร้างสรรค์เทคโนโลยีชั้นนำในระดับโลก และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ที่สามารถเปลี่ยนบ้านเรือนให้ดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของลิกซิลก็คือวิธีที่เราทำสิ่งนี้ ผ่านการออกแบบที่มีความหมาย ด้วยจิตวิญญาณของผู้ประกอบการ การอุทิศตนเพื่อปรับปรุงการเข้าถึงสำหรับทุกคน และการเติบโตทางธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งแนวทางของเราได้เกิดขึ้นจริง ผ่านแบรนด์ชั้นนำของอุตสาหกรรมหลายแบรนด์ ซึ่งรวมไปถึง INAX, GROHE, American Standard และ TOSTEM และด้วยเพื่อนร่วมงานประมาณ 70,000 คนที่ทำงานอยู่ในกว่า 150 ประเทศ เราจึงมีความภูมิใจยิ่งที่ได้สร้างผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสกับชีวิตผู้คนมากกว่าหนึ่งพันล้านคนในทุก ๆ วัน

Share:

วธ. ชวน “ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน” ร่วมเข้าวัดทำบุญในวันพระทั่วไทย

วธ. ร่วมกับ กทม. 50 เขต และ 76 จังหวัด เชิญชวนพุทธศาสนิกชนเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะหรือวันพระ พาครอบครัวเข้าวัดทำบุญ ตักบาตร ฟังเทศน์ เจริญจิตตภาวนา พร้อมอุดหนุนสินค้าวัฒนธรรมของชุมชน ในกิจกรรม “ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน” 

วันที่ 5 เมษายน 2566 เวลา 07.00 น. ที่วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์และพิธีตักบาตรพระสงฆ์ ในกิจกรรมเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ “ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน” โดยมี นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ผู้บริหาร ข้าราชการกระทรวงวัฒนธรรม เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักเรียน ประชาชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรม 

นางยุพาเปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา เดินหน้านโยบาย “นำธรรมะสู่ใจประชาชน” ด้วยการจัดกิจกรรม “ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน” เพื่อส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้เข้าวัดทำบุญเป็นประจำทั้งในวันพระและวันธรรมดาเพิ่มมากขึ้น เสริมสร้างความอบอุ่นและความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวผ่านการทำกิจกรรมร่วมกันในวันพระ สามารถนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิต และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่นำสินค้าวัฒนธรรมของชุมชนมาจัดจำหน่าย อาทิ อาหาร เสื้อผ้า และผลิตภัณฑ์ทางภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น 

กรมการศาสนา ได้ดำเนินการจัดกิจกรรมต้นแบบในช่วงเดือนมกราคมที่ผ่าน ณ วัดบำเพ็ญเหนือ และจะจัดกิจกรรมในส่วนกลางเพื่อเป็นการนำร่อง อีกจำนวน 9 วัด โดยเชิญชวนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมฯ ประกอบด้วย วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ วัดราชนัดดาราม วัดพรหมวงศาราม วัดกำแพง วัดจำปา วัดเทวสุนทร วัดศาลาแดง และวัดบำเพ็ญเหนือ

โดยในวันนี้เป็นการจัดกิจกรรมนำร่องในส่วนกลางเป็นแห่งแรก คือ วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เขตห้วยขวาง ได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ รวมไปถึงประชาชนในการพาครอบครัวมาร่วมเข้าวัด ทั้ง ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ และลูก หิ้วตะกร้าใส่ดอกไม้ ธูปเทียน ถวายภัตตาหารด้วยอาหารเมนูสุขภาพเพื่อห่างไกลจากโรค

โดยเฉพาะในปัจจุบันพบว่ามีสถิติพระสงฆ์อาพาธจากโรคเบาหวานพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สาเหตุหลักจากการถวายภัตตาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ พุทธศาสนิกชนจึงควรจัดสรรการถวายภัตตาหารที่ถูกหลักโภชนาการ ลดหวาน มัน และเค็ม โดยใช้วิธี “4 เลือก 4 เลี่ยง” คือ 1.เลือกเครื่องดื่มไม่ผสมน้ำตาล 2.เลือกข้าวกล้องแทนข้าวขาว 3.เลือกนมจืดไขมันต่ำ 4.เลือกผักและผลไม้สด ส่วนอาหารที่ควรเลี่ยง 4 ประเภท คือ 1.เนื้อสัตว์ติดมัน 2.แกงใส่กะทิ 3.ขนมน้ำกะทิ และ 4.อาหารกระป๋อง ทั้งนี้เพื่อดูแลสุขภาพพระภิกษุสงฆ์ให้มีสุขภาพที่แข็งแรง และลดเสี่ยงอาพาธด้วยโรคเบาหวาน และเมื่อเติมบุญกันจนอิ่มบุญแล้วก็ไปอุดหนุนผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมชุมชนที่ชาวบ้านในชุมชนละแวกใกล้เคียงวัดนำมาจัดจำหน่าย เกิดกระแสเงินหมุนเวียน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน เป็นรายได้เสริมในครัวเรือนได้อีกทางหนึ่ง 

นอกจากนี้ กระทรวงวัฒนธรรมจะร่วมบูรณาการความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร โดยให้สำนักงานเขต ทั้ง 50 เขต ร่วมจัดกิจกรรมในแต่ละเขตต่อไป และขยายผลสู่ภูมิภาค โดยร่วมกับจังหวัดและสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ดำเนินกิจกรรมตามวิถีชีวิตและตามบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่พุทธศาสนิกชน เป็นการนำศรัทธาสู่จิตใจ เสริมสร้างครอบครัวอบอุ่น และชุมชนเข็มแข็งสืบไป
Share:

ททท สำนักงานแพร่ ดึงกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ เดินทางสำรวจเส้นทาง Agent Fam Trip เชียงใหม่-แพร่

นายอนันต์ สีแดง ผอ ททท สำนักงานแพร่ กล่าวว่า ททท สำนักงานแพร่ ได้ดึงกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวจากเชียงใหม่ อาทิ หจก.เอเวอร์กรีนทัวร์ แอนเอ๊กซ์พีดีชั่น,

หจก.ไปไหนดีทราเวล และหจก.จตุพรทัวร์แอนด์ทราเวล เดินทาง สำรวจเส้นทางแหล่งท่องเที่ยวเมืองเก่าแพร่ อาทิ พิพิธภัณฑ์เสรีไทย,คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่,บ้านวงศ์บุรี,ถนนคนเดินกาดกองเก่าและกิจกรรมท่องเที่ยวแพร่ (DIY ทำผ้าหม้อห้อม,DIY ทำผ้าพิมพ์ลายใบไม้ธรรมชาติ Eco-print และสานกุ๊บลอน/ตาแหล๋ว บ้านนาแหลม ทั้งนี้สำหรับเป็นข้อมูลทำโปรแกรมเสนอขายนักท่องเที่ยวกลุ่ม Long stay &Expat เส้นทางเชื่อมโยงเชียงใหม่-แพร่-น่าน ในช่วงเดือนมิถุนายน 2566 และนำเสนอขายกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ที่พำนักระยะยาวในจังหวัดเชียงใหม่ ให้เกิดการเดินทางอย่างต่อเนื่องสู่จังหวัดแพร่ 

ซึ่งกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวฯ ที่เดินทางมาสำรวจ ต่างให้ความเห็นว่าจังหวัดแพร่มีสินค้าและบริการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และเป็นสินค้าตรงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่อยากเที่ยวอยู่แล้ว และสามารถขยายผลไปยังนักท่องเที่ยวกลุ่มต่างชาติได้อีกด้วย

รวมถึงได้ร่วมพบปะหารือกับบริษัทนำเที่ยวจังหวัดแพร่ (แพร่ทราเวล) เพื่อเป็นการต่อยอดเสนอขายร่วมกันในกิจกรรมผ่อบ้านแอ่วแพร่ยามค่ำคืนที่ได้รับรางวัลดีเด่นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย สาขาแหล่งท่องเที่ยวนันทนาการและความบันเทิง ประจำปี 2564



Share:

ครั้งแรกในไทย!!! นิทรรศการศิลปะดิจิทัลอิมเมอร์ซีฟเลื่องชื่อของโลก“Van Gogh Alive Bangkok” ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 31 มี.ค. - 31 ก.ค. ศกนี้ ณ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม

Grande Experiences ผู้สร้างและผู้ผลิตเจ้าของลิขสิทธิ์ Van Gogh Alive ร่วมกับ Live Impact Events ผู้ถ่ายทอดและนำเสนอประสบการณ์ระดับโลก และ ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผนึกกำลังสร้างปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ กับนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะดิจิทัลอิมเมอร์ซีฟระดับโลก ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “Van Gogh Alive Bangkok” (แวนโกะห์ อะไลฟ์ แบงค็อก) รวบรวมผลงานศิลปะชิ้นสำคัญของจิตรกรชาวดัตช์ Vincent Van Gogh (วินเซนต์ แวนโกะห์) ศิลปินผู้โด่งดังและทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตก มาจัดแสดงให้ผู้คนที่สนใจงานศิลปะ ได้เรียนรู้และสร้างสรรค์แรงบันดาลใจ พร้อมสัมผัสและเปิดประสบการณ์การรับชมในรูปแบบ Immersive Multi-Sensory Experience ที่ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เข้าชมกว่า 8.5 ล้านคนใน 80 เมืองทั่วโลก อาทิ ปักกิ่ง, เบอร์ลิน, เดนเวอร์, ลอนดอน, มาดริด, มอสโก, โรม, ซิดนีย์,แฟรงค์เฟิร์ต, นาโกย่า และกัวลาลัมเปอร์

ครั้งแรกในประเทศไทย!!! ดื่มด่ำไปกับโลกศิลปะและชีวิตของศิลปินระดับโลก Vincent Van Gogh (วินเซนต์ แวนโกะห์) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “I dream my painting, and then I paint my dream" จัดแสดงให้ชมตลอด 4 เดือนเต็ม ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม – 31 กรกฎาคม 2566 บนพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 4,120 ตารางเมตร ของ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 4 พื้นที่หลัก เพื่อให้สัมผัสความเป็นศิลปินได้อย่างเต็มอิ่ม

“Van Gogh Alive Interpretive Information” ก้าวแรกเป็นการทำความรู้จักกับ วินเซนต์ แวนโกะห์ ผ่านชิ้นงานที่ถือเป็นไฮไลต์ของเขา รวมถึงจำลองห้องนอนที่มาจากภาพ “Bedroom in Arles” ภาพห้องนอนของศิลปินในเมืองอาร์ลส์ (Arles) อันเลื่องลือ ถอดแบบที่พำนักของเขาในบ้านหลังสีเหลืองทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ที่แห่งเดียวที่เขาเรียกว่าบ้าน ซึ่งจุดกำเนิดของแรงบันดาลใจในการสร้างงานสำคัญหลายต่อหลายชิ้น ซึ่งในนิทรรศการจะถอดแบบเครื่องเรือนและการตกแต่งห้องต่างๆ ให้เหมือนกับในภาพวาดอย่างพิถีพิถัน

ก้าวต่อไปยังพื้นที่แสดงงานศิลปะ “S4 Gallery Hall” ที่นำงานเขียนอันโด่งดังระดับโลกในช่วงปี 1880 – 1890 มากกว่า 3,000 ภาพ มาฉายบนกำแพงสูง 6 เมตร โดยฉายลงบนผนัง 40 จุดและฉายลงบนพื้นอีก 20 จุด ประกอบดนตรีที่สื่อถึงความรู้สึกของศิลปิน แบ่งผลงานเป็นชุดตามพื้นที่ที่เขาเคยอาศัยอยู่ เพื่อให้ผู้ชมสัมผัสได้ถึงอารมณ์ในแต่ละช่วงชีวิตอย่างชัดเจน

เริ่มจากที่ ‘เนเธอร์แลนด์’ ผลงานของวินเซนต์ในช่วงเวลานี้แสดงออกถึงความมืดมน ก่อนจะแต่งแต้มความสดใสใน ‘ปารีส’ ซึ่งอยู่ในยุคอิมเพรสชันนิสม์ วินเซนต์ได้หันมาใช้โทนสีที่สดใสมากขึ้น และนับเป็นจุดกำเนิดสไตล์การวาดภาพของแวนโกะห์ที่ทุกคนคุ้นเคย ถัดมาเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขของเขาใน ‘อาร์ลส์’ (Arles) เมืองทางตอนใต้ของฝรั่งเศส แม้จะเป็นความสุขเพียงช่วงสั้นๆ ก็ตาม ผลงานในช่วงนี้เริ่มมองเห็นความเจ็บป่วยทางจิตใจของวินเซนต์อยู่บ้าง

จากนั้นเป็นช่วงเวลาแสนหดหู่ที่ ‘แซงต์-เรมี’ (Saint-Remy) ที่เขาเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล วินเซนต์ได้วาดภาพทิวทัศน์ที่ดูเงียบสงบและแสนหดหู่ แสดงให้เห็นถึงสภาพจิตที่สับสนระหว่างความวิกฤตและความสงบ ก่อนจะเข้าสู่ ‘โอแวร-์ซูว-์รวซ’ (Auvers-sur-Oise) สัมผัสความรู้สึกว่างเปล่าของเขาได้จากผลงานชิ้นสุดท้ายอันชวนหลอนของเขา แสดงออกถึงความวุ่นวายทางอารมณ์อย่างชัดเจนในวาระสุดท้ายของชีวิต

นอกจากนี้ยังมีชุดภาพเหมือนตนเองที่วินเซนต์ได้วาดไว้ตลอดชีวิตการทำงานของเขา แสดงให้เห็นถึงพลวัตของสภาวะทางอารมณ์ที่ค่อนข้างแปรปรวนของศิลปินระดับโลกคนนี้ โดยภายในโซนนี้ยังมีการผสมผสานกลิ่นอโรมาเพื่อกระตุ้นการรับรู้และเสริมอารมณ์ นำพาผู้ชมให้ดื่มด่ำไปกับ “แวนโกะห์ อะไลฟ์” โดยเลือกกลิ่นหอมของสนไซเปรส ซีดาร์วู้ด แซนดอลวู้ด และลูกจันทน์เทศ มาผสานความสดชื่นกับกลิ่นเลมอนและหญ้าแฝก ซึ่งสามารถเชื่อมผู้ชมให้ใกล้ชิดกับสวนผลไม้ สวนหย่อมและทุ่งกว้าง ที่วินเซนต์ได้รังสรรค์ไว้ในผลงานชิ้นเอกอันไร้กาลเวลา

ต่อด้วยโซนที่ 3 “Van Gogh Old Town” นำเสนอเมืองที่วินเซนต์เคยอาศัยอยู่ด้วยเทคนิคผสมผสานระหว่างของจริงและดิจิทัลอาร์ต เป็นการเปิดประสบการณ์ในรูปแบบใหม่ ใน 4 ธีมหลัก Fields, Starry Night, Countryside and Garden นำภาพเขียนจากพื้นที่เมืองอาร์ลส์อันงดงามมานำเสนอ คุณจะได้พบกับ “Wheat Field with Crows” และ “Noon, rest from work” ได้เห็นบ้าน “Yellow House" ที่เป็นเหมือนสวรรค์ของเขา ได้พบกับ "Starry Night" และ “The Night Café” อันแสนโรแมนติก ภาพ "The Red Cafe” ที่น่าประทับใจ รวมทั้ง "Dubigny’s Garden" ภาพสวนลับที่ดูลึกลับของเขาอีกด้วย

สำหรับโซนสุดท้าย จะเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ ห้องสอนวาดภาพแบบแวนโกะห์ ชั้นเรียนศิลปะที่ให้ผู้ที่สนใจได้เรียนรู้ลองลงมือสร้างงานศิลป์ และห้องจัดแสดง “Letter to Theo” จดหมายถึงน้องชายคนโปรดของวินเซนต์ รวมถึงมี AI Interactive Room ที่ช่วยรังสรรค์ภาพถ่ายของคุณให้ออกมาเหมือนจิตรกรรม พร้อมพักผ่อนในบรรยากาศอาร์ตๆ กับ “Van Gogh Café by After You” ที่นำแรงบันดาลใจจากผลงานศิลปะของวินเซนต์ แวนโกะห์ มาสร้างสรรค์เครื่องดื่มและขนมหวาน อาทิ Sunflowers จากดอกทานตะวันกลายมาเป็นเครื่องดื่มสีเหลืองสดใส Mango and passion fruit frappe และ Wheat Fields รังสรรค์เป็นเมนู Iced Horicks หรือเมนูขนมแสนอร่อยอย่าง Chocolate Trifle ที่ครีเอทมาจากภาพ The Chocolate Eaters และ Mango & Passion Fruit Trifle ที่นำภาพผลงานชิ้นดัง The Starry Night มาอินสไปร์ พร้อมปิดท้ายด้วย Van Gogh Shop โซนขายของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟมีจำหน่ายสำหรับงาน “Van Gogh Alive Bangkok” เท่านั้น

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์สุดพิเศษกับนิทรรศการศิลปะดิจิทัลอิมเมอร์ซีฟระดับโลก “Van Gogh Alive Bangkok” สุดยิ่งใหญ่ได้ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม – 31 กรกฎาคม 2566 ณ Attraction Hall ชั้น 6 ไอคอนสยาม เปิดจำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ที่ Thai Ticket Major ราคาบัตร VIP 1,490 บาท, บัตรทั่วไป 990 บาท, บัตร Early Bird 690 บาท (ใช้ได้ถึง 30 เม.ย. 2566) และบัตรนักเรียน/นักศึกษา 480 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.1338 หรือ Facebook : ICONSIAM

#VanGoghAliveBKK #ICONSIAM

Share:

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Recent Posts

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

📲 (+66) 095 469 4415
✉️ Insightoutstory@gmail.com

Add Line📲 Click 👇👇

Translate

🚉 ช.ส.ท.พาเที่ยว นครฯ

Review By Nichapa

POPULAR NEWS

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก