มูลนิธิเฮอริเทจ (ประเทศไทย) ร่วมกับ หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ ม. ศรีนครินทรวิโรฒลงพื้นที่ให้บริการ ณ ชุมชนแหลมบัว จ.นครปฐม

มูลนิธิเฮอริเทจ (ประเทศไทย) ภายใต้การดูแลของเครือเฮอริเทจ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ร่วมกับ หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จัดทำโครงการ ทันตแพทย์อาสา ครั้งที่ 3 “ส่งต่อรอยยิ้ม แบ่งปันความสุข 4 ภาค” นำโดย วลัยทิพย์ ซื่อตรงมั่นคง (ที่ 2 จากขวา) ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เครือเฮอริเทจ, อ.ทพญ.หม่อมหลวงพิณแข รัชนี (ที่ 5 จากซ้าย) รองคณบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พร้อมด้วยบุคลากรจากหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ ร่วมใจให้บริการทันตกรรมเบื้องต้นแก่เด็กและเยาวชน อายุระหว่าง 6-12 ปี จากโรงเรียนบ้านห้วยกรด และโรงเรียนวัดทุ่งน้อย รวมจำนวนทั้งสิ้น 105 คน อาทิ การตรวจสุขภาพช่องปาก เคลือบหลุมร่องฟัน ขูดหินปูน อุดฟัน ถอนฟัน เป็นต้น ณ องค์การบริหารส่วนตำบลแหลมบัว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยมี ธนันชัย เอกเผ่าพันธุ์ (กลาง) นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมบัว เป็นตัวแทนหน่วยงานที่สนับสนุนพื้นที่ดำเนินการ เมื่อวันก่อน 

>>> สอบถามข้อมูลได้ที่ <<<

📞02-210-0023 

Email : heritagethailandfoundation@gmail.com 

ช่องทางการติดต่อเพิ่มเติม คลิกลิงก์ >> https://linktr.ee/heritagethailandfoundation

#HeritageThailandFoundation #มูลนิธิเฮอริเทจประเทศไทย

Share:

วธ. จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์เฉลิมพระเกียรติฯ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี 4 กรกฎาคม 2566

วันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม 2566 เวลา 10.00 น. ณ วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ 

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ 4 กรกฎาคม โดยมี นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวรปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา และประชาชนเข้าร่วมในพิธี

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า พระกรณียกิจด้านศาสนา เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวไทยว่าทรงปฏิบัติพระองค์ตามแนวทางพระพุทธศาสนา ด้วยทรงศีลทรงธรรม ทรงศึกษาธรรมะ ทรงปฏิบัติธรรม และทรงอุปถัมภ์ทำนุบำรุงพระศาสนา ธรรมะประการสำคัญที่ทรงแสดงอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน คือ ความช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ ที่พระราชทานต่อปวงชน เพื่อให้มีชีวิตที่ดีและปลอดภัย ฉะนั้นนอกจากพระจริยวัตรเพียบพร้อมแห่งขัตติยนารีไทยแล้ว ยังทรงมีน้ำพระทัยอันประเสริฐ ทรงมีความงดงามที่สามัญชนเรียกกันว่า “งามทั้งกายและใจ” 

ทรงได้รับการปลูกฝังด้านพระพุทธศาสนาจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ จึงทรงมีพื้นฐานความรู้จากทั้งสองพระองค์ และได้ทรงศึกษาพระธรรมอย่างลึกซึ้งควบคู่กับการนำไปปฏิบัติอยู่เสมอ พระจริยวัตรอันงดงามยิ่งนี้ เป็นอีกด้านหนึ่งที่ชาวไทยมีความประทับใจ ด้วยดำรงพระองค์เป็น “พุทธมามิกา” และ “พุทธศาสนูปถัมภิกา” ผู้ซึ่งเปี่ยมด้วยพระศรัทธาอย่างแรงกล้า เอาพระทัยใส่บำรุงและผดุงพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาของชาติไทย ทรงปฏิบัติพระภารกิจในฐานะพุทธศาสนิกชนเป็นนิจ ทรงเคร่งครัดยึดมั่นดำรงธรรมะและทรงดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่พสกนิกรชาวไทยเสมอ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อไปว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติถวายพระกุศล สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ โดยส่วนกลางร่วมกับวัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ จัดพิธีปลูกต้นไม้ พิธีเจริญพระพุทธมนต์ และถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ ในวันจันทร์ที่ 3 กรกฎาคม 2566 เวลา 10.00 น. ในส่วนภูมิภาค ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด 76 จังหวัด จัดกิจกรรมตามความพร้อมของแต่ละพื้นที่ ประกอบด้วย พิธีเจริญพระพุทธมนต์ กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในศาสนสถาน และกิจกรรมเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ในมิติทางศาสนา 

ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ร่วมกันทำความดีถวายเป็นพระกุศล แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ นำหลักธรรมคำสอนทางศาสนามาใช้ในการดำเนินชีวิต สืบสานวัฒนธรรมประเพณีอันเกี่ยวเนื่องกับสถาบันหลักของชาติ และเสริมสร้างความรักสามัคคีของประชาชนในชาติให้มั่นคง และเป็นการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรม และน้อมรำลึกในพระกรุณาคุณ ทำให้สังคมเกิดความสงบ ร่มเย็นและเป็นสันติสุขตลอดไป

Share:

ครั้งแรก sacit ยกคราฟต์ไทยเสิร์ฟนักท่องเที่ยวพัทยา กระตุ้นตลาดหัตถศิลป์ไทยสู่สากลใน “เพลินคราฟต์ 2023”

sacit สานต่อความสำเร็จคราฟต์ไทยใครๆ ก็ชอบ เดินหน้าจัด “sacit เพลินคราฟต์ 2023” ครั้งที่ 3 บุกศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน-6 กรกฎาคมนี้ หวังเปิดโอกาสการค้าแก่ผู้ประกอบการ เปิดตลาดใหม่สู่กลุ่มนักท่องเที่ยวแถบตะวันออก ประสบความสำเร็จหลังยอดขาย 3 วันแรกทะลุ 2 ล้านบาท

นายภาวี โพธิ์ยี่ รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย หรือ sacit เปิดเผยว่า จากความสำเร็จของการจัดงาน “sacit เพลินคราฟต์ 2023” ครั้งที่ 1 และ 2 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่แอร์พอร์ต และศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 2 ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยพบว่ามีผู้เข้าชมงานรวม 2 ครั้ง จำนวนกว่า 2 หมื่นคน อีกทั้งยังสร้างยอดขายให้กับผู้ประกอบการสะสมจำนวนกว่า 10 ล้านบาท ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่มีส่วนกระตุ้นกำลังซื้อ และก่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในประเทศ

นอกจากนี้ นับเป็นอีกหนึ่งเวทีในการเผยแพร่ และสร้างการรับรู้ในผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยให้เป็นที่รู้จักทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเพื่อสานต่อความสำเร็จ และส่งเสริมผู้สร้างสรรค์งานหัตกรรมไทยให้เข้มแข็ง และมีรายได้ sacit จึงจัดงาน “sacit เพลินคราฟต์ 2023” ครั้งที่ 3 วันที่ 30 มิถุนายน-6 กรกฎาคม 2566 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพัทยา ภายใต้แนวคิด Craft at First Crush คราฟต์ไทยใครๆ ก็ชอบ เพื่อถ่ายทอดถึงความรู้สึกของการตกหลุมรักในงานคราฟต์ ความรักในสิ่งที่ทำ สู่การต่อยอดไอเดียผลิตงานคราฟต์ใหม่ๆ และผลักดันให้เกิดการสร้างสรรค์หัตถกรรมไทยที่ประณีต เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเติบโตได้อย่างยั่งยืน 

นายภาวี กล่าวด้วยว่า นักท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างชาติที่เข้าร่วมกิจกรรมและเลือกซื้อสินค้าภายในงานขณะนี้สะสมรวมกว่า 3 พันคน สร้างเงินสะพัดภายในงานแล้วกว่า 2 ล้านบาท (ยอดขายระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน-2 กรกฎาคม 2566) ซึ่งตลอด 3 วันแรกของการจัดงาน พบว่ามีนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ โดยฉพาะจีน ญี่ปุ่น อินเดีย และยุโรป เลือกซื้อสินค้าภายในงานเพื่อเป็นของฝากของขวัญ อีกทั้งยังเห็นเทรนด์ใหม่ที่เกิดขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยว มีการถ่ายทอดสด (Live) ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ จำหน่ายสินค้าให้แก่กลุ่มผู้คนที่รักงานคราฟต์ไทย แต่ไม่สามารถเดินทางมาร่วมงานดังกล่าวได้

สำหรับกิจกรรมภายในงานได้รวบรวมงานคราฟต์ร่วมสมัยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น น่าสนใจ และเข้ากับวิถีชีวิตคนเมืองมาร่วมจัดแสดงและจำหน่าย รวมถึงผลิตภัณฑ์เทรนด์รักษ์โลก โดยล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ จากฝีมือของครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม และสมาชิก sacit รวมกว่า 40 ร้านค้า อาทิ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ผ้าไหม ผ้าฝ้าย งานเครื่องประดับ งานเครื่องปั้นดินเผา งานจักสาน และของใช้ของตกแต่งบ้านจากงานไม้

อีกทั้งภายในงานยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่ชื่นชอบงานคราฟต์ ได้สัมผัสงานศิลปหัตถกรรมผ่านการลงมือทำ (Workshop) ทั้งในแบบดั้งเดิมและร่วมสมัย DIY Your Style พร้อมสามารถรับงานฝีมือในสไตล์ของตนเองกลับบ้านได้เลย อาทิ เพ้นท์สีวาฬบลูด้า, เพ้นท์ตุ๊กตาดินเผาจิ๋ว, เพ้นท์แก้วผีตาโขน, พิมพ์ลายงานเซรามิก, ทำขาตั้งกระถางต้นไม้จิ๋ว เป็นต้น ซึ่งเป็นกิจกรรมไฮไลต์ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ผู้เข้าชมงานยังสามารถเพลิดเพลินไปกับการแสดงและกิจกรรมบนเวทีจากศิลปินดาราชื่อดังมาร่วมสร้างความบันเทิงครบรส พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ตกหลุมรักงานคราฟต์ด้วย

นายภาวี ยังกล่าวด้วยว่า sacit คาดหวังว่าการจัดงานในครั้งนี้ จะสร้างบรรยากาศการท่องเที่ยว สร้างประสบการณ์ชอปปิ้งให้กับนักท่องเที่ยว ก่อให้เกิดแรงจูงใจในการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ ทั้งนี้ จะมีการจัดงาน sacit คราฟต์ ครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย ระหว่างวันที่ 24 - 30 กรกฎาคม ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยคาดการณ์ว่าตลอดการจัดงานทั้ง 4 ครั้ง จะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้รักงานคราฟต์ทั้งชาวไทย และต่างประเทศเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 15,000 คน และสร้างเงินสะพัดภายในงานไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท และสิ่งสำคัญจะสามารถตอกย้ำให้หัตถกรรมไทยเติบโตได้อย่างยั่งยืนจากการสืบสาน สร้างสรรค์ และส่งเสริมผลงานให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดรับต่อไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ในทุกยุคสมัย แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของงานคราฟต์ไทยที่ใครๆ ก็ชอบ

sacit ขอเชิญชวนคนรักงานคราฟต์ มาร่วมเปิดประสบการณ์สัมผัสงานคราฟต์ไทยที่ใครๆ ก็ชอบ ภายในงาน “sacit เพลินคราฟต์ 2023” ครั้งที่ 3 ที่เซ็นทรัลพัทยา และ ครั้งที่ 4 ที่เซ็นทรัลเวิลด์ โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1289 หรือ Facebook : สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย 

Share:

เปิดโลกความงามผิวมิติใหม่ ทำความรู้จัก “สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน” นวัตกรรมที่ช่วยทำให้ผิวยกกระชับ กลับมามีคุณภาพผิวดี แข็งแรง และยืดหยุ่นขึ้น พร้อมช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้คนในยุคนี้ เปิดกว้างและเปิดรับการทำหัตถการความงามผิวเพื่อเติมเต็มความมั่นใจกันมากขึ้น รวมถึงยังมองหานวัตกรรมความงามผิวเทรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอ ทำให้อุตสาหกรรมเวชศาสตร์ความงามทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ‘กัลเดอร์มา ประเทศไทย’ ในฐานะผู้นำนวัตกรรมด้านความงามระดับโลก จึงนำนวัตกรรมความงามเทรนด์ใหม่ล่าสุด “Original Collagen Biostimulator” (ออริจินัล คอลลาเจน ไบโอสติมูเลเตอร์) ซึ่งเป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนมาเปิดประสบการณ์ให้กับแวดวงความงาม บุคลากรทางการแพทย์ และคนไทยเป็นครั้งแรก โดยกลุ่มสารนี้จะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้เพิ่มมากขึ้น เพื่อทดแทนคอลลาเจนเดิมที่สูญเสียไปตามอายุ นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการชะลอสัญญาณแห่งวัย ฟื้นฟูโครงสร้างใต้ชั้นลึกของผิว ทำให้ผิวยกกระชับ กลับมามีคุณภาพผิวดี แข็งแรง และยืดหยุ่นขึ้น ที่สำคัญให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน ซึ่งผลิตภัณฑ์ Original Collagen Biostimulator ได้รับการจดสิทธิบัตรในเรื่องของกระบวนการผลิตเฉพาะของบริษัท กัลเดอร์มา เท่านั้น โดยเป็นนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมในต่างประเทศมากว่า 25 ปี และยังมีผลงานวิจัยตีพิมพ์รับรองประสิทธิผลและความปลอดภัยมากกว่า 50 ฉบับ

คุณพุฒิพงศ์ ภูมิสุวรรณ ผู้ชำนาญการด้านความงามและการปรับรูปหน้า กล่าวว่า “คอลลาเจนเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง มีสัดส่วนสูงถึง 80% และยังเป็นโครงสร้างสำคัญของเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น กระดูก กล้ามเนื้อ เอ็น และข้อ โดยคอลลาเจนที่อยู่ในร่างกายจะมีหลากหลายชนิด แต่ชนิดที่พบมากที่สุดคือ คอลลาเจน Type1 ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่มีความสำคัญและเป็นชนิดที่ผิวหนังต้องการมากที่สุด เพราะเมื่อทุกคนอายุมากขึ้น ร่างกายจะเริ่มสูญเสียคอลลาเจนในผิวหนังปีละ 1-2% โดยเฉพาะเมื่อย่างเข้าสู่วัย 40+ การสร้างคอลลาเจนในผิวก็จะยิ่งเริ่มลดน้อยลง นั่นคือสัญญาณแห่งวัยที่หลายคนกังวล เพราะผิวจะไม่กระชับอย่างที่เคย มีริ้วรอย หย่อนคล้อย และอีกนานาปัญหา 

คุณพุฒิพงศ์ กล่าวแนะนำทิ้งท้ายด้วยว่า Original Collagen Biostimulator “เป็นอนุภาคของกรด Poly-L-Lactic Acid-SCA (PLLA-SCA) จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายผู้รักษาเกิดการผลิตคอลลาเจนของตัวเองให้เพิ่มมากขึ้น ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างใต้ชั้นลึกของผิว ยกกระชับบริเวณผิวหย่อนคล้อย ทำให้ผิวแน่นอิ่มฟู ปรับปรุงผิวให้กลับมามีคุณภาพผิวดี แข็งแรง และยืดหยุ่นขึ้น พร้อมช่วยคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิวได้อย่างเป็นธรรมชาติ จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ หรือเต็มไปด้วยริ้วรอยที่เห็นได้ชัดซึ่งเกิดขึ้นตามวัยที่มากขึ้น 

สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หรือ Original Collagen Biostimulator เป็นเวชศาสตร์ความงามที่เน้นในเรื่องแก้ไขปัญหาแห่งวัย แม้จะเพิ่งเข้ามาในประเทศไทยเป็นครั้งแรก แต่จริงๆ แล้วสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้รับความนิยมและใช้กันมากว่า 25 ปี รวมถึงมีผลงานวิจัยตีพิมพ์รับรองประสิทธิผลและความปลอดภัยมากกว่า 50 ฉบับ โดย Original Collagen Biostimulator เป็นสารที่กระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนในร่างกายของเราตามธรรมชาติ ซึ่งตามผลการวิจัย Original Collagen Biostimulator จะสามารถกระตุ้นให้เกิดการผลิตคอลลาเจน Type1 ได้สูงถึง 66.5% มากที่สุดในปัจจุบัน* พร้อมการให้ผลลัพธ์ที่เหนือกว่าด้วยผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและยาวนานต่อเนื่องถึง 2 ปี** สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ ไม่ตกค้างในร่างกาย” 

ควรเลือก และเตรียมตัวอย่างไร

ก่อนตัดสินใจเข้าโปรแกรมรักษาควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหน้าโดยเฉพาะ และเพื่อความมั่นใจในความปลอดภัยควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานต่างๆ แล้วเท่านั้น โดยปัจจุบันมีสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ผ่านการรับรอง US FDA จากสหรัฐอเมริกาเป็นผลิตภัณฑ์แรกของโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้จะต้องปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ทั้งก่อนและหลังการรักษา โดยหลังฉีดสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดและแสงยูวี งดแต่งหน้า อบซาวน่า และอบไอน้ำ และสามารถประคบเจลเย็นบริเวณที่ทำการฉีดในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพื่อช่วยลดอาการบวม และสิ่งสำคัญหลังฉีดคือการนวดในบริเวณที่ฉีดเพื่อช่วยให้กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในบริเวณที่ต้องการ ติดต่อกันระเวลา 5 วัน” 

นอกจากนี้ผู้ที่สนใจสามารถดูข้อมูลผลิตภัณฑ์ Original Collagen Biostimulator พร้อมตรวจสอบรายชื่อคลินิกที่ให้บริการผลิตภัณฑ์ได้ที่ https://www.galdermaaestheticsthailand.com 

หมายเหตุ
Material Code RA: THPM-23054Ax

*ผลการวิจัยของ Goldberg D, et al. Dermatol Surg. 2013;39(6):915-922 ในบทความ Single-Arm Study for the Characterization of Human Tissue Response to Injectable Poly-L-Lactic Acid (PLLA-SCA)

**ผลการวิจัยของ Narins RS, et al. J Am Acad Dermatol. 2010,62(3):448-462 ในบทความ A randomized study of the efficacy and safety of injectable Poly-L-Lactic Acid (PLLA-SCA) versus human-based collagen implant in the treatment of nasolabial fold wrinkles

Share:

SASOM แพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าแฟชั่น เปิดบูธกิจกรรม ดันบริการ Ready to Ship ผ่านแอปพลิเคชัน SASOM รับสินค้าสุดคูลได้ทันทีที่บูธ

กรุงเทพฯ ประเทศไทย (วันที่ 28 มิถุนายน 2566) - SASOM (สะสม) แพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าแฟชั่น เปิดบูธกิจกรรม ณ Paragon Royal Hall ในวันที่ 3-4 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา โดยมีกิจกรรมให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกภายในงาน อีกทั้งยังสามารถกดสั่งซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ (เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชัน) ผ่านบริการ Ready To Ship และเข้ารับสินค้าได้ที่บูธทันที 

SASOM (สะสม) เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2019 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยมีแพลตฟอร์มที่ทำหน้าที่เสมือนเป็น ‘คนกลาง’ ตรวจสอบลิขสิทธิ์สินค้า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการขายสินค้าปลอม หรือขายสินค้าสูงกว่าราคาจริง โดยจุดเด่นของแพลตฟอร์มคือการตรวจสอบสินค้าจากผู้ขาย ให้ถูกต้องและผ่านตามมาตรฐานของสะสมที่กำหนดไว้ โดยสินค้าที่ผ่านมาตรฐานจะมีการรับประกันสินค้าผ่านการติด Authentication Tag ทำให้ผู้ซื้อมั่นใจได้ว่าจะได้รับสินค้าที่ผ่านการตรวจลิขสิทธิ์โดย SASOM 

SASOM (สะสม) นับว่าเป็นแพลตฟอร์มที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ด้วยคอนเซปต์ “Next Generation Platform for Authentic Luxurious Transactions” หรือการเป็นแพลตฟอร์มยุคใหม่ สำหรับซื้อขายของสะสมแบรนด์เนมหรือของหายาก โดยมีการพัฒนาบริการต่างๆ บนเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน รวมถึงเน้นความหลากหลายของสินค้า โดยเฉพาะสินค้าแฟชั่นรุ่นที่หายาก และมีบริการสินค้าพร้อมส่ง (Ready to ship) เปิดให้ผู้ขายสามารถส่งสินค้าให้ SASOM ตรวจสอบและฝากสินค้าไว้ที่คลัง เมื่อทำการซื้อขายเสร็จสิ้น SASOM จะเป็นผู้ดำเนินการจัดส่งไปยังผู้ซื้อทันที

โดยการเปิดบูธกิจกรรมที่ผ่านมา มีผู้เข้ามาใช้บริการอย่างหลากหลายจำนวน 50,000 คน พร้อมมีการโชว์สินค้าแบรนด์เนมหลากหลายไม่ว่าจะเป็น กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า รวมถึงมีโซนถ่ายรูป Authentication Tag สุดเก๋  ให้ผู้มาร่วมงานได้ถ่ายรูปโชว์ความเป็นคนรุ่นใหม่แบบ Authentic กันด้วย

ปัจจุบัน SASOM มีสินค้าพร้อมส่งในคลังสินค้ามากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งพร้อมจัดส่งทันทีภายในวันที่ทำการสั่งซื้อ ทั้งรูปแบบการส่งแบบพัสดุ หรือแบบแมสเซนเจอร์ ที่จะได้รับของภายในวันที่สั่งซื้อ สำหรับพื้นที่เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยสามารถติดตามช่องทางแพลตฟอร์ม SASOM ได้ที่: 

Website: www.sasom.co.th

Application: SASOM https://sasom.onelink.me/xn2K/3vx69pnf

(สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS และ Android)

ช่องทาง Social media

Facebook: https://www.facebook.com/SASOMALERT

Instagram: https://www.instagram.com/sasom_official/

YouTube: https://www.youtube.com/@sasom_official

TikTok: https://www.tiktok.com/@sasom_official

เกี่ยวกับ SASOM (สะสม)

SASOM (สะสม) บริษัทสตาร์ทอัพ ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน ซื้อ-ขาย สินค้าแฟชั่นเจ้าแรกในประเทศไทย ที่มีบริการตรวจสอบสินค้าว่าถูกลิขสิทธิ์ ก่อนจัดส่งให้ผู้ซื้อ และมุ่งมันพัฒนาการบริการให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

Share:

ททท. ร่วมกับเพจอีจัน และหน่วยงานพันธมิตร จัดกิจกรรมตอบโจทย์ประสบการณ์และคุณค่าแห่งชีวิต พิชิตเกาะ "สิงโตชาเลนจ์" เดิน ว่าย พายคายัค เพื่อระดมทุนสร้างโรงเรียนเด็กพิเศษ บนพื้นที่ 3 ไร่ อ.หัวหินจ.ประจวบคีรีขันธ์

เช้าวันนี้ (วันอาทิตย์ที่ 2 กรกฎาคม 2566) เวลา 06.30 น. ณ บริเวณหน้าหาด โรงแรมเบสท์เวสเทิร์น คาราเพซ หัวหิน 

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน พร้อมทั้งคุณสมปรารถนา นาวงษ์ (เพจอีจัน)และผู้บริหารหน่วยงานพันธมิตรร่วมเปิดงาน "พิชิตเกาะสิงโตชาเลนจ์" โดยมีกิจกรรม ว่ายน้ำข้ามเกาะระยะทาง 5 กิโลเมตร,  พายคายัค ระยะทางรวมกว่า 13 กิโลเมตร และแต่งชุดไทยเดินแห่เทียนริมทะเลครั้งแรกของประเทศไทย

กิจกรรมดังกล่าวฯ เป็นกิจกรรมการแข่งขันกีฬาทางน้ำ โดยเปิดรับคนพิการและประชาชนทั่วไป เข้าร่วมกิจกรรม ถือว่าเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬากระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวเล่นกีฬาตามความถนัดความสนใจ ให้ได้รับความเพลิดเพลินความสนุกสนานตื่นเต้นและประสบการณ์อันน่าประทับใจ ส่งผลให้ได้มีคุณค่าและคุณภาพชีวิตที่ดีเพิ่มขึ้น 

นอกจากนี้ยังเป็นการประชาสัมพันธ์ให้เกาะสิงโตเป็นที่รู้จักและเป็นเลนมาร์คจุดมุ่งหมายปลายทางใหม่ให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยว และส่งเสริมผู้ประกอบการในพื้นที่ อ.หัวหิน อีกหนึ่งช่องทางด้วย

#experienceTourism #กิจกรรมเพื่อชีวิต #AmazingThailand #เกาะสิงโต #พิชิตเกาะสิงโตชาเลนจ์ #365มหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน

Share:

ไฮเออร์จัดแคมเปญ “ช้อปสุดคุ้ม ของแถมสุดฟิน” เอาใจขาช้อป รับของแถมสุดพรีเมียม เมื่อซื้อสินค้าที่ร่วมรายการ

กรุงเทพฯ ประเทศไทย (วันที่ 26 มิถุนายน 2566) - ไฮเออร์ ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกและแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลกติดต่อกัน 14 ปีซ้อน จัดแคมเปญ “ช้อปสุดคุ้ม ของแถมสุดฟิน” เอาใจลูกค้าสายช้อป ด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษ เพียงซื้อสินค้าตู้เย็นไฮเออร์เฉพาะรุ่นที่กำหนด จะได้สิทธิ์รับของแถมพรีเมียมเป็นเครื่องบดอาหารไฮเออร์ รุ่น FP7723A มูลค่า 1,990 บาท หรือ ซื้อเครื่องซักผ้าฝาหน้าไฮเออร์รุ่นที่กำหนด รับฟรีเครื่องปั่นอเนกประสงค์ไฮเออร์ รุ่น HBL-3320 มูลค่า 1,290 บาท

โดยมีรายละเอียดดังนี้

สงวนสิทธิ์สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าตู้เย็นไฮเออร์เฉพาะรุ่นที่กำหนดจะได้สิทธิ์รับของพรีเมียมเป็น เครื่องบดอาหารไฮเออร์ รุ่น FP7723A มูลค่า 1,990 บาท และลูกค้าที่ซื้อสินค้าเครื่องซักผ้าไฮเออร์ หรือ เครื่องอบผ้าไฮเออร์เฉพาะรุ่นที่กำหนดจะได้สิทธิ์ รับฟรีเครื่องปั่นอเนกประสงค์ไฮเออร์ รุ่น HBL-3320 มูลค่า 1,290 บาท

ผลิตภัณฑ์ตู้เย็นที่ร่วมรายการ ได้แก่ รุ่น ตู้เย็นมัลติดอร์ รุ่น HRF-MD350 STL ขนาด 13.6 คิว, ตู้เย็นมัลติดอร์ รุ่น HRF-MD350 GB ขนาด 13.6 คิว, ตู้เย็นมัลติดอร์ รุ่น HRF-MDM448 ขนาด 16.1 คิว, ตู้เย็นมัลติดอร์ รุ่น HRF-MD456GB ขนาด 16.1 คิว, ตู้เย็นมัลติดอร์ รุ่น HRF-MD758IOT ขนาด 22.6 คิว, ตู้เย็นมัลติดอร์ รุ่น HRF-MD550GB ขนาด 19.5 คิว, ตู้เย็นไซด์บายไซด์ รุ่น HRF-SBS490 ขนาด 16.1 คิว และ ตู้เย็นไซด์บายไซด์ รุ่น RSB59CRFD1OFL ขนาด 18.5 คิว

ผลิตภัณฑ์สินค้าเครื่องซักผ้าที่ร่วมรายการ ได้แก่ เครื่องอบผ้า รุ่น HD100-AR959S ขนาด 10 กิโลกรัม, เครื่องซ้าผ้าฝาหน้า รุ่น HW100-BP149596S ความจุ 10 กิโลกรัม, เครื่องซ้าผ้าฝาหน้า รุ่น HW120- BP14959S6 ความจุ 12 กิโลกรัม, เครื่องซ้าผ้าฝาหน้า รุ่น HW150-BP14986ES9 ความจุ 15 กิโลกรัม, เครื่องซักผ้าฝาหน้าซักอบ รุ่น HWD100-BP14959S8 ความจุซัก 10 กิโลกรัม ความจุอบ 6 กิโลกรัม, เครื่องซักผ้าฝาหน้า รุ่น HW105-BP14959S6 ความจุ 10.5 กิโลกรัม

โดยลูกค้าต้องซื้อสินค้าในช่องทางของห้างสรรพสินค้าและร้านค้าตัวแทนจำหน่ายตามแต่ละจังหวัดเท่านั้น (ไม่รวมช่องทางการซื้อผ่านออนไลน์) และกรอกรายละเอียดเพื่อใช้ในการรับของพรีเมียมให้ครบถ้วนผ่านทาง QR code ที่กำหนดไว้ จากนั้นสินค้าพรีเมียมจะทำการจัดส่งภายใน 15 วันทำการหลังจากลูกค้าลงทะเบียนรับสิทธิ์ ผ่านทาง QR Code เรียบร้อยแล้วเท่านั้น 

กิจกรรมดังกล่าวมีระยะเวลาตั้งแต่ 22 เมษายน - 31 กรกฏาคม 2566 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ณ ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าไฮเออร์ทั่วประเทศ

*หมายเหตุ

ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกสิทธิ์ผู้โชคดีที่ไม่ปฏิบัติตามกฎกติกา และ ไม่สามารถติดต่อเพื่อรับของพรีเมียมได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือยกเลิกกิจกรรมส่งเสริมการขายโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ในกรณีที่มีข้อโต้แย้งใด ๆ เกิดขึ้นคำตัดสินของบริษัทถือเป็นที่สิ้นสุด

เกี่ยวกับไฮเออร์

ไฮเออร์ เป็นผู้ผลิตและผู้นำรายใหญ่ในด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ล้ำสมัยระดับโลก โดยมีพันธกิจในการสร้างสรรค์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของผู้บริโภคกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ไฮเออร์ครองแชมป์ แบรนด์เครื่องใช้ภายในบ้านอันดับ 1 ของโลกติดต่อกัน 14 ปีซ้อน ตั้งแต่ปี 2551 ถึงปี 2565 โดยการจัดอันดับของสถาบันยูโรมอนิเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยข้อมูลทางการตลาดที่น่าเชื่อถือที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

สามารถติดตามข่าวสารของไฮเออร์ ได้ที่ Facebook : Haier (TH) Instagram : @haierthailand_official และ Twitter : @ThailandHaier

Share:

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Recent Posts

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

📲 (+66) 095 469 4415
✉️ Insightoutstory@gmail.com

Add Line📲 Click 👇👇

Translate

🚉 ช.ส.ท.พาเที่ยว นครฯ

Review By Nichapa

POPULAR NEWS

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก