จังหวัดสมุทรปราการแถลงข่าวเตรียมจัดกิจกรรม “สมุทรปราการ Cross Country 2569” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา

จังหวัดสมุทรปราการ โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จัดงานแถลงข่าวการจัดกิจกรรม “สมุทรปราการ Cross Country ประจำปี 2569” โดยมีนายณัชวันก์ อัลภาชน์ เตชะเสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ นายอิฐเชษฐ์ นาคะเต นายอำเภอพระสมุทรเจดีย์ , นางสาววิภาวี คมคาย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ , สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ , พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการพร้อมทั้ง หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงานในครั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมวิ่งครอสคันทรี่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและบริการของจังหวัดสมุทรปราการ โดยกิจกรรมดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 15 มีนาคม 2569 ณ ชุมชนบ้านขุนสมุทรจีน อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ

รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “สมุทรปราการ Cross Country 2569” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการขับเคลื่อนภาพลักษณ์ของจังหวัดสมุทรปราการสู่การเป็นเมืองกีฬาและเมืองท่องเที่ยว โดยใช้กิจกรรมกีฬาเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การบริการ และการสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนเป็นการเปิดโอกาสให้นักวิ่งและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดสมุทรปราการในมิติใหม่

นายอำเภอพระสมุทรเจดีย์ กล่าวว่า พื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการรองรับการจัดกิจกรรม ทั้งในด้านสถานที่ เส้นทางการแข่งขัน และการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ และชุมชนในพื้นที่ เส้นทางวิ่งมีจุดเด่นที่สะท้อนเอกลักษณ์ของชุมชนชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะบริเวณชุมชนบ้านขุนสมุทรจีน ซึ่งมีวิถีชีวิตและภูมิทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ช่วยสร้างประสบการณ์การวิ่งที่แตกต่างและน่าประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า 

การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัด โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะทาง 5 กิโลเมตร 10 กิโลเมตร และ 15 กิโลเมตร เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิ่งทุกระดับสามารถเข้าร่วมได้ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว การนำเสนอผลิตภัณฑ์ชุมชน และกิจกรรมสร้างสีสันทางวัฒนธรรม ซึ่งจะช่วยดึงดูดทั้งนักวิ่งและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ

สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ได้มีการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างครบถ้วน เพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยจัดทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่กู้ชีพ และจุดปฐมพยาบาลตลอดเส้นทางการแข่งขัน พร้อมรถพยาบาลและอุปกรณ์ช่วยชีวิตตามมาตรฐาน รวมถึงการให้คำแนะนำด้านสุขภาพแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้การจัดงานเป็นไปอย่างปลอดภัยและสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้เข้าร่วมทุกคน

ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยภายในงานและตลอดเส้นทางการแข่งขัน พร้อมทั้งจัดทำแผนบริหารจัดการจราจรและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อให้การจัดกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดความปลอดภัยสูงสุด

จังหวัดสมุทรปราการขอเชิญชวนประชาชน นักวิ่ง และนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ เข้าร่วมกิจกรรม “สมุทรปราการ Cross Country 2569” ในวันที่ 15 มีนาคม 2569 ณ บ้านขุนสมุทรจีน อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อร่วมสัมผัสเส้นทางวิ่งท่ามกลางธรรมชาติและวิถีชีวิตชุมชน พร้อมร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของจังหวัดสมุทรปราการต่อไป


 



 

**********************************

Share:

Pearly ดันแคมเปญ International Day of Happiness ส่ง “หมอนซุกมือน้องเพิร์ลลี่” สร้างกระแสพร้อมรุกบริการแคทเทอริ่ง ยกระดับทุกงานให้สดชื่น

Pearly ร่วมฉลอง “วันความสุขสากล” ปลุกสีสันตลาดชาเมืองไทย ส่ง “น้องเพิร์ลลี่” เพื่อนซี้พลังบวก ร่วมสร้างความสดใสด้วยโปรโมชันพิเศษ “มีนาแล้ว มีน้องเพิร์ลลี่หรือยัง” โชว์ไอเท็มสุดน่ารัก “หมอนซุกมือน้อง PEARLY” เติมเต็มทุกโมเมนต์แห่งความสุข ชูคุณภาพและความอร่อยมัดใจลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ประกาศบุกธุรกิจ Catering จากหน้าร้านสู่องค์กรและอีเว้นต์ เดินสายเสิร์ฟความสดชื่น เพิ่มความประทับใจในทุกโอกาส


ร้านชา Pearly
โดย บริษัท ปตท.บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด (PTTRM) ในเครือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (OR) ร่วมส่งมอบความสุขความสดชื่นต้อนรับวันความสุขสากลในเดือนมีนาคมนี้ ด้วยโปรโมชันพิเศษ “มีนาแล้ว มีน้องเพิร์ลลี่หรือยัง” ไอเท็มลิมิเต็ด หมอนซุกมือน้อง PEARLY ที่ออกแบบจากมาสคอตประจำแบรนด์ เพื่อเป็นตัวแทนแห่งความสุขและพลังบวกในทุกไลฟ์สไตล์ โดยลูกค้าสามารถร่วมโปรโมชั่นได้ง่ายๆ เมื่อซื้อเครื่องดื่มกลุ่มราคา 39 บาทครบ 2 แก้ว รับสิทธิ์แลกซื้อ หมอนซุกมือน้อง PEARLY สุดน่ารัก ในราคา 299 บาท จากปกติ 499 บาท เติมเต็มความสุขทุกไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน และทุก ๆ การเดินทาง หรือจะมอบให้กับคนที่คุณรัก สะสมได้ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 ร้าน Pearly ที่ร่วมรายการ


นอกจากนั้นยังได้เปิดบริการการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ในรูปแบบแคทเทอริ่ง (Catering) ถือเป็นการต่อยอดศักยภาพแบรนด์ จากหน้าร้านสู่โมเดล “เสิร์ฟถึงที่” รองรับทั้งงานประชุมสัมมนา งานเลี้ยงในโอกาสพิเศษ ไปจนถึงอีเว้นต์ขนาดใหญ่ โดยชูจุดแข็งด้านคุณภาพ วัตถุดิบมาตรฐานการผลิต และความหลากหลายของเมนูที่สามารถปรับแพ็กเกจได้ตามงบประมาณ ด้วยวาไรตี้ของเครื่องดื่มและอาหารที่มีให้เลือกหลากหลาย ส่งมอบความประทับใจให้กับทุกช่วงเวลา ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ โทร.093-020-0032 และ 085-489-5705 หรือที่ Fanpage Facebook Jiffy Catering   

Pearly ยังคงสร้างสรรค์แบรนด์ที่แข็งแกร่งเพื่อครองใจลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงจุดเด่นจากการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากใบชาพรีเมี่ยม ชงสดใหม่แก้วต่อแก้ว รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม ผสมผสานลงตัวกับไข่มุกที่มีความ นุ่ม หนึบ อร่อย พร้อมเมนูเครื่องดื่มที่ผ่านการคัดสรรคุณภาพอีกนานาชนิด 


โดยร้านชา Pearly ตั้งอยู่บริเวณร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ ในสถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น (PTT Station-Jiffy) กว่า 70 สาขาทั่วประเทศ และติดตามกิจกรรมและโปรโมชันพิเศษจากน้องเพิร์ลลี่ ได้ที่ Fanpage Pearly เพิร์ลลี่และ Line@pearlytea สนใจแฟรนส์ไชส์ร้าน Pearly สามารถติดต่อได้ที่ 081-752-9032 



Share:

เปิดบ้าน “Sol House Bangkok” รองรับธุรกิจงานแต่งงานแห่งใหม่ ชูฟังก์ชั่นครบ งบไม่แรง แต่ยังหรูหราเฉพาะตัว

ปัจจุบัน การจัดงานแต่งงานมีการปรับตัวเข้าสู่รูปแบบที่ไม่ใหญ่ งบประมาณสมเหตุสมผล กระชับงบไม่บานปลาย ที่สำคัญเทรนด์ที่มาแรงคือการจัดงานในสถานที่พิเศษที่ไม่ใช่โรงแรม โดยมี Wedding Planner Organizer คุมต้นทุนและรันคิวงาน หนึ่งในสถานที่จัดงานแต่งงานและงานอีเวนท์ที่น่าสนใจ Sol House Bangkok ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2568 แต่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดีเยี่ยม ถือเป็น Wedding Venues ที่ไม่ควรมองพลาด 

ภายใต้การบริหารงานของนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง “คุณยงยุทธ ดิลกศักดากุล”  กรรมการบริหารบริษัท ชาโตว์ เดสทินี่ จำกัด ผู้บริหาร Sol House Bangkok สถานที่รับจัดงานแต่งงานและงานอีเวนต์ย่านลาดพร้าว 

คุณยงยุทธ เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า “ธุรกิจแรกที่ทำคือนำเข้าของจากประเทศจีน ตั้งแต่สมัยเมืองจีนยังไม่เปิดประเทศ บินไปนำของมาและขายส่งตามตลาดต่าง ๆ จนช่วงหลังระบบธุรกิจเปลี่ยนไป จีนเริ่มเปิดประเทศมากขึ้น จึงปรับเปลี่ยนเป็นกึ่งคาร์โก้โดยนำลูกค้าไปซื้อของที่นั่น”

เมื่อธุรกิจดีขึ้น จึงขยับขยาย ทำอพาร์ทเมนต์ โรงแรม  Apartelle Jatujak Hotel  แต่ประสบปัญหาในช่วงสถานการณ์โควิด ทำให้ธุรกิจชะงัก จึงเป็นที่มาของการคิดทำธุรกิจในรูปแบบใหม่ที่ไม่อิงกับต่างประเทศ 100 % 

“ช่วงโควิด ทุกอย่างยากไปหมด  จึงคิดว่าจะทำอะไรดี ที่ธุรกิจไปได้ด้วยและไม่อิงกับต่างประเทศร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงกลายเป็น Sol House Bangkok เป็นสถานที่รับจัดงานแต่งงานและอีเวนท์ต่างๆ”  

ที่นี่เป็นที่ดินเก่า ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางลาดพร้าว ด้วยพื้นฐานการทำธุรกิจโรงแรมและนำเข้าสินค้าให้กับสถานประกอบการหลายแห่ง ทำให้คุ้นชินกับดีไซเนอร์  จึงมีความได้เปรียบในการออกแบบตกแต่งสถานที่ได้อย่างหรูหราสวยงาม แม้ครั้งแรกจะคิดเปิดเป็นสตูดิโอเท่านั้น แต่ด้วยพาร์ทเนอร์ที่ทำงานด้านออกาไนซ์มานานนับสิบปีนำเสนอ จึงเปลี่ยนเป็นธุรกิจรับจัดงานแต่งงานและการบริการงานอีเวนท์ต่างๆ แบบครบวงจร  จึงเป็นจุดเริ่มต้นของโซล เฮ้าส์ แบงคอค

Sol House Bangkok ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 38  เข้าซอยมาประมาณ 400 เมตรเท่านั้น สถานที่แห่งนี้มีฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ครบวงจร โดยเป็นอาคารสูง 3 ชั้น  ชั้นแรกเป็นที่จอดรถ ชั้น 2 ออกแบบให้เป็นโถงทางเข้าสำหรับลงทะเบียน จุดรับแขก ห้อง A Little Red Room สไตล์โรงแรม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าระหว่างก่อนหรือหลังพิธีการ รวมถึงห้องงานหมั้น Oliver & Owen   และ ส่วนของ Hall ใหญ่ และ ไฮไลท์ของที่นี่คือบันไดวน และห้องส่งตัวหนึ่งห้องนอนที่แตกต่างจากที่อื่น ออกแบบให้สามารถเปิดได้กว้างเพื่อสะดวกต่อการบันทึกภาพระหว่างพิธีการ 

คุณยงยุทธ กล่าวถึงกระแสตอบรับ ว่า “ที่นี่ เปิด เดือนตุลาคมปี 2568  งานที่ได้รองรับไปแล้ว มีงานถ่ายละครของบริษัท แกรมมี่ ซึ่งจัดฉากใหญ่เป็นงานแต่งงาน การจัดปาร์ตี้ขอบคุณลูกค้า ส่วน งานหลักคือ งานแต่งงาน ผลตอบรับค่อนข้างดี 3-4 เดือนมีคู่รักจองเข้ามาประมาณ 30 คู่ 

.... หลักการในการทำธุรกิจของผม หลายๆ ครั้งเราเริ่มต้นจากความชอบ ถ้าจากที่เริ่มมาตั้งแต่เริ่มต้น ตรงนี้เหมือนธุรกิจใหม่ แต่เราก็ไม่ใช่มือใหม่ ในวงการนำเข้าเรานำเข้าวัสดุก่อสร้างโรงแรมมาหลายแห่ง ส่วนดีไซเนอร์ที่ใช้ก็เป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์มามาก 

ค่อนข้างมั่นใจว่า ฟังก์ชั่นต่างๆ ที่เตรียมให้สำหรับคู่บ่าวสาว ค่อนข้างสมบูรณ์ งานจัดเลี้ยงตัวเองอาจจะใหม่แต่มีพาร์ทเนอร์ที่ทำงานด้านออกาไนซ์มานาน ซึ่งทีมงานที่มาที่นี่ไม่ใหม่เลย ทีมรันคิว คุณนิ ทำรันคิวมาสิบปี เขารันมาเป็นพันคู่แล้ว การจัดเดคคอเรชั่นต่างๆ”   

คุณยงยุทธ ยังกล่าวต่อว่า “ Sol House เราคิดว่าเราทำสิ่งที่ทำเต็มที่ให้กับลูกค้าในราคาที่สมเหตุสมผล และการเลือกซัพพลายเออร์ต่าง ๆ  และทีมที่มีประสบการณ์ในการจัดงานมานับสิบปี ซึ่งที่ฮอลล์ใหญ่ สามารถรองรับลูกค้าได้ประมาณ 250 – 300 คน ที่นี่ที่เดียวคุณสามารถปรึกษา Wedding Planner & Organizer ครบจบทุกพาร์ทเนอร์ในที่เดียว” 

สามารถสอบถามหรือติดต่อทาง Facebook : Sol House Bangkok , Line : @solhouse  , Instragram : SolHouseBangkok

Share:

“กระทรวงอุตฯ” เดินหน้าหนุนซอฟต์พาวเวอร์ไทยกลุ่มอาหาร ปั้น 20,000 เชฟมืออาชีพ ปลุกตลาดอาหารสร้างสรรค์ - พรีเมียม มั่นใจปี 69 อุตฯ อาหารยังโตฉลุย ดันหลักสูตร Master Thai Chef Program ช่วยปั๊มเม็ดเงินกว่า 3,300 ล้านบาท

กรุงเทพฯ 4 มีนาคม 2569 – กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้าขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์อาหารไทย พร้อมประกาศความสำเร็จในการยกระดับทักษะกำลังคนครั้งใหญ่ผ่านโครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 

ในกิจกรรมปัจฉิมนิเทศและสานสัมพันธ์ชุมชนเชื่อมโยงเครือข่ายภายใต้หลักสูตร “Master Thai Chef Program” มุ่งปั้น 20,000 เชฟทักษะสูงสู่การเป็นกำลังคนขับเคลื่อนยกระดับเมนูไทยสู่สินค้าพรีเมียมในเวทีโลก พร้อมสร้างระบบนิเวศการค้าที่ยั่งยืนเชื่อมโยงวัตถุดิบชุมชนต้นน้ำสู่ธุรกิจปลายน้ำ เพื่อกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนเศรษฐกิจฐานรากกว่า 3,300 ล้านบาท และเสริมเกราะป้องกันผู้ประกอบการด้วย Made by Thai และ เทคโนโลยี Data Analytics รับมือมาตรการกีดกันทางการค้าและนโยบายภาษีนำเข้าใหม่จากตลาดโลก

ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอาหารยังคง เป็นฟันเฟืองสำคัญที่สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศได้อย่างมหาศาล โดยปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับที่ 12 ของโลก และอันดับ 2 ของเอเชีย แต่ด้วยปัจจัยท้าทายรอบด้าน ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก นโยบายภาษีนำเข้าใหม่จากตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ และมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (NTBs) ที่เข้มงวดเรื่องสิ่งแวดล้อม

และความยั่งยืนมากขึ้น ในปี 2569 นี้ กระทรวงอุตสาหกรรม จึงตั้งเป้าหมายยกระดับผู้ประกอบการไทยให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม เพื่อรับมือกับปัจจัยท้าทายรอบด้านและมุ่งเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายรุกเพื่อเป็นผู้กำหนดมาตรฐาน และเทรนด์อาหารในเวทีโลกอย่างแท้จริง โดยการเร่งการยกระดับผู้ประกอบการไปสู่ประสิทธิภาพขั้นสูงและการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ (Made by Thai) ด้วยการสร้างความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่อุปทานและระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ที่เน้นการผลิตจากผู้ประกอบการไทยที่สนับสนุนการใช้วัตถุดิบผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ แรงงาน บริการ และทรัพยากรภายในประเทศ 

โดยเฉพาะในกลุ่มร้านอาหารรายย่อยที่มีกว่า 4 แสนรายทั่วประเทศ จากการประกอบธุรกิจในรูปแบบเดิมจะต้องปรับเปลี่ยนโดยหันมาใช้เทคโนโลยี Data Analytics มาเป็นอาวุธให้ผู้ประกอบการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคและช่วยในการอ่านใจตลาดโลกเพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้ตรงจุด และแม่นยำ พร้อมทั้งต้องเร่งปรับกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยง จากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ยังพุ่งสูง  “การปั้นเชฟกว่า 20,000 คน ภายใต้โครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร ประจำปีงบประมาณ 

พ.ศ. 2568 เป็นการสร้างเพิ่มคุณภาพให้แก่อาหารไทยและช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานและความปลอดภัยของอาหาร โดยเชฟเหล่านี้จะเป็นตัวกลางสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเมนูอาหารไทยให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยนำพาอาหารไทยให้ไปผงาดในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน”

ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารไทยมีบทบาทสำคัญต่อ GDP ประเทศอย่างมาก โดยทำหน้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบสินค้าเกษตรและเชื่อมโยงสู่ภาคการท่องเที่ยว การส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในสาขาอาหารไทยจึงถือเป็นการหยิบทุนทางวัฒนธรรมที่คนทั่วโลกยอมรับมาต่อยอดได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะ ความสามารถ และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคม โดยผสมผสานองค์ความรู้ ศิลปะ วัฒนธรรม และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างลงตัว กระทรวงฯ มุ่งเน้นปฏิรูปอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ด้วยการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการให้มีความเข้มแข็ง พัฒนาระบบนิเวศการดำเนินธุรกิจ ส่งเสริมการประกอบกิจการให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 

รวมถึงสนับสนุนการใช้ภูมิปัญญาและทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อยกระดับสินค้าทั้งด้านมาตรฐานและดีไซน์ให้ทันสมัย โดดเด่น แตกต่าง และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกัน ยังมุ่งขับเคลื่อน Soft Power ผ่านการส่งเสริมและพัฒนา เพื่อต่อยอดการนำวัฒนธรรมและภูมิปัญญามาใช้ในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งมอบหมายให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ดำเนินการเผยแพร่ให้เกิดการสร้างการรับรู้ในวงกว้างผ่านสาขาต่าง ๆ ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อาทิ การจัดงานมหกรรมเสน่ห์ไทย การผลิตและเผยแพร่ภาพยนตร์

ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์และเสน่ห์ของอาหารไทย ก่อให้เกิดการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับสากล นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับการยกระดับบุคลากรและผลิตภัณฑ์ไทยผ่านการเพิ่มทักษะใหม่ (Upskill) และเสริมทักษะเดิม (Reskill) โดยการเร่งสร้างเชฟอาหารไทยทักษะสูงถือเป็นอีกหนึ่งกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่าน “หลักสูตร

เชฟอาหารไทยมืออาชีพ (Master Thai Chef Program)” เพื่อให้คนไทยสามารถสร้างงานและรายได้ที่มั่นคง รองรับการเปลี่ยนผ่านจาก “ครัวของโลก” สู่ “ศูนย์กลางเศรษฐกิจอาหารระดับโลก” โดยใช้พลังของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในการพัฒนาเชฟชุมชนสู่เชฟอาชีพ ผ่านการ Upskill-Reskill ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีไซน์ รสชาติสากล และการสร้างแบรนด์ท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจประเทศและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลต่อไป

นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ดีพร้อม ได้ดำเนิน “โครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568” อย่างเข้มข้นผ่านการฝึกอบรมครอบคลุมตั้งแต่การสร้างอัตลักษณ์ภูมิปัญญาอาหาร 4 ภาค ไปจนถึงภาษาอังกฤษสำหรับงานครัว พร้อมการเรียนรู้ผ่านภาคปฏิบัติเพื่อพัฒนาทักษะสำคัญ เช่น การปรุงอาหารและการจัดการครัวตามมาตรฐานสากล จนสามารถบ่มเพาะเชฟทักษะสูงได้กว่า 20,000 คน ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ แสดงให้เห็นถึงความต้องการในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองของบุคลากรในอุตสาหกรรมสาขาอาหาร โดยในจำนวนนี้มีผู้ที่ได้รับการรับรอง

ตามมาตรฐานวิชาชีพ อาทิ ประกาศนียบัตรสมรรถนะผู้ประกอบอาหารไทยระดับ 4 จากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ประกาศนียบัตรมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติสาขาผู้ประกอบอาหารไทยระดับ 1 จากกรมพัฒนา ฝีมือแรงงาน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 80 จากผู้ที่เข้ารับการอบรม ซึ่งคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ไม่น้อยกว่า 3,300 ล้านบาท และจะเกิดการกระจายรายได้กลับสู่เศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม 

โดยกิจกรรมในวันนี้ ได้รวมตัวแทนเชฟชุมชนกว่า 1,500 คน พร้อมการแสดง Showcase เครือข่ายอุตสาหกรรมอาหารที่ครบวงจรที่สุดกว่า 100 บูธนิทรรศการ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตวัตถุดิบคุณภาพและอัตลักษณ์ท้องถิ่น อาทิ ข้าวหอมมะลิและสมุนไพรนานาชนิด กลางน้ำ ที่เป็นกลุ่มธุรกิจแปรรูปและหน่วยงานรับรองมาตรฐานระดับสากล และปลายน้ำ ที่เป็นธุรกิจบริการอาหาร การตกแต่ง และแพลตฟอร์ม Delivery ต่าง ๆ โดยโครงการนี้ ไม่เพียงแต่จะสร้างอาชีพให้คนไทย แต่เชฟเหล่านี้จะเป็น "ทูตวัฒนธรรมอาหารไทย" ที่ถ่ายทอดรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์และเรื่องราวที่มีเสน่ห์สู่สายตาชาวโลก อันจะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของคนไทย

เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจชุมชนและขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

“ดีพร้อมเชื่อมั่นว่าโครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ไม่เพียงสร้างทักษะอาชีพให้คนไทย แต่พลังสร้างสรรค์จากอาหารไทยที่เชฟชุมชนได้รังสรรค์เมนู จะเป็นการบอกเล่าคุณค่า เรื่องราว และความมีเสน่ห์ของอาหารไทยให้เป็นที่รู้จัก เกิดการยอมรับในระดับนานาชาติ และยิ่งไปกว่านั้นคือ การเป็นทูตวัฒนธรรมด้านอาหารไทยที่สามารถถ่ายทอดรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก อีกทั้งยังเป็นก้าวแรกในการยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน อาหารภูมิปัญญาไทยสู่วัฒนธรรมสร้างสรรค์ และพัฒนาศักยภาพของคนไทยเพื่อ สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างรากฐานให้กับเศรษฐกิจชุมชน อันจะนำไปสู่การขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ต่าง ๆ ก่อให้เกิดการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป” นางสาวณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้าย

Share:

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

Recent Posts

ค้นหาบล็อกนี้

Contact Us ::

📲 (+66) 095 469 4415
✉️ Insightoutstory@gmail.com

Add Line📲 Click 👇👇

Translate

🚉 ช.ส.ท.พาเที่ยว นครฯ

Review By Nichapa

POPULAR NEWS

Fanpage Facebook

ป้ายกำกับ

คลังบทความของบล็อก