ตลาดโก้งโค้ง
โทรศัพท์ : 035 703 700
ตลาดโก้งโค้ง
กระทรวงพาณิชย์ มอบ sacit ดันแฟชั่นผ้าไทยสู่ตลาดโลกต่อเนื่อง หลังเทรนด์ส่งออกเห็นสัญญาณบวก ขึ้นแท่นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราการขยายตัวสูงสุดหลายรายการ ตอกย้ำนโยบายรัฐบาลสร้าง Soft Power กางแผนปี 2566 ขยายฐานตลาดสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่
นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัจจุบันกระแสความนิยมผ้าไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ จากสถิติการส่งออกภาพรวมในปีที่ผ่านมา พบว่ามูลค่าส่งออกผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยรวม 349,034.57 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้ผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราการขยายตัวมากที่สุด คือ ผ้าคลุมไหล่ และผ้าพันคอ มากถึง 337.32% อีกทั้งในปีก่อนหน้า ผลิตภัณฑ์ประเภทเสื้อผ้าสำเร็จรูปทำจากฝ้ายขยายตัวถึง 11.15% โดยมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 21,557.17 ล้านบาท เช่นเดียวกับเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ทำจากวัสดุสิ่งทออื่นๆ ก็มีการขยายตัวสูงถึง 27.87% สร้างมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 20,631.77 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี จากความนิยมผลิตภัณฑ์ผ้าไทยที่เกิดขึ้น ปีนี้กระทรวงพาณิชย์ จึงได้มอบหมายให้ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ sacit วางแผนผลักดันงานศิลปหัตถกรรมในกลุ่มผลิตภัณฑ์ผ้าดังกล่าวให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น โดยจะเน้นย้ำสร้างการรับรู้ งานศิลปหัตถกรรมไทย ทั้งในด้านของ ไลฟ์สไตล์ที่ร่วมสมัย ภายใต้กลยุทธ์ “หัตถศิลป์ของชีวิตปัจจุบัน : Today Life’s Crafts” ที่มีการส่งเสริมและ ต่อยอดเรื่อยมาตั้งแต่ปี 2560 ถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะผ้าไทยที่ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งเสริมและพัฒนาดีไซน์ของผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้ตอบรับกับความต้องการของผู้บริโภค อีกทั้งจะเพิ่มทักษะความสามารถของผู้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ให้ความรู้ด้านการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing) เพื่อให้งานศิลปหัตถกรรมไทยสามารถตอบโจทย์ความต้องการ และโดนใจผู้ซื้อมากยิ่งขึ้นต่อไป
ด้านนายภาวี โพธิ์ยี่ รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันผ้าไทยถือเป็นอีกหนึ่งสินค้าที่ได้รับความนิยมทั้งในกลุ่มคนไทยและชาวต่างชาติ จากการพัฒนา ออกแบบดีไซน์ให้สอดรับกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น sacit จึงคงเป้าหมายในปีนี้ที่จะส่งเสริมให้
นอกจากนี้ ยังมีการดึงกลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพล (Key Opinion Leader) ที่สามารถเชื่อมต่อและสร้างแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้ มาเป็นตัวกลางในการสร้างภาพจำของงานศิลปหัตถกรรมไทยที่ทันสมัยและสามารถใช้งานในชีวิตประจำวัน และมุ่งเน้นเผยแพร่ไปผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนรุ่นใหม่ อาทิ Instagram หรือ TikTok ที่ปัจจุบันเป็นแพลตฟอร์มที่รวม
คอนเทนต์สุดไวรัลและทันกระแสทุกเทรนด์ มีผู้ใช้งานในประเทศไทยมากถึง 35.8 ล้านคน ซึ่งจะเป็นการขยายฐานการรับรู้ด้านงานศิลปหัตถกรรมไทยแบบไร้พรมแดน ที่จะทำให้ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าถึงงานศิลปหัตถกรรมไทย และเกิดการซื้อในโอกาสต่อไป
นายณัฐเศรษฐ วงศ์วัฒนากานต์ CEO บริษัท ทราวิซโก เทคโนโลยี จำกัด เข้าร่วมงาน DIGITAL INFINITY Networking Night ที่จัดโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ #ดีป้า โดยมี ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า นำทีมผู้บริหารดีป้าต้อนรับ พร้อมแนะนำ #ThailandCONNEX แพลตฟอร์มท่องเที่ยวแห่งชาติ ให้กับ พันตำรวจโท อนุรักษ์ จิรจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ในฐานะประธานเปิดงาน และพบปะแลกเปลี่ยนแนวความคิดกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่เข้าร่วมงาน เช่น คุณชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว คุณพัชรี แซ่พุ้น รองนายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร คุณธนวัฒน์ โฆสิตวิวัฒน์ Co-Founder ทราวิซโก อินโนเทค และผู้บริหารจากดรีมเวิลด์ บัดดี้กรุ๊ป พอร์โตชิโนและพอร์โตโก โทมัสโฮเทล รุ่งทรัพย์ทราเวล รวมทั้งได้มีโอกาสหารือกับผู้บริหารระดับสูงของหลากหลายบริษัทเอกชนชั้นนำ เช่น แอร์เอเชีย เอสซีบี เอไอเอส เทโรเอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เอสซีจีอบาคัส ทีวีไดเร็ค ไลน์โอเพ่นแชท หัวเว่ย ไมโครซอฟท์ อินเทล กูเกิ้ล เอดับบลิวเอส SEA (ประเทศไทย) SAP ซูเปอร์แนป เวสเทิร์นดิจิทัล เซลส์ฟอร์ซ เรดฟอกซ์ ทีบีเอ็น โซโห เอทีไอ แกรนด์ไลน์อินโนเวชั่น เอไอแอนด์โรโบติกเวนเจอร์ สยามคูโบต้า รวมทั้งสื่อมวลชน เช่น เดอะพีเพิล ข่าวสด เทลสกอร์ และอินฟลูเอนเซอร์ชาวไทยและต่างชาติ เช่น คุณวรพันธ์-ราชาบูติก คุณ Jack Brown คุณลดา และเจ้าของสื่อดังรุ่นใหม่ เช่น Khajochi iMOD IT24HRS ExtremeIT DroidSans QTaymee เป็นต้น
พันตำรวจโท อนุรักษ์ จิรจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า กระทรวงดิจิทัลฯ มุ่งมั่นขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล โดยมี ดีป้า เป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมและสนับสนุน โดยในปี 2566 ดีป้า พร้อมให้ความสำคัญกับการดำเนินงานภายใต้แนวคิด DIGITAL INFINITY – ดิจิทัลไม่มีที่สิ้นสุด ซึ่งสอดคล้องกับแผนแม่บทการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ระยะที่ 2 รวมถึงการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมใหม่ (New Wave Industry) และซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power)
ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กล่าวว่า การดำเนินงานภายใต้แนวคิด DIGITAL INFINITY จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนากำลังคนดิจิทัล การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมดิจิทัล การส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล รวมถึงการเตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รองรับการเดินหน้าไปสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศ โดย ThailandCONNEX แพลตฟอร์มท่องเที่ยวแห่งชาติ ภายใต้โครงการเปิดเมือง เปิดท่องเที่ยวไทยด้วยดิจิทัล (Digital Tourism) เป็น 1 ใน 8 โครงการสำคัญของดีป้า โครงการนี้ ดีป้า ได้ร่วมลงทุนกับ ทราวิซโก เทคโนโลยี #ทราเวลเทค อันดับหนึ่งของไทย ที่นอกจากจะเป็นศูนย์กลางที่จะต่อเชื่อมผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย มากกว่า 100,000 ราย สินค้าและบริการท่องเที่ยวไทยมากกว่า 200,000 รายการ เพื่อส่งต่อไปยังตัวแทนท่องเที่ยวทั้งในไทยและทั่วโลกแล้ว ยังจะมีการใช้ Big Data และ Digital Token เข้ามาเป็นเครื่องมือ เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยประยุกต์ใช้ดิจิทัลเทคโนโลยี ในการเร่งพลิกฟื้นและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันอย่างไร้ขีดจำกัด เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
“สำหรับกิจกรรม DIGITAL INFINITY Networking Night ที่จัดขึ้นวันนี้ ถือเป็นการเปิดพื้นที่สำหรับพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ ข้อคิดเห็น และประสบการณ์เกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงอัปเดตความก้าวหน้าการยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลไทยผ่านโครงการสำคัญภายใต้แนวคิด DIGITAL INFINITY ระหว่างผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ รวมถึงพี่น้องอินฟลูเอนเซอร์ชาวไทยและต่างชาติ เพื่อเป็นแนวทางบูรณาการการทำงานจากทุกภาคส่วน ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศสู่ดิจิทัลโดยแท้จริง” ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว
ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของโครงการเปิดเมือง เปิดท่องเที่ยวไทยด้วยดิจิทัล ได้ทางเว็บไซต์: www.thailandconnex.com เพจเฟซบุ๊ก: ThailandCONNEX และศูนย์บริการลูกค้า 0 2171 9900
#ThailandCONNEX #TRAViZGO #TRAVEL #ท่องเที่ยว #แพลตฟอร์ม
ระยอง, วันที่ 10 เมษายน 2566 สำนักงานเกษตรจังหวัดระยอง ได้รับเกียรติจากนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดงาน ผู้ว่า...การันตี ทุเรียนดี ทุเรียนอร่อย ต้องทุเรียน Gold Rayong” ณ ฟาร์มรื่นรมย์ ตำบลห้วยยาง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
ระยอง แหล่งผลิตไม้ผลเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะทุเรียนในฤดูกาลผลิต ปี 2566 ผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงเดือนเมษายน - มิถุนายน 2566 คาดการณ์ปริมาณผลผลิตทุเรียน 162,000 ตัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทุเรียนระยองทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนส่งเสริมการตลาดภายในประเทศ และตลาดส่งต่างประเทศ จึงได้มีการยกระดับมาตรฐานคุณภาพทุเรียนระยองด้วยการเพิ่มเปอร์เซนต์น้ำหนักเนื้อแห้งของทุเรียน พร้อมส่งเสริมการเก็บเกี่ยวทุเรียนให้ถูกระยะ และถูกต้องที่จะนำสู่ทุเรียนคุณภาพดี
นางวรนุช สีแดง เกษตรจังหวัดระยอง กล่าวรายงานเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการจัดงานในวันนี้ โดยนายวสันต์ รื่นรมย์ เจ้าของฟาร์มรื่นรมย์และในฐานะนายกสมาคมทุเรียนผู้ผลิตไทย บรรยายวิดิทัศน์เกี่ยวกับเทคโนโลยีการผลิตทุเรียนด้วยการห่อผลด้วยถุงแดงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต (Magik Growth) และการยกระดับคุณภาพทุเรียนด้วยการตัดแก่ เปอร์เซนต์น้ำหนักเนื้อแห้ง 35% สู่การเป็นทุเรียนระยองเกรดพรีเมียม (Gold Rayong)
นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง กล่าวว่า จังหวัดระยองดำเนินการโครงการยกระดับทุเรียนหมอนทองระยอง เพื่อยกระดับทุเรียนระยองเกรดพรีเมียม แบรนด์ Gold Rayong ด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีถุงเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Magik Growth) เพื่อเพิ่มคุณภาพและผลผลิตทุเรียน ซึ่งเป็นผลงานวิจัยจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จากผลวิจัยพบว่า สามารถเพิ่มน้ำหนักผล 8 – 10% เปลือกทุเรียนบางลง ผิวเปลือกสวย ไม่มีรอยทำลายของโรคและแมลง ปริมาณเนื้อเพิ่มมากขึ้น มีความโดดเด่นเรื่องคุณภาพ สีผล ขนาดผล รูปทรง ปริมาณเนื้อ และมีความปลอดภัยจากสารเคมี เนื่องจากการห่อผลตั้งแต่ระยะขยายผล โดยการเก็บเกี่ยวจะเก็บได้เมื่อเปอร์เซนต์น้ำหนักแห้งของเนื้อทุเรียนมากกว่า 35% จึงการันตีได้ว่า ทุเรียนระยองดีจริง และอร่อยจริงในปี 2566 จังหวัดระยองส่งเสริมการรวมกลุ่มแปลงใหญ่ทุเรียน จำนวน 21 แปลงใหญ่ และได้รับการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีถุงเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (Magik Growth) ร่วมกับการจัดการทุเรียนคุณภาพ จำนวน 10,000 ใบ
จากนั้นเดินทางต่อไปยัง โรงคัดบรรจุทุเรียนเพื่อการส่งออก บริษัท จี๋เซียง ฟรุ๊ตส์ จำกัด ตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เพื่อเยี่ยมชมการคัดทุเรียน และบรรจุทุเรียนเพื่อการส่งออก โดยมี นายนพดล แดงพวง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรระยอง นำบรรยายเกี่ยวกับเทคโนโลยีการสุ่มตรวจสอบวัดเปอร์เซ็นต์เนื้อแห้งทุเรียนเพื่อการส่งออก และนำเยี่ยมชมการตรวจสอบการคัดแยก และบรรจุทุเรียนก่อนปิดตู้ เพื่อทำการส่งออก ตามกิจกรรม “ผู้ว่าการันตี ตรวจแน่ แก่ชัวร์ แป้งถึง จึงปิดตู้”
นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความต้องการของบริโภคทุเรียน โดยเฉพาะประเทศจีน ตลาดส่งออกใหญ่ที่สุด เปิดโอกาสการนำเข้าทุเรียนผลสดจากประเทศต่าง ๆ ได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย “เวียดนาม” จึงกลายเป็นคู่แข่งที่สำคัญของทุเรียนไทย ด้วยราคาที่ถูกกว่าเกือบ 50% เพราะต้นทุนการผลิตต่ำกว่า ประกอบกับระยะทางขนส่งที่ใกล้กว่า ขนส่งได้สะดวกรวดเร็ว สามารถตัดทุเรียนเปอร์เซ็นต์ความแก่มากกว่าประเทศไทย ทำให้รสชาติที่มีความอร่อย โดดเด่นตามลักษณะของเนื้อทุเรียนแก่ ตรงกับความชื่นชอบของลูกค้าชาวจีน เป็นข้อเสียเปรียบสำคัญของประเทศไทย นอกจากนี้การปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศไทย แม้ว่าตลาดส่งออกยังมีความต้องการ ควรเร่งเพิ่มแนวทางจัดการเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขัน โดยเฉพาะด้านคุณภาพรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของทุเรียน ให้เป็นที่ยอมรับทั้งของคนไทย และตลาดต่างประเทศแนวทางจัดการเตรียมการเชิงรุกด้วยการยกระดับมาตรฐานทุเรียนหมอนทองเพื่อการส่งออก ให้มีน้ำหนักเนื้อแห้งขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 35% ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานในปัจจุบันที่ใช้อยู่ (มาตรฐาน มกษ 3 – 2556 กำหนดให้ทุเรียนพันธุ์หมอนทองเพื่อการส่งออก มีน้ำหนักเนื้อแห้งขั้นต่ำ ไม่น้อยกว่า 32%) ทั้งนี้ เพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาดในจีนด้วยคุณภาพให้สูงมากขึ้นจากนั้น นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง และนายนพดล แดงพวง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรระยอง ทำการปิดตู้คอนเทนเนอร์ทุเรียนเพื่อการส่งออก ณ โรงคัดบรรจุทุเรียนเพื่อการส่งออกของบริษัท จี๋เซียง ฟรุ๊ตส์ จำกัด เป็นการปิดกิจกรรม “ผู้ว่าการันตี ตรวจแน่ แก่ชัวร์ แป้งถึง จึงปิดตู้”และนายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ประชาสัมพันธ์การจัดงานเทศกาลผลไม้และของดีจังหวัดระยอง ประจำปี ๒๕๖๖ ระหว่างวันที่ ๓ - ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ณ สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง ตำบลเนินพระ อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ภายในงานประกอบด้วย กิจกรรมการประกวดผลไม้ การออกร้านจำหน่ายผลไม้คุณภาพดีจากเกษตรกร และอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย
วันพฤหัสบดี-ศุกร์ที่ 20-21 เมษายน 2566 กิจกรรมวันไหลต่อเนื่องจากประเพณีสงกรานต์ “Pai Relax Day” เวลา 13.00 - 20.00 น. ณ บริเวณริมน้ำปาย เชิงสะพานข้ามแม่น้ำปาย ฝั่งแม่ฮี้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีกิจกรรมเด่น ได้แก่
กิจกรรมดนตรี การจัดพื้นที่เล่นน้ำ - อุโมงเล่นน้ำกาดฝรั่ง กีฬาพื้นบ้าน อาทิ วอลเลย์บอลชายหาด มวยทะเล การจำหน่ายอาหารท้องถิ่น ของที่ระลึก และกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน กิจกรรมล่องห่วงยางแม่น้ำปาย
ซึ่งการจัดงานจะเน้นใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการเกิดขยะ เช่น การใช้ภาชนะที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ หรือย่อยสลายง่าย รวมทั้งรณรงค์ ให้ผู้เข้าร่วมงานนำภาชนะใส่เครื่องดื่มมาเอง และมีการคัดแยกการทิ้งขยะตามประเภท
ไม่เสียค่าเข้าชม ไม่ต้องลงทะเบียน ไม่มีพิธีการ แต่งกายตามประเพณีนิยม
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน เลขที่ 4 ถนนราชธรรมพิทักษ์ ตำบลจองคำ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน 58000 (tablet) โทร. 0 5361 2982 - 3 ในวันและเวลาราชการ (pink cellphone) Facebook Page : ททท. สำนักงานแม่ฮ่องสอน (TAT MAEHONGSON)
ชวนมาช้อป ชิม ชิล อาหารและของดีไซน์สุดแนว กว่า 1,200 ร้านค้า ย่านใจกลางแยกรัชโยธินเปิดแล้ววันนี้ กับ ”ตลาดกรีน วินเทจ รัชโยธิน” ตลาดกลางแจ้ง กลางเมือง ที่ตั้งอยู่บริเวณแยกรัชโยธิน เป็นตลาดต้นแบบเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเชื่อมโยงธุรกิจเข้าด้วยกัน ตลาดที่มุ่งมั่นจะเชื่อมโยงชีวิตของคนในเมือง ที่มีแต่ความวุ่นวาย ท่ามกลางมลพิษทางอากาศหรือ PM2.5 จนยากต่อการออกมาใช้ชีวิตนอกบ้าน ให้สามารถออกมาหาความสุขกับการใช้ชีวิตนอกบ้านได้อย่างสบายใจ ได้ออกมา ช้อป ชิม ชิล ในตลาด Out door ทีมีมากกว่า 1,200 ร้านค้า ได้ช้อปปิ้งสินค้าหลากหลายสไตล์ ในบรรยากาศที่ร่มรื่นท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ เป็นแหล่งช้อปปิ้งแห่งใหม่ใจกลางกรุงฯ ที่ได้รวบรวมทุกไลฟ์สไตล์มาเพื่อเติมเต็มสีสันให้กับชีวิตอย่างแท้จริง
ตลาดกรีน วินเทจ รัชโยธิน เป็นตลาดสุดแนว มากกว่า 1,200 ร้านค้า ที่มีทั้งสินค้าของดีไซน์ และอาหารหลากหลายแสนอร่อย พร้อมเครื่องดื่มมากมายให้เลือกชิม (ในราคาถูก) ทุกร้านที่ตั้งอยู่ภายในตลาดถูกคัดสรรมาอย่างดีเพื่อเติมสีสันให้กับชีวิตคนเมือง โดยภายในตลาดยังจัดวางพื้นที่ให้เดินสบาย หาของง่าย มีการแบ่งโซนชัดเจน และมีที่ให้นั่งพักผ่อนเย็นสบายใต้ต้นไม่ใหญ่ และดนตรีสดเวทีแสดงความสามารถของเยาวชน เพิ่มความชิลให้ได้ฟังกันทั้งคืนนอกจากนี้ ”ตลาดกรีน วินเทจ รัชโยธิน” เป็นตลาดกลางแจ้ง มีความโดดเด่นด้วยโลเกชั่นที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ในย่านแยกรัชโยธิน ทำให้การเดินทางได้สะดวกสบาย พร้อมมีที่จอดรถกว้างขวาง หรือใครไม่อยากขับรถก็สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS ลงที่สถานีรัชโยธิน แล้วเดินเข้าตลาดได้เลย โดยเปิดตั้งแต่ 16.00-24.00 น. ทุกวัน
คุณฉัตรชนก ตรีรัตนวาทิน ผู้จัดการทั่วไป โครงการ Asiatique The Riverfront Destination พาสื่อมวลชนเที่ยวชมงาน Disney100 Village at Asiatique ที่จัดงานในรูปแบบ special pop-up event ที่มีโซนตามธีมต่างๆ ที่น่าตื่นเต้นประทับใจ เพื่อให้แฟนๆ ได้ชื่นชมและสัมผัสกับเรื่องราวจากดิสนีย์ที่รวมไว้อยู่ในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็น ดิสนีย์, พิกซาร์, มาร์เวล, และสตาร์ วอร์ส วันที่ 12 เมย. 66 คุณฉัตรชนก ตรีรัตนวาทิน ผู้จัดการโครงการ Asiatique The Riverfront Destination พาสื่อมวลชนเที่ยวโครงการ Disney100 Village at Asiatique100 กรุงเทพฯ โดยมีสื่อมวลชนให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมกันเป็นจำนวนมาก.. และเพื่อเป็นการฉลองเทศการสงกรานต์ของปีนี้ทางเอเชียทีคฯ ยังได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ.มาฉลองความสุขให้ชุ่มฉ่ำที่ Disney100 Village at Asiatique อีกด้วยเฉพาะซัมเมอร์นี้เท่านั้น ที่ทุกคนจะได้ฉลองสงกรานต์ในบรรยากาศแสนสนุกที่ได้แรงบันดาลใจจากดิสนีย์ พิกซาร์ มาร์เวล และสตาร์ วอร์ส จัดเต็มทั้งความสนุก เทคโนโลยีสุดล้ำ และยังจัดเต็มกิจกรรมและโซนพิเศษอีกมากมายให้เพื่อน ๆ ได้เข้ามาปล่อยจอยให้ฉ่ำใจ อาทิ...
และกิจกรรมสนุกๆ อีกมากมาย




