ท่องเที่ยวเชิงกีฬา วิ่งครอสคันทรี่ จังหวัดสมุทรปราการ 2569 ชุมชนวัดขุนสมุทรจีนคึกคัก ประชาชนนักท่องเที่ยวแห่ร่วมกว่า 600 คน
จังหวัดสมุทรปราการแถลงข่าวเตรียมจัดกิจกรรม “สมุทรปราการ Cross Country 2569” ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา
จังหวัดสมุทรปราการ โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จัดงานแถลงข่าวการจัดกิจกรรม “สมุทรปราการ Cross Country ประจำปี 2569” โดยมีนายณัชวันก์ อัลภาชน์ เตชะเสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ นายอิฐเชษฐ์ นาคะเต นายอำเภอพระสมุทรเจดีย์ , นางสาววิภาวี คมคาย ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ , สาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ , พ.ต.อ.ธรากร เลิศพรเจริญ รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการพร้อมทั้ง หัวหน้าส่วนราชการ แขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงานในครั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรมวิ่งครอสคันทรี่ ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism) กระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและบริการของจังหวัดสมุทรปราการ โดยกิจกรรมดังกล่าวกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 15 มีนาคม 2569 ณ ชุมชนบ้านขุนสมุทรจีน อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า การจัดกิจกรรม “สมุทรปราการ Cross Country 2569” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญในการขับเคลื่อนภาพลักษณ์ของจังหวัดสมุทรปราการสู่การเป็นเมืองกีฬาและเมืองท่องเที่ยว โดยใช้กิจกรรมกีฬาเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมสุขภาพของประชาชน ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การบริการ และการสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น ตลอดจนเป็นการเปิดโอกาสให้นักวิ่งและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดสมุทรปราการในมิติใหม่
นายอำเภอพระสมุทรเจดีย์ กล่าวว่า พื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์มีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการรองรับการจัดกิจกรรม ทั้งในด้านสถานที่ เส้นทางการแข่งขัน และการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ โดยได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ และชุมชนในพื้นที่ เส้นทางวิ่งมีจุดเด่นที่สะท้อนเอกลักษณ์ของชุมชนชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะบริเวณชุมชนบ้านขุนสมุทรจีน ซึ่งมีวิถีชีวิตและภูมิทัศน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ช่วยสร้างประสบการณ์การวิ่งที่แตกต่างและน่าประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัด โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะทาง 5 กิโลเมตร 10 กิโลเมตร และ 15 กิโลเมตร เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิ่งทุกระดับสามารถเข้าร่วมได้ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยว การนำเสนอผลิตภัณฑ์ชุมชน และกิจกรรมสร้างสีสันทางวัฒนธรรม ซึ่งจะช่วยดึงดูดทั้งนักวิ่งและนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศสาธารณสุขจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ได้มีการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขอย่างครบถ้วน เพื่อดูแลความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยจัดทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่กู้ชีพ และจุดปฐมพยาบาลตลอดเส้นทางการแข่งขัน พร้อมรถพยาบาลและอุปกรณ์ช่วยชีวิตตามมาตรฐาน รวมถึงการให้คำแนะนำด้านสุขภาพแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อให้การจัดงานเป็นไปอย่างปลอดภัยและสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้เข้าร่วมทุกคน
ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยภายในงานและตลอดเส้นทางการแข่งขัน พร้อมทั้งจัดทำแผนบริหารจัดการจราจรและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนและผู้เข้าร่วมกิจกรรม โดยมีการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อให้การจัดกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดความปลอดภัยสูงสุดจังหวัดสมุทรปราการขอเชิญชวนประชาชน นักวิ่ง และนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศ เข้าร่วมกิจกรรม “สมุทรปราการ Cross Country 2569” ในวันที่ 15 มีนาคม 2569 ณ บ้านขุนสมุทรจีน อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อร่วมสัมผัสเส้นทางวิ่งท่ามกลางธรรมชาติและวิถีชีวิตชุมชน พร้อมร่วมกันส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของจังหวัดสมุทรปราการต่อไป
**********************************
Pearly ดันแคมเปญ International Day of Happiness ส่ง “หมอนซุกมือน้องเพิร์ลลี่” สร้างกระแสพร้อมรุกบริการแคทเทอริ่ง ยกระดับทุกงานให้สดชื่น
ร้านชา Pearly โดย บริษัท ปตท.บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด (PTTRM) ในเครือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (OR) ร่วมส่งมอบความสุขความสดชื่นต้อนรับวันความสุขสากลในเดือนมีนาคมนี้ ด้วยโปรโมชันพิเศษ “มีนาแล้ว มีน้องเพิร์ลลี่หรือยัง” ไอเท็มลิมิเต็ด หมอนซุกมือน้อง PEARLY ที่ออกแบบจากมาสคอตประจำแบรนด์ เพื่อเป็นตัวแทนแห่งความสุขและพลังบวกในทุกไลฟ์สไตล์ โดยลูกค้าสามารถร่วมโปรโมชั่นได้ง่ายๆ เมื่อซื้อเครื่องดื่มกลุ่มราคา 39 บาทครบ 2 แก้ว รับสิทธิ์แลกซื้อ หมอนซุกมือน้อง PEARLY สุดน่ารัก ในราคา 299 บาท จากปกติ 499 บาท เติมเต็มความสุขทุกไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ที่ทำงาน และทุก ๆ การเดินทาง หรือจะมอบให้กับคนที่คุณรัก สะสมได้ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 ร้าน Pearly ที่ร่วมรายการ
นอกจากนั้นยังได้เปิดบริการการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ในรูปแบบแคทเทอริ่ง (Catering) ถือเป็นการต่อยอดศักยภาพแบรนด์ จากหน้าร้านสู่โมเดล “เสิร์ฟถึงที่” รองรับทั้งงานประชุมสัมมนา งานเลี้ยงในโอกาสพิเศษ ไปจนถึงอีเว้นต์ขนาดใหญ่ โดยชูจุดแข็งด้านคุณภาพ วัตถุดิบมาตรฐานการผลิต และความหลากหลายของเมนูที่สามารถปรับแพ็กเกจได้ตามงบประมาณ ด้วยวาไรตี้ของเครื่องดื่มและอาหารที่มีให้เลือกหลากหลาย ส่งมอบความประทับใจให้กับทุกช่วงเวลา ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อได้ที่ โทร.093-020-0032 และ 085-489-5705 หรือที่ Fanpage Facebook Jiffy Catering
Pearly ยังคงสร้างสรรค์แบรนด์ที่แข็งแกร่งเพื่อครองใจลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงจุดเด่นจากการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากใบชาพรีเมี่ยม ชงสดใหม่แก้วต่อแก้ว รสชาติเข้มข้น กลมกล่อม ผสมผสานลงตัวกับไข่มุกที่มีความ นุ่ม หนึบ อร่อย พร้อมเมนูเครื่องดื่มที่ผ่านการคัดสรรคุณภาพอีกนานาชนิด
โดยร้านชา Pearly ตั้งอยู่บริเวณร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ ในสถานีบริการน้ำมันพีทีที สเตชั่น (PTT Station-Jiffy) กว่า 70 สาขาทั่วประเทศ และติดตามกิจกรรมและโปรโมชันพิเศษจากน้องเพิร์ลลี่ ได้ที่ Fanpage Pearly เพิร์ลลี่และ Line@pearlytea สนใจแฟรนส์ไชส์ร้าน Pearly สามารถติดต่อได้ที่ 081-752-9032
เปิดบ้าน “Sol House Bangkok” รองรับธุรกิจงานแต่งงานแห่งใหม่ ชูฟังก์ชั่นครบ งบไม่แรง แต่ยังหรูหราเฉพาะตัว
คุณยงยุทธ เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า “ธุรกิจแรกที่ทำคือนำเข้าของจากประเทศจีน ตั้งแต่สมัยเมืองจีนยังไม่เปิดประเทศ บินไปนำของมาและขายส่งตามตลาดต่าง ๆ จนช่วงหลังระบบธุรกิจเปลี่ยนไป จีนเริ่มเปิดประเทศมากขึ้น จึงปรับเปลี่ยนเป็นกึ่งคาร์โก้โดยนำลูกค้าไปซื้อของที่นั่น”เมื่อธุรกิจดีขึ้น จึงขยับขยาย ทำอพาร์ทเมนต์ โรงแรม Apartelle Jatujak Hotel แต่ประสบปัญหาในช่วงสถานการณ์โควิด ทำให้ธุรกิจชะงัก จึงเป็นที่มาของการคิดทำธุรกิจในรูปแบบใหม่ที่ไม่อิงกับต่างประเทศ 100 %
“ช่วงโควิด ทุกอย่างยากไปหมด จึงคิดว่าจะทำอะไรดี ที่ธุรกิจไปได้ด้วยและไม่อิงกับต่างประเทศร้อยเปอร์เซ็นต์ จึงกลายเป็น Sol House Bangkok เป็นสถานที่รับจัดงานแต่งงานและอีเวนท์ต่างๆ” ที่นี่เป็นที่ดินเก่า ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางลาดพร้าว ด้วยพื้นฐานการทำธุรกิจโรงแรมและนำเข้าสินค้าให้กับสถานประกอบการหลายแห่ง ทำให้คุ้นชินกับดีไซเนอร์ จึงมีความได้เปรียบในการออกแบบตกแต่งสถานที่ได้อย่างหรูหราสวยงาม แม้ครั้งแรกจะคิดเปิดเป็นสตูดิโอเท่านั้น แต่ด้วยพาร์ทเนอร์ที่ทำงานด้านออกาไนซ์มานานนับสิบปีนำเสนอ จึงเปลี่ยนเป็นธุรกิจรับจัดงานแต่งงานและการบริการงานอีเวนท์ต่างๆ แบบครบวงจร จึงเป็นจุดเริ่มต้นของโซล เฮ้าส์ แบงคอคSol House Bangkok ตั้งอยู่ในซอยลาดพร้าว 38 เข้าซอยมาประมาณ 400 เมตรเท่านั้น สถานที่แห่งนี้มีฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ครบวงจร โดยเป็นอาคารสูง 3 ชั้น ชั้นแรกเป็นที่จอดรถ ชั้น 2 ออกแบบให้เป็นโถงทางเข้าสำหรับลงทะเบียน จุดรับแขก ห้อง A Little Red Room สไตล์โรงแรม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าระหว่างก่อนหรือหลังพิธีการ รวมถึงห้องงานหมั้น Oliver & Owen และ ส่วนของ Hall ใหญ่ และ ไฮไลท์ของที่นี่คือบันไดวน และห้องส่งตัวหนึ่งห้องนอนที่แตกต่างจากที่อื่น ออกแบบให้สามารถเปิดได้กว้างเพื่อสะดวกต่อการบันทึกภาพระหว่างพิธีการ
คุณยงยุทธ กล่าวถึงกระแสตอบรับ ว่า “ที่นี่ เปิด เดือนตุลาคมปี 2568 งานที่ได้รองรับไปแล้ว มีงานถ่ายละครของบริษัท แกรมมี่ ซึ่งจัดฉากใหญ่เป็นงานแต่งงาน การจัดปาร์ตี้ขอบคุณลูกค้า ส่วน งานหลักคือ งานแต่งงาน ผลตอบรับค่อนข้างดี 3-4 เดือนมีคู่รักจองเข้ามาประมาณ 30 คู่
.... หลักการในการทำธุรกิจของผม หลายๆ ครั้งเราเริ่มต้นจากความชอบ ถ้าจากที่เริ่มมาตั้งแต่เริ่มต้น ตรงนี้เหมือนธุรกิจใหม่ แต่เราก็ไม่ใช่มือใหม่ ในวงการนำเข้าเรานำเข้าวัสดุก่อสร้างโรงแรมมาหลายแห่ง ส่วนดีไซเนอร์ที่ใช้ก็เป็นมืออาชีพ มีประสบการณ์มามาก
คุณยงยุทธ ยังกล่าวต่อว่า “ Sol House เราคิดว่าเราทำสิ่งที่ทำเต็มที่ให้กับลูกค้าในราคาที่สมเหตุสมผล และการเลือกซัพพลายเออร์ต่าง ๆ และทีมที่มีประสบการณ์ในการจัดงานมานับสิบปี ซึ่งที่ฮอลล์ใหญ่ สามารถรองรับลูกค้าได้ประมาณ 250 – 300 คน ที่นี่ที่เดียวคุณสามารถปรึกษา Wedding Planner & Organizer ครบจบทุกพาร์ทเนอร์ในที่เดียว”
สามารถสอบถามหรือติดต่อทาง Facebook : Sol House Bangkok , Line : @solhouse , Instragram : SolHouseBangkok
“กระทรวงอุตฯ” เดินหน้าหนุนซอฟต์พาวเวอร์ไทยกลุ่มอาหาร ปั้น 20,000 เชฟมืออาชีพ ปลุกตลาดอาหารสร้างสรรค์ - พรีเมียม มั่นใจปี 69 อุตฯ อาหารยังโตฉลุย ดันหลักสูตร Master Thai Chef Program ช่วยปั๊มเม็ดเงินกว่า 3,300 ล้านบาท
ในกิจกรรมปัจฉิมนิเทศและสานสัมพันธ์ชุมชนเชื่อมโยงเครือข่ายภายใต้หลักสูตร “Master Thai Chef Program” มุ่งปั้น 20,000 เชฟทักษะสูงสู่การเป็นกำลังคนขับเคลื่อนยกระดับเมนูไทยสู่สินค้าพรีเมียมในเวทีโลก พร้อมสร้างระบบนิเวศการค้าที่ยั่งยืนเชื่อมโยงวัตถุดิบชุมชนต้นน้ำสู่ธุรกิจปลายน้ำ เพื่อกระตุ้นเม็ดเงินหมุนเวียนเศรษฐกิจฐานรากกว่า 3,300 ล้านบาท และเสริมเกราะป้องกันผู้ประกอบการด้วย Made by Thai และ เทคโนโลยี Data Analytics รับมือมาตรการกีดกันทางการค้าและนโยบายภาษีนำเข้าใหม่จากตลาดโลก
ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมอาหารยังคง เป็นฟันเฟืองสำคัญที่สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศได้อย่างมหาศาล โดยปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับที่ 12 ของโลก และอันดับ 2 ของเอเชีย แต่ด้วยปัจจัยท้าทายรอบด้าน ทั้งการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก นโยบายภาษีนำเข้าใหม่จากตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ และมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (NTBs) ที่เข้มงวดเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมากขึ้น ในปี 2569 นี้ กระทรวงอุตสาหกรรม จึงตั้งเป้าหมายยกระดับผู้ประกอบการไทยให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม เพื่อรับมือกับปัจจัยท้าทายรอบด้านและมุ่งเปลี่ยนมาเป็นฝ่ายรุกเพื่อเป็นผู้กำหนดมาตรฐาน และเทรนด์อาหารในเวทีโลกอย่างแท้จริง โดยการเร่งการยกระดับผู้ประกอบการไปสู่ประสิทธิภาพขั้นสูงและการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ (Made by Thai) ด้วยการสร้างความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่อุปทานและระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย ที่เน้นการผลิตจากผู้ประกอบการไทยที่สนับสนุนการใช้วัตถุดิบผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ แรงงาน บริการ และทรัพยากรภายในประเทศ
โดยเฉพาะในกลุ่มร้านอาหารรายย่อยที่มีกว่า 4 แสนรายทั่วประเทศ จากการประกอบธุรกิจในรูปแบบเดิมจะต้องปรับเปลี่ยนโดยหันมาใช้เทคโนโลยี Data Analytics มาเป็นอาวุธให้ผู้ประกอบการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคและช่วยในการอ่านใจตลาดโลกเพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้ตรงจุด และแม่นยำ พร้อมทั้งต้องเร่งปรับกระบวนการผลิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างเกราะป้องกันความเสี่ยง จากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ยังพุ่งสูง “การปั้นเชฟกว่า 20,000 คน ภายใต้โครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร ประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2568 เป็นการสร้างเพิ่มคุณภาพให้แก่อาหารไทยและช่วยสร้างความเชื่อมั่นด้านมาตรฐานและความปลอดภัยของอาหาร โดยเชฟเหล่านี้จะเป็นตัวกลางสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเมนูอาหารไทยให้กลายเป็นสินค้าพรีเมียมที่ใครก็ปฏิเสธไม่ได้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยนำพาอาหารไทยให้ไปผงาดในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน”
ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารไทยมีบทบาทสำคัญต่อ GDP ประเทศอย่างมาก โดยทำหน้าที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัตถุดิบสินค้าเกษตรและเชื่อมโยงสู่ภาคการท่องเที่ยว การส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในสาขาอาหารไทยจึงถือเป็นการหยิบทุนทางวัฒนธรรมที่คนทั่วโลกยอมรับมาต่อยอดได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการใช้ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะ ความสามารถ และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคม โดยผสมผสานองค์ความรู้ ศิลปะ วัฒนธรรม และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างลงตัว กระทรวงฯ มุ่งเน้นปฏิรูปอุตสาหกรรมไทยสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ด้วยการยกระดับศักยภาพของผู้ประกอบการให้มีความเข้มแข็ง พัฒนาระบบนิเวศการดำเนินธุรกิจ ส่งเสริมการประกอบกิจการให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมรวมถึงสนับสนุนการใช้ภูมิปัญญาและทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่น เพื่อยกระดับสินค้าทั้งด้านมาตรฐานและดีไซน์ให้ทันสมัย โดดเด่น แตกต่าง และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกัน ยังมุ่งขับเคลื่อน Soft Power ผ่านการส่งเสริมและพัฒนา เพื่อต่อยอดการนำวัฒนธรรมและภูมิปัญญามาใช้ในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ พร้อมทั้งมอบหมายให้กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) ดำเนินการเผยแพร่ให้เกิดการสร้างการรับรู้ในวงกว้างผ่านสาขาต่าง ๆ ของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อาทิ การจัดงานมหกรรมเสน่ห์ไทย การผลิตและเผยแพร่ภาพยนตร์
ที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์และเสน่ห์ของอาหารไทย ก่อให้เกิดการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับสากล นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงกับการยกระดับบุคลากรและผลิตภัณฑ์ไทยผ่านการเพิ่มทักษะใหม่ (Upskill) และเสริมทักษะเดิม (Reskill) โดยการเร่งสร้างเชฟอาหารไทยทักษะสูงถือเป็นอีกหนึ่งกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ผ่าน “หลักสูตร
เชฟอาหารไทยมืออาชีพ (Master Thai Chef Program)” เพื่อให้คนไทยสามารถสร้างงานและรายได้ที่มั่นคง รองรับการเปลี่ยนผ่านจาก “ครัวของโลก” สู่ “ศูนย์กลางเศรษฐกิจอาหารระดับโลก” โดยใช้พลังของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในการพัฒนาเชฟชุมชนสู่เชฟอาชีพ ผ่านการ Upskill-Reskill ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีไซน์ รสชาติสากล และการสร้างแบรนด์ท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจประเทศและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลต่อไปนางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ดีพร้อม ได้ดำเนิน “โครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568” อย่างเข้มข้นผ่านการฝึกอบรมครอบคลุมตั้งแต่การสร้างอัตลักษณ์ภูมิปัญญาอาหาร 4 ภาค ไปจนถึงภาษาอังกฤษสำหรับงานครัว พร้อมการเรียนรู้ผ่านภาคปฏิบัติเพื่อพัฒนาทักษะสำคัญ เช่น การปรุงอาหารและการจัดการครัวตามมาตรฐานสากล จนสามารถบ่มเพาะเชฟทักษะสูงได้กว่า 20,000 คน ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ แสดงให้เห็นถึงความต้องการในการเรียนรู้และพัฒนาตนเองของบุคลากรในอุตสาหกรรมสาขาอาหาร โดยในจำนวนนี้มีผู้ที่ได้รับการรับรอง
ตามมาตรฐานวิชาชีพ อาทิ ประกาศนียบัตรสมรรถนะผู้ประกอบอาหารไทยระดับ 4 จากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) ประกาศนียบัตรมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติสาขาผู้ประกอบอาหารไทยระดับ 1 จากกรมพัฒนา ฝีมือแรงงาน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 80 จากผู้ที่เข้ารับการอบรม ซึ่งคาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ไม่น้อยกว่า 3,300 ล้านบาท และจะเกิดการกระจายรายได้กลับสู่เศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม
โดยกิจกรรมในวันนี้ ได้รวมตัวแทนเชฟชุมชนกว่า 1,500 คน พร้อมการแสดง Showcase เครือข่ายอุตสาหกรรมอาหารที่ครบวงจรที่สุดกว่า 100 บูธนิทรรศการ ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตวัตถุดิบคุณภาพและอัตลักษณ์ท้องถิ่น อาทิ ข้าวหอมมะลิและสมุนไพรนานาชนิด กลางน้ำ ที่เป็นกลุ่มธุรกิจแปรรูปและหน่วยงานรับรองมาตรฐานระดับสากล และปลายน้ำ ที่เป็นธุรกิจบริการอาหาร การตกแต่ง และแพลตฟอร์ม Delivery ต่าง ๆ โดยโครงการนี้ ไม่เพียงแต่จะสร้างอาชีพให้คนไทย แต่เชฟเหล่านี้จะเป็น "ทูตวัฒนธรรมอาหารไทย" ที่ถ่ายทอดรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์และเรื่องราวที่มีเสน่ห์สู่สายตาชาวโลก อันจะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของคนไทย
เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจชุมชนและขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง“ดีพร้อมเชื่อมั่นว่าโครงการส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์สาขาอาหาร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ไม่เพียงสร้างทักษะอาชีพให้คนไทย แต่พลังสร้างสรรค์จากอาหารไทยที่เชฟชุมชนได้รังสรรค์เมนู จะเป็นการบอกเล่าคุณค่า เรื่องราว และความมีเสน่ห์ของอาหารไทยให้เป็นที่รู้จัก เกิดการยอมรับในระดับนานาชาติ และยิ่งไปกว่านั้นคือ การเป็นทูตวัฒนธรรมด้านอาหารไทยที่สามารถถ่ายทอดรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก อีกทั้งยังเป็นก้าวแรกในการยกระดับคุณภาพ มาตรฐาน อาหารภูมิปัญญาไทยสู่วัฒนธรรมสร้างสรรค์ และพัฒนาศักยภาพของคนไทยเพื่อ สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างรากฐานให้กับเศรษฐกิจชุมชน อันจะนำไปสู่การขยายโอกาสทางธุรกิจให้กับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ต่าง ๆ ก่อให้เกิดการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศไทยต่อไป” นางสาวณัฏฐิญา กล่าวทิ้งท้าย
สำนักพัฒนาสังคม กทม. ร่วมกับ Chersery Home International จัดแข่งขันกีฬามหาสนุกสานสัมพันธ์วัยเก๋า เสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ
คุณพรรัตน์ อัครฐานิชนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด Chersery Home International กล่าวว่า โรงพยาบาลผู้สูงอายุและศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู Chersery Home International ภายใต้การบริหารโดย นายแพทย์เก่งพงศ์ ตั้งอรุณสันติ ผู้อำนวยการ ฯ ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้เป็นความร่วมมือกับทางกทม. หน่วยงานภาครัฐ โดยเข้ามาเป็นที่ปรึกษาการสร้างการรับรู้ การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ให้กับบ้านพักผู้สูงอายุบึงสะแกงาม ซึ่งการจัดการแข่งขันกีฬามหาสนุกสานสัมพันธ์วัยเก๋าในวันนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่ผู้สูงอายุได้มาพบปะทำกิจกรรมร่วมกัน อีกทั้งเป็นการส่งเสริมสุขภาพทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคมการแข่งขัน “กีฬามหาสนุกสานสัมพันธ์วัยเก๋า” ในวันนี้ ไม่เพียงแต่เสริมสร้างสมรรถภาพทางร่างกาย แต่ยังช่วยพัฒนาสุขภาวะด้านจิตใจ อารมณ์ และสังคม ทำให้ผู้สูงอายุ ได้ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ และนอกจากนี้การแข่งขันไม่ได้มุ่งเน้นผลแพ้ชนะเป็นสำคัญ แต่เป็นการสร้างความสามัคคี ความสนุกสนาน ความรัก และรอยยิ้ม อันจะนำไปสู่การมีชีวิตที่มีความสุขต่อไป
ภายในงานมีเข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น ประมาณ 150 คน ประกอบด้วยผู้สูงอายุจากชมรมผู้สูงอายุโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ชมรมผู้สูงอายุศูนย์บริการสาธารณสุข64 คลองสามวา ผู้สูงอายุจากศูนย์บริการผู้สูงอายุดินแดง ผู้สูงอายุจากบ้านผู้สูงอายุบางแค 2 ผู้สูงอายุจากบ้านพักผู้สูงอายุบึงสะแกงาม ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การเดินขบวนพาเหรดของผู้สูงอายุ
การประกวดเชียร์ลีดเดอร์ และกองเชียร์ การแข่งขันแชร์บอลบนบกและแชร์บอลในน้ำ รวมถึงการแข่งขันกีฬามหาสนุก ซึ่งล้วนออกแบบให้เหมาะสมกับศักยภาพของผู้สูงอายุ เน้นความปลอดภัย ควบคู่กับการสร้างความสามัคคีและการมีส่วนร่วมในการแข่งขัน ตลอดจนมีบูธกิจกรรมมากมายที่มาร่วมให้การสนับสนุนกิจกรรมการแข่งขันครั้งนี้ อาทิ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแบรนด์ "ฮารุนะ" นวัตกรรมพรีไบโอติค ปรับสมดุลลำไส้ แก้ท้องผูกที่ต้นเหตุ , Certainty ชุดเซ็ตการดูแลผู้สูงอายุ , UPMONEY FINANCE by Allianz ayudhya , ธนาคารกรุงศรี First Choice , Matsunaga Thailand มัตซึนากะ ผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ , Genjoy น้องหมาน้องแมวเพื่อนแสนรู้คู่ใจเคียงข้างผู้สูงอายุ
การแข่งขันกีฬามหาสนุกสานสัมพันธ์วัยเก๋าในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของกรุงเทพมหานครในการสร้างสังคมที่เอื้อต่อการมีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Longevity)โดยให้ผู้สูงอายุได้เคลื่อนไหว ออกกำลังกาย พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายทางสังคมอันจะนำไปสู่การมีสุขภาวะที่ดีอย่างยั่งยืน และร่วมกันขับเคลื่อนสังคมผู้สูงอายุให้เป็นสังคมแห่งพลังและคุณค่าต่อไป








































































