นายพิจักษณ์ เพชรสงค์ รับรางวัล “เพชรกนก”คนดีศรีแผ่นดิน สาขาเมตตาธรรม เชิดชูเกียรติผู้บำเพ็ญคุณูปการแก่สังคม

วันที่ 24 พฤษภาคม 2568 ณ หอประชุมสุนันทานุสรณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา กรุงเทพมหานคร สมาคมผู้ผลิตรายการภาพและเสียง ได้จัดพิธีมอบรางวัล “เพชรกนก” และ “กนกนาคราช” ครั้งที่ 5 ประจำปีพุทธศักราช 2566–2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคล คนดีศรีแผ่นดินและองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ประกอบคุณงามความดี เสียสละ และบำเพ็ญประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติอย่างต่อเนื่อง

ในปีนี้ คณะกรรมการของสมาคมฯ มีมตเป็นเอกฉันท์ มอบรางวัล “เพชรกนก” คนดีศรีแผ่นดินในสาขา “เมตตาธรรม” ให้แก่ นายพิจักษณ์ เพชรสงค์ เพื่อเชิดชูเกียรติในฐานะผู้ทุ่มเทเสียสละเพื่อส่วนรวม มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส สนับสนุนกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ และมีจิตสำนึกแห่งความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง

รางวัล “เพชรกนก” คนดีศรีแผ่นดินจัดขึ้นโดยสมาคมผู้ผลิตรายการภาพและเสียง ซึ่งเป็นองค์กรที่ส่งเสริมการผลิตสื่อคุณภาพควบคู่ไปกับการยกย่องบุคคลต้นแบบในสังคม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและขับเคลื่อนให้เกิดการทำความดีในวงกว้าง อันจะนำไปสู่การพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน

ในโอกาสนี้ สมาคมฯ ขอแสดงความยินดีกับนายพิจักษณ์ เพชรสงค์ อย่างสุดซึ้ง และขอขอบคุณที่เป็นแบบอย่างที่ดีในการดำรงชีวิตบนพื้นฐานของคุณธรรมและความเมตตาอย่างแท้จริง

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:

สมาคมผู้ผลิตรายการภาพและเสียง

โทรศัพท์: 095-416-4562

Share:

สจล. ร่วมขับเคลื่อนโครงการ “นวัตกรรมสื่อสร้างสรรค์ เพื่อการสื่อสารสังคมด้านคนพิการ 7 INSPIRATIONS (Phase 3)” ขับเคลื่อนสังคมแห่งโอกาส

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จัดงานแถลงข่าวเพื่อร่วมขับเคลื่อนโครงการ “นวัตกรรมสื่อสร้างสรรค์ เพื่อการสื่อสารสังคมด้านคนพิการ: 7 INSPIRATIONS (Phase 3)” ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับทุนสนับสนุนปีงบประมาณ 2568 จากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดขึ้น ณ หอประชุม ศ.ประสม รัง สิโรจน คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สจล. 

นางณฐอร อินทร์ดีศรี รองอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในทุกด้าน การสร้างเจตคติเชิงบวกและการสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจในสังคม ถือเป็นภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง โครงการ ‘7 INSPIRATIONS (เฟส 3)’ นี้ เป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยการนำเสนอเรื่องราวที่แท้จริงและสร้างแรงบันดาลใจจากผู้พิการโดยตรง และขอชื่นชมในวิสัยทัศน์และความตั้งใจของคณะทำงานของกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการร่วมกับทีมสจล. ที่ได้ริเริ่มและขับเคลื่อนโครงการนี้อย่างเต็มที่ 

การสร้างสรรค์ภาพยนตร์สั้นทั้ง 7 เรื่อง ที่สะท้อนถึงความหลากหลายของความพิการ ศักยภาพ และความมุ่งมั่นในการดำเนินชีวิต จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการสร้างความเข้าใจและลดอคติในสังคม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากสังคม และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงโอกาสและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศได้อย่างเต็มภาคภูมิ

นางสาววิษฐิดา อุ้ยตยะกุล ผู้อำนวยการกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กล่าวถึงโครงการสื่อสร้างสรรค์เพื่อสร้างเจตคติด้านคนพิการของกองทุนฯ ว่า กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนโครงการ ‘7 INSPIRATIONS (เฟส 3)’ ซึ่งเป็นโครงการที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หลักของกองทุนฯ ในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในทุกมิติ เราตระหนักดีว่า การสร้างเจตคติที่ถูกต้องและเป็นบวกต่อคนพิการในสังคม เป็นรากฐานสำคัญในการนำไปสู่การยอมรับ การให้โอกาส และการอยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม สื่อสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือที่มีพลังในการเข้าถึงผู้คนในวงกว้าง และสามารถสร้างความเข้าใจและเปลี่ยนแปลงทัศนคติได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำเสนอเรื่องราวจากชีวิตจริงของผู้พิการ ซึ่งเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ความเข้มแข็ง และศักยภาพที่น่าชื่นชม กองทุนฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภาพยนตร์สั้นทั้ง 7 เรื่อง จะเป็นสื่อกลางที่สำคัญในการสร้างความตระหนักรู้ ความเข้าใจ และการเห็นอกเห็นใจในสังคม
รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า สถาบันมีความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมในทุกด้าน เพื่อเสริมพลังและอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตให้แก่ประชาชนทุกกลุ่ม รวมถึงการสร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกับคนพิการ โดยที่ผ่านมา สจล. ได้พัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อช่วยเหลือคนพิการในด้านต่าง ๆ ทั้งในเรื่องการเรียน การทำงาน และการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะโครงการ “7 Inspirations” ซึ่งเป็นสื่อสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และการเปิดโอกาสให้แก่คนพิการอย่างเท่าเทียม ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง นอกจากนี้ สจล. ยังมีแผนเตรียมเปิดโครงการจัดตั้ง “ศูนย์ดูแลนักศึกษาพิการ KDSS : KMITL Disabled Students Services and Support” เพื่อรองรับและสนับสนุนการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของนักศึกษาพิการให้มีคุณภาพ และเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของการเป็น “มหาวิทยาลัยของทุกคน” และมุ่งสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต
รองศาสตราจารย์ ดร. สุรพงษ์ สิริพงศ์ดี คณบดีวิทยาลัยการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม สจล. กล่าวถึงทิศทางการขับเคลื่อนสู่มหาวิทยาลัยเพื่อทุกคนว่า สถาบันตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างสังคมที่เปิดกว้างและเท่าเทียมสำหรับทุกคน ซึ่งการสนับสนุนโครงการ ‘7 INSPIRATIONS (เฟส 3)’ ในครั้งนี้ ถือเป็นการประยุกต์ใช้ศักยภาพด้านสื่อสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการสื่อสารและสร้างความเข้าใจในสังคม เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมและโอกาสที่ครอบคลุมถึงทุกกลุ่มบุคคล สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของสถาบันที่มุ่งสู่ Smart University ที่ให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์สังคมที่ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีคุณค่าและศักดิ์ศรี และการจะบริหารองค์กรให้เกิดความความยั่งยืน ได้ยึดหลักนโยบาย 5 Global Indexes ได้แก่ Global Citizen, Global Innovation, Global Learning, Global Infrastructure และ Global Management โดยเน้นการศึกษาเชิงปฏิบัติ การพัฒนานวัตกรรม และเชื่อมโยงสู่เวทีนานาชาติ 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทอแสงรัศมี ถีถะแก้ว อาจารย์ประจำวิทยาลัยการจัดการนวัตกรรมและอุตสาหกรรม สจล. หัวหน้าโครงการ 7 INSPIRATIONS (เฟส 3) กล่าวว่า โครงการ ‘7 INSPIRATIONS (เฟส 3)’ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างสรรค์สื่อภาพยนตร์สั้น จำนวน 7 เรื่อง ที่ถ่ายทอดเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจจากตัวแทนคนพิการ 7 ประเภท ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน คณะทำงานของเรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอเรื่องราวชีวิต ความสามารถ และศักยภาพของผู้พิการในหลากหลายมิติ เพื่อสร้างความเข้าใจ เจตคติเชิงบวก และการยอมรับความแตกต่างหลากหลายในสังคม คนพิการต้นแบบทุกคน ผู้ดูแล ครอบครัว และที่ปรึกษาจากสมาคมคนพิการได้ให้ความร่วมมือในการเขียนโครงเรื่อง บท และการผลิตให้ได้เรื่องราวตอบโจทย์แนวทางการผลิตสื่อเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และพวกเราเชื่อมั่นว่าภาพยนตร์เหล่านี้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมแห่งโอกาสอย่างแท้จริง”

“การคัดเลือกโลเคชั่นในการถ่ายทำ ยังได้เลือกใช้พื้นที่ของคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ และพื้นที่ส่วนกลางของ สจล. เนื่องจากมีการออกแบบตามแนวคิด Universal Design รองรับการเข้าถึงใช้งานของคนพิการ สอดรับกับการเป็นมหาวิทยาลัย พื้นที่การเรียนรู้ของคนทุกคน” ผศ.ดร.ทอแสงรัศมี กล่าวเพิ่มเติม 

โครงการ “7 INSPIRATIONS” มุ่งเน้นการสร้างภาพยนตร์สั้น 7 เรื่อง ความยาวไม่เกิน 30 นาทีต่อเรื่อง จากเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจของตัวแทนคนพิการ 7 ประเภท โดยบทละครทั้ง 7 เรื่องจะเน้นไปที่การใช้ชีวิตอย่างมีความสุข การยอมรับตนเอง การเชื่อมั่นในความสามารถ และความสำเร็จที่เกิดจากความพยายาม เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายด้านการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ โดยเฉพาะด้านการสร้างเจตคติเชิงบวกต่อคนพิการ เพื่อต่อยอดสู่การเสริมพลังและสร้างเครือข่ายการขับเคลื่อนงานด้านคนพิการในอนาคต ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดได้ผ่านการพิจารณาจากคณะที่ปรึกษาโครงการและคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแล้ว ได้แก่


เรื่องที่ 1 “มะปรางหวาน: The Miraculous Child”
นำเสนอเรื่องราวของ ด.ญ.สิปรางค์ นันเป้ง (น้องมะปราง) อายุ 13 ปี คนพิการต้นแบบจังหวัดสระบุรี ปี 2566 สะท้อนถึงพลังแห่งความรัก ความเข้าใจ และการทุ่มเทของครอบครัวที่สร้างสรรค์ชีวิตให้น้องมะปรางมีความสุข เข้มแข็ง และมีพรสวรรค์ในการร้องเพลงและรำไทย ที่ปรึกษา คือ คุณสุชาติ โอวาทวรรณสกุล นายกสมาคมผู้ปกครองคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย กล่าวถึงแนวคิดสร้างแรงบันดาลใจของเรื่องว่า “การเลี้ยงดูบุตรหลานที่เป็นคนพิการด้านสติปัญญาเป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ครอบครัวของน้องมะปรางได้ให้ข้อคิดว่า การมีน้องมะปรางกลับกลายเป็นการทำให้ทุกคนในครอบครัวพิเศษขึ้น และเป็นพลังใจให้กับครอบครัวอื่นๆ ให้ใช้วิธีคิดเชิงบวกและการสร้างความรักความเข้าใจเป็นพื้นฐานสำคัญ”

เรื่องที่ 2 “ฟ้าสีฟ้า : Blue Shades” ถ่ายทอดเรื่องราวของ คุณฟ้า เพียงฝัน นาคสุขไพบูลย์ คนพิการต้นแบบประเภทออทิสติก ผู้ประสบความสำเร็จในการศึกษาและได้รับทุนไปศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกด้านแพทยศาสตร์ที่สหราชอาณาจักร อีกทั้งยังมีความสามารถพิเศษด้านกีฬายิงธนู แนวคิดสร้างแรงบันดาลใจของเรื่อง เพื่อแสดงให้เห็นว่าแม้จะมีความแตกต่าง แต่ด้วยความมุ่งมั่น พยายาม และการไม่หยุดพัฒนาตนเอง ก็สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดและประสบความสำเร็จได้ โดยอาศัยความเข้าใจและโอกาสจากคนรอบข้างและสังคม

เรื่องที่ 3 สองล้อท้าโลก : My World is just out there! นำเสนอเรื่องราวของ คุณโสภณ ฉิมจินดา คนพิการทางการเคลื่อนไหว ผู้ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคหลังอุบัติเหตุ และยังคงเดินทางท่องเที่ยวด้วยวีลแชร์ พร้อมเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจ แนวคิดสร้างแรงบันดาลใจของเรื่อง เพื่อชี้ให้เห็นว่าความพิการทางร่างกายไม่ใช่ข้อจำกัดในการทำตามความฝัน หากมีพลังใจที่เข้มแข็งและการปรับมุมมอง ก็สามารถใช้ชีวิตและยืนหยัดเพื่อตนเองและครอบครัวต่อไปได้

เรื่องที่ 4 “วิ่งหายเจ็บใจ : Run” ถ่ายทอดเรื่องราวของ คุณเอ-ปทุมมาศ จัดแจง คนพิการด้านจิตใจ ผู้ได้รับฉายาว่า น้างฟ้านักวิ่ง เจ้าของเพจ “วิ่งหายเจ็บใจ” ผู้ใช้การวิ่งเยียวยาจิตใจจากโรคซึมเศร้า และส่งต่อพลังใจให้กับผู้ที่กำลังเผชิญความทุกข์ แนวคิดสร้างแรงบันดาลใจของเรื่อง ที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือจากคนรอบข้างและสังคมในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยาจิตใจ และการส่งพลังใจให้กันและกัน

เรื่องที่ 5 “ความทรงจำอันแสนสุข : HAPPY MEMORY” นำเสนอเรื่องราวของ คุณภูริวัจน์ อมรพีร (เบส) คนพิการด้านการเรียนรู้ ผู้ใช้ประสบการณ์ของตนเองช่วยเหลือกิจกรรมของสมาคม LD สะท้อนถึงความสำคัญของความเข้าใจ การเอาใจใส่ และเทคนิคการสอนที่เหมาะสมในการสนับสนุนผู้ที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ แนวคิดสร้างแรงบันดาลใจของเรื่อง ชี้ให้เห็นว่าด้วยความเข้าใจและการให้กำลังใจ ผู้พิการทางการเรียนรู้สามารถใช้ชีวิตและเรียนรู้ได้อย่างมีความสุข พร้อมดึงศักยภาพสู่ความสำเร็จได้

เรื่องที่ 6 “ครูคนิตย์ : The Teacher” ถ่ายทอดเรื่องราวของ ดร.คนิตย์ ผามะณี คนพิการด้านการมองเห็น นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ ผู้มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์หลักสูตรและระบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับคนพิการ โดยมี คุณเอกกมล แพทยานันท์ นายกสมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย เป็นที่ปรึกษา แนวคิดสร้างแรงบันดาลใจของเรื่อง แสดงให้เห็นว่าแม้การมองเห็นจะสำคัญ แต่ใจที่เปิดกว้าง ไม่ย่อท้อ และมุ่งมั่น จะนำพาไปสู่ความสำเร็จและสร้างโลกที่เท่าเทียมสำหรับทุกคนได้

เรื่องที่ 7 “Be the One: คนนั้นคือฉันที่แสนภูมิใจ” นำเสนอเรื่องราวของ คุณทิว ณัฐพงษ์ งิ้วเหล็ก Mister Deaf Thailand 2017 ที่ได้ทำงานเหมือนคนทั่วไป สะท้อนถึงการได้รับโอกาสและการยอมรับจากสังคมที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของคนธรรมดาให้สามารถเดินตามความฝันและสร้างความภาคภูมิใจในตนเอง โดยมี คุณนับดาว องค์อภิชาติ ประธานชมรม Deaf Thai Rainbow Club (DTRC) เป็นที่ปรึกษา แนวคิดสร้างแรงบันดาลใจของเรื่อง เน้นย้ำว่าแม้ภาษาที่ใช้สื่อสารจะแตกต่าง แต่หากเปิดใจรับฟัง ก็ไม่มีสิ่งใดมาขวางกั้น และการได้รับโอกาสจากสังคมสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตและสร้างพลังในการใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

โครงการ “7 INSPIRATIONS (Phase 3)” ยังได้เลือกเพลงประกอบภาพยนตร์ มีมีบทเพลงและพลังสสร้างสรรค์สังคมให้กำลังใจ คือ เพลงรางวัลแด่คนช่างฝัน ประพันธ์คำร้องและทำนองโดยคุณจรัล มโนเพชร ซึ่งได้ขออนุญาตลิขสิทธิ์จากทายาทเรียบร้อย โดยได้รับเกียรติจากโปรดิวเซอร์ระดับตำนาน คือ อาจารย์ โสฬส ปุณกะบุตร เรียบเรียงดนตรีใหม่ โดยมีนักร้องกิตติมศักดิ์ ได้แก่ คุณจิ๋ว สกุณชัย เปลี่ยนรัมย์ หรือ จิ๋ว เดอะวอยส์ คุณเมนทอล-ทวีรัชต์ คำเสน หรือ เมนทอล บุษบา ,ร่วมกับ ด.ญ. อัยย์ ธรรมาริน, ด.ญ.ทอแสงระพี และ ด.ญ.ทอแสงสินี ถีถะแก้ว จากโรงเรียน SBS International Bangkok และบันทึกเสียงโดยวิทยาลัยวิศวกรรมสังคีต สจล.   

โครงการ “7 INSPIRATIONS (Phase 3)” ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ สจล. ในการใช้พลังของสื่อสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมความเข้าใจ เจตคติเชิงบวก และการยอมรับความหลากหลายในสังคม เพื่อขับเคลื่อนไปสู่สังคมที่เปิดกว้างและให้โอกาสแก่คนพิการอย่างแท้จริง

ติดตามรับชมภาพยนตร์สั้นทั้ง 7 เรื่องในโครงการได้ที่ 

YouTube: Inspirations. https://www.youtube.com/@Inspirationsmovie  

Facebook: Inspirations. https://www.facebook.com/Inspirationsmovies



Share:

ดีพร้อม เดินเครื่องดันอุตฯ เสื้อผ้าไทย ปูพรมอัพสกิลบุคลากรทุกมิติ พร้อมดึงอัตลักษณ์สร้างแบรนด์ไทยสู่สากล หนุนพลังซอฟต์พาวเวอร์แฟชั่นไทยสู่ศูนย์กลางภูมิภาค

กรุงเทพฯ 21 พฤษภาคม 2568 - กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เดินเครื่องผลักดันอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยในสาขาเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มไทย ผ่าน “กิจกรรมการพัฒนาบุคลากรอุตสาหกรรมเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายไทย” เร่งสร้างทักษะบุคลากรแฟชั่นครบวงจร เน้นดึงอัตลักษณ์ไทยสร้างคุณค่าให้มีเอกลักษณ์ทีร่วมสมัยและโดดเด่น พร้อมสร้างโอกาสและเชื่อมโยงธุรกิจแฟชั่นไทยสู่สากล หนุนพลังซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่ศูนย์กลางแฟชั่นของภูมิภาค ตั้งเป้าเพิ่มรายได้ผู้ประกอบการไม่น้อยกว่า 10% 

นางสาวนันท์ บุญยฉัตร ผู้อำนวยการกองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มไทย มีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 2567 พบว่าอุตสาหกรรมดังกล่าวมีการส่งออกมูลค่ารวม 6,196.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ที่มา : สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ) อย่างไรก็ตาม แม้ไทยจะเป็นฐานการผลิตที่มีแรงงานฝีมือดี มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน

แต่ช่วงที่ผ่านกลับพบว่า ปริมาณการผลิตของไทยชะลอตัวลง มีปัจจัยสำคัญมาจากต้นทุนแรงที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง ทำให้เกิดการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่มีค่าจ้างแรงงานถูกกว่า รวมถึงขาดความรู้ ทักษะ และความเข้าใจในด้านการประกอบธุรกิจ ดังนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การแข่งขันจากด้านราคาไปสู่การใช้ความคิดสร้างสรรค์ เน้นคุณภาพและเพิ่มมูลค่าให้มากขึ้น การสร้างทักษะที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจยุคใหม่ ตลอดจนการสร้างอัตลักษณ์และแบรนด์ไทยที่มีความชัดเจนในระดับนานาชาติ  

กระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้การบริหารงานของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มไทยทุก ๆ มิติ ภายใต้นโยบาย “ปฏิรูปอุตสาหกรรมให้มีความทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส” ที่มุ่งเสริมแกร่งห่วงโซ่อุปทาน สร้างอุตสาหกรรมเศรษฐกิจใหม่ พัฒนาทักษะบุคลากร สร้างความเท่าเทียมให้เอสเอ็มอีไทยให้สามารถนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิต รวมถึงพัฒนาการออกแบบด้วยการผสมผสานความร่วมสมัย คงอัตลักษณ์ความเป็นไทย และสร้างโอกาสทางการตลาดก้าวสู่ระดับสากล จึงมอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) ดำเนินการหาแนวทางการพัฒนาและยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการไทยสามารถประกอบธุรกิจได้อย่างแข็งแรง พร้อมปรับตัวและรับมือท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสัมคมในบริบทต่าง ๆ ในอนาคต

นางสาวนันท์ กล่าวต่อว่า ดีพร้อม มีแนวทางการดำเนินงานที่มุ่งเน้นให้วิสาหกิจไทยสามารถอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กับการปรับตัวให้เข้ากับวิถีใหม่อย่างมั่นคง ภายใต้นโยบาย “ดีพร้อมคอมมูนิตี้ ที่นี่มีแต่ให้” ของ นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ด้วยกลยุทธ์ 4 ให้ 1 ปฏิรูป ที่มุ่งส่งเสริม พัฒนา และยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการในทุก ๆ ด้านอย่างตรงจุด ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การให้ทักษะใหม่ ด้วยการเพิ่มทักษะ ความรู้ ความสามารถบุคคลทั่วไปและผู้ประกอบการ เพื่อสร้างทักษะใหม่ที่จำเป็นต่อการทำงานในอุตสาหกรรมแฟชั่นสาขาเสื้อผ้าและเครื่องนุ่มห่มไทย ผ่าน ”กิจกรรมการพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายไทย” ภายใต้โครงการพัฒนาและเชื่อมโยงเครือข่ายบุคลากรอุตสาหกรรมแฟชั่น (Fashion Alliance) ประจำปี 2568 โดยมุ่งส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในอุตสาหกรรมเสื้อผ้าฯ รวมถึงต่อยอดองค์ความรู้ด้วยทักษะที่จำเป็นในการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้า เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงความรู้ที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจยุคใหม่ เน้นการสร้างภาพลักษณ์ที่โดดเด่นให้กับเสื้อผ้า ตลอดจนการสร้างโอกาสและขยายช่องทางการตลาดไปสู่ตลาดต่างประเทศ อันจะเป็นการผลักดันอุตสาหกรรมเสื้อผ้าฯ ไทยกลายเป็น Hub ของสินค้าแฟชั่นในตลาดสากลได้

สำหรับกิจกรรมดังกล่าว เป็นการมุ่งยกระดับขีดความสามารถของนักออกแบบและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยสาขาเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ทั่วประเทศ โดยคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ จำนวน 100 คน เข้ารับการถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างทักษะใหม่ที่จำเป็นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยนำกลไกของซอฟต์พาวเวอร์มาช่วยสร้างคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ทั้งด้านการออกแบบ พัฒนาธุรกิจ และการตลาด รวมถึงการใช้ทุนวัฒนธรรมในการค้นหาอัตลักษณ์ความเป็นไทยที่แตกต่างและมีเกลักษณ์โดดเด่น เพื่อสร้างแบรนด์

และเรื่องราว (Storytelling) ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง นอกจากนี้ ยังมีการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาโมเดลธุรกิจอย่างเข้มข้น พร้อมรับคำปรึกษาแนะนำด้านธุรกิจเชิงลึก บ่มเพาะและเชื่อมโยงเครือข่ายกับกูรูแฟชั่น การศึกษาดูงานกิจการที่ประสบความสำเร็จเพื่อสร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินธุรกิจของตน ตลอดจนสร้างและขยายโอกาสการเชื่อมโยงเครือข่ายในธุรกิจกิจแฟชั่นไทยไปสู่ตลาดต่างประเทศมากขึ้น อันจะเป็นการขับเคลื่อนให้เกิดพลังซอฟต์พาวเวอร์ และสร้างความแข็งแกร่งให้แก่อุตสาหกรรมแฟชั่นไทยไปสู่การส่งออกที่เติบโตขึ้นในระยะยาว

โดยตั้งเป้าให้เกิดการเพิ่มรายได้และยอดขายเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 และผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางแฟชั่นของภูมิภาค ซึ่งสอดรับกับนโยบายเรือธงสำคัญ (Flagship Policy) ของรัฐบาลที่มุ่งผลักดันและพัฒนาซอฟพาวเวอร์ของไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาประเทศและเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนทั่วโลกให้เข้ามาท่องเที่ยวและใช้ชีวิตในเมืองไทย ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน นางสาวนันท์ กล่าวทิ้งท้าย  

สำหรับผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมแฟชั่นที่มีความสนใจโครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ สามารถสอบถาม

ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 0 2430 6883 

และติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ เว็บไซต์ www.diprom.go.th และ www.facebook.com/dipromindustry

Share:

รีวิว การพักผ่อนแบบแสนพิเศษ “เออเบิ้ล โอเอซิส สปา” ย่านทองหล่อ ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ

Welcome to Oasis Spa
Where professional excellence meets the art of compassionate care in the world of wellness.
ที่ซึ่งความเป็นเลิศทางวิชาชีพมาบรรจบกับศิลปะแห่งการดูแลด้วยความใส่ใจของโลกแห่งสุขภาพ

หลายสัปดาห์แล้วที่ทำงานหนัก วันนี้ให้รางวัลกับร่างกายและจิตใจ กับการพักผ่อนแบบแสนพิเศษ “เออเบิ้ล โอเอซิส สปา” สาขานี้ ตั้งอยู่ย่านทองหล่อ ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ที่พร้อมให้บริการด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ มอบความเป็นส่วนตัวภายในห้องสปาทรีทเมนต์ขนาดใหญ่ 

ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไปในร้าน จะสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรและน้ำมันหอมระเหย การตกแต่งภายในเน้นโทนธรรมชาติ ใช้ไม้และหินเป็นองค์ประกอบหลัก ผสมผสานกับไฟสีอบอุ่น ทำให้รู้สึกผ่อนคลายทันทีที่เดินเข้าไป

มีเสียงเพลงเบาๆ แนวธรรมชาติคลอเบาๆ ตลอดเวลา และห้องทรีตเมนต์เป็นส่วนตัวให้ความรู้สึกปลอดภัยและสบายใจ  สาขานี้ตกแต่งได้อย่างหรูหรา ในแบบโอเรียนทอล โดดเด่นสะดุดตาด้วยโทนสีแดงดำ ที่ได้แรงบันดาลใจจากการเดินทางเพื่อค้นหานิยามแห่งความผ่อนคลาย และเติมพลังให้กับชีวิต
เพื่อการพักผ่อนที่สมบรูณ์แบบด้วยบริการจากเทอราปิสมืออาชีพ และสปาทรีทเมนต์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของโอเอซิส สปา ที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจสปามาอย่างยาวนาน
วันนี้เลือกเปิดประสบการณ์การพักผ่อน ประมาณ 2.30 ชม. กับ คอร์ส เริ่มกันที่ 

คอร์สขัดตัว **Himalayan Organic Salt Scrub**

คอร์สนี้ใช้เกลือหิมาลายันผสมกับน้ำมันออร์แกนิกและสมุนไพรไทย ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าอย่างอ่อนโยน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเกลือและสมุนไพรช่วยให้รู้สึกสดชื่น

หลังขัดตัวรู้สึกว่าผิวเนียนขึ้นทันที ไม่แห้งตึง แต่กลับนุ่มและชุ่มชื้น ผิวดูเปล่งปลั่งขึ้นเล็กน้อยตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ที่สำคัญคือไม่ระคายเคือง เหมาะสำหรับคนผิวแพ้ง่ายด้วย

คอร์สที่สอง เราเลือกเป็น นวดอโรมาเธอราพี ใช้ Hot Oil น้ำมันหอมระเหย
โดย Therapist ที่เชียวชาญ และใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดี กลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหย อโรมา ทำให้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง เป็นการ นวดโดยใช้ลูกประคบสมุนไพรไทยตามร่างกาย  ตามด้วยนวดอโรมาเธอราพี ใช้ Hot Oil ที่มีส่วนผสมของไพร  กลิ่มหอม ช่วยให้ผ่อนคลายได้มากขึ้น ใช้เวลาทั้งหมด 2 ชั่วโมง  การนวดเอกลักษณ์ที่บูรณาการท่านวดแผนไทยที่มีสรรพคุณในการบำบัดสูง 

ขอเชิญทุกท่านมาสัมผัสประสบการณ์
แห่งการผ่อนคลายที่ "เออเบิ้ล โอเอซิส สปา"

🌿 ดื่มด่ำกับบรรยากาศสงบ สบาย ท่ามกลางธรรมชาติ
💆‍♀️ ผ่อนคลายกับบริการนวดสปาระดับพรีเมียม โดยผู้เชี่ยวชาญ
🕯 เติมพลังให้ร่างกายและจิตใจ ด้วยศาสตร์แห่งการบำบัดที่พิถีพิถันทุกขั้นตอน


โปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่!
พบกับข้อเสนอสุดพิเศษและของขวัญเล็กๆ แทนคำขอบคุณ เมื่อจองคิวล่วงหน้าติดตาม

📍 เยี่ยมชมเราได้ที่ :Urban Oasis Spa สาขาทองหล่อ 20 59 Soi Ekkamai 21, Khlong Tan Nuea, Wattana, Bangkok 10110

📞 สอบถามข้อมูลหรือจองบริการ: BANGKOK +66 2262 2122

🌐 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่ : https://www.oasisspa.net/destination/bangkok/Urban/
Booking online saves Upto 50%

💚 มีบริการรับส่งฟรีจากสถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์

ให้ “เออเบิ้ล โอเอซิส สปา” เป็นจุดเริ่มต้นของการพักผ่อนอย่างแท้จริง 💚

#UrbanOasisSpa
#สาขาทองหล่อ

Share:

“บรีส” เสิร์ฟความหอมสุดหรูเปิดตัว “บรีส เอกเซล ซิกเนเจอร์ สูตรเซรั่มเข้มข้น” ดึงหนุ่มหล่อ “เจมีไนน์” ขึ้นแท่นพรีเซนเตอร์คนใหม่ พร้อมชวนสัมผัสประสบการณ์ความหอมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในงาน “BREEZE EXCEL SIGNATURE : SCENT CLUB”

 บรีส (BREEZE) แบรนด์ผู้นำด้านนวัตกรรมการซักผ้า ยกระดับมาตรฐานใหม่ด้วยการเปิดตัว “บรีส เอกเซล ซิกเนเจอร์ สูตรเซรั่มเข้มข้น” ให้ผ้าสะอาด ขจัดคราบหนัก ตั้งแต่ครั้งแรกที่ซัก พร้อมกลิ่นหอมหรู ติดผ้ายาวนาน 45 วัน* ที่มาพร้อมกลิ่นหอมพรีเมียมระดับน้ำหอมแบรนด์ดังถึง 4 กลิ่น 4 สไตล์ และเซอร์ไพรส์ครั้งยิ่งใหญ่กับการเปิดตัวพรีเซนเตอร์

คนใหม่ล่าสุด “เจมีไนน์ – นรวิชญ์ ฐิติชเจริญรักษ์” นักแสดงหนุ่มหล่อผู้มาส่งต่อพลังความหอมให้กับทุกคนในงานเปิดตัว

สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Breeze Excel ชชชชถ : Scent club” คลัพรีเมียมหอมหรูอันเป็นเอกลักษณ์ พาคนรักกลิ่นหอมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ พร้อมแชร์เคล็ดลับการซักผ้าให้สะอาด มีกลิ่นหอมที่ยาวนาน และกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับหนุ่ม

เจมีไนน์ พร้อมกิจกรรมสุดหรูในรูปแบบ Scent Club Experience พาทุกท่านเดินทางเข้าสู่ “Scent Journey” ที่จะเปลี่ยนการซักผ้าให้กลายเป็นประสบการณ์ในโลกแห่งน้ำหอม ผ่าน 4 โซนกิจกรรมหลักที่ถูกร้อยเรียงอย่างมีเรื่องราว สะท้อนตัวตนผ่าน ‘กลิ่น’ อย่างแท้จริง 

คุณธนาวัลย์ สิริวรภัทร ผู้อำนวยการการตลาด ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จํากัด เผยว่า “จากการศึกษาความต้องการของผู้บริโภคอย่างลึกซึ้ง เราพบว่านอกจากการซักสะอาดแล้วกลิ่นหอมยังมีอิทธิพลอย่างมากในการตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ซักผ้า โดยเฉพาะกลุ่มคนยุคใหม่ที่ต้องการให้เสื้อผ้าสะอาด หอมติดทนนานเหมือนน้ำหอมแบรนด์ดัง บรีสจึงได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุด “บรีส เอกเซล ซิกเนเจอร์ สูตรเซรั่มเข้มข้น” ให้ผ้าสะอาด ขจัดคราบหนัก ตั้งแต่ครั้งแรกที่ซัก พร้อมกลิ่นหอมหรู ติดผ้ายาวนาน 45 วัน* ที่ผสานนวัตกรรมการซักผ้าแบบใหม่ กับการดูแลเสื้อผ้าให้มีกลิ่นหอมพรีเมียมระดับโลก ผลิตภัณฑ์นี้เป็นครั้งแรกของบรีสที่ใช้เทคโนโลยี ‘อัลติเมต เซรั่ม’ (Ultimate Serum) ที่ช่วยขจัดคราบหนักได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ซักโดยไม่ต้องแช่ผ้า พร้อมกับ Smart Enzyme เอกสิทธิ์เฉพาะของบรีสที่ช่วยขจัดคราบได้ล้ำลึก และ Premium Fragrance ที่พัฒนาโดยผู้เชี่ยวชาญน้ำหอมระดับโลก ทำให้บรีสไม่เพียงแค่เป็นผลิตภัณฑ์ซักผ้า แต่เป็นประสบการณ์แห่งความหอมในทุกสัมผัส”

นอกจากนี้ เรายังได้สร้างสรรค์กลิ่นใหม่ที่สะท้อนคาแรกเตอร์และไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ผ่าน 4 กลิ่นหอมระดับพรีเมียม ได้แก่

รอยัล ลิลลี่ & รูบี้ โรส (Royal Lily & Ruby Rose) กลิ่นหอมลุ่มลึกและหรูหรา สะท้อนความคลาสสิกเหนือกาลเวลา ด้วยท็อปโน้ตแนว Oriental ที่อบอุ่น ผสานกลิ่นดอกลิลลี่และกุหลาบยามเย็น สร้างความสง่างามราวกับสวมชุดเดรสหรูในงานค่ำคืน


สวีท ซากุระ & อิงลิช โรส (Sweet Sakura & English Rose) กลิ่นฟลอรัลสดใส ผสานเสน่ห์หวานละมุนของดอกซากุระและกุหลาบอังกฤษ ให้ความรู้สึกสดชื่นและมีชีวิตชีวา เหมาะกับผู้หญิงที่มีความสนุกสนานและอ่อนโยน

บลูมมิ่ง พีโอนี & ไวท์ เดซี่ (Blooming Peony & White Daisy) กลิ่นหวานละมุนอบอุ่นเหมือนเดินในสวนดอกไม้ฤดูใบไม้ผลิ ผสมผสานพีโอนีและเดซี่นุ่มนวล เติมความอบอุ่นหัวใจในทุกวัน

เฟรช ไฮเดรนเยีย & เพอร์เพิล ไลแลค (Fresh Hydrangea & Purple Lilac) กลิ่นใหม่ล่าสุด ให้ความรู้สึกสดชื่นเหมือนวันซัมเมอร์ ด้วยดอกไฮเดรนเยียและดอกไลแลคสีม่วง เติมความสดใสและพลังบวก เหมาะกับคนที่รักการผจญภัยและไลฟ์สไตล์แอคทีฟ

“และเพื่อเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ที่ทันสมัยและแตกต่าง ยกระดับมาตรฐานของตลาดผลิตภัณฑ์ซักผ้าในประเทศไทย พร้อมสร้างประสบการณ์ที่ผู้บริโภคจะจดจำและเลือกใช้ซ้ำอย่างต่อเนื่อง เราจึงดึงนักแสดงหนุ่มหล่อสุดฮอตแห่งยุค “เจมีไนน์ นรวิชญ์ ฐิติเจริญรักษ์” เข้าสู่ครอบครัวบรีสในฐานะพรีเซนเตอร์คนล่าสุด ด้วยลุคหล่อ เท่ สะอาดสะกดใจ ซึ่งสะท้อนถึงกลุ่มคนยุคใหม่ที่ใส่ใจทั้งความสะอาดและบุคลิกภาพ พร้อมส่งต่อพลังบวกและกลิ่นหอมติดทนนานให้กับทุกคนในทุกวัน”

นอกจากนี้ เรายังจัดงานเปิดตัวครั้งสำคัญภายใต้ชื่อ “Breeze Excel Signature : Scent club” คลับพรีเมียมหอมหรูอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นบิ๊กอีเวนท์ที่รวมกลิ่นหอมระดับพรีเมียมและประสบการณ์ซักผ้าแบบใหม่ไว้ในที่เดียว ที่ผู้ร่วมงาน

จะได้สัมผัสประสบการณ์ “Imagine Breeze as the world-class perfume brand” และสนุกไปกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

ที่สะท้อนบุคลิกของกลิ่นต่าง ๆ เหมือนเดินอยู่ในห้องน้ำหอมของแบรนด์ระดับโลก เรามั่นใจว่า ‘บรีส เอกเซล ซิกเนเจอร์ สูตรเซรั่มเข้มข้น’ จะเป็นก้าวสำคัญของแบรนด์ในการยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ซักผ้าในประเทศไทย พร้อมสร้างภาพจำใหม่ที่ทั้งทันสมัย แตกต่าง และตอบโจทย์คนยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง”

ด้าน “เจมีไนน์ – นรวิชญ์ ฐิติเจริญรักษ์” นักแสดงหนุ่มสุดฮอตในฐานะพรีเซนเตอร์คนใหม่ กล่าวว่า “ผมดีใจแล้วก็รู้สึกเป็นเกียรติมากๆ ครับ ที่ได้มาร่วมงานกับบรีสเป็นพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์ “บรีส เอกเซล ซิกเนเจอร์ สูตรเซรั่มเข้มข้น” เพราะผมเชื่อว่าความสะอาดกับกลิ่นหอมมันสะท้อนตัวตนของเราได้จริงๆ อย่างตัวผมเองก็ให้ความสำคัญกับเรื่องกลิ่นเสื้อผ้ามากเลย เพราะมันช่วยเพิ่มความมั่นใจได้ทั้งวัน ยิ่งพอลองได้ใช้สูตรเซรั่มเข้มข้นใหม่ของบรีส ก็รู้สึกเลยว่าไม่ใช่แค่ซักสะอาด แต่กลิ่นก็ยังหอมแบบติดทนมาก ส่วนตัวผมชอบกลิ่น Royal Lily & Ruby Rose มากที่สุดเลยครับ เพราะให้ความรู้สึกหอมแบบติดหรู นุ่มลึก มีเสน่ห์ แล้วก็ให้ฟีลมั่นใจ เหมือนใส่สูทไปงานกลางคืนเลย สำหรับงานในวันนี้ก็ตั้งใจมาเจอทุกคน อยากชวนมาร่วมกิจกรรมสนุกๆ ด้วยกันนะครับ และสุดท้ายฝากติดตามกิจกรรมดีๆ จากบรีสที่เตรียมมาเซอร์ไพรส์ให้กับทุกคนด้วยนะครับ”

สำหรับความพิเศษภายในงาน “Breeze Excel Signature : Scent club” ทุกโซนกิจกรรมถูกออกแบบให้กลิ่นหอมกลายเป็น “ประสบการณ์มีชีวิต” ที่ทั้งสนุก สร้างสรรค์ และเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ จนทำให้การซักผ้าไม่น่าเบื่ออีกต่อไป 

ทุกคนที่มาร่วมงานจะได้รับบัตร Scent Club Card บัตรประสบการณ์หอมส่วนตัว สำหรับใช้สะสมแสตมป์จากการร่วมกิจกรรมในแต่ละโซน เมื่อสะสมครบ รับของขวัญสุดเอ็กซ์คลูซีฟกลับบ้านไปทันที โดยเริ่มว้าวกับโซนแรก BREEZE ULTIMATE – SERUM PAVILION โซนนี้คือจุดเริ่มต้นของการเปิดประตูสู่นวัตกรรม “อัลติเมต เซรั่ม” สูตรใหม่จากบรีส ที่ผู้ร่วมงานจะได้ทดลองสัมผัสผลิตภัณฑ์ซักผ้า สูตรเซรั่มเข้มข้น และสนุกกับกิจกรรมแจกของขวัญที่มาพร้อมกลิ่นหอมกลับบ้าน 

ถัดมาเป็นโซน BREEZE PREMIUM – FRAGRANCE EXPERIENCE โซนนี้จะพาทุกคนเปิดโลกแห่งความหอมแบบไม่ซ้ำใคร พร้อมดื่มด่ำกับศาสตร์แห่งกลิ่น ผ่าน 4 กลิ่นหอมซิกเนเจอร์ที่ออกแบบจากแรงบันดาลใจของน้ำหอมระดับโลก ให้กลายเป็นภาพ AI สุดล้ำจากกลิ่นที่ใช่ในสไตล์ของคุณ แล้วปล่อยให้ AI สุดล้ำแปลงกลิ่นนั้นให้กลายเป็นผลงานศิลปะ

สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่สะท้อนตัวตนผ่านภาพ เสมือนได้ถ่ายกลิ่นหอมให้ออกมาเป็นภาพจริง! แถมยังได้รับ Stamp Check Point กลับไปอีกด้วย มาต่อกันที่โซน BREEZE TIKTOK SHOP แค่หยิบมือถือมากด Like กด Share พร้อมติดแฮชแท็กของบรีส 

ก็ลุ้นรับของรางวัลมากมาย พร้อมรับแสตมป์อีกดวงบน Scent Club Card ปิดท้ายกับโซนบาร์สุดหรู BREEZE BAR – FRAGRANCE STATION โซนนี้เหมือนบาร์ลับของคนรักกลิ่นหอม เมื่อสะสมแสตมป์ครบ 3 จุดจากทุกโซนใน Scent Club Card ก็สามารถนำไปแลกรับของรางวัลสุดพิเศษได้ทันที 

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความหอมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่มาพร้อมนวัตกรรมซักผ้าสะอาดเหนือระดับกับผลิตภัณฑ์ใหม่ “บรีส เอกเซล ซิกเนเจอร์ สูตรเซรั่มเข้มข้น” ให้ผ้าสะอาด ขจัดคราบหนัก ตั้งแต่ครั้งแรกที่ซัก พร้อมกลิ่นหอมหรู ติดผ้ายาวนาน 45 วัน* ได้แล้ววันนี้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ TikTok Shop : unileverofficialthailand หรือช่องทางออนไลน์อื่นๆ และ สามารถติดตามกิจกรรมดีๆ จากบรีสได้ที่ Facebook : Breeze Thailand (บรีส ประเทศไทย) 

#บรีสสูตรเซรั่มเข้มข้น #บรีสxเจมีไนน์ #BreezeExcelScentclubXGemini

*จากผลทดสอบในห้องปฏิบัติการโดยผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำหอม เมื่อเก็บผ้าไว้ในตู้ 45 วัน เมื่อ พ.ศ. 2567

Share:

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Recent Posts

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

📲 (+66) 095 469 4415
✉️ Insightoutstory@gmail.com

Add Line📲 Click 👇👇

Translate

🚉 ช.ส.ท.พาเที่ยว นครฯ

Review By Nichapa

POPULAR NEWS

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก