“ผำ พืชเกษตรตัวใหม่ผ่านการวิจัยพร้อมแปรรููปสู่เชิงพาณิชย์ ” ที่ห้องประชุมชั้น 2 อาคารวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร

ดร.ปรียนุช พรหมภาสิต รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร เป็นประธานเปิดงาน “การยกระดับวัตถุดิบทางการเกษตร ให้มีคุณภาพสูงเพื่อแปรรูปเชิงพาณิชย์” โดยมีพาณิชย์จังหวัดกำแพงเพชร พัฒนาชุมชนจังหวัดกำแพงเพชรเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและกลุ่มยังสมาร์ท ฟาร์ม จังหวัดกำแพงเพชร พร้อมด้วย บริษัท เดอะ พอสสิเบิ้ล จำกัด และบริษัท คิงส์ เฟาร์เทร่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแปรรูปผำเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

ดร.ปรียนุช พรหมภาสิต รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎกำแพงเพชร กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยฯได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดย 

รศ. ดร. ภญ. รัตติรส คนการณ์ (ดร.ออย)ซึ่งทางมหาวิทยาลัย ฯ มีบุคลากร ที่มีความรู้ความสามารถ ทางด้านการวิจัยที่เก่งและได้รับรางวัลจากผลการวิจัยอยู่มากมาย

ดังนั้นในการนี้ ทางมหาวิทยาลัยจึงได้ วิจัยคุณภาพของผำ ซึ่งเป็นพืชน้ำที่มีคุณค่าทางอาหารและมีโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพของมนุษย์ประกอบกับเป็นพืชที่ปลูกง่ายและเหมาะกับธรรมชาติของประเทศไทย ดังนั้นในวันนี้มีหน่วยงานส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้ง สถาบันการเงินคือ ธกส.ประกอบกับมีเอกชน ที่มีความพร้อมทางด้านการแปรรูป สู่เชิงธุรกิจ มาร่วมผลักดันผลการวิจัย ให้นำไปสู่การปฏิบัติในภาคการเกษตรผลิตและจำหน่ายได้จริง

โดยมีอาจารย์ทฤษฎี เพชรมะลิ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการเลี้ยงผำควบคู่กับการเลี้ยงสัตว์น้ำ ดร.สุเนตร ม้าทอง ประธาน บริษัท เดอะพอส สิเบิ้ล จำกัด,นายวิศรุต ปัญญาประดิษฐ์โชค บริษัท คิงส์ เฟาร์เทร่น จำกัด พร้อมด้วยวิทยากรที่มีความชำนาญทางด้านการผลิตผำรวมถึงบริษัทผู้แปรรูปผำในเชิงพาณิชย์ได้ให้ความรู้ให้ข้อมูลอย่างละเอียดโดยมีเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมงานสัมมนาพร้อมหลายหน่วยงาน และสื่อมวลชนเข้าร่วมงานในครั้งนี้

Share:

LAX RCA เตรียมจัดงานใหญ่ Songkran Thailand's Water Festival LAX RCA

LAX RCA ร้านอาหารชื่อดังที่สุดในย่าน RCA ที่ เตรียมจัดงานใหญ่  “Songkran Thailand's Water Festival LAX RCA” ต้อนรับความสนุก ในเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 12-16 เมษายน 2566 พร้อมยกทัพเหล่า “นางาม” จากเวทีต่างๆ มาร่วมสร้างความบันเทิง อาทิ โจอี้ อรวิภา กนกนทีสวัสดิ์ นางสาวไทย 2009 จีน่า อัจฉราภรณ์ กนกนทีสวัสดิ์ นางสาวไทยปี 2013 แปม ภูวิศา ฉวาง Miss All Nations 2017 มิ้นท์ ลพัฎร์ฐิดา คงกระพันธ์ นางสาวถิ่นไทยงาม ประจำปี 2563 อรอนงค์ อินทร์ทุ่ม มิสแกรนด์สตูล 2018 กมณชนก ก้านบัว Miss global charity queen 2017 ศุภรดา สุรสังข์  Top10 Miss Earth Thailand 2022 (Miss Elegant and Miss Perfect Smile)  ปิงปอง Miss Global Beauty Queen 2015 ณ ประเทศเกาหลีใต้ และ พิมพิ-พิมพิกา ชื่นชูผล Top 11 Miss Universe Thailand 2022 ซึ่งพร้อมจะมาสาดน้ำมอบความสนุกสนานให้กับทุกคน ตลอดจน ยังมี DJ เดือดๆ และดนตรีสดสุดมันส์ มาให้ความบันเทิงแบบจัดเต็มกันไปเลย โดยเริ่มความสนุกกันตั้งแต่เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป 

ทั้งนี้ LAX RCA เป็นร้านอาหารที่นำเอา “เครื่องบินลำใหญ่” มาเป็นสัญลักษณ์ และมีการตกแต่งในสไตล์ “วินเทจยุค 50” ในแบบลอนดอน ของอังกฤษ ถือเป็นร้านอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมาก จากเหล่าซุปตาร์คนดังของวงการ และถือเป็นแหล่งรวมพลคนหล่อ คนสวยที่สุดในแกแลคซี่อีกด้วย โดยความโดดเด่นของร้านอยู่ที่ กานำเอาภาพถ่ายคนดังในอดีต อาทิ Marilyn Monroe , Elvis Presley ที่แม้จะอยู่ในช่วงปลายยุค 40  แต่มาได้รับความนิยมในต้นยุค 50 และเป็นศิลปินในดวงใจของใครหลายๆ คน โดยเฉพาะ “เซียน-กิตติภูมิ บุตรจินดา” กรรมการบริษัทแล็กซ์ฟู้ดแพลเน็ทจำกัด


ผู้บริหารร้าน LAX RCA มาประดับตกแต่งภายในร้าน เรียกว่า เหมือนกับได้มานั่งอยู่กับศิลปินคนดังในอดีตก็ว่าได้ 

ขณะเดียวกัน ความโดดเด่นของ LAX RCA ยังอยู่ที่ เมนูอาหารในแต่ละเมนู ที่ทางคุณเซียน-กิตติภูมิ บุตรจินดา ได้ใช้ประสบการณ์ที่เก็บเกี่ยวมานานนับ 10 ปี คัดเลือกเชฟมากฝีมือมาเป็นผู้รังสรรค์ เมนูอาหารเลิศรส ด้วยวัตถุดิบคุณภาพให้ทุกคนได้รับประทานกันอย่างเอร็ดอร่อย และเพลิดเพลินไปพร้อมกับดื่มด่ำกับ เครื่องดื่มสุดเย็นฉ่ำ รวมทั้งน้ำผลไม้สกัด ที่มากประโยชน์ต่อร่างกาย รวมถึงยังมีเครื่องดื่มอีกมากมาย ที่จะทำให้ทุกคนเพลิดเพลินไปกับมื้ออร่อยในยามค่ำคืน โดยร้าน LAX RCA (แล็กซ์)) เปิดให้บริการทุกวันจันทร์-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียด หรือจองโต๊ะได้ที่ โทร. 061-645-1953, 096-919-8926 หรือ IG: @lax_rca  และ ID Line :  @lax_rca

#ที่พักซุปเปอร์สตาร์ #ที่พักคนหล่อคนสวย
#LAXRCA  #LAX #RCA #Pub #Restaurant  #laxbkk #แล็กซ์ #แล็กซ์อาร์ซีเอ
#อร่อยมากขึ้นทุกวัน
#บริษัทแล็กซ์ฟู้ดแพลเน็ทจำกัด  
#Songkran Thailand's Water Festival LAX RCA 

Share:

วธ. จัดบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณี 141 รูป/คน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน

วันที่ 31 มีนาคม 2566 เวลา 13.30 น. ณ อาคารมหาเจษฎาบดินทร์ ชั้น 3 วัดยานนาวา เขตสาทร กรุงเทพมหานคร พระธรรมวชิรโมลี เจ้าอาวาสวัดยานนาวา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณี ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม ค่านิยมและความเป็นไทย เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน โดยมี นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมการศาสนา องค์การศาสนาพุทธ สำนักงานเขตสาทร โรงเรียน หน่วยงานภายในเขตสาทร ผู้ปกครองและพุทธศาสนิกชน มีเด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ จำนวนทั้งสิ้น 141 คน

นายอิทธิพล คุณปลื้ม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม ได้ดำเนินโครงการบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณี ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ มีเด็กและเยาวชนเข้าร่วมโครงการ จำนวนกว่า 10,000 คน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้แสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ด้วยการทำความดีผ่านกิจกรรมการบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล อีกทั้งยังเป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทิตาต่อบุพการีและผู้มีอุปการคุณอีกด้วย โดยในส่วนกลางร่วมกับวัดยานนาวา จัดพิธีบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณี จำนวน 141 รูป/คน เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้ศึกษาและปฏิบัติธรรม ณ สวนเวฬุวัน อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ระหว่างวันที่ 1 – 13 เมษายน 2566 จากนั้นวันที่ 14 เมษายน 2566 จะมีพิธีบำเพ็ญกุศลอัฐิและสรงน้ำพระภิกษุสามเณร เนื่องในวันสงกรานต์ ณ วัดยานนาวา และวันที่ 15 เมษายน 2566 เวลา 09.09 น. จะมีพิธีมอบเกียรติบัตรและลาสิกขา ณ อาคารมหาเจษฎาบดินทร์ ชั้น 3 วัดยานนาวา รวมระยะเวลาการดำเนินงานโครงการฯ 16 วัน ผลที่ได้รับหลังการบวช เด็กและเยาวชนจะได้น้อมนำหลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนาที่ศึกษาระหว่างบวชไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน ช่วยให้เกิดค่านิยมทำความดี มีคุณธรรมจริยธรรม มีวินัย มีจิตสาธารณะ รวมทั้งมีความกตัญญู ส่งผลให้มีจิตใจที่เข้มแข็งเป็นพลเมืองที่ดีมีคุณภาพ นอกจากนี้ยังได้จัดกิจกรรมบวชร่วมกับวัดทอง เขตบางพลัด วัดศรีบุญเรือง เขตบางกะปิ และวัดนาคปรก เขตภาษีเจริญ อีกด้วย


นส่วนภูมิภาค ร่วมกับวัด หน่วยงานในพื้นที่ และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด 4 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดแม่ฮ่องสอน และจังหวัดชุมพร จัดกิจกรรมบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณี จำนวนไม่น้อยกว่า 100 คน สำหรับอีก 72 จังหวัด ร่วมกับ ภาคคณะสงฆ์ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด 

และหน่วยงานในจังหวัดจัดกิจกรรมฯ โดยมีเป้าหมายจำนวนไม่น้อยกว่า 30 คน และจะได้มอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังได้จัดทำแบบประเมินก่อน - หลัง การบวช เพื่อประเมินพฤติกรรมของผู้เข้าร่วมโครงการว่ามีพฤติกรรมที่ดีขึ้นหรือไม่ อย่างไร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ) กล่าวต่อว่า กิจกรรมบรรพชาสามเณรหรือการบวชเณรนั้น กรมการศาสนาได้จัดต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 10 ปี โดยใช้หลักสูตรพุทธศาสนศึกษาสำหรับผู้บวชระยะสั้น 15 วัน ตามมติมหาเถรสมาคม ที่ 49/2561 เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2561 เด็กและเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการศึกษาอบรมจากพระธรรมวิทยากร ได้เรียนรู้เกี่ยวกับวิชาธรรมวินัย พุทธประวัติ เทศนา ศาสนพิธี และภาวนา ซึ่งการบวชถือได้ว่าเป็นการช่วยให้เกิดการสร้างศาสนทายาทในบวรพระพุทธศาสนา อีกทั้งยังเป็นการฟื้นฟูและสืบสานประเพณีการบวช ให้คงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป

Share:

วธ. จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีตักบาตร เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน

 

วันที่ 2 เมษายน เวลา 08.00 น. ณ ศาลาพระราชศรัทธา วัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

พระพรหมวชิรเวที กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีตักบาตร เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน โดยมี นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา และประชาชนเข้าร่วมในพิธี 

นายอิทธิพลกล่าวว่า สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการตามรอยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านการพระศาสนา พระองค์ทรงเป็นพุทธมามกะ มีพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทรงเป็นแบบอย่างแก่พุทธศาสนิกชนชาวไทยในการนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาเป็นหลักปฏิบัติ ทรงเป็นมิ่งขวัญและที่เคารพเทิดทูนของพสกนิกรชาวไทยตลอดมา 

เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 2 เมษายน นับเป็นโอกาสอันดียิ่งที่พสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า จะได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยการบำเพ็ญคุณงามความดีถวายพระราชกุศลแด่พระองค์ ในการนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนาร่วมกับภาคีเครือข่าย จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีตักบาตร เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยเชิญชวนผู้นำองค์การทางศาสนา หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ตลอดจนพสกนิกรทุกหมู่เหล่าทั่วประเทศ ร่วมกันบำเพ็ญกุศลถวายพระราชกุศล โดยในส่วนกลาง ร่วมกับวัดปทุมวนาราม จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และพิธีตักบาตร ส่วนภูมิภาค ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ และการเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก เพื่อส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนนำหลักธรรมจากมหาชาติเวสสันดรชาดกมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน อันเป็นการเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจ สามารถดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติ ปัญญา และความรอบคอบ 

นอกจากนี้ ในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน ของทุกปี กรมการศาสนายังได้จัดกิจกรรมบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณี เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เพื่อส่งเสริมให้พสกนิกรชาวไทยได้แสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยการบำเพ็ญความดีถวายพระราชกุศล และร่วมสืบสานประเพณีการบรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณี ซึ่งได้จัดต่อเนื่องมาแล้วกว่า 10 ปี โดยในปีนี้กรมการศาสนาได้ร่วมกับวัดยานนาวา เขตสาทร จัดกิจกรรมฯ ขึ้นเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2566 รวมทั้งร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจัดกิจกรรมในส่วนภูมิภาค ได้แก่ วัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้จัดกิจกรรมฯ เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา และจะจัดกิจกรรมฯ ณ วัดพิชโสภาราม จังหวัดอุบลราชธานี วัดปางล้อ และวัดในสอย จังหวัดแม่ฮ่องสอน วัดราชบุรณะ จังหวัดชุมพร และวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ต่อไป

Share:

พาไปส่องฟาร์มวัวมาตรฐานสากล ของเกษตรหนุ่มไฟแรง "คุณฌอง" (มิคาอิล ซาหนูน) กับธุรกิจผลิตอาหาร “ฮาลาล” ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

เมื่อพูดถึงเกษตกร หลายคนคงนึกภาพหนุ่มผิวคล้ำ กร้านแดด แต่เกษตรกรหนุ่มหน้าตาคมเข้มคนนี้ ลบภาพของเกษตรกรที่เราคุ้นเคยโดยสิ้นเชิง “ฌอง - มิคาอิล ชาหนูน” (Abdulrahman) เกษตรกรหนุ่มวัยยี่สิบต้นๆ คนนี้ นอกจากจะมีดีกรีปริญญาตรีแล้ว เขายังมีแนวคิดการทำฟาร์มเลี้ยงวัวที่ได้มาตรฐานสากล เพื่อผลิตเนื้อสัตว์ที่มีคุณภาพส่งต่อให้ผู้บริโภค สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอีกด้วย

จากความชอบ...ต่อยอดสู่ธุรกิจผลิตเนื้อสัตว์ของครอบครัว

(คุณฌองกับคุณแม่)

ที่เขาบอกกันว่า “เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” คงจะเป็นเรื่องที่ไม่ไกลเกินจริงนัก สำหรับเกษตรกรหนุ่มไฟแรงคนนี้ “ฌอง - มิคาอิล ซาหนูน” (Abdulrahman) ลูกชายคนเดียวของ “คุณสุภารัตน์ เหล่าปราณีชน” นักธุรกิจสาวเก่ง เจ้าของบริษัท ซูพีเรีย ควอลิตี้ ฟู้ด จำกัด ที่มีชื่อเสียงในวงการธุรกิจอาหารชั้นนำของประเทศ เธอเป็นผู้นำเข้าเนื้อเกรดพรีเมียมจากต่างประเทศ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก ISO 22000, HACCP, HALAL และ GMP มากว่า 20 ปี ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อไก่ ซีฟู้ด ฯลฯ ส่งให้กับโรงแรมหรูทั่วประเทศ ร้านอาหารและภัตตาคาร และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ รวมถึงเป็นเจ้าของ “แบรนด์ซูพีเรีย” เนื้อสำเร็จรูปพร้อมปรุง และผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ อาทิ ไส้กรอก ซาลามี่ เนื้อเบอร์เกอร์ เป็นต้น

คุณฌอง เล่าให้เราฟังว่า “ตอนเด็กๆ ผมชอบเลี้ยงสัตว์ แล้วมีโอกาสไปเที่ยวฟาร์มของต่างประเทศบ่อยๆ ก็เลยชอบ และอยากมีฟาร์มเป็นของตัวเองครับ” หลังเรียนจบจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สาขาประชาสัมพันธ์ ฌองตัดสินใจทำฟาร์มเลี้ยงวัวเพื่อต่อยอดธุรกิจครอบครัว “แม่ผมทำธุรกิจเกี่ยวกับนำเข้าเนื้อวัวจากต่างประเทศ ผมก็เลยคิดว่าการมีฟาร์มเป็นของตัวเอง จะเป็นสิ่งที่ช่วยทำรายได้ให้กับครอบครัวได้ครับ”
ด้วยความที่เขาคลุกคลีกับธุรกิจนำเข้าเนื้อสัตว์ของครอบครัวมาตั้งแต่เด็ก บวกกับความชอบการทำฟาร์มเป็นทุนเดิม ฌองได้สานฝันของตัวเองกับธุรกิจครอบครัวเข้าด้วยกันอย่างลงตัว นั่นคือทำฟาร์มเลี้ยงวัวแห่งแรกของตัวเองที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยฌองตั้งใจว่าจะทำให้เป็นฟาร์มเกษตรอินทรีย์ที่ได้มาตรฐานสากล ผลิตอาหารเนื้อสัตว์ที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานทางด้านอาหารทั้งในประเทศและต่างประเทศ และที่สำคัญคือต้องเป็นอาหาร “ฮาลาล” ร้อยเปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำด้วย และที่น่าชื่นชมไปกว่านั้นคือเขามีแนวคิดอยากทำเพื่อสังคมควบคู่ไปด้วย “ผมอยากทำฟาร์มเลี้ยงวัว และอยากช่วยเกษตรกรชาวไทยด้วยครับ” วันนี้เราเลยขอตามติดชีวิตเกษตรกรหนุ่มหัวใจสีเขียวคนนี้ ไปชมฟาร์มของเขาที่จังหวัดฉะเชิงเทรากันค่ะ

“ฟาร์มรัก” ของเกษตรกรหนุ่มผู้ตกหลุมรักการทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์

วันนี้คุณฌองพาเรามาชมฟาร์มเลี้ยงวัวของเขาที่ฉะเชิงเทรา เพื่อให้เห็นบรรยากาศการทำเลี้ยงวัวที่ได้มาตรฐานด้วยตาตัวเอง เป็นการตอกย้ำความมั่นใจให้กับลูกค้าและผู้บริโภค ถึงคุณภาพเนื้อวัวที่ผลิตจากฟาร์มของเขา ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะไร่ อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา บนพื้นที่ 29 ไร่ ด้านหลังติดแม่น้ำ บรรยากาศร่มรื่น ที่นี่เป็นฟาร์มขนาดย่อม เลี้ยงวัวเนื้อและแพะสายพันธุ์จากต่างประเทศ ส่วนหนึ่งเป็นคอกเลี้ยงวัว ประมาณ 70 ตัว อีกส่วนหนึ่งเป็นคอกแพะ ยกสูงจากพื้น 3 เมตร เลี้ยงแพะสายพันธุ์ Boer จากแอฟริกา 30 กว่าตัว มีพื้นที่สำหรับปลูกหญ้าที่ใช้เป็นอาหารสัตว์ และมีพื้นที่โล่งให้ฝูงวัวออกไปและเล็มหญ้าตามธรรมชาติ มีบ่อเลี้ยงปลาและปลูกพืชไร่ด้วย และในอนาคตเขายังความคิดจะทำโครงการอื่นๆ ในพื้นที่นี้แบบครบวงจร แต่จะเป็นอะไรขออุบไว้ก่อนค่ะ

บรรยากาศภายในฟาร์มของคุณฌองไม่เหมือนกับฟาร์มอื่นๆ ที่เราเคยเห็น คงเพราะพื้นที่กว้างและเปิดโล่ง ทำให้ประชากรวัวอยู่กันแบบไม่แออัด บางส่วนถูกปล่อยออกไปกินหญ้าตามธรรมชาติ แม่วัวกับลูกอ่อนถูกแยกคอกออกมาต่างหาก ไม่ปะปนกัน ส่วนวัวตัวผู้ที่ขุนไว้สำหรับเตรียมเข้าโรงเชือดจะถูกรวมไว้อีกคอกต่างหาก วัวขุนพวกนี้จะได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี ทุกเช้าคนดูแลจะทำความสะอาดคอก ให้อาหารและพาออกมาชั่งน้ำหนัก เรียกว่าตั้งแต่เดินเข้ามาเราไม่ได้กลิ่นมูลสัตว์หรืออะไรเลย เห็นได้ชัดเลยว่าวัวที่นี่ถูกเลี้ยงดูอย่างดีจริงๆ “ฟาร์มของผมมีวัวและแพะเป็นหลักครับ ผมจะให้อาหารวันละ 2 ครั้ง อาหารวัวก็จะประกอบไปด้วยหญ้าเนเปียร์ ฟาง ข้าวโพด แล้วก็ปล่อยออกไปกินหญ้าตามธรรมชาติ” ฌองเล่าให้ฟังขณะพาเราชมฟาร์มของเขา

วัวที่เลี้ยงเป็นวัวเนื้อ สายพันธุ์แองกัส ชาร์โรเลย์ แล้วก็มีพันธุ์ผสมบราห์มันและโคไทยด้วย ซึ่งพันธุ์ชาร์โรเล่ย์จะให้ความนุ่มชุ่มฉ่ำของเนื้อเช่นเดียวกับพันธุ์แองกัส “เราเอาส่วนดีต่างๆ ของแต่ละสายพันธุ์มารวมกัน ก็เลยออกมาคุณภาพเทียบเท่ากับเนื้อเกรดพรีเมียมที่เรานำเข้าจากต่างประเทศ” และที่ต้องผสมสายพันธุ์ไทยด้วย เพื่อให้เหมาะกับสภาพอากาศเมืองไทย “ถ้าเป็นวัวฝรั่งมันอยู่บ้านเราไม่ได้ เราเอาวัวของไทยมาผสมกับพันธุ์ต่างประเทศ และเลี้ยงแบบธรรมชาติ ไม่ใช้สารเร่งเนื้อแดง ไม่มีฮอร์โมนเร่งโต เพราะมันอันตรายต่อคนกิน มันมีสารตกค้าง วัวเราโตช้าแต่ชัวร์ว่าปลอดภัยต่อผู้บริโภคแน่นอน”

You are What you eat เนื้อคุณภาพดีต้องมาจากแหล่งผลิตที่ดี

ในยุคที่ทุกคนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ “อาหาร” เป็นไม่ได้เป็นแค่ปัจจัยสี่ที่ทำให้เราอิ่มท้องเท่านั้น แต่ยังทำให้เราสุขภาพดีและไม่เจ็บป่วย ถ้าเราทานอาหารที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีตั้งแต่ต้นทาง ทำให้เรามั่นใจได้ว่าไม่มีสารตกค้างในร่างกายที่จะทำให้เราป่วยในอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าของฟาร์มหนุ่มคนนี้ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ เขาตั้งใจทำฟาร์มโคเนื้อเพื่อผลิตอาหารที่ไม่เพียงได้มาตรฐานคุณภาพและความสะอาดเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นอาหารฮาลาลที่บริสุทธิ์ เพื่อพี่น้องชาวมุสลิมทานได้อีกด้วย

คุณฌองเล่าให้เราฟังว่า การที่จะได้เนื้อวัวที่มีคุณภาพได้มาตรฐานฮาลาล ต้องทำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เริ่มต้นตั้งการเลือกสายพันธุ์ที่ดี การเลี้ยงดูที่ถูกต้อง ให้กินอาหารธรรมชาติ เช่น หญ้าเนเปีย ข้าวโพด ข้าวสาลี ที่สำคัญคือไม่ใช้สารเร่งเนื้อแดงและฮอร์โมนเร่งโต วัวที่นี่อยู่ในสภาพความเป็นอยู่ที่ดี คอกสะอาด ไม่แออัด อากาศถ่ายเท เป็นวัวอารมณ์ดี ตั้งแต่จากฟาร์มไปถึงโรงเชือด เพราะอย่างที่รู้กันว่า ถ้าวัวเครียดก่อนตายจะหลั่งสารอะดรีนาลีนและกรดยูริคกระจายไปทั่วร่างกาย และตกค้างอยู่ตามเส้นเลือดและเนื้อเยื่อ เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคในระยะยาว
“มันขึ้นอยู่ที่การเลี้ยงดูครับ วัวมันก็เครียดเป็น ถ้าเราทำไม่ดี วัวมันก็เครียด เนื้อมันก็ตึง คล้ำดำ เหมือนคนหน้าดำคร่ำเครียด ถ้าเราเลี้ยงในบริเวณกว้างๆ อากาศดี ให้อาหารดีๆ แล้วก็พูดกับมันดีๆ เวลาให้อาหารก็ขอดุอาอ์ให้มันทุกครั้ง (สวดตามหลักศาสนามุสลิม) สัตว์มันจะได้ไม่เครียดครับ”

คุณฌองบอกว่าเนื้อวัวที่นี่เป็นเกรดพรีเมี่ยม ไม่ใช่เกรดหน้าเขียง คุณภาพเนื้อจะนุ่ม ชุ่มฉ่ำ มีไขมันแทรก เพราะเลือกสายพันธุ์ที่ดี วัวที่เอามาทำเนื้อจะเป็นวัวตัวผู้ เพราะเนื้อจะเฟิร์มกว่า เป็นวัวตอนแล้วนำมาขุนจนได้น้ำหนักและวัยที่เหมาะสม ก่อนส่งไปโรงเชือดที่ได้สะอาดได้มาตรฐานฮาลาล ทำให้ได้เนื้อวัวเกรดพรีเมี่ยมที่สะอาดปลอดสารร้อยเปอร์เซ็นต์

“เราทำมา 2 ปี มีเนื้อวัวจากฟาร์มส่งออกแล้ว ได้รับการตอบรับดีมาก ลูกค้าเทสต์แล้วชอบมาก ความต้องการเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตลาดของเราเป็นลูกค้าเราที่มีอยู่แล้ว คือ โรงแรม ร้านอาหารดีๆ ในประเทศและต่างประเทศ และส่งให้กับซูเปอร์มาร์เกตชั้นนำ เป็นเนื้อสำเร็จรูปสามารถนำไปปรุงอาหารได้เลย เช่น เดอะมอลล์ เอ็มโพเรียม พารากอน ฯลฯ”
คุณสุภารัตน์ในฐานะผู้นำเข้าเนื้อวัวเกรดพรีเมี่ยมเสริมว่า “ลูกค้าหลายคนลองทานแล้วชอบ บอกว่าคุณภาพดี เทียบเท่าเนื้อนอกเกรดดี ราคาก็ไม่ได้แพงกว่า ถ้าเป็นเนื้อนอกเกรดต่ำ รสชาติมันต่างกัน เนื้อจะแห้ง ตึง ของเราจะเนื้อจะนุ่ม ชุ่ม และหอม ลูกค้ากินแล้วติดใจ บางทีของขาดเราเอาของนอกไปแทน ลูกค้าถามว่าเมื่อไรจะมา (หัวเราะ) ตอนนี้เรามีส่งออกไปประเทศลาวด้วย แต่ยังไม่ได้ส่งที่อื่น เพราะในประเทศยังผลิตไม่ค่อยพอ แต่เป้าหมายในอนาคตจะขยายตลาดไปต่างประเทศ เพราะตอนนี้ก็เดินทางไปดูตลาดที่ต่างประเทศไว้บ้างแล้วค่ะ”

ตอนนี้นอกจากเนื้อสดแล้ว และสเตกสำเร็จรูป Steak Ready Brand ส่งให้กับซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ เช่น เบอร์เกอร์, ไส้กรอก, ซาลามี่, เมอเกรซ (Merguez Sausages) หรือไส้กรอกฝรั่งเศส และซอสต่างๆ ส่งตามร้านอาหารที่เขาขายพวกเนื้อวัว และต่อยอดมาเป็นธุรกิจเฟรนไชส์ Burgers & Sausages ชื่อแบรนด์ Sup’s Stars ซึ่งใช้เนื้อวัวคุณภาพดี ไม่ใช่เศษเนื้อมาทำเนื้อเบอร์เกอร์ เพื่อรองรับลูกค้ามุสลิมและนักท่องเที่ยวชาวอาหรับ ได้ทานเบอร์เกอร์อย่างมั่นใจว่าเป็นอาหารฮาลาล “เราไม่อยากกินจังก์ฟู้ด เราทำให้มันไม่จังก์ฟู้ด เบอร์เกอร์เราไม่ได้ใส่แป้ง ซอสก็ไม่ใส่แป้ง น้ำตาล เราอยากให้คนได้กินอาหารดีๆ มีคุณภาพ เราเองก็ไม่อยากกินของไม่ดี” นอกจากจะใส่ใจในผู้บริโภคแล้ว ธุรกิจนี้ยังสามารถต่อยอดอาชีพให้คนที่สนใจทำธุรกิจเฟรนส์ไชส์เบอร์เกอร์เนื้อคุณภาพอีกด้วย ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัทฯ

เกษตกรหนุ่มหัวใจสีเขียวกับความฝันที่ต้องการทำงานเพื่อสังคม

ได้เยี่ยมชมฟาร์มวัวและแพะของเกษตรหนุ่มหัวใจสีเขียวคนนี้แล้ว อดรู้สึกดีใจแทน “มีทเลิฟเวอร์” สายเนื้อทุกคนไม่ได้ ที่ยังมีเกษตรกรที่คำนึงถึงประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นหลัก และที่น่าชื่นชมไปกว่านั้น คือรู้มาว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้ทำธุรกิจเพื่อผลกำไรอย่างเดียว แต่ยังมีแนวคิดอยากช่วยเหลือเกษตรในพื้นที่ อาทิ รับซื้อวัวของเกษตรกรและขายวัวให้เกษตรกร ในพื้นที่เพื่อนำไปเลี้ยงด้วย

นอกจากนี้คุณฌองยังมีแนวคิดในการทำงานเพื่อสังคม ช่วยเหลือเด็กกำพร้าและเด็กยากจนให้ได้รับโอกาสทางการศึกษาด้วย “ตอนนี้เรามี “มูลนิธิซูพีเรีย” ซึ่งช่วยเหลือคนยากจนมามากว่าสิบปีแล้วครับ ในอนาคตผมอยากจะสร้างโรงเรียนเด็กอ่อนอนาถายากจนที่หนองจอก เชียงใหม่ และฉะเชิงเทรา เป็นสถานที่สำหรับเด็กเล็กก่อนวัยเรียน ตั้งแต่อนุบาล สอนพิเศษ เรียนมารยาท ศาสนา กีฬา ขี่ม้า ว่ายน้ำ เกษตร สอนภาษาอังกฤษ อาหรับ ไทย สอนกุรอ่าน ให้เขากินนอนอยู่กับเรา รับทั้งเด็กชายและหญิงตั้งแต่เล็กๆ จนถึง 8-9 ขวบ ไม่จำเป็นต้องเป็นมุสลิม เด็กไทยก็ได้ครับ (ยิ้ม) เพราะเราอยากปลูกฝังเขาตั้งแต่เด็กๆ เลย” ฌองทิ้งท้ายก่อนจากกันว่า “ผมภูมิใจที่ได้ทำสิ่งที่ตัวเองรัก และได้ช่วยเหลือคนอื่น ควบคู่กันไป ทั้งโลกนี้และโลกหน้าครับ”

วันนี้นอกจากเราจะได้เยี่ยมชมฟาร์มเลี้ยงวัวที่ได้มาตรฐาน ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแหล่งอาหารชั้นเลิศแล้ว ยังเต็มอิ่มกับแนวคิดดีๆ ของเกษตรกรหนุ่มผู้หลงรักการทำฟาร์มและทำงานให้สังคมอีกด้วย

Superior Quality Food.,Ltd
Address 26 On Nut 59 Alley, Lane 1, Prawet, Bangkok 10250
Tel: 02-320- 0500#คุณฌองมิคาอิลซาหนูน#SuperiorQualityFood#ฟาร์มวัวแพะคุณภาพ#มูลนิธิซูพีเรีย

Share:

กองทุนหมู่บ้านฯ ฟังทางนี้ ! “อนุชา” ชี้ช่องทางทำเงิน สร้างอาชีพ ให้พี่น้องสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ ผ่านโครงการโคล้านครอบครัว

นาย อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ชวนพี่น้องสมาชิกกองทุนหมู่บ้านเข้าร่วมโครงการ “โคล้านครอบครัว” ชี้เป็นหนทางช่วยประชาชนหลุดพ้นความยากจน และจะเป็นจุดพลิกผันให้เศรษฐกิจฐานรากฟื้นตัว เน้นย้ำชัดว่าที่ผ่านมาได้มีการทดลอง ศึกษา และค้นคว้า ลงมือทำจริง และมีผลสำเร็จเป็นรูปธรรม จึงพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ โคล้านครอบครัว ผ่านกองทุนหมู่บ้าน ที่ ครม. ได้อนุมัติเห็นชอบดำเนินงานโครงการในวงเงินงบประมาณ 5,000 ล้านบาท โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนสินเชื่อให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จำนวน 79,610 กองทุน มีกำหนดระยะเวลา 4 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้สมาชิกกองทุนที่เข้าร่วมโครงการฯ สามารถกู้ยืมเงินทุนสำหรับเลี้ยงโค กระบือ แพะ แกะ ครอบครัวไม่เกิน 50,000 บาท  จำนวน 100,000 ครัวเรือน (เลี้ยงโค ครัวเรือนละ 2 ตัว รวม 200,000 ตัว)

เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2566 เวลา 16.00 น. ณ ห้องประชุมวิโรจน์ อิ่มพิทักษ์ อาคารศูนย์เรียนรวม 4 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ได้จัดงานแถลงข่าวโครงการ “โคล้านครอบครัว” เพื่อประกาศความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่พร้อมเดินหน้าทำให้โครงการสู่ความสำเร็จให้เกษตรกรมีรายได้อย่างยั่งยืนมั่นคง โดยมีนักวิชาการมาร่วมเสวนาภายใต้หัวข้อ “ชี้ช่องรวย ด้วยโครงการโคล้านครอบครัว” โดยเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงโค ตั้งแต่ต้น-กลาง-ปลายน้ำ อาทิ 

รศ.ดร.รังสรรค์ พาลพ่าย สาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพสำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตรมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี 

อาจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ธนพล หนองบัว รองคณบดีฝ่ายนวัตกรรมวิจัย เเละบริการวิชาการ คณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ส่งต่อความรู้เรื่องกระบวนการเลี้ยงโคอย่างมีคุณภาพ การเตรียมความพร้อมในการเลี้ยงเพื่อให้สามารถทำกำไรสูงสุด พร้อมกับรับฟังประสบการณ์จากประธานเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จังหวัดนครพนม 

นายธนูศร ปัญญาสาร และ คุณประสาท บุญญานันท์ เจ้าของบังอรฟาร์ม ประธานกลุ่มวิสาหกิจวากิวโคราช อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ตัวแทนเกษตรกรผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงโค 

เชฟชุมพล แจ้งไพร ผู้แทนฝั่งภาคการค้า ที่มาร่วมชี้ให้เห็นช่องทางตลาดเพื่อให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงโคให้ได้มาตรฐาน ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลกได้

"สมาชิกกองทุนหมู่บ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเป็นกลุ่มคนจำนวนมากของประเทศ และยังเป็นกลุ่มที่อยู่ในระบบเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจหลักของประเทศ ผมได้เสนอแนวคิด "เงินบาทแรกของแผ่นดิน" ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่เกิดจากน้ำ จากดินที่อยู่ให้ภาคการเกษตร ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเดินหน้าได้ เพราะประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรรม จากการศึกษา ค้นคว้า และทดลองเป็นระยะเวลานาน พบว่าการทำปศุสัตว์ เช่น การเลี้ยงโค จะเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรทวีคูณ ผมจึงนำแนวคิดนี้มาทำโครงการช่วยเหลือประชาชน โดยผ่านการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) ผมค้นพบว่าการเลี้ยงวัวเลี้ยงไม่ยาก วัวกินแต่หญ้า เริ่มแรกสมาชิกจะได้รับการสนับสนุนวัว 2 ตัว เมื่อผ่านระยะเวลา 1 ปี จะได้ผลผลิตเพิ่มเป็น 4 ตัว และปีต่อๆ ไปจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นทวีคูณ จากการสนับสนุนเงินทุนตั้งต้น 50,000 บาทแรก ผมมั่นใจว่าไม่เกิน 3 ปี จะสามารถคืนเงินทุนได้ทั้งหมด และปีต่อๆ ไปถือเป็นกำไรให้พี่น้องประชาชน ภายใน 6 ปี ประชาชนจะสามารถจับเงินล้านได้ไม่ยาก ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นรายได้ที่ประชาชนจะได้รับอย่างยั่งยืน และเป็นหนทางสู่ความร่ำรวยได้ในอนาคต" นายอนุชากล่าว

ในส่วนของเงื่อนไขสำหรับกองทุนหมู่บ้านฯ ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนี้ นายเกียรติศักดิ์ ทองสุระวิโรจน์ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากองทุนหมู่บ้านและเสริมสร้างศักยภาพชุมชน สทบ. ได้กล่าวว่า ทางกองทุนหมู่บ้านเรายึดหลักการให้พี่น้องกองทุนบริหารจัดการกองทุนได้ภูมิปัญญาของด้วยตนเอง ต้องเป็นกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่มีความพร้อมทุกด้าน กองทุนมีมติเห็นชอบให้เข้าร่วมโครงการ สมาชิกต้องมีความประพฤติดี  มีวินัยด้านการเงิน และมีความพร้อม มีความสนใจจะสร้างรายได้ สร้างอาชีพที่เลี้ยงครอบครัวได้จริง ก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้ตามขั้นตอนผ่านกองทุนหมู่บ้านฯ โดยสมาชิกสามารถเลือกสายพันธุ์โคที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ หรือความพร้อมของตน ได้ด้วยตนเอง ทางหน่วยงาน สทบ. และกรรมการกองทุน พร้อมสนับสนุนให้ข้อมูลในการคัดเลือก ไม่ว่าจะเป็น ชนิดสายพันธุ์ น้ำหนัก ที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่

กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองที่สนใจเข้าร่วมโครงการ โคล้านครอบครัว สามารถเตรียมความพร้อมและสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สาขาเขต ทั้ง 13 สาขาเขต ในทุกภูมิภาค และศูนย์ประสานงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองประจำจังหวัด (ทุกจังหวัด) 

Share:

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Recent Posts

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

📲 (+66) 095 469 4415
✉️ Insightoutstory@gmail.com

Add Line📲 Click 👇👇

Translate

🚉 ช.ส.ท.พาเที่ยว นครฯ

Review By Nichapa

POPULAR NEWS

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก