Taiwan Excellence มุ่งมั่นนำโซลูชันอัตโนมัติอัจฉริยะพลิกโฉมอุตสาหกรรมไทย ย้ำเจตนารมณ์ “Green Vision, Smart Manufacturing” ที่งาน Manufacturing Expo 2025

กรุงเทพมหานคร 18 มิถุนายน 2568

ไต้หวันตอกย้ำความเป็นผู้นำในระบบ Automation เปิดตัวโซลูชันระบบอัตโนมัติอัจฉริยะในงาน Manufacturing Expo 2025 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพฯ (BITEC)    ภายใต้แนวคิด "Green Vision, Smart Manufacturing" ผู้เข้าร่วมทุกท่านสามารถพบปะ       กับผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมชั้นนำของไต้หวันได้ที่ Taiwan Excellence Pavilion ซึ่งได้รับการออกแบบเป็นโครงสร้างแบบสมมาตรที่สร้างจากวัสดุเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและรีไซเคิลสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไต้หวันในการก้าวสู่วิถีแห่งความยั่งยืน

ในวันเปิดงาน มีการจัดแถลงข่าวพิเศษตอกย้ำความเป็นผู้นำของไต้หวันในเรื่องของโซลูชัน  และนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมการผลิตอัจฉริยะ ตอบโจทย์ความต้องการของภาคการผลิตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพของอุตสาหกรรมการผลิตแบบอัตโนมัติอัจฉริยะไปอีกขั้น พร้อมยกระดับคุณภาพการผลิตรวมไปถึงการพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมด้วย 

พร้อมกันนี้ ในงานยังมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของ 5 บริษัทชั้นนำจากไต้หวัน ประกอบไปด้วย บริษัท AAEON, SOLOMON TECHNOLOGY CORPORATION, TECHMAN ROBOT, MECOM INDUSTRIES CORP และ Swan Air Compressor ซึ่งทั้งหมดเป็นบริษัทชั้นนำตัวแทนความทุ่มเทของไต้หวัน ที่มุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมล้ำสมัยเพื่ออุตสาหกรรม  การผลิต และอุตสาหกรรมสนับสนุนบนวิถีแห่งความยั่งยืน 

เริ่มต้นที่บริษัท AAEON กับ UP Xtreme 7100 Edge เครื่อง Edge Computer ที่มาพร้อมพลังการประมวลผลขั้นสูงและระบบควบคุมหุ่นยนต์ 24V ในตัว ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์วิศวกรพัฒนาหุ่นยนต์และผู้ผลิตหุ่นยนต์โดยเฉพาะ โดดเด่นด้วย CAN Bus ที่รองรับการเชื่อมต่อเซ็นเซอร์หลากหลาย ช่วยลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวเครื่องถูกออกแบบให้ทนต่อ      แรงสั่นสะเทือนและสภาพแวดล้อมที่รุนแรง พร้อมรองรับการขยายฟีเจอร์ด้าน AI 

บริษัท SOLOMON TECHNOLOGY CORPORATION ผู้เชี่ยวชาญด้าน AI สำหรับการผลิตอัจฉริยะ เปิดตัว META-aivi แพลตฟอร์มที่ผสานเทคโนโลยี AR และ AI เข้าด้วยกัน รองรับการใช้งานบนอุปกรณ์อัจฉริยะ เช่น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต กล้อง IP และแว่นตา AR ที่ดีไซน์มาเพื่อ   มอบระบบวิเคราะห์ภาพ และการโต้ตอบแบบเรียลไทม์เหนือระดับ 

บริษัท Techman Robot เปิดตัวหุ่นยนต์แขนกล TM Cobot มอบโซลูชันครบวงจรสำหรับ      การผลิต พร้อมระบบควบคุมที่ใช้งานง่ายโดยไม่ต้องเขียนโค้ด TM Cobot มาพร้อมระบบ TMvision ในตัวเพื่อลดการติดตั้งระบบกล้องตรวจจับภาพจากภายนอก 

บริษัท MECOM INDUSTRIES CORP. โชว์ศักยภาพด้านเทคโนโลยีชีวภาพ พลิกโฉมวงการผลิต และเครื่อง CNC Milling ด้วยน้ำมันตัดกลึงโลหะรุ่น SUPERSYN และ SUPERSOL น้ำมันชีวภาพ (Bio-based) ที่ผ่านมาตรฐาน ESG ที่จะยกระดับนิยามใหม่ให้กับอุตสาหกรรมโลหะ คุณภาพสูง ด้วยแนวทางที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

Swan Air Compressor เปิดตัว TS11-MV ปั๊มลมสกรูสุดล้ำที่ออกแบบมาเพื่อให้การจ่ายลมมีความเสถียรและประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมแผงควบคุมอัจฉริยะและพัดลมโรเตอร์แรงเหวี่ยง      ที่ทนความร้อนได้ดีเยี่ยม ช่วยยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงานอย่างเต็มที่

ภายใน Taiwan Excellence Pavilion ผู้เข้าร่วมทุกท่านจะยังได้พบกับขบวนผลิตภัณฑ์นวัตกรรมเพื่อการทำงานให้เป็นระบบอัตโนมัติที่แม่นยำในอุตสาหกรรมการผลิต และอุตสาหกรรมสนับสนุนจาก 13 บริษัทไต้หวันชั้นนำ ได้แก่ Techman Robot, KEEJAAN, HIWIN, SOLOMON TECHNOLOGY, FATEK, AAEON, PLANET, APLEX, MCM, ALASKA, Swan Air Compressor, Conquer Electronics และ KSS. ซึ่งผลิตภัณฑ์อัจฉริยะเหล่านี้จะช่วยพลิกโฉมภาคอุตสาหกรรมของไทย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พร้อมก้าวไปสู่วิถีแห่งความยั่งยืน

Taiwan Excellence ขอเรียนเชิญผู้ประกอบการและนักธุรกิจชาวไทยในภาคอุตสาหกรรม การผลิตทุกท่านเยี่ยมชม Taiwan Excellence Pavilion ที่บูธ 8F11 ระหว่างวันที่ 18-21 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00 น. – 18.00 น. หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานอื่นๆ ของ Taiwan  Excellence ได้ที่  https://www.facebook.com/TaiwanExcellence.TH
เกี่ยวกับ Taiwan Excellence :
Taiwan Excellence หรือ “ผลิตภัณฑ์ดีเด่นจากไต้หวัน” ก่อตั้งขึ้นในปีพ.ศ. 2536  โดยกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (MOEA)  เพื่อยกย่องและเฉลิมฉลองความสำเร็จอันโดดเด่นของบริษัทที่มีนวัตกรรมล้ำสมัยที่สุดของไต้หวันในแต่ละปี ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์นั้นจะต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกอันเข้มงวดซึ่งประเมินผลิตภัณฑ์โดยพิจารณาจาก 4 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ (1) การวิจัยและพัฒนา (2) การออกแบบ (3) คุณภาพ และ (4) การตลาด

เครื่องหมาย Taiwan Excellence ได้รับการยอมรับทั่วโลกว่าเป็นสัญลักษณ์อันทรงเกียรติด้านคุณภาพและการออกแบบทั้งยังสะท้อนถึงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ของไต้หวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Taiwan Excellence กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ ได้ที่:


ติดตามข่าวสารและรายละเอียดล่าสุดโดยติดตามเพจ Facebook ของ Taiwan Excellence TH ได้ที่: https://www.facebook.com/TaiwanExcellence.TH
Share:

NUUI World เปิดตัว “NUUI On the Go” ตู้กดอาหารเสริมครบวงจร สาขาแรกที่เซ็นทรัล อีสวิลล์ ชวน “ลี ฐานัฐพ์” ร่วมเปิดประสบการณ์ Wellness Lifestyle แบบพกพา

NUUI World แบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชั้นนำของไทยเดินหน้าสู่บทใหม่ของแบรนด์ด้วยการเปิดตัว “NUUI On the Go” ตู้กดอาหารเสริมแบบครบวงจรครั้งแรกที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อีสวิลล์ โดยต่อยอดจากจุดยืนเดิมในฐานะแบรนด์ที่มอบสุขภาพดีสู่การเป็น “Life Science Brand” ที่ช่วยให้ผู้คน “รู้สึกดีได้ในทุกวัน” ผ่านแนวคิดใหม่ Feel Good, Everyday โดยผสานคุณค่าของสารสกัดธรรมชาติจากทั่วโลกเข้ากับนวัตกรรมทันสมัย เพื่อสร้างประสบการณ์สุขภาพที่เข้าถึงได้ง่าย และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่

โดย “NUUI On the Go” ถือเป็นครั้งแรกที่นำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยอดนิยมของแบรนด์มาจัดวางในรูปแบบตู้จำหน่ายอัตโนมัติเต็มรูปแบบ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว พร้อมเชิญนักแสดงหนุ่มขวัญใจวัยรุ่น “ลี-ฐานัฐพ์ โล่ห์คุณสมบัติ” มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ในฐานะตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ โดยลีได้ถ่ายทอดคาแรกเตอร์ของแบรนด์ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนหันมาใส่ใจดูแลตัวเองมากขึ้น พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานของการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ซึ่งได้รับความสนใจจากเหล่าอินฟลูเอนเซอร์สายสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ของตู้กดอัจฉริยะ และเตรียมพร้อมแชร์รีวิวกันอย่างคึกคัก

คุณศิริพร ทองรุจิโรจน์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท NUUI World จำกัด กล่าวว่า “ตลอดหลายปีที่ผ่านมา NUUI World มุ่งมั่นส่งต่อสุขภาพดีผ่านพลังของธรรมชาติ แต่ในวันนี้เรากำลังก้าวไปอีกขั้น จากแบรนด์ที่ดีต่อร่างกาย สู่แบรนด์ที่ทำให้ ‘รู้สึกดีในทุกวัน’ ทั้งในแง่ของร่างกาย จิตใจ และการใช้ชีวิตแนวคิด Feel Good, Everyday คือหัวใจใหม่ของ NUUI World เราเชื่อว่าผู้บริโภคยุคนี้ไม่ได้มองหาแค่อาหารเสริมที่เห็นผล แต่ต้องการสิ่งที่ ‘เข้ากับชีวิตจริง’ ใช้ง่าย เห็นผลจริง และสร้างประสบการณ์ที่ดีโดยไม่ฝืนหรือยัดเยียด นั่นคือเหตุผลที่เราพัฒนา NUUI On the Go ตู้กดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เข้าถึงง่าย เพื่อให้แบรนด์อยู่ใกล้ผู้บริโภคมากขึ้น พร้อมตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนเมือง โดยผลิตภัณฑ์บางรายการจะวางจำหน่ายเฉพาะใน NUUI On the Go เท่านั้น”

สำหรับแผนการขยายในระยะถัดไป บริษัทฯ มีเป้าหมายติดตั้งตู้กดเพิ่มอีก 5 ตู้ภายใน 1 เดือน และตั้งเป้าขยายสู่ 20 ตู้ภายในปี 2025 โดยจะเน้นทำเลหลักในเขตกรุงเทพฯ ได้แก่ ห้างสรรพสินค้าพรีเมียม, สถานี BTS และ MRT, อาคารสำนักงานและฟิตเนสเซ็นเตอร์พันธมิตร เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถ “รู้สึกดีได้ทุกที่ ทุกวัน” ตามเป้าหมายของแบรนด์ NUUI World ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและ Wellness Product ที่มีคุณภาพสูง ใช้สารสกัดจากธรรมชาติที่ผ่านการวิจัยรองรับเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพในแบบที่สัมผัสได้จริง ทั้งในระยะสั้นและยั่งยืนในระยะยาว โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 

โทร: 097-285-8339

เว็บไซต์: www.nuuiworld.com

FB: Nuuiworld | NUUI WORLD ONLINE

TikTok: @nuuiworld

LINE: @nuuiworld

Share:

ไทย-จีน จับมือโชว์นวัตกรรมระดับโลก พลิกโฉมสู่ยุคเมืองอัจฉริยะ เปิดม่านอย่างเป็นทางการ OCTF Smart Tech Expo 2025

ชุน ไพลินดีเลิศ นายกสมาคมนักธุรกิจยุคใหม่ไทย-จีน, ณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานหอการค้าไทย-จีน, พล.ต.อ. ชิดชัย วรรณสถิตย์ - อดีตรองนายกรัฐมนตรี, นายโจว ซีฉี เลขานุการเอกสำนักงานเศรษฐกิจและการพาณิชย์ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำราชอาณาจักรไทย บุญยงค์ ยงเจริญรัฐ รองประทานหอการค้าไทย-จีน และ เจิ้ง ย่งซือ ประธานสถาบันวิจัยชาวจีนโพ้นทะเลแห่งเมือง Shenzhen และประทานกลุ่มบริษัท OCTF (จากซ้ายไปขวา) ร่วมถ่ายภาพที่ระลึกเปิดงาน แสดงเทคโนโลยีอัจฉริยะปีที่ 2 (OCTF Smart Tech Expo) 

กรุงเทพฯ – 11 มิถุนายน 2568 – งานแสดงเทคโนโลยีอัจฉริยะ OCTF ครั้งที่ 2 ประจำปี 2568 เปิดม่านอย่างเป็นทางการ ณ ฮอลล์ 8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ตอกย้ำความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่างไทย–จีน และยกระดับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่เวทีโลก

ภายในพิธีเปิดงาน มีผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสองประเทศร่วมเป็นเกียรติ อาทิ พล.ต.อ. ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, คุณโจว ซีฉี เลขานุการเอก สำนักงานเศรษฐกิจและการพาณิชย์ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำราชอาณาจักรไทย, คุณณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานหอการค้าไทย-จีน, คุณบุญยงค์ ยงเจริญรัฐ รองประธานหอการค้าไทย-จีน, คุณชุน ไพลินดีเลิศ นายกสมาคมนักธุรกิจยุคใหม่ไทย-จีน, และคุณเจ๊ง ย่งซือ ประธานสถาบันวิจัยชาวจีนโพ้นทะเลแห่งเมืองเซินเจิ้นและประธานกลุ่มบริษัท OCTF

โดยงานในปีนี้จัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชนของไทยและจีน พร้อมการร่วมลงนามในโครงการ “ร้อยคณะ พันบริษัท หมื่นรายการสินค้า” เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายพันธมิตรการค้าระดับโลก

คุณเจ๊ง ย่งซือ ประธานสถาบันวิจัยชาวจีนโพ้นทะเลแห่งเมือง Shenzhen และประทานกลุ่มบริษัท OCTF

คุณเจ๊ง ย่งซือ กล่าวถึงความสำคัญของงานนี้ว่า “การจัดแสดงนิทรรศการ OCTF ถือเป็นเวทีความร่วมมือระดับนานาชาติ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการกว่า 6,000 รายได้แลกเปลี่ยนนวัตกรรมและวิสัยทัศน์ร่วมกัน งานนี้ไม่เพียงนำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ยังมุ่งเน้นการเติบโตร่วมกันของไทยและจีน ทั้งในมิติทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีสีเขียวและพลังงานสะอาด ซึ่งสะท้อนถึงความรับผิดชอบร่วมกันต่อสังคมและโลกใบนี้”   คุณชุน ไพลินดีเลิศ นายกสมาคมนักธุรกิจยุคใหม่ไทย-จีน 

คุณชุน ไพลินดีเลิศ นายกสมาคมนักธุรกิจยุคใหม่ไทย-จีน กล่าวเสริมว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราได้เห็นการขยายตัวของการลงทุนจากจีนสู่ไทย โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยี ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่มุ่งส่งเสริมความร่วมมือและการพัฒนาอย่างยั่งยืน งานในครั้งนี้จึงถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น และยังเปิดโอกาสให้บริษัทจากเซินเจิ้นได้เข้ามาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นเวทีให้เยาวชนจากสถาบันการศึกษาไทย ทั้งระดับโรงเรียนและมหาวิทยาลัย ได้มีโอกาสเรียนรู้และแลกเปลี่ยนมุมมองกับนักธุรกิจและนักพัฒนาจากจีน เป็นการจุดประกายวิสัยทัศน์ใหม่ๆ จากอนาคตของชาติ” 

ภายในงานได้แบ่งพื้นที่จัดแสดงเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่

1️ โซนโครงสร้างพื้นฐานสีเขียวและดิจิทัล

2️ โซนแบรนด์สินค้าอุปโภคบริโภคสู่ตลาดสากล

3️ โซนบริการที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

4️ Thailand Pavilion – พื้นที่แสดงศักยภาพของบริษัทไทยด้านสมาร์ทซิตี้และอุตสาหกรรม 4.0

บริษัทร่วมแสดงสินค้าและเทคโนโลยีหลากหลาย อาทิ Jinlight (เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ), Xinneng Yizhan (สุขภาพดิจิทัลผสานดนตรีบำบัด), Hefu New Materials (วัสดุอิเล็กทรอนิกส์), Xingfa Aluminium (อลูมิเนียม), Jiuxuewang (เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา), และ Xiadan Technology (โซลูชันโต้ตอบภาพและวิดีโออัจฉริยะ)

สำหรับผู้เข้าชมชาวไทยและต่างชาติ ยังมีกิจกรรมเสวนาและจับคู่ธุรกิจภายใต้หัวข้อ “อุตสาหกรรมอัจฉริยะกับเมืองสีเขียว” และ “โลกาภิวัตน์การบริโภคกับวัฒนธรรม” ในวันที่ 12 มิถุนายน เพื่อเปิดเวทีให้ผู้ประกอบการไทยและต่างชาติได้สร้างเครือข่ายใหม่และขยายโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน

ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานฟรี (Walk-in หรือลงทะเบียนล่วงหน้าที่ https://octfthailand.com/) 

ตั้งแต่วันนี้ถึง 13 มิถุนายน 2568 ณ ฮอลล์ 8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

งาน OCTF Smart Tech Expo 2025 ครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นเวทีแสดงเทคโนโลยีระดับโลก แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือไทย–จีนที่เข้มแข็ง พร้อมร่วมกันก้าวสู่อนาคตแห่งเมืองอัจฉริยะและเศรษฐกิจสีเขียวอย่างแท้จริง!

Share:

พิพัฒน์” นำทัพ Safe@Work 2025 ชูความปลอดภัยเป็นยุทธศาสตร์ชาติ ย้ำสุขภาพดี หนุนภาคธุรกิจร่วมยกระดับมาตรฐานแรงงานไทย

กรุงเทพฯ 8 มิถุนายน 2568 — นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดงาน “ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ครั้งที่ 37” หรือ Thailand Safe@Work 2025 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ภายใต้แนวคิด “ร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย เพื่อสังคมไทยยั่งยืน”
โดยมีนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ดร.กำธร ชีพชัยอิสสระ ประธานกรรมการสสปท. ดร.นันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการสสปท. ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยผู้แทนจากสถานประกอบกิจการ หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และแรงงานจากทั่วประเทศเข้าร่วมอย่างคึกคัก

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานยึดมั่นในหลักการว่า “ความปลอดภัยในการทำงาน” ไม่ใช่เพียงสิทธิขั้นพื้นฐานของแรงงานเท่านั้น แต่ยังเป็น “ยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ” ที่ช่วยยกระดับผลิตภาพแรงงาน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และลดต้นทุนที่อาจเกิดจากอุบัติเหตุหรือโรคจากการทำงาน


โดยข้อมูลจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ระบุว่า ต้นทุนจากความไม่ปลอดภัยในการทำงานอาจสูงถึง 4–6% ของ GDP ของแต่ละประเทศ ซึ่งถือเป็นภาระทางเศรษฐกิจที่สามารถป้องกันได้ หากมีการวางระบบความปลอดภัยที่ดีและ เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม กระทรวงแรงงานได้กำหนด 3 เสาหลัก ของนโยบายด้านความปลอดภัย ได้แก่

1. เสริมสร้างความรู้และจิตสำนึกด้านความปลอดภัย ผ่านการสื่อสาร เทคโนโลยี และหลักสูตรอบรม

2. สนับสนุนสถานประกอบการให้เข้าถึงมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล เช่น ISO 45001

3. ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายความปลอดภัยอย่างเข้มงวดและครอบคลุมทั่วประเทศ

โดยในวันนี้ไม่เพียงแค่การจัดงาน แต่ขอมอบพันธกิจร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อ“ประเทศไทยแห่งความปลอมีความปลอดภัยอย่างแท้จริง”

ด้าน นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (สสปท.) กล่าวเสริมว่า แรงงานที่สุขภาพดี มีงานที่มั่นคง และมีรายได้ที่เหมาะสม จะเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่ประเทศไทยในสายตานักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะเมื่อไทยเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลก

สสปท. พร้อมสนับสนุนสถานประกอบการให้ยกระดับระบบการจัดการด้านความปลอดภัยอย่างครอบคลุม ผ่านโครงการต่าง ๆ เช่น การอบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.), การบ่มเพาะนวัตกรรมความปลอดภัยในสถานประกอบการ และเวทีการประกวดองค์กรต้นแบบด้านความปลอดภัยระดับประเทศ ซึ่งภายในงาน Thailand Safe@Work 2025 ยังจัดแสดงนวัตกรรมด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัยที่ได้รับรางวัลจากโครงการพัฒนานวัตกรรมของ สสปท. โดยมีผลงานที่โดดเด่น อาทิ“Smart Med Infusion” จากโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า: ระบบให้ยาเคมีบำบัดแบบปิด ช่วยลดการรั่วไหลของสารเคมีจากร้อยละ 20–30 เหลือศูนย์ เพิ่มความปลอดภัยแก่บุคลากรและผู้ป่วย อากาศยานไร้คนขับพร้อมแขนกล จากวิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม: ถูกออกแบบเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้หรือน้ำท่วม

ขอเชิญชวนสถานประกอบการทุกแห่งทั่วประเทศ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสร้าง “วัฒนธรรมความปลอดภัย” ในสถานที่ทำงานเพื่อประโยชน์ทั้งต่อแรงงาน องค์กร และเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมเพราะ “ความปลอดภัย” ไม่ใช่ต้นทุนที่สูญเปล่า แต่คือ “การลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน” นาย นันทชัย กล่าวปิดท้าย

Share:

SJM ร่วมงานโรดโชว์ “Experience Macao” ในไทย เปิดมุมมองใหม่สู่เสน่ห์การท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยสีสันของมาเก๊า

มาเก๊า, 4 มิถุนายน 2568 – เอสเจเอ็ม รีสอร์ท เอส.เอ. (SJM Resorts, S.A. หรือ “SJM”) ประกาศเตรียมเข้าร่วมงานโรดโชว์ “Experience Macao” ภายใต้ธีม “Macao Wonder” (มาเก๊าเมืองมหัศจรรย์) ซึ่งจัดโดยสำนักงานการท่องเที่ยวรัฐบาลมาเก๊า (MGTO) อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 6 ถึง 8 มิถุนายนนี้ ณ สยามพารากอน กรุงเทพมหานคร กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของการท่องเที่ยวมาเก๊าในรูปแบบ “Tourism+” อันครอบคลุมทั้งวัฒนธรรม ความบันเทิง อาหาร การพักผ่อน และประสบการณ์สุดพิเศษด้านการบริการที่ SJM พร้อมนำเสนอแก่ประชาชน นักท่องเที่ยว ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ตลอดจนสื่อมวลชนในประเทศไทยนอกจากนี้ SJM ยังจะเข้าร่วมกิจกรรมสัมมนาและงานพบปะพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว (Travel Mart) ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 5 มิถุนายน ณ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ เพื่อสร้างเครือข่ายเชิงธุรกิจและขยายความร่วมมือกับภาคการท่องเที่ยวของไทยในระดับสากล

ภายในงานโรดโชว์ SJM เตรียมขนทัพแพ็กเกจที่พักสุดหรูและชุดของขวัญลิมิเต็ดอิดิชั่นมามอบให้ผู้เข้าร่วมงานโดยเฉพาะ พร้อมกันนี้ ผู้เข้าชมงานยังมีโอกาสลุ้นรับรางวัลใหญ่มากมายจากการจับสลากสุดตื่นเต้นที่จัดโดย MGTO ซึ่งรวมถึงทริปเยือนมาเก๊า ที่ผู้โชคดีจะได้สัมผัสกับข้อเสนอสุดพิเศษจาก SJM อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์การลิ้มลองอาหารระดับมิชลินสตาร์ ดื่มด่ำกับศิลปะและวัฒนธรรมอันมีชีวิตชีวา เพลิดเพลินกับกิจกรรม “สาระบันเทิงเพื่อการเรียนรู้” (edu-tainment) สำหรับทุกคนในครอบครัว และผ่อนคลายกับทรีตเมนต์สปาสุดหรู ณ แกรนด์ ลิสบัว พาเลซ รีสอร์ท มาเก๊า (Grand Lisboa Palace Resort Macau) และ โรงแรมแกรนด์ ลิสบัว มาเก๊า (Grand Lisboa Macau)

หลากหลายประสบการณ์ด้านอาหารเลิศรสชวนทุกท่านมาสัมผัสมรดกทางวัฒนธรรมอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ของมาเก๊า ณ โรงแรมแกรนด์ ลิสบัว, แกรนด์ ลิสบัว พาเลซ Grand Lisboa, Grand Lisboa Palace  และ ตลาดกัมเป็ก (Kam Pek Market) แลนด์มาร์คด้านอาหารและวัฒนธรรมแห่งใหม่บนถนนซานหม่าโหล่ว (San Ma Lo) ในฐานะผู้บุกเบิกด้านศาสตร์แห่งการรับประทานอาหาร SJM ภูมิใจนำเสนอทางเลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่อาหารระดับดาวมิชลิน อาหารฝรั่งเศสชั้นเลิศ อาหารกวางตุ้งรสชาตินุ่มลึกและสร้างสรรค์ อาหารญี่ปุ่นระดับพรีเมียม ไปจนถึงอาหารสตรีทฟู้ดต้นตำรับของมาเก๊า เชิญชวนนักชิมทุกท่านมาค้นพบเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของมาเก๊า เมืองแห่งความคิดสร้างสรรค์ด้านอาหารจาก UNESCO

ดำดิ่งสู่โลกแห่งศิลปะและวัฒนธรรมของมาเก๊า

หอศิลป์แกรนด์ ลิสบัว พาเลซ (Grand Lisboa Palace Art Gallery) แกลเลอรีศิลปะและวัฒนธรรมถาวรแห่งใหม่ล่าสุด ซึ่งตั้งอยู่ภายในโครงการ Grand Lisboa Palace เปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนให้ได้สัมผัสมิติทางศิลปะที่ลึกซึ้งและเรื่องราวทางวัฒนธรรมอันยาวนานของมาเก๊านิทรรศการเปิดตัวภายใต้ชื่อ “The Lisboa, Stories of Macau” ถ่ายทอดเสน่ห์ของมาเก๊าผ่านมุมมองทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการผสมผสานระหว่างโลกตะวันออกและตะวันตกที่หล่อหลอมเมืองนี้มายาวนานนับศตวรรษ ผู้เข้าชมจะได้เพลิดเพลินกับการจัดแสดงแบบอินเทอร์แอคทีฟที่น่าดึงดูดใจ ซึ่งเล่าเรื่องราวกว่า 500 ปีของมาเก๊า ผ่านบุคคลสำคัญ สถานที่ในตำนาน และขนบธรรมเนียมที่เป็นรากฐานของเอกลักษณ์ท้องถิ่น นอกจากนี้ แกลเลอรียังนำเสนอ “The Lisboa Collection” ซึ่งเป็นชุดนิทรรศการหมุนเวียนตามธีมต่าง ๆ โดยนิทรรศการแรกในชุดนี้คือ “Chinese Treasure: Qing Dynasty Court Art” ซึ่งจัดแสดงผลงานชั้นเลิศจากราชสำนักจีนสมัยราชวงศ์ชิง คัดสรรมาจากคอลเลกชันของ SJM และ Sociedade de Turismo e Diversões de Macau, S.A. (STDM) มรดกศิลป์อันล้ำค่าที่สะท้อนความวิจิตรตระการตาและความรุ่งเรืองของวัฒนธรรมจีนโบราณ

ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคมนี้ SJM จะให้การสนับสนุนงาน Art Macao: Macao International Art Biennale 2025 ซึ่งจัดโดยสำนักงานกิจการวัฒนธรรมแห่งรัฐบาลเขตบริหารพิเศษมาเก๊า โดย SJM จะนำเสนอนิทรรศการระดับโลกครั้งแรกในมาเก๊า เพื่อเสริมสร้างความมีชีวิตชีวาทางวัฒนธรรมและศิลปะของเมือง ภายใต้ธีม “Hey, what brings you here?” เทศกาลศิลปะนานาชาตินี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัย เป็นเวทีแลกเปลี่ยนทางศิลปะระดับนานาชาติ และจัดแสดงความสำเร็จของการศึกษาด้านศิลปะของมาเก๊าและชุมชนสร้างสรรค์ในท้องถิ่น

 ยกระดับความสนุกควบคู่สาระ กับกิจกรรม “Edu-tainment”สำหรับครอบครัว

SJMขอนำเสนอประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ผสานความรู้และความบันเทิงเข้าด้วยกันอย่างลงตัวภายใต้แนวคิด “Edu-tainment” เพื่อสร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวที่มองหากิจกรรมท่องเที่ยวที่ให้ทั้งความสนุกและสาระไปพร้อมกันภายในโรงแรมแกรนด์ ลิสบัว พาเลซ (Grand Lisboa Palace) ผู้เข้าชมจะได้พบกับสองโซนกิจกรรมแบบอินเทอร์แอคทีฟ ได้แก่AI Wonderland ดินแดนมหัศจรรย์ที่นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขั้นสูงมาผสมผสานเข้ากับความบันเทิงได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจและ Martial Arts Arena โซนที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณและแก่นแท้ของวัฒนธรรมจีนผ่านศิลปะการต่อสู้อันทรงพลัง นอกจากนี้ GLP Arte ยังมอบโอกาสให้ทุกคนในครอบครัวได้ร่วมสัมผัสโลกแห่งศิลปะและวัฒนธรรม ผ่านเวิร์กช็อปหลากหลาย ทั้งในธีมศิลปะ งานเทศกาล และประเพณีท้องถิ่น ที่เปิดโอกาสให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ได้สร้างสรรค์ผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ร่วมกันผ่อนคลายอย่างมีระดับที่สปาสุดสงบ

Grand Lisboa Palace พร้อมมอบประสบการณ์การพักผ่อนอย่างเหนือระดับ สำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวาย และเติมพลังให้ร่างกายและจิตใจ ที่นี่เป็นที่ตั้งของสปาระดับห้าดาวที่ได้รับการรับรองจาก Forbes Travel Guide ถึง 3 แห่ง ได้แก่ The Spa at Grand Lisboa Palace, The Spa at THE KARL LAGERFELD และ The SPA at Palazzo Versace Macau โดยแต่ละแห่งนำเสนอการดูแลผิวพรรณด้วยทรีตเมนต์ชั้นเลิศ ภายใต้บรรยากาศแสนผ่อนคลาย เพื่อคืนความสดชื่นและความสมดุลจากภายใน

ข้อเสนอโรงแรมสุดพิเศษเฉพาะในงานโรดโชว์ (จำนวนจำกัด)

ดื่มด่ำกับประสบการณ์ที่ไม่มีใครเทียบได้ ณ โรงแรมหรูที่มีเอกลักษณ์สามแห่งภายในแกรนด์ ลิสบัว พาเลซ ได้แก่ โรงแรมแกรนด์ ลิสบัว พาเลซ มาเก๊า ที่ได้รับรางวัลห้าดาวจาก Forbes Travel Guide, โรงแรม THE KARL LAGERFELD MACAU แห่งเดียวในโลก และ โรงแรม Palazzo Versace Macau แห่งแรกในเอเชีย SJM ได้เปิดตัวข้อเสนอห้องพักราคาพิเศษจำนวนจำกัดสำหรับงานโรดโชว์นี้โดยเฉพาะ

รับของขวัญพิเศษมูลค่า 8,100 บาท เมื่อเช็คอินเข้าพัก โดยจองห้องพักพร้อมอาหารเช้าหรือแพ็กเกจท่องเที่ยวที่กำหนดผ่านพันธมิตรที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการของ SJM ได้แก่: บริษัท ท็อป ฮอลิเดย์ - พี แอนด์ อี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท เบสท์ แทรเวล เซอร์วิส จำกัด, บริษัท มิราม่า เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด, และ บริษัท ธกูลจันทร์ ไนซ์ ฮอลิเดย์ ดิสคัฟเวอรี่ กรุ๊ป จำกัด ของขวัญดังกล่าวประกอบด้วยคูปองรับประทานอาหารและช้อปปิ้ง รวมถึงบัตรเข้าชมโซนประสบการณ์ตามธีมต่างๆ จองทริปในฝันของคุณภายในวันที่ 29 มิถุนายน 2568 สำหรับการเข้าพักระหว่างวันที่ 6 มิถุนายน ถึง 31 สิงหาคม 2568!

ขณะเดียวกัน สามารถจองผ่านเว็บไซต์ทางการของ SJM เพื่อรับสิทธิประโยชน์จากแพ็กเกจโรงแรมสุดพิเศษของเรา เหมาะสำหรับการสร้างความทรงจำอันน่าจดจำของครอบครัว การผจญภัยด้านอาหาร หรือวันหยุดพักผ่อนตีกอล์ฟสุดหรู


แพ็กเกจ Joyous Family ราคาเริ่มต้นคืนละ 4,970 บาท++ ประกอบด้วย:

ห้องพักสุดหรู ณ โรงแรมแกรนด์ ลิสบัว พาเลซ มาเก๊า, THE KARL LAGERFELD MACAU หรือ Palazzo Versace Macau

บัตรเข้าชม AI Wonderland และ Martial Arts Arena สำหรับผู้ใหญ่ 2 ท่าน และเด็ก 2 ท่าน (อายุ 5 ถึง 8 ปี)


แพ็กเกจ Palazzo Versace Macau Experience ราคาเริ่มต้นคืนละ 11,690 บาท++ ประกอบด้วย:

ห้องพักสุดหรู ณ โรงแรม Palazzo Versace Macau

อาหารเช้าทุกวันสำหรับ 2 ท่าน ณ ห้องอาหาร La Scala del Palazzo

ชุดน้ำชายามบ่ายสำหรับ 2 ท่าน ณ ห้องอาหาร La Scala del Palazzo ในวันเช็คอิน (ต่อการเข้าพัก)

แพ็กเกจ THE KARL LAGERFELD Experience ราคาเริ่มต้นคืนละ 10,880 บาท++ ประกอบด้วย:

ห้องพักสุดหรู ณ โรงแรม THE KARL LAGERFELD MACAU

อาหารเช้าทุกวันสำหรับ 2 ท่าน ณ The Book Lounge

ชุดน้ำชายามบ่ายสำหรับ 2 ท่าน ณ The Book Lounge ในวันเช็คอิน (ต่อการเข้าพัก)

แพ็กเกจ Golf Experience ราคาเริ่มต้นคืนละ 10,880 บาท++ ประกอบด้วย:

ห้องพักสุดหรู ณ โรงแรมแกรนด์ ลิสบัว พาเลซ มาเก๊า, THE KARL LAGERFELD MACAU หรือ Palazzo Versace Macau

ค่ากรีนฟี 18 หลุม ณ สนาม Macau Golf and Country Club สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในวันถัดจากวันเช็คอิน (ไม่รวมรถกอล์ฟและแคดดี้)

บริการรถกอล์ฟแบบใช้ร่วมกันฟรี และบัตรรับประทานอาหารมูลค่า 200 MOP (ประมาณ 810 บาท) สำหรับ Macau Golf and Country Club ต่อผู้เล่นในวันธรรมดา (ไม่รวมวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)

บริการรถลีมูซีนรับส่งฟรี

รางวัลสุดอลังการ ณ งานโรดโชว์

SJM มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนการจับรางวัลของ MGTO เพื่อให้ผู้เข้าชมงานได้ลุ้นรับรางวัลสุดวิเศษมากมาย รวมถึง “แพ็กเกจ Joyous Family” และ “แพ็กเกจ Palazzo Versace Macau Experience” มาร่วมกิจกรรมที่บูธ SJM เพื่อรับของขวัญสุดพิเศษ และพบกับ “แซม เดอะ รู้สเตอร์ (Sam the Rooster)” มาสคอตไก่นำโชคสุดน่ารักของ SJM!

เป็นเวลากว่าหกทศวรรษที่ SJM ได้หยั่งรากลึกในมาเก๊า สร้างสรรค์ประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนใครอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรมอันรุ่มรวยและหลากหลายของเมือง ในงานโรดโชว์ครั้งนี้ SJM จะนำเสนอข้อเสนอ “Tourism+” ที่หลากหลายของมาเก๊า โดยเน้นย้ำถึงมรดกทางวัฒนธรรมที่ดีที่สุดและสถานะของมาเก๊าในฐานะ “ศูนย์กลางการท่องเที่ยวและสันทนาการระดับโลก” SJM มุ่งหวังที่จะให้การสนับสนุนโครงการริเริ่มด้านการท่องเที่ยวของรัฐบาลเขตบริหารพิเศษมาเก๊าอย่างแข็งขันต่อไปในอนาคต

Share:

สมาคมฝึกการพูด แห่งประเทศไทย "The Speech Training Association of Thailand"

พ.อ.พิเศษ เกษม รัตนปราณี (นายกสมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย)

 ชวนมาฝึกทักษะ พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้ตัวเอง 

ด้วยการฝึกพูดที่สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย! เอิร์ธ สายสว่าง

🎤 วัตถุประสงค์และจุดเด่น:-

✨️พัฒนาทักษะการพูด ให้ตรงประเด็น กระชับ ไม่เยิ่นเย้อ

✨️พูดได้อย่างเป็นธรรมชาติ และปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

✨️ควบคุมความประหม่า และความตื่นเต้นขณะพูด

✨️ปรับปรุงบุคลิกภาพ สร้างความมั่นใจในการแสดงความคิดเห็น

✨️มีไหวพริบในการโต้ตอบ พร้อมรับฟังความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

📍 สถานที่ฝึกอบรม:-

สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย

🗓️ ทุกวันเสาร์ (1pm – 5pm)

🚩ณ. อาคารมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย (ถนนสุขุมวิท ซอยทองหล่อ 25) กรุงเทพฯ

เริ่มต้นพัฒนาตัวเองได้แล้ววันนี้!

เพิ่มมูลค่าให้ตัวคุณ ด้วยทักษะการพูดอย่างมืออาชีพ !

สมาคมฝึกการพูดแห่งประเทศไทย,   

(อาคารมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียล, 

(สุขุมวิท ซอยทองหล่อ 25) กรุงเทพฯ

Share:

เปิดตัวอย่างเป็นทางการ Unlock Cafe & Restaurant “ปลดล็อค” ทุกมิติ คาเฟ่สุดชิลล์ ใจกลางเกษตรนวมินทร์

 

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 Unlock Cafe & Restaurant ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ เลขที่ 29 ถนนประเสริฐมนูกิจ กรุงเทพฯ โดยมีแขกผู้มีเกียรติและสื่อมวลชนเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง

ภายในงานเริ่มด้วยการแสดง Solo Saxophone โดยศิลปินแห่งชาติ คุณเทวัญ ทรัพย์แสนยากร พร้อมชมวิดีทัศน์แนะนำสถานที่และคณะผู้บริหาร ก่อนเข้าสู่ช่วงกล่าวเปิดงานโดยประธานในพิธี พลเอกธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 และอดีตสมาชิกวุฒิสภา และคำกล่าวขอบคุณจาก คุณวรินทร์ธร ฐานวิจิตรัตน์ ( ประธานบริษัท EK GROUP และประธานของ Unlock Cafe & Restaurant)

พร้อมกันนี้ยังมีการมอบช่อดอกไม้ให้กับตัวแทนกลุ่ม Classic Car Club ที่มาร่วมงาน Grand Opening และได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญเข้าร่วมงาน อาทิ คุณสมชาย สังสิทธิวงศ์ (CEO แอร์พอร์ต ลิงค์ สแควร์ จำกัด) และ คุณสราวุธ ร่มแก้ว (นักธุรกิจและนักส่งเสริมสังคม)

ในโอกาสนี้ ยังมีการเปิดตัว นายตรินัยน์ ธีรเลิศทินันท์ ในฐานะผู้บริหาร Unlock Cafe พร้อมเผยตำแหน่งสำคัญในแวดวงสื่อสารมวลชนและองค์กรสังคม อาทิ ประธานสมัชชาภาคีเครือข่ายสร้างสรรค์สังคมไทย อุปนายกสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิงแห่งประเทศไทย และบรรณาธิการบริหาร สำนักข่าวเอเชียมอร์นิ่ง 

บรรยากาศในงานเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง พร้อมรับประทานอาหารร่วมกันในช่วงท้ายของงาน

เกี่ยวกับ Unlock Cafe

Unlock Cafe & Bar บนถนนประเสริฐมนูกิจ


คาเฟ่สุดชิลล์ที่ให้คุณนั่งทำงานหรือพักผ่อนได้ทั้งวัน พร้อมคอนเซ็ปต์ “ปลดล็อคทุกสัมผัส” ทั้งสมอง ร่างกาย และอารมณ์ ร้านเปิดบริการ 10.00–24.00 น. และตั้งแต่ 20.00 น. เป็นต้นไป เปลี่ยนโฉมเป็น Pub & Restaurant พร้อมดนตรีสด คาราโอเกะ และ PR สาวสวย พิเศษ! รับส่วนลดอาหาร 20% ช่วง 14.00–19.00 น.

Share:

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Recent Posts

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

📲 (+66) 095 469 4415
✉️ Insightoutstory@gmail.com

Add Line📲 Click 👇👇

Translate

🚉 ช.ส.ท.พาเที่ยว นครฯ

Review By Nichapa

POPULAR NEWS

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก