ไปเที่ยวสังขละบุรี กาญจนบุรี

เลิฟสะพานมอญ เลิพความมีอาระยะ



วันนี้ Insightout-story ชวนไปเที่ยว 
และทำบุญที่ สังขละบุรี-กาญจนบุรีกันค่ะ



ที่เที่ยวกาญจนบุรีที่เที่ยวได้ตลอดทั้งปี 
สัมผัสกับวัฒนธรรมไทย-มอญ 



ในหมู่บ้านเล็ก ๆ กลางหุบเขาและสายน้ำ 
พร้อมเที่ยวชมธรรมชาติและ
สถานที่ท่องเที่ยวศักดิ์สิทธิ์



อำเภอสังขละบุรี อำเภอเล็ก ๆ กลางหุบเขา
ที่เต็มไปด้วยความงดงามของธรรมชาติ  
และเรื่องราววัฒนธรรมที่น่าหลงใหล
ของชาวไทย - มอญ 



อดีตเราจะรู้จักสังขละบุรีว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์
จากบารมีของหลวงพ่ออุตตมะ (พระราชอุดมมงคล) 
พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่ได้รับความเคารพเลื่อมใส
จากคนไทยเชื้อสายมอญและพุทธศาสนิกชน

ซึ่งสิ่งที่โดดเด่นมาก ๆ ในสังขละบุรีก็คือ 
"สะพานมอญ" สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในเมืองไทย 



ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์ก 
สำคัญของจังหวัดกาญจนบุรีไปแล้ว 

อีกทั้งความสวยงามของธรรมชาติโดยรอบของที่นี่ 
ก็ทำให้สังขละบุรีน่าหลงใหลขึ้นอีกเท่าตัว 
วันนี้เราจึงได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวสังขละบุรี
บางส่วนมาฝากกันค่ะ จะมีที่ไหนบ้าง...ไปดูกัน

ทีมงานเรา ไปพักที่ โรงแรมสามประสบรีสอร์ท 
อาคารสามประสบวิว คืออาคารหลักของรีสอร์ท 
ประกอบด้วยส่วนของห้องอาหาร
ในบรรยากาศสบายๆ 


โรงแรมสามประสบ รีสอร์ท

ห้องพักหน้าวิว ริมสระน้ำ 12 ห้อง 
รวมถึงห้องประชุมสัมมนาพร้อมอุปกรณ์ครบครัน


ห้องอาหาร

อาหารเช้า

สระว่ายน้ำที่สวยทันสมัยพร้อมหัวฉีดจากุซซี่ 
ห้องฟิตเนส และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ


วิวมองจากโรงแรม

ที่พร้อมต้อนรับคุณ ตัวอาคารตั้งอยู่บนเนินเขา 
คุณจึงสามารถเห็นวิวแม่น้ำสามสาย
ที่ไหลมาประสบกัน
หน้าเทือกเขาอันสลับซับซ้อน
ได้กว้างไกลสุดสายตา 
และเห็นสะพานอุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ)
ได้อย่างชัดเจนใกล้ชิดที่สุดในอำเภอสังขละบุรี





สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้อง 
ได้แก่ ห้องน้ำที่เก๋ไก๋มีสไตล์ พร้อมเครื่องทำน้ำอุ่น 



และไดร์เป่าผม แอร์คอนดิชั่น 
โทรทัศน์สีจอ LCD 32” + ช่องทีวีดาวเทียม40 ช่อง 
ตู้เย็น,เครื่องทำน้ำอุ่น และ มินิบาร์(กาต้มน้ำ+กาแฟ)



ที่เที่ยวสังขละบุรีในทริปนี้ค่ะ 
ทริปนี้ใช้ระยะเวลาเพียง 2 วัน 1 คืนค่ะ

1. สะพานมอญ (สะพานอุตตมานุสรณ์)
สะพานมอญ หรือสะพานอุตตมานุสรณ์ 



มีลักษณะเป็นสะพานไม้ยาว 
ทอดข้ามแม่น้ำซองกาเลีย บริเวณตำบลหนองลู 
มีระยะทางทั้งหมดราว ๆ 800-900 เมตร 
ถือได้ว่าเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในเมืองไทย 
และยาวเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก 


ยามเช้าต้องไม่พลาดกับการใส่บาตร

บนสะพานไม้การมาสูดอากาศเย็น ๆ 
ชมสายหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น 

นอกจากนี้เรายังจะได้เห็นชาวบ้าน ทั้งชาวไทย
และชาวมอญสัญจรไป-มาบนสะพานแห่งนี้ 
เป็นวิถีชีวิตสุดเรียบง่าย 
แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์
ที่ทำให้ใครหลายคนตกหลุม
รักสังขละบุรีโดยไม่รู้ตัว




2. เมืองบาดาล
อันซีนไทยแลนด์กับเมืองใต้ผืนน้ำในเขตเขื่อนเขาแหลมหรือเขื่อนวชิราลงกรณ์



 เดิมทีที่นี่เป็นที่ตั้งของวัดวังก์วิเวการาม 
แต่เมื่อมีโครงการสร้างเขื่อนเขาแหลม 


ตัววัดจึงต้องย้ายไปยังพื้นที่สูง 
เหลือเพียงซากปรักหักพัง
ของอุโบสถ
และหอระฆังที่จะจมน้ำในฤดูฝน 



และจะโผล่ขึ้นอวดโฉมอีกครั้งในฤดูแล้ง 
การมาเที่ยวที่นี่นักท่องเที่ยว


สามารถนั่งเรือมาเที่ยวชมได้



ติดต่อเรือได้บริเวณสะพานมอญ

3. วัดวังก์วิเวการาม (ใหม่)
วัดวังก์วิเวการาม (ใหม่) ตั้งอยู่ทางฝั่งหมู่บ้านมอญ 
ที่ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี 

เป็นศูนย์รวมจิตใจที่สำคัญของชาวสังขละบุรี 
ภายในวัดวังก์วิเวการาม (ใหม่) 
มีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย 
อาทิ พระอุโบสถ, วิหารหลวงพ่ออุตตมะ 
(ปราสาท 9 ยอด) หรือวิหารหลวงพ่อขาว เป็นต้น 

ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้รู้ถึงที่มาที่ไปของ
เมืองสังขละบุรีและประวัติ
หลวงพ่ออุตตมะอย่างละเอียด 

พร้อมกับชมสถาปัตยกรรม

แบบมอญที่หาดูได้ยากในเมืองไทย

4. เจดีย์พุทธคยา 
เจดีย์พุทธคยา ตั้งอยู่ไม่ไกลจาก
วัดวังก์วิเวการาม (ใหม่) 
ในจุดที่แม่น้ำ 3 สายมาบรรจบกัน 
คือแม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี 

มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงกรวยสี่เหลี่ยม มียอดแหลม 
สีเหลืองทองทั้งองค์เจดีย์ 
มีรูปปั้นสิงห์คู่แบบมอญตั้งอยู่ด้านหน้า 

ภายในยอดเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ 
ซึ่งหลวงพ่ออุตตมะได้อัญเชิญมา
จากประเทศศรีลังกา เหมาะแก่การพาครอบครัว
ไปไหว้สักการะและขอพร

5. ตลาดสังขละบุรี
ตลาดสังขละบุรี แหล่งช้อปปิ้งอาหารสด
และสินค้าพื้นเมืองอีกหนึ่งแห่งของเมืองสังขละบุรี 
ใครอยากได้ของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ 
สามารถมาเดินเที่ยวที่นี่กันได้ค่ะ 
หรือจะมาหาของอร่อย ๆ ทานกันก็มีอาหาร
หลากหลายแบบให้เลือกสรรกันตามแต่ความชอบใจ

6. วัดสมเด็จ (เก่า)
วัดสมเด็จ (เก่า) ตั้งอยู่ตรงข้ามกับเมืองบาดาล 
บนเนินเขาไม่สูงมากนัก 
สร้างโดยพระครูวิมลกาญจนคุณ 

ปัจจุบันเหลือเพียงวิหารเก่า 
เพราะได้มีการย้ายวัดไป

เมื่อครั้งที่สร้างเขื่อนเขาแหลม 
ภายในวิหารมีพระประธานลักษณะงดงาม

ตั้งอยู่ให้นักท่องเที่ยวได้มากราบไหว้ขอพร 
บริเวณรอบ ๆ วิหารมีรากของต้นไม้เกาะอยู่ 
ให้ความรู้สึกที่น่าศรัทธาอย่างยิ่ง

แค่อำเภอเล็ก ๆ กลางหุบเขา
จะมีสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ 

นี่เป็นสวนหนึ่งของ สังขละ   
ยังมีมากมาย สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

ในช่วงวันหยุดหน้าใครมีเวลาว่าง 
แต่ยังไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี 
ก็ลองไปเที่ยวสังขละบุรีกันดูนะคะ :)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
travel.kapook.com
Share:

ไม่มีความคิดเห็น:

โพสต์ความคิดเห็น

Breaking News

STATISTICS ::

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

Telephone :: คุณเอ๋​ (+66) 081 434 5154
Email :: Insightoutstory@gmail.com

Add Line Click 👇👇

Translate

Deep Tissue Massage Yoga

Review By Nichapa

บทความที่ได้รับความนิยม

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก